เมื่อการวิ่งกลายเป็นเดท และคอมมูนิตี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแมตช์ ในงาน Friend Full Fit: The Sweetest Pace ที่ เดอะ ปาร์ค

เมื่อการวิ่งกลายเป็นเดท และคอมมูนิตี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแมตช์ ในงาน Friend Full Fit: The Sweetest Pace ที่ เดอะ ปาร์ค

เมื่อการวิ่งกลายเป็นเดท และคอมมูนิตี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแมตช์ ในงาน Friend Full Fit: The Sweetest Pace ที่ เดอะ ปาร์ค

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมกับ iwelty Club และ Sardine Running Club เปลี่ยนการพบกันแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ ผ่านงาน The PARQ x iwelty Friend Full Fit: The Sweetest Pace by IPSA งานวิ่งสไตล์ Dating Run ที่เปิดโอกาสให้คนไลฟ์สไตล์เดียวกันจากสองคอมมูนิตี้มา Connect กัน เพียงเริ่มต้นจากการก้าวไปในจังหวะเดียวกัน เมื่อวันวาเลนไทน์ ที่ผ่านมา

กิจกรรมนี้ถูกออกแบบให้เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่งจริงจัง สายออกกำลังกายเบา ๆ หรือสายที่อยากเริ่มต้นดูแลตัวเอง ผ่าน Dating Run ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ที่ทุกคนสามารถเลือกจังหวะของตัวเอง บนเส้นทางพิเศษรูปหัวใจ โดยเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ The PARQ ให้บทสนทนาเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสวย ๆ ของสวนเบญจกิติในช่วง Golden Hour ที่แสงกำลังพอดี และหยุดเก็บภาพ พร้อมรอยยิ้มและโมเมนต์ดีๆ ระหว่างทางไปพร้อมกัน

เข้าสู่บรรยากาศของความโรแมนติกแบบอบอุ่นในกิจกรรม Card Talk โดยทีม Grab ’N Grow ที่ชวนทุกคนมานั่งคุยแลกเปลี่ยนมุมในหัวข้อ Wellness, Love & 2026 Success ผ่านการ์ดคำถามเล็ก ๆ ที่ช่วยเปิดบทสนทนาให้คนแปลกหน้าค่อย ๆ ทำความรู้จักกันอย่างเป็นธรรมชาติ จากเรื่องราว ความคิด และมุมมองที่ค่อย ๆ แมตช์กันไป พร้อมเสียงเพลงจากดีเจที่ช่วยเติม mood ให้ค่ำคืนวาเลนไทน์รู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง เหมือนได้ฉลองให้มิตรภาพใหม่ ๆไปด้วยกัน ที่ร้าน Pollo Wine Bar The PARQ Life, ชั้น 1

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนภาพของเดอะ ปาร์ค ในฐานะ Urban Wellness Community สำหรับคนเมืองที่มองหาสมดุลระหว่างสุขภาพกาย-ใจ การทำงาน และความสัมพันธ์ ผ่านประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ตามแนวคิด Life Well Balanced เดอะ ปาร์ค จึงไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางของกิจกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนกลับมารู้สึกถึงความหมายของการใช้ชีวิตร่วมกัน เริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ ในช่วงเย็นของวันวาเลนไทน์

ติดตามข่าวสารล่าสุดและกิจกรรมที่น่าสนใจของโครงการ The PARQ ได้ที่
Facebook: The PARQ Instagram: @THEPARQBKK Line OA: @The PARQ Website: www.theparq.com

ดนตรีแห่งความจงรักภักดี กับ ‘คอนเสิร์ตเพลงรักชาติ’ สุดยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดความซาบซึ้งผ่านเสียงดนตรี สะกดหัวใจคนไทยทุกคน

ดนตรีแห่งความจงรักภักดี กับ ‘คอนเสิร์ตเพลงรักชาติ’ สุดยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดความซาบซึ้งผ่านเสียงดนตรี สะกดหัวใจคนไทยทุกคน

ดนตรีแห่งความจงรักภักดี กับ ‘คอนเสิร์ตเพลงรักชาติ’ สุดยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดความซาบซึ้งผ่านเสียงดนตรี สะกดหัวใจคนไทยทุกคน

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เตรียมภาคภูมิใจถึงความเป็นไทยไปกับค่ำคืนแห่งพลังดนตรี และความรักชาติ เมื่อเพลงอมตะอย่าง “รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย…” และอีกหลากหลายบทเพลงจะดังกระหึ่มอีกครั้งบนเวทีคอนเสิร์ตระดับประเทศให้กึกก้องไปทั่วโลก การแสดงคอนเสิร์ตเพลงรักชาติ (National Unity Concert) “ดนตรีแห่งความจงรักภักดี ร้อยดวงใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ” คอนเสิร์ตสุดพิเศษที่รวมพลังศิลปินคุณภาพ และวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (TPO) ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความสามัคคีและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยผ่านเสียงเพลงที่คุ้นหูทุกยุคสมัย ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 และรอบบุคคลทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ณ หอแสดงมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล

ถือเป็นอีกหนึ่งงานดนตรีคุณภาพแห่งปี ที่เกิดจากความร่วมมือของ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกลบอลพลัส อินเตอร์เทนเม้นท์ เอเจนซี จำกัด โดยมี วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra : TPO) รับหน้าที่ถ่ายทอดบทเพลงรักชาติอย่างยิ่งใหญ่เต็มอารมณ์

ภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากผู้บริหาร และบุคคลสำคัญร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, อาจารย์ ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัย มหิดล, พันเอกพิเศษ ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ (ผู้ควบคุมวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย), คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการอำนวยการวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย, ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) พร้อมด้วย  รัชดา สัทธาพงษ์  (ประธานบริษัท โกลบอลพลัส อินเตอร์เทนเม้นท์ เอเจนซี จำกัด),ธวัชชัย กฤติยาภิชาตกุล ,เชาว์ชัย เจียมวิจิตร (ประธานคณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย) ตลอดจนศิลปินนักร้องที่มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์นี้ อาทิ เรืออากาศตรีหญิง กัลยรัตน์ กรสุทธินันท์, จ่าเอกหญิง ไตรสิกขา พึงชุ่มชื่น,สิบตรี พันธนนท์ วังกะหาด,กมลพร หุ่นเจริญ ตลอดจนโชว์พิเศษจากการขับร้องเพลง “ไทยสามัคคี” โดย ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ ไปจนถึงบทเพลง “รักกันไว้เถิด” จากคณะนักร้องประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล และการบรรยายพิเศษ จาก หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ ในหัวข้อ “พระมหากรุณาธิคุณแห่งแม่ของแผ่นดินกับพลังศิลปวัฒนธรรมไทย” ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงการจัดคอนเสิร์ต เพลงรักชาติ (National Unity Concert) “ดนตรีแห่งความจงรักภักดี ร้อยดวงใจน้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิคุณ” ในครั้งนี้ว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึก และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  และเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการใช้ดนตรี และศิลปะเป็นพลังสร้างสรรค์เพื่อสังคมไทย มหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพาะบ่มศิลปินคุณภาพมากมาย ตลอดจนบุคลากรทางดนตรีที่มีคุณภาพรังสรรค์ผลงานดนตรีอันเป็นที่ประจักษ์มาโดยตลอด เราจะร่วมกันหลอมรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวถ่ายทอดความรัก  ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านบทเพลงอันทรงคุณค่าในค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหอแสดงดนตรีที่มีเทคโนโลยีระบบแสง เสียงที่ล้ำทันสมัย และมีระบบเสียงยอดเยี่ยมที่สุด

ด้าน หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้กล่าวว่า “พระมหากรุณาธิคุณแห่งแม่ของแผ่นดินกับพลังศิลปวัฒนธรรมไทย”  เพราะนี่คือศิลปวัฒนธรรมไทยมิใช่เพียงอดีตที่งดงาม แต่คือพลังที่ทำให้คนไทยอยู่ดีกินดีและมีความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง..”

ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวเสริมว่า “วิทยาลัยดุริยางคศิลป์เป็นสถาบันการศึกษาด้านดนตรีที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีพันธกิจในการเพาะบ่มศิลปิน และนักดนตรีที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกต่อสังคมและแผ่นดิน ด้วยความเชื่อมั่นว่าดนตรีมิใช่เพียงศาสตร์แห่งความไพเราะ หากแต่เป็นพลังที่สามารถ  เชื่อมโยง หลอมรวมจิตใจของผู้คนได้อย่างประณีต บทบาทนี้จะสะท้อน ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และยืนหยัดในฐานะ”เสียงของแผ่นดิน” 

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมารอำนวยการ วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (TPO) ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการวง และคณะผู้บริหารมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน TPO ให้ทำหน้าที่เป็นวงดนตรี คลาสสิกของชาติอย่างสมศักดิ์ศรี บทบาทของเราไม่เพียงบรรเลงบทเพลง หากธำรงอัตลักษณ์ของชาติ สะท้อนถึงคุณค่าทางจิตใจของสังคมผ่านพลังแห่งดนตรี TPO มิได้เป็นเพียงวงดนตรี หากคือเสียงของแผ่นดินที่บันทึกความทรงจำ  ถ่ายทอดความจงรักภักดี และหลอมรวมดวงใจให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้ร่มพระบารมีของปวงชนชาวไทย เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาวงการดนตรีไทยสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง ดิฉันขอยืนยันเจตนารมณ์ในการถวายงานทางดนตรีอย่างสมพระเกียรติ ด้วยความมุ่งมั่นและความจงรักภักดี ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการแสดงสู่ระดับนานาชาติต่อไปค่ะ”

สำหรับการแสดง “คอนเสิร์ตเพลงรักชาติ” (National Unity Concert) ดนตรีแห่งความจงรักภักดี ร้อยดวงใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ” จะบรรเลงโดยวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra :TPO) ควบคุมวงโดย พันเอกพิเศษ ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ พร้อมการขับร้องจากศิลปินนักร้องคุณภาพ อาทิ ธีรนัยน์ ณ หนองคาย, ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ, กัลยรัตน์ กรสุทธินันท์, พันธนนท์ วังกะหาด, ภิสา สวนศรี, โก้ มิสเตอร์แซกแมน, ลลิต วรเทพนิตินันท์, ณัฐพร ธรรมาธิ, กมลพร หุ่นเจริญ, กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ไตรสิกขา พึงชุ่มชื่น และคณะนักร้องประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล

เตรียมซึมซับความงดงามของบทเพลงรักชาติ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งความประทับใจในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 และรอบบุคคลทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ หอแสดงมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล บัตรราคา 5,000 / 4,200 / 3,600 / 2,800 / 1,600 / 1,200  และ 800 บาท  เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ https://www.thaiticketmajor.com/concert/national-unity-concert.html สอบถามรายละเอียดหรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เพจหลัก TPO : https://www.facebook.com/ThailandPhil

ททท. ต่อยอดแคมเปญ feel all the feelings ชวนคนไทยออกตามหา ‘ลิซ่า’ ผ่านสื่อทั่วไทย

ททท. ต่อยอดแคมเปญ feel all the feelings ชวนคนไทยออกตามหา ‘ลิซ่า’ ผ่านสื่อทั่วไทย

ททท. ต่อยอดแคมเปญ feel all the feelings ชวนคนไทยออกตามหา ‘ลิซ่า’ ผ่านสื่อทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าสร้างกระแสการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Amazing Thailand ชุด “feel all the feelings” ที่ได้ “ลิซ่า” มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์เมืองไทยไปอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด ททท. ชวนคนไทยร่วมสนุก ออกตามหาพร้อมชี้เป้าพิกัดที่พบเห็น “ลิซ่า” ในสื่อต่าง ๆ ตามแลนด์มาร์คสำคัญทั่วไทย

หลังจากที่ ททท. ได้ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาใหม่ “feel all the feelings” ถ่ายทอดมุมมองของ “ลิซ่า” ผ่านคำถามชวนค้นหาว่า What does Thailand feel like? หรือ “ประเทศไทยให้ความรู้สึกแบบไหน”  ก่อนจะพาผู้ชมออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทยในหลากหลายมิติ ทั้งช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน การเติมพลังใจ และความงดงามในทุกโมเมนต์ของชีวิต ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศไทยซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่นบนโลก ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามทั่วประเทศไทย

ล่าสุด ททท. ได้ต่อยอดแคมเปญฯ ด้วยการชวนคนไทย “ตามรอยลิซ่า” ให้ผู้คนร่วมสนุกกับการออกตามหาภาพ “ลิซ่า” จากแคมเปญโฆษณาล่าสุด ที่พบเจอได้ผ่านสื่อโฆษณาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวอ่อน (สายสุขุมวิท) และสีเขียวเข้ม (สายสีลม) ถูกเนรมิตให้เป็นสื่อโฆษณาแบบหุ้มขบวน ถ่ายทอดบรรยากาศของแคมเปญ Amazing Thailand x LISA “feel all the feelings” ให้ผู้โดยสารได้สัมผัสอารมณ์ความรู้สึกระหว่างการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยจะทำการเผยแพร่ตั้งแต่วันนี้ถึงพฤษภาคม 2569 ไม่เพียงแค่ตกแต่งภายนอกเท่านั้นแต่ภายในขบวนรถไฟฟ้ายังถูกตกแต่งด้วยภาพลักษณ์ของแคมเปญอย่างโดดเด่น ควบคู่กับภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจากทั่วประเทศไทย พร้อมวิ่งผ่านแลนด์มาร์คใจกลางเมือง ครอบคลุม 9 สถานีสำคัญ ได้แก่ สถานีสยาม (ทั้งฝั่งบนและฝั่งล่าง), สถานีพญาไท, สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สถานีชิดลม, สถานีอ่อนนุช, สถานีช่องนนทรี, สถานีศาลาแดง, สถานีอโศก และสถานีพร้อมพงษ์ แคมเปญนี้ยังสร้างประสบการณ์การพบเจอ “ลิซ่า” ระหว่างการเดินทาง ชวนให้ผู้โดยสารร่วมเก็บภาพความประทับใจตลอดเส้นทาง และร่วมสัมผัสทุกอารมณ์ความรู้สึกไปพร้อมกันกับ feel all the feelings

ไม่เพียงบนรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวเท่านั้น แคมเปญดังกล่าวจะถูกสื่อสารผ่านสื่อในหลากหลายรูปแบบครอบคลุมทำเลสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด อาทิ ภายในสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที บริเวณ Narong Interchange ใกล้ทางด่วนรามอินทรา–อาจณรงค์, Air Traveler Gateway บนเส้นมอเตอร์เวย์,ป้าย Lightbox ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง ครอบคลุมทั้งจุดรับกระเป๋าภายในประเทศและทางเดินผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ รวมถึงจอดิจิทัลภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสนามบินชั้นนำทั่วประเทศ

รวมทั้ง จอ The Base บนพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ย่านบึงมักกะสัน, Bravo BKK พระราม 9, อาคาร Exchange Tower แยกอโศก, Ploenchit Interchange, โซนสาทร–เซนต์หลุยส์ ใกล้สถานีเซนต์หลุยส์, จอ Twintube ถนนพระราม 4, อาคาร Chartered Square แยกสาทร–สุรศักดิ์, ทางด่วนเฉลิมมหานคร–ดาวคะนอง มุ่งหน้าพระราม 3, ทางด่วนเฉลิมมหานคร-ดินแดง (มักกะสัน) ฝั่งมุ่งหน้าดินแดง, บริเวณทางด่วนบูรพาวิถี กม.2 ขาออก, ทางด่วนเส้นศรีรัช–แจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าด่านประชาชื่น, ทางด่วนศรีรัช-ศรีนครินทร์ ฝั่งมุ่งหน้าดินแดง, ทางด่วนโทลล์เวย์ทั้งขาเข้าและขาออก, โรงแรม SO/ Bangkok ถนนสาทรเหนือ–พระราม 4  และใกล้แลนด์มาร์คของประเทศอย่าง แยกหัวลำโพง ถนนพระราม 4

อีกทั้ง ยังขยายการสื่อสารสู่หัวเมืองหลักในภูมิภาค อาทิ สี่แยก Central Phuket จังหวัดภูเก็ต, สามแยกถนนโพธิ์ศรี จังหวัดอุดรธานี และแยก บขส. จังหวัดชลบุรี, ถนนพหลโยธิน บริเวณร้านของฝากแม่ฮอม, ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ กม.552 จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าลำพูน และวงเวียนหอนาฬิกา จังหวัดลำปาง รวมถึงการฉายภาพยนตร์โฆษณาก่อนภาพยนตร์เริ่มฉายในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รวมถึง Central Embassy และ ICONSIAM เพื่อเสริมการรับรู้ในวงกว้างอีกด้วย

ททท. อยากเชิญชวนคนไทยและแฟนคลับร่วมออกเดินทางตามรอย “ลิซ่า” ทั่วไทย เพื่อร่วมสัมผัสบรรยากาศและเรื่องราวที่สะท้อนเสน่ห์ของประเทศไทย ใครพบเจอ “ลิซ่า” ที่ไหน สามารถถ่ายภาพและร่วมแชร์โมเมนต์ความประทับใจผ่านคอมเมนต์ พร้อมบอกเล่าความรู้สึกว่า What does Thailand feel like? หรือ “ประเทศไทยให้ความรู้สึกแบบไหน” และเหตุผลที่ทำให้หลงรักเมืองไทยในแบบของตัวเอง

สามารถร่วมแชร์โมเมนต์ได้ที่ช่องทาง Amazing Thailand Facebook: https://www.facebook.com/share/p/1CWXsP2qWo/  X (@go2Thailand): https://x.com/i/status/2024046238279381111

คุณแหน : 21 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 21 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 21 กุมภาพันธ์ 2569

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • งาน “50 ปี หิรัญกาลมนุษยศาสตร์ มช.191” หรือ ฉลองครบรอบ 50 ปีที่เป็นเพื่อนกันของ น้องใหม่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) รหัส 191 จัดไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 19 ก.พ.2569…มีอดีตเฟรชชี่ 50 ปีก่อน มารวมตัวกัน ที่วัดฝายหิน ใกล้ มช. เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ คณาจารย์ 14 คน และเพื่อนร่วมรุ่นที่เดินทางไกลไปสู่สรวงสวรรค์ 25 คน หลังจากนั้นในช่วงบ่าย เหล่ามนุษย์ฯ 191 ก็ได้ไปเยี่ยมชมคณะมนุษยศาสตร์ พร้อมมอบทุนการศึกษาให้รุ่นน้อง ในนามรุ่นพี่ รหัส 191… ตกค่ำมีงานรื่นเริงกับดนตรีและอาหาร ณ บ้านกางโต้ง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของ พ่อเลี้ยงดิษฐ์ – ประดิษฐ์ ทายะมหา หนึ่งในเพื่อนร่วมรุ่น ผู้สนับสนุน สถานที่ ดนตรี และอาหารมิชลินสไตล์แม่ฮ่องสอน ให้แก่เพื่อนๆ นอกจากนี้ ปุ๊ก หนึ่งในเพื่อนร่วมรุ่น เจ้าของบริษัททำเสื้อ ได้จัดทำเสื้อรุ่น 191 แจกให้เพื่อนๆคนละ 2 ตัวด้วย…งานสนุกสนาน บันเทิงเริงรมย์สมกับเป็นงานของชาวมนุษย์ฯ มช…งานดังกล่าว สุมนา ศุขนิทร ประสานสิบทิศให้เพื่อนๆกว่า 60 คนได้มาร่วมทำบุญและสังสรรค์ย้อนวัยสมัยยังหนุ่ม ยังสาว ด้วยความสุขสนุกสนาน…
  • โครงการ เครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่า พ.อ.สันดุษิต ดีบุกคำ และคณะ ติดตามโครงการเยาวชนรักษ์บ้านรักป่า ที่ รร.บ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นโรงเรียนชายขอบอยู่ในป่าใหญ่ติดกับสันผีปันน้ำ…รู้สึกชื่นชมคณะครูตั้งใจนำสิ่งที่เรียนรู้จากโครงการไปพัฒนาแผนการจัดการเรียนการสอนให้เป็นแบบหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการเข้ากับหลักสูตรแกนกลางรวมทั้งปรับเปลี่ยนเป็น active learning…
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ส้มโอเวียงแก่น” ผลไม้เด่นแห่งลุ่มน้ำงาว เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 9 ของจ.เชียงราย โดยมีลักษณะภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้มีคุณภาพโดดเด่นเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ…ส้มโอเวียงแก่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI มีทั้งหมด 3 พันธุ์ ได้แก่ ขาวใหญ่ ทองดี เซลเลอร์…
  • มิตรสหายร่วมรุ่นพิบูลวิทยาลัย นำโดย เกษรา บุตรโพธิ์ , รุ่งนภา ตันยูวรรธนะ ,ศิริกัณหา กระแสสินธุ์ ,จักรชัย บาลี และ พล.อ.อ.อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะฯ จัดเลี้ยงให้ ดวงตา ทองตันไตร ซึ่งไปประจำทำงานที่อเมริกา กลับมาเยี่ยมเมืองไทยทุกสองปี ทำให้การพบปะครั้งนี้เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน ที่ D&D Music Restaurant แจ้งวัฒนะ 5 เมื่อเที่ยงวันก่อน…
  • ยินดีกับ วิรุณภพ สุภาพ อดีต ผอ.ภาคฯด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็น นายก อบต.ดู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ หลังเกษียณราชการหันมาเล่น การเมืองท้องถิ่น…
  • เสียใจกับ สาวิตรี ศรีสุข อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สูญเสีย คุณพ่อ ประเสริฐ กำหนดงานประชุมเพลิง วันที่ 21 ก.พ.เวลา 16.30น. ณ เมรุวัดศรีเรืองบุญ บางกรวย นนทบุรี…
  • ต้องทำตนเป็นตัวอย่าง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม(กรมลดโลกร้อน เรียกตามภาษาชาวบ้าน)มีพาหนะ รถตู้ไฟฟ้า(อีวี)12 ที่นั่งคันแรก ของประเทศ จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกแล้ว…ทั้งนี้ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น Net Zero ในปีค.ศ.2050…
  • หมู่บ้านตัวอย่าง รักประชาธิปไตย ว่ากันว่า นิติบุคคลของ หมู่บ้านเดอะวิลล่าเอ็กซ์คลูซีฟโซน คู้บอน รามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน ได้ทำแผนที่ รายละเอียดของสถานที่ที่ลูกบ้านต้องไปเลือกตั้ง พร้อมลงภาพผู้ลงสมัคร ส.ส.ในพรรคต่าง ๆ และภาพหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ไว้ในเขตของหมู่บ้านฯ เพื่อให้สมาชิกได้ทราบ และไปเลือกตั้งกันได้สะดวก เมื่อวันเลือกตั้งที่ผ่านมา…ลูกบ้านนิยมชมชื่นในวิสัยทัศน์ที่เปี่ยมด้วยประชาธิปไตยนี้เป็นอย่างยิ่ง !!…

บารอนเนส

found & found ถอดสูตรสกินแคร์แบบสาวเกาหลี จาก 10 Steps สู่ 5 Steps เรียบง่าย ที่ทำได้จริงในทุกวัน

found & found ถอดสูตรสกินแคร์แบบสาวเกาหลี จาก 10 Steps สู่ 5 Steps เรียบง่าย ที่ทำได้จริงในทุกวัน

found & found ถอดสูตรสกินแคร์แบบสาวเกาหลี จาก 10 Steps สู่ 5 Steps เรียบง่าย ที่ทำได้จริงในทุกวัน

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.15 น.

ในยุคที่ Skincare product มีให้เลือกมากมายจนผู้บริโภคแทบตัดสินใจไม่ถูก การมี “รูทีนดูแลผิวที่เรียบง่าย แต่ได้ผลจริง” จึงกลายเป็นเทรนด์ใหม่ โดยเฉพาะกระแส K – Beauty ที่ไม่ได้โฟกัสความขาวหรือการปกปิด แต่ให้ความสำคัญกับคำว่า Glass Skin, Healthy Skin และ Skin Barrier ให้ผิวสุขภาพดีจากภายใน     ดูใสแบบเป็นธรรมชาติ

found & found ในฐานะผู้นำด้านสุขภาพและความงาม ที่คัดสรรบิวตี้ไอเทมจากญี่ปุ่นและเกาหลี     ได้ถอดสูตรการดูแลผิวสาวเกาหลีให้ตรงตาม 5 Steps Skincare Routine ภายใต้คอนเซ็ปต์ Simple. Easy. Everyskin. เรียบง่าย ใช้ง่าย เหมาะกับทุกสภาพผิว แถมขั้นตอนไม่เยอะ ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

จากรูทีน 10 ขั้นตอนแบบเพื่อนสาวเกาหลี found & found คัดมาเน้น ๆ 5 ขั้นตอนที่ “ผิวต้องการจริง”

1. Cleanse –หัวใจของผิวดี เริ่มจากผิวสะอาด ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ทำความสะอาดสิ่งสกปรก ลดการอุดตันของรูขุมขน โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ช่วยรักษาสมดุลผิวตามแนวคิด Korean skincare ที่ให้ความสำคัญกับความอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง

  • FIF by Faith in Face Truly Waterly Cleansing Water ผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดสูตรน้ำ ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติหลักรวม 14 ชนิด เช็ดเมคอัพอย่างอ่อนโยนในขั้นตอนเดียว
  • Dr.Plinus Z Acne Cleanser ชำระล้างผิวอย่างล้ำลึกโดยไม่ระคายเคือง ด้วยเนื้อสัมผัสที่แน่นและฟองละเอียด ทำความสะอาดอย่างหมดจดโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

2. Prep – เตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง ขั้นตอนสำคัญแบบสาวเกาหลี ที่ช่วย “ปลุกผิว” ให้พร้อมรับการบำรุง ใช้โทนเนอร์หรือ Pad เช็ดผิว เพื่อปรับสมดุล เติมน้ำให้ผิว และช่วยให้สกินแคร์ขั้นตอนถัดไปซึมซาบได้ดีขึ้น

  • Abib Glutathiosome Dark Spot Pad Vita Touch แผ่นโทนเนอร์เติมน้ำให้ผิวฉ่ำ พร้อมช่วยลดเลือนจุดด่างดำ
  • Torriden Balanceful Cica Toner Pad 60 Sheets ช่วยปลอบประโลมผิว ขจัดความมันส่วนเกิน และช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

3. Treat – ดูแลปัญหาผิวแบบตรงจุด เลือกเซรั่มหรือแอมพูลที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวเฉพาะบุคคล เช่น ผิวอ่อนแอ รอยแดง สิว หรือผิวขาดน้ำ เน้นการดูแลแบบเฉพาะจุด ไม่บำรุงเกินความจำเป็น

  • Bioheal BOH Probioderm 3D Lifting Ampoule ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย 3 มิติ ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แน่นตึง ดูอ่อนเยาว์
  • Mediheal Vitamin C Brightening Serum ปลุกผิวใส ชุ่มชื้นยาวนาน ฟื้นฟูปัญหาผิวหมองคล้ำอย่างอ่อนโยน

4. Moisturize – เติมความชุ่มชื้น ล็อกน้ำให้ผิว แข็งแรงจากภายใน ทาครีมบำรุงเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว ให้ผิวแข็งแรง ดูฉ่ำใสแบบ Glass Skin Look สุขภาพดีในระยะยาว

  • Corthe Dermo Essential Moisture-Rx Recharging ครีมเนื้อเจลตัวดัง ซึมซาบเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้า บำรุง ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • Rojukiss Reju-PDRN Moisture Boost & Lock Gel Cream ฟื้นบำรุงผิวแห้งขาดน้ำ ให้ผิวดูสุขภาพดี เนื้อบางเบา ซึมไว ให้ผิวอิ่มน้ำ พร้อมล็อคความชุ่มชื้นยาวนาน

5. Protect – ปกป้องผิวจากแดด หัวใจของสกินแคร์ที่สำคัญที่สุด ปกป้องผิวจากแสงแดด รังสี UV มลภาวะ และฝุ่น PM2.5 ด้วยครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพราะในวัฒนธรรมความงามแบบเกาหลี “กันแดด” คือสกินแคร์ขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของผิวดี

  • Haruharu Wonder Black Rice Moisture Airyfit Daily Sunscreen SPF50+/PA++++ กันแดดเนื้อซึมเข้าผิวเร็ว พร้อมสารบำรุงจัดเต็มจากสารสกัดจากข้าวดำหมัก จากประเทศเกาหลี
  • Beauty of Joseon Relief Sun Aqua-Fresh Rice B5 SPF50+ PA++++ ด้วยส่วนผสมของน้ำรำข้าว และแพนทีนอล ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และปกป้องผิวจากรังสียูวี ให้ผิวสดชื่น เปล่งปลั่ง ซึมซาบเร็ว เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน

รูทีนนี้เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยากเริ่มดูแลผิวแบบจริงจัง แต่ไม่อยากทำหลายขั้นตอน
  • คนวัยเรียน วัยทำงานที่ต้องการสกินแคร์ที่ใช้ง่าย ประหยัดเวลา
  • ผู้ที่ชอบแนว Korean skincare แต่ต้องการความเรียบง่าย
  • คนที่มองหา Skincare product ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

found & found เชื่อว่า…ผิวสวยไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้อง “ถูกขั้นตอน” และ “สม่ำเสมอ” เพราะผิวสุขภาพดี คือผลลัพธ์ของการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน สัมผัสประสบการณ์ 5 Steps Skincare Routine สไตล์ found & found ทดลองทำรูทีนง่าย ๆ เพื่อผิวสุขภาพดีในทุกวันของคุณ ได้แล้ววันนี้ที่หน้าร้าน found & found ทุกสาขา หรือเลือกช้อปสินค้าอื่นๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วกดผ่านช่องทาง GrabMart Line Man Mart, Shopee, Lazada และ Tiktok Shop คลิกเลย   https://foundnfound.click/bn1

พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์บิวตี้รูปแบบใหม่สไตล์ J/K Beauty เจอครบจบที่ found & found และติดตามข่าวสารกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: foundnfound.official, IG: found.n.found  LINE Official Account: @foundnfound หรือคลิก https://bit.ly/foundnfound-line

#JKBeautyเจอครบจบที่นี่ #foundnfound #genderless #SimpleEasyEverySkin #KoreanSkincare Routine

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ ชวนนิสิต-นักศึกษา ประชันไอเดีย ‘พันธุ์ไทย…ดีไซน์อะไรก็เป็นไปได้’ ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 600,000 บาท

'กาแฟพันธุ์ไทย' ชวนนิสิต-นักศึกษา ประชันไอเดีย 'พันธุ์ไทย...ดีไซน์อะไรก็เป็นไปได้' ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 600,000 บาท

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ ชวนนิสิต-นักศึกษา ประชันไอเดีย ‘พันธุ์ไทย…ดีไซน์อะไรก็เป็นไปได้’ ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 600,000 บาท

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.01 น.

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด หนึ่งในธุรกิจ Non-Oil เครือบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เดินหน้าสนับสนุนการศึกษาและพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการประกวดออกแบบกราฟิก “พันธุ์ไทย…ดีไซน์อะไรก็เป็นไปได้” เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานการออกแบบกราฟิกบนรถฟู้ดทรัคพันธุ์ไทย โดยนำผลงานที่ได้รับรางวัลมาผลิตใช้งานจริง และออกเดินทางนำเสนองานศิลปะสู่สายตาผู้คนทั่วประเทศ พร้อมชิงรางวัลทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท

นางสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เผยว่า “พันธุ์ไทยมุ่งมั่นสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการที่เชื่อมโยงทักษะกับการปฏิบัติงานจริง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบาริสต้าน้อย ร่วมกับโรงเรียนหอวัง ให้เยาวชนได้ฝึกอาชีพในร้านกาแฟพันธุ์ไทย, TU Co-Learning Space by PTG พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนที่เชื่อมโยงประสบการณ์ตรง, CBS Café by PTG ต้นแบบกิจการเพื่อสังคมที่บ่มเพาะทักษะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โครงการสนับสนุนเด็กและเยาวชนในศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ชลบุรี ให้มีโอกาสทำงานและกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ รวมไปถึงโครงการล่าสุด ที่พันธุ์ไทยจับมือสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ชวนนิสิตนักศึกษาครีเอทรถฟู้ดทรัคให้กลายเป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ ผ่านการตีความ DNA ของพันธุ์ไทยในมุมมองใหม่ ผสานอัตลักษณ์ไทยร่วมสมัยได้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมนำไปผลิตใช้งานได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่จำเป็นต้องรอเรียนจบ ก็สามารถมีผลงานระดับประเทศได้ และนั่นคือก้าวแรกสู่การเป็นศิลปินหรือนักออกแบบมืออาชีพในอนาคต”

เพราะพันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้ โครงการนี้จึงเปิดกว้างสำหรับทุกไอเดียอย่างไร้ขีดจำกัด โจทย์คือการออกแบบลวดลายกราฟิกบนรถฟู้ดทรัคที่โดดเด่น ทันสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และยังคงสะท้อน DNA ของพันธุ์ไทยได้อย่างชัดเจน ภายใต้คอนเซปต์ “พันธุ์ไทย…ดีไซน์อะไรก็เป็นไปได้” ผลงานที่ชนะการประกวดจะไม่ได้เป็นแค่ไฟล์ดิจิทัลอยู่บนหน้าจอ แต่จะถูกผลิตและขับเคลื่อนไปทั่วประเทศบนรถฟู้ดทรัคพันธุ์ไทยได้จริง

รางวัลการประกวดสำหรับผู้สมัคร

รางวัลชนะเลิศ: ทุนการศึกษา 200,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง: ทุนการศึกษา 100,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง: ทุนการศึกษา 50,000 บาท
รางวัลชมเชย (7 รางวัล): ทุนการศึกษา รางวัลละ 20,000 บาท

รางวัลพิเศษสำหรับสถานศึกษา

ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 10 ทีม รับทุนสนับสนุนสถานศึกษาละ 20,000 บาท

คุณสมบัติและกติกาการสมัคร: นิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษา (ทั้งภาครัฐและเอกชน) สามารถสมัครได้ทั้ง แบบเดี่ยว หรือ แบบทีม (สมาชิกไม่เกิน 3 คนต่อทีม) โดยสมาชิกในทีมจะต้องศึกษาอยู่ในสถาบันเดียวกัน

การส่งผลงาน:

สถาบันอุดมศึกษาสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ ไม่จำกัดจำนวนทีม
ผู้สมัครส่งผลงานเข้าประกวดได้ ทีมละ 1 ผลงาน เท่านั้น
ชื่อผู้สมัครแต่ละคน สามารถเป็นสมาชิกได้เพียง 1 ทีม เท่านั้น
ผู้สมัครแต่ละทีมจะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษารับรองการสมัคร
ส่งผลงานออกแบบในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล (Adobe Photoshop, Illustrator ฯลฯ) ความละเอียด 300dpi

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ลิงค์: https://bit.ly/403BiDc และส่งผลงานผ่านทางอีเมล: bkkdesigncontest@assemblyglobal.com ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 24 เมษายน 2569 (เวลา 23.59 น.) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 092 135 1419 ติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง เฟซบุ๊ค: http://www.facebook.com/PunthaiDesignContest (พันธุ์ไทยดีไซน์อะไรก็เป็นไปได้)

ทรู คอร์ปอเรชั่น มอบ True Tourist Infinite SIM พร้อมเน็ต Unlimited สนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนบาลี–สันสกฤต ครั้งที่ 4

ทรู คอร์ปอเรชั่น มอบ True Tourist Infinite SIM พร้อมเน็ต Unlimited สนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนบาลี–สันสกฤต ครั้งที่ 4

ทรู คอร์ปอเรชั่น มอบ True Tourist Infinite SIM พร้อมเน็ต Unlimited สนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนบาลี–สันสกฤต ครั้งที่ 4

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.08 น.

ทรู คอร์ปอเรชั่น เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเผยแพร่และต่อยอดองค์ความรู้ทางพุทธศาสนา เพื่อสร้างประโยชน์แก่บุคคลและสังคมในวงกว้าง จึงให้การสนับสนุน True Tourist Infinite SIM พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต Unlimited แก่คณะพระภิกษุนานาชาติที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนพระภิกษุนานาชาติบาลี–สันสกฤต ครั้งที่ 4 ประจำปี พ.ศ. 2569 (4th Pali-Sanskrit International Bhikkhu Exchange Program 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พุทธธรรมเพื่อการพัฒนาและสันติภาพ”

เขมณัฏฐ์ วชิรรัตนวงศ์ หัวหน้าสายงานโมบายล์ ดีไวซ์ คอนเวอร์เจนซ์และความยั่งยืน บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, กรุณพล  พานิช ผู้จัดการทั่วไป หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ, โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์ และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, น.พ. บัญชา  พงษ์พานิช ผู้อำนวยการ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ, ศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, กรอบแก้ว ปัญญารชุน กรรมการบริหาร หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางพุทธศาสนาให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงร่วมอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร เพื่อให้พระภิกษุจากหลากหลายประเทศสามารถศึกษาค้นคว้า แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และติดต่อประสานงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดโครงการ

สำหรับรูปแบบกิจกรรมของโครงการ เป็นแผนการดำเนินงานระยะยาวที่มุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสายธรรม โดยคัดเลือกและนิมนต์พระภิกษุจากทั้งสายธรรมบาลีและสายธรรมสันสกฤต จาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ศรีลังกา และทิเบตที่พำนักอยู่ในประเทศอินเดีย ประเทศละ 15 รูป รวมทั้งสิ้น 45 รูป เพื่อเดินทางไปเยือนและใช้ชีวิตร่วมกันตามวิถีของสายธรรมที่แตกต่างกัน เป็นระยะเวลาประมาณ 15 วัน

‘ปริม ปราชญ์นคร’ สาวน้อยวัย 17 ปี ผู้พกความฝันและตุ๊กตานำโชคสู่วงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026’

‘ปริม ปราชญ์นคร’ สาวน้อยวัย 17 ปี ผู้พกความฝันและตุ๊กตานำโชคสู่วงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026’

‘ปริม ปราชญ์นคร’ สาวน้อยวัย 17 ปี ผู้พกความฝันและตุ๊กตานำโชคสู่วงสวิง ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026’

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.35 น.

ชลบุรี-ท่ามกลางนักกอล์ฟสตรีระดับโลก 72 คน ที่พร้อมประชันวงสวิงในศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” ครั้งที่ 19 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา มีชื่อของเด็กสาววัย 17 ปีคนหนึ่งปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน และเธอคือ “ปริม ปราชญ์นคร” นักกอล์ฟสมัครเล่นเพียงคนเดียวของรายการในปีนี้

สำหรับใครหลายคน นี่คือการแข่งขันระดับโลก แต่สำหรับปริม นี่คือความฝันในวัยเด็กที่กำลังกลายเป็นความจริง ย้อนกลับไปเมื่ออายุเพียง 9 ขวบ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเคยมานั่งดูการแข่งขันรายการนี้กับครอบครัว เธอเงยหน้ามองโปรระดับโลกที่เดินผ่านหน้าแฟร์เวย์ แล้วบอกตัวเองเงียบ ๆ ว่า “สักวันหนึ่ง หนูอยากลงเล่นในสนามนี้บ้าง”

วันนี้ เธอได้ทำตามคำสัญญานั้นกับตัวเองแล้ว ปริมในวัย 17 ปี คือหนึ่งในนักกอล์ฟทีมชาติไทย เจ้าของ 2 เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปลายปี 2025 รวมถึงแชมป์ระดับนานาชาติหลายรายการ ทั้ง มันดิรี ชีปูตรา กอล์ฟเพรอเนอร์ จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ ที่อินโดนีเซีย, ยูเออีคัพ, สิงคโปร์ วีเมนส์ โอเพ่น อะเมเจอร์ และ ฟินนิช วีเมนส์ อะเมเจอร์ ปี 2024

เส้นทางของเธอไม่ได้เริ่มต้นจากความตั้งใจจะเป็นนักกอล์ฟตั้งแต่แรก เด็กหญิงที่เคยเล่นกีฬาหลากหลายชนิด ค่อย ๆ หลงรักกอล์ฟอย่างจริงจังเมื่ออายุ 9 ขวบ ภายใต้แรงสนับสนุนของคุณพ่อ ยศวิน ปราชญ์นคร ผู้บรรยายกีฬาชื่อดัง และผู้ใกล้ชิดวงการกอล์ฟ จากการซ้อมเล็ก ๆ ในวันนั้น สู่การสวมเสื้อทีมชาติไทยในวันนี้ ทุกก้าวคือการเติบโตที่ไม่รีบร้อน

นอกสนาม ปริมยังคงเป็นวัยรุ่นธรรมดา เมื่อว่างจากการฝึกซ้อมหรือแข่งขัน เธอชอบใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เล่นสเก็ตบอร์ด หรือสนุกเกอร์ รวมถึงติดตามรายการโปรดอย่าง “The Face Thailand” ที่เธอชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก เพราะเธอมีอีกหนึ่งความฝันเล็ก ๆ ว่าอยากลองเป็นนางแบบดูสักครั้งในชีวิต แต่เมื่อก้าวเข้าสู่สนามกอล์ฟ เธอกลับโฟกัสเต็มที่กับทุกช็อต และพกตุ๊กตานำโชคอย่างแพทริก สตาร์ จากการ์ตูน SpongeBob SquarePants และ Monchhichi อีกหลายตัวห้อยติดถุงกอล์ฟไว้เสมอ เพื่อเตือนตัวเองให้ “เล่นให้สนุก” ในทุกครั้งที่ลงแข่ง”

“หนูจะไม่ตั้งความหวังกับตัวเองมากเกินไปค่ะ แค่ออกไปเล่นให้เต็มที่และสนุกกับเกมของตัวเอง หนูเชื่อว่าถ้าเราผ่อนคลาย ผลงานจะออกมาดีที่สุด” คำพูดของเธอฟังดูเรียบง่าย แต่ซ่อนความเข้าใจในเกมและในตัวเองเกินวัย ปริมยอมรับว่า “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์” คือหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้เธออยากก้าวสู่เวทีโลก “หนูว่ารายการนี้เป็นรายการที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของกอล์ฟหญิงไทย มันทำให้เด็ก ๆ เห็นว่าความฝันไปได้ไกลแค่ไหน หนูก็อยากเป็นนักกอล์ฟอาชีพ และเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ในอนาคต ถ้ายังไม่ผ่านการคัดเลือก ก็อาจเริ่มจากเอปสัน ทัวร์ เพื่อเก็บประสบการณ์ก่อนค่ะ”

เส้นทางของเธอวางไว้ชัดเจน ปริมมีแผนไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ก่อนก้าวสู่การเทิร์นโปรเต็มตัว อนาคตยังอีกยาวไกล แต่ก้าวแรกบนเวทีแอลพีจีเอได้เริ่มต้นแล้ว ในแต่ละสัปดาห์ของแอลพีจีเอ ทัวร์ เรามักเห็นธงชาติไทยปรากฏอยู่ในฟิลด์การแข่งขัน และอาจไม่นานเกินรอ ชื่อของ “ปริม ปราชญ์นคร” จะกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่แฟนกอล์ฟทั่วโลกคุ้นเคย

วันนี้ เธออาจเป็นเพียงนักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 17 ปี แต่ความกล้าฝันของเธอ…กำลังเติบโตเร็วกว่าวัย และตุ๊กตานำโชคที่ห้อยอยู่ข้างถุงกอล์ฟ อาจเป็นสัญลักษณ์เล็ก ๆ ของการเตือนตัวเองเสมอว่า ไม่ว่าจะยืนอยู่บนเวทีระดับไหน อย่าลืมเล่นให้สนุก

คอนเสิร์ตรับวาเลนไทน์ ‘ELVIS IN LOVE’ รวมบทเพลงรักของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล

คอนเสิร์ตรับวาเลนไทน์ 'ELVIS IN LOVE' รวมบทเพลงรักของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล

คอนเสิร์ตรับวาเลนไทน์ ‘ELVIS IN LOVE’ รวมบทเพลงรักของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.27 น.

จบลงด้วยความประทับใจ สำหรับคอนเสิร์ต “ELVIS IN LOVE” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง คอนเสิร์ตแรกแห่งปีต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก โดยนำ บทเพลงรักหลากสไตล์ของ เอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล มาถ่ายทอดผ่านเสียงร้องของเหล่านักร้องเอลวิสชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ที่มาโชว์เสียงร้องอันไพเราะ พร้อมโชว์ลีลาท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ 

นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง นำศิลปินนักร้องและนักดนตรี วง Big Band เฉลิมราชย์ ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต โดยมีโก๋รุ่นเก๋า อ.วิรัช อยู่ถาวร(ศิลปินแห่งชาติ) เป็นผู้ควบคุมนักดนตรีฝีมือฉกาจร่วมบรรเลง คอรัสคุณภาพ ศุภกิจ กัลยาณกุล(เข้ม) – นัฏฐ์นลี สุรพลานันท์(น้อง) โกมุท คงเทศ พิธีกรอารมณ์ดี นำเข้าสู่บรรยากาศคอนเสิร์ต พาแฟนคลับย้อนเข้าสู่ยุคเอลวิส เพรสลีย์ ครองตลาดเพลงโลก 

เปิดตัวด้วย วสุ แสงสิงแก้ว, เล็ก เพรสลี่ย์, ผุสดี เอื้อเฟื้อ, จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ, วิชญ ผาติหัตถกร, ศตวรรษ ตุงคะรัต และนนทิยา จิวบางป่า พร้อมด้วยเอลวิสรุ่นใหม่แชมป์จากเวที “โก๋หลังวัง” ชลธาร เซ็นเชาวนิช (บาร็อก) และ ณัฐภัท กปิลกาญจน์ (เฟิร์ส) ร่วมถ่ายทอดเพลงรักหลากหลายอารมณ์ ซึ่งเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตเป็นที่รู้จักทั่วโลก มาให้ฟังกันอย่างเต็มอิ่ม อาทิ Heartbreak Hotel, It’s now or never, Make me know it, Welcome to my world, The girl of my best friend, Surrender, I Need Your Love Tonight, And I love you so, Let it be me, What’d I say, Blue suede shoes ที่ผู้ชมร้องตามกันได้แทบทุกเพลง 


 
ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลงรักจังหวะสนุกๆ ที่นักร้องเอลวิสเมืองไทยออกมาขับร้องหมู่ร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศความสนุกสนาน เต็มอิ่มกันไปทั้งนักร้อง นักดนตรี ผู้ชมและผู้จัด

สำหรับผู้ที่พลาดชมคอนเสิร์ต ELVIS IN LOVE ในครั้งนี้ ท่านสามารถติดตามรับชมข้อมูลข่าวสารต่างๆได้ที่ เฟสบุ๊คแฟนเพจ ศาลาเฉลิมกรุง เพื่อไม่พลาดข้อมูลข่าวสารดีๆ

2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า ‘น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มี.ค. 2569 ณ สยามพารากอน

2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า 'น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง'  ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มี.ค. 2569 ณ สยามพารากอน

2 ศิลปินแห่งชาติ ผสานพลังศิลปินชั้นนำไทย สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปกรรมทรงคุณค่า ‘น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มี.ค. 2569 ณ สยามพารากอน

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.17 น.

สยามพารากอน ได้รับเกียรติจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ พร้อมด้วยศิลปินชั้นนำของไทย รวม 20 ท่าน ร่วมกันจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการศิลปกรรมอันวิจิตร งดงาม และร่วมสมัย ตั้งแต่วันนี้ถึง  25 มีนาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

ชฎาทิพ จูตระกูล, สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์, อ.ปรีชา เถาทอง, ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, อ.ถาวร โกอุดมวิทย์ และผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์

ชฎาทิพ จูตระกูล, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์, อ.ปรีชา เถาทอง และอ.ถาวร โกอุดมวิทย์

นิติกร กรัยวิเชียร, ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ

อัญชะลี ไพรีรัก ผู้อำนวยการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า, จันทร์จิรา จูแจ้ง และชฎาทิพ จูตระกูล

จรรยา สว่างจิตร, พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ

สำหรับพิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อค่ำวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ ตลอดจนศิลปินมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ  ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์, จรสิริ สุกรเกยูร, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล, สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, จรรยา สว่างจิตร, พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ, สลิล ล่ำซำ, ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์,
ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์, นิติกร กรัยวิเชียร และ เสริมคุณ-วาดฝัน คุณาวงศ์ 
เป็นต้น

สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

ครอบครัวบุณยัษฐิติ

ดอย ธิเบศร์, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ และธัญลักษณ์ นาคเงิน

ณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ และสลิล ล่ำซำ

นิทรรศการครั้งนี้มีความพิเศษยิ่ง ด้วยการนำเสนอผลงานจาก 2 นิทรรศการสำคัญ โดยศิลปินแห่งชาติ 2 ท่าน ได้แก่ นิทรรศการ “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” และ นิทรรศการ “กราบ / สักการะ” ซึ่งศิลปินระดับ
ชั้นครูของไทยร่วมถ่ายทอดความหมายแห่งการน้อมรำลึกให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ชวนผู้ชมสัมผัสความซาบซึ้งทั้งในมิติของ “ความงาม” และ “ความหมาย” ที่ประณีตลึกซึ้ง

ย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง

นิทรรศการ “ศิลป์สดุดี พระบารมีคู่แผ่นดิน” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2552 นำเสนอผลงานที่ตั้งอยู่บนแนวคิดหลัก “พระเจ้าอยู่หัวคือน้ำ ฉันคือป่า” อันเป็นพระราชดำรัสที่สะท้อนความสัมพันธ์ของการทรงงานที่เกื้อกูลกัน ระหว่าง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผลงาน อ.ปรีชา เถาทอง

อาจารย์ปรีชา ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านภาพแทน “การพัฒนาคน” เปรียบคนเสมือนต้นไม้ในป่าที่ต้องได้รับสายน้ำหล่อเลี้ยงอย่างพอดีจึงจะเติบโตงอกงาม เชื่อมโยงสู่ศาสตร์พระราชา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดการพัฒนาศักยภาพมนุษย์จากภายใน ทำให้นิทรรศการมิใช่เพียงการแสดงภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ หากเป็นพื้นที่แห่งการ “ถอดรหัสพระราชปณิธาน” ผ่านศิลปะ เพื่อสะท้อนการสร้างคน สร้างวัฒนธรรม และสร้างประเทศอย่างยั่งยืน

ผลงาน อ.ปรีชา เถาทอง

“สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในฐานะ ผู้ทรงเห็นคุณค่าของมนุษย์และภูมิปัญญาท้องถิ่น พระองค์ทรงงานเพื่อฟื้นฟูศักดิ์ศรีของชาวบ้านและช่างศิลป์ ให้สามารถนำรากเหง้าทางวัฒนธรรมมาสร้างสัมมาอาชีพอย่างยั่งยืน พระราชเสาวนีย์ของพระองค์นำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่เพียงงดงามในเชิงรูปแบบ แต่มีคุณค่าในเชิง “ระบบคิด” ตั้งแต่การส่งเสริมครูช่าง การสร้างลวดลายที่เป็นลิขสิทธิ์ของไทย ไปจนถึงการยกระดับศิลปาชีพสู่เวทีสากล” อาจารย์ปรีชากล่าวแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานในนิทรรศการครั้งสำคัญนี้  

ผลงานศิลปินชั้นนำของไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือผลงานเด่นที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อนจำนวน 9 ชิ้น รวมถึงการรวมพลังของศิลปินชั้นนำของไทย รวม 20 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร – ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ.2565, ศาสตราจารย์เกียรติคุณญาณวิทย์ กุญแจทอง, ศาสตราจารย์ทินกร กาษรสุวรรณ , ผศ.ดร.อภิชาติ ผลประเสริฐ, สนั่น รัตนะ, สมภพ บุตราช , เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล, สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ, สมเกียรติ เสียงวังเวง, เชาวฤทธิ์ เตยขาว, นพแก้ว ประยูรเมธา, พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ, รศ.นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส, จักรี คงแก้ว, อิทธิพล พัฒรชนม์, สุริยา นามวงษ์, ธัฐบดินทร์
บุญเนื่อง, ชุมพล พรหมจรรย์ และ ฐิตาภา รัตนะ
 ร่วมรังสรรค์ผลงานเพื่อถวายความเคารพและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดซึ้ง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ 

นิทรรศการ “กราบ / สักการะ” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ. 2564 นำเสนอผลงาน จิตรกรรมเทคนิคผสม ที่จัดแสดงภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระราชปณิธานอันมั่นคง ตลอดจนพระราชกรณียกิจที่เปี่ยมคุณูปการต่อผืนแผ่นดินและประชาชน

ผลงาน อ.ถาวร โกวิทย์อุดม

ผลงานชุดนี้ถ่ายทอด “ความเคารพจากหัวใจ” ผ่านท่วงทำนองของสี เส้น และชั้นเชิงแห่งวัสดุสร้างบรรยากาศสงบ งดงาม และสง่างาม ชวนผู้ชมวางความเร่งรีบของชีวิตลงชั่วครู่ เพื่อพิจารณาความหมายของคำว่า “กราบ” และ “สักการะ” ในฐานะการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ยังคงสถิตในความทรงจำร่วมของสังคมไทย

ผลงาน อ.ถาวร โกวิทย์อุดม

“ผลงานชุดนี้สร้างสรรค์ขึ้นภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในช่วงเวลานั้นผมได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านจากสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายแขนง จึงเกิดความตั้งใจอยากนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยเลือกผสาน 3 เทคนิคเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ และภาพวาด หลอมรวมกัน เพื่อต้องการถ่ายทอดความรู้สึกเคารพและศรัทธาที่มีต่อพระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นดั่ง ‘กายานุปติสถาน’ ด้วยพระบุคลิกที่สงบนิ่ง สำรวม สุภาพ อ่อนโยน และงดงาม พระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาสร้างสรรค์ ล้วนสะท้อนพระสิริโฉมอันวิจิตรและสง่างาม อีกทั้งพระองค์ท่านยังทรงเป็นผู้นำด้านรสนิยมและแฟชั่นที่งดงามเหนือกาลเวลา จึงนับเป็น ‘แบบอย่าง’ ที่ประชาชนพร้อมใจกันกราบสักการะอย่างแท้จริง” อ.ถาวร กล่าวถึงแรงบันดาลใจในรังสรรค์ผลงาน

 สัมพันธ์-ดร.อัญจลา จารุมิลินท

 สุริยน ศรีอรทัยกุล

ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย ) มาร่วมแสดงความยินดี กับ 2 ศิลปินแห่งชาติ

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, วรอมาต อมาตยกุล

ดลชัย บุณยะรัตเวช, จิระนันท์ พิตรปรีชา

 เสริมคุณ-วาดฝัน คุณาวงศ์

นิทรรศการ “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งนี้ มิได้นำเสนอเพียงความงดงามทางทัศนศิลป์ หากยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้สัมผัส “แก่นความคิด” อันเป็นรากฐานของการสร้างคน สร้างโอกาส และการหล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินด้วยคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม โดยหวังให้แรงบันดาลใจแห่งพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ได้ส่งต่อเป็นพลังบวกในหัวใจของผู้ชมทุกคน

 รวมศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน

บรรยากาศภายในงาน

ทั้งนี้ภายในนิทรรศการจัดแสดงผลงานจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นนำของไทย รวมทั้งสิ้น 48 ผลงาน พร้อมผลงานพิเศษจากศิลปินแห่งชาติ 2 ผลงาน ซึ่ง สยามพารากอน และศิลปินแห่งชาติทั้งสองท่านมีความตั้งใจมอบรายได้จากการจำหน่ายเพื่อสมทบแก่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มีนาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน