LEPAS Thailand ร่วมฟื้นฟูจังหวัดน่าน ส่งต่อกำลังใจผ่านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:40 น.

LEPAS Thailand ร่วมกับพันธมิตร หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก กลุ่มบริษัท Vgroupcars, LEPAS พิษณุโลก, LEPAS นครสวรรค์ และ LEPAS เชียงใหม่ ตลอดจน กองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและฟื้นฟูจังหวัดน่าน ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยร่วมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจให้แก่พี่น้องชาวน่าน

การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ LEPAS Thailand และพันธมิตรทุกฝ่ายในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย พร้อมยืนเคียงข้างและให้ความช่วยเหลือชุมชนในช่วงเวลาที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนด้านพื้นที่และกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 3 ในการลำเลียงสิ่งของไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างทั่วถึง

“ทุกน้ำใจที่มอบให้ คือพลังใจที่ส่งต่อ ไม่ว่าความช่วยเหลือจะมากหรือน้อย ล้วนมีความหมายต่อผู้ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้จังหวัดน่านฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็งโดยเร็ว” นายชาล หวังผู้อำนวยการ เลพาส ประเทศไทย (Country Director, LEPAS Thailand)

LEPAS Thailand ขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกคน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยให้จังหวัดน่านสามารถฟื้นฟูและก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ พร้อมเดินหน้าสู่การกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

LEPASThailandน่าน

‘น้ำมันพืชกุ๊ก’ รับรางวัลเกียรติยศ ‘T MARK HONOUR AWARD’ ตอกย้ำมาตรฐานผลิตระดับสากล ต้นแบบส่งมอบสินค้าไทยคุณภาพสูงสู่ตลาดโลก

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:36 น.

บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด โดย นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ เป็นตัวแทนเข้ารับมอบประกาศนียบัตรผู้ประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ประจำปี 2569 โดยปีนี้มีผู้ประกอบการ 22 บริษัท จากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ได้รับตราสัญลักษณ์ จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ โดยมี ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

นายเพชร กล่าวว่า บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ประจำปี 2569 ตอกย้ำถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากล ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทยึดมั่นมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาคุณภาพ และความพร้อมในการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั่วโลก


พิเศษยิ่งขึ้นในปีนี้ บริษัทยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “T MARK HONOUR AWARD” ซึ่งมอบให้แก่ผู้ประกอบการ 11 บริษัทชั้นนำของประเทศไทย ที่สามารถรักษามาตรฐานและต่ออายุการใช้ตราสัญลักษณ์ได้ต่อเนื่องถึง 5 ครั้งติดต่อกัน เพื่อเป็นเกียรติและแสดงความขอบคุณในความทุ่มเท ความสม่ำเสมอ และการคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน และเป็นต้นแบบในการส่งมอบสินค้าไทยคุณภาพสูงสู่ตลาดโลก


สำหรับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับตรา T Mark แล้วกว่า 274 บริษัท 1,007 แบรนด์ และมีสินค้ามากกว่า 8,316 รายการ ครอบคลุม 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เกษตร อาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และธุรกิจบริการ โดยตราสัญลักษณ์ T Mark ถือเป็นเครื่องหมายแห่งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการจากประเทศไทย สะท้อนมาตรฐานสากลทั้งด้านการผลิต การดูแลแรงงาน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก

TMARKHONOURAWARDน้ำมันพืชกุ๊ก

Thailand Real Estate Awards 2026 ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความเป็นเลิศ AP Thailand คว้ารางวัลสูงสุด Developer of the Year Thailand 2026

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:32 น.

เหล่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โครงการระดับแนวหน้า และบุคลากรสำคัญในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ร่วมงาน Thailand Real Estate Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ณ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นเลิศของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมฉลองวาระสำคัญครบรอบ 10 ปีของเวทีรางวัล

รางวัลเกียรติยศสูงสุดของค่ำคืน Developer of the Year Thailand 2026 ตกเป็นของ AP (Thailand) Public Company Limited หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยชั้นนำของประเทศเพื่อยกย่องบทบาทและผลงานที่มีส่วนสำคัญต่อการยกระดับและพัฒนารูปแบบการอยู่อาศัยของคนไทยอย่างต่อเนื่อง

รางวัลระดับประเทศครั้งนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของค่ำคืน ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสะท้อนภาพรวมของศักยภาพวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างรอบด้านด้วยขนาด และความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอด้านที่อยู่อาศัยตลอดจนอิทธิพลต่อการพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วประเทศ ทำให้ AP Thailand ได้รับการยกย่องด้วยรางวัลสูงสุดในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งปีของประเทศไทย
นอกจากนี้ AP Thailand ยังได้รับรางวัลพิเศษ Excellence in High-Rise Development ภายใต้กลุ่มรางวัล Excellence Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสครบรอบ 10 ปี ส่งผลให้ AP Thailand เป็นหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นที่สุดของงานประกาศรางวัลประจำปี 2026

Adam Sutcliffe, Director of Dot Property Group กล่าวว่า “การมอบรางวัล Developer of the Year Thailand ให้แก่ AP Thailand มีความหมายเป็นพิเศษในปีที่เราฉลองครบรอบ 10 ปี เพราะนี่คือรางวัลสูงสุดระดับประเทศของเรา ซึ่งต้องสะท้อนถึงสิ่งที่มากกว่าความสำเร็จของโครงการใดโครงการหนึ่ง ด้วยขนาด ความหลากหลายของการพัฒนา และบทบาทอย่างต่อเนื่องของ AP ที่มีต่อการอยู่อาศัยในประเทศไทย ทำให้ AP เป็นผู้ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรางวัลนี้ ในช่วงเวลาที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเวทีรางวัล”

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในหลากหลายมิติในปี 2569 ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รางวัล Developer of the Year Thailand 2026 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AP Thailand ในการร่วมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ผ่านการดำเนินธุรกิจด้วยวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับศักยภาพในการบริหารพอร์ตโฟลิโอโครงการคุณภาพของ AP มากกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ
AP Thailand ไม่ได้มุ่งเพียงรักษาการเติบโตในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและเตรียมความพร้อมในการส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมในทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งมอบแนวคิด ‘Empower Living’ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

AP Thailand ขอขอบคุณ Mr. Adam Sutcliffe, Director of Dot Property Group และคณะกรรมการทุกท่านอย่างจริงใจ สำหรับการมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้แก่ AP Thailand ในค่ำคืนนี้”

10 Years, New Era — 10 ปีแห่งความสำเร็จ สู่ยุคใหม่

ภายใต้แนวคิด “10 Years, New Era” งาน Thailand Real Estate Awards 2026 ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งการยกย่องความเป็นเลิศในวงการอสังหาฯไทยแต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลยิ่งขึ้น

จากรากฐานความสำเร็จตลอด 10 ปีของ Dot Property Awards เวทีรางวัลได้พัฒนาสู่ Thailand Real Estate Awards และก้าวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Southeast Asia Real Estate Awards ซึ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยเครือข่ายระดับภูมิภาค ฐานผู้ใช้งาน ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ Market Intelligence ตลอดจนความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมของ Dot Property Group และเครือข่ายแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ในกลุ่ม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนชื่อของเวทีรางวัล

หัวใจสำคัญของรางวัลยังคงสอดคล้องกับพันธกิจหลักของ Dot Property Group นั่นคือ การช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น
ในแต่ละวัน ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของกลุ่มเข้ามาค้นหาที่อยู่อาศัย การลงทุน โครงการ และบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่เวทีรางวัลทำหน้าที่ต่อยอดพันธกิจดังกล่าวด้วยการนำเสนอและยกย่องโครงการ และนักพัฒนาที่สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดในแต่ละปี
Adam Sutcliffe กล่าวว่า
“เวทีรางวัลมีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราทำในฐานะธุรกิจมาโดยตลอด ผู้คนเข้ามายังแพลตฟอร์มของเราทุกวันเพื่อค้นหาอสังหาริมทรัพย์และเราต้องการยืนอยู่เคียงข้างผู้ใช้งานเหล่านั้นด้วยการช่วยนำเสนอโครงการและนักพัฒนาที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด

“สิ่งนี้ทำให้รางวัลของเรามีความหมายมากกว่าการเฉลิมฉลองเพียงค่ำคืนเดียวผ่านแพลตฟอร์ม, คอนเทนต์, ข้อมูลและความสัมพันธ์กับตลาด เราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นและช่วยให้ผู้ที่กำลังค้นหาอสังหาริมทรัพย์ได้ค้นพบโครงการเหล่านั้น”
หลังจากการเติบโตตลอดหนึ่งทศวรรษ ความเชื่อมโยงระหว่างการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลเชิงลึกของตลาดและการยกย่องความเป็นเลิศกำลังก้าวไปสู่ระดับที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เป้าหมายของยุคต่อไปคือการสร้างแพลตฟอร์มรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสะท้อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างลึกซึ้ง และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วยการผสานเครือข่ายระดับภูมิภาคเข้ากับความรู้เชิงลึกในแต่ละตลาด รวมถึงการกำกับดูแลจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
สำหรับปี 2026 โครงการ Thailand Real Estate Awards ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม Awards Consultants ที่ขยายความร่วมมือมากขึ้น ประกอบด้วย Savills Thailand, Colliers Thailand และ FazWaz ซึ่งนำองค์ความรู้จากทั้งด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ Market Intelligence และข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกรรมมาร่วมกัน
สะท้อนภาพอสังหาริมทรัพย์ไทยในระดับประเทศ
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Thailand Real Estate Awards 2026 คือความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของผู้ได้รับรางวัล
ตั้งแต่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury ในกรุงเทพฯ ที่มีความซับซ้อนและยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงตลาดวิลล่าระดับนานาชาติของภูเก็ต รวมถึงอีสเทิร์นซีบอร์ด หัวหิน และเกาะสมุย เวทีในปีนี้ครอบคลุมความเป็นเลิศทั้งด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย Luxury Living, Lifestyle, Design, Hospitality, Customer Experience, Property Management และ Innovation

รายชื่อผู้ชนะประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย รวมถึงตลาดรูปแบบการใช้ชีวิต และกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม
Adam Sutcliffe กล่าวเพิ่มเติมว่า
“ประเทศไทยสะท้อนภาพของสิ่งที่เราต้องการเห็นในยุคใหม่ของรางวัลได้อย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่เพียงภาพของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ผู้ชนะของเรามาจากทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยาและอีสเทิร์นซีบอร์ด หัวหิน เกาะสมุย และอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ”
“พวกเขาเป็นตัวแทนของเซ็กเตอร์ ตลาด และรูปแบบการอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน และเมื่อมองร่วมกัน ทั้งหมดนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับศักยภาพความหลากหลายและความมุ่งมั่นของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย”

การฉลองวาระครบรอบครั้งสำคัญไม่ได้เกิดขึ้นผ่านการมอบรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกถ่ายทอดผ่านค่ำคืนที่รวบรวมบุคคลและองค์กรชั้นนำของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับโอกาสพิเศษของการครบรอบหนึ่งทศวรรษ

ท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาของโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River เหล่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้นำในอุตสาหกรรม และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมสัมผัสโฉมใหม่ของเวทีประกาศรางวัล ถ้วยรางวัลดีไซน์ใหม่ ตลอดจนช่วงเวลาพิเศษที่พาทุกคนย้อนมองความสำเร็จตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมก้าวไปสู่อนาคตของเวทีประกาศรางวัล
ในช่วงกลางของงาน ไอซ์ ศรัณยู ศิลปินป๊อปชื่อดังของไทย ขึ้นเวทีพร้อมมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีด้วยสีสันและความบันเทิง
หลังการประกาศรางวัลสุดท้าย แขกผู้ร่วมงานได้เดินทางจากห้องบอลรูมสู่พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อร่วมชมการแสดงพลุสุดตระการตา ปิดท้ายการฉลองครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคใหม่ของ Thailand Real Estate Awards

การผสานระหว่างการยกย่องความสำเร็จของอุตสาหกรรม ความบันเทิง และการเฉลิมฉลอง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Thailand Real Estate Awards ในการสร้างเวทีที่คู่ควรกับบริษัทและบุคลากรที่กำลังขับเคลื่อนหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เสริมความแข็งแกร่งด้วยข้อมูลและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
Thailand Real Estate Awards ขอขอบคุณ Savills Thailand, Colliers Thailand และ FazWaz สำหรับการสนับสนุนโครงการประจำปี 2026 ในฐานะ Awards Consultants
ความร่วมมือดังกล่าวนำมาซึ่งมุมมองที่หลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ทั้งด้านที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ ประสบการณ์ด้านธุรกรรม Market Intelligence และข้อมูลเชิงลึกของตลาด

โครงสร้าง Awards Consultants ที่ได้รับการขยายในปีนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเวทีรางวัลสำหรับทศวรรษต่อไป โดยผสานเครือข่ายระดับภูมิภาคของ Dot Property Group เข้ากับความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ Thailand Real Estate Awards ยังขอขอบคุณโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River ที่กลับมาเป็นสถานที่จัดหนึ่งในงานรวมตัวของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดแห่งปีอีกครั้ง

Thailand Real Estate Awards ก้าวสู่เวทีใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Thailand Real Estate Awards เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรางวัลระดับภูมิภาคประจำปี 2026 ซึ่งครอบคลุมตลาดอสังหาริมทรัพย์สำคัญทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เวทีรางวัลระดับประเทศใน เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา จะนำไปสู่ Southeast Asia Real Estate Awards Grand Final ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคม โดยรวบรวมนักพัฒนาฯ โครงการ และผู้นำในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นจากทั่วภูมิภาคมาไว้บนเวทีเดียวกัน

แพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่ได้รับการขยายครั้งนี้ เปิดโอกาสให้นักพัฒนาอสังหาฯ และโครงการชั้นนำของไทยสามารถต่อยอดจากการได้รับการยอมรับในระดับประเทศสู่การได้รับการยอมรับในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมยกระดับความแข็งแกร่งของเวทีรางวัลผ่านเครือข่ายที่กว้างขึ้น ความเข้าใจในแต่ละตลาด และความเชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

10ปีAPThailandThailandRealEstateAwards2026

‘พรรณี ชาเอกิ’ เข้ารับรางวัลต้นแบบคนดี ‘เพชรพสุธาสยาม’ ประจำปี 2569

31 สิงหาคม 2569 เวลา 13:52 น.

เป็นหนึ่งในนักธุรกิจหญิงที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในสาขาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด  นางพรรณี ชาเอกิ เข้ารับรางวัลต้นแบบคนดี “เพชรพสุธาสยาม” ประจำปี 2569 จากมูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ

มูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ นำโดย ดร.ณิชาภา สิงห์ณรงค์ ประธานมูลนิธิฯ และคณะกรรมการคัดสรร ได้มีมติพิจารณาคัดเลือกให้  นางพรรณี ชาเอกิ ประธานกรรมการบริหาร R.R.D Automotive (Thailand) บริษัทผู้ผลิตและให้บริการด้านชิ้นส่วนยานยนต์ครบวงจรระดับโลก เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และควรค่าแก่การยกย่อง ให้เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ “เพชรพสุธาสยาม” ประจำปี 2569 ในสาขาประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจ นักบริหาร ผู้ประกอบการ ผู้มีธรรมาภิบาลโปร่งใส ดีเด่น

การมอบรางวัล “เพชรพสุธาสยาม” ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้โครงการเทิดพระเกียรติเนื่องในวันแม่แห่งชาติ โดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดชลบุรี และภาคีเครือข่าย เพื่อสืบสานสถาบันครอบครัวและวัฒนธรรมประเพณีของชาติ รวมถึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคคลในหลากหลายบทบาทหน้าที่ ที่ได้เสียสละ ทุ่มเท และอุทิศตนสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติในทุกๆ ด้าน

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการยกย่องบุคคลต้นแบบที่สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมไทย และส่งเสริมการทำความดีเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนในสังคมสืบไป

พรรณีชาเอกิเพชรพสุธาสยาม

‘มาริษา เจียรวนนท์’ ชวนเปิดประสบการณ์ ‘หนึ่งวันในหน้าฝนกับป่าและศิลปะ’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 13:38 น.

ฤดูฝนนี้  มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ (Khao Yai Art Forest) ชวนคุณออกไปสัมผัสเสน่ห์ของผืนป่าและงานศิลปะร่วมสมัย พร้อมเปิดประสบการณ์กับกิจกรรมที่เปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับการพักกาย พักใจ และเติมพลังให้กับชีวิต

อาบป่าฮีลใจท่ามกลางเสน่ห์ของฤดูฝน

ภายในพื้นที่กว่า 530 ไร่ของ เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ ผู้มาเยือนจะได้ใช้เวลาคุณภาพท่ามกลางธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงใบไม้ สัมผัสสายลม มองสีเขียวรอบตัว และอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ตามแนวคิดของ Forest Bathing หรือ การอาบป่า ประสบการณ์เช่นนี้ช่วยให้ผ่อนคลาย และเติมความสดชื่นให้ทั้งกายและใจ

มาริษา เจียรวนนท์

มาริษา  กล่าวว่า ยิ่งในฤดูฝน ป่ายิ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งสีสันของใบไม้ พื้นดินชุ่มน้ำ ความฉ่ำชื้นของอากาศ ริ้วหมอกและมวลเมฆ รวมทั้งแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ ระหว่างทางเดินในเขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ ยังสามารถพบความงามของพืชพรรณพื้นเมืองที่ผลิบานตามฤดูกาล ตั้งแต่ดอกสีขาวของตะเคียนหิน ดอกสีเหลืองของมะเกลือและแสมสาร ไปจนถึงดอกสีม่วงและชมพูของต้อยติ่งไทย ซึ่งเติมสีสันให้ผืนป่าในหน้าฝน และเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่ชวนให้เรา เดินช้าลง มองธรรมชาติให้ละเอียดขึ้น และค้นพบความงามที่ซ่อนอยู่ตลอดเส้นทางด้วยตัวเอง

เมื่อหัวใจมนุษย์และต้นไม้สั่นไหวในจังหวะเดียวกัน

ท่ามกลางผืนป่าของ เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ ผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินไทยและระดับนานาชาติถูกจัดวาง ให้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแนบเนียน

คุณจะได้พบกับงานศิลปะชิ้นใหม่ “Pulsus Vitae (2013)” ศิลปะจัดวางเชิงปฏิสัมพันธ์จาก Scenocosme คู่ศิลปินชาวฝรั่งเศส Grégory Lasserre และ Anaïs met den Ancxt ซึ่งชวนให้ผู้ชมได้ปรับการรับรู้ของร่างกาย ให้สอดคล้องกับจังหวะอันแผ่วเบาของผืนป่า ผ่านการโอบกอดและแนบหูเพื่อรับรู้เสียงและแรงสั่นเสมือนชีพจรของต้นไม้ กลายเป็นประสบการณ์ที่นำพาให้เราใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ มาริษา กล่าวย้ำ คือ “Khao Yai Fog Forest” ผลงานศิลปะภูมิทัศน์หมอกโดย Fujiko Nakaya ศิลปินชาวญี่ปุ่น รวมทั้ง “Madrid Circle (1988)” โดย Richard Long ศิลปินแลนด์อาร์ตระดับตำนาน กับวงกลมหินชนวนที่จัดวางอย่างสมบูรณ์บนที่ราบโล่ง ชวนให้เราตั้งคำถามถึงวัฏจักรชีวิต เวลาของมนุษย์ และกาลเวลา ของโลก เป็นการเผชิญหน้าระหว่างธรรมชาติ ศิลปะ และตัวเราอย่างทรงพลังและเรียบง่าย

ดื่มด่ำประสบการณ์ด้วยศิลปะแห่งรสชาติ

อีกมุมหนึ่งของ เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ ยังมี “K-BAR” บาร์ลับซึ่งเปิดให้บริการทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน ผลงานศิลปะจัดวางแบบ site-specific ของ Elmgreen & Dragset คู่หูศิลปินร่วมสมัยระดับโลก ที่โอบล้อมด้วยผืนป่า  และผลงานจิตรกรรมของ Martin Kippenberger จัดแสดงอยู่ด้านใน เครื่องดื่มทุกแก้วที่เสิร์ฟเป็นส่วนหนึ่งของ บทสนทนาระหว่างศิลปะ พื้นที่ และช่วงเวลาซึ่งเกิดขึ้นตรงหน้า

ประสบการณ์ยังต่อเนื่องไปถึง ‘The 4th Element Tasting Experience’ คอร์สมื้อกลางวันและมื้อเย็น บนคอนเซ็ปต์ใหม่ที่นำเสนอตามธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ รังสรรค์โดย เชฟวุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร และทีมงาน ที่มุ่งมั่นในการนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นตามฤดูกาล รวมถึงผลผลิตจาก เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ สู่คอร์สอาหารที่พิถีพิถันด้วยภูมิปัญญา ท้องถิ่น เปี่ยมด้วยความงดงามดั่งงานศิลปะ ที่ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์มื้ออาหารสุดพิเศษ หากยังเสิร์ฟทุกจานที่เหมาะสมกับธาตุของผู้รับประทานโดยเฉพาะ

หนีเมืองไปพักใจ ออกทริปได้โดยไม่ต้องขับรถเอง

ใครที่อยากพาตัวเองออกจากความเร่งรีบของเมืองแบบสบายๆ เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ มีบริการรถรับ–ส่ง ที่ช่วยให้การออกไปชมศิลปะและใช้เวลากับธรรมชาติเป็นเรื่องง่ายขึ้น

รถออกจากบางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) เวลา 10.00 น. และเดินทางถึง เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ ประมาณ 13.00 น. เพื่อให้ใช้เวลาช่วงบ่ายดื่มด่ำกับงานศิลปะท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมร่วม Forest Print Workshop ในเวลา 13.30–15.30 น. ก่อนสัมผัสประสบการณ์ Khao Yai Fog Forest ในเวลา 16.30 น.และออกเดิน ทางกลับในเวลา 17.00 น.

ทิ้งจังหวะชีวิตของเมืองไว้เบื้องหลัง แล้วใช้หนึ่งวันเดินช้า ๆ ไปกับธรรมชาติ ศิลปะ และตัวเอง Shuttle Service มีให้บริการทุกวันในราคาท่านละ 500 บาท (ราคานี้ไม่รวมบัตรเข้าชมพื้นที่) สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่าน http://www.tickettailor.com/events/khaoyaiart

ปักหมุดจุดหมายระดับโลก แล้วออกเดินทาง

ด้วยการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดของโลก “The World’s Greatest Places of 2026” จากนิตยสาร TIME และการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสูงสุด 5 ดาว จากการท่องเที่ยวแห่ง         ประเทศไทย (TAT) “STAR : Sustainable Tourism Acceleration Rating” เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ จึงเป็นอีกหนึ่ง จุดหมายที่ต้องปักหมุด สำหรับผู้ที่อยากออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติและศิลปะ

เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ เปิดให้บริการวันพฤหัสบดี–ศุกร์ เวลา 12.30–18.00 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 10.00–18.00 น. โดยเข้าชมผลงานศิลปะรอบสุดท้ายเวลา 17.30 น. ส่วน Khao Yai Fog Forest จัดแสดงในวันพฤหัสบดี–ศุกร์ เวลา 16.30 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 11.30 น. และ 16.30 น. รอบละ 10 นาที

บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 500 บาท นักศึกษาและผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ราคา 250 บาท บัตรเข้าชมราคา พิเศษวันพฤหัสบดี–ศุกร์ ถึง 30 กันยายน 2569 ราคา 350 บาทต่อคน หรือ 300 บาทต่อคน สำหรับผู้ที่มา 2 คนขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจบัตรเข้าชมพร้อม Afternoon Tea ในราคา 750 บาท แพ็กเกจบัตรเข้าชมพร้อมคอร์ส อาหารกลางวันในราคา 1,000 บาท และแพ็กเกจบัตรเข้าชมพร้อมคอร์สอาหารเย็นในราคา 1,500 บาท   สำรองบัตรล่วงหน้าที่ www.tickettailor.com/events/khaoyaiart เว็บไซต์: khaoyaiart.org และ Instagram: @khaoyai_art_forest

มาริษาเจียรวนนท์

‘ครอบครัว’ อีกครึ่งชีวิตของ ‘โกแพ-วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

31 สิงหาคม 2569 เวลา 13:31 น.

จากนักธุรกิจรุ่นใหม่และนักกิจกรรมตัวยง สู่บทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล เขต 2 พรรคภูมิใจไทย 3 สมัยติดต่อกัน  โกแพ-วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ในวัย 37 ปี ดีกรีปริญญาโทด้าน Business Management (International Business) จาก Bournemouth University ประเทศอังกฤษ ได้ก้าวรับตำแหน่ง “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย” ในรัฐบาลปัจจุบัน

ทว่า เบื้องหลังบทบาทการทำงานเพื่อบ้านเมืองอันเข้มข้น และภาพจำของคนทำกิจกรรมสารพัด ทั้งอดีตผู้จัดการค่ายมวยเกียรติเจริญชัย และผู้จัดการสโมสรฟุตบอลคาเดนซ่า สตูล ยูไนเต็ด ยังมีอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ “พื้นที่ครอบครัว” และ “วินัยในการดูแลตัวเอง” 

“แพ” คือชื่อเล่น แล้วก็คำว่า “โก” มีที่มาอย่างไร

ทางภาคใต้ คนเชื้อสายจีน  โก  หมายถึง พี่  และคำว่า โก มีที่มาจากพ่อของเขา  “พ่อผมชื่อสมเกียรติ คนที่นั่นก็จะเรียกว่า ‘โกเกียรติ’ ทุกคนเลยให้เกียรติผม โดยเริ่มจากคนใกล้ๆ ตัว  คือพี่ๆ ที่ทำงานด้วยกันที่อยู่กับพ่อ  หรืออยู่กับครอบครัว จะเรียกผมว่า โกแพ ตามพ่อ แล้วปรากฏว่ากลายเป็นคำติดตัวชื่อผมมาถึงทุกวันนี้ เป็นคำที่ทุกคนเรียกแล้วผมรู้สึกอุ่นใจมาก”

จุดเปลี่ยนชีวิต จากคนไม่ชอบการเมืองสู่บทบาทรัฐมนตรี

ย้อนกลับไปก่อนเข้าสู่วงการการเมือง รมช.วรศิษฎ์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า  เขาไม่ใช่คนชอบการเมือง เพราะเห็นภาพการโจมตีและความวุ่นวายต่างๆ มาโดยตลอด เมื่อมีผู้ใหญ่มาชวนจึงเคยปฏิเสธไปว่า “ให้ช่วยทำอะไรก็ได้ แต่ขอไม่เล่นการเมือง” แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อถูกตั้งคำถามว่า “แล้วไม่อยากเข้ามาพัฒนาบ้านเมืองเราเหรอ เมื่อไหร่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา?” พอฟังคำนั้น มันตรงกับใจที่อยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้น ทำให้ตัดสินใจก้าวเข้ามาเล่นการเมืองตั้งแต่ปี 2560 จนกลายมาเป็นเส้นทางชีวิตหลักในปัจจุบัน

บทบาทคุณพ่อลูก และการบาลานซ์เวลาในวันที่ภารกิจรัดตัว

ในช่วงแรกของการทำงานการเมือง การเป็นคนโสดทำให้เขาลุยงานได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อแต่งงานและมีลูกๆ ถึง 3 คน  คีริน  ภูมิน และมาริน วัย 4 ขวบครึ่ง 2 ขวบครึ่ง และ 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กำลังยุ่งที่สุด การบริหารเวลาจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องมารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้เวลาส่วนตัวลดลงไปอีก

“ผมกำลังวางแผนชวนภรรยา (นางขวัญชนก ไพรพนาพงศ์)  ย้ายครอบครัวจากสตูลขึ้นมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เพื่อให้มีเวลาอยู่กับลูกๆ ให้มากที่สุด ก่อนที่พวกเขาจะโตและมีสังคมของตัวเอง”

ปรัชญาการเลี้ยงลูก: ความสุขของลูกคือหัวใจสำคัญ

ในฐานะคุณพ่อ  รมช.วรศิษฎ์ ช่วยภรรยาทำทุกอย่าง ตั้งแต่อุ้มลูก ป้อนนม อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อมไปจนถึงกล่อมลูกนอน เพราะมองว่าไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่คือช่วงเวลามีค่าที่ได้อยู่ร่วมกัน  เพราะแนวทางการเลี้ยงลูกของเขาเน้นปล่อยให้เด็กๆ มีความสุขตามวัย ไม่กดดันเรื่องการเรียน หรือการแข่งขัน เพียงแค่สนับสนุนในสิ่งที่ลูกชอบ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่เขาเติบโตมาในแบบเด็กกิจกรรมที่ชอบทั้งกีฬาและดนตรี

“การเป็นพ่อทำให้ผมคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมคุณพ่อถึงซีเรียสกับเรานัก แต่พอมีลูกเองถึงได้เข้าใจ แต่สไตล์การเลี้ยงลูกของผมกับภรรยา จะเน้นให้เขามีความสุขตามวัย ไม่บังคับว่าต้องเรียนเก่งหรือไปแข่งขันกับใคร ขอแค่เขาทำในสิ่งที่ชอบ และไม่ไปเบียดเบียนหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็พอ ผมพร้อมสนับสนุนเต็มที่ เพราะตอนเด็กๆ ผมก็เป็นเด็กกิจกรรม เล่นกีฬา เล่นดนตรี ไม่ได้เรียนหนักอย่างเดียว ที่บ้านไม่ได้กดดันให้ต้องเรียนหนังสืออย่างเดียว  ผมและภรรยาจึงอยากให้ลูกๆ มีความสุขกับช่วงวัยของเขามากที่สุดครับ”

วินัยการดูแลตัวเอง จาก “ไอ้อ้วนพลิ้ว” สู่ผู้ชายที่รักสุขภาพ

เบื้องหลังการทำงานหนัก  รมช.วรศิษฎ์  ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง  ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เวทเทรนนิ่ง หรือว่ายน้ำ ย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเคยมีน้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม (96 กิโลกรัม) จนได้ฉายาในสนามฟุตบอลว่า “ไอ้อ้วนพลิ้ว” จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นตอนตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อจีบภรรยา จนสามารถลดน้ำหนักลงเหลือ 66 กิโลกรัมได้ภายในเวลา 2 เดือนกว่า ถึงขนาดที่ภรรยา (ขณะเป็นแฟนกัน) จำไม่ได้เมื่อเดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นเขาจึงดูแลเรื่องอาหารและการออกกำลังกายมาโดยตลอด เพราะมองว่าการดูแลสุขภาพ คือการสร้างวินัยในการบริหารจัดการตัวเองที่ส่งผลดีต่อการทำงานและการใช้ชีวิต

“ช่วงนั้นแฟนไป Work & Travel ที่สหรัฐอเมริกา พอกลับมา ผมไปยืนรอหน้าบ้าน เขายังเดินผ่านผมไปถามแม่เขาเลยว่า “แพ บอกจะมา แล้วแพไปไหน?” คือเขาจำผมไม่ได้เลย เพราะหุ่นเปลี่ยนไปเยอะมาก ลงเล่นฟุตบอล ใครๆ ก็ตั้งฉายาว่า ‘อ้วนพลิ้ว’ หลังจากนั้นผมก็ดูแลรูปร่างมาตลอด เลี่ยงของมัน ของหวาน และออกกำลังกายจนเป็นนิสัย เพราะถ้าวันไหนไม่ได้ออกกำลังกาย มันจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่คล่องตัว การออกกำลังกายสำหรับผม มันไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่มันคือการสร้างวินัยในการบริหารจัดการตัวเองครับ”

ไลฟ์สไตล์ ดนตรี และกีฬา ในมุมที่หลายคนยังไม่รู้

นอกจากบทบาทการเมือง รมช.วรศิษฎ์ คือสาวก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมี พอล สโคลส์  ตำนาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตัดสินใจอำลาอาชีพกูรูฟุตบอลเพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้ลูกชายที่ป่วยเป็นออทิสติกขั้นรุนแรง เป็นนักเตะในดวงใจ  

ด้วยความรักกีฬา รมช.วรศิษฎ์ สามารถเล่นกีฬาได้หลากหลายชนิด ทั้งฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ และรักบี้  ด้านดนตรี เขาเคยเป็นนักร้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ปัจจุบันไม่ได้จับไมค์ขึ้นเวที แต่ก็ยังร้องเพลงกล่อมลูกๆ และเริ่มสอนลูกชายเล่นกีตาร์  รวมทั้งกำลังสนใจเรื่องการเป็น DJ Scratch แผ่น เพราะมองว่าเป็นเสน่ห์ของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่คล้ายกับมีเวทมนตร์

“ผมชอบร้องเพลงครับ เคยเป็นนักร้องสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตอนนี้ก็ร้องเพลงกล่อมลูกๆ แทน (หัวเราะ)  แล้วช่วงนี้ก็กำลังสนใจเรียนรู้เรื่องการเป็น DJ Scratch แผ่นด้วย ผมมองว่ามันเสน่ห์เหมือนเรามีเวทมนตร์ ที่สามารถผสมผสานเสียงต่างๆ ออกมาเป็นเพลงใหม่ได้ เป็นอีกมุมที่สนุกดีครับ”

ชีวิตไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ข้อคิดการใช้ชีวิตส่งต่อถึงคนรุ่นใหม่

“ชีวิตมันไม่มีอะไรสบาย หรือได้มาง่ายๆ หรอกครับ และไม่มีอะไรที่เราตั้งใจทำเต็มที่แล้วจะไม่เหนื่อย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘เหนื่อยแล้วมันคุ้มค่าหรือเปล่า?’ ถ้าเหนื่อยก็แค่พัก หายเหนื่อยแล้วก็ลุกขึ้นมาทำต่อ…มันก็แค่นั้นเองครับ”

นั่นคือหลักคิดง่ายๆ ในการขับเคลื่อนชีวิตของรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่คนนี้  โกแพ-วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์โกแพ

‘เทพไทย’ ซื่อสัตย์ มีจริยธรรม ยึดมั่นธรรมาภิบาล คว้ารางวัล ‘จรรยาบรรณดีเด่น ประจำปี 2569’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 13:19 น.

บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด ผู้ผลิตยาสีฟัน ‘เทพไทย’ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพช่องปากของคนไทย และองค์กรที่มุ่งเน้นสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมอย่างต่อเนื่อง ได้รับ รางวัลจรรยาบรรณดีเด่น ประจำปี 2569 จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าว อยู่ภายใต้โครงการ “จรรยาบรรณดีเด่น และ สำเภา-นาวาทอง” เพื่อยกย่ององค์กรภาคธุรกิจที่ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส เป็นธรรม และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการเชิดชูหน่วยงานภาครัฐที่มีผลงานโดดเด่นในการปรับปรุงกระบวนงาน ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับภาคธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย


รางวัล จรรยาบรรณดีเด่น ที่ บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ ได้รับในปีนี้ ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ประกอบการและองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลมาอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างที่ดีขององค์กร ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม เป็นหนึ่งในความสำเร็จและความภาคภูมิใจ อันสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และรับผิดชอบต่อผู้บริโภค คู่ค้า พนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม


กร สุริยพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด กล่าวว่า “นับเป็นกำลังใจที่สำคัญอีกครั้งที่ให้ เทพไทย โปรดัคท์ เดินหน้าพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณและธรรมาภิบาล เพราะเทพไทยเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม เป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของบริษัท ถ้าผู้ประกอบการทุกคน คิดว่าเมื่อเติบโตแล้ว ก็ทิ้งถิ่นฐานที่กำเนิด ไปหากำไรที่มากขึ้น ที่ต้นทุนลดลง แล้วใครจะเป็นคนช่วยพัฒนาคนในพื้นที่ และท้องถิ่น กำไรสูงสุดอาจจะเทียบไม่ได้ กับ คุณภาพชีวิตของคน”


บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ องค์กรภาคธุรกิจที่ตอบโจทย์แนวทางของโครงการ “จรรยาบรรณดีเด่น และสำเภา-นาวาทอง” เน้นย้ำให้ ‘สืบสาน รักษา และต่อยอด’ เพื่อนำมาประยุกต์และพัฒนา สู่การรักษาความเข้มแข็งและสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน เทพไทย โปรดัคท์ ก็คงรักษารากฐานที่ดีไว้ พร้อมสร้างสิ่งใหม่ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง

จรรยาบรรณดีเด่นเทพไทย

สวทท.จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี แถลงผลงาน พร้อมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่

31 สิงหาคม 2569 เวลา 13:10 น.

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สวทท.) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมใหญ่สมาคม โดยมี นางสาวชุติพันธุ์ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคมฯ แถลงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา งบแสดงรายรับ-รายจ่าย และ เลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของสมาคม ในวาระ 2569-2570 โดยมี นายต่อพงศ์พันธ์ กิ่งจันทร์ ประธานกรรมการเลือกตั้ง ,ดร.กนกวรรณ ขวัญอ่อน รองประธานกรรมการเลือกตั้ง ,ดร.ฉัตรชัย นาถ้ำพลอย ผู้ช่วยกรรมการ, ดร.พลภฤต เรืองจรัส ผู้ช่วยกรรมการ ทำหน้าที่กำกับ ดูแลความเรียบร้อยของการเลือกตั้ง ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเที่ยงธรรม

สรุปผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ในวาระ 2569-2570 ดังนี้ ดร.บุญชิรา ภู่ชนะจิต ได้รับเลือกตั้งเป็น นายกสมาคม ฯ ด้วยคะแนน 58 คะแนนจากสมาชิกผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 75 คน

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารที่ได้รับการเลือกตั้ง 5 คน ตามลำดับ ได้แก่ นางสาวเจนกิจ นัดไธสง , นางจินตนา ชูชาติ , นางสาวสุพิชญาณ์ สุธาคำ , พ.ต.อ.อาวัฒน์ พิบูลย์สวัสดิ์ และนายสมพร ม่วงแก้ว


การเลือกตั้งผ่านไปด้วยความเรียบร้อย นายกสมาคมฯ คนใหม่ ดร. บุญชิรา ภู่ชนะจิต มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการบริหารอีก 15 คน เพื่อยื่นจดทะเบียนแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ต่อไป

สวทท.

กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่าย ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม จากห้องแล็บสู่การใช้ประโยชน์จริง มุ่งสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ

31 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เดินหน้าสร้างพลังเครือข่าย จัดเวที “DMSc CONNECT 2026” เชื่อมองค์ความรู้ นักวิจัย เทคโนโลยี และภาคีทุกภาคส่วน ร่วมกำหนดทิศทางงานวิจัยและนวัตกรรม ต่อยอดจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริง ตอบโจทย์ระบบสุขภาพยุคใหม่ มุ่งสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้คนไทยอายุยืนอย่างมีสุขภาพดี

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมกำหนดทิศทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบมีส่วนร่วมของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “DMSc CONNECT 2026: From Lab to Life: Sciences for Healthy Longevity เชื่อมเครือข่าย ขับเคลื่อนวิจัยและนวัตกรรม สู่การมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี” โดยมี ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกว่า 300 คน ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสุขภาพ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย การสร้าง Healthy Longevity จึงไม่ใช่เพียงการทำให้ประชาชนมีอายุยืนยาว แต่ต้องทำให้ประชาชนสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดช่วงอายุ

การขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า CONNECT ซึ่งต้องเชื่อมโยงองค์ความรู้ นักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การต่อยอดใช้ประโยชน์ทางด้านการการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางการวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมทั้งส่งเสริมและขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้แนวคิด From Lab to Life รวมทั้งเป็นเวทีเชื่อมโยงองค์ความรู้และผลงานจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และนำไปสู่การมีอายุยืนยาวควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดีของประชาชน

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนระบบสุขภาพอย่างต่อเนื่องโดยขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ อาทิ การยกระดับการแพทย์แม่นยำทุกช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดด้วยการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ ตรวจคัดกรองยีนก่อโรคมะเร็งในวัยทำงาน ส่วนในผู้สูงวัยมีการดำเนินงานตรวจอัลไซเมอร์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานการลดการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ซ้ำซ้อน การเชื่อมโยงข้อมูลห้องปฏิบัติการสู่ National Data Lab รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง (ATMPs)พัฒนาสูตรต้นแบบเวชสำอางจากสมุนไพรการสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารใหม่

“ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังสนับสนุน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผ่านการยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในโรงแรมและที่พัก ด้วยมาตรฐาน 3C ได้แก่ Clean Bed, Clean Air และ Clean Food เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว นอกจากคิดค้นนวัตกรรมกรมยังเป็น National Lab ในภูมิภาคอาเซียนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมเดินไปกับทุกภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ”ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

DMScCONNECT2026กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

คุณแหน : 31 สิงหาคม 2569

31 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

คุณแหน

๐๐ ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็นประธานในพิธีโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 179 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศูนย์ประชุมวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร โดยมี ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต, ดร.ชัยณรงค์ คัชมาตย์ และ พล.อ.พจน์ เอมพันธุ์ ร่วมในพิธี..๐๐

๐๐ ชาว Digital CEO#9 ยินดีกับ ทศพล เผื่อนอุดม ที่ได้เป็น ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป..๐๐

๐๐ การนิคมอุตสาหกรรมฯ (กนอ.) โดย สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการฯ ลงนามสัญญาร่วมดำเนินงานกับ บจ. 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท โดย จตุพร ดำเนินชาญวนิชย์ จัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรม 304” พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมแห่งใหม่ใน จ.ปราจีนบุรี ภายใต้แนวคิด “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ” ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับระบบจัดการสิ่งแวดล้อมขั้นสูง เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการลงทุนที่ยั่งยืน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และยกระดับการแข่งขันของไทย..๐๐

๐๐เพื่อนๆ BRAIN2 ร่วมยินดีกับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ ที่ได้รับรางวัล Master Entrepreneur Award จาก Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026..๐๐

๐๐จักรพงษ์ ชาวงษ์ ผอ.กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ต้อนรับ พัชรมณี เย็นมั่นคง นำคณะเจ้าหน้าที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เยี่ยมดูงานทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย..๐๐

๐๐ ชาว Digital CEO#8 ยินดีกับ รศ.ดร.พรชัย จูลเมตต์ ที่ได้เป็น กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประเภทผู้แทนคณาจารย์ ม.บูรพา..๐๐

๐๐ รพ.เวชธานี อินเตอร์เนชันแนล คว้ารางวัล Best Loyalty Strategy – Consumer จากผลงานแคมเปญ “Comprehensive Kidney Transplant Campaign” ในงาน Loyalty & Engagement Awards 2026 รางวัลระดับเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 14 ณ ประเทศสิงคโปร์ นับเป็นองค์กรเดียวในกลุ่ม Healthcare ที่ได้รับรางวัลท่ามกลางองค์กรกว่า 50 แห่งจากภูมิภาคเอเชีย..๐๐

๐๐ประภาพร ติยะวานิช บริจาคเงินสมทบโครงการศูนย์มะเร็งแบบบูรณาการ รพ.จุฬาลงกรณ์..๐๐
๐๐ชลธิดา โพธิสมภรณ์ วันเกิดปีนี้ได้ทำบุญบริจาคเงินช่วยสนับสนุนการศึกษานักเรียนเด็กพิเศษของ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์..๐๐

๐๐ ภาณุพงศ์ ธนธรรมศิริ ยามนี้ยุ่งขึ้นล่อง กทม.-ภูเก็ต เกือบทุกอาทิตย์ เพื่อไปเกาะยาวน้อย เตรียมความพร้อมรับช่วงไฮซีซั่นที่จะมาถึง ของ Pool Villa Amber Yao Noi รีสอร์ทลับติดทะเล มีหาดส่วนตัว อากาศดี วิวสวย ใครชอบที่พักสงบแบบลักชู ไปลองได้ที่ https://amberyaonoi.com..๐๐

๐๐ สวด ศิริวรรณ ปัณฑุรอัมพร มารดา นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ศาลา สุธีระ-ประจวบ พีชานนท์ วัดธาตุทอง 29 ส.ค.-2 ก.ย.18.30 น. ฌาปนกิจ 5 ส.ค.14.00 น…๐๐

๐๐ เพื่อนๆยินดีกับ สัณห์ อรุณรักษ์ติชัย, จิรพล ตังทัตสวัสดิ์ และศิรญา สายเชื้อ ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นนิวซีแลนด์ จาก ฯพณฯ เรย์ลีน ซีอาลี ทากาลอ ลูฟาลานี เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ในงานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2569 เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์

น้องใหม่

คุณแหน