คุณแหน : 31 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 31 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 31 ตุลาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างหาที่สุดมิได้ ตราบนิจนิรันดร์..
  • ยินดีกับ นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล ที่ได้เป็น ว่าที่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข..
  • สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศให้ได้ไม่น้อยกว่า 80,000 ตัน CO2e/ปี พร้อมเปิดตัวระบบ THEMS ระบบจัดเก็บฐานข้อมูลการจัดการก๊าซเรือนกระจกของโรงพยาบาลในประเทศไทย เพื่อใช้กำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสถานพยาบาล..
  • GULF จับมือ AIS ร่วมจัดกิจกรรม “GULF x AIS Playspace Run” ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง ผสานพลังงานสะอาดบนพื้นที่สีเขียว และการเชื่อมต่อดิจิทัล  เพิ่มพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรม  เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ณ สวนเบญจกิติ กทม…
  • สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ จัดงานสัมมนา Dongtan Engineer Forum 5 “AI SOCIETY: สังคมล้มลุก” กับความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สะท้อนพลังแห่งความคิดและนวัตกรรมของวิศวกรไทย งานนี้มีศิษย์เก่ามาร่วมงานกันคับคั่ง..
  • ยินดีกับ ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี ที่ได้เป็นประธานกรรมการ มูลนิธิสภาเภสัชกรรม โดยมี รศ. (พิเศษ) ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ เป็นรองประธาน รศ.ภญ.สุณี เลิศสินอุดม เลขานุการและกรรมการ คือ ภญ.รจพร  วัชโรทยางกูร, ภก.วราวุธ เสริมสินสิริ, ผศ. (พิเศษ) ภก.ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรพานานนท์, ภญ.ทรัพย์พานิช พลาบัญช์..
  • เพื่อนๆ Digital CEO 7 ยินดีกับ ดร.นิพนธ์ นาชิน ที่ได้ตำแหน่ง ประธานอนุกรรมการฯ ดิจิทัล สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ..
  • อรัญ พึงเจริญพงศ์ พร้อมครอบครัวพึงเจริญพงศ์ และพญ. หทัยชนก พึงเจริญพงศ์ บริจาคเงิน สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ โดยมี ศ.ดร.พญ.อารีย์พรรณ โสภณสฤษฎ์สุข รับมอบ..
  • ข่าวน่ายินดีของ อภิณัณณ์ -ศิริพรรณ คงสมบูรณ์เวช ที่ลูกสาวตนโต ดร. แองเจิล กฤตินันท์ คงสมบูรณ์เวช จะฉลองมงคลสมรสกับ ณฐกร นพคุณวิจัย บุตร นพ. อภิชัย – พญ. วลีวรรณ นพคุณวิจัย ณ ห้องไทรชมพู โพธาลัย กรุงเทพฯ 9 พย. เวลา 11.30 น…
  • ยามว่าง ภก.วิโรจน์ สุนทรวิวัฒน์ ขับรถจากแปดริ้วมาชวนเพื่อนๆ เภสัช มช. 18 มาอัพเดทชีวิต งานนี้ ภญ.สุภาพร ติพพะมงคล, ภก.วิบูลย์ จรรยานุภาพ, ภก.นรเทพ เอี่ยมแก้ว, ภก.วีระศักดิ์ เจียมอนุกูลกิจ ไม่พลาด
  • สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ร่วมเสียใจกับการจากไปของ ภก.พล.ต. จรูญ อินทร์สนอง ศิษย์เก่า เภสัช มช.รุ่น 13..
  • ร่วมฉลองครบรอบ 3 ปีกับ JPS CLUB ด้วยการแลกคะแนนเพื่อร่วมบริจาคกับโครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ดูรายละเอียดที่ https://www.jpsclub.com/#/user_news..

น้องใหม่

‘2 ทศวรรษกำลังใจ’ก้าวสู่โอกาสใหม่ ด้วยนวัตกรรม ‘ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อนาคต’

'2 ทศวรรษกำลังใจ'ก้าวสู่โอกาสใหม่ ด้วยนวัตกรรม ‘ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อนาคต’

‘2 ทศวรรษกำลังใจ’ก้าวสู่โอกาสใหม่ ด้วยนวัตกรรม ‘ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อนาคต’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.49 น.

กระทรวงยุติธรรม ขอน้อมถวายพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงอุทิศพระวิริยะและพระปรีชาญาณในการพัฒนาระบบยุติธรรมไทยให้เป็นระบบ เปี่ยมด้วยความเมตตาและโอกาสสำหรับทุกชีวิต โดยตลอดระยะเวลา 19 ปี “โครงการกำลังใจในพระดำริฯ” ได้ขับเคลื่อนการทำงานอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของกระบวน การยุติธรรม ผ่านนวัตกรรมและผลลัพธ์ที่โดดเด่น แสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จ คุณค่า และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นตลอด 2 ทศวรรษ ทั้งในมิติของการพัฒนาผู้ต้องขัง การฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และการสร้างมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน อันเป็นผลจากพระดำริและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องภายใต้กระทรวงยุติธรรม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยและทรงเป็น “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ผู้พลิกโฉมงานราชทัณฑ์ผ่านเส้นทางชีวิตที่ผูกพันกับกระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ หลังสำเร็จการศึกษาพระองค์ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญ และต่อมาได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในตำแหน่งอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญที่ทำให้ทรงได้ศึกษาสภาพปัญหาของผู้กระทำผิดในทุกมิติ  ขณะทรงปฏิบัติหน้าที่พระองค์ได้ทรงพบปะกับจำเลยและผู้ต้องขังในกระบวนการพิจารณาคดี ทรงตระหนักถึง “ช่องว่างของระบบยุติธรรม” ที่มักแยกการทำงานของหน่วยงานออกจากกัน ทั้งในด้านการดูแลผู้ต้องขัง การให้ความรู้ทางกฎหมาย การฟื้นฟูจิตใจ และการเตรียมความพร้อมก่อนคืนสู่สังคม พระองค์จึงทรงมีพระดำริที่จะสร้าง “กลไกแห่งโอกาส” เพื่อให้ระบบยุติธรรมสามารถดูแลผู้กระทำผิดได้อย่างครบวงจร พระปณิธานนี้ ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการริเริ่ม “โครงการกำลังใจในพระดำริฯ” ในเวลาต่อมา 

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2549 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง ทรงรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ต้องขังหญิงที่กราบทูลขอให้พระองค์เสด็จกลับมาช่วยเหลือพวกเธออีกครั้ง คำกราบทูลนั้นได้จารึกไว้ในพระราชหฤทัย และทรงถือเป็นพันธกิจที่จะต้องสานต่อ พระองค์จึงทรงมีพระดำริให้จัดตั้ง “โครงการกำลังใจในพระดำริฯ” เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์และเด็กที่อยู่กับมารดาในเรือนจำ ทรงโปรดให้ วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย เข้าร่วมพัฒนาหลักสูตรต้นแบบ 2 หลักสูตร คือ  การตั้งครรภ์คุณภาพ และการสร้างคนดีเริ่มที่ขวบปีแรก ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “โมเดลกำลังใจแม่และเด็ก” ที่ยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขังหญิงและเด็กในเรือนจำของไทยให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล

โครงการกำลังใจในพระดำริฯ ที่จัดตั้งขึ้น พระองค์เสด็จไปทรงเปิดโครงการ ณ เรือนจำหญิงหลายแห่งทั่วประเทศ ทรงติดตามผลการดำเนินงานด้วยพระองค์เอง และมีพระดำริให้ขยายขอบเขตการดำเนินงานไปสู่การฝึกอาชีพ การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การอบรมพัฒนาจิตใจ และการศึกษาวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายอย่างเป็นระบบ        

เนื่องในโอกาสการก่อตั้งโครงการกำลังใจฯ ครบรอบ 19 ปี กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ กองทุนกำลังใจฯ จึงจัดงานครบรอบ 19 ปี ภายใต้ชื่อ “2 ทศวรรษกำลังใจ ก้าวสู่โอกาสใหม่ ด้วยนวัตกรรม” เพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้ทรงมีคุณูปการต่อกระบวน การยุติธรรมไทยและต่อกระทรวงยุติธรรม ด้วยแนวคิดของการจัดงานและการก้าวสู่ปีที่ 20 ของโครงการด้วยการ “ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อนาคต” โดยรายละเอียดภายในงาน ประกอบด้วย การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

การเปิดตัวหลักสูตร “ปัญญาบำบัด” ซึ่งเป็นการสร้างกำลังใจเชิงลึกและกำลังใจแบบยั่งยืนสำหรับผู้ต้องขัง โดยได้กราบอาราธนาเชิญพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร บรรยายเกี่ยวกับหลักสูตร “ปัญญาบำบัด”

การจัดพิธี Kick Off “สานพลัง รัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม กับการให้โอกาสผู้พ้นโทษ” ในมิติต่างๆ  เพื่อสร้างและเพิ่มเครือข่ายการช่วยเหลือผู้กระทำผิด            

การจัดพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สำหรับการประกวด การทำอาหาร ขนมและเครื่องดื่ม เพื่อยกระดับการฝึกอาชีพผู้ต้องขัง ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก            

การมอบรางวัลการประกวดเรือนจำดีเด่นเพื่อพัฒนามาตรฐานการทำงานของเรือนจำ ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2566 – 2567

และการจัดนิทรรศการผลงานโครงการกำลังใจฯ ผลงานของเรือนจำ ผลงานของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมทั้งการให้บริการดูดวงและนวดแผนไทยจากเรือนจำและคนต้นแบบ

ตลอดระยะเวลาจากการเริ่มโครงการถึงปัจจุบันเป็นเวลา 19 ปี ที่กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานร่วมกับกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวง พร้อมสืบสานพระปณิธาน เพื่อสร้างระบบยุติธรรมแห่งอนาคตที่ให้โอกาสผู้ก้าวพลาดอย่างยั่งยืนต่อไป

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.36 น.

กว่า 69 ปี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายที่สอดคล้องกับภารกิจของสภากาชาดไทยในแต่ละด้าน ทั้งด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งผลให้การดำเนินงานของสภากาชาดไทยก้าวหน้าต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน 
 
เดินหน้าศูนย์มะเร็งเต้านม เพื่อเป็นที่พึ่งของผู้หญิงไทย ตามพระราชปณิธาน “ฉันอยากให้ศูนย์ฯ นี้ เป็นที่พึ่งของผู้หญิง”

พระราชเสาวนีย์ของพระองค์ที่ดำรัสตอบ นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ ครั้งนั้น ได้สร้างแรงผลักดันทำให้เกิดศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ขึ้นที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเต้านมในเชิงการป้องกัน การรักษา การดูแลทั้งร่างกายและจิตใจครอบคลุมทุกมิติ อีกทั้งยังทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นเงินก้นถุงในการเริ่มโครงการและทรงหาทุนทรัพย์สมทบทุนโครงการเพิ่ม และได้พระราชทานชื่อและตราสัญลักษณ์ของพระองค์ให้เป็นชื่อ “ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม” และเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดศูนย์ฯ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระองค์เอง

ปัจจุบันศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ยังคงดำเนินงานตามพระราชปณิธานของพระองค์ โดยการให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการตรวจและติดตามดูแลในตลอดทุกขั้นตอนระหว่างการรักษา เรียกได้ว่าเป็นที่พึ่งของผู้หญิงไทยอย่างเท่าเทียมอย่างแท้จริงจวบจนทุกวันนี้
 
อนุสรณ์สถานพระมหากรุณาธิคุณ แห่งการบรรเทาทุกข์พสกนิกร

บริเวณเขาล้าน จังหวัดตราด สถานที่ท่องเที่ยวที่มีทะเลและหาดทรายที่สวยงาม ที่รู้จักกันในชื่อ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย สถานที่แห่งนี้มิได้มีแต่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ภายใต้การดูแลของสภากาชาดไทย อันเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งศูนย์อพยพชาวกัมพูชาที่บ้านเขาล้าน 

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2522 มีชาวกัมพูชาอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในเขตราชอาณาจักรไทย ณ บริเวณเขาล้านแห่งนี้ เมื่อทรงทราบถึงความเดือดร้อน ทรงนึกถึงเรื่องมนุษยธรรมมาเป็นอันดับหนึ่ง จึงได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมผู้อพยพซึ่งเวลานั้นรวมกันอยู่ที่บ้านเขาล้าน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นการฉุกเฉิน ทรงเยี่ยมเยียนผู้อพยพท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดยมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย 

ภายหลังเมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์การรับผู้อพยพแล้ว ทางศูนย์ฯ ได้พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยว มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อผู้อพยพ และบอกเล่าเรื่องราวการอพยพของชาวกัมพูชา ทุกวันนี้ศูนย์ฯ ยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมยุวกาชาด ลูกเสือ เนตรนารี นักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งมีที่พักไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนบริเวณชายหาดราชการุณย์แห่งนี้ 
 
ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการบริการโลหิตให้เจริญก้าวหน้า

“ในฐานะที่เป็นสภานายิกาสภากาชาดไทย ข้าพเจ้ารู้สึกปลื้มปีติที่ได้เห็นว่า มีคนจำนวนมากที่มีเมตตาจิตต่อเพื่อนมนุษย์ บริจาคโลหิตให้แก่สภากาชาดเพิ่มขึ้นทุกปี ข้าพเจ้าขอขอบใจทุกคนที่มีส่วนช่วยงานด้านบริการโลหิตของสภากาชาดไทยให้สำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดี…”
พระราชดำรัสในโอกาสเสด็จฯ พระราชทานเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิต ครั้งที่ 1 ณ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2514 แสดงให้เห็นถึงความสนพระราชหฤทัยในงานด้านบริการโลหิต และทรงให้ความสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาบริจาคโลหิต ทําให้งานบริการโลหิตของประเทศก้าวหน้า ปรับเปลี่ยนและพัฒนางานด้านต่าง ๆ จนเป็นที่เชื่อถือและยอมรับของนานาประเทศ ด้วยห้องปฏิบัติการตรวจโลหิตที่ทันสมัย มีโรงงานผลิตถุงบรรจุโลหิต มีการผลิตน้ำยาตรวจหมู่โลหิต และผลิตผลิตภัณฑ์โลหิตมากมาย


 ทรงพัฒนากิจการสภากาชาดไทย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต

ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนากิจการของสภากาชาดไทย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ พระองค์ได้เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสภากาชาดไทยด้วยพระองค์เอง ณ ห้องประชุม ตึกบริพัตร เพื่อพระราชทานแนวพระราชดำริในการดำเนินงานอย่างละเอียดในทุกภาคส่วน ทั้งภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัด การให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส การผลิตบุคลากรทางการแพทย์และการพยาบาล การให้เป็นสถานที่พักรักษาเมื่อยามเจ็บป่วยและต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการหารายได้เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของสภากาชาดไทยด้วย

ยังมีพระราชกรณียกิจอีกมากมายที่พระองค์ทรงปฏิบัติอันเป็นประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทย และเป็นรากฐานสำคัญให้สภากาชาดไทยสืบสานตามแนวพระราชปณิธานที่พระองค์ได้ทรงวางไว้ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย 

กรุงศรี จัดพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรุงศรี จัดพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรุงศรี จัดพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ นำโดย ทองอุไร ลิ้มปิติ กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ และ เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการธนาคาร ผู้บริ หารระดับสูงและพนักงาน ร่วมพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ อาคารกรุงศรี สำนักงานใหญ่ พระรามที่ 3

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมสืบสานพระราชปณิธานและประเพณีลอยกระทงอันงดงาม จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมสืบสานพระราชปณิธานและประเพณีลอยกระทงอันงดงาม  จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมสืบสานพระราชปณิธานและประเพณีลอยกระทงอันงดงาม จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมเจ้าท่า, กรุงเทพมหานคร, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย, สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน), บริษัท แฟร์เท็กซ์ อีควิปเม้นท์ จำกัด และเมืองสุขสยาม จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา โดยกิจกรรมนี้ จัดขึ้นอย่างงดงาม เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง อนุรักษ์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าบนผืนน้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งชีวิตของชาวไทย ในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงสร้างคุณูประการอเนกอนันต์ต่อประเทศไทย ทรงมีพระราชจริยวัตรที่งดงามและมีพระราชปณิธานในการสืบสานรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป ในเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2568 ที่กำลังมาถึงนี้ ไอคอนสยามจึงได้จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา  เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง อนุรักษ์วัฒนธรรม อันทรงคุณค่าบนผืนน้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งชีวิตของชาวไทย 

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ขอเชิญทุกท่านชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติแสดงพระราชกรณียกิจรอบด้าน ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยอย่างยั่งยืน และร่วมชื่นชมความงดงามของ “ชุดไทยพระราชนิยม” ที่ถ่ายทอดพระวิสัยทัศน์ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยนำโดยฟรีน สโรชา ชมการแสดงโขนรามเกียรติ์ “ชุดนางลอย” ถ่ายทอดศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยอย่างวิจิตร และชมการแสดงลิเก โดย ศรรามน้ำเพชร ถ่ายทอดศิลปะพื้นบ้านไทยอย่างสง่างาม เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

สืบสานประเพณีลอยกระทง มรดกทางวัฒนธรรมของไทย

เทศกาลลอยกระทง ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ไอคอนสยามยังคงจัดขึ้น และคงไว้ซึ่งคุณค่าความงดงามของประเพณีไทย ขอเชิญชวนชาวไทยและชาวต่างชาติร่วม แต่งกายด้วยชุดไทย หรือชุดโทนสีสุภาพ ร่วมลอยกระทงด้วยวัสดุจากธรรมชาติบน รางลอยกระทง ที่เป็นเอกลักษณ์ของงานที่ไอคอนสยาม ด้วยความโดดเด่นที่ตอบโจทย์ทุกคนให้สามารถลอยกระทงได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมอันงดงามของประเพณีลอยกระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์ ได้แก่ กระทงยี่เป็งจากจังหวัดเชียงใหม่ เส็งประทีปจากจังหวัดร้อยเอ็ด   กระทงสายจากจังหวัดตาก โคมชักโคมแขวนจากจังหวัดสุโขทัย และกระทงกาบกล้วยจากจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสร้างสรรค์กระทงจากขวดพลาสติกและแก้วพลาสติกรีไซเคิล

เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม ชั้น G ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง

สำหรับเมืองสุขสยาม ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง เปิดพื้นที่บริเวณบ่อน้ำภาคใต้ให้ประชาชนสามารถ ลอยกระทงในบ่อลอยรักษ์โลก พร้อมรับชมการแสดงทางวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปปั้นกระทงจิ๋วด้วยดินไทย ชิม ช็อปกับร้านค้าชุมชนรู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคมประเทศไทย และอิ่มอร่อยไปกับเมนูพิเศษจากน้ำปลาตราปลาหมึก โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 10 พฤศจิกายน 2568 โดยมีผู้สนับสนุนการสืบสานประเพณีไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย และบริษัท โรงงานน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) จำกัด

ดูแลแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตั้งทุ่นเพื่อการเก็บกระทงอย่างเป็นระบบและยั่งยืน 

นอกจากนี้ไอคอนสยาม ยังคงนโยบายในการดำรงรักษาแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน โดยได้ร่วมกับ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ในการเก็บกระทงอย่างเป็นระบบ และมีการติดตั้งทุ่นเพื่อกันกระทงไหลออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สำคัญยังได้ เตรียมความพร้อมในการเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยาภายหลังจากจบเทศกาล โดยกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและกระทงที่ย่อยสลายได้ จะนำไปบดย่อยแล้วส่งไปทำปุ๋ยหมักที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เพื่อร่วมสืบสานประเพณีในการขอขมาสายน้ำ และดำรงรักษาแม่น้ำเจ้าพระยาให้งดงามอย่างยั่งยืนต่อไป

ขอเชิญร่วมสืบสานความงดงามของประเพณีไทย พร้อมมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สายน้ำและสิ่งแวดล้อม เพื่อคงไว้ซึ่งความงดงามของประเพณีไทยควบคู่กับความยั่งยืนของแม่น้ำเจ้าพระยา พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM 300 ท่านแรก รับ Siam Gift Card มูลค่า 300 บาท เมื่อแต่งชุดไทยมาร่วมงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา  ในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : ICONSIAM หรือโทร.1338

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ พร้อมพันธมิตร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ อุทิศถวายพระราชกุศล และน้อมถวายความอาลัย สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ พร้อมพันธมิตร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ อุทิศถวายพระราชกุศล และน้อมถวายความอาลัย สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ พร้อมพันธมิตร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ อุทิศถวายพระราชกุศล และน้อมถวายความอาลัย สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.51 น.

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นำโดยกรรมการบริษัท คณะผู้บริหารและพนักงานบริษัท ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร้านค้า ผู้เช่าภายในศูนย์การค้าฯ พร้อมใจกัน ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 93 รูป เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร (7 วัน) จากนั้น ได้ร่วมกันน้อมฯ ถวายความอาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณพาร์ค พารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ตามที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการ ผู้บริ หาร และพนักงาน กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐและเอกชน และประชาชน ร่วมน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยด้วยความจงรักและภักดีอย่างสุดจะพรรณา และรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยวิริยอุตสาหะในทุก ๆ ด้าน เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตราธิราชเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐมาตลอดรัชสมัย พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญและศูนย์รวมใจของไทยทั้งชาติ ตลอดระยะเวลาที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงเสียสละและอุทิศพระชนม์ชีพเพื่อพระราชภารกิจต่าง ๆ  อันนำมาสู่ความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ กลุ่มสยามพิวรรธน์ ได้ตั้งจุดลงนามถวายความอาลัย ณ ชั้น M สยามพารากอน  ชั้น G อาคารสยามพิวรรธน์ทาวเวอร์ รวมถึงบริเวณริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ชั้น M ทางเชื่อมรถไฟฟ้าไอคอนสยาม และ ชั้น M Event Space ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างชาติได้ร่วมน้อมฯ ถวายความอาลัย โดยกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ทั้งคณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทได้ร่วมใจแต่งกายไว้ทุกข์ น้อมฯ ถวายความอาลัย นับตั้งแต่วันที่ 25ตุลาคม 2568 เป็นระยะเวลา 30 วัน

สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ได้จัดฉายสารคดีพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ บนจอต่างๆ ภายในศูนย์การค้าฯ ด้วยสำนึกในน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรม พระวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถในทุกด้าน รวมถึงความเสียสละในการทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย และเพื่อความเจริญมั่นคงของประเทศตลอดพระ ชนม์ชีพ โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (NBT) และ สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น (TNN)

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ขอน้อมนำพระราชจริยวัตรและพระราชปณิธานอันทรงคุณค่ามาเป็นแนวทางในการดำเนินกิจการ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานแห่งความดีงาม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบขนมขบเคี้ยวของว่าง ผ่านให้สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชน ในพิธีสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้เข้ามอบขนมขบเคี้ยวซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากบุก จำนวน 200 ลัง (72,000 ซอง) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก คุณสราญจิต หวัง กรรมการบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาร่วมงานถวายสักการะฯ ณ บริเวณงาน โดยมี นางอัจฉรา เกษมวัฒนา รองเลขาธิการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นผู้รับมอบ ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย

หลังจากนั้น ทางมูลนิธิฯ ได้ลงพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง จัดเลี้ยงอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี

โดยประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า ตนเองและทีมงานขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรตลอดมา พร้อมกับเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละการทำงานเพื่อประเทศชาติ ดังนั้น มูลนิธิฯ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ หัวใจบริสุทธิ์ พร้อมเป็นพลังเล็กๆ ในการร่วมทำความดีเพื่อส่วนรวมและเดินหน้าทำกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบสานพระราชปนิธานต่อไป

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดมหกรรมส่งเสริมสุขภาพ ครบรอบ 16 ปี รพ.จุฬาภรณ์ สร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดมหกรรมส่งเสริมสุขภาพ ครบรอบ 16 ปี รพ.จุฬาภรณ์ สร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดมหกรรมส่งเสริมสุขภาพ ครบรอบ 16 ปี รพ.จุฬาภรณ์ สร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.33 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดงาน “มหกรรมส่งเสริมสุขภาพ ครบรอบ 16 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน” ระ หว่างวันที่ 29 ถึง 31 ตุลาคม 2568 ณ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลด้วยพระปณิธานที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย และยกระดับคุณภาพการแพทย์ไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ภายในงานมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพครอบคลุมทั้ง 4 มิติ-กาย จิต สังคม และปัญญา พร้อมเสวนานวัตกรรมทางการแพทย์ อาทิ การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง, PRP รักษาข้อเข่าเสื่อมโดยไม่ผ่าตัด และเทรนด์อาหารเพื่อความยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีบริการตรวจสุขภาพฟรี จากทีมแพทย์และคลินิกเฉพาะทางของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รวมถึงนิทรรศการดูแลสุขภาพผู้สูงวัย ที่ให้ความรู้ในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคสังคมสูงอายุ ผู้เข้าร่วมยังสามารถรับ ต้นไม้และสมุนไพรฟรีวันละ 250 ต้น เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยธรรมชาติ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ภายในงานแบ่งออกเป็น 7 โซนสุขภาพ เช่น SX Food, Exercise, CRA Innovation, Health & Wellness, Green Volunteer, Active Aging และ Space Age “เสืออวกาศ” จำหน่ายผลิตภัณฑ์การกุศล สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต พร้อมกิจกรรมพิเศษ CRA Charity Run ครั้งที่ 5” รูปแบบ Virtual Run ผ่านแอป Calories Credit Challenge โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับเสื้อวิ่งลายภาพฝีพระหัตถ์ “เสืออวกาศ” และเหรียญที่ระลึกและนิทรรศการภาพวาดฝีพระหัตถ์ “จักรวาลแห่งน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” จัดแสดง ณ ชั้น 1 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน ให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะและการแพทย์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอเชิญประชาชนร่วมกิจกรรมดีๆ เพื่อสุขภาพกายใจที่ยั่งยืน และร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 16 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ระหว่างวันที่ 29 ถึง 31 ตุลาคมนี้ ณ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ทาง LINE Official โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพียงเพิ่มเพื่อน @chulabhornhospital

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนเชื้อสายจีนในเมืองไทย จากเสื่อผืนหมอนใบสู่เศรษฐีพันล้าน

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนเชื้อสายจีนในเมืองไทย จากเสื่อผืนหมอนใบสู่เศรษฐีพันล้าน

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ คนเชื้อสายจีนในเมืองไทย จากเสื่อผืนหมอนใบสู่เศรษฐีพันล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คนไทยในประเทศไทยนั้น ประกอบด้วยคนหลายชนชาติหลายวัฒนธรรม   หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งคือ “คนเชื้อสายจีน” ซึ่งมีรากเหง้ามาจากเมืองท่าต่าง ๆ ในจีนตอนใต้ เช่น แต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน แคะ และไหหลำ โดยมีการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา      

ในปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรคนไทยเชื้อสายจีนประมาณ 9 ล้านคนส่วนมากจะเป็นเชื้อสายแต้จิ๋วประมาณร้อยละ 56 รองลงมา ได้แก่ แคะ(ฮากกา) ร้อยละ 16, ไหหลำ ร้อยละ 11, กวางตุ้ง ร้อยละ 7, ฮกเกี้ยน ร้อยละ 7, และอื่น ๆ ร้อยละ 12

ชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว มีนิสัยรักพวกพ้อง   เจ้าระเบียบ ประณีต ละเอียดอ่อน  ไม่มักง่าย  เป็นกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนที่มีจำนวนมากที่สุด   อพยพมาจากพื้นที่ใกล้เมืองซัวเถา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา   โดยพระเจ้าตากสินทรงมีเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว   อยู่กันมากที่กรุงเทพและเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทย        เช่น  ตระกูล โสภณพนิช (ธนาคารกรุงเทพ)   สิริวัฒนภักดี (เบียรช้าง)  จึงรุ่งเรืองกิจ (ไทยซัมมิต)

ชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน  เชี่ยวชาญการค้าขายต่างประเทศทางเรือ อยู่กันมากทางภาคใต้ โดยเฉพาะที่ภูเก็ต ระนอง ชุมชนฮกเกี้ยนในกรุงศรีอยุธยาอยู่ใกล้ป้อมเพชร ตรงข้ามวัดพนัญเชิง    ส่วนชุมชนชาวฮกเกี้ยนในกรุงเทพฯอยู่บริเวณตลาดน้อย ใกล้ศาลเจ้าโจวซือกง  เช่น ตระกูล  ณ ระนอง หลีกภัย   ทวีสิน  ซอโสตถิกุล (ซีคอน)  ภิรมย์ภักดี (เบียรสิงห์)  ศรีวัฒนประภา(คิงพาเวอร์)

คนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง (Cantonese)  มาจากบริเวณเมืองกวางโจว มีลักษณะนิสัยที่สรุปเป็นอักษรจีน 4 ตัว ว่า “乐天务实” หมายถึง “เบิกบาน ปฏิบัตินิยม” มุ่งเรื่องผลประโยชน์ หรือคุณโทษที่จะเกิดกับตนมาก มีความเบิกบานง่ายๆ ไม่ติดกรอบ ปรับตัวตามสถานการณ์เก่งและรวดเร็ว  มีไหวพริบดี… นิยมอาศัยอยู่ในกรุงเทพแถบถนนสาทร  บางรัก ตรอกซุง ตรอกไก่   จังหวัดตรัง  ภูเก็ต   นิยมเป็นช่างฝีมือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ช่างซ่อมนาฬิกา ค้าทองคำ เจ้าของภัตตาคาร ขายพวกขนมจีบ ติ่มซำ    หมูย่าง  เช่น ตระกูล  ชาญวีรกูล  โอสถานุเคราะห์   โชควัฒนา

คนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ (Hainanese) มาจากเกาะไหหลำ  นิสัยขี้เล่น ฉลาด  เอาเรื่องเล่นมาเป็นงานได้  ตรงไปตรงมา ไม่ทะเยอทะยาน  รักเสรี สนุกสนาน ใจกล้า  เชื่อมั่นในคนเอง ชอบฉวยโอกาสเอาประโยชน์เฉพาะหน้า   ชอบโก้ รักหน้าตา  แต่งตัวดี วางตัวภูมิฐาน    ใจกว้างแต่ไม่ยอมเสียเปรียบใคร    อยู่กันมากที่เกาะสมุย  เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี  นครสวรรค์  พิจิตร  ลำปาง  ชำนาญทางร้านอาหาร และโรงงาน   จีนไหหลำในเมืองไทยชอบทำธุรกิจค้าไม้ โรงเลื่อย  ร้านอาหาร  โรงแรมเช่น ตระกูลจิราธิวัฒน์ (ห้างเซ็นทรัล)  อยู่วิทยา (กระทิงแดง)

คนไทยเชื้อสายจีนแคะ   หรือ ฮากกา (Hakka客家)  สืบเชื้อสายมาจากชาวฮั่นโบราณ   มีนิสัยเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว   ตรงไปตรงมา  ไม่ชอบพิธีรีตอง  ชอบทำการเกษตร ทำนา รับราชการ   มีนิสัย ประหยัดมัธยัสถ์ กล้าหาญ เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ใฝ่ศึกษาทั้งบุ๋นและบู๊ วัฒนธรรมเรียบง่าย หนักแน่น สมถะ  ชอบทำอาชีพหัตถกรรม เหมืองแร่   เช่น ตระกูลลีนุตพงษ์

คนไทยเชื้อสายจีนฮ่อ   ส่วนใหญ่มาจากยูนนาน  บางส่วนนับถืออิสลาม   เดินทางมาค้าขายทางบกด้วยม้าต่างจากยูนนานผ่านประเทศลาวและเมียนมาร์ ชาวจีนฮ่อส่วนหนึ่งคือกลุ่มทหารกองพล 93 ที่ลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทยในพื้นที่ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งแม้ในช่วงแรกจะถูกมองว่าเป็นชนกลุ่มน้อย แต่บุตรหลานของทหารกลุ่มนี้ก็ได้กลายเป็นพลเมืองไทยที่เข้มแข็ง  มีมากที่เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง  พะเยา  เช่น พวกสกุล  นิมมานเหมินทร์

ในสมัยสุโขทัย มีการค้าขายกับจีนผ่านเส้นทางบก ทะเลและแม่น้ำ  โดยคนจีนยูนนานและกวางสีผ่านแม่น้ำโขงและข้ามภูเขา     ทางทะเลผ่านเมืองท่าที่เชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ เช่น เมืองฟูเจี้ยนและแต้จิ๋ว ซึ่งส่งสินค้าจีนมายังสุโขทัย เช่น ผ้าไหม เครื่องเคลือบดินเผา และสมุนไพร ในขณะเดียวกันก็มีคนจีนบางส่วนเดินทางทางเรือเข้ามาเป็นพ่อค้าและแรงงาน โดยตั้งถิ่นฐานในเมืองท่าภาคใต้  เช่น ภูเก็ตและสงขลา

เมื่อเข้าสู่สมัยอยุธยา การค้าระหว่างประเทศเฟื่องฟูอย่างมาก โดยเฉพาะในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการตั้ง “โกษาธิบดี” เพื่อดูแลกิจการต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการค้ากับจีนด้วย     คนจีนจากแต้จิ๋วและฮกเกี้ยนเริ่มเข้ามาตั้งรกรากในอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณ ประตูจีน  และคลองนายก่าย  ซึ่งเป็นย่านการค้าสำคัญกลางเมืองหลวง

สมัยกรุงธนบุรี   คนจีนมีบทบาทมากขึ้น   เพราะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว (ซัวเถา) จังหวัดแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง โดยพระราชบิดา คือ นายไหฮอง โดยสารเรือสำเภาจากหมู่บ้านอูเอียตี้  ตำบลหัวฟู่ อำเภอเฉิงไห่ เข้ามายังประเทศไทยในช่วง สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พ.ศ. 2277 มีภรรยาเป็นคนไทยชื่อนกเอี้ยง   ประกอบอาชีพค้าขายที่คลองสวนพลูและเป็นนายอากรบ่อนเบี้ยในกรุงศรีอยุธยา  พระเจ้าตากสินทรงใช้คนจีนหลายคนเป็นทหารในการกอบกู้ชาติไทย   เช่น พระยาราชาเศรษฐี (เฉิน เหลียน)  พระยาพิชัยไอศวรรย์ (หยาง จิ้นจง)  หลวงพิพิธ(ทหารจีนถือง้าว)  พ.ศ. 2324  สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงส่งทูตคือเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราชและนายมหานุภาพ ไปเฝ้าพระเจ้ากรุงจีนที่ปักกิ่งผ่านกวางตุ้งโดยเรือสำเภา 11 ลำ  ที่บันทึกไว้ในจดหมายเหตุจีน

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเฉพาะในรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5 ซึ่งตรงกับสมัยราชวงศ์ชิง ที่คนมองโกลครองอำนาจ    คนจีนจำนวนมากที่ไม่ชอบพวกมองโกล หลั่งไหลเข้ามายังกรุงเทพฯด้วยเรือใบสำเภาแล้วต่อมาเปลี่ยนเป็นเรือกลไฟ       ตั้งบ้านเรืองอยู่บริเวณที่ต่อมาใช้เป็นพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพฯ   โดยให้คนจีนที่อยู่แต่ก่อนย้ายไปที่สำเพ็ง

การถลุงเหล็กที่บ้านท่าซุง สมัย ร.2 มีชาวจีนมาตั้งโรงถลุงเหล็กที่บ้านท่าซุงและ เมืองสรรคบุรีใกล้บ้านสะแกกรังจ.อุทัยธานี (ริมแม่น้ำสะแกกรัง ใกล้วัดจันทาราม ท่าซุง และโรงเรียนวัดท่าซุง ) ต่อมาพบเหรียญ ซุ่นจื๊อทงเป่า  เงินพดด้วง  และตะกรันเหล็ก บริเวณดังกล่าว     ช่วงปลายรัชกาลที่ 3 แท่งเหล็ก เป็นสินค้าส่งออกของสยามที่มูลค่าอยู่ใน ลำดับที่ 9 ส่วนใหญ่ส่งไปจำหน่ายบริเวณหมู่เกาะมลายู กัมพูชาและญวน แต่ต่อมาได้เลิกกิจการ        บาทหลวงปาลเลอกัวซ์(Jean-Baptiste Pallegoix) สมัยรัชกาลที่ 4 ได้กล่าวถึง กิจการถลุงเหล็กของชาวจีนในหนังสือ“เล่าเรื่องกรุงสยาม” ตอนหนึ่งว่า “.. คนไทยเอาเรือไปบรรทุกแร่เหล็ก  แล้วนำเอาไปขายด้วยราคาถูกๆให้แก่โรงถลุงเหล็กของคนจีน ซึ่งทำงานกันทั้ง กลางวันกลางคืนมีคนงานตั้ง ๕๐๐ถึง ๖๐๐ คน หล่อเป็นแท่งหนา ๆ ส่งเข้ามาบางกอกทุกวัน… ขึ้นไปเหนือ ชัยนาท ๑๕ ลิเออจะถึงท่าซุงอันเป็นเมืองคนจีนล้วน ๆ ตั้งอยู่ปากน้ำซึ่งไหลมาจากทางทิศตะวันตก …. พวกจีนมีเตาหล่อราว ๑๒ เตา สำหรับหล่อเหล็กซึ่ง มีอยู่เป็นอันมากในแถบนั้น เหล็กหลอมที่ได้จากเตาเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะพอใช้ในราชอาณาจักรเท่านั้น ยังเหลือ ส่งเป็นสินค้าขาออกอันสำคัญได้อีกด้วย…. นอกจากตั้งโรงงานถลุงเหล็กแท่งเพื่อ ส่งออกแล้ว ชาวจีนในกรุงเทพฯ ยังได้ตั้งโรงงานตีและหล่อเหล็กเป็นเครื่องใช้เช่น กระทะ  ถัง  มีด จอบ เสียม เหล็กเเบน เหล็กคานกระทะ ตะปู และโซ่เหล็ก เป็นต้น”

พ.ศ. 2391 สมัยรัชกาลที่ 3   เกิดกลุ่มอั้งยี่ชาวจีน “ก๊กเว่งท่ง” ที่ฉะเชิงเทรา ค้าฝิ่นเถื่อนและปล้นสะดม สังหารเจ้าเมือง พระยาวิเศษฤาชัย   ต้องส่งทหารนำโดยเจ้าพระยาบดินทร์เดชา(สิงห์ สิงห์เสนี) ไปปราบ จับหัวหน้าอั้งยี่ไปประหารที่วัด  ทำให้มีคนเสียชีวิตราว 3,000 คน

ในยุครัชกาลที่ 5 คนจีนเริ่มกลมกลืนกับสังคมไทยมากขึ้น โดยมีการแต่งงานข้ามเชื้อชาติ และเริ่มใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ลูกหลานคนจีนเริ่มเข้าสู่ระบบการศึกษาไทย และบางส่วนได้รับตำแหน่งราชการ เช่น ขุนนาง นักการเมือง และนักธุรกิจที่มีอิทธิพล มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในยุคต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรม คนจีนจากกวางตุ้ง และไหหลำเริ่มมีบทบาทในกิจกรรมเศรษฐกิจที่หลากหลาย เช่น  โรงสี   โรงเลื่อย   โรงงานน้ำตาล   และธุรกิจการพนัน รวมถึงหวย กข และการค้าฝิ่น  ชาวจีนเป็นผู้รับจ้างขุดคลองภาษีเจริญ  และกรรมกรก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคมโดยใช้หินอ่อนจากเมืองคาราร่าของอิตาลี

พ.ศ.2432 สมัยรัชกาลที่ 5  ขณะนั้นธุรกิจการค้าข้าวไปต่างประเทศเฟื่องฟู มีการนำชาวจีนมาเป็นกรรมกรแบกกระสอบข้าวสารลงเรือจำนวนมาก  พวกแต้จิ๋วจากเมืองซัวเถารวมกลุ่มชื่อ “ตั้งกงสี”  พวกฮกเกี้ยนจากเมืองเอ้หมึง รวมกลุ่มชื่อ “ซิวลี่กือ” เกิดทะเลาะยกพวกตีกันกว่าพันคน ที่หลังโรงสีปล่องเหลี่ยมหลังห้างวินเซอร์  ต้องใช้ทหารบกขึ้นรถรางและทหารเรือลงเรือไปปราบ ทหารยิงอั้งยี่ตายไป 10 คน จับได้ 800 คน ผูกหางเปียรวมกันไว้เป็นพวงๆ

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง คนจีนในไทยเริ่มมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีไทยลายคนมีเชื้อสายจีน เช่น นายชวน หลีกภัย ซึ่งคนเชื้อสายจีนจากจังหวัดตรัง รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งมีรากเหง้าจากตระกูลนักธุรกิจจีนชาวกวางตุ้ง สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของชาวจีนจากกลุ่มแรงงานและพ่อค้า สู่กลุ่มผู้นำทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ในด้านธุรกิจ คนจีนในเมืองไทยได้สร้างอาณาจักรเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ของตระกูลเจียรวนนท์ ซึ่งเริ่มต้นจากการค้าพืชผลเกษตรในเยาวราช สู่การเป็นกลุ่มธุรกิจระดับโลกที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร และเทคโนโลยี ทั้งยังมีเบียร์ช้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มที่เติบโตจากรากเหง้าของคนจีนตระกูลสิริวัฒนภักดีในไทยด้วย

ถนนเยาวราช  หนึ่งในชุมชนชาวจีนในกรุงเทพฯ

เมืองต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น ภูเก็ต หาดใหญ่ ชลบุรี และนครสวรรค์ กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนจีนที่มีบทบาทสำคัญในระดับภูมิภาค ที่ภูเก็ต และระนอง มีชาวฮกเกี้ยนที่เข้ามาทำเหมืองแร่ดีบุก ที่หาดใหญ่มีชาวแต้จิ๋วที่ทำธุรกิจค้าขายและโรงงานน้ำแข็ง ส่วนที่นครสวรรค์เป็นศูนย์กลางของโรงสีข้าวและการค้าส่งที่เชื่อมโยงกับภาคเหนือ

แม้ในอดีตจะมีความขัดแย้งและความหวาดระแวงต่อคนจีนในไทยสมัยลัทธิคอมมิวนิสต์ขยายผล เช่น การควบคุมโรงเรียนจีน การจำกัดสิทธิพลเมือง และการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมาย แต่ในปัจจุบัน คนไทยเชื้อสายจีนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยอย่างแนบแน่น โดยมีบทบาทในทุกระดับ ตั้งแต่แรงงานจนถึงผู้นำประเทศ

จากเสื่อผืนหมอนใบ ที่กลายเป็นธุรกิจหมื่นล้าน   คนไทยเชื้อสายจีนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการปรับตัว ความขยัน และความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง     บทบาทของคนจีนในเมืองไทยจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอดีต แต่เป็นเรื่องของอนาคตที่ยังคงเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับสังคมไทยในทุกยุคทุกสมัย.

โดย อาทร จันทวิมล

คุณแหน : 30 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 30 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 30 ตุลาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ปวงข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงาน หนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอน้อมกราบส่งเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้และพระราชจริยาวัตรอันทรงคุณแก่มวลพสกนิกร ธ สถิตในดวงใจไทยตราบนิจนิรันดร์..
  • ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวันเวลา 08.30-16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 2568 และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  ภายหลังจากการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวันเวลา 09.00-21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย. 2568..
  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ สุรพล โทณะวณิก ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(ผู้ประพันธ์เพลงไทยสากล) 2 พ.ย.17.30 น. ณ เมรุวัดธาตุทอง..1 พ.ย.18.00 น. มีพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ณ ศาลา 9..
  • คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) เข้าพบ แอนเดรีย อโบดี รมว.กระทรวงกีฬาและเยาวชนของอิตาลี ในโอกาสที่เดินทางไปตรวจความพร้อม การเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว มิลาน-คอร์ตินา 2026 โดย รมว.ฯ ยืนยันว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว สำหรับการแข่งขัน 6-22 ก.พ.ศกหน้า..
  • นพ.เกษียรสม-กนกรัตน์  วีรานุวัตติ์ ท่องยุทธภพชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามมากที่อุทธยานแห่งชาติ สึกาอิเคะ โตเกียว ญี่ปุ่น..
  • ประทุม รัตนาวะดี เป็นประธานงานฉลองสมรสหลานย่า ธารา รัตนาวะดี บุตร สานิต-ศิรินันท์ รัตนาวะดี กับ ปภาดา ตันติมาสกุล บุตรี พัชรพล-พิมลพรรณ ตันติมาสกุล 1 พ.ย.08.30 น. ที่รร.คาเปลล่า..
  • พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนีนาถ เปิดให้ประชาชนเข้าชมฉลองพระองค์สมเด็จพระพันปีหลวง งดงาม ทรงคุณค่าแห่งผ้าไทย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านศิลปหัตถกรรมและแฟชั่นของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านฉลองพระองค์และผ้าไทยอันทรงคุณค่า ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการ ชุดไทย: จากราชสำนัก สู่ราชนิยม ซึ่งรวบรวมฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบที่งดงามวิจิตรและนิทรรศการ สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ ที่นำเสนอฉลองพระองค์แบบไทยและแบบสากล ซึ่งตัดเย็บจากผ้าไทย ระหว่างปี 2503-2543 สะท้อนถึงความประณีตและพระอัจฉริยภาพในการทรงงานด้านศิลปหัตถกรรมไทย ..

น้อง