คุณแหน : 30 มกราคม 2569

คุณแหน : 30 มกราคม 2569

คุณแหน : 30 มกราคม 2569

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล “สตมวาร” (100 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  วันที่ 31 ม.ค.17.00 น. และ วันที่ 1 ก.พ.เวลา 10.00 น..…
  • พลเอกสวัสดิ์  ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมด้วยกรรมาธิการวิสามัญ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ เดินทางไปศึกษาดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านปางขอน จ.เชียงราย โดยมี  รุจติศักดิ์  รังษี รอง ผวจ.เชียงราย และ ทรงพล โพนทา ต้อนรับ..
  • พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน พร้อมด้วย สาริสา ม่วงจีน ประธานชมรมภริยาทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานจัดกิจกรรม Young “รักษ์” ทะเล ณ ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 จังหวัดพังงา โดยมี พลเรือตรี พงษ์มิตร ณรงค์กูล รวมทั้งผู้นำชุมชน และ ชมรมภริยาทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมด้วย..
  • ไม่เจอกันนาน ชาว Digital CEO#1 จัดสังสรรค์รับปีใหม่ โดยมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, เกศรา มัญชุศรี, รศ.ดร.ชนินทร์ ทินโชติ, ดร.ดาเรศร์ กิตติโยภาส, ทรงพล พลรัฐ, พลวศุตม์ มหาเอี่ยมศิริ, จามรี เกษตระกูล, สินชัย ลือสุขประเสริฐ, จักร โกศัลยวัตร, ดร.ชัยทัต แซ่ตั้ง, สุนทร ทองมี, กรรณิการ์ เทววิชชุลดา ร่วมด้วยงานนี้ วีระนงค์ ฉ่ำทรัพย์, อารยา ยมนา , พีระเดช นพทีปกังวาล  เป็นแม่งาน..
  • รศ.ดร.พรชัย จูลเมตต์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จัดโครงการ “เรื่องเล่าจากแนวหน้า และการรักษาอธิปไตยของชาติ” โดยมี พลเอกบุญสิน พาดกลาง เป็นวิทยากร ถ่ายทอดประสบการณ์จากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่แนวหน้า พร้อมสะท้อนมุมมองด้านความมั่นคงของประเทศ และบทบาทของทุกภาคส่วนในการร่วมกันรักษาอธิปไตยของชาติ งานนี้มีผู้เข้าร่วม 1,400 คน..
  • อาณัติ จันดี พร้อมเพื่อนๆ DJS#3 ไปร่วมงาน Block Mountain 2026 มหกรรมบล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ณ วี คอมมูนิตี้ จ.เชียงใหม่ โดยมี ดร.นที เทพโภชน์ ให้การต้อนรับ งานนี้ บุญทวี ดวงนิราช, เศรษฐา เอี่ยมชูนาม, กฤษกร เตกิตติพงษ์, เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร, สถาพร ลิมป์ปัทมปาณี, ฉัตรเทพ  อินทมาส, วิชัย เพ็ญศักดิ์สงวน, จิรวัฒน์-อรุชิดา เด่นแดนโดม, อัศวเมธี เหล่าวิริยภาพกุล, อนุธิดา ดีขัน, แก้วใจ มโนวิไลกุล, พชร แก้ววิเศษ, ดร.อรุณ ศิริจานุสรณ์, ธนภัทร นิลวัชรมณี, กันตพัฒน์ วงษ์ประเสริฐ, สิริพร ธีรปกรณ์ ไม่พลาด..
  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์  ประธาน กก.ฯ เปิดงาน “Roadshow การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ 69” เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ  8 ก.พ. 2569 เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  กำหนดจัดงาน 30 ม.ค. เวลา 15.30 – 17.30 น. ณ Lido Connect กรุงเทพฯ ..

น้องใหม่

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.51 น.

ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงปกคลุมกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ทั่วประเทศ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยได้เผยแพร่วิดีโอสั้น 2 เรื่อง เพื่อเตือนถึงอันตรายของมลพิษทางอากาศที่ส่งผลโดยตรงต่อเด็ก แม่ตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ พร้อมชวนสังคมตระหนักว่า ฝุ่นพิษไม่ใช่แค่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ ชีวิตและอนาคตของเด็กทุกคน

วิดีโอทั้งสองเรื่องถ่ายทอดเสียงโดย จิรวรรณ โอฬารรัตน์มณี  อายุ 21 ปี เยาวชนจากจังหวัดเชียงใหม่ที่ต้องสูญเสียแม่ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยไปในปี 2566 จากโรคมะเร็งปอด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ร่างกายได้รับฝุ่น PM2.5 เป็นเวลานาน จิรวรรณได้เข้าร่วม แคมเปญ #CountMeIn โลกรวน เด็กเดือดร้อน รับฟังเสียงเด็ก ของยูนิเซฟในปี 2567 เพื่อร่วมถ่ายทอดผลกระทบของฝุ่นพิษและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ส่งผลต่อเด็กและเยาวชน  

“สำหรับเรา ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่มันคือเรื่องของสุขภาพ อนาคต และโลกที่เราจะอยู่ร่วมกัน” จิรวรรณ กล่าว

วิดีโออธิบายให้เห็นว่า ฝุ่น PM2.5 ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ แทรกซึมลึกเข้าสู่ปอด และผ่านเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นเดินทางไปยังอวัยวะสำคัญต่าง ๆ รวมถึงสมองที่กำลังพัฒนา โดยเด็กคือกลุ่มที่เปราะบางเป็นพิเศษ เนื่องจากสมองของเด็กกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาไปจนถึงช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เด็กเรียนรู้การคิด การจดจ่อ การควบคุมอารมณ์ และการทำความเข้าใจโลก เมื่อฝุ่นพิษขนาดเล็กอย่าง PM2.5 เข้าสู่ร่างกาย อนุภาคเหล่านี้สามารถไปถึงสมองและขัดขวางพัฒนาการ ส่งผลเสียต่อการเรียนรู้และการพัฒนา และอาจส่งผลกระทบไปตลอดชีวิต

ความเสี่ยงนี้อาจเริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนเด็กจะลืมตาดูโลก เมื่อแม่ตั้งครรภ์หายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ร่างกาย ฝุ่นพิษสามารถส่งต่อไปถึงทารกในครรภ์ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของสมองและร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงที่เด็กจะเสียชีวิตในครรภ์ คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ เผชิญปัญหาด้านการเรียนรู้ และมีโอกาสเจ็บป่วยรุนแรงในอนาคต เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคมะเร็ง

ข้อมูลจากรายงาน Over the Tipping Point report ของยูนิเซฟในปี 2566 ระบุว่า เด็กในประเทศไทยราว 13.6 ล้านคน กำลังเผชิญความเสี่ยงกับฝุ่น PM2.5 ขณะที่ทั่วโลก รายงานสภาวะอากาศโลก (the State of Global Air) ชี้ว่า มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประมาณ 700,000 คนต่อปี หรือเกือบ 2,000 คนต่อวัน ส่งผลให้มลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของเด็กเล็กทั่วโลก

ยูนิเซฟแนะนำให้ผู้ใหญ่ช่วยกันลดความเสี่ยงของเด็กจากฝุ่นพิษ เช่น หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน และให้เด็กได้กินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและภูมิคุ้มกัน

จิรวรรณกล่าวเสริมว่า “ทุกวันนี้ผลกระทบของ PM2.5 มีให้เห็นชัดเจน เราเลยอยากเป็นอีกเสียงที่บอกว่า PM2.5 ร้ายแรงและใกล้ตัวกว่าที่คิด อยากเห็นรัฐบาล บริษัทขนาดใหญ่ และผู้มีอำนาจ จัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจัง และช่วยปกป้องพวกเราทุกคนจากอากาศที่เป็นพิษ” 

ผู้สนใจสามารถชมวิดีโอ: ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อพัฒนาการทางสมองและสุขภาพของเด็ก:  https://youtu.be/hWOjfViv7-w

และ ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อแม่และทารกในครรภ์:  https://youtu.be/eKw5ZOl9OLY

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เบิกฤกษ์ตรุษจีนปีมะเมีย จัดพิธีอัญเชิญ–ปลุกเสก ‘เทพเจ้ากวนอู’ ณ ศาลเจ้าพ่อกวนอู คลองสาน

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เบิกฤกษ์ตรุษจีนปีมะเมีย จัดพิธีอัญเชิญ–ปลุกเสก 'เทพเจ้ากวนอู' ณ ศาลเจ้าพ่อกวนอู คลองสาน

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เบิกฤกษ์ตรุษจีนปีมะเมีย จัดพิธีอัญเชิญ–ปลุกเสก ‘เทพเจ้ากวนอู’ ณ ศาลเจ้าพ่อกวนอู คลองสาน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.06 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เตรียมเปิดเทศกาลตรุษจีนปีมะเมียอย่างเป็นทางการ ด้วยการจัดพิธีอัญเชิญและปลุกเสกองค์เทพเจ้ากวนอู ณ ศาลเจ้าพ่อกวนอู คลองสานที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อมาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการะอย่างใกล้ชิดภายในงาน “THE MALL LIFESTORE JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026”ระหว่างวันที่ 12 – 22 ก.พ. 2569  ณ M Lifestyle Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน พร้อมกิจกรรมอื่นๆอย่างอลังการ

การจัดพิธี ณ ศาลเจ้าพ่อกวนอู คลองสาน ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2279 และมีอายุยาวนานกว่า 290 ปี สะท้อนถึงความตั้งใจของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในการยึดโยงพิธีกรรมกับรากฐาทางประวัติศาสตร์และความเชื่ออย่างแท้จริง โดยตามหลักโหราศาสตร์จีน ปีมะเมียเป็นปีแห่งพลัง การเคลื่อนไหวและความรวดเร็ว เทพเจ้ากวนอู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และชัยชนะ จึงถือเป็นเทพมงคลสำคัญของปี ช่วยเสริมบารมีด้านการงาน การค้า และการเจรจาธุรกิจ โดยเฉพาะในปีที่ต้องอาศัยทั้งพลัง ความเด็ดขาด และความถูกต้อง

นำพิธีโดย อ.คฑา ชินบัญชร ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย–จีน เป็นผู้นำประกอบพิธีตามขนบธรรมเนียมโบราณเพื่อความถูกต้องและความเป็นสิริมงคลสูงสุด พร้อมด้วย คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด และคณะผู้บริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เข้าร่วมพิธี

อ.คฑา ผู้นำพิธีในครั้งนี้ จึงให้คำแนะนำว่า “ในปีมะเมีย หรือปีที่ต้องการพลังของธาตุไฟ ความรวดเร็ว การสักการะเทพเจ้ากวนอู (ขี่ม้าเส็กเธาว์) ช่วยให้เรา “คุมพลังงาน” นี้ให้ไปสู่เป้าหมายที่ถูกต้อง  และสำหรับผู้ที่เกิด ปีชวด (ชงโดยตรง) หรือ ปีมะเมีย (คัก – ปีตัวเอง) ท่านจะช่วยปัดเป่าอุปสรรค เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ที่สำคัญในปีที่เศรษฐกิจหมุนไวเหมือนม้า การมี “บารมี” และ  “ความซื่อสัตย์” แบบเทพเจ้ากวนอู จะช่วยให้เจรจาธุรกิจสำเร็จและได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่”

ภายในงานยังได้รวบรวมเมนูมงคลจากร้านดัง อาทิ

  • ร้านเอี่ยวไถ่ ร้านสุกี้โบราณเจ้าแรกในไทยที่มีน้ำจิ้มสูตรเด็ด โดดเด่นที่น้ำจิ้มสูตรผสมเต้าหู้ยี้และเต้าเจี้ยว และการหมักหมู ไก่ เนื้อ ด้วยเครื่องเทศที่ไม่เหมือนใคร คงกรรมวิธีเดิมแม้ผ่านกาลเวลามายาวนาน ทำให้อยู่มาถึง 60 ปี โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จากเชฟ และสูตรต้นตำรับความอร่อย อาทิ ผัดโหงวก๊วย รวมธัญพืชมงคล 5 ชนิด กรอบหวานเค็ม สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ,ไก่แช่เหล้า เนื้อนุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นเหล้าจีนละมุน ๆ, จับฉ่าย เมนูเสริมโชคลาภ หอมหวานจากผักนานาชนิด
  • ร้าน Four Seasons Chinese Restaurant ร้านอาหารจีนเลื่องชื่อระดับโลกจากกรุงลอนดอน เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำซอสราดสูตรลับเฉพาะระดับตำนาน รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ดูแลคุณภาพโดยชาวเชฟชาวฮ่องกงผู้มากประสบการณ์ อาทิ เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น เมนูซิกเนเจอร์ ย่างสไตล์ฮ่องกง พิถีพิถันทุกขั้นตอน พร้อมน้ำราดเป็ดสูตรเฉพาะ ,ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว  เนื้อปลานุ่มชุ่มฉ่ำ นึ่งสุกกำลังดีราดด้วยซีอิ๊ว, หมี่ซั่วผัดแห้งรวมมิตร หมี่ซั่วเส้นเล็ก ๆ เหนียวนุ่ม รสชาติกลมกล่อมเข้าเนื้อเข้าเส้น,ปอเปี๊ยะทอด ปอเปี๊ยะแป้งกรอบ สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง
  •  Hua Seng Hong ร้านอาหารจีนระดับตำนานที่มีอายุกว่า 70 ปี ขึ้นชื่อเรื่องเมนูอาหารจีนแต้จิ๋ว  หูฉลามน้ำแดง กระเพาะปลาเนื้อปู เป็ดปักกิ่ง และซีฟู้ด เช่น ปูผัดผงกะหรี่ โดยมีเมนูอาหารให้เลือกมากกว่า 200 รายการ นอกจากนี้ยังจำหน่ายติ่มซำ ซาลาเปา ขนมจีบ ทั้งรูปแบบภัตตาคารหรู และร้านอาหารจานด่วน เน้นรสชาติแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานความนิยมของคนไทยและคนจีนอาทิ กะเพาะปลา เนื้อปูน้ำแดง เนื้อปูแน่นเต็มคำ หอมกรุ่นน้ำซุปเข้มข้น ,ขาหมูพะโล้ ,ต้มถั่ว  สไตล์ฮ่องกง เสริมความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่ง, กุ้งอบวุ้นเส้น : กุ้งเนื้อหวานแน่น อบกับวุ้นเส้นเหนียวนุ่มหอมเครื่องเทศ, บัวลอยงาดำเสิร์ฟในน้ำขิง ขนมหวานสูตรต้นตำรับหอมหวานลงตัวแบบจีนแท้ๆ
  • ชุดไหว้มงคลจาก Gourmet Market อาทิ ชุดไหว้มั่งมีเจริญโชค, ชุดไหว้ส้มมหาโชคทวีคูณ, ชุดไหว้สมบูรณ์พูนสุข, ชุดไหว้ราบรื่นสมหวัง และชุดไหว้ซาแซมหาเฮง รวมไปถึงพิธีปลุกเสกองค์เทพเจ้ากวนอู กว่า 500 องค์ เพื่อมอบให้กับลูกค้าเดอะมอลล์ที่ช้อปในช่วงตรุษจีนนี้

          นอกจากนี้ ในวันที่ 12 ก.พ. 69 ยังจัดให้มีการฉลองเทศกาลตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ ที่เดอะมอลล์   ไลฟ์สโตร์ บางแค ในคอนเซ็ปต์ ‘มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮงสุดยิ่งใหญ่’ กับการแสดงสุดตระการตาจาก เติ้ล มติมันท์ – เฟิร์สวัน  วรรณกร นักแสดงชื่อดังจากมินิซีรีส์บอยเลิฟ พร้อมช้อปสนุก คุ้มครบทั้ง กิน ช้อป ไหว้ เที่ยว กับแคมเปญ THE MALL LIFESTORE JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 4 มีนาคม 2569  ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เดอะมอลล์ โคราช, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: THE MALL GROUP และ http://www.themalllifestore.com

#เดอะมอลล์กรุ๊ป #TheMallGroup #เทศกาลตรุษจีน #มะเมียทะยานไกลม้าไฟมหาเฮง #JoyLuckLoveChineseNewYear2026 #อ.คฑาชินบัญชร #ไหว้เทพเจ้ากวนอู

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จฯแทนพระองค์ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จฯแทนพระองค์ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จฯแทนพระองค์ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปีพุทธศักราช 2568 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และะพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร  เมื่อวันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

ในปีพุทธศักราช 2568 มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ทั้งสิ้น 47 ราย จาก 17 ประเทศ ผลปรากฏว่ามีผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปีพุทธศักราช 2568 สาขาการแพทย์ ได้แก่ นายแพทย์ เทอร์รี ดีน คิง (Dr. Terry Dean King, M.D.) จากสหรัฐอเมริกา  และสาขาการสาธารณสุขได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์วอลเตอร์  ซี. วิลเล็ตต์ (Professor Doctor  Walter C. Willett, M.D., MPH., Dr.P.H.) จากสหรัฐอเมริกา

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฉายภาพหมู่แก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจําปี 2568 พร้อมด้วยคู่สมรส ภาพจากซ้าย แนนซี่ ซูซาน แบทสัน คิง, ดิน่า ดี. บราวน์โลว์, ศ.นพ.อภิชาต อัศวมงคลกุล, นพ.เทอร์รี ดีน คิง, ศ.นพ.วอลเตอร์ ซี. วิลเล็ตต์, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี, อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ปธ.กก.รางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และศ.คลินิก นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดาลฯ  ณ พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ พระบรมมหาราชวัง

ในการนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัสแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัล ความว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้ามาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปีพุทธศักราช 2568 แก่ผู้ได้รับรางวัลเป็นท่านที่ 99 และ 100 ในวันนี้ นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่แสดงให้เห็นว่า การเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกกว้างขวางมากขึ้นโดยลำดับ สมกับที่ทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจดำเนินการ อย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดมา

เหรียญรางวัลและประกาศนียบัตร รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

ในการดูแลรักษาผู้ป่วยนั้น ต้องอาศัยการศึกษา ค้นคว้าวิจัยอย่างลึกซึ้งและครอบคลุม เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมในการรักษาโรค และการค้นพบเหตุปัจจัยของโรค อันจะทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ ดังเช่นผลงานของนายแพทย์เทอร์รี ดีน คิง ที่ได้ศึกษาพยาธิสภาพและพยาธิสรีรวิทยา ของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด แล้วสร้างนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจ โดยส่งอุปกรณ์รูปร่มขนาดเล็กไปตามสายสวนหลอดเลือดดำ เพื่อปิดรูรั่วของหัวใจแทนการผ่าตัด

และผลงานของศาสตราจารย์ นายแพทย์วอลเตอร์ ชี.วิลเล็ตต์ ที่ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับสุขภาพและโรคเรื้อรัง ทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและเบาหวานได้ ด้วยการปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการดำเนินชีวิต ผลงานของทั้งสองท่าน มีคุณูปการต่อมวลมนุษยชาติอย่างสูงยิ่ง ทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย พัฒนาความก้าวหน้าขององค์ความรู้ทางการแพทย์และการสาธารณสุข อำนวยประโยชน์แก่การดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของชาวโลกเป็นอเนกประการ

นพ.เทอร์รี ดีน คิง เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี พ.ศ. 2568

จึงขอแสดงความชื่นชมยินดีกับทั้งสองท่าน ที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 และขอให้ท่านมีกำลังกายกำลังใจ ที่จะปฏิบัติงานสร้างสรรค์ความดี ความเจริญให้แก่โลกของเราสืบไป ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขออวยพรให้ทุกท่านที่มาร่วมในพิธีนี้ ประสบความสุข ความสำเร็จ และความเจริญสวัสดีจงทุกเมื่อทั่วกัน”

ศ.นพ.วอลเตอร์ ซี. วิลเล็ตต์ เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี พ.ศ. 2568

นายแพทย์ เทอร์รี ดีน คิง ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 สาขาการแพทย์ ผู้บุกเบิกนวัตกรรมปิดรูรั่วผนังหัวใจผ่ายสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ เผยความรู้ว่า รู้สึกตื่นเต้นและปลาบปลื้มใจที่ได้รับรางวัลนี้ นวัตกรรมร่มปิดรูรั่ว King Mills Cardiac Umbella เป็นอุปกรณ์รูปทรงคล้ายร่มขนาดเล็ก เพื่อใช้รักษา​โรคผนังหัวใจห้องบนรั่ว (Atrial Septal Defect) เนื่องจากพบกว่ามีผู้ป่วยเด็ก 6 ใน 1,000 คนป่วยด้วยโรคดังกล่าว จึงคิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมา ซึ่งเปลี่ยนประวัติศาสตร์การผ่าตัดที่ต้องเปิดทรวงอกและหยุดการเต้นของหัวใจ มาเป็นการใช้ สายสวนหลอดเลือดดำไปปิดรูรั่วแทน จากที่คนไข้ต้องใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาล 6 – 10 วันในโรงพยาบาล แต่ด้วยนวัตกรรมนี้ ทำให้ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องค้างที่โรงพยาบาลเลยก็ได้ เริ่มแรกการรักษาด้วยวิธีการนี้ไม่ได้รับการยอมรับมากนัก แต่เมื่อผลการรักษาออกมาได้ดี จึงทำให้การรักษาด้วยวิธีนี้ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้มีผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สิ่งที่อยากจะบอกไปยังแพทย์หรือนักค้นคว้าวิจัยรุ่นใหม่ๆ คือ การคิดนอกกรอบ มีใจที่เปิดกว้าง พร้อมตั้งคำถามอยู่เสมอว่า เราจะทำให้ดีขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัสแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัล

ศ.นพ.วอลเตอร์  ซี. วิลเล็ตต์  ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 สาขาการสาธารณสุข ผู้ค้นพบอันตรายของไขมันทรานส์ และความสัมพันธ์ระหว่าโภชนาการกับโรคเรื้อรัง กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ และเมื่อได้ทราบว่า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เคยศึกษาที่โรงเรียนสาธารณสุขของฮาร์วาร์ด (Harvard School Of Public Health) เช่นกัน ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มใจที่มีความเชื่อมโยงกัน การค้นพบเรื่องไขมันทรานส์ (Trans Fat) มีความสัมพันธ์โดยตรงกับหลอดเลือดและหัวใจ จนนำไปสู่การที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และหลายประเทศทั่วโลกประกาศห้ามใช้ไขมันชนิดนี้ ซึ่งคาดว่าช่วยป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้กว่า 250,000 รายต่อปี ทั้งนี้ไขมันมีทั้งไขมันที่ดีและไขมันที่ไม่ดี ซึ่งไขมันที่ไม่ดีคือ ไขมันทรานส์ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกรับประทานสิ่งที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ เช่น การรับประทานธัญพืช หรือทานข้าวกล้องแทนข้าวขัดขาวซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย มีดัชนีน้ำตาลสูง เป็นสาเหตุความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ที่สนใจศึกษาด้านการสาธารณสุขไม่มองข้ามปัจจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ Climate Change ที่จะมีผลกระทบต่อสาธารณสุขในอนาคต”

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ  1 มกราคม 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา  แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัล, ประกาศนียบัตร  และเงินรางวัล  100,000  เหรียญสหรัฐ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชปฎิสันถาร กับผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568

ศ.นพ.วอลเตอร์ ซี. วิลเล็ตต์-ดิน่า ดี. บราวน์โลว์ และ นพ.เทอร์รี ดีน คิง-แนนซี่ ซูซาน แบทสัน คิง ถ่ายภาพร่วมกัน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ทรงเป็นประธานในงานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้ได้รับรางวัลและคู่สมรส

ศ.นพ.วอลเตอร์  ซี. วิลเล็ตต์  ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 สาขาการสาธารณสุข กล่าวความรู้สึกที่ได้รับรางวัล

นายแพทย์ เทอร์รี ดีน คิง ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 สาขาการแพทย์ กล่าวความรู้สึกที่ได้รับรางวัล

กิตติพงษ์ ขันติรักษ์ รอง กก.ผอ.ใหญ่  บมจ.อสมท, ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ 

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ปภัชยา-ฐาปน ศิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ และ พล.ร.ต.จตุพล โฉมทองดี

ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์, รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, รพ.พญ.อัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ มธ., ศ.พญ.ชนิกา –ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา  อธิการบดี ม.มหิดล

ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยานายกรัฐมนตรี

เด่นดวง – ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

อดีตอธิการบดี ม.มหิดล ศ.เกียรติคุณ นพ.พรชัย – รศ.ภญ.อรพรรณ มาตังคสมบัติ

รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์, วัลลภ อธิคมประภา-พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์

ม.ร.ว.เบญจาภา-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์

วิวัฒน์ สุทธิพงษ์ชัย-พิไลพรรณ สมบัติศิริ

คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ – รศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์

ในการดูแลรักษาผู้ป่วยนั้น ต้องอาศัยการศึกษา ค้นคว้าวิจัยอย่างลึกซึ้งและครอบคลุม เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมในการรักษาโรค และการค้นพบเหตุปัจจัยของโรค อันจะทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ ดังเช่นผลงานของนายแพทย์เทอร์รี ดีน คิง ที่ได้ศึกษาพยาธิสภาพและพยาธิสรีรวิทยา ของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด แล้วสร้างนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจ โดยส่งอุปกรณ์รูปร่มขนาดเล็กไปตามสายสวนหลอดเลือดดำ เพื่อปิดรูรั่วของหัวใจแทนการผ่าตัด

ชฎาทิพ จูตระกูล และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

รอง ผบ.ทร. พล.ร.อ.สุชาติ – กชพรรณ ธรรมพิทักษ์เวช

ต้องฤดี มากบุญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และกิตติพงษ์ ขันติรักษ์ รอง กก.ผอ.ใหญ่  บมจ.อสมท

(ขวา)รศ.ดร.เอมพร รตินธร คณบดี คณะพยาบาลศาสตร์ รพ.รามาฯ

และผลงานของศาสตราจารย์ นายแพทย์วอลเตอร์ ชี.วิลเล็ตต์ ที่ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับสุขภาพและโรคเรื้อรัง ทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและเบาหวานได้ ด้วยการปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการดำเนินชีวิต ผลงานของทั้งสองท่าน มีคุณูปการต่อมวลมนุษยชาติอย่างสูงยิ่ง ทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย พัฒนาความก้าวหน้าขององค์ความรู้ทางการแพทย์และการสาธารณสุข อำนวยประโยชน์แก่การดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของชาวโลกเป็นอเนกประการ

คณะผู้บริหาร ม.มหิดล ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ รองอธิการบดี, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี, ศ.ดร. เภสัชกรสมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดี, นรา เปาอินทร์ รองอธิการบดี, รศ.ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รองอธิการบดี และ รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผอ.สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล

ธนาคารกสิกรไทย นำโดย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการ, ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, เจนนิสา คูวินิชกุล จักรพันธุ์ ณ อยุธยา, ชนม์ชนัมม์ สุนทรศารทูล และ พุธิตา คชินทร

ณัฐณิชาช์  ปะติตัง, นาถลดา จันทร์หิรัญ, ชฏิลดา  อ่วมปราณี, พุทธชาด โพนเมืองหล้า, ศิริภรณ์ ทรัพย์เจริญ, บงกช เทภาสิต, ผาณิต พูนศิริวงศ์,ศ.นพ.ไชยรัตน์ -รศ ร.อ. พญ ปาริชาติ เพิ่มพิกุล และวาจี ไพบูลย์วัฒนชัย

สมพันธ์ จารุมิลินท, ดร.ดร.พญ.วรพรรณ-รศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร และแขกผู้มีเกียรติ

อโกด้าเผย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชีย สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน

อโกด้าเผย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชีย สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน

อโกด้าเผย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชีย สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยลว่า กรุงเทพฯ ครองอันดับ 2 ของจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเอเชียสำหรับนักเดินทางต่างชาติในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนในด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ กรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ในใจนักเดินทางชาวไทย นอกจากนี้ข้อมูลของอโกด้ายังระบุอีกว่า โตเกียว เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีน เช่นเดียวกับที่ ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 สำหรับนักเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ แซงหน้าประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนปีนี้

การเดินทางขาเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน นำโดยนักเดินทางจากจีนตามมาด้วยมาเลเซียและเกาหลีใต้ โดยในปีนี้พัทยาได้รับความนิยมพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 3 รองมาจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต แซงหน้าแชมป์เก่าอันดับ 3 ของปีที่แล้วอย่างหาดใหญ่ นักเดินทางจำนวนมากต่างหลั่งไหลมายังกรุงเทพฯ เพื่อสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นถนนเยาวราชที่ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงตระการตาตลอดแนว พร้อมชมการเชิดสิงโต เพลิดเพลินกับตลาดนัดกลางคืน และกราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคลที่วัดมังกรกมลาวาส ส่วนภูเก็ตนั้นยังคงเปี่ยมเสน่ห์ด้วยการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมสไตล์ชิโนโปรตุกีส นักเดินทางยังสามารถนั่งเรือไปตามเกาะต่าง ๆ เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของพัทยาก็สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพักผ่อนริมชายฝั่ง ที่นักเดินทางสามารถทั้งสัมผัสความงดงามของขนบธรรมเนียมและความบันเทิงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

ในส่วนของการเดินทางภายในประเทศ ข้อมูลจากอโกด้าเผยให้เห็นว่า กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางชาวไทยในปีนี้ โดยเชียงใหม่ได้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 สลับตำแหน่งกับพัทยาซึ่งครองอันดับ 2 ในปีที่ผ่านมา ความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการสัมผัสอากาศหนาวทางภาคเหนือ ซึ่งมีศูนย์กลางการเฉลิมฉลองอยู่ที่ตลาดวโรรสและตรอกเล่าโจ๊ว นอกจากนี้ นักเดินทางยังสามารถสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองผ่านขบวนพาเหรดมังกรที่เริ่มต้นจากประตูท่าแพ การประกวดนางงาม ตลอดจนการแสดงทางวัฒนธรรม ณ ศาลเจ้าปุงเถ่ากงได้อีกด้วย

สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ โตเกียว โอซาก้า และไทเป คือ 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยไทเปเป็นเมืองที่ก้าวเข้ามาติดอันดับ 3 เป็นครั้งแรก การที่ไทเปได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนติด 3 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มสูงขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) เชิงวัฒนธรรม โดยนักเดินทางมักไปรวมตัวกันที่วัดหลงซานเพื่อกราบไหว้ขอพรเสริมสิริมงคล

ปีมะเมียหรือปีม้านี้เป็นสัญลักษณ์ของพลังและการผจญภัย ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางออกไปสำรวจจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย โดยเทศกาลตรุษจีนไม่เพียงแต่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสิ่งใหม่และการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ  แต่ยังเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการกลับมาพบคนที่รักรวมไปถึงการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการออกไปค้นหาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปเยือนสถานที่ที่คุ้นเคย หรือการเดินทางเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในต่างแดน

อรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า “การเปลี่ยนเข้าสู่ปีม้าทำให้เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวทั่วเอเชีย และเป็นเรื่องน่ายินดีที่เห็นนักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกเดินทางมายังประเทศไทย โดยมีกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของภูมิภาคนี้ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เหมาะกับการเฉลิมฉลอง เป็นพื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมมาใช้ชีวิตและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการผสมผสานกลิ่นอายมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับการเฉลิมฉลองที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้เทศกาลนี้มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเลือกพักผ่อนในเมืองไทยหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางไปต่างประเทศ อโกด้าพร้อมนำเสนอข้อเสนอสุดพิเศษ ทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ ไว้เพื่อให้การฉลองปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำตลอดไป”

หากมองถึงเทรนด์ความนิยมของนักเดินทางทั่วเอเชีย จะพบว่าเมืองต่าง ๆ ในญี่ปุ่นยังคงครองใจผู้คนในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยมี โตเกียว ครองอันดับ 1 ตามมาด้วย กรุงเทพฯ, ไทเป, โอซาก้า และ โซล เป็น 5 อันดับแรก ตามมาด้วย ฟุกุโอกะ, กัวลาลัมเปอร์, ซัปโปโร, สิงคโปร์ และ ฮ่องกง เป็น 10 อันดับยอดนิยม

สำหรับนักเดินทางที่กำลังวางแผนทริปตรุษจีนสามารถเลือกข้อเสนอที่หลากหลายของอโกด้า ซึ่งครอบคลุมทั้งที่พักกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางบินมากกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมต่าง ๆ อีกกว่า 300,000 รายการ นอกจากนี้ อโกด้ายังจัดโปรโมชัน Mega Sale ระหว่างวันที่ 14-28 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อมอบส่วนลดที่พักสูงสุดถึง 60% พร้อมดีลพิเศษ Flash Sale ลดสูงสุดถึง 70% เฉพาะวันที่ 17 กุมภาพันธ์ รวมถึงข้อเสนอสำหรับเที่ยวบินและกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับสมาชิก Agoda VIP จะได้รับข้อเสนอพิเศษก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 10-13 กุมภาพันธ์ โดยสามารถติดตามข้อเสนอล่าสุดได้ทางแอปพลิเคชัน Agoda หรือที่เว็บไซต์ agoda.com/deals

ชมนาดอินเตอร์ ประกาศเจตนารมณ์ “พลังหญิงเปลี่ยนโลก” ผ่านงานวรรณกรรม 8 เล่ม เข้าชิงรอบสุดท้าย “Chommanard International Women’s Literary Award 2025”

ชมนาดอินเตอร์ ประกาศเจตนารมณ์ “พลังหญิงเปลี่ยนโลก” ผ่านงานวรรณกรรม 8 เล่ม เข้าชิงรอบสุดท้าย “Chommanard International Women’s Literary Award 2025”

ชมนาดอินเตอร์ ประกาศเจตนารมณ์ “พลังหญิงเปลี่ยนโลก” ผ่านงานวรรณกรรม 8 เล่ม เข้าชิงรอบสุดท้าย “Chommanard International Women’s Literary Award 2025”

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.09 น.

ที่สุด การจัดประกวด Chommanard International Women’s Literary Award 2025 หรือที่เรียกว่า “ชมนาดอินเตอร์” ดำเนินการมาถึงโค้งสุดท้าย หลังจากคณะกรรมการทำงานอย่างหนักมาตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ในการคัดสรรเฟ้นหาสุดยอดผลงานนวนิยายจากนักเขียนสตรีอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน ล่าสุด เตรียมประกาศรายชื่อผลงานนวนิยาย 8 เล่มที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ณ ร้านหนังสือ Asia Books สาขาไอคอนสยามภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนพลังของผู้หญิงและวรรณกรรม ได้แก่ เวทีเสวนา “พลังของผู้หญิงที่เปลี่ยนความรุนแรงให้เป็นสันติภาพ” พิธีประกาศผลและมอบรางวัล “นักเขียนชมนาดอินเตอร์” ประจำปี 2025 เชิดชูนักเขียนหญิงผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์ พิธีประกาศการเผยแพร่ผลงานผู้ชนะสู่ระดับโลก เพื่อให้วรรณกรรมหญิงได้ก้าวข้ามพรมแดนแห่งภาษาและวัฒนธรรม ฯลฯ

การจัดประกวด Chommanard International Women’s Literary Award 2025 เป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นสนับสนุนงานประพันธ์ที่มีคุณภาพของนักเขียนสตรีมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยรากฐานจากรางวัลชมนาดภาษาไทย (ก่อตั้งเมื่อปี 2551) การขยายสู่ระดับนานาชาตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้จัดงานในการส่งเสริมพลังเสียงของนักเขียนไทยและนักเขียนนานาชาติ ผ่านการยอมรับทางวรรณกรรมและการแปล

นอกจากการจัดประกวดรางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ซึ่งเป็นเวทีเดียวที่เปิดพื้นที่ให้กับนักเขียนสตรีทั้งมืออาชีพและมือใหม่ ผ่านงานวรรณกรรมที่มีคุณค่า ตีพิมพ์ เผยแพร่ สู่สายตานักอ่านทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท สํานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด ร่วมกันจัดประกวด “ชมนาดอินเตอร์” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเกินความคาดหมาย ผลงานจากนักเขียนหญิงกว่า 70 ผลงาน จากหลายประเทศในอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน โดยทีมงานจากสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นได้เดินทาง Road Show เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายวรรณกรรมหญิงระดับนานาชาติ ถือเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และเป็นแรงบันดาลใจให้การประกวดในปีต่อๆ ไปเติบโตอย่างมั่นคง

อาทร เตชะธาดา ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท สํานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด

อาทร เตชะธาดา ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท สํานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด กล่าวถึง Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ว่า รางวัล “นักเขียนชมนาดอินเตอร์” เกิดขึ้นจากความตั้งใจของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ในการขยายพลังแห่ง “ชมนาด” รางวัลวรรณกรรมหญิงไทยที่มีชื่อเสียง สู่ระดับสากลแท้จริง เพื่อเปิดเวทีให้นักเขียนหญิงทั่วโลกได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองต่อสังคม ผ่านพลังของถ้อยคำที่สื่อสารความงดงามของความเป็นมนุษย์ และการแสวงหาความหมายของชีวิตปัจเจกและสังคมโลกอย่างจริงจัง

เกณฑ์การพิจารณาผลงานประเมินจากความเป็นเลิศทางวรรณกรรม ความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม ผลกระทบทางสังคม และการมีส่วนร่วมโดยรวมของผลงานในการเสริมสร้างมรดกทางวรรณกรรมของภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และสังคมร่วมสมัย ด้วยความเชื่อว่าการอ่านเรื่องราวของผู้หญิงจะช่วย เสริมสร้างมรดกทางวรรณกรรม เสริมสร้างพลังให้แก่เสียงของคนรุ่นใหม่ และสร้างภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เท่าเทียมกันมากขึ้น

ผลงานนวนิยายที่ได้รับการคัดเลือกว่าดีเด่นที่สุดจะได้รับรางวัล 500,000 บาท ส่วนรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ผู้ชนะแต่ละรายจะได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท ผลงานที่ได้รับรางวัลจะมีการแปลเป็นภาษาไทย โดยมีการทำสัญญาลิขสิทธิ์เป็นระยะเวลา 5 ปีสำหรับฉบับภาษาไทย ซึ่งจะช่วยให้ผลงานเข้าถึงผู้อ่านชาวไทยและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเพื่อยกระดับการมองเห็นของนักเขียนหญิงจากอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน

“รางวัลนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่แห่งเสียงของผู้หญิงให้ดังไกลไปทั่วโลก สะท้อนบทบาทของสตรีในฐานะผู้สร้างสรรค์ ผู้เปลี่ยนผ่าน และผู้ขับเคลื่อนสังคม ผ่านวรรณกรรมที่ปลุกพลังแห่งสันติภาพ ความเท่าเทียม และความเข้าใจในความหลากหลายของผู้คน “ชมนาดอินเตอร์” จึงไม่เพียงเป็นการประกวดวรรณกรรม หากแต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ของสตรีทั่วโลก ว่าความคิด เสียง และจินตนาการของผู้หญิงสามารถเปลี่ยนโลกได้จริง “ชมนาดอินเตอร์” จึงเป็นสัญลักษณ์ของการรวมพลังแห่งปัญญา ความอ่อนโยน และความเข้มแข็งของผู้หญิงในทุกมิติ”

รสนา โตสิตระกูล นักเขียน นักแปล และนักเคลื่อนไหวทางสังคม

ภายในงาน รสนา โตสิตระกูล นักเขียน นักแปล และนักเคลื่อนไหวทางสังคม กล่าวถึง การอ่านช่วยให้เสียงของผู้หญิงมีพลังอย่างไร ว่า เป็นความเชื่อของคนมาแต่โบราณว่าอย่าให้ผู้หญิงอ่านหนังสือ เพราะอ่านแล้วจะไม่เชื่อง ผู้หญิงจึงถูกกดให้เป็นพลเมืองชั้น 3 โดยเฉพาะในอินเดียสมัยก่อนผู้หญิงแตะคัมภีร์พระเวทไม่ได้เลย ดังคำกล่าวของฟรานซิส เบคอน ที่ว่า ‘ความรู้คืออำนาจ’ ดิฉันเชื่อว่าการอ่านหนังสือเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ ยกตัวอย่าง หนังสือมีอิทธิพลกับตัวเองมาก แม้แต่ความคิดต่างๆ การเป็นนักเคลื่อนไหวสังคมก็มาจากการอ่านหนังสือ  “การอ่านของผู้หญิงมีพลังมาก ที่สำคัญผู้หญิงไม่เพียงแค่เป็นครรโภทรของโลกเท่านั้น แต่เป็นครรโภทรของสังคมใหม่ที่ยุติธรรม ของสังคมที่ดีงามเพื่อให้เป็นที่อยู่ของลูกๆ และมนุษยชาติที่มาจากเธอ จินตนาการที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้เกิดจากผู้หญิงที่อ่านหนังสือเท่านั้น”

งานนี้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำหน้าที่ในการคัดเลือกและตัดสิน ดำเนินการโดยคณะกรรมการด้านวรรณศิลป์และอุตสาหกรรมหนังสือ ซึ่งได้มีมติเอกฉันท์ยกให้หนังสือทั้ง 8 เล่มที่เข้ารอบสุดท้ายเป็นสุดยอดวรรณกรรมที่คู่ควรแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่ง คณะกรรมการประกอบด้วย  รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ   กล่าวว่า “เป็นรางวัลที่สนับสนุนนักเขียนสตรี จะเห็นว่าผู้หญิงในอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน ซึ่งมีพลังในการเล่าเรื่องมาก เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นอย่างหาอ่านยาก เป็นครั้งแรกที่รวบรวมเสียงของสตรีที่ไม่ได้เขียนเพียงเรื่องราวของตัวเอง แต่เป็นบทบาทของสตรีที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมของตัวเอง ต่อความเป็นสตรี เป็นงานที่มีคุณภาพจริงๆ ครั้งนี้เราเริ่มที่จะสนับสนุนเสียงของสตรีให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ตอบรับในความหลากหลาย เป็นหนังสือที่เข้มข้นและน่าอ่าน”

รศ. สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาภาษาและวรรณคดีตะวันตก  กล่าวว่า “Chommanard International Women’s Literary Award เป็นรางวัลแรกของนักเขียนผู้หญิงในภูมิภาคอาเซียนและจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ทุกผลงานล้วนมีคุณภาพ หลายคนเป็นนักเขียนระดับภูมิภาคระดับโลก เป็นที่น่าภาคภูมิใจมาก ไม่เคยมีใครจัดมาก่อน เป็นอนาคตอันดีของนักเขียนสตรีทั้งภูมิภาคอาเซียนและจีน โดยเฉพาะเป็นการส่งเสริมนักเขียนไทยด้วย ส่งเสริมให้เยาวชนได้เห็นคุณภาพของงานเขียนที่ดียิ่ง”

เกศณี ไทยสนธิ นักเขียน นักแปล และคอลัมนิสต์ กล่าวว่า “รางวัลชมนาด เป็นรางวัลที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่มีทั้งภูมิภาคอาเซียนและจีนด้วยที่ส่งผลงานเข้ามาประกวดร่วมกัน ที่สำคัญคือเป็นงานที่ผู้หญิงเขียน เป็น Woman Power เป็นเสียงที่จะขับเคลื่อนโลก รับรองว่าแต่ละเล่มล้วนดี มีคุณภาพมากๆ” 

รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร 

ธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ครั้งนี้เป็นรางวัลระดับนานาชาติ ได้รับความสนใจจากนักเขียนและสำนักพิมพ์นานาชาติมากมาย ต้องขอขอบคุณสำนักพิมพ์ประพันธ์สาสน์ ธนาคารกรุงเทพ ที่ให้คุณค่ากับวรรณกรรมที่ผู้หญิงเป็นคนเขียน อย่างท่านเหมาเจ๋อตุงว่า สตรีแบกโลกนี้ไว้ครึ่งหนึ่ง การมีรางวัลวรรณกรรมของสตรีเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน เป็นการส่งเสริมบทบาทของสตรีในวรรณกรรมให้มีความโดดเด่นและสำคัญมากยิ่งขึ้น”

โดยพิจารณาจากคุณค่าทางวรรณศิลป์ ความร่วมสมัย ความลุ่มลึกของเนื้อหา และพลังของเสียงผู้หญิงในบริบทเอเชียจนได้หนังสือทั้ง 8 เล่มนี้เข้ามาชิงชัยในรอบสุดท้าย  ได้แก่

8 นวนิยาย Shortlist ที่สะท้อนเสียงสตรีเอเชีย

1) Tongueless
Author: Lau Yee Wa (Hong Kong) นวนิยายที่สะท้อนแรงกดดันของสังคมฮ่องกงยุคเปลี่ยนผ่าน ผ่านชีวิตของ “หลิง” ครูหญิงที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภาษา อำนาจ และการเมือง จากระบบการศึกษาที่หันไปยึดภาษาจีนกลางเป็นศูนย์กลาง ความสามารถในการ “พูด” จึงกลายเป็นเครื่องมือแห่งการอยู่รอดเรื่องราวเผยให้เห็นการแข่งขัน ความทะเยอทะยาน และการทรยศในพื้นที่การทำงาน พร้อมตั้งคำถามต่ออัตลักษณ์ เสรีภาพ และราคาที่ผู้หญิงต้องจ่ายเพื่อความก้าวหน้าในสังคมที่กฎเกณฑ์กำลังถูกเขียนใหม่

2) Taiwan Travelogue
Author: Yáng Shuāng-zǐ (Taiwan)นวนิยายที่เล่าเรื่องการเดินทางในไต้หวันยุคอาณานิคม ผ่านสายตาของนักเขียนหญิงชาวญี่ปุ่นและล่ามสาวชาวไต้หวัน ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างหญิงสองคนค่อย ๆ เผยให้เห็นความซับซ้อนของอำนาจ อัตลักษณ์ และความใกล้ชิดส่วนตัว อาหาร การเดินทาง และบทสนทนา กลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงความปรารถนาส่วนบุคคลเข้ากับโครงสร้างทางการเมือง นวนิยายเล่มนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในไต้หวัน และชนะรางวัล Golden Tripod Award อันทรงเกียรติ

3) Chinatown
Author: Doan Anh Thuân (Vietnam) นวนิยายเชิงทดลองที่เล่าเรื่องผ่านกระแสสำนึกของหญิงชาวเวียดนามในฝรั่งเศส ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก การอพยพ และการเมือง ถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อน “ไชน่าทาวน์” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความพลัดพราก ความทรงจำ และอัตลักษณ์ที่แตกแยก เรื่องเล่าตั้งคำถามต่อการเป็นคนนอก การนิยามตัวตน และบาดแผลจากประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จางหาย

4) Memories of the Memories of the Black Rose Cat

Author: Veeraporn Nitiprapha (Thailand) มหากาพย์ครอบครัวของผู้อพยพชาวจีนในสังคมไทย เล่าเรื่องหลายชั่วอายุคนที่ต้องเผชิญทั้งความรัก ความหวัง ความสูญเสีย และความผิดพลาดของมนุษย์นวนิยายขุดลึกถึงรากของโศกนาฏกรรมในชีวิต ที่เกิดจากความโลภ ความอิจฉา และความไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตนเอง พร้อมตั้งคำถามถึงธรรมชาติของ “ความทรงจำ” และผลของการตัดสินใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

5) The Mountains Sing

Author: Nguyễn Phan Quế Mai (Vietnam) เรื่องเล่าข้ามรุ่นของครอบครัวชาวเวียดนาม ท่ามกลางความรุนแรงของสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถ่ายทอดผ่านมุมมองของผู้หญิงในครอบครัว นวนิยายถ่ายทอดทั้งความสูญเสีย ความอดทน และพลังของความเมตตา โดยมุ่งเน้น “ต้นทุนมนุษย์” ของสงคราม มากกว่าชัยชนะหรืออุดมการณ์ทางการเมือง เป็นผลงานนวนิยายภาษาอังกฤษเล่มแรกของกวีชื่อดังเวียดนาม

6) The Age of Goodbyes
Author: Li Zi Shu (Malaysia) นวนิยายหลายชั้นที่ผสมผสานการเล่าเรื่องเชิงทดลอง เพื่อสำรวจความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และความจริงที่ถูกบิดเบือนโดยอำนาจ ฉากหลังคือเหตุการณ์จลาจลทางเชื้อชาติในมาเลเซียปี 1969 เรื่องราวสะท้อนผลกระทบของความรุนแรงทางการเมืองต่อชีวิตส่วนบุคคล และตั้งคำถามถึงสิ่งที่ถูกจดจำ สิ่งที่ถูกลบ และสิ่งที่ถูกทำให้เงียบหายไปจากประวัติศาสตร์

7) Mountains More Ancient

Author: Isna Marifa (Indonesia) นวนิยายที่เปิดพื้นที่ให้ประวัติศาสตร์การเป็นทาสของชาวอินโดนีเซียในแอฟริกาใต้ ผ่านสายตาของเด็กหญิงชาวชวาที่ถูกพรากจากบ้านเกิดเรื่องเล่าถ่ายทอดความสูญเสีย การยึดมั่นในอัตลักษณ์ และความเป็นมนุษย์ท่ามกลางระบบกดขี่ เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่นำเสนอประวัติศาสตร์ส่วนนี้อย่างเด่นชัด และเปี่ยมด้วยความละเมียดทางอารมณ์

8) The Sea Speaks His Name

Author: Leila S. Chudori (Indonesia) นวนิยายที่บอกเล่าเรื่องการอุ้มหายของนักกิจกรรมทางการเมืองในอินโดนีเซีย และการต่อสู้ของครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเรื่องราวสะท้อนการแสวงหาความจริง ความยุติธรรม และการไม่ยอมให้ความทรงจำถูกลบเลือนจากประวัติศาสตร์ เป็นงานเขียนที่ทรงพลังทั้งในเชิงการเมืองและมนุษยธรรม

8 นวนิยาย สตรีเอเชียอินเตอร์

วรรณกรรมหญิงเอเชียบนเวทีโลก ทั้ง 8 ผลงาน ที่ผ่านเข้ารอบ Shortlist ของ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ไม่เพียงเป็นนวนิยายน่าอ่าน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของสังคมเอเชีย ผ่านเสียงของนักเขียนสตรีที่กล้าตั้งคำถามต่ออำนาจ ความทรงจำ และอัตลักษณ์  รางวัลชมนาดอินเตอร์จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวด แต่คือพื้นที่ที่ทำให้วรรณกรรมหญิงเอเชียได้ก้าวข้ามพรมแดนภาษา วัฒนธรรม และการรับรู้ สู่เวทีวรรณกรรมระดับสากลอย่างแท้จริง

กรุงเทพประกันภัยมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน

กรุงเทพประกันภัยมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน

กรุงเทพประกันภัยมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.04 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย เดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง โดย ธีรยุทธ กิจวรพัฒน์ ผู้อำนวยการ ธุรกิจสาขา และ วิษณุ รัตนประสบ ผู้จัดการสาขาอุบลราชธานี เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็น ได้แก่ เครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ (Infusion Pump) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยควบคุมการให้ยาและสารน้ำด้วยความแม่นยำสูง ลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนในการรักษา รวมมูลค่าทั้งสิ้น 135,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลนาจะหลวย โดยมีนายแพทย์กวิน วุฒิเสลา นายแพทย์ปฏิบัติการ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี


ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยตระหนักถึงความสำคัญของระบบสาธารณสุข และมุ่งมั่นสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเสริมศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการให้บริการทางการแพทย์ พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ผนึกกำลัง เอสบี ดีไซน์สแควร์ ปรับปรุงห้องพักที่บ้านแมค รพ.เด็ก

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ผนึกกำลัง เอสบี ดีไซน์สแควร์  ปรับปรุงห้องพักที่บ้านแมค รพ.เด็ก

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ผนึกกำลัง เอสบี ดีไซน์สแควร์ ปรับปรุงห้องพักที่บ้านแมค รพ.เด็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.49 น.

มูลนิธิโรนัลด์  แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  (รพ. เด็ก) รับมอบห้องพักปรับปรุงใหม่สำหรับบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หรือ “บ้านแมค” ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ. เด็ก)  จากกลุ่ม บริษัทเอสบี เฟอร์นิเจอร์ เพื่อร่วมสานต่อพันธกิจในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ป่วยเด็ก โดยเอสบี ดีไซน์สแควร์ ได้ร่วมปรับปรุงห้องพักและจัดสรรเฟอร์นิเจอร์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว และเปิดโอกาสให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็กได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า ทั้งยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ E1 ที่มีสารฟอร์มัลดีไฮด์ต่ำเพียง 0.005%  จึงไม่มีกลิ่นฉุน ไม่แสบตา ไม่ระคายเคืองผิวหนัง และไม่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ปลอดภัยต่อเด็ก และผู้เข้าพักทุกคน

บ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หรือ “บ้านแมค” ก่อตั้งขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ต้องเดินทางไกลเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยเปิดบริการที่พัก 24 ชั่วโมง พร้อมมื้ออาหารแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กโดยไม่คิดค่าบริการ ปัจจุบัน บ้านแมคตั้งอยู่ในโรงพยาบาล 4 แห่ง ได้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ. เด็ก), รพ. นพรัตนราชธานี, รพ. จุฬาลงกรณ์   สภากาชาดไทย และ รพ. ศิริราช โดยนับตั้งแต่เริ่มโครงการ ได้ให้บริการที่พักแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กไปแล้วมากกว่า 34,000 ครอบครัว

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้ง่ายๆ ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ ผ่านโปรแกรม Round-Up  หรือสแกน QR Code ที่กล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ และเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ หรือบริจาคผ่านเว็บไซต์เทใจ https://taejai.com/th/d/freedentaltreatment_ch/#donate (ลดหย่อนภาษีได้) สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้ที่ FB • IG • TikTok • LINE @rmhcthailand หรือ http://www.rmhc.or.th

ผู้บริหารระดับสูง เอ็ม บี เค และธุรกิจในเครือ ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ผู้บริหารระดับสูง เอ็ม บี เค และธุรกิจในเครือ ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ผู้บริหารระดับสูง เอ็ม บี เค และธุรกิจในเครือ ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.47 น.

สุเวทย์ ธีรวชิรกุล รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ , เกษมสุข จงมั่นคง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 2 , สมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าทีบริหารธุรกิจศูนย์การค้า  บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และ บูลพัฒน์ วิศรุตวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตลอดจนคณะผู้บริหารระดับสูงในเครือเอ็ม บี เค เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  ด้วยความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป ร่วมกับมูลนิธิธรรมชวนวิริยะ ปันน้ำใจ สู่สังคมไทย มอบทุน 200,000 บาท เพื่อฟื้นฟูอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่) จังหวัดสงขลา

บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป ร่วมกับมูลนิธิธรรมชวนวิริยะ ปันน้ำใจ สู่สังคมไทย มอบทุน 200,000 บาท เพื่อฟื้นฟูอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่) จังหวัดสงขลา

บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป ร่วมกับมูลนิธิธรรมชวนวิริยะ ปันน้ำใจ สู่สังคมไทย มอบทุน 200,000 บาท เพื่อฟื้นฟูอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่) จังหวัดสงขลา

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.30 น.


บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ร่วมกับ มูลนิธิธรรมชวนวิริยะ นำโดย ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ เจิดนภางค์ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชีกลุ่ม นำทีมผู้บริหารมุ่งสู่ภาคใต้ เพื่อฟื้นฟูอาคารโรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่) ให้กำลังใจกับคนในพื้นที่ โดยมี ศุภรา ปางนิติคณากร ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่) เป็นผู้แทนรับมอบทุน 200,000 บาท รวมถึงอุปกรณ์กีฬาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของน้องๆ จากนั้นทีมผู้บริหารได้ร่วมกันทาสีอาคาร ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวมถึงทาสียางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อส่งให้กับทางโรงเรียน นำไปปรับปรุงภูมิทัศน์ต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ MGC-ASIA และมูลนิธิธรรมชวนวิริยะ มุ่งมั่นตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความอิ่มอกอิ่มใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ