‘Animal Healings and Communication Thailand’ ร่วมเปิดมุมมองศาสตร์การสื่อสารกับสัตว์ บนเวที CATICON ARABIAN ADVENTURE

11 กันยายน 2569 เวลา 16:26 น.

ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Animal Healings and Communication Thailand ก่อตั้งโดย ไก่ – อารีรัตน์ กฤษณะสมิต ที่ล่าสุดได้รับเชิญจาก ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (Central EastVille) ร่วมเป็น Guest Speaker บนเวทีงาน CATICON ARABIAN ADVENTURE เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับ Animal Communication & Healing พร้อมชวนเหล่าคนรักแมวมาทำความรู้จักกับศาสตร์การสื่อสารกับสัตว์ในอีกมุมหนึ่ง ว่าการเรียนรู้ที่จะ “ฟัง” และทำความเข้าใจน้องๆ สามารถช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจความรู้สึก ความต้องการ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้อย่างไร

สำหรับ CATICON ARABIAN ADVENTURE ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์เปิดประตูสู่ดินแดนมหัศจรรย์ พาเหล่าเจ้าเหมียวออกผจญภัยในโลกแห่งเวทมนตร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–9 กันยายน 2569 ณ Promotion ชั้น 1 Indoor Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ โดยภายในงานรวบรวมกิจกรรมหลากหลายสำหรับน้องแมวและเหล่าทาสแมวโดยเฉพาะ

อีกหนึ่งความพิเศษของการร่วมงานครั้งนี้ ไก่-อารีรัตน์ ยังได้พาทีมนักเรียนจาก Animal Healings and Communication Thailand ที่ผ่านการเรียนในระดับ Reiki Master ได้แก่ คุณอริยา ตรุษานนท์ (พี่อ้อ) และ คุณวิวรรณ เจนมานะชัยกุล (น้องแนน) มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้าน Animal Communication บนเวที เพื่อถ่ายทอดอีกหนึ่งมุมมองของการสื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างคนกับสัตว์

ไก่ – อารีรัตน์ กล่าวว่า “สำหรับงานในครั้งนี้พี่ได้พาทีมนักเรียนร่วมแชร์ประสบการณ์ Animal Communication สื่อสารสัตว์ที่ผ่านการเรียนในระดับ Reiki Master ได้แก่ คุณอริยา ตรุษานนท์ (พี่อ้อ) และ คุณวิวรรณ เจนมานะชัยกุล (น้องแนน) พี่รู้สึกดีใจและขอบคุณค่ะ สิ่งที่พี่ดีใจมากกว่าการได้รับเชิญเป็น Guest Speaker คือการได้เห็นว่าสังคมเริ่มเปิดใจและสนใจ Animal Communication หรือศาสตร์การสื่อสารกับสัตว์ มากขึ้น สำหรับพี่ ทุกเวทีคือโอกาสในการแบ่งปันประสบการณ์ และทำให้คนเข้าใจว่า Animal Communication ไม่ใช่การทำนาย แต่เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการพยายามทำความเข้าใจความรู้สึก ความต้องการ และสิ่งที่สัตว์อาจอยากสื่อสารกับเรา โดยเฉพาะงาน Caticon Arabian Adventure ซึ่งเป็นงานสำหรับคนรักแมวโดยตรง พี่ยิ่งรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวนี้กับผู้ปกครองของน้องๆ ค่ะ

วันนี้ได้มีโอกาสได้สื่อสารกับน้องแมวเซเลบนั้น จริงๆ แล้วเวลาพี่สื่อสาร พี่ไม่ได้มองว่าเขาเป็น “แมวเซเลบ” ค่ะ สำหรับพี่ สัตว์ทุกตัวมีบุคลิก ความรู้สึก และเรื่องราวเฉพาะของตัวเอง

ครั้งนี้พี่ได้สื่อสารกับ น้องพลูโต แมวเพศผู้วัย 4 ขวบของน้อง Deeja สิ่งที่ประทับใจคือ ข้อความที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน แต่กลับเป็นรายละเอียดที่เจ้าของเชื่อมโยงได้ทันที พี่ชอบช่วงเวลาที่เจ้าของหัวเราะแล้วถามว่า “พี่ไก่รู้ได้ยังไง?” เพราะบางเรื่องพี่ไม่ได้รับข้อมูลมาก่อน

สำหรับพี่ ความประทับใจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ใครเชื่อ แต่อยู่ที่การทำให้เจ้าของเปิดใจและลองมองสัตว์ของตัวเองในอีกมุมหนึ่งค่ะ”

อีกทั้ง ข้อความจากน้องพลูโตที่ทำให้เจ้าของทั้งอึ้งและประทับใจ ตรงนี้มีหลายเรื่องและส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ภายในบ้าน เช่น พลูโตสื่อประมาณว่า “แม่ไปซูเปอร์ไม่ต้องซื้อผักเยอะก็ได้ ซื้อมาก็ไม่ค่อยมีเวลาทำ” เจ้าของถึงกับหัวเราะ เพราะเป็นคนชอบซื้อของจากซูเปอร์มาเยอะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาทำจริงๆ

อีกข้อความคือ “แม่ชอบดื่มอะไรขาวๆ ทุกวัน อร่อยไหม?” ซึ่งตรงกับที่เจ้าของดื่มนมโปรตีนทุกวัน

รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ทำให้เจ้าของซึ่งเพิ่งรู้จักศาสตร์ Animal Communication ได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการสื่อสารและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์

“เราอาจพูดกับเขามาตลอด แต่เราเคยหยุดฟังเขาจริงๆ หรือยัง

“สำหรับพี่นี่คือหัวใจของ Animal Communication ค่ะ ไม่ใช่เพียงการอยากรู้ว่าน้องคิดอะไร แต่คือการทำให้เรา ใส่ใจและรับฟังสัตว์ที่อยู่ข้างเรามากขึ้น

เพราะบางครั้ง สิ่งที่เขาอยากบอกเรา อาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่สำหรับเขา เรื่องเล็กๆ นั้นอาจมีความหมายมากค่ะ“

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการสื่อสารกับลูกรัก หรือ Animal Healings and Communication Thailand พูดคุยกับพี่ไก่ได้ที่ เพจFb. Animal Healings and Communication Thailand โทร./Line 0944694963

Aura Wellness ฉลองครบรอบ 10 ปี รวมพรีเซนเตอร์เดินพรมฟ้า ตอกย้ำผู้นำอาณาจักร Beauty & Wellness พันล้านของไทย

11 กันยายน 2569 เวลา 13:50 น.

Aura Wellness แบรนด์แม่ของ Aura Bangkok Clinic จัดงาน “AURA NO.10: Celebrating the Next Decade” เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ณ ไปรษณีย์กลางบางรัก ภายใต้คอนเซปต์ “Aura Carpet” ที่พลิกความหมายของพรมแดงแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ เส้นทางการเติบโตของ Aura Wellness จากคลินิกความงามเพียงสาขาเดียว สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรม Beauty & Wellness ของไทย ด้วยเครือข่าย 3 แบรนด์ 31 สาขาทั่วประเทศในวันนี้ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษที่สร้างความประทับใจให้แขกทุกคนตลอดค่ำคืน

ย้อนเส้นทาง 10 ปีของ Aura Wellness

เส้นทางการเติบโตของ Aura Wellness ตลอดหนึ่งทศวรรษ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจากคลินิกเพียงสาขาเดียว จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจ Beauty & Wellness ของไทย ปัจจุบันประกอบด้วย 3 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ Aura Bangkok Clinic คลินิกฉีดหน้าระดับพรีเมียม 21 สาขา, Aura Xpress Clinic คลินิกฉีดหน้าที่ตอบโจทย์ความสะดวกรวดเร็ว 10 สาขา และ AURASOL Signature Thai Massage บริการด้านการผ่อนคลายใจกลางย่านออฟฟิศ รวมทั้งสิ้น 31 สาขาทั่วประเทศ

Aura Carpet พรมฟ้าที่ยิ่งใหญ่ พรีเซนเตอร์มาครบทุกแบรนด์

ไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนคือการเดิน “Aura Carpet” พรมฟ้าที่ออกแบบมาแทนความหมายของ Red Carpet แบบดั้งเดิม โดยพรีเซนเตอร์จากทุกแบรนด์ในเครือร่วมเดินอย่างยิ่งใหญ่ สร้างสีสันและความคึกคักตลอดทางเข้างาน ได้แก่

  • Aura Bangkok Clinic — โยชิ รินรดา ธุระพันธ์, ออน สมฤทัย รัตนวราห, ลีน่า ลลิน ชูเอ็ทท์, หมิว ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์, ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ
  • Aura Xpress Clinic — พั้น พันธิตา บุญชวน (พั้น รักแมว), เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ (เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น)

ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางธุรกิจ และสื่อมวลชนที่มาร่วมบันทึกภาพความประทับใจในค่ำคืนนี้

พันธมิตรคนสำคัญและลูกค้า Aura Infinite ร่วมงานอย่างอบอุ่น

งานฉลองครบรอบ 10 ปีในค่ำคืนนี้ยังได้รับเกียรติจากพันธมิตรทางธุรกิจคนสำคัญที่ร่วมเดินทางกับ Aura Wellness มาอย่างยาวนาน ได้แก่ Allergan Aesthetics, ParagonCare และ Wontech ผู้จัดจำหน่ายยาและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ Aura Wellness สั่งซื้อและใช้งานต่อเนื่องในปริมาณสูงตลอดหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์กับพันธมิตรด้านนวัตกรรมและมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล

นอกจากนี้ Aura Wellness ยังถือโอกาสนี้ขอบคุณลูกค้าคนพิเศษในกลุ่ม Aura Infinite ลูกค้าคนสำคัญที่สนับสนุนแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญร่วมเป็นแขกในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อร่วมขอบคุณความไว้วางใจที่มอบให้ Aura Wellness มาตลอดหนึ่งทศวรรษ

เค้กฉลอง 10 ปีและ Mini Concert ปิดท้ายค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง

ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษจาก Babycakes ซึ่งจัดทำเค้กแถวยาวเป็นพิเศษสำหรับโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Aura Wellness พร้อมเปิดโอกาสให้แขกภายในงานได้ร่วมตกแต่งเค้กด้วยตัวเอง สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมและสะท้อนแนวคิด Anniversary Experience ที่ Aura Wellness ตั้งใจออกแบบประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมในช่วงเวลาสำคัญของบริษัท ปิดท้ายค่ำคืนด้วยการแสดง Mini Concert จาก โอบนิธิ และ เลดี้ปราง ที่ร่วมสร้างสีสันและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ท่ามกลางแขกและพันธมิตรที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Aura Wellness

ปิดท้ายยิ่งใหญ่ กิจกรรม Win Your Bike แจกรางวัล Technogym กว่า 5 แสนบาท

ช่วงท้ายของงาน Aura Wellness จัดกิจกรรมจับรางวัลพิเศษในธีม “Win Your Bike” มอบรางวัลใหญ่เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายจาก Technogym มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท พร้อมของรางวัลพิเศษอื่น ๆ อีกมากมายภายในงาน สร้างความตื่นเต้นและเสียงหัวเราะให้แขกทุกคนจนถึงช่วงสุดท้ายของค่ำคืน

“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนพิเศษนี้ 10 ปีที่ผ่านมาคือความทรงจำที่มีคุณค่า และเราหวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับทุกกิจกรรมที่เราตั้งใจจัดขึ้น เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจที่มอบให้เรามาตลอด เราพร้อมก้าวสู่ทศวรรษต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานความงามและสุขภาพของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น” เฟม – เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม Aura Wellness กล่าว

งาน “AURA NO.10: Celebrating the Next Decade” ในค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่เพียงการฉลองครบรอบ 10 ปี แต่คือการรวมทุกความทรงจำ ทุกรอยยิ้ม และทุกความไว้วางใจที่ทำให้ Aura Wellness เติบโตมาถึงวันนี้ พร้อมก้าวสู่ทศวรรษต่อไปในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม Beauty & Wellness ของไทยอย่างมั่นใจ

หมุดหมายต่อไป:  Aura Bangkok Clinic บุกสนามบินสุวรรณภูมิ คลินิกฉีดหน้าแห่งแรกของโลกในสนามบิน

ในค่ำคืนแห่งการฉลอง Aura Wellness ยังประกาศหมุดหมายสำคัญถัดไปที่จะตามมาทันทีหลังจากนี้ ด้วยการเปิดตัว Aura Bangkok Clinic สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในพื้นที่ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “ทำสวยก่อนบิน” ซึ่งจะเป็นคลินิกฉีดหน้าแห่งแรกของโลกที่ตั้งอยู่ในสนามบิน ตอกย้ำบทบาทของ Aura Wellness ในฐานะผู้นำการขับเคลื่อน T-Beauty สู่เวทีโลก และเปิดโอกาสให้นักเดินทางนานาชาติได้สัมผัสมาตรฐานความงามไทยโดยตรงตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่นำความสวยแบบไทยเดินทางไปพร้อมกับผู้คนทั่วโลก

ฝ่ายสตรีวัยก้าวหน้า สสธวท จัดประชุมภาคพื้นเอเชีย The 5th Young BPW Asia Pacific Regional Symposium

11 กันยายน 2569 เวลา 13:43 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ (BPW Thailand) โดย ฝ่ายสตรีวัยก้าวหน้า (Young BPW) นำโดย สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, ธัณยาการย์ เตชะพัฒน์สิริ, อัจจิมา จารุไพบูลย์ พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายสตรีวัยก้าวหน้า กว่า 60 คน  จัดจัดการประชุม The 5th Young BPW Asia Pacific Regional Symposium โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ (BPW Thailand) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม จัดขึ้น ณ ประมุกโก้ รีสอร์ท จ.ภูเก็ต

การประชุม Symposium ครั้งนี้ เป็นการประชุมภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีประธานและผู้แทนจากสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล เช่น Mrs. Carolyn Anne Savage เลขาธิการ สหพันธ์สมาคมสากล, Ms. Francesca Burack รองประธานฝ่ายสมาชิกสหพันธ์สมาคมสากล สหพันธ์สมาคมสตรี นักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ และจากประเทศต่างๆ 17 ประเทศ เดินทางมาร่วมงาน กว่า 200 ท่าน อาทิ Ms.Sherie Ma ประธาน BPW ฮ่องกง, Dato Rozzaini Nawawi ประธานสหพันธ์ BPW มาเลเซีย, Dr. Su Hia Han ประธาน BPW เมียนมาร์, Dr. Myrina Tang Yao ประธาน BPW ฟิลิปปินส์, Dr. Shafeeq ประธาน BPW สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประธานและผู้แทนสตรีวัยก้าวหน้า จากประเทศต่างๆ อาทิ Mrs. Zaineh Mahmoud Alsa’ ผู้แทนสตรีวัยก้าวหน้าจาก BPW จอร์แดน, Ms.Jabin Elizaberth Jang ประธานสตรีวัยก้าวหน้า BPW เกาหลี, Ms. Puteri Modiya ประธานสตรีวัยก้าวหน้า BPW อินโดนีเซีย และ Ms. Yin Yin Chan ประธานสตรีวัยก้าวหน้า BPW สิงคโปร์ เป็นต้น

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ กล่าวเปิดการประชุมในหัวข้อ “Deep Ocean, Deep Connection” โดยมีสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ สถานการณ์โลกแห่งการ เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน อันเนื่องจากการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในศาสตร์การทำงานแขนงต่างๆ ผู้นำรุ่นใหม่ จึงต้องพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองให้ก้าวตามทันเทคโนโลยี และนอกเหนือจากนั้นยังต้องเป็นผู้กำหนดทิศทาง ของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ด้วย โดยได้เสนอแนวทาง 5 ประการคือ ประการแรก ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่า ไม่ใช่เพียงเพื่อเดินตามกระแส ประการที่ 2 เปลี่ยนเป้าหมายและความมุ่งหมายให้เป็นการลงมือทำที่สามารถวัดผลได้ ประการที่ 3 สร้างความสัมพันธ์ที่นำไปสู่การเกิดเป็นพลังความร่วมมือ ประการที่ 4 เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต และเรียนรู้ที่จะ เป็นทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี และประการสุดท้าย สร้างโอกาส ความมั่นใจให้กับผู้อื่น

“กลุ่มสตรีวัยก้าวหน้า (Young BPW) เป็นคนที่มีพลังและความคิดใหม่ๆ ส่วนผู้นำรุ่นพี่ ล้วนมีประสบการณ์และเครือข่าย ถ้ากลุ่มคนทั้งสองนี้ สามารถเชื่อมโยง เข้าเป็นกลุ่มเดียวกันได้ จะเป็นพลังร่วมกันสร้างอนาคตอันยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน หลังจากนี้ มีการกล่าวสุนทรพจน์ ของผู้นำสตรีวัยก้าวหน้าจากแต่ละประเทศ การนำเสนอและรายงานการดำเนินโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ในหัวข้อต่างๆ อาทิ บทบาทของ BPW ที่มีต่อ UN การเสวนาสร้าง แรงบันดาลใจ เป็นต้น”

ในช่วงเย็น มีการรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน โดยมี โชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้บริหารส่วนท้องถิ่น มาร่วมงาน ภายในงานมีการแต่งกาย ด้วยชุดประจำชาติ และการแสดงโชว์ทางวัฒนธรรม สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน

กระแสตอบรับคึกคัก! ‘BEM CARE 2026’ ยกระดับ MRT สวนจตุจักร สู่ ‘สถานีสุขภาพ’ ดันแนวคิดคัดกรองเชิงรุก ผู้ร่วมงานทะลุ 8,000 คน

11 กันยายน 2569 เวลา 13:35 น.

 บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของคนเมืองอย่างยั่งยืน ล่าสุดประสบความสำเร็จจากการจัดกิจกรรม “BEM CARE 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ณ พื้นที่ Metro Mall สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่สัญจรให้กลายเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 3 วัน มีประชาชนและผู้โดยสาร เข้าร่วมรับบริการด้านสุขภาพรวมกว่า 8,000 คน สะท้อนถึงเทรนด์ของสังคมยุคใหม่ที่ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพป้องกันก่อนการเจ็บป่วย

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดว่า สถานีรถไฟฟ้าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากต้นทางสู่ปลายทางเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น “จุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดี” ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน โดย BEM ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำให้บริการฟรีตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคสำคัญเบื้องต้นที่มักพบในคนเมือง อาทิ การตรวจเช็กความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเพื่อรับมือกับภาวะความเสี่ยงของคนเมืองวัยทำงานด้วยนวัตกรรมรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ Mobile Stroke Unit Stroke One Stop (MSU-SOS) จากศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช บริการปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ตลอดจนการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์จากโรงพยาบาลปิยะเวทและโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรง

จันทร์แรม ใคร่นุ่นสิงห์

จันทร์แรม ใคร่นุ่นสิงห์ เล่าว่า “ปกติเป็นคนที่ดูแลตัวเองและให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว แต่ด้วยภารกิจในชีวิตประจำวันที่ต้องทำงานหลายอย่าง การจะแบ่งเวลาเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กสุขภาพหรือฉีดวัคซีนมักจะเป็นเรื่องยุ่งยากและใช้เวลานาน พอ BEM นำบริการมาจัดไว้ในพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้ รู้สึกตอบโจทย์และสะดวกมาก สามารถนั่งรถไฟฟ้า MRT มาถึงแล้วเข้ารับบริการได้ทันที ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ตัดสินใจฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะเมื่อไม่นานมานี้เพิ่งป่วยหนักจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จนต้องหยุดงานนอนซมอยู่หลายวัน ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เห็นชัดเจนเลยว่าการป้องกันล่วงหน้าสำคัญกว่าการมารักษาทีหลัง พอทราบว่ามีจุดฉีดวัคซีนที่เดินทางง่ายและมีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด จึงไม่ลังเลเลยที่จะมาใช้บริการ นอกจากนี้ยังได้คุยกับหมอตามบูธต่างๆ ทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้นว่า แม้เราจะรู้สึกว่าร่างกายปกติแข็งแรงดี แต่ก็ยังมีจุดเสี่ยงเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจมองข้ามไป การมางานนี้จึงช่วยให้สบายใจและตั้งใจจะกลับไปปรับพฤติกรรมดูแลตัวเองให้ดียิ่งขึ้น”

ชัยอนันต์ ปันชู

ด้าน ชัยอนันต์ ปันชู ผู้รับบริการฉีดวัคซีน กล่าวถึงความสะดวกในการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่สาธารณะว่า “สิ่งที่ประทับใจมากคือระบบการบริหารจัดการที่รวดเร็ว รับบริการเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางไปทำธุระต่อได้เลยโดยไม่เสียเวลา ไอเดียการนำบริการทางการแพทย์มาไว้ในพื้นที่ที่มีคนเดินทางผ่านจำนวนมากในแต่ละวัน ถือเป็นแนวคิดที่ดีและช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้อย่างแท้จริง ทำให้การดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องยุ่งยากที่ต้องตั้งใจวางแผนเป็นวันๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ทำได้จริงทุกวัน ปกติผมจะหาเวลาไปฉีดวัคซีนทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ยุ่งมากจึงยังไม่ได้ไป พอเห็นข่าว BEM CARE 2026 เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าและจัดในพื้นที่ MRT สวนจตุจักร ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเดินทางผ่านอยู่แล้ว จึงตัดสินใจลงทะเบียนมารับบริการทันที”

ทิมา เนื่องอุดม

ขณะที่ ทิมา เนื่องอุดม หนึ่งในผู้เข้ารับบริการตรวจเช็กความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เล่าถึงประสบการณ์การตรวจคัดกรองเชิงรุกว่า “ตั้งใจเดินทางมาร่วมงานนี้เพื่อตรวจสแกนสมองและประเมินความเสี่ยงโรคสโตรกโดยเฉพาะ เพราะช่วงที่ผ่านมาทำงานหนัก มีภาวะเครียดสะสม และพักผ่อนน้อย พออายุเริ่มมากขึ้นก็ตระหนักว่าเรื่องโรคหลอดเลือดสมองเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนทำงานออฟฟิศอย่างเราควรรู้เท่าทัน ยอมรับว่าตอนแรกแอบมีความกังวลนิดหน่อยเพราะไม่เคยตรวจมาก่อน แต่พอได้เข้าตรวจจริง ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำดีมาก ขั้นตอนไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ผลการประเมินช่วยให้เรามองเห็นภาวะร่างกายของตัวเองชัดเจนขึ้นว่ามีจุดไหนต้องระวัง และได้ความรู้ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในการนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เช่น การจัดการความเครียดและการนอนหลับ รู้สึกประทับใจที่ BEM จัดงานดีๆ แบบนี้ขึ้นมา เพราะช่วยกระตุ้นให้คนเมืองหันมาใส่ใจและคัดกรองโรคร้ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น”

จากความสำเร็จของงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า BEM ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงข่ายการเดินทางให้มีความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังคงยึดมั่นในภารกิจการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมโดยรวม โดย BEM มีแผนที่จะเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมด้านสุขภาพ และขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนให้สถานีรถไฟฟ้า MRT เป็นพื้นที่แห่งการส่งต่อความห่วงใย และเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพดีในทุกการเดินทางของคนเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบเงินช่วยเหลือเนปาล จากเหตุดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน

11 กันยายน 2569 เวลา 13:27 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์อุทกภัยและดินถล่มในประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 11 กันยายน เวลา 8.30 น. ณ สถานเอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย

ในการนี้ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 500,000 บาท แก่ มร.ธัน พหาทุร โอลิ ( H.E. Mr. Dhan Bahadur Oli  ) เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในประเทศเนปาลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลากฉับพลันบริเวณชายแดนทิเบต–เนปาล แถบหุบเขาแม่น้ำ Bhote Koshi และ Lhende River ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตราซูวา (ฝั่งเนปาล) กับเขตจี่หรง (ฝั่งทิเบต) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ไม่เพียงแต่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศไทยเท่านั้น หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในต่างประเทศมูลนิธิฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเมื่อมิตรประเทศเผชิญภาวะวิกฤติ ดังที่ผ่านมามูลนิธิฯ ให้การช่วยเหลืออุทกภัยใหญ่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น มอบเงินช่วยเหลือและถุงยังชีพแก่ประชาชนในประเทศดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนในสถานการณ์ที่ทุกข์ยาก ”เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันในยามยาก“

กลุ่มเซ็นทรัลชวนร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ช่วยผู้ป่วยมะเร็งสตรี สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในโครงการ Central Group Women Cancer ปีที่ 21

11 กันยายน 2569 เวลา 13:17 น.

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ชวนคนไทยร่วมส่งต่อกำลังใจให้ผู้หญิงที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง ผ่านโครงการ “Central Group Women Cancer” (เซ็นทรัลกรุ๊ป วีเม่น แคนเซอร์) ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็งสตรี ปีที่ 21 เดินหน้าระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยมะเร็งสตรี พร้อมชวนผู้หญิงทุกคนใส่ใจสุขภาพและให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรอง เพื่อลดความเสี่ยงและรู้เท่าทันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ

ปีนี้ Central Group Women Cancer ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแนวคิด “Bloom Beyond Fear” ซึ่งเกิดจากการตีความและถ่ายทอดมุมมองของน้อง ๆ ออทิสติกจาก Artstory By Autistic Thai ผ่าน “ดอกไม้” ในฐานะตัวแทนของผู้หญิงแต่ละคนที่มีความงดงามและเอกลักษณ์แตกต่างกัน แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหรือวันที่ต้องต่อสู้กับโรคภัย ผู้หญิงทุกคนยังสามารถผลิบานและเติบโตได้ในแบบของตัวเอง ดอกไม้แต่ละดอกจึงถูกออกแบบให้มีความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสะท้อนความหลากหลาย ความงดงาม และความเข้มแข็งของผู้หญิงที่พร้อมก้าวข้ามความกลัวและเดินหน้าต่อในทุกสถานการณ์

ความพิเศษของปีนี้ยังเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่าง กลุ่มเซ็นทรัล กับ Artstory By Autistic Thai ธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้มูลนิธิออทิสติกไทย ซึ่งร่วมสนับสนุนผลงานศิลปะของน้อง ๆ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 6 ปี โดยนำลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์มาพัฒนาเป็น Key Visual ของโครงการ เพื่อให้ผลงานศิลปะได้ออกไปพบผู้คนในวงกว้าง เปิดพื้นที่ให้เห็นถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของน้อง ๆ พร้อมต่อยอดสู่โอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้ในอนาคต

นอกจากการส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยแล้ว โครงการยังมุ่งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของ “การรู้เร็ว” เพราะการใส่ใจสุขภาพ สังเกตความผิดปกติของร่างกาย และเข้ารับการตรวจคัดกรองตามความเหมาะสม ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ขณะเดียวกัน กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ขอเชิญชวนคู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสและกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี ผ่านการสมทบทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยสามารถร่วมสนับสนุนโครงการผ่านช่องทาง Offline และ Online ดังนี้

  • บริจาคออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ Thamdee: www.tham-dee.com/projects/women-cancer-2026 (ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 69) สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า
  • สแกน QR Code ผ่าน Mobile Banking ในสื่อต่าง ๆ ของธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล หรือโอนผ่านบัญชี มูลนิธิเตียง  จิราธิวัฒน์ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 118-0-58203-1 (ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 69) สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า
  • กล่องรับบริจาค บริเวณจุดแลกซื้อ จุดประชาสัมพันธ์ หรือจุดชำระเงินในห้างร้านของเครือกลุ่มเซ็นทรัล กว่า 491 จุดทั่วประเทศ (ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 69)
  • แลกคะแนน The 1 เปลี่ยนเป็นเงินบริจาคสมทบทุนผ่าน The 1 APP (800 คะแนน เป็นเงินบริจาค 100 บาท) และยังสามารถแลกคะแนน “ปันความสุขทั้งปี” บน The 1 APP ผ่านโครงการต่าง ๆ ของเซ็นทรัล ทำ

นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ยังได้ร่วมกันจัดโปรโมชั่นเพื่อให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งไปด้วยกัน เพื่อสมทบทุนเข้าโครงการ Central Group Women Cancer ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็งสตรี ครั้งที่ 21 ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2569 ดังนี้

  • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ทุกการช้อปตลอดแคมเปญ “Mom Moments” (*เฉพาะแบรนด์ที่ร่วมรายการ) ทางห้างจะร่วมบริจาค 1%* ของยอดขาย
  • ท็อปส์ ชวนลูกค้าช้อปสินค้าที่ร่วมรายการทุก 200 บาท ร่วมส่งต่อ 10 บาท เพื่อสมทบทุนโครงการ ระหว่างวันที่ 16 ก.ย. – 27 ต.ค. 2569
  • เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ทุกการซื้อ Dyson Corrale รุ่นไร้สาย ณ สาขาที่ร่วมรายการ ร่วมบริจาค 200 บาทต่อ 1 เครื่อง ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. – 31 ต.ค. 2569
  • ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ทุกใบเสร็จที่ซื้อสินค้าจากแผนกห้องน้ำ ห้องครัว และเฟอร์นิเจอร์ ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ร่วมสมทบทุน 10 บาท ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. – 15 ต.ค. 2569
  • เพาเวอร์บาย ทุกการซื้อเครื่องซักอบผ้า ร่วมบริจาค 10 บาท ทุกช่องทาง ยกเว้นการซื้อเหมาล็อต ระหว่างวันที่ 7 ส.ค. – 31 ต.ค. 2569
  • ซูเปอร์สปอร์ต ทุกการซื้อสินค้า IENERGETICS , FIREFLY และ MCKINLEY ครบ 1,000 บาทต่อใบเสร็จ ร่วมบริจาค 100 บาท ระหว่างวันที่ 1 – 31 ต.ค. 2569
  • ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ทุกการสั่งซื้อเมนูที่ร่วมรายการ ร่วมบริจาคสูงสุด 10 บาท ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. – 15 ต.ค. 2569
  • Good Goods เมื่อซื้อเครื่องดื่มที่ร้าน Good Goods ทุกแก้ว ร่วมสมทบทุน 10 บาท (จำกัด 1,000 แก้ว) เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

เพราะการก้าวข้ามความกลัวของใครคนหนึ่ง อาจเริ่มต้นจากกำลังใจเล็ก ๆ ของคนอีกหลายคน Central Group Women Cancer ปีที่ 21 จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรีได้เข้าถึงการดูแลที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็อยากชวนผู้หญิงทุกคนหันกลับมาใส่ใจสุขภาพของตัวเอง เพราะ การตรวจพบเร็ว นำไปสู่การดูแลและรักษาได้เร็วขึ้น และอาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการรักษาและการใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีคุณภาพ

เคียงข้างต่อเนื่อง 11 ปี! ทรู จัดเต็มการสื่อสารมอบ GO Travel SIM เสริมทัพนักกีฬา โค้ช และทีมงานไทย ลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026

11 กันยายน 2569 เวลา 12:20 น.

เพราะเชื่อว่าการสื่อสารยังเชื่อมทุกความรู้สึกให้ใกล้กัน พาแรงใจจากคนไทยส่งถึงนักกีฬาอย่างมีความหมาย… บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสานต่อพันธกิจเคียงข้างวงการกีฬาไทย ผนึก คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนด้านการสื่อสารแก่ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 เพื่อส่งต่อแรงใจจากประเทศไทยให้ไปถึงนักกีฬาในศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น นำโดย คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย คุณสมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และคุณธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการ เติมเต็มความพร้อมด้วย GO Travel SIM รองรับโรมมิ่งบนเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด เร็วแรง ครอบคลุมที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชน ให้โทรออก รับสาย ส่งข้อความ ตลอดจนใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างต่อเนื่องเต็มสปีด ช่วยให้ติดต่อครอบครัว ทีมงาน และคนที่รักในประเทศไทยได้ทุกเวลา เติมพลังใจให้พร้อมสู้สุดทุกสนาม เพื่อคว้าชัยชนะกลับมาสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยไปด้วยกัน

พิเศษสำหรับลูกค้าทรูที่วางแผนเดินทางไปญี่ปุ่นกับ GO Travel แพ็กเกจเน็ตต่างประเทศจากทรูช่วยให้ทุกทริปสนุกและคล่องตัวยิ่งขึ้น ทั้งติดตามการแข่งขัน ส่งแรงเชียร์ถึงทัพนักกีฬาไทยแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะอยู่ข้างสนาม ออกไปสัมผัสเมืองต่าง ๆ หรือแชร์โมเมนต์สำคัญตลอดศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง สำหรับลูกค้าทรูทั้งรายเดือนและเติมเงิน สามารถสมัครแพ็กเกจเน็ตต่างประเทศ Go Travel (เอเชียและออสเตรเลีย) ราคาเริ่มต้นเพียง 299 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569 รับฟรีประกันการเดินทาง พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมบนแอปทรู ให้เชียร์ทัพไทยได้ใกล้ชิดทุกโมเมนต์ พร้อมเชื่อมถึงครอบครัวและคนที่รักได้อย่างไร้พรมแดน

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เปิดพิกัดใหม่สายแฟ ชวนอัปเดตลุคสุดชิคที่ ‘egg’ Korean Fashion ชั้น G

11 กันยายน 2569 เวลา 12:14 น.

แจกพิกัดเอาใจสาว ๆ สายแฟเกาหลี egg” Korea Fashion ร้านแฟชั่นสไตล์เกาหลีน้องใหม่ เปิดให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้มาอัปเดตลุคสุดชิคกันที่ชั้น G โซน A ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมขนทัพเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีหลากหลายสไตล์มาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการแต่งตัวในสไตล์ Korean Street & Minimal Fashion

egg Korea Fashion รวบรวมไอเท็มแฟชั่นสำหรับผู้หญิงไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ เดรส กระโปรง เสื้อคลุม ถุงเท้า รองเท้า และ กระเป๋าดีไซน์ทันสมัย ที่เน้นความเรียบง่าย และสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลายโอกาส ตั้งแต่ลุควันสบาย ๆ มองหาไอเดียแต่งตัวไปคาเฟ่ ไปจนถึงลุคสำหรับทำงาน

นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ยังมีแอ็กเซสซอรีที่ช่วยเติมเต็มสไตล์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งต่างหู สร้อยคอ แหวน กำไลข้อมือ และ แว่นกันแดดดีไซน์เทรนดี้ ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สไตล์มินิมอล เรียบหรู ไปจนถึงลุคหวานละมุนและสตรีทแฟชั่นสุดคูล ผสานความโดดเด่นของงานฝีมือเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ด้วยแนวคิด Effortless Korean Style for Everyday” ร้าน egg Korea Fashion คัดสรรสินค้าคุณภาพพร้อมอัปเดตคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้สนุกกับการสร้างสรรค์ลุคในแบบของตัวเอง และติดตามเทรนด์แฟชั่นล่าสุดจากเกาหลีได้ตลอดเวลา

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายมินิมอล สายหวาน หรือสายสตรีทแฟชั่น แวะมาค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และอัปเดตตู้เสื้อผ้าให้ทันเทรนด์ได้แล้ววันนี้ที่ egg” Korea Fashion ชั้น G โซน A ศูนย์การค้า MBK Center ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นใจกลางเมืองที่พร้อมเติมสีสันให้ทุกวันของคุณ

นอกจากนี้ สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก MBK Plus สามารถใช้ 1 พอยท์ แลกรับสิทธิ์มูลค่า 500 บาท เพื่อช้อปสินค้าแฟชั่นภายในร้านตามเงื่อนไขที่กำหนด เติมสีสันให้การช้อปสนุกและคุ้มกว่าเดิม โดย สามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่ จุดประชาสัมพันธ์ ชั้น โซน A

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

‘Craft for Change’ เมื่อคนรุ่นใหม่มองผ้าไทยในอีกมุม สู่แฟชั่นร่วมสมัย

11 กันยายน 2569 เวลา 12:09 น.

เชื่อว่าใครหลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของผ้าไทยในงานพิธีหรือโอกาสสำคัญ แต่ในวันที่แฟชั่นเปิดกว้างและผู้คนกล้าสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น “ผ้าไทย” ก็กำลังถูกตีความใหม่ให้เข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น จนกลายเป็นไอเทมที่สามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

และหนึ่งในพลังสำคัญที่ช่วยให้ผ้าไทยเข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น ก็คือคนรุ่นใหม่ด้วยกันเอง โดยภายในงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ซึ่งจัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดยศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และ เครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (SE)  นอกจากจะเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการผ้าไทยและงานหัตถกรรมจากทั่วประเทศได้สร้างโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ และต่อยอดความเข้มแข็งให้ชุมชนแล้ว ยังเปิดเวทีให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งต่อคุณค่าของผืนผ้าไทยสู่สังคมวงกว้างผ่านแฟชั่นโชว์ Craft for Change” โดยมี นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยและผืนผ้าจากชุมชนในรูปแบบร่วมสมัย ที่แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่เข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ซึ่งในการเดินแบบครั้งนี้ น้อง ๆ ต่างพรีเซ็นต์เสื้อผ้าและเครื่องประดับจากผ้าไทยได้อย่างโดดเด่น ทำให้เห็นทั้งความเก๋ ความสนุก และความมีชีวิตชีวาของแต่ละชุดแต่ละลุคได้เป็นอย่างดี ยิ่งช่วยขับเสน่ห์ของผืนผ้าจากชุมชนให้ดูร่วมสมัยและเข้าถึงง่ายมากขึ้น และเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมตลอดการแสดง ที่สำคัญยังทำให้หลายคนมองเห็นอีกมุมหนึ่งของผ้าไทยในฐานะแฟชั่นที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกายสำหรับโอกาสพิเศษเท่านั้น

โดย นางสาวกนกนิภา ดวงสว่าง หนึ่งในนิสิตที่ร่วมเดินแบบ กล่าวว่า “โดยส่วนตัว ชื่นชอบผ้าไทยอยู่แล้ว แต่การได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ยิ่งทำให้เห็นว่าผ้าไทยมีความหลากหลายและร่วมสมัยกว่าที่คิด และดีใจมากค่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ เพราะทำให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของผ้าไทยมากขึ้น และพบว่าผ้าไทยใส่ง่ายกว่าที่คิด สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้วได้ อีกทั้งยังสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และคิดว่าจะอุดหนุนสินค้าจากในงานไปใส่บ้างค่ะ”

“ปัจจุบันผ้าไทยได้รับการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น หนูมองว่าผ้าไทยไม่เชยเลยนะคะ ทุกวันนี้มีการนำมาดีไซน์หรือประยุกต์ให้ทันสมัยมากขึ้น เห็นคนรุ่นใหม่หันมาสวมใส่กันมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำสไบมาจับคู่กับกางเกงยีนส์ หรือการสวมใส่ชุดไทยในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ   หนูอยากชวนเพื่อน ๆ Gen Z ที่เหมือนหนู มาลองใส่ผ้าไทยกัน นอกจากจะสวยแล้ว ยังแสดงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทยของเราอีกด้วย”

“นอกจากนี้ในงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ทำให้หนูเห็นว่าผ้าไทยไม่ได้มีดีแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ให้ชุมชน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการนำนวัตกรรมมาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนอีกด้วยค่ะ”

 นายสีหเดช มีเดช ตัวแทนนิสิตชายที่ร่วมเดินแบบ กล่าวว่า “การได้สวมใส่ผ้าไทยทำให้เกิดมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากเดิม เพราะนอกจากจะสวมใส่สบายแล้ว ยังมีเอกลักษณ์และรายละเอียดที่โดดเด่นไม่แพ้แฟชั่นรูปแบบอื่น ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสมาเดินแบบในครั้งนี้ พอได้ลองใส่ผ้าไทยจริง ๆ ก็รู้สึกว่าใส่สบายกว่าที่คิด อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์มาก และผมคิดว่าผ้าไทยในวันนี้มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับแฟชั่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทำให้ดูโดดเด่นและสามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย อยากเชิญชวนให้ทุกคนลองหันมาสวมใส่ผ้าไทยกันมากขึ้น เพื่อช่วยกันเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง”

อย่างไรก็ตามงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ครั้งนี้ ไม่ได้เพียงส่งต่อโอกาสและรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนเท่านั้น แต่ยังจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ได้มองผ้าไทยในมุมใหม่ ที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และยังเปิดมุมมองให้ใครหลายคนให้เห็นว่าผ้าแต่ละผืนไม่ได้มีเพียงความงดงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว ความตั้งใจ และภูมิปัญญาจากผู้คนในชุมชน ที่ควรค่าแก่การสืบสานและส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป

ทูตสหรัฐโชว์ฝีมือทำสเต็กเนื้อยูเอส เปิดตัวเทศกาล ‘American Beef Feast 2026’

11 กันยายน 2569 เวลา 11:45 น.

ใครเป็นสายเนื้อ เตรียมปักหมุดให้ดี เพราะ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026” กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็มตลอด เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2026

ปีนี้ กูร์เมท์ วัน โดย พัชรินทร์ เหมอังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) เดินหน้าคัดสรรเนื้อวัวอเมริกันเกรดพรีเมียมที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่ม ความฉ่ำ และรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยแบบเหนือระดับกันอย่างทั่วถึง ผ่านเครือข่ายโรงแรมระดับ 5 ดาว ร้านอาหารชั้นนำ และช่องทางค้าปลีกที่เข้าร่วมแคมเปญในหลายจังหวัดสำคัญ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และจันทบุรี

งานเปิดตัว “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026” จัดขึ้น ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยได้รับเกียรติจาก มร. ฌอน เค. โอนีลล์  ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, มร. อดัม เบรนสัน อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ร่วมโชว์ฝีมือทำสเต็กเนื้อยูเอสให้ชมภายในงาน พร้อมด้วย ซาบรีน่า ยิน ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน สหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์สหรัฐอเมริกา เข้าร่วมงานและมอบตราสัญลักษณ์พันธมิตรอย่างเป็นทางการของแคมเปญ (Official Campaign Partner Badge) ให้แก่ตัวแทนโรงแรม ร้านอาหาร และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลครั้งนี้

เบื้องหลังแคมเปญครั้งนี้ คือ ความร่วมมือระหว่าง กูร์เมท์ วัน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำของไทย กับ กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) และ สหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (USMEF) นำเข้าเนื้อวัวพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่มีให้เลือกหลากหลายคัท เพื่อตอบโจทย์ทั้งเชฟมืออาชีพและสายทำอาหารที่บ้าน ได้แก่ USDA Prime, Choice และ Select จาก Swift แบรนด์เนื้อวัวยักษ์ใหญ่และเก่าแก่จากสหรัฐอเมริกา และ Imperial American Wagyu Beef แบรนด์เนื้อวัวพรีเมียมระดับไฮเอนด์ที่ใช้เทคนิคการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างสายพันธุ์วากิวญี่ปุ่นกับสายพันธุ์แองกัสของอเมริกา

สำหรับปีนี้ มีโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำรวม 25 แห่ง ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และจันทบุรี ร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษ  เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่างและน่าจดจำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันสำหรับคนที่ชอบเข้าครัวเอง เนื้ออเมริกันคุณภาพสูงเหล่านี้ยังมีจำหน่ายที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ 20 สาขาที่ร่วมรายการ และ ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต เชียงใหม่อีก 5 สาขา ให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรไปปรุงเมนูโปรดที่บ้านได้อย่างมั่นใจ

เนื้อวัวอเมริกันพรีเมียมนำเข้าสำหรับแคมเปญ American Beef Feast 2026 ได้แก่ Swift USDA Prime: เนื้อ Black Angus คุณภาพเยี่ยม ที่โดดเด่นทั้งลายไขมัน ความนุ่ม และความฉ่ำในทุกคำ ตอบโจทย์คนที่มองหามาตรฐานระดับสูงของเนื้อพรีเมียมตัวจริง Swift USDA Select & Choice: เนื้อวัวอเมริกันคัดพิเศษที่ให้ทั้งความนุ่ม รสชาติกลมกล่อม และลายไขมันที่สวยสม่ำเสมอ ผ่านการผลิตภายใต้มาตรฐานที่เข้มงวด มั่นใจได้ในคุณภาพ Imperial American Wagyu Beef: เนื้อวากิวอเมริกันพรีเมียมที่ผสานเสน่ห์ของสายพันธุ์วากิวจากญี่ปุ่นเข้ากับการเลี้ยงดูในฟาร์มแบบอเมริกันอย่างลงตัว ไขมันแทรกสูงพิเศษ ให้ความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และรสสัมผัสที่หรูหรากว่าเกรดทั่วไป

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2026 มาร่วมสัมผัสรสชาติแห่งความเป็นเลิศของเนื้ออเมริกันแองกัสและวากิวพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำ ได้ทั้งมื้อพิเศษนอกบ้านและเมนูอร่อยที่บ้าน ภายใต้ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026”