THE SiGHT ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เปิดประสบการณ์ BEYOND LASIK

THE SiGHT ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เปิดประสบการณ์ BEYOND LASIK

THE SiGHT ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เปิดประสบการณ์ BEYOND LASIK

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

THE SiGHT ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จัดงาน “BEYOND LASIK : WHERE INNOVATION MEETS EXCELLENCE” ภายใต้แนวคิด “เดินทางสู่ความชัด ด้วยเทคโนโลยีและการดูแลที่เข้าใจคุณ” เพื่อเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการดูแลสายตาในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแก้ไขค่าสายตา แต่ครอบคลุมถึงการออกแบบคุณภาพการมองเห็นให้เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ผ่านการผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์ เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย และแนวทางการดูแลสุขภาพดวงตาอย่างครบวงจร

รศ. พญ.กนกรัตน์ พรพาณิชย์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เเละประธานศูนย์ตา โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น การมีคุณภาพการมองเห็นที่ดีจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงาน THE SiGHT จึงมุ่งดูแลสุขภาพดวงตาอย่างครบถ้วนในทุกมิติ โดยคำนึงถึงทั้งคุณภาพการมองเห็นและคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการแต่ละราย เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ เครื่องมือที่ทันสมัย และทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้มาตรฐานการดูแลที่ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนการรักษา ระหว่างการรักษา และการติดตามผลในระยะยาว

ภายในงานมี Talk Session หัวข้อ “The SiGHT–Beyond LASIK” โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สบง ศรีวรรณบูรณ์ พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ คุณ มาริโอ้ เมาเร่อ ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงในการแก้ไขสายตากับ THE SiGHT และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสำคัญของคุณภาพการมองเห็นที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ศ.เกียรติคุณ นพ.สบง ศรีวรรณบูรณ์  กล่าวว่า เทคโนโลยีการแก้ไขสายตาได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจาก LASIK สู่ ReLEx และ ReLEx Pro ซึ่งเป็นนวัตกรรมรุ่นใหม่ที่ช่วยลดการรบกวนเนื้อเยื่อกระจกตา เพิ่มความแม่นยำในการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยทุกขั้นตอนจะผ่านการประเมินอย่างละเอียด เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพดวงตาและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล

ด้านคุณ มาริโอ้ เมาเร่อ เล่าถึงประสบการณ์การแก้ไขสายตาว่า เดิมมีปัญหาสายตาสั้นและต้องพึ่งพาคอนแทคเลนส์มาเป็นเวลานาน ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษากับ THE SiGHT ซึ่งประทับใจในความละเอียดของทีมแพทย์และการดูแลในทุกขั้นตอน พร้อมยอมรับว่าหลังการรักษาช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกขึ้นอย่างชัดเจน และทำให้เห็นถึงความสำคัญของคุณภาพการมองเห็นที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือ Talk Session หัวข้อ “เจาะชีวิตคนเมือง – พฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายตา” โดย พญ.บัณฑิตา เลิศสุวรรณโรจน์ และ ผศ. พญ.ปณตศม เง่ายุธากร  ที่ร่วมสะท้อนปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพดวงตาที่พบมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน ทั้งจากการใช้หน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน การใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมเมือง รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นในระยะยาว พร้อมแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพดวงตาอย่างเหมาะสมสำหรับคนทุกช่วงวัย

ต่อเนื่องด้วยกิจกรรม RE-BALANCE : Yoga Session Mini Talk การดูแลสายตาแบบ Longevity โดย รศ. พญ.ชารีนันท์ จิรภาไพศาล และ ครูเอก พงศ์พิพัฒน์ เกียรติประพิณ ที่นำเสนอแนวคิดการดูแลสุขภาพดวงตาเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพองค์รวม ผ่านกิจกรรม Wellness และ Facial Yoga Workshop เพื่อส่งเสริมคุณภาพการมองเห็นและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรม Doctor Small Talk โดย พญ.เพชรลดา ภิญโญเศรษฐ์ ที่พาผู้เข้าร่วมงานทำความรู้จักกับ ReLEx Pro เทคโนโลยีรักษาสายตารุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ลดการรบกวนเนื้อเยื่อกระจกตา และช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตอกย้ำพัฒนาการของเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ พญ.วรินยุพา พินิตภูวดล ร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับการเลือกแนวทางแก้ไขสายตาให้เหมาะสมกับสภาพดวงตาและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล สะท้อนแนวคิดการดูแลสายตาแบบเฉพาะบุคคล   ที่ตอบโจทย์ผู้รับบริการในยุคปัจจุบัน

นอกจากกิจกรรมบนเวทีแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังได้สัมผัส Experience Showcase และ Interactive Experiences ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแก้ไขสายตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ReLEx Pro ผ่านนิทรรศการและสื่อจัดแสดงที่ช่วยอธิบายขั้นตอนการรักษา มาตรฐานการดูแล และแนวคิดการรักษาเฉพาะบุคคลของ THE SiGHT ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

งาน BEYOND LASIK : WHERE INNOVATION MEETS EXCELLENCE จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ของ THE SiGHT ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ในการยกระดับการดูแลสายตาไปไกลกว่าการแก้ไขค่าสายตา สู่การออกแบบคุณภาพการมองเห็นที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญของทีมจักษุแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการดูแลอย่างเข้าใจในทุกมิติของการใช้ชีวิต ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-419-2487 หรือ FB: The SiGHT by SiPH / Line official: https://lin.ee/nLdkq8I และ Website: http://www.siphhospital.com

คุณแหน : 29 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 29 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 29 มิถุนายน 2569

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.15 น.

๐๐ ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดปฏิบัติการและมอบนโยบาย “นครสวรรค์ยั่งยืน” ตามโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด (ตำบลยั่งยืน) โดยใช้กิจกรรมบำบัดฟื้นฟูโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง โดยมี พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ และ พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ร่วมด้วย..๐๐

๐๐ กรมธนารักษ์ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value ชูแนวคิด สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ค้นหาออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง พร้อมรองรับการนำไปยื่นกู้ผ่านธนาคาร เช่น ธอส., ธ.ก.ส., กรุงไทย..๐๐

๐๐ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล พร้อมคณะกรรมการสมาคมการตลาดฯ ร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ สังกัดวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับโปรดเกล้าฯเป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล..๐๐

๐๐ ปรบมือรัวๆให้ สันทวัฒน์ สินาเจริญ ซีอีโอ AnyPay ที่ล่าสุดพาองค์กรสร้างความภาคภูมิใจที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำมาตรฐานการดูแลข้อมูลการชำระเงินระดับสากล สะท้อนความใส่ใจด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นที่มีต่อลูกค้าทุกธุรกรรม สมกับเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Payment Gateway ชั้นนำของประเทศ..๐๐

๐๐ วัฒนพล ผลชีวิน ประธานชมรม The NEXT Real Golf และคณะกรรมการชมรม ร่วมจัดงาน “The NEXT Real Golf #8” ณ สนามกอล์ฟธนาซิตี้ คันทรีคลับ กิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแข่งขันกอล์ฟประเพณีที่เชื่อมความสัมพันธ์ของสมาชิกแล้ว ยังได้บริจาคเงินสมทบทุนกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ยากไร้ทั่วประเทศต่อไป โดยมี ชิษณุพงศ์ ตั้งคุณาพิพัฒน์ ,วิชัย จุฬาโอฬารกุล, ปัญญา ตั้งจิตร์พร, สิริพร สื่อประเสริฐสุข, รภัสษร ฮุนพงษ์สิมานนท์ และอลิษา สว่างศรี มาร่วมงาน..๐๐

๐๐ พญ.พัชรี ปิยวรเดช วันเกิดไปปฎิบัติธรรม ณ วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี และร่วมบริจาคช่วยให้เด็กพิการของ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ..๐๐

๐๐เพื่อนๆชาว เภสัช มช. รุ่น 18 ต่างตาร้อนกับ ภญ.อัจฉราวรรณ ประสาธนาก ที่ลูกๆ ณัฐดนัย-พญ.ณัฐชยา ประสาธนากร พาแม่อัจไปพักผ่อนที่มัลดีฟ 5 วัน พร้อมจัดโปรแกรมเที่ยวตลอดปีถึงสงกรานต์ปีหน้าแล้ว..๐๐

๐๐ยามนี้ อานนท์ เลาหะเกษตร ควงมาดาม กุลฤดี ไปทริปขับรถพอร์ชกับคณะ 18 คัน ตะเวนยุโรป ลงใต้เข้า Swiss Alps ไปสุดที่อิตาลี จบทริปแล้วจะไปต่อเมืองสตุ๊ตการ์ท และไปงาน Goodwood Festival of Speed ณ คฤหาสน์ Goodwood House ใน West Sussex ประเทศอังกฤษ ทริปนี้ใช้เวลาเกือบเดือน..๐๐

๐๐ เพื่อนๆชาว MPPM #1 ร่วมเสียใจกับ ศุภวัจน์ ศรีเนาวกุล ที่สูญเสียคุณแม่ ก๋าคำ ใจเป็ง ในวัย 86 ปี..๐๐

๐๐เพราะ “สุขภาพที่ดี และยืนยาวคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา” เริ่มต้นใส่ใจในร่างกายคุณเองในทุกๆวัน และเภสัชกรคือผู้ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ ให้คำแนะนำด้านยา, ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย และเชื่อถือได้ สภาเภสัชกรรมเชิญพบกับ งาน “สัปดาห์เภสัชกรรมเพื่อประชาชนประจำปี 2569” 12-18 ก.ค.นี้ ณ หน่วยให้บริการด้านยา ในทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ร่วมเรียนรู้ ดูแล และสร้างคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวไปด้วยกัน..๐๐

๐๐สวดอาลัย ยอห์น บัปติสต์ ยอดยิ่ง เจียรวุฑฒิ บิดา ยอดฤดี สันตติกุล  27-29 มิ.ย.19.00 น. ศาลาหลุยส์ มารีย์ วัดเซนต์หลุยส์ ..30 มิ.ย.09.30 น. พิธีมิสซาแล้วเคลื่อนศพไปบรรจุที่สุสานศานติคาม ..๐๐

น้องใหม่

โรคสมองขาดเลือด ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษาก่อนเสี่ยงอัมพาต

โรคสมองขาดเลือด ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษาก่อนเสี่ยงอัมพาต

โรคสมองขาดเลือด ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษาก่อนเสี่ยงอัมพาต

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดหรือภาวะสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) คือ ภาวะที่การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองถูกขัดขวางหรืออุดตัน ทำให้เนื้อสมองไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เซลล์สมองเริ่มตายภายในไม่กี่นาที เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการถาวรที่พบบ่อย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

สาเหตุของภาวะสมองขาดเลือด

นายแพทย์วงศ์กนก ก่อวัฒนมงคล อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท ชำนาญการด้านโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ให้ข้อมูลว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นจากการอุดตันของหลอดเลือดสมองหรือหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ลิ่มเลือด (Blood Clot) เกิดขึ้นในหลอดเลือดสมองโดยตรง หรือหลุดมาจากหัวใจและไปอุดตันหลอดเลือดสมอง, ไขมันเกาะผนังหลอดเลือด (Atherosclerosis) ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ, ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation) เพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ, โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง, การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือขาดการออกกำลังกาย

อาการของภาวะสมองขาดเลือด

อาการมักเกิดขึ้นทันทีและต้องรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน โดยสามารถจดจำได้ง่ายด้วยหลัก BEFAST คือ B (Balance)  :: สูญเสียการทรงตัว รู้สึกเวียนศีรษะหรือเดินเซอย่างกะทันหัน E  (Eyes)  :: ปัญหาในการมองเห็น เช่น ภาพซ้อน มองไม่ชัด หรือตามัว ในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง F (Face drooping) : หน้าบิดเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน A (Arm weakness) : แขนหรือขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง S (Speech difficulty) : พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ หรือไม่เข้าใจคำพูด

T (Time to call) : หากพบอาการเหล่านี้ ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที อาการอื่นที่อาจพบได้ เช่น เวียนศีรษะอย่างรุนแรง มองเห็นภาพซ้อน เดินเซ หรือหมดสติ

 การวินิจฉัยภาวะสมองขาดเลือด

แพทย์จะใช้การตรวจหลายวิธีเพื่อหาสาเหตุและตำแหน่งการอุดตัน เช่น ตรวจร่างกายและระบบประสาท เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ตรวจหลอดเลือดสมอง (MRA, CTA) ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ตรวจเลือดเพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยง

การรักษาภาวะสมองขาดเลือด

การรักษาต้องทำอย่างเร่งด่วนภายในเวลาที่กำหนดเพื่อช่วยลดความเสียหายของสมอง คือ ให้ยาละลายลิ่มเลือด (rt-PA) ภายใน 4.5 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ ให้ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดซ้ำ เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด

การรักษาประคับประคอง เช่น ควบคุมความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และการทำกายภาพฟื้นฟู และเทคโนโลยีการลากลิ่มเลือด (Thrombectomy) ด้วย Biplane DSA

การรักษาหลอดเลือดสมองอุดตันด้วยการ ลากลิ่มเลือด (Thrombectomy) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดลิ่มเลือดที่อุดตันในเส้นเลือดสมอง กระบวนการนี้จะดำเนินการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง ซึ่งแพทย์จะสอดสายสวน (Catheter) ขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือดที่ขาหนีบ เพื่อนำลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดที่อุดตันในสมอง ซึ่งการใช้ Biplane Digital Subtraction Angiography (Biplane DSA) ทำให้แพทย์เห็นภาพหลอดเลือดสมองและลิ่มเลือดได้อย่างชัดเจนจากหลายมุมมองพร้อมกัน ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความเสี่ยงของหัตถการ     ทั้งนี้ โรงพยาบาลเวชธานี มีทีมแพทย์ชำนาญการด้านระบบประสาทและหลอดเลือดสมองที่พร้อมให้การรักษาผู้ป่วยด้วยเทคนิคการลากลิ่มเลือดผ่าน Biplane DSA โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบวงจร

ข้อดีของการรักษาด้วยเทคนิคการลากลิ่มเลือดผ่าน Biplane DSA

ลดความเสียหายต่อสมองและเพิ่มโอกาสฟื้นตัว ลดความเสี่ยงการทำลายเนื้อเยื่อสมองเพิ่มเติม ลดเวลาในการรักษา เพิ่มโอกาสรอดชีวิต เหมาะกับผู้ป่วยที่มาถึงโรงพยาบาลภายใน24ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ

การป้องกันภาวะสมองขาดเลือด

ควบคุมความดันโลหิต น้ำตาล และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดเค็ม ลดไขมันอิ่มตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลิกสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงแต่เนิ่น ๆ

ภาวะสมองขาดเลือด เป็นโรคที่ต้องแข่งกับเวลา การรู้เท่าทันอาการและรีบเข้ารับการรักษา จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความพิการในระยะยาว โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยี Biplane DSA ที่ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น

สโมสรโรตารีภาค3350 จัดพิธีสถาปนานายกสโมสรโรตารีและคณะกรรมการบริหารฯ ประจำปี 2569-2570

สโมสรโรตารีภาค3350 จัดพิธีสถาปนานายกสโมสรโรตารีและคณะกรรมการบริหารฯ ประจำปี 2569-2570

สโมสรโรตารีภาค3350 จัดพิธีสถาปนานายกสโมสรโรตารีและคณะกรรมการบริหารฯ ประจำปี 2569-2570

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.55 น.

เมื่อเร็วๆนี้ สโมสรโรตารีภาค3350 ได้จัดให้มีพิธีสถาปนาตำแหน่งนายกสโมสรโรตารี่ พร้อมคณะกรรมการบริหารจากสโมสรโรตารีสาขาต่างๆขึ้น โดยภายในงานมีสโมสรโรตารี เข้าร่วมงานจำนวน 59สโมสร

โดยมี นางศรีฟ้า ศิริอุดมเศรษฐ์ ผู้ว่าการภาค3350 โรตารีสากล ปี2569-2570 และนายธวัชชัย ฉัตรวิทยานนท์ ผู้ว่าการภาค3350 โรตารีสากล ปี2568-2569 ได้ร่วมกันเป็นประธานการมอบตราสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งนายกสโมสรโรตารี วาระ ปี2569-2570 โดยในระหว่างพิธีสมาชิกภายในงานมีการร่วมกันกล่าวคำปฎิญาณตน พร้อมอุทิศตนในการบำเพ็ญประโยชน์ทำกิจกรรมเพื่องานสาธารณะกุศลในโอกาสต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติต่อไป

แขกผู้มีเกียรติร่วมกันแสดงความยินดีกับนายกสโมสรโรตารี พญาไทคนใหม่ ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นอดีตนายกสโมสร และอดีตผู้บริหารสโมสรโรตารี หลายท่านมาร่วมแสดงความยินดี ดังมีรายนามดังนี้ คุณปริญญา พรประภา อดีตนายกสโมสรโรตารีกรุงธนบุรี , ดร.อ๊อด โพธิ์เงิน นายกสโมสรโรตารีพญาไท ปี 2566-2568 , ดร.อิทธิกร คงนุกูล นายกสโมสรโรตารีพญาไท ปี 2568-2569 และพี่น้องสมาชิกสโมสรโรตารีพญาไท และสมาชิกต่างสโมสร ซึ่งท่านเหล่านี้ได้ให้เกียรติมอบช่อดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีให้แก่ นาวาอากาศโทหญิงจุฑาทิพย์ บุญยฤทธิ์ เนื่องในวาระที่ได้รับตำแหน่งนายกสโมสรโรตารี พญาไท ปี2569-2570 ในวันนี้

ประวัติสโมสรโรตารีพญาไท เป็นหนึ่งในสโมสรสมาชิกของ โรตารีสากล (ภายใต้ภาค3350) ที่เกิดจากการรวมตัวของผู้นำธุรกิจและวิชาชีพเพื่อร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม สโมสรโรตารีพญาไท ดูแลพื้นที่ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ในอดีตสโมสรแห่งนี้มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งกับพื้นที่พญาไท เนื่องจากสถานที่สำคัญในย่านนี้ เช่น วังพญาไท สถานที่นี้เคยเป็นจุดกำเนิดการก่อตั้งสโมสรโรตารีกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดสโมสรโรตารีแห่งแรกในประเทศไทยซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2473

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อ 2-3 วันก่อน ได้ไปธุระที่อำเภอเมือง พระนครศรีอยุธยา แล้วได้แวะเข้าไปที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร แต่เนื่องจากไปถึงวัดในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งพระอุโบสถได้ถูกปิดไปแล้ว ก็จึงกราบนมัสการหลวงพ่อโต ซำปอกง หรือพระพุทธไตรรัตนนายก อยู่ภายนอกพระอุโบสถ แล้วหลังจากนั้นก็เดินไปข้างพระอุโบสถบริเวณริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อจะไปไหว้ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก แต่ก็ปรากฏว่าประตูศาลปิดแล้วเช่นกัน ก็จึงกราบไหว้อยู่นอกตัวศาล แต่ทว่าข้างศาลของเจ้าแม่มีศาลเจ้าจีน มีทวยเทพต่าง ๆ หรือเซียนประดิษฐานอยู่หลายองค์ จึงเข้าไปกราบรูปบูชาของทวยเทพเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับประวัติของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก มีต่าง ๆ นานาหลายหลากมากมาย เช่นว่า เจ้าแม่คือพระธิดาของพระเจ้ากรุงจีน ที่พระบิดาพระราชทานพระนางให้อภิเสกสมรสกับพระเจ้าสายน้ำผึ้ง แห่งกรุงอโยธยา โดยพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงส่งขบวนเรือสำเภาไปรับพระนางสร้อยดอกหมากถึงกรุงจีน เมื่อขบวนเรือแล่นมาถึงเขตของกรุงอโยธยา พระนางเห็นเพียงเหล่าอำมาตย์และขุนนางไปรอรับเสด็จที่ท่าเรือ แต่ไม่ทรงเห็นพระเจ้าสายน้ำผึ้ง จึงน้อยพระทัย ไม่ยอมเสด็จลงจากเรือ แต่เหตุที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่ทรงไปรับพระนาง เพราะว่าทรงตระเตรียมการรับพระนางอยู่ในพระราชวัง ดังนั้น พระนางจึงทรงตัดพ้อว่าเหตุใดไม่เสด็จไปทรงรับ ฝ่ายพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงได้ทราบเรื่อง ก็จึงทรงสัพยอกว่า เมื่อไม่ทรงอยากขึ้นจากเรือ ก็จงอยู่ที่นั่นต่อไปเถอะ ครั้นพระนางทรงทราบเรื่องก็น้อยพระทัยหนักเข้าไปอีก แล้วทรงกลั้นลมหายใจจนสิ้นพระชนม์บนเรือ นี่คือเรื่องเล่าสืบต่อกันมากระแสหนึ่ง แต่ยังมีกระแสอื่น ๆ อีกด้วย โดยจะกล่าวไปถึงเมืองขอมเขมรกับพระเจ้ากรุงจีน แต่ทว่าขออนุญาตยังไม่กล่าวถึงเรื่องตามกระแสอื่นในวันนี้

สำหรับผู้ที่ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ก็มักไปกราบไหว้บนบานศาลกล่าว ขอให้เจ้าแม่ช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง เช่น ขอให้มีลูกสืบสกุล ขอให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก (แต่ก็น่าสงสัยว่า ทำไมจึงไปขอเจ้าแม่ให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก) ครั้นเมื่อได้รับความสำเร็จจากการบนบานแล้ว ก็จะไปแก้บนด้วยการถวายสร้อยไข่มุก เครื่องสำอาง และนำสิงโตไปเชิดถวายเพื่อเป็นเครื่องสังเวย

ส่วนศาลเจ้าข้างศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาย เป็นที่รวมของเหล่าทวยเทพเทวาของจีน หรือเซียน อาทิ ปุ๊กุ้ยฮุก หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ หรือพระอ้วน (คนมักเข้าใจผิดเรียกว่าพระสังกัจจายน์) พระโพธิสัตย์กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเฮ่งเจีย ไตฮงโจวซือ ซิยิ่นกุ้ย เป็นต้น อันที่จริงยังมีทวยเทพในศาลเจ้าอีกมากมาย ซึ่งเทพแต่ละองค์ก็จะทรงมีพระอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ กันไป และสามารถทรงเป็นที่พึ่งทางใจให้กับผู้ที่เคารพศรัทธาได้เป็นอย่างดี 

แต่คนโบราณบอกกล่าวเล่ากันต่อ ๆ มาว่า การจะไปกราบไหว้บนบานขอให้ทวยเทพทรงให้ความช่วยเหลือเรานั้น ก่อนอื่นเราก็ต้องทำตัวและทำใจให้บริสุทธิ์ก่อนเป็นอันดับแรก ต้องรักษาศีลให้เคร่งครัด ต้องมั่นคงในหลักธรรม และต้องมานะอุตสาหะก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเราตั้งใจมั่นและทำความดีแล้ว เมื่อเราไปขอให้ทวยเทพช่วยเหลือ ก็จะได้รับความเมตตาจากเหล่าทวยเทพ

หากคุณสนใจจะร่วมท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมขนบประเพณีชาติพันธุ์ หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ เที่ยวแบบละมุมละไม ไม่เร่งรีบ ไม่ร้อนรน โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า โทรฯ 091 7233615

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เนื้อเน่า รู้เร็วรักษาทัน” สสส. สานพลัง มรภ.อุบลฯ – อบจ.อุบลฯ พัฒนา Community Guideline – SMART-NF เชื่อม อสม.-รพ.สต.-โรงพยาบาล สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ ค้นหาเร็ว ส่งต่อทัน เกิดเครือข่าย 26 โรงพยาบาล – รพ.สต. กว่า 300 แห่ง ลดความล่าช้าในการเข้าถึงการรักษา เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย สู่ระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็งทั้งจังหวัด

เมื่อเร็วนี้ๆ ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม อ.เดชอุดม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเจริญ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลแม่ข่าย ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในการเข้าถึงบริการ โดยเริ่มจากการค้นหาและคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ก่อนส่งต่อเข้าสู่โรงพยาบาลชุมชน เพื่อประเมินอาการตามแนวทางเวชปฏิบัติการดูแล (Clinical Practice Guideline for Necrotizing Fasciitis: CPG-NF)  เชื่อมต่อผ่านระบบเฝ้าระวังและบริหารจัดการผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า (Smart Surveillance and Management for Necrotizing Fasciitis – SMART-NF) ไปยังโรงพยาบาล เมื่อผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤตจะส่งกลับมาดูแลต่อเนื่องใกล้บ้าน เกิดเครือข่ายความร่วมมือระดับจังหวัด ครอบคลุมโรงพยาบาล 26 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกว่า 300 แห่ง โดยมี รพ.สต. และ อสม. ร่วมติดตามอาการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น ลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้

รศ.ดร.สุภาพร ใจการุณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มรภ.อบ. หัวหน้าโครงการฯ เผยว่า จ.อุบลฯเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาโรคเนื้อเน่าอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคเนื้อเน่าสูงที่สุดในเขตสุขภาพที่ 10 โดยในช่วงปี 2555-2564 พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจาก 533 ราย เป็น 806 รายต่อปี ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 165 ราย เป็น 392 ราย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากตัวโรคเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าในการรับรู้ การวินิจฉัย และการเข้าสู่ระบบการรักษา

“จากปัญหาดังกล่าวคณะวิจัยจึงร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยทั้งจังหวัด โดยมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.พัฒนาการคัดกรองในชุมชน ผ่านการสร้าง Community Guideline และเสริมศักยภาพ อสม. รพ.สต. และโรงพยาบาลชุมชน ให้สามารถค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงได้เร็วขึ้น 2.พัฒนาระบบ SMART NF เพื่อสนับสนุนการคัดกรอง การแจ้งเตือน และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ ช่วยให้การประเมินอาการและการส่งต่อผู้ป่วยทำได้รวดเร็วขึ้น 3.พัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้มาตรฐานเดียวกันในการวินิจฉัย ส่งต่อ และรักษาผู้ป่วย ลดความคลาดเคลื่อนและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย” รศ.ดร.สุภาพร กล่าว

นางกรรณิกา ตันติศิรินทร์ รอง นายก อบจ.อุบลฯ กล่าวว่า จากความร่วมมือระหว่าง สสส. ภาควิชาการ หน่วยบริการสุขภาพ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยให้เกิดระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับชุมชน รพสต. โรงพยาบาลชุมชน ไปจนถึงโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษา ทำให้การค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง การวินิจฉัย และการส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น ช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย อบจ.อุบลฯพร้อมสนับสนุนการขยายผลการดำเนินงานและการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายสมศรี วงศ์คำเหลา ผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า ชาว ต.นาเจริญ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า เดิมคิดว่าเป็นเพียงแผลถลอกเล็กน้อยจากการเดินสะดุดไม้ จึงใช้วิธีรักษาตามความเชื่อพื้นบ้านด้วยการประคบร้อนและทาปูนขาวบริเวณบาดแผล แต่หลังจากนั้นอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แผลบวมแดง ลุกลาม และมีอาการปวดมาก อสม. หมู่บ้านจึงประสานส่งต่อไปยัง รพ.สต. นาเจริญ และเข้ารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม พบว่ามีภาวะติดเชื้อรุนแรงและสงสัยโรคเนื้อเน่า ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างเร่งด่วน ทำให้ได้รับการผ่าตัดและดูแลอย่างทันท่วงที จนสามารถควบคุมการลุกลามของโรคได้

“อยากขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขทุกคนที่ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะหากเข้ารับการรักษาช้ากว่านี้ อาจเกิดผลกระทบรุนแรงมากกว่านี้ ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ตระหนักว่าโรคเนื้อเน่าสามารถเกิดขึ้นได้จากบาดแผลเล็กๆ หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง ปวดมาก หรืออาการลุกลามอย่างรวดเร็ว ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาอย่างทันท่วงที เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” นายสมศรี กล่าว

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.40 น.

27 มิถุนายน 2569 ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand Startup Ecosystem Update 2026” ภายในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) โดยเปิดเผยว่า ระบบนิเวศสตาร์ตอัปของประเทศไทยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ประเทศไทยขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก โดยอยู่ในอันดับ 49 ของโลก และอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ตอัปเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากเวียดนาม อีกทั้ง NIA ยังประกาศให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการลงทุน” (The Year of Investment) เพื่อเร่งสร้างสตาร์ตอัปศักยภาพสูงและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียน

ดร.กริชผกา กล่าวว่า บรรยากาศตลอดการจัดงาน SITE 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนวัตกรรมและสตาร์ตอัประดับประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก โดยในช่วงปีที่ผ่านมา มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่สตาร์ตอัปกว่า 300 บริษัท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ เทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech) เทคโนโลยีอาหาร (FoodTech) เทคโนโลยีสุขภาพและการแพทย์ (MedTech/HealthTech) และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม (ClimateTech) รวมถึง AI และนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก

“ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเหล่านี้ ส่งผลให้ประเทศไทยขยับขึ้น 4 อันดับในดัชนีระบบนิเวศสตาร์ตอัปโลก มาอยู่ที่อันดับ 49 และเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ตอัปเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากเวียดนาม” ดร.กริชผกา กล่าว

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองหลักของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย โดยอยู่ในอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับ 76 ของโลก ขยับขึ้น 5 อันดับจากปีก่อน และครองอันดับ 1 ของภูมิภาคด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีการแพทย์ รวมถึงอันดับ 2 ด้านเทคโนโลยีการเกษตร สะท้อนบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางสตาร์ตอัป เทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยยังเริ่มขยายตัวสู่เมืองสำคัญทั่วประเทศ ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา นครปฐม ปทุมธานี และสมุทรปราการ สะท้อนการเติบโตที่ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองหลวง

ดร.กริชผกา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์นแล้ว 4 ราย และเชื่อมั่นว่า ยูนิคอร์นรายที่ 5 ของประเทศจะเกิดจากธุรกิจด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก

พร้อมกันนี้ NIA ได้ประกาศให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการลงทุน” (The Year of Investment) โดยภาครัฐจะปรับบทบาทจากการสนับสนุนเงินแบบให้เปล่า (Grant) ไปสู่การร่วมลงทุน (Co-investment) มากขึ้น ผ่านการจัดตั้งกองทุนในรูปแบบ Holding Company หรือ PE Trust เพื่อร่วมลงทุนกับกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) รวมทั้งมีนโยบายสนับสนุนการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน โดยให้เงินสนับสนุนสูงสุด 10 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล

“แม้ NIA จะมีบุคลากรเพียงร้อยกว่าคน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียน และสนับสนุนให้สตาร์ตอัปไทยก้าวสู่ตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง ออสเตรีย หรือประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยให้แข็งแกร่ง และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ อย่างแท้จริง” ดร.กริชผกา กล่าว

‘Prowell’ เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน ‘SITE 2026’ กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

'Prowell' เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน 'SITE 2026' กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

‘Prowell’ เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน ‘SITE 2026’ กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.52 น.

Prowell(โปรเวล) อาหารทดแทนมื้ออาหารสำหรับคนรักสุขภาพยุคใหม่! ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้รับประทานแทนมื้ออาหารหลัก เพื่อคุมปริมาณแคลอรี่และน้ำหนัก โดยให้สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ทั้งปริมาณและคุณภาพตรงตามความต้องการของแต่ละสภาวะร่างกาย ยึดหลักโภชนาการที่ถูกต้องสมดุลในการแก้ปัญหาสุขภาพ

นายเชาวลิต ธนสหวรคุณ กรรมการผู้จัดการ Prowell Products for Well Living ซึ่งนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตมาร่วมออกงานในงาน SITE 2026 (Startup & Innovation Thailand Expo 2026) จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ของ Prowell มีการพัฒนามาเกือบ 10 ปี ในการพัฒนาอาหารทดแทนมื้ออาหารสำหรับคนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแลคโตส ไม่มีกลูเตน ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้พัฒนาขึ้นมีทั้งอาหารสมดุลสำหรับผู้สูงอายุและผู้รักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สำหรับลดและควบคุมน้ำตาลในเลือด ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกาย กระตุ้นและเสริมภูมิคุ้มกัน ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกาย โปรตีนต่ำ โซเดี่ยมต่ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารเสริมหลากหลายสูตรทั้งในแบบเพิ่มพลังงาน เผาผลาญไขมัน อาหารเสริมสำหรับลดการอักเสบ ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ ฯลฯ รวมทั้งกลุ่มวิตามิน ทุกอย่างได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) อย่างถูกต้อง

“ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA คือ Prowell รุ่น Slim Wheel เป็นอาหารทางการแพทย์หรืออาหารทดแทนมื้ออาหารชนิดผงชงดื่ม ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการดูแลและควบคุมน้ำหนักตามหลักโภชนาการ ให้สารอาหารครบถ้วน พลังงานต่ำ โปรตีนและไฟเบอร์สูง แต่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันต่ำ ปราศจากน้ำตาล แลคโตส และกลูเตน สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก มีปัญหาอ้วนลงพุง ผู้ป่วยเมตาโบลิกซินโดรม” นายเชาวลิต กล่าวและว่า

ผลิตภัณฑ์ของ Prowell สร้างขึ้นจากรากฐานความชำนาญและประสบการณ์อันยาวนานในด้านการนำเข้าวัตถุดิบสารอาหารคุณภาพสูงจากต่างประเทศ แต่มีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ก่อให้เกิดแบรนด์ “Prowell” อย่างเต็มรูปแบบ เริ่มต้นจากประสบการณ์จริงที่ล้ำค่าภายในครอบครัวของผู้ก่อตั้งเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ผู้สูงอายุในบ้านล้มป่วยหนักและมีภาวะทุพโภชนาการ ด้วยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสารอาหารที่มีอยู่ เราจึงได้ริเริ่มงานวิจัยและพัฒนาอาหารทดแทนมื้ออาหาร (Meal Replacement) สูตรเฉพาะเจาะจง เพื่อนำมาใช้ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพของผู้สูงอายุท่านนั้นโดยตรง ผลลัพธ์ที่ได้รับคือปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ อาการป่วยที่เคยรุนแรงค่อย ๆ ทุเลาลง ร่างกายฟื้นฟูกลับมาแข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น Prowell(โปรเวล) จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหารแทนมื้ออาหารทั่วไป แต่คือผลลัพธ์จากความรัก ความเชี่ยวชาญ และงานวิจัยที่สัมผัสผลลัพธ์ได้จริงเพื่อสุขภาพที่ดีของคนทุกช่วงวัย

ติดต่อศูนย์โภชนโปรเวล โทร.085-059-7478

พม.ชูพัฒนาผ้าพื้นถิ่น สร้างโอกาสทำธุรกิจให้สตรี

พม.ชูพัฒนาผ้าพื้นถิ่น สร้างโอกาสทำธุรกิจให้สตรี

พม.ชูพัฒนาผ้าพื้นถิ่น สร้างโอกาสทำธุรกิจให้สตรี

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.21 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่สตรีและครอบครัว : จากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับกลุ่มอาชีพสตรี 15 กลุ่ม ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนิสิต นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาเครือข่าย 4 แห่ง พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จากนั้น ได้มอบแนวทางการบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ในการประชุมเชิงปฏิบัติการการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ (พนักงานสอบสวนและตำรวจ) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ณ โรงแรมแคนทารี โคราช จังหวัดนครราชสีมา

นายนิกร กล่าวว่า สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่สตรีและครอบครัว : จากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 26 มิถุนายน 2569 เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของสตรีและครอบครัว ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง “ทุนทางวัฒนธรรม” เข้ากับ “การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” ซึ่งทำให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างกลุ่มอาชีพสตรีในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิสิต นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และร่วมกันสร้างแนวคิดใหม่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าและงานหัตถกรรมพื้นถิ่น

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ การประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ (พนักงานสอบสวนและตำรวจ) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25- 26 มิถุนายน 2569 เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตามกฎหมาย มีทักษะในการปฏิบัติงานและช่วยเหลือคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ตลอดจนสามารถประสานการทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และประโยชน์สูงสุดของผู้ถูกกระทำเป็นสำคัญ อันนำไปสู่การลดความรุนแรงในครอบครัว การคุ้มครองผู้ถูกกระทำอย่างทันท่วงที และการสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย เคารพสิทธิ ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉยความรุนแรงในครอบครัว

คุณแหน : 27 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 27 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 27 มิถุนายน 2569

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามกุหลาบสายพันธ์ุใหม่ว่า “ควีนสุทิดา”(Queen Sutida) เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่กุหลาบพันธุ์ใหม่ของประเทศไทย…โดยกุหลาบดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช จาก กรมวิชาการการเกษตร นามกุหลาบพันธ์ุ Royal 3(Rosa Hybrid Royal 3)…
  • วันสถาปนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 92 วันที่ 27 มิ.ย. ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมพิธีมอบเข็มเกียรติยศ โล่เกียรติยศ โล่เกียรติคุณ โดย ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นประธานในพิธี ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์…การนี้ขอแสดงความยินดีกับ รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดี มธ.และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ในโอกาสได้รับมอบเข็มเกียรติยศ เป็นรางวัลสูงสุดที่มอบให้แก่ศิษย์เก่าผู้ทำคุณประโยชน์ อุทิศตนเพื่อสังคมและประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง…
  • ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เป็นประธานเปิดงาน มิติใหม่แห่งความคุ้มค่า Cash Voucher รับส่วนลดเพิ่มอีก 50% และบุฟเฟ่ต์คูปอง อีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภค วันที่ 28 มิ.ย.9.00 น. ณ ล็อบบี้ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น สอบถามรายละเอียด โทร. 02-159-5888…
  • ไข้หวัดใหญ่ กำลังระบาดหนักในยามนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี จึงให้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลักหก 1 จัดบริการฉีดวัคซีน โรคไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ฟรี ให้แก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี(ทุกสิทธิ์) ในวันนี้(27 มิ.ย.) 13.00 – 15.30 น. ณ ศาลาใหญ่วัดนาวง ปทุมธานี…
  • บรรดาศิษย์เก่าปลาบปลื้มกันเป็นการใหญ่ เมื่อ QS TopUniversities เผยผล การอันดับ QS World University Rankings 2027 โดยสำรวจมหาวิทยาลัยกว่า 1,500 แห่งทั่วโลก เปรียบเทียบสาขาวิชา สถานที่ศึกษา และประสบการณ์ของนักศึกษา โอกาสในการทำงานและข้อมูลเชิงลึกด้านอาชีพ ในส่วนของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยนั้น ปรากฏว่า “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่”ได้ขึ้นอันดับที่ 3 ของประเทศ (อันดับ 555 ของโลก) โดยมี อันดับ 1 ของไทย ได้แก่ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” (อันดับ 212 ของโลก) และอันดับ 2 ของไทย คือ “มหาวิทยาลัยมหิดล” (อันดับ 345 ของโลก)
  • อาภัสรา ศุภศิลป์ ชวนพี่เพื่อนไปลองลิ้มชิมอาหารที่ พาเฟ่ ของ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ซึ่งมีเมนูที่ชื่นชอบของหลายๆคน…
  • ฝีมือการปรุงอาหารเครื่องจิ้มโบราณ ”กะปิคั่ว” ที่ รัชวดี ศรีประพัทธ์ ทำมาให้เพื่อนๆชิมกันนั้น รสชาติยังอร่อยคงเส้นคงวาเหมือนเดิม…
  • ขณะที่ข่าวการทุจริตในการจัดสอบ มีการแก้กระดาษคำตอบ เพื่อให้บุคคลที่จ่ายเงินใต้โต๊ะ ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการระดับท้องถิ่นกำลังเป็น Talk of the town นั้น…“บารอนเนส” ขอพูดเรื่องเก่า เล่าความหลังว่า เบื้องหลังความสำเร็จในการสอบเข้ารับราชการ เมื่อ 40-50 ปีก่อน เกือบทั้งหมดต้องมีการสอบผ่าน ก.พ.ก่อน ซึ่งการสอบเข้ารับราชการได้ เป็น ข้าราชการ นั้น นับว่าเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีแก่วงศ์ตระกูลยิ่งนัก เพราะเป็นความรู้-ความสามารถเฉพาะตัวล้วนๆ ที่ไม่มีใครมาหยามได้…การสอบเป็นข้าราชการ นำความภาคภูมิใจสู่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อมีข่าวทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่มีการแก้ไขกระดาษคำตอบ เพื่อให้ “คนซื้อ” สอบได้ โดยมีเงินหลักหลายแสนเป็นการแลกเปลี่ยน…น่าอัปยศ อดสู ทั้ง “คนซื้อ” และ “คนขาย”…อย่างไรก็ดีการล้มบัญชีทั้งกระดาน เป็นเรื่องน่าเห็นใจยิ่ง เนื่องด้วยคนที่สอบได้เอง ไม่ได้ทุจริตในกระบวนการสอบ ก็จะโดนลงโทษทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด ดังนั้น ผู้รู้ทั้งหลายจึงเสนอความคิดเห็นว่า สมควรให้มีการสอบสวนลงรายละเอียด เจาะลึก ลงโทษเฉพาะคนผิด และทุจริตจริงๆเท่านั้น !!…

บารอนเนส