ซัมซุงประกันชีวิต เดินหน้าปลูกป่าชายเลนถาวร สานต่อโครงการ Green Global Project…We love Thailand ครั้งที่ 14

ซัมซุงประกันชีวิต เดินหน้าปลูกป่าชายเลนถาวร สานต่อโครงการ Green Global Project…We love Thailand ครั้งที่ 14

ซัมซุงประกันชีวิต เดินหน้าปลูกป่าชายเลนถาวร สานต่อโครงการ Green Global Project…We love Thailand ครั้งที่ 14

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.20 น.

บริษัท ซัมซุง ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ซัมซุงประกันชีวิต ประเทศเกาหลี จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนถาวรในโครง การ “Green Global Project…We love Thailand” ครั้งที่ 14 ณ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6 จังหวัดเพชรบุรี โดยมีพนักงานจิตอา สาจากทั้งสองประเทศกว่า 50 คนร่วมปลูกต้นโกงกางกว่า 1,500 ต้น ในพื้นที่รวมกว่า 2 ไร่

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานจากทั้งฝั่งเกาหลีและฝั่งไทย ที่ร่วมกันทำกิจกรรมอย่างมุ่งมั่นตั้งแต่ต้นจนจบ ทุกคนช่วยกันลงปลูกต้นโกงกางด้วยพลังและความตั้งใจ พร้อมบรรยากาศที่สนุกสนาน เป็นกันเอง และมีส่วนร่วมตลอดทั้งวัน นับเป็นพลังบวกที่ช่วยขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ซัมซุงประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวด ล้อมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน ผ่านกิจกรรมจิตอาสาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนและรักษาพื้นที่ชายฝั่งทะเลของไทยให้กลับมาสมบูรณ์

โอกาสนี้ มิสเตอร์ ฮยองจุน คิม หัวหน้าส่วนงานวัฒนธรรมองค์กร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ซัมซุงประกันชีวิต ประเทศเกาหลี ซึ่งเดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ กล่าวว่า “แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นวันที่มีความหมายมากครับ ทุกคนตั้งใจทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ และบรรยา กาศก็เป็นกันเองมาก สภาพอากาศในวันนี้ก็เป็นใจมากไม่มีแดดเลย ผมรู้สึกประทับใจกับความร่วมมือของทีมไทยและทีมเกาหลี และอยากให้พนักงานจากเกาหลีได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมดี ๆ แบบนี้อีกในปีหน้า”

ตลอด 13 ครั้งที่ผ่านมา โครงการนี้ได้ปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลนไปแล้วกว่า 13,100 ต้น ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และเสริมความแข็งแรงให้ชายฝั่งทะเล ครั้งที่ 14 นี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เกิดจากพลังจิตอาสาของพนักงานทั้งสองประเทศในการสานต่อพันธกิจด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ซัมซุงประกันชีวิตเชื่อมั่นว่า การดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่องจะมีส่วนสำคัญในการช่วยอนุรักษ์ป่าชายเลนของไทยสร้างประโยชน์ต่อชุมชนโดยรอบ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถ้าไม่อยากป่วยหนัก ดูแลความดัน (โลหิต) ด้วยนะ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถ้าไม่อยากป่วยหนัก ดูแลความดัน (โลหิต) ด้วยนะ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ถ้าไม่อยากป่วยหนัก ดูแลความดัน (โลหิต) ด้วยนะ

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.42 น.


โรคความดันโลหิตสูงอาจเป็นฆาตกรเงียบของมนุษย์ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการเตือนใด ๆ แต่ในขณะเดียวกัน แรงดันเลือดที่สูงอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญภายในร่างกายได้อย่างช้า ๆ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม โรคนี้จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต เช่น โรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และไตวายเรื้อรัง

การที่เราเข้าใจเกี่ยวกับโรค และการใช้ยาลดความดันโลหิตอย่างถูกต้องจึงเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลตัวเอง

ความดันโลหิต คือแรงดันที่เลือดกระทำต่อผนังหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจสูบฉีดและคลายตัว โดยค่าความดันจะมีค่าบนซึ่งเป็นค่าแรงดันขณะหัวใจบีบตัว และค่าล่างซึ่งเป็นแรงดันขณะหัวใจคลายตัว ภาวะความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นเมื่อค่าความดันสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท

สาเหตุของความดันโลหิตสูงแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ พบในผู้ป่วยส่วนใหญ่ มากกว่า 90 % ไม่สามารถระบุสาเหตุเฉพาะเจาะจงได้ แต่เชื่อว่าเกิดจากความซับซ้อนของปัจจัยทางพันธุกรรม และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่กระตุ้นให้เกิดความผิดปกติ กับอีกชนิดคือความดันโลหิตสูงชนิดทราบสาเหตุ ซึ่งพบได้ประมาณ 5-10 % โดยเกิดจากโรคหรือความผิดปกติของอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายที่ส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมความดันโลหิต ซึ่งหากรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุได้ ความดันโลหิตก็จะกลับมาเป็นปกติ ตัวอย่างโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น โรคไตเรื้อรัง หลอดเลือดแดงที่ไตตีบ เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต โรคต่อมไทรอยด์บางชนิด และภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูงชนิดใดก็มีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นตัวเร่งที่ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงและควบคุมได้ยาก ได้แก่ อายุที่เพิ่มสูงขึ้นตามวัย ทำให้หลอดเลือดจะเริ่มแข็งและยืดหยุ่นน้อยลง ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีพ่อแม่หรือญาติสายตรงเป็นโรคความดันโลหิตสูงมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไป เพศชายมักมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ในเพศหญิงจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในวัยหลังหมดประจำเดือน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่เกิดจากพฤติกรรม ได้แก่ ภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งทำให้หัวใจต้องทำงานหนักในการสูบฉีดเลือดเลี้ยงทั่วร่างกาย การกินเค็ม หรือโซเดียมสูงทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ในหลอดเลือดมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาตรเลือดและแรงดันสูงขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์หนักเป็นประจำจะทำลายหัวใจและเพิ่มความดันโลหิต การสูบบุหรี่ซึ่งสารนิโคตินในบุหรี่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและทำให้หลอดเลือดหดตัว แล้วยังทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ส่วนคนที่ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดเรื้อรัง ก็เสี่ยงมาก ซึ่งหากมีความเครียดสะสมเป็นเวลานานจะนำไปสู่ความดันโลหิตสูงแบบถาวร ส่วนโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน และ ไขมันในเลือดสูง ทำให้มีความเสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูงร่วมด้วย เนื่องจากโรคเหล่านี้ล้วนมีผลต่อความเสียหายของหลอดเลือด

ดังนั้น เมื่อได้รับการวินิจฉัยเป็นความดันโลหิตสูง นอกจากการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้อย่างเคร่งครัดต่อเนื่องแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงก็จำเป็น จึงต้องลดการสูบบุหรี่ เลิกเหล้า ลดน้ำหนัก คุมอาหารเค็ม รักษาโรคเรื้อรังอื่น และออกกำลังกายให้เหมาะสม ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ความดันโลหิตอยู่ในค่าเป้าหมายได้ดี

สำหรับยาที่ใช้รักษาเพื่อลดความดันโลหิตมีหลากหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน เพื่อมุ่งเป้าไปที่การลดแรงดันในหลอดเลือดและปกป้องอวัยวะสำคัญ ซึ่งการใช้ยาทุกชนิดนี้ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ห้ามผู้ป่วยหยุดยาเองโดยเด็ดขาด เพราะการหยุดยาโดยไม่มีการควบคุมทางการแพทย์ อาจทำให้ความดันดีดกลับสูงขึ้นอย่างรุนแรง แล้วนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น หลอดเลือดสมองแตกฉับพลัน แต่หากเกิดอาการข้างเคียงใด ๆ จากการใช้ยาต้องรีบปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรเพื่อปรับยาให้เหมาะสมที่สุด แต่ยังต้องใช้ยาอย่างสม่ำเสมอและมีวินัยในการควบคุมอาหารและพฤติกรรมควบคู่กันไป เพื่อให้การควบคุมความดันโลหิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดงาน ‘The Wattana Experience’ ถ่ายทอดแนวคิดการศึกษายุคใหม่ สร้างรากฐานเยาวชนสู่พลเมืองโลก

โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดงาน ‘The Wattana Experience’  ถ่ายทอดแนวคิดการศึกษายุคใหม่ สร้างรากฐานเยาวชนสู่พลเมืองโลก

โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดงาน ‘The Wattana Experience’ ถ่ายทอดแนวคิดการศึกษายุคใหม่ สร้างรากฐานเยาวชนสู่พลเมืองโลก

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพราะ “การศึกษาพื้นฐานที่ดี” คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงของเด็กทุกคน โรงเรียนจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ให้ความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการหล่อหลอมทักษะชีวิต คุณธรรม และคุณภาพความเป็นมนุษย์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จึงได้จัดงาน “The Wattana Experience” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเปิดบ้านต้อนรับและสัมผัส “ประสบการณ์แห่งความสุขและคุณภาพแบบวัฒนา” รับฟังแนวคิดการจัดการศึกษายุคใหม่ที่ผสมผสานความเป็นเลิศทางวิชาการ ความเป็นสากล และนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อสร้างรากฐานแห่งความสุขและความสำเร็จให้กับเยาวชนไทย ดำเนินรายการโดย ลอร่า- ศศิธร วัฒนกุล พิธีกรชื่อดัง และ นางสาวชัชมน โอสถานุเคราะห์ นักเรียนชั้น ม.6

พิธีเปิดงานเริ่มด้วยการอธิษฐานเปิดงานโดย ศาสนาจารย์ ดร.ศึกษา เทพอารีย์ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย การแสดงเริ่มด้วยเพลงสรรเสริญพระเจ้าจากคณะนักร้องประสานเสียง Wattana Little Angels ซึ่งคณะนักร้องประสานเสียงโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยได้รับการส่งเสริมพัฒนาไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ โดย Wattana Children’s Chorus และ Wattana Girls’ Chorus ได้สร้างชื่อเสียงคว้ารางวัลมาแล้วหลายเวที ทั้ง 2 เหรียญทองจากการแข่งขัน Slovakia Cantat 2025, 1 เหรียญทอง จากการแข่งขัน The 14th  World Peace Choral Festival ที่เวียนนา ประเทศออสเตรีย,  2 เหรียญทองและรางวัลChampion of Category ที่ฮ่องกง และสาธารณรัฐประชาชนจีน, ได้รับ 3 รางวัล Gold Award, Best Conducting Award และ Best Piano Accompaniment & Artistic Direction Award จากเวที 11th ASEAN International Choral Festival และ 2 รางวัลล่าสุดจากการแข่งขัน 2nd  Thailand International Choral Festival ได้แก่ Gold Medal and Winner of Category ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนา “Soft Power” ของเยาวชนไทยในเวทีโลก

อาจารย์ลานทิพย์ ทวาทศิน ผู้จัดการโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย กล่าวว่า “โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เป็นโรงเรียนสตรีประจำและโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของประเทศไทย ผู้บุกเบิกด้านการศึกษาปฐมวัยมายาวนาน เรามุ่งพัฒนาเด็กเล็กสู่การเป็นพลเมืองสามภาษา (Trilingual) และ Global Citizen ที่มีคุณภาพ ด้วยแนวทางการเรียนรู้ที่เน้นความพร้อมและความเข้าใจ ไม่เร่งรัด และสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย ตามหลักคิด ‘ไม่เร่ง ก็เก่งได้ และเก่งหลากหลายได้ที่วัฒนา’ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการศึกษาที่เราเชื่อมั่นมาโดยตลอด”

นอกจากนี้ ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นเหมือนบ้าน (Homey situation) โดยคุณครูทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยง หรือแม่คนที่สอง ดูแลตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่น การพาเข้าห้องน้ำ ไปจนถึงการโอบกอดปลอบเมื่อเด็กร้องไห้ เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกปลอดภัย พร้อมเปิดใจเรียนรู้ในโลกสามภาษา เด็กจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Immersive Program ทั้งการร้องเพลง เกม และการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ซึ่งทำให้เด็กจำนวนมากเติบโตเป็นเด็กสามภาษาได้ตั้งแต่วัยอนุบาล”

ดร.สุภลักษณ์ ไชยสถาน ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า “ในด้านวิชาการ โรงเรียนได้รับการรับรองให้เปิดสอนหลักสูตร Cambridge Primary อย่างเป็นทางการ จาก Cambridge Assessment International Education (CAIE) โดยให้ความสำคัญกับ Academic Power ที่เกิดจาก “Top Teacher” และ “Bilingual Teacher” ทั้งอังกฤษและจีตครูชาวต่างชาติประจำชั้น 1 คนต่อห้องตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยม จะสอนภาษาอังกฤษในทุกวัน ผ่านกิจกรรมอย่าง phonics การเล่านิทาน และการสนทนา ขณะที่ครูไทยทำงานร่วมอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้นักเรียนปรับตัวได้ง่ายและเรียนรู้อย่างมั่นใจ

โรงเรียนวัฒนาได้ดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการรับรองคุณภาพจาก สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ และผ่านการประเมิน Best Practice (แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ) มากถึง 9 เรื่อง ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศในการบริหารจัดการศึกษา ทั้งในด้านการเรียนการสอน การดูแลนักเรียน และการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Microsoft Showcase School แห่งปี ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสำคัญที่สะ ท้อนถึงการพัฒนาห้องเรียนให้ก้าวทันยุคดิจิทัล โดยในปีนี้มีเพียง 2 โรงเรียนในประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้าง “ห้องเรียนแห่งอนาคต” และพัฒนาทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน ทั้งด้านการคิดเชิงนวัตกรรม การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน”

ภายในงานยังมีการแสดงความสามารถของนักเรียนที่สะท้อนแนวทาง “ไม่เร่งก็เก่งได้ และเก่งหลากหลายได้ที่วัฒนา” ผ่านกิจกรรมบูรณาการหลากหลาย ได้แก่ การพูดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษหัวข้อ Its okayIm always here for you.” จากนักเรียนชั้นอนุบาล การแสดง Science Show และการแสดง Botball Robotics ที่โชว์ทักษะการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อย่างชาญฉลาด จากนักเรียนระดับประถม สะท้อนให้เห็นว่า นักเรียนวัฒนาวิทยาลัยได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะชีวิต ผ่านบรรยากาศการเรียนรู้ที่อบอุ่น เป็นมิตร และไม่เร่งรัด สมกับแนวทางที่โรงเรียนยึดมั่นมาโดยตลอด ร่วมด้วยเสียงสะท้อนจากตัวแทนนักเรียนประจำระดับมัธยม ดีกรีนักกีฬาว่ายน้ำระดับชาติและยังเก่งด้านวิชาการด้วยเกรดเฉลี่ย 3.9 ชนะโครงการระดับนานาชาติ ที่มาแชร์ประสบการณ์ว่าการอยู่ประจำทำให้ชีวิตง่ายขึ้น มีเวลามากขึ้น พัฒนาการเรียนได้มากขึ้น

อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจากศิษย์เก่าคนดังของโรงเรียน ได้แก่ เฟย์–พรปวีณ์ นีระสิงห์ และ ฟาง–ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ รวมถึงนักร้องนักแสดงที่เป็นผู้ปกครอง น็อตโตะ–พิมพ์ปวีณ์ พวงธนะสารธัชพล ชุมดวง (ตูน AF), โจ๊กเกอร์- ณศิวัชร์ นพภิรมย์ไชย มาร่วมพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ที่อบอุ่นจากรั้ววัฒนา  ปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดเตรียม “เมนูไฮไลต์วัฒนา” ที่ทั้งอร่อย สะอาด และมีเอกลักษณ์เฉพาะของโรงเรียน พร้อมบรรยากาศอบอุ่นที่จำลองบรรยากาศการรับประทานอาหารแบบพี่ดูแลน้องของนักเรียนวัฒนาวิทยาลัย

ด้วยรากฐานที่มั่นคงและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยยังคงเดินหน้าสร้าง “ประสบการณ์คุณภาพแห่งชีวิตการเรียนรู้” เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณธรรมและศักยภาพ พร้อมก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นใจสำหรับผู้ปกครองที่สนใจ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เปิดให้เข้าเยี่ยมชม โดยสอบถามเพิ่มเติม Line Official : wattana_official โทร: 0-2254-7991 – 6 ต่อ 216, 306 (ห้องทะเบียน)

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน ‘Kraam International Symposium 2025’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน ‘Kraam International Symposium 2025’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน ‘Kraam International Symposium 2025’

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานและร่วมรับฟังการบรรยายงานวิชาการ Kraam International Symposium 2025 ภายใต้แนวคิด “HANDS ACROSS CULTURE” ณ EM TOWER ชั้น 14 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์  โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหาร และข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จและร่วมงาน

ในการนี้ เสด็จไปทอดพระเนตรการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทย และผ้าย้อมคราม อันเป็นผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนตามพระดำริ ทั้งดอนกอยโมเดล วิชชาลัยชุมชน เส้นใยสร้างสรรค์ Carbon Footprint OTOP Premium ผ้าชาติพันธุ์ และงานจักสาน อาทิ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ กลุ่ม Detail อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา และศูนย์การเรียนรู้ขวัญตา วิชชาลัยทอผ้าหนองบัวลำภู อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการ Global Forum on Arts & Craftsmanship Hands Across Culture Kraam International symposium 2025 และพระราชทานพระวโรกาสให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบทูลถวายรายงาน

ในโอกาสนี้ ทรงร่วมรับฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกใน 3 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ Witness of Luxury Crafts โดย Béatrice Quette ภัณฑารักษ์จาก Musée des Arts Décoratifs (MAD), Paris  นำเสนอบทบาทของ MAD ในการเก็บรักษาศิลปวัตถุไทยชั้นสูง อาทิ เครื่องเบญจรงค์ สิ่งทอ และฉลองพระองค์ ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการส่งต่อรสนิยมร่วมสมัย ซึ่งมีอิทธิพลต่อวงการศิลปะและงานตกแต่งของโลก

Weaving Gold: The Past and Future of a Thai Craft โดย Dr. Louis Copplestone ภัณฑารักษ์จาก Victoria and Albert Museum (V&A), London ถ่ายทอดคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของงานเครื่องทองไทย โดยเฉพาะในด้านเครื่องประดับและงานโลหะร่วมสมัยที่พัฒนาจากภูมิปัญญาโบราณ

 The Reinvention of Japanese Indigo Dyeing โดย Kenta Watanabe ผู้ก่อตั้ง Watanabe’s Co., Ltd., Japan ถ่ายทอดการฟื้นฟูกระบวนการย้อมครามแบบดั้งเดิม ภายใต้แนวคิด “Seed – to – Dye” และการพัฒนาเฉดสีครามมากกว่า 27 เฉด จนได้รับการขนานนามว่า “Watanabe’s Blue”

งาน Kraam International Symposium 2025 งานวิชาการระดับโลกจัดขึ้นโดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 19–22 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาช่างทอผ้าไทยเข้ากับมุมมองสากลผ่านแนวคิด ”HANDS ACROSS CULTURE“ เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าครามไทยให้ตอบโจทย์ตลาดโลก ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยเนื้อหาการเสวนาวิชาการเจาะลึกทั้งในมิติประวัติศาสตร์และการต่อยอดสู่อนาคต อีกทั้ง ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านคราม การย้อมสีธรรมชาติ งานคราฟต์ และศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยรวมผู้เชี่ยวชาญ ภัณฑารักษ์ นักออกแบบ และช่างฝีมือจากนานาประเทศ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน

‘ญาญ่า-อุรัสยา’ เปิดมุมมอง Seafood from Norway เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นอร์เวย์ ครบ 120 ปี

‘ญาญ่า-อุรัสยา’  เปิดมุมมอง Seafood from Norway   เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นอร์เวย์ ครบ 120 ปี

‘ญาญ่า-อุรัสยา’ เปิดมุมมอง Seafood from Norway เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นอร์เวย์ ครบ 120 ปี

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในปี 2568 นอร์เวย์คว้าตำแหน่งผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดในโลก เดินหน้าส่งต่ออาหารทะเลคุณภาพสูงสู่ 150 ตลาดทั่วโลก หรือเทียบเท่ากับ 38 ล้านมื้อต่อวัน สำหรับประเทศไทย ปีนี้ยังเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นอร์เวย์ครบ 120 ปี มาพร้อมกับการจัดเทศกาล Seafood from Norway Festival 2025 ครั้งแรกในไทย และประสบการณ์อาหารทะเลสุดประทับใจที่ถ่ายทอดผ่าน ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ พรีเซนเตอร์ของ Seafood from Norway ประเทศไทย

ความนิยมของอาหารทะเลนอร์เวย์ในไทย โดยเฉพาะแซลมอน เติบโตอย่างมากจากกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีมากกว่า 5,700 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจาก Project Japan ที่ชาวนอร์เวย์เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปแนะนำแซลมอนสดให้เชฟญี่ปุ่นใช้ทำซูชิและซาชิมิเมื่อ 40 ปีก่อน ในวันนี้ การเดินทางของ Seafood from Norway ได้มาไกลกว่านั้นมาก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาพจำของอาหารญี่ปุ่นอีกต่อไป คนไทยคุ้นเคยกับแหล่งที่มาของแซลมอนนอร์เวย์ ฟยอร์ดเทราต์ และนอร์วีเจียนซาบะจากน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาดของนอร์เวย์กันมาขึ้น แถมยังสนุกกับการจับคู่เมนูอาหารทะเลนอร์เวย์ในสไตล์ไทยๆ มากขึ้นด้วย แซลมอนกลายเป็นเมนูโปรดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งทำกินเองและออกไปกินนอกบ้าน โดยเฉพาะจากกระแส ‘Salmon Saturday…เสาร์สุดฟิน ชวนกินแซลมอน’ ที่ชวนให้คนไทยอิ่มอร่อยกับแซลมอนในวันเสาร์กับครอบครัวและคนพิเศษ

ตัวแทนหัวใจของความสัมพันธ์ไทย–นอร์เวย์คือ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ผู้ทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ของ Seafood from Norway ประเทศไทย ด้วยพื้นเพที่ผสมผสานสองวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ชีวิตครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่นของเธอ ทำให้ทั้งสองวัฒนธรรมถูกให้ความสำคัญและมีการเฉลิมฉลองร่วมกันอยู่เสมอ พร้อมสร้างช่วงเวลาน่าจดจำบนโต๊ะอาหารในทุกมื้อ

ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ เล่าว่า “สิ่งที่ญ่ารักมากอย่างหนึ่งเกี่ยวกับรากเหง้าของตัวเอง คือวัฒนธรรมอาหารที่สามารถดึงทุกคนให้มารวมกันได้ และครัวที่เปรียบเสมือนหัวใจของบ้าน ครอบครัวเราจะกินข้าวพร้อมหน้ากันเสมอ ทำอาหารด้วยเมนูจากอาหารทะเลนอร์เวย์หลากหลายแบบ บางวันก็ผสมกับอาหารสไตล์ไทยๆ ด้วย เมนูที่ทำให้คิดถึงบ้านและช่วงวัยเด็กทันทีคือแซลมอนอบ (Baked Salmon) ที่คุณพ่อทำได้อร่อยมากๆ ถ้าที่บ้านมีเตาอบ แค่นำแซลมอนใส่ในฟอยล์ วางเลมอนสามชิ้นด้านบน แล้วโรยผักชีลาวไว้ข้าง ๆ ง่ายมากและอร่อยสุดๆ

ทุกวันนี้ญ่าเจอคนเยอะมากจากการทำงาน แต่ช่วงเวลาที่ได้สานสัมพันธ์และพูดคุยกันอย่างมีความหมายจริง ๆ กลับเป็นเวลาที่ได้กินข้าวด้วยกัน ได้นั่งลงที่โต๊ะแล้วแบ่งปันของอร่อยกัน นั่นแหละคือช่วงที่บทสนทนาและความผูกพันจริงๆ เริ่มขึ้นค่ะ” ญาญ่า-อุรัสยา เล่าเพิ่มเติม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ญาญ่า-อุรัสยา ได้ร่วมเดินทางกับ Seafood from Norway ตั้งแต่การไปสัมผัสผู้คนและธรรมชาติของนอร์เวย์ผ่านแคมเปญ The Story from the North ไปจนถึงการพาอาหารทะเลนอร์เวย์มาเข้าครัวคนไทยในแคมเปญ ‘Norwegian Thai Taste วัตถุดิบอันล้ำค่า…สู่อาหารไทย 4 ภาค’ อิทธิพลของเธอช่วยเปิดมุมมองให้คนไทยได้รู้จัก Seafood from Norway ในมิติที่กว้างกว่าแค่วัตถุดิบในการทำอาหาร

จากน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาดของนอร์เวย์ผสานกับความเชี่ยวชาญและแนวทางการทำงานอย่างยั่งยืน ทำให้นอร์เวย์สามารถผลิตอาหารทะเลคุณภาพระดับโลก ตลอดหลายชั่วอายุคนที่ชาวนอร์เวย์จับ เลี้ยง และแปรรูปอาหารทะเล ด้วยความเข้าใจในระบบนิเวศของท้องทะเลอย่างลึกซึ้ง และมุ่งมั่นในการทำงานทุกขั้นตอนอย่างยั่งยืน คงไว้ซึ่งประเพณีควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบรับความต้องการอาหารทะเลที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เทศกาล Seafood from Norway Festival 2025 ในไทย ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติ ผู้คน และอนาคตร่วมกันเหล่านี้ ผ่านประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟป๊อปอัพที่ใหญ่ที่สุดครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมห้าโซนกิจกรรม เมนูพิเศษจากเชฟ และบูธจากพาร์ทเนอร์ มาในบรรยากาศที่ได้แรงบันดาลใจจากหมู่บ้านที่นอร์เวย์ ยกมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ งานนี้ช่วยให้ผู้ร่วมงานเข้าใจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของนอร์เวย์อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเชื่อมโยงกับผู้บริโภคชาวไทยผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย เหมือนช่วงเวลาที่ทุกคนล้อมวงรอบโต๊ะอาหารร่วมกัน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Seafood from Norway สามารถติดตามได้ที่ Instagram Seafood from Norway Thailand หรือทางเว็บไซต์

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยเหมาเจ๋อตุง: การเดินทางสู่ความเปลี่ยนแปลง

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยเหมาเจ๋อตุง: การเดินทางสู่ความเปลี่ยนแปลง

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยเหมาเจ๋อตุง: การเดินทางสู่ความเปลี่ยนแปลง

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประวัติศาสตร์จีนในพุทธศตวรรษที่ 25 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการพลิกผันครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยของ เหมา เจ๋อตุง (毛泽东) (พ.ศ.2492-2519) ซึ่งเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก      ประธานเหมาได้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนก้าวขึ้นสู่อำนาจและสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีพ.ศ. 2492 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ  ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม   เป็นช่วงเวลาที่ประเทศจีนเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่รัฐสังคมนิยมภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยึดหลักการคอมมิวนิสต์รัสเซียของ มากซ์-เลนิน แล้วพัฒนาเป็น”ลัทธิเหมา”   ซึ่งเน้นการปฏิวัติชนบทและการต่อสู้ของชนชั้น

การเดินทางไกล (Long March 长征)  ก่อนที่จะขึ้นสู่อำนาจ เหมาและพรรคคอมมิวนิสต์ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูสำคัญอย่างพรรค ก๊กมินตั๋ง ที่นำโดยเจียง ไคเช็ก การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดจนกระทั่งในปีพ.ศ. 2477  ทหารพรรคคอมมิวนิสต์ 86,000 คน ถูกกองทัพก๊กมินตั๋งล้อมไว้ จึงต้องตัดสินใจ เดินทางไกล (Long March) จากมณฑลเจียงซีไปยังส่านซี เพื่อหลบหนีการโจมตี การเดินทางครั้งนี้กินระยะทางกว่า 12,500 กิโลเมตร ผ่านภูมิประเทศที่ทุรกันดารและเต็มไปด้วยอันตราย เสียทหารไปกว่าร้อยละ 80  การเดินทางไกลไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางหลบหนี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการอุทิศตนและความอดทนของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งช่วยสร้างความชอบธรรมและความแข็งแกร่งให้กับเหมาในฐานะผู้นำ

กองพล 93 : ชะตากรรมของทหารก๊กมินตั๋ง   กองพล 93 เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพก๊กมินตั๋งที่ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะ กองพลส่วนหนึ่งได้ถอยร่นเข้ามาในเขตชายแดนไทย-พม่า และไม่สามารถเดินทางกลับเมืองจีนได้ ทหารเหล่านี้ต้องใช้ชีวิตในพื้นที่ดังกล่าวและมีส่วนร่วมในการต่อสู้ในพื้นที่ชายแดน การดำรงอยู่ของกองพล 93 สะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองและประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนของจีน

การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม  พ.ศ. 2492 เหมาเจ๋อตุงได้ประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเหนือพรรคก๊กมินตั๋ง (國民黨) ของเจียงไคเช็ก ในสงครามกลางเมืองจีนที่ยาวนานกว่า 20 ปี    เจียงไคเช็กนำทหารหนีไปเกาะไต้หวัน     การสถาปนารัฐบาลใหม่ของเหมาเจ๋อตุงนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจของจีน  มีการฟื้นฟูเมืองต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากสงครามกลางเมือง เมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว

นโยบายปฏิรูปที่ดิน (_Land Reform 土地改革)  : โดยยึดที่ดินจากเจ้าของที่ดินรายใหญ่และแจกจ่ายให้ชาวนาที่ไม่มีที่ทำกิน หรือมีที่ดินน้อย โดยเจ้าของที่ดินจะถูกนำตัวมาต่อหน้าสาธารณชนและถูกประณามในความผิดฐานกดขี่ขูดรีดชาวนา   ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชนบท  ชาวนาที่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายนี้กลายเป็นฐานกำลังที่สำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน   ในระหว่างกระบวนการปฏิรูปที่ดิน มีเจ้าของที่ดินจำนวนมากถูกสังหารหรือลงโทษอย่างรุนแรงโดยกลุ่มชาวนาที่โกรธแค้น ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียชีวิตอย่างมากมาย   ในระยะต่อมา ที่ดินที่ถูกแจกจ่ายให้กับชาวนาได้ถูกรวมเข้าเป็น “สหกรณ์การเกษตร” (农业合作社)  ซึ่งเป็นก้าวแรกของการรวมกลุ่มการผลิต และในที่สุดก็นำไปสู่การจัดตั้ง “คอมมูนประชาชน” (人民公社 )  ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจของจีน

นโยบาย การก้าวกระโดดครั้งใหญ่ (Great Leap Forward): เริ่มในปี 1958 เพื่อเร่งอุตสาหกรรมและการผลิตเหล็ก เมืองจีนได้รับการผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเหล็กและเหล็กกล้าขนาดเล็ก ประชาชนในเมืองถูกระดมให้ทำงานในเตาหลอมเหล็กในสวนหลังบ้านและโรงงานขนาดเล็ก แม้ว่านโยบายนี้จะล้มเหลวในที่สุด นำไปสู่ความอดอยากครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตหลายสิบล้านคน  แต่ก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำให้เมืองเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรม

นโยบาย การปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution文化大革命): พ.ศ.  2509-2519 เพื่อกำจัด “แนวคิดเก่า” และศัตรูทางอุดมการณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัด “ชนชั้นนำเก่า และค่านิยมดั้งเดิม” รวมทั้งผู้ที่มีแนวคิดทุนนิยมออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ การปฏิวัติครั้งนี้ก่อให้เกิดความวุ่นวายอย่างรุนแรงในสังคม มีการล้างสมองเยาวชน  ทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิม และสิ่งของเก่าแก่มากมาย นักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ และผู้มีความรู้จำนวนมากถูกสังหารหรือถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบท   นักเรียนและเยาวชนในเมืองจำนวนมากถูกส่งไปทำงานในไร่นาและฟาร์มรัฐ อาคารและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งถูกทำลาย ชื่อถนนและสถานที่ต่างๆ ถูกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับอุดมการณ์สังคมนิยม  การปฏิวัติวัฒนธรรมสร้างความวุ่นวายในเมืองต่างๆ กองกำลังเยาวชนแดง เรดการ์ด Red Guards  ทำลายทรัพย์สินและข่มขู่ประชาชน ระบบการศึกษาและสถาบันวัฒนธรรมหลายแห่งถูกปิดหรือหยุดการดำเนินงาน

แก๊งค์สี่คนและบทบาททางประวัติศาสตร์ ในช่วงปลายยุคของเหมา แก๊งค์สี่คน (Gang of Four四人帮) ซึ่งนำโดยเจียง ชิง ภรรยาของเหมา ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างๆ พวกเขาใช้อำนาจที่มีในการควบคุมสื่อและการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสนับสนุนการปฏิวัติวัฒนธรรมและขับเคลื่อนแนวคิดแบบสุดโต่ง หลังจากที่เหมาเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2519 แก๊งค์สี่คนก็ถูกจับกุมจำคุกและถูกตั้งข้อหาเป็นอาชญากรทางการเมือง การสิ้นสุดของแก๊งค์สี่คนถือเป็นการสิ้นสุดของยุคสมัยที่วุ่นวายและเปิดโอกาสให้จีนเข้าสู่ช่วงการปฏิรูปประเทศ

สี่ทันสมัย : การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่  หลังจากการปฏิวัติวัฒนธรรมและแก๊งค์สี่คนสิ้นสุดลง   เติ้ง เสี่ยวผิง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและผลักดันนโยบาย สี่ทันสมัย (Four Modernizations) เพื่อพัฒนาประเทศจีนในสี่ด้านหลัก ได้แก่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการป้องกันประเทศ นโยบายนี้มุ่งเน้นการเปิดรับเศรษฐกิจแบบตลาดและต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์จีนสมัยเหมา เจ๋อตุงเต็มไปด้วยเรื่องราวความขัดแย้ง ความสูญเสีย และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการเดินทางไกลเพื่อสร้างรากฐานของพรรคคอมมิวนิสต์ การปฏิวัติวัฒนธรรมที่ทิ้งบาดแผลไว้ในสังคม ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่ยุคสี่ทันสมัยที่นำพาจีนไปสู่ความรุ่งเรืองในปัจจุบัน เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองและพลังของการเปลี่ยนแปลงในสังคมจีน

ความดี 7 ข้อ และข้อผิดพลาด 3 ข้อของเหมา เจ๋อตุง  

เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนรุ่นต่อมาได้ประเมินว่าเหมาเจ๋อตุงได้ทำความดี 7 ประการคือ

1.รวมชาติและฟื้นฟูอำนาจของจีน : เหมา เจ๋อตุงเป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนสู่ชัยชนะในสงครามกลางเมือง และการล่าอาณานิคม สามารถรวมจีนให้เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง หลังจากที่ตกอยู่ในสภาวะแตกแยกสงครามกลางเมืองมานานหลายทศวรรษ สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีพ.ศ. 2492 ยุติช่วงเวลาแห่งสงครามและความวุ่นวาย

2. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน : รัฐบาลของเหมาได้ริเริ่มโครงการขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น การสร้างถนน ทางรถไฟ และเขื่อน ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาในอนาคต

3. สร้างความเท่าเทียมทางสังคม : ยุติระบบศักดินา ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม  เพิ่มความเท่าเทียมในชนบท  โดยเฉพาะการปฏิรูปที่ดินกระจายทรัพย์สิน ทำให้ชาวนาได้เป็นเจ้าของที่ดิน เลิกธรรมเนียมการคลุมถุงชนและการกดขี่ผู้หญิง  ส่งเสริมให้หญิงจีนมีสิทธิและบทบาทมากขึ้น  ลดความแตกแยกทางภูมิภาคและชนชั้น

4. ส่งเสริมการศึกษาและการรู้หนังสือ : รัฐบาลของเหมาได้เปิดโรงเรียนทั่วประเทศและดำเนินโครงการส่งเสริมการศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้คนจีนจำนวนมากสามารถอ่านออกเขียนได้ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

5. พัฒนาสาธารณสุขพื้นฐาน : เหมาให้ความสำคัญกับการสาธารณสุข โดยส่งหมอเท้าเปล่า และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไปยังพื้นที่ชนบทเพื่อให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก

6. สร้างความมั่นคงของชาติ : ภายใต้การนำของเขา จีนสามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงในเวทีระหว่างประเทศ และสามารถต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ    ชนะในสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและสงครามกลางเมือง ด้วยยุทธศาสตร์ “ชนบทล้อมเมือง” และสงครามประชาชน

7. เป็นแรงบันดาลใจให้แก่การต่อสู้เพื่อปลดปล่อย : อุดมการณ์ของเหมา หรือที่เรียกว่า ลัทธิเหมา (Maoism) ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ขบวนการคอมมิวนิสต์และขบวนการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยในประเทศโลกที่สามหลายแห่ง

ความผิดพลาด 3 อย่างของเหมา เจ๋อตุง

1. การก้าวกระโดดครั้งใหญ่ (The Great Leap Forward): เป็นโครงการเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนจีนจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในช่วงปลายทศวรรษ 1950 อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงและนำไปสู่ภาวะอดอยากครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตคนจีนไปหลายสิบล้านคน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

2. การปฏิวัติวัฒนธรรม (The Cultural Revolution): เป็นขบวนการที่เหมาเริ่มต้นขึ้นเมื่อพ.ศ. 2509 เพื่อกำจัด “ชนชั้นกระฎุมพี” และผู้ที่มีความคิดต่อต้านการปฏิวัติ (ลัทธิแก้) ที่เขาอ้างว่าแทรกซึมเข้ามาในพรรคคอมมิวนิสต์และสังคมโดยรวม การปฏิวัตินี้ส่งผลให้เกิดความรุนแรงและความวุ่นวายอย่างกว้างขวาง โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องปิดตัวลง ผู้คนจำนวนมากถูกสังหารหรือส่งไปใช้แรงงานในชนบท และทำลายวัฒนธรรมอันล้ำค่าของจีนไปเป็นจำนวนมาก

3. การรวบอำนาจเบ็ดเสร็จและการปราบปรามทางการเมือง: เพื่อรักษาอำนาจ เหมาได้ใช้วิธีการที่รุนแรงในการปราบปรามผู้เห็นต่างและผู้ที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูของพรรคคอมมิวนิสต์ ควบคุมสื่อไม่ให้เสรีภาพในการแสดงออกซึ่งนำไปสู่การสังหารหมู่และลงโทษผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก   

โดย อาทร  จันทวิมล

‘Starry Night Concert with a Taste : A Story of Hope’ กิจกรรมการกุศล หนุนวิจัยขั้นสูง เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วย

‘Starry Night Concert with a Taste : A Story of Hope’ กิจกรรมการกุศล หนุนวิจัยขั้นสูง เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วย

‘Starry Night Concert with a Taste : A Story of Hope’ กิจกรรมการกุศล หนุนวิจัยขั้นสูง เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วย

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กองทุน Hope for Sarcoma ภายใต้ศิริราชมูลนิธิ ประสบความสำเร็จจากการจัดกิจกรรมการกุศล “Starry Night Concert with a Taste: A Story of Hope” เพื่อระดมทุนสนับสนุนการวิจัยขั้นสูงด้านมะเร็งซาร์โคมา โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก พญ.นันทิชา ไชยกุล ในฐานะประธานการจัดงาน พร้อมด้วย สมนึก ไชยกุล และครอบครัวที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และร่วมบริจาคสมทบทุนเพิ่มเติมเพื่อเสริมงบประมาณด้านการวิจัยมะเร็งซาร์โคมาให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นโดยรายได้จากการจัดงานครั้งนี้ รวมถึงเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา จำนวนทั้งสิ้นกว่า 4.5 ล้านบาท ใช้เป็นทุนสนับสนุน

การวิจัยขั้นสูงด้านมะเร็งซาร์โคมา เพื่อใช้ในการพัฒนาวิธีการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมาในประเทศไทย โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบทุนสนับสนุนดังกล่าว

พญ.นันทิชา ไชยกุล ประธานการจัดงาน กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อระดมทุนให้เพียงพอต่อการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาแนวทางการรักษาใหม่ ๆ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมา โดยให้ความสำคัญทั้งในด้านการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การรักษาที่จำเพาะต่อเนื้อเยื่อ และการลดผลข้างเคียงจากการรักษาแบบดั้งเดิม เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“มะเร็งซาร์โคมาเป็นมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่พบได้น้อยเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น ทำให้ข้อมูลและแนวทางการรักษายังมีจำกัด อีกทั้งยังตรวจพบได้ยากจากการตรวจสุขภาพทั่วไป ดังนั้นเงินที่ได้รับจากการสนับสนุนในงานครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าเชิงลึก และพัฒ นาองค์ความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับมะเร็งซาร์โคมา ทั้งในด้านชีววิทยาโมเลกุล การตอบสนองต่อการรักษา และการพัฒนาวิธีรักษาแบบผสมผสานที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

งานวิจัยเหล่านี้ไม่เพียงเป็น “แสงแห่งความหวัง” สำหรับผู้ป่วยและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานให้บุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยไทยสามารถพัฒนาวิธีการรักษาที่เทียบเท่าระดับนานาชาติ และต่อยอดไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมาในระยะยาว ซึ่งถือเป็นโรคที่ต้องการการสนับสนุนงานวิจัยเฉพาะทางอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง” พญ.นันทิชา กล่าว

ด้าน ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุน Hope for Sarcoma ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการต่อยอดองค์ความรู้ด้านมะเร็งซาร์โคมา ซึ่งเป็นโรคที่พบได้น้อยและมีความซับซ้อนทั้งในเชิงการวินิจฉัยและการรักษา ทุนจำนวนกว่า 4.5 ล้านบาท จะช่วยเสริมศักยภาพของทีมแพทย์และนักวิจัยของศิริราชในการพัฒนางานวิจัยเชิงลึก ตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริงกับผู้ป่วย

พร้อมกันนี้ ศ.นพ.อภิชาติ ได้แสดงความขอบคุณต่อผู้จัดงาน ผู้สนับสนุนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมกันมอบ “โอกาสและความหวัง” ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมา โดยย้ำว่าทุกการสนับสนุนไม่เพียงช่วยให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ทางการแพทย์ แต่ยังสะท้อนพลังของสังคมไทยในการร่วมกันขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวหน้าในด้านการวิจัยและการรักษามะเร็งเฉพาะทาง

ทั้งนี้ยังมี คุณแม่ปิยะภรณ์ เหล่าสุทธิ คุณแม่ของน้องวิน ภาสวิน ตันตินิติ นักวางแผนการเงินรุ่นใหม่วัย 15 ปี มาเป็นผู้บรรยายในงาน คุณแม่เล่าว่า “น้องวิน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นซาร์โคมา ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จนกระทั่งต่อสู้กับโรคนี้และหายขาดจากซาร์โคมาในที่สุด แต่ก็ต้องได้รับผลข้างเคียงจากการรักษาทำให้มีปัญหาสุขภาพมาจนจนถึงปัจจุบัน อย่าง ไรก็ดี ยังมีสิ่งที่น้องวิน อยากฝากถึงทุกคน ให้ใช้ใจที่เข้มแข็งและเปี่ยมไปด้วยกำลังใจในการต่อสู้กับโรค อีกทั้ง น้องวินยังมีเจตจำนงที่อยากช่วยทางกองทุน Hope for Sarcoma เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียง ให้สังคมไทยได้รู้จักโรค มะเร็งซาร์โคมา และสานต่อความหวังของผู้ป่วยและครอบครัวคนอื่นๆ ต่อไป“

กิจกรรม “Starry Night Concert with a Taste: A Story of Hope” ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งซาร์โคมาให้กับสาธารณชน เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการสังเกตความผิดปกติของร่างกาย การเข้ารับการตรวจเฉพาะทางเมื่อมีข้อสงสัยและการสนับสนุนงานวิจัยทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกองทุน Hope for Sarcoma ในการส่งมอบ “ความหวังและโอกาส” ให้ผู้ป่วยได้ลุกขึ้นสู้กับโรคร้ายอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ติดตามกิจกรรมอัพเดทอื่นๆ ได้ทาง FB: Hope for Sarcoma by Poonpun Chaikul / Line: @hopeforsarcoma / Website: http://www.hopeforsarcoma.org

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.14 น.

๐๐พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้เฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ พระอัฐิ “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” เป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี” ..๐๐

๐๐พระราชสมัญญา ‘อัคราภิรักษศิลปิน’ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความหมายว่า “ศิลปินยิ่งใหญ่ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12  สิงหาคม 2555 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษา สร้างสรรค์ ส่งเสริม สืบทอด และพัฒนามรดกทางศิลปะของแผ่นดินให้เจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยและชาติบ้านเมือง..๐๐

๐๐ พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะกก.อาทิ ดารณี วัธนเวคิน,เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล,ประจวบ ตะยาคีพิสุทธิ์,พรชัย กิตติปัญญางาม,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ร่วมกับ ชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สุราษฎร์ธานี โดย สิทธิชัย ไทยเจริญ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วย กำธร วังอุดม อุปนายกสมาคมฯและนายกสมาคมชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ร่วมสัมมนาวิชาการสัญจร เรื่อง กำแพงภาษีของสหรัฐ: ความเป็นไปได้ในการเจรจาและลดผลกระทบ โดย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง, ศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ อ.ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. โดยมี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ 29 พ.ย.13.00 น. ณ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามฟังได้ที่  Facebook Live เพจ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐มูลนิธิกำลังใจ จัดพิธีมอบทุนการศึกษา “วันส่งต่อกำลังใจ” ประจำปี 2568 ณ รร.อนุบาลสมุทรสาคร โดยมี ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ประธานมูลนิธิ, อลิสา พฤกษ์วัฒนากุล, สินชัย ลือสุขประเสริฐ และคณะกรรมการ พร้อมด้วยบริษัทรักชัยกรุ๊ป..””

๐๐บุญทวี ดวงนิราช พร้อมเพื่อนๆชาว DJS#3 ไปดูศึกษางานดิจิทัลเทคโนโลยีของ เทนเซ็นต์ (Tencent) ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปักกิ่ง โดยมี  Mr. Joko Yang ให้การต้อนรับ..๐๐

๐๐ข่าวดีของ FC ที่ กาแฟพันธุ์ไทย จะเปิดให้บริการร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง นำร่อง 6 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า หลากไลฟ์สไตล์หลากหลายช่วงเวลา ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการหาสถานที่อ่านหนังสือ กลุ่มฟรีแลนซ์..๐๐

๐๐ นิรัชรา ศิริอำพันธ์กุล และพนิดา ตู้จินดา ชวนกันไปทัวร์ตามความเชื่อที่ว่าการได้ไปสัมผัส ประตู Holy Door ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในอิตาลี ซึ่งเปิดแค่ 1 ครั้งใน 25 ปี เท่านั้น ด้วยการเดินผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดในช่วงเวลาพิเศษ ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ทางศาสนาและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งทริปไปชื่นชมความงามของโบสถ์ทั้ง 8 โบสถ์..อิ่มบุญอิ่มใจ แต่เพื่อนรักที่ไปด้วยทั้งคณะอาจจะศรัทธาน้อยกว่า หมดแรงตั้งแต่เริ่มต้น..๐๐

คุณแหน

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.14 น.

๐๐พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้เฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ พระอัฐิ “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” เป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี” ..๐๐

๐๐พระราชสมัญญา ‘อัคราภิรักษศิลปิน’ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความหมายว่า “ศิลปินยิ่งใหญ่ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12  สิงหาคม 2555 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษา สร้างสรรค์ ส่งเสริม สืบทอด และพัฒนามรดกทางศิลปะของแผ่นดินให้เจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยและชาติบ้านเมือง..๐๐

๐๐ พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะกก.อาทิ ดารณี วัธนเวคิน,เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล,ประจวบ ตะยาคีพิสุทธิ์,พรชัย กิตติปัญญางาม,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ร่วมกับ ชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สุราษฎร์ธานี โดย สิทธิชัย ไทยเจริญ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วย กำธร วังอุดม อุปนายกสมาคมฯและนายกสมาคมชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ร่วมสัมมนาวิชาการสัญจร เรื่อง กำแพงภาษีของสหรัฐ: ความเป็นไปได้ในการเจรจาและลดผลกระทบ โดย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง, ศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ อ.ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. โดยมี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ 29 พ.ย.13.00 น. ณ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามฟังได้ที่  Facebook Live เพจ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐มูลนิธิกำลังใจ จัดพิธีมอบทุนการศึกษา “วันส่งต่อกำลังใจ” ประจำปี 2568 ณ รร.อนุบาลสมุทรสาคร โดยมี ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ประธานมูลนิธิ, อลิสา พฤกษ์วัฒนากุล, สินชัย ลือสุขประเสริฐ และคณะกรรมการ พร้อมด้วยบริษัทรักชัยกรุ๊ป..””

๐๐บุญทวี ดวงนิราช พร้อมเพื่อนๆชาว DJS#3 ไปดูศึกษางานดิจิทัลเทคโนโลยีของ เทนเซ็นต์ (Tencent) ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปักกิ่ง โดยมี  Mr. Joko Yang ให้การต้อนรับ..๐๐

๐๐ข่าวดีของ FC ที่ กาแฟพันธุ์ไทย จะเปิดให้บริการร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง นำร่อง 6 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า หลากไลฟ์สไตล์หลากหลายช่วงเวลา ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการหาสถานที่อ่านหนังสือ กลุ่มฟรีแลนซ์..๐๐

๐๐ นิรัชรา ศิริอำพันธ์กุล และพนิดา ตู้จินดา ชวนกันไปทัวร์ตามความเชื่อที่ว่าการได้ไปสัมผัส ประตู Holy Door ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในอิตาลี ซึ่งเปิดแค่ 1 ครั้งใน 25 ปี เท่านั้น ด้วยการเดินผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดในช่วงเวลาพิเศษ ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ทางศาสนาและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งทริปไปชื่นชมความงามของโบสถ์ทั้ง 8 โบสถ์..อิ่มบุญอิ่มใจ แต่เพื่อนรักที่ไปด้วยทั้งคณะอาจจะศรัทธาน้อยกว่า หมดแรงตั้งแต่เริ่มต้น..๐๐

คุณแหน

ไอคอนสยาม ประกาศจัด ‘Amazing Thailand Countdown 2026’ ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

ไอคอนสยาม ประกาศจัด 'Amazing Thailand Countdown 2026' ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

ไอคอนสยาม ประกาศจัด ‘Amazing Thailand Countdown 2026’ ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.11 น.

ไอคอนสยาม เชิญคนไทยฉลอง 7 ปี พร้อมรางวัลระดับโลก แจก E-GIFT CARD 700 บาท 10,000 สิทธิ์ มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ประกาศจัด “Amazing Thailand Countdown 2026” ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญคนไทยร่วมฉลองรางวัลโครงการทรงอิทธิพลระดับโลกจาก MAPIC AWARDS 2025 พร้อมฉลองครบรอบ 7 ปี แจก SIAM E-GIFT CARD มูลค่า 700 บาท จำนวน 10,000 สิทธิ์ และเสื้อยืด Limited-Edition 3,000 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท

ผนึกกำลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและพันธมิตรจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” ยกระดับงานเคานต์ดาวน์ประเทศไทยเป็น Global Festival Landmark มั่นใจกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช่วงสิ้นปี 

ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ การแสดงโดรน เพื่อน้อมถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จาก Crostars (โครสตาร์ส) ผู้นำด้านโชว์โดรนระดับโลกจากจีน และการแสดงพลุรักษ์โลก ความยาว 1,400 เมตร ยาวที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผู้กำกับพลุมือรางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น

ขนทัพศิลปินไอคอนิกระดับโลก นำโดย Mark Tuan (มาร์ค ต้วน) ปะทะสุดยอดไอคอนิกไทย รวมกว่า 200 ศิลปินดัง สร้างปรากฏการณ์บันเทิงสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับผู้ชมทุกคน

ตอกย้ำศักยภาพให้ประเทศไทยยืนหนึ่งเป็น Global Countdown Destination ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

งาน  “Amazing Thailand Countdown 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 ที่ ไอคอนสยาม

คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงการจัดงานฉลอง 7 ปีว่า ไอคอนสยาม เชิญชวนคนไทยร่วมฉลองความเป็นเลิศของไทยบนเวทีโลก หลังคว้ารางวัลโครงการทรงอิทธิพลระดับโลก MAPIC AWARDS 2025 พร้อมฉลองครบรอบ 7 ปีอย่างยิ่งใหญ่ แจก SIAM E-GIFT CARD มูลค่า 700 บาท จำนวน 10,000 สิทธิ์ และเสื้อยืด ICONSIAM Limited Edition กว่า 3,000 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ไอคอนสยามประกาศจับมือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และพันธมิตรทุกภาคส่วน จัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก”  เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซัน ทั้งภาคธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

“งาน Amazing Thailand Countdown 2026 เป็นมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่เกิดขึ้นจากพลังความร่วมมือสุดยิ่งใหญ่จากพันธมิตรผู้ร่วมสนับสนุน อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โกลเด้น ทอร์เก้น จำกัด, บริษัท ปุริ จำกัด, โรงพยาบาลสมิติเวช, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติตอล จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็น.เอ.พี.เซอร์วิส แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด และสายการบิน สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ โดยนำความเป็นที่สุดของโลกมาบรรจบกับความเป็นที่สุดของไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ให้ทุกคนได้สัมผัสกับเฟสติวัลระดับโลก เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในการเป็น Global Destination และเสริมแกร่งให้ประเทศก้าวสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ พร้อมสะท้อนพลัง Soft Power ของไทยในการสร้างเทศกาลระดับนานาชาติที่ขยายผลทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นกระแสการเดินทางในช่วงไฮซีซัน เพิ่มการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวของทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศให้มากขึ้น มหาปรากฏการณ์ Amazing Thailand Countdown 2026 จึงไม่เพียงเป็นงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เวทีโลก ทั้งด้านภาพลักษณ์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ” คุณสุพจน์ กล่าวเพิ่มเติม 

ด้าน ดร.พัฒพงศ์  พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ว่างาน Amazing Thailand Countdown ไม่ใช่เพียงงานเทศกาลส่งท้ายปี แต่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ Global Destination อย่างเต็มตัว สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติในด้านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) ที่มุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรม วิถีไทย และความงดงามของกรุงเทพฯ ผ่านโค้งน้ำเจ้าพระยาของไอคอนสยาม โดยครั้งนี้ Amazing Thailand Countdown 2026 ได้ต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน ๆ ด้วยการผนึกพลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ประจักษ์ต่อสายตาโลก ว่าเราไม่เพียงมีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่งดงาม แต่ยังมีความร่วมสมัย มีพลังดึงดูดในหลากหลายมิติให้คนทั่วโลกปักหมุดมาเยือน ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับประเทศไทยให้เปล่งประกายบนเวทีการท่องเที่ยวโลก”

ด้าน คุณณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “Amazing Thailand Countdown ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักภายใต้แคมเปญ ‘Thailand: The Great Celebration Destination’ ที่ช่วยกระตุ้นกระแสการเดินทางในช่วงปลายปี และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงไฮซีซันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากความสำเร็จจากครั้งล่าสุดที่ผ่านมา Amazing Thailand Countdown 2025  ที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 55 ล้านบาท กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายเคานต์ดาวน์ระดับโลก และในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่างาน Amazing Thailand Countdown 2026 จะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่จะช่วยปลุกการท่องเที่ยวปลายปีให้คึกคัก และส่งผลเชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติภาพรวมทั้งประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ในช่วงวันที่ 28 -31  ธันวาคม 2568 ไม่น้อยกว่า 500,000 คน โดยอ้างอิงจากปีที่ผ่านมา”

ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงบทบาทของงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า “ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของการจับจ่ายและการเดินทาง จะเห็นได้ว่าตลาดท่องเที่ยวปลายปีมีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่องทุกปี และเป็นแรงส่งสำคัญต่อรายได้รวมของประเทศ การจัดงาน Amazing Thailand Countdown ที่ไอคอนสยาม ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติให้กับนักท่องเที่ยว ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ สร้างรายได้ให้กับธุรกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และบริการริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงธุรกิจโดยรอบอย่างกว้างขวาง ถือเป็นกลไกสำคัญในการกระจายเม็ดเงินท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และธุรกิจชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับปีนี้ จากแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด และความนิยมของกิจกรรมเฉลิมฉลองระดับนานาชาติริมแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ที่ไอคอนสยาม จะยิ่งส่งผลทางเศรษฐกิจมากขึ้น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้ธุรกิจโดยรอบ ทั้งในพื้นที่ริมแม่น้ำและธุรกิจบริการในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งเสริมความแข็งแรงให้ตลาดท่องเที่ยวเทศกาลปลายปีของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 ด้วย”

มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก

สำหรับงาน “Amazing Thailand Countdown 2026” กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” โดยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่จากพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสร้างปรากฏการณ์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระดับโลกริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในงานพบกับประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ทั้ง

4D Sky “In Eternity Reverence” to Honor Her Majesty The Queen Mother เพื่อน้อมถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งแรกของโลกกับการรวมพลังครั้งสำคัญ สร้างสรรค์โชว์สุดยิ่งใหญ่ 4 มิติเหนือท้องฟ้า ด้วยการแสดงพลุรักษ์โลก ผสานโดรน และไพโรเทคนิคสุดอลังการ เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา จาก Crostars (โครสตาร์ส) ผู้นำด้านโชว์โดรนระดับโลกจากจีน, และ Okuchi Yoshimasa (โอคุจิ โยชิมาสะ) ผู้กำกับการแสดงพลุรักษ์โลกมือรางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น เต็มอิ่มกว่า 20 นาที ในค่ำคืนส่งท้ายปี วันที่ 31 ธันวาคม 2568

The Unrivaled Global Performance: Where The Best of Thailand Meets The Best of The World ค่ำคืนแห่งความยิ่งใหญ่ เมื่อสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและโลกมาบรรจบกัน กับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษจากศิลปินระดับโลกมาสร้างสรรค์โชว์ร่วมกับศิลปินไอคอนิกของไทย เพื่อถ่ายทอดโมเมนต์แห่งตำนานและมอบประสบการณ์ความบันเทิงเหนือความคาดหมาย ที่ผู้ชมทั่วโลกจะไม่มีวันลืม ในค่ำคืนส่งท้ายปี วันที่ 31 ธันวาคม 2568

The Unrivaled Global Celebration – Endless Riverfront Entertainment Arena ที่สุดของมหาปรากฏการณ์ความบันเทิงระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด ที่เกิดขึ้นที่ไอคอนสยามเท่านั้น กับ The Largest Riverfront Dance Arena เนรมิตริเวอร์ พาร์ค เป็นฟลอร์เต้นรำที่ใหญ่ที่สุด พร้อมบรรยากาศสุดมันส์จากดีเจชื่อดัง ให้ทุกคนปลดปล่อยจังหวะแห่งความสุขได้เต็มที่ และศิลปินแถวหน้าของไทยกว่า 200 ชีวิต อาทิ เก่ง–น้ำปิง, หลิงหลิง–ออม, ซี–นุนิว, เติ้ล–เฟิร์สวัน, BUS because of you i shine, Proxie, เจฟ ซาเตอร์, Bodyslam, Slot Machine, Three Man Down, Y2Z, 4EVE, PiXXiE, ATLAS, DEXX, URBOYTJ, CIR*CRL, The 52 Area, CD x Nara และ DJ Paul Sirisant, DMD BOYS, XEBIS ENTERTAINMENT, Laz1, ศิลปินจากค่าย I AM และ WAYDAY พร้อมด้วยศิลปินจาก PROJEXT52 ลีซอ ธีรเทพ, ANGEL ANGIE, ฟลุ๊คจ์ พงศภัทร์ และ DRiPA

ร่วมโมเมนต์ระดับโลกในงาน Amazing Thailand Countdown 2026

ไอคอนสยามขอมอบความสุขส่งท้ายปี ให้แก่สมาชิก ONESIAM เพื่อรับบัตรเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 หลากหลายวิธีตั้งแต่วิธีที่ง่ายที่สุดอย่างการ Walk In การช็อป การสะสมยอดใช้จ่าย การร่วมสนุกผ่านร่วมกิจกรรมออนไลน์ ไปจนถึงสิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก โดยสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ทาง www.iconsiam.com หรือ Facebook: ICONSIAM

เตรียมพบกับมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Amazing Thailand Countdown 2026 ภายใต้แนวคิด “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” เฟสติวัลระดับโลกที่ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน และพันธมิตรระดับนานาชาติ นำเสนอสุดยอดประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 นี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม หรือเลือกรับชมผ่านการถ่ายทอดสด (Live) ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32HD, ช่อง one31 และช่อง GMM25 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊ก ไทยรัฐออนไลน์, ช่อง one31, The Standard, ข่าวสด, มติชน และ Feed โดยจะถ่ายทอดสดให้รับชมพร้อมกันตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป และช่องทางออนไลน์ของไอคอนสยาม Facebook และ YouTube ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1338   

#AmazingThailandCountdown2026 #ICONSIAM #ICONSIAMCountdown2026 #CountdownatICONSIAM #เคานต์ดาวน์ปีนี้ที่ไอคอนสยาม

-(016)