‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน ‘โครงการหลวง 2568’

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน ‘โครงการหลวง 2568’

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน ‘โครงการหลวง 2568’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 2568 ” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พลเอก กัมปนาท  รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง นายวิรัตน์  ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)  พร้อมคณะกรรมการจัดงาน ข้าราชการ และประชาชน เฝ้าฯรับเสด็จ 

อาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา  จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวงและวางรากฐานการพัฒนาทางเลือกบนที่สูงอย่างยั่งยืน เป็นอาคารเรียนรู้ของสถาบันการเรียนรู้มูลนิธิโครงการหลวง  ในการสนองพระบรมราโชบายสืบสาน รักษา และต่อยอด งานของมูลนิธิโครงการหลวงที่ประสบผลสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการเรียนรู้  ห้องอบรมประชุมสัมมนา  ห้องนิทรรศการ ถ่ายทอดประวัติศาสตร์โครงการหลวง และห้องการเรียนการสอนหลักสูตรต่าง ๆ อีกทั้งเป็นต้นแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน 

 ในโอกาสเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 2568“ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ  อำเภอเมืองเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่  ทอดพระเนตรการแสดง  สื่อผสม  แสง  สี  เสียง  ประกอบบทเพลงประสานเสียง  ชุด “ทศมมหาราชา พระมหากรุณานำการพัฒนาสู่ความยั่งยืน” เป็นชุดการแสดงที่ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงสืบสาน  รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมชนกนาถ  ที่ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง  นำไปสู่การพัฒนาในพื้นที่สูงด้วยแนวทางโครงการหลวงโมเดล  โดยนักร้องประสานเสียงเยาวชน  ร่วมกับวงดนตรีจิตอาสา  ในรูปแบบศิลปะล้านนาร่วมสมัย  ประกอบด้วย 3 องก์  ได้แก่ องก์ที่ 1  เสียงแห่งขุนเขา  องก์ที่ 2 แสงทองแห่งพระมหากรุณา  องก์ที่ 3 ความยั่งยืนแห่งแผ่นดิน สืบสาน รักษา ต่อยอด

พร้อมกันนี้ เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “ทศมมหาราชา พระมหากรุณานำการพัฒนาสู่ความยั่งยืน” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสาน  รักษา และต่อยอด  งานโครงการหลวง และนำเสนอผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรมของมูลนิธิโครงการหลวง  ประกอบด้วย  นิทรรศการ สืบสาน “นวัตวิจัย ผลลัพธ์ที่จับต้องได้”   นิทรรศการ รักษา “พืชพระราชทาน สร้างงาน สร้างคุณค่า”  นิทรรศการ ต่อยอด “พลังบูรณาการ เพื่อความยั่งยืนของพื้นที่สูง” และนิทรรศการ สืบสาน รักษา ต่อยอด “หัตถศิลป์พื้นที่สูง…ด้วยพระเมตตาแห่งแผ่นดิน”  พร้อมทอดพระเนตรซุปเปอร์มาร์เก็ตจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์โครงการหลวง  ซึ่งในปีนี้  มีสินค้าที่โดดเด่น อาทิ  ข้าวเจ้าพันธุ์จาคูเนเน  ซึ่งเป็นข้าวเจ้าพันธุ์ท้องถิ่นของชนเผ่าลีซอ  น้ำนมข้าวโพดหวาน  ชาอู่หลงกลิ่น ข้าวเหนียวมะม่วง  เป็นชาโครงการหลวงที่มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และกุหลาบพันธุ์รอยัล 4 สมควรแก่เวลา  จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 อำเภอเมืองเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่  เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร

 งานโครงการหลวง 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2568 ในปีนี้ ภายในงานแบ่งพื้นที่การจัดงานเป็น 2 โซน  ประกอบด้วย  ลานวัฒนธรรมโครงการหลวง  เป็นลานจัดกิจกรรมการแสดงกลางแจ้ง  และภายในอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา  มีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ  นิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการ และนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ  อาทิ  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และโรงพยาบาลสวนปรุง  กรมส่งเสริมสุขภาพจิต รวมถึงจัดจำหน่ายผลิตผล และผลิตภัณฑ์แปรรูป จาก 14 กลุ่มสินค้า กว่า 1,200 รายการ

‘หัวใจโต’ เสี่ยงภาวะหัวใจวาย โรคใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง

‘หัวใจโต’ เสี่ยงภาวะหัวใจวาย โรคใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง

‘หัวใจโต’ เสี่ยงภาวะหัวใจวาย โรคใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคหัวใจ มีหลายประเภท หนึ่งในภาวะที่ควรเฝ้าระวังนั่นคือ “ภาวะหัวใจโต” ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้หัวใจวายเฉียบพลันแบบไม่ทันตั้งตัว และอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิต แพทย์หญิง กาญจนา อักษรวรนารถ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) แนะนำว่า เพื่อความไม่ประมาท เราควรมาทำความรู้จักภาวะดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก

ภาวะหัวใจโต เกิดจากอะไร?

ภาวะหัวใจโต (Cardiomegaly) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย เกิดจากภาวะที่หัวใจมีขนาดใหญ่ พองโต หรือหนากว่าปกติ เนื่องจากประสิทธิภาพกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวไม่ดี ทำให้มีเลือดคั่งค้างอุดกั้นในห้องหัวใจมาก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่ส่งผลต่อหัวใจโตอาจเกิดจากโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น

อาการบ่งชี้ที่ควรรับไปพบแพทย์ คือ อาการเจ็บหน้าอกโดยเฉพาะเวลานอนหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือใจสั่นเวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย  เหนื่อย หอบ หรือหายใจถี่

ใครบ้าง? ที่มีความเสี่ยงภาวะหัวใจโต : ผู้สูงอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิด หรือโรคอ้วน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง สมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ

การป้องกันภาวะหัวใจโต : ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงดังกล่าว ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหัวใจได้หลายวิธี ได้แก่ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงภาวะหัวใจโต ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ช่วยให้ค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น  และสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดประสบการณ์ ‘หลงรักสัตว์ทะเล • ห่มเสน่ห์แสงดาว’ ยามค่ำคืน

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดประสบการณ์ ‘หลงรักสัตว์ทะเล • ห่มเสน่ห์แสงดาว’ ยามค่ำคืน

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดประสบการณ์ ‘หลงรักสัตว์ทะเล • ห่มเสน่ห์แสงดาว’ ยามค่ำคืน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมกับ EventTech.ai ชวนมาเปิดประสบการณ์ยามค่ำคืนครั้งใหม่ในเชียงใหม่ กับ “Chiang Mai Zoo Night Aquarium: SEA & STARS” ภายใต้แนวคิด “หลงรักสัตว์ทะเล • ห่มเสน่ห์แสงดาว” ที่ดีไซน์มาเพื่อพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกแห่งความอัศจรรย์ใต้ท้องน้ำผ่านเทคโนโลยีแสง สี เสียง และงานศิลปะ immmesive และมนตร์เสน่ห์ใต้แสงดาว

สวนสัตว์เชียงใหม่ได้แปลงโฉมพื้นที่อควาเรียมและบริเวณสวนด้านนอกให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยามค่ำคืนที่น่าหลงใหล ท่านสามารถมาผ่อนคลาย สำรวจ และเก็บภาพความทรงจำที่มิอาจลืมเลือนได้ระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 2 มกราคม 2569 เท่านั้น ประกอบด้วย 3 โซนซิกเนเจอร์โดดเด่นที่ไม่ควรพลาด ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียด

โซน Ocean Mapping: ดื่มด่ำกับการฉายภาพใต้ท้องทะเลแบบ immersive เนรมิตผนังอควาเรียมให้มีชีวิต ด้วยเทคนิค Projection Mapping ผู้ชมจะรู้สึกเสมือนล่องสู่ท้องทะเลลึก ท่ามกลางฝูงปลา ปะการัง

โซน Jelly Dome: โดมเหนือจริงที่เต็มไปด้วยฝูงแมงกะพรุนเรืองแสง เป็นประสบการณ์ภาพอันน่าทึ่งที่สมบูรณ์แบบ สวยจนวางกล้องไม่ลง จนต้องถ่ายรูปซ้ำ

โซน Garden Star Picnic: สวนสวยภายใต้แสงดาว เสียงดนตรี ที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก พื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน กับครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อน สามารถนั่งปิกนิก และมีมุมถ่ายภาพกับแสงไฟที่สวยงาม

บัตร Early Bird (จำนวนจำกัด) เปิดจำหน่ายแล้ว คนไทย: ราคา 350 บาท (จากปกติ 390 บาท) ชาวต่างชาติ: ราคา 750 บาท (จากปกติ 800 บาท) ทั้งนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี, ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการ เข้าชมฟรี  โดยกำหนดเข้าชมได้ตั้งแต่ 16:00 – 22:00 น.  ทั้งนี้ ราคาบัตร ยังไม่รวม ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าบริการแพลตฟอร์ม และค่าบริการการชำระเงิน                                                           บัตรจำหน่ายเฉพาะทาง EventTech เท่านั้น: https://bit.ly/4osT2Su

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสูบบุหรี่ช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิโคตินในบุหรี่กลับส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกายในทางลบ นอกจากนี้ ในทางจิตเวช อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังรวมถึงสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าและภาวะทางจิตอื่น ๆ ได้เช่นกัน

จากการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2.5-4.3 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายจะสูงขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงผลกระทบทางเคมีในสมองที่เกิดจากนิโคติน เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบการให้รางวัลสมอง ผู้สูบบุหรี่จึงรู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขในช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อระดับนิโคตินลดลง ผู้สูบจะรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือหดหู่ ทำให้ต้องการสูบบุหรี่มากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ โดยวงจรนี้สามารถนำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว

อาการของภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูบบุหรี่ มีดังนี้  รู้สึกเศร้า หมองหม่น เบื่อหน่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือทานมากผิดปกติ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รู้สึกผิด หรือไร้ค่า มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย

การเลิกสูบบุหรี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพ ไม่เพียงแต่จะลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจพบกับความยากลำบากในการพยายามเลิกสูบบุหรี่ และอาจประสบกับความเครียด วิตกกังวล ในช่วงที่ไม่ได้สูบ ซึ่งวิธีหนึ่งในการช่วยให้สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ก็คือใช้ยา ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ รวมถึงลดความเครียด และวิตกกังวล ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลิกสูบบุหรี่ได้ นอกเหนือจากการใช้ยา การบำบัดทางจิตวิทยา ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น

เมืองไทยประกันภัย ส่งรถยก รถลาก ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งช่วยเหลือลูกค้า

เมืองไทยประกันภัย ส่งรถยก รถลาก ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งช่วยเหลือลูกค้า

เมืองไทยประกันภัย ส่งรถยก รถลาก ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งช่วยเหลือลูกค้า

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI  นำโดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แสดงความห่วงใยลูกค้า ส่งรถยก รถลาก ลงพื้นที่ อ.เมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา หลังสถานการณ์คลี่คลายจากเหตุอุทกภัย

มาดามแป้ง CEO บมจ.เมืองไทยประกันภัย สั่งระดมเจ้าหน้าที่ พร้อม รถยก รถลาก กว่า 40 คัน ลงพื้นที่ อำเภอเมืองหาดใหญ่ อย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยดำเนินการ ยก ลาก ดึงรถยนต์ ที่ได้รับความเสียหายตลอดเกือบ 24 ชั่วโมงทุกวัน หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย พร้อมเร่งนำรถลูกค้าเข้าสู่ขั้นตอน ตรวจประเมินความเสียหาย ซ่อมแซม เพราะรถของลูกค้าทุกคัน สำคัญกับเรา

“พนักงานเมืองไทยประกันภัยทุกคน รู้ดีว่าเราคือส่วนหนึ่งที่ช่วยเยียวยาเวลาเกิดภัย การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันภัยในการดูแลลูกค้าในช่วงเวลาวิกฤต เพื่อเป็นหนึ่งกำลังใจเล็กๆ ให้กับลูกค้าและผู้ประสบภัยทุกท่าน ในการสู้กับวิกฤตนี้ และเราจะผ่านพ้นไปได้อีกครั้ง” มาดามแป้ง กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังต้องการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการเคลมสินไหมน้ำท่วมทั้งประเภท “ประกันภัยทรัพย์สิน และ ประกันภัยรถยนต์“ สามารถรับบริการได้ที่หน้าสาขาหาดใหญ่ หรือ ผ่าน Mobile Claim Center ได้ที่ https://bit.ly/MTIClaimCenter-HatyaiFlood2025 เพื่ออำนวยความสะดวกและลดเวลาในการเคลมสินไหมของลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถแจ้งเคลมสินไหมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Call Center 1484 หรือ Line: @mtifriend (เวลา 08.30-20.00 น.)

Ralph Lauren เปิดตัว ‘The World of Ralph Lauren’ ครั้งแรกในไทย

Ralph Lauren เปิดตัว ‘The World of Ralph Lauren’ ครั้งแรกในไทย

Ralph Lauren เปิดตัว ‘The World of Ralph Lauren’ ครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Ralph Lauren กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวสโตร์แห่งใหม่แบบครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The World of Ralph Lauren” นำเสนอประสบการณ์แบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบในพื้นที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น Ralph Lauren, Polo Ralph Lauren รวมไปถึง Ralph’s Coffee ที่มาช่วยเพิ่มมิติการต้อนรับของแบรนด์ ให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสุดประทับใจ เรียกได้ว่าเป็น One-stop destination สำหรับทั้งสายช้อปและสายคาเฟ่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ในงานมีนักแสดงหนุ่ม คิมอูบิน พร้อมด้วยเหล่าคนดัง อาทิ แอน ทองประสม, หมาก-ปริญ สุภารัตน์, อาเล็ก-ธีชเดช เมธาวรายุทธ, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ, ฝ้าย-พีรญา มะลิซ้อน, ซี-พฤกษ์ พานิช, ฟอส-จิรัชพงศ์ ศรีแสง, บุ๊ค-กษิดิ์เดช ปลูกผล, หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ และ จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน มาร่วมนำเสนอความหรูหราคลาสสิกผ่านคอลเลกชัน พร้อมร่วมงานเปิดตัวสโตร์แห่งใหม่นี้ ณ Ralph Lauren ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

Ralph Lauren แห่งใหม่นี้ถ่ายทอด “โลกของ Ralph Lauren” อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการผสานความหรูหราแบบอเมริกันคลาสสิกเข้ากับงานออกแบบที่เล่าเรื่องราวและสะท้อนวิถีชีวิตเหนือกาลเวลา บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนก้าวเข้าสู่บ้านพักหรูหรือคลับของสุภาพบุรุษ สร้างประสบการณ์ที่ทั้งประทับใจและน่าจดจำ สไตล์การออกแบบที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ปรากฏให้เห็นผ่านหน้าร้านที่โดดเด่นด้วยปูนฉาบสีขาวอบอุ่น งานโลหะประณีต เสาคลาสสิก และโคมไฟโบราณ พร้อมเชื้อเชิญให้ทุกคนสัมผัสโลกของ Ralph Lauren ผ่านคอนเซ็ปต์การออก แบบแบบ Spanish Revival ที่เน้นความอบอุ่นควบคู่ไปกับความหรูหราสง่างามของยุคอาณานิคมสเปน

พื้นที่ภายในถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและคลาสสิก โดยใช้พื้นไม้โอ๊กกว้างและหินไลม์สโตน ผนังปูนฉาบทำมือ และเพดานคานไม้สูง เพื่อสร้างความหรูหราทว่าเป็นกันเอง รายละเอียดอย่างตู้หนังสือไม้โอ๊กแบบสั่งทำพิเศษ เฟอร์นิเจอร์ที่คัดสรรอย่างประณีต พรมซ้อนเลเยอร์ และงานศิลปะชิ้นเด่น ล้วนช่วยย้ำถึงความคลาสสิกและมรดกอันยาวนานของแบรนด์ พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งระดับพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนของ Ralph Lauren อย่างแท้จริง

สโตร์ใหม่ Ralph Lauren นำเสนอคอลเลกชัน Fall-Winter 2025 สำหรับสุภาพบุรุษที่มาในสไตล์ Heritage และ Preppy ไม่ว่าจะเป็นคอลเลกชัน Montauk ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านของ Mr. Ralph Lauren ในเมือง Montauk, New York นำเสนอผ้าแคชเมียร์และผ้าไหมผสมลินินคุณภาพสูงที่สวมใส่สบายแต่ยังคงความหรูหราเหนือกาลเวลา คอลเลกชัน Soho ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนักแข่งรถสมัยใหม่ ตั้งแต่ชุดลำ ลองจนถึงสูทแบบคลาสสิกชั้นสูง โดยใช้เส้นใยคุณภาพสูงจากอังกฤษและอิตาลี คอลเลกชัน Milano Olive & Milano Taupe ที่ผสมผสานแฟชั่นชาวอเมริกันกับงานฝีมือจากช่างชาวอิตาลี โดดเด่นด้วยสีเทาอมน้ำตาล สีทรัฟเฟิล สีน้ำตาลเข้ม และสีครีมที่สะท้อนบรรยากาศในฤดูหนาว

นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชัน Polo Ralph Lauren Menswear Fall 2025 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความคลาสสิกของงานแข่งพายเรือและวัฒนธรรม Ivy League โดยโดดเด่นด้วยเสื้อเชิ้ตหลากสีสันและลวดลาย พร้อมการวางเลเยอร์ด้วยผ้าคอตตอน แคชเมียร์ และนิตแวร์ รวมถึงสไตล์ยูทิลิตี้ที่เน้นใช้งานได้จริง เหมาะกับทุกการผจญภัยในชีวิตประจำวัน

ในฝั่งของสุภาพสตรี Ralph Lauren นำเสนอคอลเลกชัน Modern Romantics สำหรับผู้หญิงที่แต่งตัวตามสัญชาตญาณ โดยสะท้อนบุคลิกและความมั่นใจในสไตล์ของตนเอง มากกว่าการไล่ตามเทรนด์ ที่สะท้อนนิยามของการบอกเล่าตัวตนที่งดงามเหนือกาลเวลา ขณะที่คอลเลกชันของ Polo Ralph Lauren Women ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงด้วยสีที่เน้นความอบอุ่นหรูหรา เช่น สีคาเมล เทา ช็อกโกแลต และน้ำเงินเข้ม ผสานกับสีสันโดดเด่นอย่าง แดง รอยัลบลู เขียว และทอง พร้อมผ้าคุณภาพสูงอย่างทวีด เดนิม คอร์ดูรอย และขนสัตว์ ในดีไซน์สเวตเตอร์และนิตแวร์ร่วมสมัย รวมถึงเสื้อคลุมหลากหลายแบบที่ประดับด้วยลายกราฟิกใหม่ ลวดลายวาร์ซิตี้ ลายรักบี้ และลายแฟร์ไอล์ เพิ่มความโดดเด่นให้คอลเลกชันในฤดูใบไม้ร่วงนี้

คุณแหน : 4 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 4 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 4 ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระนาย สุวรรณรัฐ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ณ เมรุหลวงฯ วัดเทพศิรินทราวาส 14 ธันวาคม 2568 เวลา 17.30 น…

●● เนื่องในอภิลักขิตสมัย 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา ร่วมกับโครงการ Night at the Museum Festival 2025 เชิญชมนิทรรศการพิเศษ ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า เยี่ยมชมพระตำหนักและอาณาบริเวณวังรื่นฤดี พร้อมชมนิทรรศการ “หอมพระเดชทรงยศ” นิทรรศการ “หอมพระคุณการุญ” และนิทรรศการ “ทุกสถานเสด็จไป” ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฝีมือคุณพนักงาน ห้องเครื่องวังรื่นฤดีและของที่ระลึกพิเศษ รายได้สมทบทุนเพื่อการก่อสร้างหอพักนักเรียนชาติพันธุ์ โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.แม่ฮ่องสอน 10-14 ธ.ค.14.00-20.00 น. ณ วังรื่นฤดี สุขุมวิท 38 ลงทะเบียนได้ที่ Line@bsf_official..

●● ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ชวนรุ่นพี่รุ่นน้องและนักเรียนไปกรี๊ดให้สุดเสียงในงานวังหลัง-วัฒนาแฟร์ วันเสาร์ 13 ธ.ค. เวลา 11.00-22.00 น. พบกับศิลปินขวัญใจ อาทิ วงนูโว, กบ ทรงสิทธิ์, ป๊อด ธนชัย, D Gerrard และ Moving & Cut พร้อมกิจกรรมสนุกสนานอีกมากมาย ที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สุขุมวิท ซื้อบัตรได้ที่ เว็บไซต์ wwafair2025.com..

●● พิธีไหว้ครูโนราห์ ครั้งที่ 15 เพื่อน้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน และวันครบรอบก่อตั้งชมรมมโนราห์ ปีที่ 19 วันอาทิตย์ 7 ธ.ค. 09.00 น. ณ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดราชาธิวาสวิหาร..

●● ครบรอบ 40 ปีที่พระประชานาถมุนี เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น จ.เชียงใหม่ เริ่มโครงการศูนย์ดูเด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาส เด็กยากจน ดูแลอุปการะมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ปี 2528 ปัจจุบันมีเด็กกว่า 800 คน ต้องการรับบริจาคสิ่งของจำเป็น ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องอุปโภค-บริโภค อาหารสดอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน และเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร ติดต่อ 053-240184 Line : 082-2288542 ชื่อบัญชี วัดดอนจั่น ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 664-301462-6..

●● ศาลจังหวัดสมุทรปราการ เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม วันที่ 1-12 ธ.ค. ในเวลาราชการ ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ https://smpc.coj.go.th..

●● ก่อนสิ้นปี 2568 ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอส DMT จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความปลอดภัยบนท้องถนน กับโครงการ “เที่ยวปีใหม่ทั่วไทย ปลอดภัยไปกับโทลล์เวย์” ปีนี้พิเศษมีข้าว Green Way พร้อมยาหม่องน้ำ ฝีมือผู้สูงอายุชุมชนพลอยไพลิน เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นชุมชนที่ DMT ให้การสนับสนุนฝึกอาชีพนำผลิตภัณฑ์มาร่วมแจมด้วย นอกเหนือจากผ้าเย็น เครื่องดื่มและลูกอม เริ่มแจก 26 ธ.ค. 07.00-09.00 และ 15.00-17.00 น. หน้าด่านดินแดง 1….

เปิดอบรมทำกระเป๋าจากผักตบชวาเสริมรายได้ผู้ประสบภัย

เปิดอบรมทำกระเป๋าจากผักตบชวาเสริมรายได้ผู้ประสบภัย

เปิดอบรมทำกระเป๋าจากผักตบชวาเสริมรายได้ผู้ประสบภัย

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.52 น.

หนึ่งในแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นอกเหนือจากมอบถุงยังชีพฯ และการมอบเงินช่วยเหลือ คือ การรับซื้อผลิตภัณฑ์งานฝีมือจากชาวบ้านผู้ประสบภัย แล้วนำมาจำหน่ายที่ร้านเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ณ ที่ทำการมูลนิธิฯ หรืองานออกร้านของมูลนิธิฯ

ล่าสุด ดร. อาทร จันทวิมล กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับ ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต เตรียมเปิดอบรมการทำกระเป๋าจากผักตบชวา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ณ หมู่บ้านชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อพัฒนาฝีมือให้กับชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่บ้านชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี และหมู่บ้านโพธิ์รังนก อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง  ซึ่งมีการทำกระเป๋าจากผักตบชวาเป็นรายได้เสริมอยู่ก่อนแล้ว 

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากผักตบชวาที่ผ่านการพัฒนาฝีมือแล้ว จะนำมาจำหน่ายที่ร้านเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)   ในงานกาชาด ประจำปี 2568  ระหว่างวันที่ 11-21 ธันวาคม 2568 ที่สวนลุมพินี ในราคาใบละ 1,000 บาท เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเป็นช่องทางในการเผยแพร่ผลงานของชาวบ้านผู้ประสบภัย เพื่อหาผู้สนใจสั่งซื้อต่อไป

-(016)

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งต่อพลังแห่งการช่วยเหลือ มอบสิ่งของจำเป็น ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งต่อพลังแห่งการช่วยเหลือ มอบสิ่งของจำเป็น ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งต่อพลังแห่งการช่วยเหลือ มอบสิ่งของจำเป็น ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.47 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เสริมพลังใจให้พี่น้องชาวภาคใต้ ส่งมอบผ้าอนามัยและขนมขบเคี้ยว เพื่อสนับสนุนการดูแลพี่น้องผู้ประสบภัยผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

3 ธันวาคม 2568 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้ส่งมอบสิ่งของ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย ผ้าอนามัย จำนวน 8 ลัง รวม 3,480 ชิ้น มูลค่า 4,200 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก คุณอนัญญา ธนปฎิญญากุล และขนมเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า จำนวน 30 ลัง รวม 10,800 ชิ้น มูลค่า 108,000 บาท ได้รับการสนับสนุนจาก คุณสราญจิตร หวัง กรรมการบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 112,200 บาท

การส่งมอบในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ยังเผชิญและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ณ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า การส่งมอบสิ่งของในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งพลังเล็ก ๆ ที่ต้องการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวใต้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์เชื่อในพลังแห่งการแบ่งปัน และพร้อมยืนเคียงข้างทุกหน่วยงานที่ทำงานเพื่อสังคมอย่างเข้มแข็ง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของเหล่านี้จะช่วยลดภาระและเติมกำลังใจให้ผู้ประสบภัยได้ในเวลาที่ต้องการที่สุด

ทั้งนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสนับสนุนภารกิจเพื่อสังคมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในยามยาก ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างทันท่วงที และสะท้อนคุณค่าของการแบ่งปันในสังคมไทย

-(016)

มาดามแป้งเปิด “ครัวมาดาม” ส่งอาสากล้าใหม่ลงพื้นหาดใหญ่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

มาดามแป้งเปิด “ครัวมาดาม” ส่งอาสากล้าใหม่ลงพื้นหาดใหญ่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

มาดามแป้งเปิด “ครัวมาดาม” ส่งอาสากล้าใหม่ลงพื้นหาดใหญ่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.22 น.

มูลนิธิมาดามแป้ง โดย นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง ตั้งครัวมาดามแจกข้าวกล่อง น้ำดื่ม และเสื้อยืดมูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จ.สงขลา และ จ.พัทลุง จากเหตุการณ์อุทกภัย เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

มาดามแป้ง ส่งอาสากล้าใหม่ ตั้ง ‘ครัวมาดาม’ เพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบเหตุอุทกภัย  โดย มาดามแป้ง กล่าวว่า “การกลับมาของครัวมาดามครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ รวมไปถึงที่ จ.สตูล จ.ตรัง จ.พัทลุง และ จ.ปัตตานี ทุกคนจะเห็นคุณค่าและเห็นความเห็นอกเห็นใจกันในยามตกทุกข์ได้ยาก และเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ครัวมาดามได้มอบ ข้าวกล่อง 1,400 กล่อง น้ำดื่มเมืองไทยประกันภัย 1,600 ขวด พร้อมด้วยเสื้อยืดมูลนิธิมาดามแป้งจำนวน 1,000 ตัว โดยกระจายส่งมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา และชาวปากพะยูน บ้านปากประ บ้านชายคลอง จ.พัทลุง ตลอดวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2568

มูลนิธิมาดามแป้ง ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วประเทศไทย จากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ เพื่อสร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกคน ร่วมบริจาคสมทบทุนการดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิมาดามแป้งโดยบริจาคผ่าน QR Code : e-Donation ผู้บริจาคสามารถหักลดหย่อนได้ 1 เท่า มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมแห่งการให้ #มูลนิธิมาดามแป้ง #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน