เดอะ ปาร์ค จัดงาน ‘She Rises’ ชวนผู้หญิงขยับกาย-พักใจ ฉลองวันสตรีสากล

เดอะ ปาร์ค จัดงาน ‘She Rises’ ชวนผู้หญิงขยับกาย-พักใจ ฉลองวันสตรีสากล

เดอะ ปาร์ค จัดงาน ‘She Rises’ ชวนผู้หญิงขยับกาย-พักใจ ฉลองวันสตรีสากล

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เช้าวันสตรีสากลปีนี้ บรรยากาศที่ Q Garden พื้นที่สีเขียวกลางเมืองบนชั้น 3 ของ The PARQ เต็มไปด้วยพลังบวก และความมีชีวิตชีวา เมื่อ เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมกับ Fullhouse Wellness Club จัดงาน She Rises เปิดพื้นที่ให้มาร่วมดูแลตัวเองผ่านกิจกรรม Morning Wellness Community ที่ผสมผสาน Movement, Mindfulness และ Connection เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อทุกคนได้เริ่มต้นวันด้วยการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

กิจกรรมเริ่มต้นด้วย Mat Pilates ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า ชวนทุกคนค่อย ๆ ขยับร่างกายผ่านท่าบริหารที่เรียบง่ายโดยอาศัยสมาธิและการควบคุมลมหายใจในทุกการเคลื่นไหว ซึ่งจะสัมผัสได้ถึงพลังและความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้นจากภายใน จากนั้นบรรยากาศเปลี่ยนเข้าสู่ช่วง Sound Healing ที่พาสัมผัสความสงบ ดำดิ่งไปกับเสียงบำบัดที่คลอเคล้าไปกับสายลมและแสงแดดยามเช้า เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ปล่อยใจพักจากความเร่งรีบของชีวิตเมือง และใช้ช่วงเวลาสั้ ๆ เพื่อรีเซ็ตตัวเองอีกครั้ง

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มความสมดุลคือ Mindfulness Workshop โด พิม จาก Pimchology เวิร์กช็อปด้านจิตวิทยาที่ให้ผู้เข้าร่วมได้กลับมาฟังเสียงภายใน สำรวจความคิดและความรู้สึกของตัวเองในพื้นที่ที่ปลอดภัย ด้วยวิธีการ Journaling และ Deep Talk แบบเปิดใจ สร้างความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง

บรรยากาศช่วงท้ายของงานเติมเต็มด้วย Matcha Party by Brave Roasters ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำความรู้จักแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายชีวิตใหม่ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสนุกเป็นกันเอง พร้อมเสียงเพลงจากดีเจ เติมความสดใส และพลังบวก ให้เช้าวันนั้นพิเศษยิ่งขึ้น สะท้อนว่า Wellness ในยุคนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลร่างกาย แต่ยังรวมถึงการสร้างความสัมพันธ์และคอมมูนิตี้ที่เติบโตไปด้วยกัน

ในฐานะ Urban Wellness Community เดอะ ปาร์ค ยังมุ่งสร้างพื้นที่ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์คนเมือง ให้การดูแลตัวเองเกิดขึ้นได้อย่างสนุก เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์กับชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริม Wellness ในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด Life Well Balanced งาน She Rises จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลเท่านั้น แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวของการสร้างคอมมูนิตี้ที่สนับสนุนให้ทุกคนหันมาใส่ใจร่างกาย ผ่อนคลายจิตใจ และพัฒนาตัวเองในแบบที่ตัวเองภูมิใจ

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ จากทางเดอะ ปาร์ค ได้ที่
Facebook: The PARQ Instagram: @THEPARQBKK  Line OA: @The PARQ Website: www.theparq.com โทร. 02-080-5700

‘Taste of Longevity’ แนวคิดงาน ‘โครงการหลวง 2026’ ยกทัพวัตถุดิบจากยอดดอย มอบประสบการณ์อาหารยั่งยืนให้คนเมือง

‘Taste of Longevity’ แนวคิดงาน ‘โครงการหลวง 2026’ ยกทัพวัตถุดิบจากยอดดอย มอบประสบการณ์อาหารยั่งยืนให้คนเมือง

‘Taste of Longevity’ แนวคิดงาน ‘โครงการหลวง 2026’ ยกทัพวัตถุดิบจากยอดดอย มอบประสบการณ์อาหารยั่งยืนให้คนเมือง

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้ง !! งาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon” ภายใต้แนวคิด “Taste of Longevity: From Farm to Table” ที่ถ่ายทอดปรัชญาการกินอยู่เพื่อสุขภาพและความยั่งยืน ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสคุณค่าของอาหารที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำพร้อมรังสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพจากวัตถุดิบโครงการหลวง โดยเชฟชื่อดัง ระหว่างวันที่ 18-29 มีนาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน

มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สยามพารากอน, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ Thailand Gastronomy Network (เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย) ยกขบวนวัตถุดิบชั้นเลิศและผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอย ที่โครงการหลวงได้นำไปส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงเพาะปลูกและพัฒนาอย่างพิถีพิถันมายาวนานและต่อเนื่องจนกลายเป็นผลผลิตคุณภาพระดับสากล มามอบประสบการณ์พิเศษแบบสดใหม่ From Farm to Table ให้ชาวเมืองได้สัมผัสอีกครั้ง

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด เพื่อร่วมกันฉายภาพแนวคิด Taste of Longevity: From Farm to Table ซึ่งเชื่อมโยงอาหารเข้ากับการมีสุขภาพที่ดีและยืนยาว ผ่านวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากพื้นที่สูงของประเทศไทยที่ส่งเสริมโดยโครงการหลวง ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การเพาะปลูกอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการคัดสรรอย่างพิถีพิถันให้อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ วัตถุดิบเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและภูเขา แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของโครงการหลวงในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูง ผ่านการวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ภายในงานรวบรวมผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอย ที่โครงการหลวงส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป รวมถึงวัตถุดิบระดับพรีเมียมต่าง ๆ ที่ผ่านกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวตามมาตรฐานสากล ก่อนส่งตรงสู่ผู้บริโภคใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อให้สัมผัสได้ถึงความสดใหม่แบบ From Farm to Table อย่างแท้จริง

ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ “ปลาเทราท์โครงการหลวง” ปลาน้ำจืดคุณภาพสูงที่เลี้ยงในแหล่งน้ำธรรมชาติบนพื้นที่สูงที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 24 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อปลามีความนุ่ม ขาว รสชาติกลมกล่อม เด่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยมีให้เลือกทั้ง ปลาเทราท์สด และ ปลาเทราท์รมควัน และอีกนึ่งวัตถุดิบชั้นเลิศที่ห้ามพลาดคือผลิตภัณฑ์ไทยระดับโลกอย่าง “แบล็คคาเวียร์” ไข่ปลาคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียนสายพันธุ์ไซบีเรียน ที่เพาะเลี้ยงอย่างพิถีพิถันในระบบน้ำไหลเวียนจากน้ำตกสิริภูมิ ภายใต้สภาพอากาศหนาวเย็นบนดอยอินทนนท์ จนได้คาเวียร์คุณภาพเยี่ยม

อีกทั้ง ยังมี ผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพจากยอดดอยของโครงการหลวง ที่สะท้อนเสน่ห์ของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและภูมิปัญญาการปลูกชาบนพื้นที่สูง อาทิ ชากตัญญู–อายุยืน ชาเขียวอัสสัมคั่วหอมที่ผสานกลิ่นมะม่วงและสตรอว์เบอร์รีอย่างลงตัว ให้รสนุ่มละมุนชุ่มคอ, ชาอู่หลง 12 Oolong Tea Set ชุดชาพรีเมียมบรรจุในโถเซรามิคลวดลายพู่กันจีน เหมาะสำหรับนักสะสมและเป็นของขวัญล้ำค่า, ชาขาวไวท์พีโอนี ที่คัดเฉพาะยอดอ่อนของชาป่าบนพื้นที่สูง ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ และรสนุ่มละมุน, ชาแดงอัดแผ่น ที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างพิถีพิถันจนได้รสเข้มลึกและหวานปลายลิ้น, ชุดชาพิเศษชาแดง ที่ผลิตจากยอดชาเก็บมือแบบ 1 ยอด 2 ใบอ่อน ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของชาแดงชั้นดี, ชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมชง ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ขนมไทยผ่านกลิ่นหอมของมะม่วงสุกและข้าวเหนียวมูน และ ชาเขียวป่าดอกเก็กฮวย จากแหล่งปลูกธรรมชาติบนดอยม่อนเงาะ ที่ให้รสเข้มและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของชาอัสสัม

คอกาแฟพบกับ กาแฟอะราบิกาคุณภาพจากแหล่งปลูกบนพื้นที่สูงของโครงการหลวง ทั้ง กาแฟคั่วเมล็ด ดอยสามหมื่น เนทูร่า กาแฟออร์แกนิคจากชุมชนลีซู ให้โน้ตน้ำผึ้ง เบอร์กาม็อต ผลไม้แห้ง และดาร์กช็อกโกแลต, กาแฟคั่วเมล็ด เลอตอ มอนติส จากชุมชนปกาเกอะญอ ที่ให้กลิ่นหอมของเบอร์รี ส้ม คาราเมล และอบเชยอย่างซับซ้อน, กาแฟคั่วเมล็ด แม่ปูนหลวง ซิลว่า จากพื้นที่ปลูกของชุมชนอาข่า ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นดอกไม้ น้ำผึ้ง และผลไม้สดชื่น, กาแฟคั่วเมล็ดดอยสามหมื่น ที่ให้รสเข้มลึกแบบดาร์กโรสต์, กาแฟอะราบิกาโครงการหลวง ชนิดแคปซูล จากแหล่งปลูกศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดื่มง่ายและสมดุลในทุกแคปซูล ด้วยรสหอมหวานของวานิลลา คาราเมล และช็อกโกแลต ตัดด้วยความสดชื่นของเกรปฟรุต, กาแฟอะราบิกาโครงการหลวง ชนิดแคปซูล จากแหล่งปลูกสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ จากสายพันธุ์ Red Catimor ให้รสชาติกลมกล่อม มีโน้ตช็อกโกแลต ถั่ว และโทสต์ พร้อมกลิ่นส้มเพิ่มความสดชื่น และยังมีกาแฟแคปซูลคุณภาพชนิดต่างๆ อีกมากมายที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีให้เลือกลิ้มรสชาติ

ด้านผลิตผลสดใหม่จากยอดดอย มีทั้งผักเมืองหนาวและผลไม้คุณภาพ อาทิ ฟักทองญี่ปุ่น มะเขือเทศโครงการหลวง ผักกาดหอมห่อ คอสสลัด แตงกวาญี่ปุ่น ผักกาดขาวปลี และ กะหล่ำปลี รวมถึงผลไม้อย่าง เคพกูสเบอร์รี เสาวรส และบ๊วยสด อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อสุขภาพอย่าง ข้าวเกรียบทอดจากผักและเห็ดโครงการหลวง ที่มีให้เลือก 4 รสชาติ ฟักทอง แคร์รอต เห็ดหอม และสูตรใหม่ มันเทศสีม่วงผสมคีนัว ซึ่งเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ข้าวพันธุ์จาคูเนเน, น้ำแร่ธรรมชาติโครงการหลวง, น้ำดื่มโครงการหลวง ตลอดจนผลิตภัณฑ์เครื่องหอมจากธรรมชาติ อย่างน้ำหอมกระจายกลิ่นและบุหงาแฟนซี ในกลิ่น Tea Tree หอมสะอาดสดชื่น และกลิ่น Fern หอมสดชื่นเป็นธรรมชาติ ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์แห่งการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

ส่วนใครที่ชื่นชอบไม้ดอกไม้ประดับ เตรียมรื่นรมย์ไปกับดอกไม้นานาพรรณ อาทิ กุหลาบ สีแดง ชมพู โอลด์โรส เหลือง ขาว, กลอลิโอซ่า ไฮเดรนเยียร์, เบญจมาศ, ซิมบิเดียม และสมุนไพรกระถาง เช่น โรสแมรี่ เบซิล มิ้นท์ที่มาจำหน่ายภายในงาน นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมต่างๆ จากชนเผ่า ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร้านดอยคำ ผลิตภัณฑ์สินค้างานฝีมือจากชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้ง เมนูพิเศษจากกูร์เมต์ มาร์เก็ต ที่เคาน์เตอร์ YOU HUNT WE COOK โดยจะจำหน่าย ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน

อีกหนึ่งความน่าสนใจที่พลาดไม่ได้ คือ Heartfelt Activities กิจกรรมฮีลกาย ฮีลใจ เสริมความปัง ที่ Thailand Gastronomy Network (เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย) สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงแนวคิด “Taste of Longevity” อย่างแท้จริง ทั้ง “Live cooking” การสาธิตการทำอาหารจากวัตถุดิบชั้นเลิศของโครงการหลวงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกวัตถุดิบที่ดี, “Art of Cider Making” และ “Art of Kombucha Making” เวิร์กช็อปการทำไซเดอร์และคอมบูฉะ เครื่องดื่มหมักตามเทรนด์สุขภาพยุคใหม่, “Forest Bathing in the City” เรียนรู้ศิลปะของการเชื่อมชีวิตกับธรรมชาติด้วยการอาบป่าใจกลางเมือง, “Find your own coffee persona” ชิมกาแฟตามหารส ที่ใช่ในแบบของคุณ, “Crackers Pairing Party” ปาร์ตี้รูปแบบใหม่ ชวนจับคู่ข้าวเกรียบยอดฮิตของโครงการหลวงกับเครื่องดื่มอย่างสร้างสรรค์ “Eat your design” กิจกรรมฮีลกายและเสริมความปัง มูเตลูแบบฉบับวิทยาศาสตร์ร่างกาย ที่แนะนำการทานอาหารตามวันเดือนปีเกิด

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสรสชาติความสดใหม่ของวัตถุดิบชั้นเลิศคุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอยของโครงการหลวง ผ่านเมนูอร่อยจากร้านอาหารชื่อดังภายในสยามพารากอน อาทิ Another Hound Café (อนาเธอร์ ฮาวนด์ คาเฟ่), Bakehaus (เบคเฮ้าส์), Fikka (ฟิกก้า), Henryfry (เฮนรี่ ฟราย), Hopsy Story (ฮอบซี่ สตรอรี่), JUMBO Seafood (จัมโบ้ ซีฟู้ด), NICOLO (นิโคโล่), Shersanctuary Tea Bar (เชอร์แซงชูเออะรีทีบาร์),  Sri’s Room by Sri Trat (ศรีรูม บาย ศรีตราด), Suki Masa (สุกี้ มาสะ), Taling Pling (ตะลิงปลิง) และ Uncle Boss (อังเคิล บอส) เป็นต้น ที่นำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมารังสรรค์เป็นอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่ม
สุดสร้างสรรค์ จำหน่ายให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตผลและสินค้าภายในงาน ครบ 1,500 บาท
ขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับถุงผ้าลดโลกร้อนดีไซน์พิเศษเฉพาะในงานนี้ (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ข้อมูลเพิ่มเติมของงานสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.02-610-8000 หรือทาง FB: SIAM PARAGON และ FB : NEXTOPIA  

ผู้หญิงไทยเก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่อง ‘สุขภาพตนเอง’ เปิด 5 โรคฮิตทำชีวิตสะดุด

ผู้หญิงไทยเก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่อง ‘สุขภาพตนเอง’ เปิด 5 โรคฮิตทำชีวิตสะดุด

ผู้หญิงไทยเก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่อง ‘สุขภาพตนเอง’ เปิด 5 โรคฮิตทำชีวิตสะดุด

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ร่วมเฉลิมฉลองเดือนสตรีสากลที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับบทบาท พลัง และศักยภาพของผู้หญิงในทุกมิติ พร้อมส่งต่อสารสำคัญชวนผู้หญิงหันกลับมาใส่ใจ “สุขภาพของตัวเอง” มากขึ้น แม้ผู้หญิงจำนวนมากจะสามารถรับมือกับบทบาทการทำงาน การดูแลครอบครัว และความรับผิดชอบในสังคมได้อย่างดี แต่กลับพบว่าผู้หญิงจำนวนไม่น้อยมักละเลยการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันของตนเอง ด้วยเหตุผลทั้งความกังวลต่อการตรวจทางการแพทย์ ความกลัวความเจ็บปวด ข้อจำกัดด้านเวลา หรือการขาดความตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพ ทั้งที่การตรวจคัดกรองถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษา และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

นพ .สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า “ผู้หญิงจำนวนมากทุ่มเทให้กับครอบครัว งาน และคนรอบตัว จนลืมให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสในการรักษาให้หายหรือควบคุมโรคได้จะสูงกว่ามาก เดือนสตรีสากลนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการชวนผู้หญิงทุกคนหันกลับมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น”

ทั้งนี้ จากภาพรวมการเข้ารับการรักษาของผู้หญิงในโรงพยาบาล พบว่าปัญหาสำคัญคือ โรคจำนวนมากถูกตรวจพบเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว เนื่องจากอาการในระยะเริ่มต้นมักถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง เช่น ผลจากฮอร์โมน ความเครียด หรือการทำงานหนัก จึงทำให้การตรวจวินิจฉัยและการรักษาล่าช้ากว่าที่ควร ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความมั่นใจในการใช้ชีวิต และบทบาทของผู้หญิงในครอบครัวและสังคม โดยข้อมูลสถิติผู้ป่วยหญิงที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิมุต ระหว่างปี 2565–2568 พบว่า 5 กลุ่มโรคที่พบบ่อยในผู้หญิง ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์ และสุขภาพเต้านม ได้แก่ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ภาวะเลือดออกผิดปกติจากมดลูกและช่องคลอด ก้อนที่เต้านม และเนื้องอกไม่ร้ายของเต้านม

หนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยคือ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งเป็นก้อนเนื้อไม่ร้ายที่เกิดจากเซลล์กล้ามเนื้อมดลูก พบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ผู้ป่วยหลายรายอาจไม่มีอาการ แต่บางรายอาจมีประจำเดือนมามากผิดปกติ มานานเกิน 7 วัน หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ร่วมด้วย รวมถึงอาจมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายจากภาวะโลหิตจาง ปวดท้องน้อย ท้องน้อยโตขึ้น หรือคลำได้ก้อนบริเวณท้องน้อย และบางรายอาจมีอาการปัสสาวะบ่อยหรือท้องผูกจากก้อนที่ไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ ประจำเดือนมามากผิดปกติ เหนื่อยง่าย หน้ามืดจากภาวะซีด หรือท้องน้อยโตขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ การดูแลตัวเองควรหมั่นสังเกตรอบเดือน รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ ไข่แดง และผักใบเขียว ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และเข้ารับการตรวจภายในหรืออัลตราซาวนด์ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

อีกหนึ่งภาวะที่พบได้ไม่น้อยคือ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่เรียกกันบ่อย ๆ ว่า ช็อกโกแลตซีสต์ เป็นภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตอยู่นอกโพรงมดลูก เช่น บริเวณรังไข่หรืออุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง อาการที่พบได้บ่อยคือปวดประจำเดือนรุนแรงกว่าปกติ และมักมีอาการปวดมากขึ้นในแต่ละรอบเดือน บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีปัญหาภาวะมีบุตรยาก สัญญาณเตือนสำคัญคืออาการปวดประจำเดือนรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรืออาการปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ การดูแลตัวเองควรพักผ่อนให้เพียงพอ ใช้การประคบร้อนและยาแก้ปวดเพื่อลดอาการปวด หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ของทอด และน้ำตาล เพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีโอเมก้า-3 ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควรพบแพทย์เมื่ออาการเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

ในขณะเดียวกัน ภาวะเลือดออกผิดปกติจากมดลูกและช่องคลอด ก็เป็นอีกสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนหรือโรคในระบบสืบพันธุ์ โดยอาการที่พบได้ เช่น มีเลือดออกนอกช่วงมีประจำเดือน เลือดออกกะปริบกะปรอย ประจำเดือนมาถี่หรือห่างผิดปกติ หรือมีเลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย รวมถึงบางรายอาจมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ เลือดออกมากผิดปกติ เลือดออกติดต่อกันหลายวัน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการหน้ามืด อ่อนเพลียจากการเสียเลือด การดูแลตัวเองควรจดบันทึกรอบเดือนและปริมาณเลือดออก หลีกเลี่ยงการซื้อยาปรับฮอร์โมนรับประทานเอง รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก และรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหากมีเลือดออกผิดปกติ

นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยพบได้ด้วยตนเองคือ ก้อนที่เต้านม ซึ่งมักตรวจพบระหว่างอาบน้ำหรือแต่งตัว โดยก้อนอาจมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น แข็งหรือนิ่ม เคลื่อนไหวได้หรือยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบข้าง และขนาดอาจคงที่หรือเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ในบางรายอาจมีอาการร่วม เช่น เต้านมบวมแดง ผิวหนังย่นคล้ายผิวส้ม หัวนมบุ๋มหรือเปลี่ยนรูปร่าง หรือมีเลือดหรือของเหลวไหลออกจากหัวนม ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคเต้านม รวมถึงมะเร็งเต้านม หากพบความผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้หญิงควรตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ตามคำแนะนำของแพทย์ตามช่วงอายุและความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน เนื้องอกไม่ร้ายของเต้านม เป็นก้อนที่ไม่ใช่มะเร็ง พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงานและวัยเจริญพันธุ์ ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ ไฟโบรอะดีโนมา (fibroadenoma) และถุงน้ำในเต้านม (breast cyst) ลักษณะของก้อนมักมีขนาดเล็ก ขอบเขตชัดเจน และสามารถเคลื่อนไหวได้เมื่อคลำ บางรายอาจมีอาการปวดหรือรู้สึกตึงเต้านม โดยเฉพาะก่อนมีประจำเดือน ซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แม้เนื้องอกชนิดนี้ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่ควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย และติดตามการเปลี่ยนแปลงของก้อนเป็นระยะ โดยเฉพาะหากก้อนมีขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีรูปร่างผิดปกติ หรือมีอาการผิดปกติของผิวหนังและหัวนมร่วมด้วย

การดูแลสุขภาพโดยรวมสามารถที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเต้านมได้ เช่น การรับประทานอาหารที่สมดุล ลดอาหารแปรรูปและคาร์โบไฮเดรตขัดสี ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เนื่องจากภาวะน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการสัมผัสสารเคมีที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน รวมถึงให้ความสำคัญกับการพักผ่อนที่เพียงพอและการจัดการความเครียดเพื่อให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง และการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษาได้ผลดี มีทางเลือกในการรักษามากขึ้น และในหลายกรณีสามารถรักษาแบบสงวนเต้านมได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

นพ. สุวาณิช กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผู้หญิงที่มีสุขภาพดีคือพลังสำคัญของครอบครัวและสังคม การใส่ใจสัญญาณเตือนของร่างกายและเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการดูแลตัวเองที่สำคัญที่สุด เพราะยิ่งรู้เร็ว รักษาไว โอกาสกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีจะยิ่งสูงขึ้น”

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด การตรวจคัดกรองและการรักษาโรคของผู้หญิงจึงมีความแม่นยำ ปลอดภัย และฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลายโรคสามารถรักษาได้ด้วยเทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่ เช่น การผ่าตัดแผลเล็ก (MIS) เทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องผ่านช่องคลอดแบบไร้แผล (V-NOTES) และการผ่าตัดผ่านกล้องแบบแผลเดียว (Single-Port Laparoscopy) ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวด ลดรอยแผลเป็น และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น จึงไม่ได้น่ากังวลหรือซับซ้อนอย่างที่ผู้หญิงหลายคนเคยคิด การเข้ารับการตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นก้าวสำคัญของการดูแลตนเอง เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไม่เพียงเพิ่มโอกาสในการรักษา แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพในระยะยาว

ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ โทรศัพท์ 02-079-0000 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Application เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ผู้ชำนาญการได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน

กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล

กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล

กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรมชลประทาน โดย นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมพร้อมด้วย นายชาญณรงค์ จันทมงคล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำโขง-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (หัวงานแนวผันน้ำ) ครั้งที่ 2 โดยมี นางพรทิพย์ ขามก้อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.นาคำ และ นายเจษฎา ตันติบัญชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ เข้ารับฟังข้อมูลโครงการ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำและสนับสนุนพื้นที่เกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องประชุม Green Valley วารี วัลเล่ย์ รีสอร์ท จ.ขอนแก่น

Concrete Dream นิทรรศการกลุ่มของ 7 ศิลปินกราฟฟิตีจาก 3 ประเทศ

Concrete Dream นิทรรศการกลุ่มของ 7 ศิลปินกราฟฟิตีจาก 3 ประเทศ

Concrete Dream นิทรรศการกลุ่มของ 7 ศิลปินกราฟฟิตีจาก 3 ประเทศ

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                นิทรรศการ Concrete Dream นำเสนอผลงาน 7 ศิลปินกราฟฟิตีจากไทย ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ใช้ศิลปะแนวกราฟฟิตี (Graffiti Art) เป็นภาษาสากลในการถ่ายทอดเรื่องราวความฝันและการต่อสู้ดิ้นรนในท่วงทำนองของตนเอง แม้แตกต่างด้วยวัย ภูมิหลัง ประสบการณ์ และเส้นทางชีวิต แต่ “ภาษาของกราฟฟิตี” ได้กลายเป็นจุดร่วมที่นำพาศิลปินทั้งหมดให้เดินทางมาพบเพื่อปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดการทำงานร่วมกัน และพัฒนาแนวคิดจนตกผลึกเป็นนิทรรศการในครั้งนี้   

                ระหว่างเดินชมนิทรรศการ ผู้ชมจะรู้สึกราวกับเดินทางผ่านเรื่องราวชีวิตของศิลปินทั้ง 7 คน ผ่านประสบการณ์ในวันวานที่หล่อหลอมตัวตนของพวกเขาในปัจจุบัน ทั้งยังชวนตั้งคำถามถึงความไม่แน่นอนและความสับสนในวัยเยาว์ ที่เราต่างเคยพลาดพลั้งให้กับความอ่อนแอ หากแต่ทุกความผิดพลาดล้วนเป็นองค์ประกอบของการเติบโต เช่นเดียวกับสัญชาตญาณและความกล้าที่จะฝันอันสะท้อนถึงคุณค่าที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้ แม้กาลเวลาจะเคลื่อนผ่านไป

                จากชั้น 1 สู่ชั้น 2 ของ Maison JE Bangkok สถานที่จัดแสดงนิทรรศการ คุณจะสัมผัสได้ถึงเส้นทางชีวิตที่มาบรรจบกันของศิลปินทั้ง 7 คน จากการเผชิญโลกภายนอก สู่การทำความเข้าใจโลกภายในอย่างเงียบงัน จากแรงกดดันของสังคม สู่การค้นพบคุณค่าและเป้าหมายในชีวิต Concrete Dream ไม่ได้นิยามความหมายของกราฟฟิตี ไม่ได้โรแมนติไซส์ในวัฒนธรรมสตรีท หากแต่เพียงถ่ายทอด “ประสบการณ์ชีวิตในเมือง” ผ่านกราฟฟิตีและมุมมองของศิลปิน ให้เป็นพื้นที่ที่เปิดรับทุกความรู้สึก ทั้งยังเปิดกว้างเพียงพอให้ผู้ชมปลดปล่อยจินตนาการ บางผลงานอาจชวนให้นึกถึงประสบการณ์ร่วม เพื่อเข้าถึงการเติบโตภายในที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

                นิทรรศการ Concrete Dream จัดแสดงระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2569 ณ Maison JE Bangkok ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 19.00 น. (ปิดวันจันทร์) ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Maison JE Bangkok หรือโทร. 096 221 1646

คุณแหน: 13 มีนาคม 2569

คุณแหน: 13 มีนาคม 2569

คุณแหน: 13 มีนาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิ รพ.สมเด็จพระยุพราช เป็นประธานในพิธีเปิด อาคารตรวจผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) และเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านบริการสุขภาพของรพ. ณ รพ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี..๐๐

ll พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมคณะ ร่วมประชุมหารือการพัฒนาและการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในพื้นที่จ.อ่างทอง โดยมี ไพบูลย์  ศุภบุญ รอง ผวจ.อ่างทอง ให้การต้อนรับ..๐๐

ll จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสาพระราชทาน มหาวิทยาลัยแห่งความจงรักภักดีเหนือเกล้า พร้อมกล่าวต้อนรับพลเอก บุญสิน พาดกลาง ที่มาร่วมกิจกรรมและบรรยายพิเศษ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ในการสร้างจิตสำนึกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ณ หอประชุมวชิราลงกรณ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี..๐๐

ll อนุโมทนาบุญกับ ครอบครัวจิรกิติ และบจ.สีลมอาคารและบริการ โดย ศรีสมร-อรรณพ จิรกิติ ที่บริจาคเงินเพื่อสมทบทุนโครงการศูนย์บูรณาการรักษาโรคมะเร็งครบวงจร รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..๐๐

ll มิตรสหายยินดีกับ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน..๐๐

ll ทวี ปิยะพัฒนา, ประภา ปูรณโชติ, ชนัญญารักษ์ เพ็ชรรัตน์, รสริน เธียรนุกุล เป็นผู้แทนเพื่อนๆ วตท. 14 ไปร่วมแสดงความเสียใจกับ วาสนา หงส์ทอง ที่สูญเสียมารดา สังวาลย์ รอดเอี่ยม..๐๐

ll พันโทหญิง ดร.ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (TDPA) เปิดตัวสมาคมฯอย่างเป็นทางการ ด้วยการผนึกกำลังจากแกร็บ ลาซาด้า ไลน์แมนวงใน และช้อปปี้เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากล..๐๐

ll สุเมธ สุรบถโสภณ แจ้งเชิญเพื่อนๆ BCC 129 มางานเลี้ยงรุ่นครบรอบ 55 ปีที่เป็นเพื่อนกัน 21 มีค. 17.30 – 22.30 น. ห้อง Diamond Dome 1 ชั้นที่ 22 รร.ควีนสแลนด์

ll วสันต์-เต็มใจ สร้อยพิสุทธิ์ มอบเงินบริจาคเพื่อปรับปรุงห้องพิเศษ รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับมอบโดย อ.ดร.พญ.ศิรัญญา แพเจริญ..๐๐

ll เพื่อสร้างอนาคตเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน วรรณวนัช กันพรม ขอเชิญร่วมเป็นพลังสำคัญสนับสนุนโครงการติดโซล่าเซลล์ลดค่าไฟ ด้วยการบริจาคผ่าน ธ.กรุงไทย เลขที่ 591-6-00135-5 ชื่อบช. รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ หรือผ่านระบบ e-Donation สอบถาม โทร. 092-739-0990 ใบเสร็จลดหย่อนภาษีได้..๐๐

ll มีปัญหาเรื่องการใช้สิทธิบัตรทอง ไม่ต้องกังวล สายด่วน สปสช. 1330 พร้อมช่วยเหลือ โทรฟรี 24 ชั่วโมง โทรสอบถามได้ทันที ไม่ว่าจะกังวลเรื่อง ค่ารักษา, เจ็บป่วยฉุกเฉินควรไปที่ไหน, ต้องการเปลี่ยนโรงพยาบาลประจำตัว, ถูกเรียกเก็บเงิน, ตรวจสุขภาพ, ทำฟัน, ใช้สิทธิรักษามะเร็ง, หรือ ขอรับผ้าอ้อมผู้ป่วยติดเตียง ฯลฯ ช่องทางออนไลน์: LINE OA สปสช. ไลน์ไอดี @nhso และ Facebook สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ..๐๐

น้องใหม่

ภาพสวยไม่พอ! Ai Studio เผย 4 เช็กลิสต์ ที่คู่รักต้องเคลียร์ก่อนจ้างช่างภาพ ถ้าไม่อยากผิดหวังในวันแต่งงาน

ภาพสวยไม่พอ! Ai Studio เผย 4 เช็กลิสต์ ที่คู่รักต้องเคลียร์ก่อนจ้างช่างภาพ ถ้าไม่อยากผิดหวังในวันแต่งงาน

ภาพสวยไม่พอ! Ai Studio เผย 4 เช็กลิสต์ ที่คู่รักต้องเคลียร์ก่อนจ้างช่างภาพ ถ้าไม่อยากผิดหวังในวันแต่งงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

AiStudio.Wedding แนะ 4 Check List คู่รักและช่างภาพต้องเคลียให้ชัดก่อนจ้างงาน เพราะธุรกิจถ่ายภาพ ไม่ใช่แค่บริการแต่คือ “ความคาดหวัง”

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจถ่ายภาพงานแต่งในปัจจุบัน “ภาพสวย” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะสิ่งที่กำหนดความพึงพอใจของลูกค้าอย่างแท้จริง คือ “ความเข้าใจที่ตรงกันตั้งแต่ต้น” Ai Studio ผู้ให้บริการถ่ายภาพเวดดิ้งและพรีเวดดิ้ง (Wedding Photography and Film) เผยว่าปัญหาที่มักเกิดขึ้นหลังจบงาน ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากคุณภาพของไฟล์ภาพ แต่เกิดจาก “ความคาดหวังที่ไม่ได้สื่อสารให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน” เพราะในความเป็นจริง ธุรกิจถ่ายภาพไม่ได้มีเพียงแค่การกดชัตเตอร์ แต่คือการบริหารความคาดหวังของลูกค้าอย่างมืออาชีพ ดังนั้น ก่อนการว่าจ้าง ช่างภาพและคู่รักผู้ว่าจ้างควรเคลียร์ 4 Check List สำคัญให้ชัดเจน

บอส-อัฒมาส อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้ง บริษัท เอไอ สตูดิโอ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่าธุรกิจถ่ายภาพไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์ แต่คือการบริหารความคาดหวังของลูกค้าอย่างมืออาชีพ หากความเข้าใจไม่ตรงกัน ต่อให้ภาพสวยแค่ไหน ก็อาจไม่ตอบโจทย์ความรู้สึกของเจ้าของงานได้ ดังนั้น ก่อนการเริ่มงานหรือก่อนการว่าจ้าง ทั้งช่างภาพและคู่รักผู้ว่าจ้างจำเป็นต้องเคลียร์เงื่อนไขการทำงานให้ชัดเจน”

1. Objective – กำหนดวัตถุประสงค์ของงานให้ชัดเจน หนึ่งในประเด็นที่พบได้บ่อย คือคำถามหลังส่งมอบงาน เช่น “ทำไมไม่มีภาพแขกท่านนั้น ท่านนี้” ทั้งที่ในความเป็นจริง บทบาทหลักของช่างภาพเวดดิ้งตามมาตรฐานของแพ็กเกจ คือการบันทึกภาพของบ่าวสาวเป็นหลัก ดังนั้น หากต้องการให้ทีมช่างภาพเก็บบรรยากาศภายในงานหรือภาพแขกเพิ่มเติม จำเป็นต้องแจ้งให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะอาจต้องมีการเพิ่มจำนวนทีมงาน และวางแผนการทำงานให้เหมาะสม เพื่อให้ทีมสามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. Theme and Style – เลือกธีมและสไตล์ให้ตรงกัน อีกหนึ่งความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่พบได้บ่อย คือการคาดหวังให้ภาพออกมาหลากหลายสไตล์ในงานเดียว เช่น โทนอุ่นธรรมชาติ แนวแฟชั่นดาร์ก หรือโทนฟิล์มวินเทจ ในความเป็นจริง ช่างภาพแต่ละทีมมักมีเอกลักษณ์หรือ Signature Style ของตัวเอง ซึ่งสะท้อนผ่านโทนสี การจัดแสง และมุมมองในการเล่าเรื่อง ดังนั้น การเลือกช่างภาพจึงเปรียบเสมือนการเลือกมุมมอง ไม่ใช่การว่าจ้างให้เปลี่ยนตัวตน ลูกค้าควรศึกษาพอร์ตโฟลิโอของช่างภาพอย่างละเอียด และเลือกทีมที่ตรงกับความชอบตั้งแต่ต้น เพื่อลดโอกาสเกิดความผิดหวังในภายหลัง

3. Timing – ระยะเวลาในการทำงานต้องชัดเจน ระยะเวลาในการทำงานเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อาจนำไปสู่ปัญหาได้ หากไม่มีการตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น คำถามที่ทีมงานพบได้บ่อยคือ “ทำไมไม่สามารถถ่ายเกินเวลาที่ตกลงได้ ทั้งที่งานยังไม่เสร็จ” ในทางปฏิบัติ การกำหนดจำนวนชั่วโมงการทำงานมีผลโดยตรงต่อตารางคิวงาน ค่าแรงทีมงาน และภารกิจอื่น ๆ ที่ต่อเนื่องภายในวันเดียวกัน ดังนั้น คู่รักผู้ว่าจ้างควรสอบถามรายละเอียดให้ครบถ้วนตั้งแต่ก่อนจ้างงาน เช่น หากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้งานล่าช้า ช่างภาพสามารถช่วยเหลือได้อย่างไร สามารถต่อเวลาเพิ่มเติมได้หรือไม่ หรือมีอัตราค่าล่วงเวลาอย่างไร

4. Communication – การสื่อสารคือกุญแจสำคัญ การสื่อสารที่ชัดเจนถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกัน หากมีข้อสงสัยควรรีบสอบถามและปรึกษากันตั้งแต่เนิ่น ๆ นอกจากนี้ ควรมีการนัดหมายพูดคุยหรือประชุมก่อนวันงานประมาณ 7 วัน เพื่อสรุปรายละเอียดสำคัญอีกครั้ง เช่น ลำดับพิธี ช็อตสำคัญที่ห้ามพลาด รายชื่อบุคคลสำคัญ โทนภาพที่ต้องการ รวมถึงเงื่อนไขในการส่งมอบงาน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน และลดโอกาสเกิดความผิดพลาดในวันงาน
“ท้ายที่สุดแล้ว ภาพถ่ายอาจเป็นความทรงจำที่อยู่กับคู่บ่าวสาวไปตลอดชีวิต แต่ความพึงพอใจจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อความคาดหวังได้รับการบริหารอย่างมืออาชีพตั้งแต่ต้น” คุณบอส กล่าวทิ้งท้าย

เล่าผ่านภาพ! นิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’ เปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อความหมายของมนุษย์

เล่าผ่านภาพ! นิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’ เปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อความหมายของมนุษย์

เล่าผ่านภาพ! นิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’ เปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อความหมายของมนุษย์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดนิทรรศการประกวดภาพถ่ายเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของคณะมนุษยศาสตร์ ภายใต้แนวคิด “มนุษย์อนาคต” เปิดพื้นที่ให้เยาวชนและผู้ที่สนใจด้านการถ่ายภาพได้ร่วมถ่ายทอดมุมมอง ความคิด และจินตนาการต่อความหมายของมนุษย์ในโลกอนาคต ผ่านผลงานภาพถ่ายในรูปแบบ Diptych ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องผ่านภาพคู่ที่สะท้อนความหมายเชิงเปรียบเทียบและการตีความที่หลากหลาย นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 10-15 มีนาคม 2569 ณ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

โดยพิธีเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม รองคณบดีฝ่ายวิจัยและสร้างสรรค์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธี โดยกล่าวถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในลักษณะนี้ว่า เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิชาการกับศิลปะการถ่ายภาพ พร้อมทั้งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักเรียน นักศึกษา ศิลปิน และผู้ที่สนใจในสังคมวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ในหลากหลายแขนง รวมถึงด้านนิเทศศาสตร์

การประกวดภาพถ่ายในครั้งนี้ยังเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นิตยสารอนุสาร อ.ส.ท. และ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างวงการวิชาการและวงการวิชาชีพด้านการถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์

สำหรับการประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และบุคคลทั่วไป โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศในรุ่นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ นางสาวศิรดา สังขะทรัพย์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา กับผลงานชื่อ “maybe this is our future” ที่ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตที่มนุษย์สามารถเลือกกำหนดได้จากการกระทำของตนเอง ผ่านภาพรองเท้าบูธคู่หนึ่งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สะท้อนประเด็นปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชวนตั้งคำถาม

ขณะที่รางวัลชนะเลิศในประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ นางสาวนภัสนันท์ ค้าเจริญ จากผลงาน “มนุษย์เป็ด” ซึ่งนำภาพของมนุษย์และเป็ดมาวางต่อกันอย่างแนบเนียน เพื่อสื่อถึงแนวคิดของ “มนุษย์เป็ด” ในมิติใหม่เชิงบวก ว่าการเป็นคนที่มีทักษะหลากหลาย แม้อาจไม่ได้เชี่ยวชาญเพียงด้านเดียว กลับเป็นคุณสมบัติสำคัญในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นบุคลิกของมนุษย์ที่สามารถเชื่อมโยงกับอนาคตได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากผลงานที่ได้รับรางวัลแล้ว ภายในนิทรรศการยังมีผลงานภาพถ่ายอีกจำนวนมากที่ถ่ายทอดจินตนาการเกี่ยวกับ “มนุษย์อนาคต” ในมิติที่หลากหลาย รอให้ผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจผ่านสายตาของช่างภาพรุ่นใหม่

ผู้ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รักการถ่ายภาพ ผู้ชื่นชอบงานศิลปะ หรือเยาวชนที่อยากเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ ระหว่างวันที่ 10-15 มีนาคม 2569 ณ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยนิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงภาพถ่าย แต่ยังเป็นเวทีแห่งการตั้งคำถามและจินตนาการถึงทิศทางของมนุษย์และสังคมในอนาคต ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน แล้วมาร่วมสำรวจความเป็นไปได้ของโลกวันพรุ่งนี้ไปพร้อมกับเหล่า “ผู้ออกแบบอนาคต” ผ่านเลนส์ของคนรุ่นใหม่ในนิทรรศการครั้งนี้

พม. ชวนเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสอัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ ในงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” 21–23 มี.ค. นี้

พม. ชวนเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสอัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ ในงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” 21–23 มี.ค. นี้

พม. ชวนเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสอัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ ในงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” 21–23 มี.ค. นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.12 น.

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” ภายใต้แนวคิด “เส้นทางพระราชา พัฒนาสายใยถัก อัตลักษณ์วิถีชาติพันธุ์ ผลักดันสวัสดิการยั่งยืน” เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ควบคู่กับการส่งเสริมช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมชาติพันธุ์ ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง สวนล้านนา ร.9 จังหวัดเชียงใหม่

นางสาวแรมรุ้ง กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต “ราษฎรบนพื้นที่สูง” ผ่านการส่งเสริมอาชีพ การสร้างรายได้ และการจัดสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยได้ยกระดับพิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมชาติพันธุ์ที่สำคัญของประเทศ พร้อมน้อมนำพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ มาเป็นแนวทาง
ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

นางสาวแรมรุ้ง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจในวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เปิดโอกาสให้ราษฎรบนพื้นที่สูงนำผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจำหน่าย สร้างรายได้ที่มั่นคง และต่อยอดสู่การจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับบริบทสังคมยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเวทีสร้างการรับรู้ถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันงดงามของประเทศไทย ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 10 ชาติพันธุ์ มีจำนวนกว่า 759,000 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ 20 จังหวัด ของภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ

ภายในงานรวบรวมเรื่องราวและวิถีชีวิตของชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 10 ชาติพันธุ์ ได้แก่ กะเหรี่ยง ขมุ ถิ่นหรือมัลปรัย ม้ง อิ้วเมี่ยนหรือเย้า ลัวะหรือละว้า ลาหู่หรือมูเซอ ลีซูหรือลีซอ อ่าข่าหรืออีก้อ และมละบริ ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง และนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวไทยภูเขา การจำลองวิถีชีวิตชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงและการสาธิต “ประเพณีกินข้าวใหม่ชาติพันธุ์” ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อขอบคุณธรรมชาติและบรรพบุรุษ
ที่คุ้มครองให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมี บูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากราษฎรบนพื้นที่สูง เช่น ผ้าทอ กาแฟ เครื่องเงิน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมกิจกรรม Workshop สาธิตงานหัตถกรรม เช่น การทำกำไลข้อมืออ่าข่า และการทำกิ๊บติดผมคังด้งกะเหรี่ยง การแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละชาติพันธุ์ รวมถึงกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน และเวทีเสวนา “วิถีชาติพันธุ์กับการพัฒนาสวัสดิการอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์ของความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ในงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 – 20.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง สวนล้านนา ร.9 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.dsdw.go.th และ Facebook Fanpage กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ไทยเบฟฯ เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระพันปีหลวง

ไทยเบฟฯ เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระพันปีหลวง

ไทยเบฟฯ เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569

ในการนี้ ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย คณะกรรมการ ที่ปรึกษา ผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมในพิธี ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้