สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์รอบเยาวชน ‘เดอะ นัทแครกเกอร์’

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์รอบเยาวชน ‘เดอะ นัทแครกเกอร์’

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์รอบเยาวชน ‘เดอะ นัทแครกเกอร์’

วันศุกร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์รอบเยาวชน เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์”  (The Nutcracker)  โดยคณะโอเปราและบัลเลต์แห่งเมืองซามารา (Samara Opera and Ballet Theatre)  จากสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวราซีน่าร์ อูเบอรอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าฯรับเสด็จ

จากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการผู้มีอำนาจและประธานเจ้าหน้าที่สายงานสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตร  นางสาวราซีน่าร์ อูเบอรอย กรรมการผู้จัดการ ฯ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมโครงการเพื่อเยาวชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ 27 จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์รอบเยาวชน เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์”  (The Nutcracker)  โดยคณะโอเปราและบัลเลต์แห่งเมืองซามารา (Samara Opera and Ballet Theatre)  จากสหพันธรัฐรัสเซีย  

เมื่อจบการแสดง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้แทนนักแสดงและวาทยกร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานช่อดอกไม้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ  สมควรแก่เวลา  จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญและทรงพระเมตตาต่อเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส  ในการนี้  พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เด็กเหล่านั้นได้ร่วมรับชมการแสดงบัลเลต์ เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์” (The Nutcracker) ซึ่งเป็นการได้รับชมครั้งแรกของเด็กๆ หลายคน  นำเสนอเรื่องราวที่เป็นอมตะ ครองใจผู้ชมทั่วโลก โดยคณะนักแสดงที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน อันจะเป็นการสร้างประสบการณ์อันล้ำค่าต่อไป  ในโอกาสนี้  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารแก่เด็กและเยาวชนที่ร่วมรับชมการแสดง ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program)  เป็นส่วนสำคัญของมหกรรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 27 เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้เปิดโลกทัศน์แห่งงานศิลปะ  ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของเสียงดนตรีและการเต้นรำ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการ และปลูกฝังความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง  และตระหนักในความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะทำให้ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้จริงเสมอ อีกทั้ง เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยผ่านศิลปะการแสดงและดนตรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ

การแสดงบัลเลต์ เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์” (The Nutcracker) นำเสนอเรื่องราวแห่งเวทมนตร์ในค่ำคืนคริสมาสต์ที่เป็นอมตะ และครองใจผู้ชมทั่วโลก โดยผู้แสดงจากคณะโอเปราและบัลเลต์แห่งเมืองซามารา (Samara Opera and Ballet Theatre)  หนึ่งในคณะบัลเลต์ชั้นนำที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจากสหพันธรัฐรัสเซีย  และบรรเลงดนตรีโดยวงมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ฯ (Royal Bangkok Symphony Orchestra)  โดยมีนายเยฟกินี โคลว์คลอฟ (Mr. Evgeny Khokhlov) เป็นวาทยกร ผู้อำนวยเพลง

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้มอบโอกาสให้เยาวชนกว่า 6,000 คน รวมถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลาย อาทิ เวิร์กช็อป มาสเตอร์คลาส และชมการแสดงระดับโลก เพื่อปลูกฝังความชื่นชอบในศิลปะการแสดง นาฏศิลป์ และดนตรี พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และเสริมสร้างสมาธิ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล โดยในปีนี้มีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 800 คน จาก 39 โรงเรียน/หน่วยงาน จากทั่วประเทศ

ราซิน่าร์ อูเบรอย บาจาจ Managing Director of Bangkok’s International Festival of Dance & Music กล่าวว่า “เป้าหมายของมหกรรมไม่ใช่เพียงการนำการแสดงระดับโลกมาให้ชมเท่านั้น แต่คือการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยเห็นคุณค่าและพลังของศิลปะการแสดง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยผ่านศิลปะการแสดงและดนตรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ การแสดง เดอะ นัทแครกเกอร์ รอบพิเศษในปีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสพลังของศิลปะและเห็นว่าความงดงามบนเวทีสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริง”

เด็กหญิงนิภาพร ชานณรงค์ อายุ 15 ปี จากโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย เล่าว่า “รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้ชมการแสดงในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการชมบัลเลต์ครั้งแรก หลังจากที่ติดตามมานาน ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจในการแสดงและแรงพลักดันให้ตัวเองก้าวไปสู่ระดับโลกในอนาคต”

เด็กชายเจริญสุข เกรียงไกรวารี อายุ 13 ปี จากโรงเรียนโสตนครปฐม ที่ถึงแม้จะมีปัญหาในการได้ยิน แต่เล่าด้วยแววตาเป็นประกายว่า “ชอบการแสดงครั้งนี้มาก เป็นครั้งแรกที่ได้ชมการแสดงที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ทั้งฉากที่สวยงาม นักแสดงที่เก่งกาจและเรื่องราวที่สนุกสนาน ทำให้ผมมีความสุขเป็นอย่างมาก ขอบคุณที่มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้กับผมและเพื่อนๆ ได้มาสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกเช่นนี้

การแสดงบัลเลต์ เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์” (The Nutcracker) นำเสนอเรื่องราวแห่งเวทมนตร์ในค่ำคืนคริสมาสต์ที่เป็นอมตะ และครองใจผู้ชมทั่วโลก โดยผู้แสดงจากคณะโอเปราและบัลเลต์แห่งเมืองซามารา (Samara Opera and Ballet Theatre)  หนึ่งในคณะบัลเลต์ชั้นนำที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจากสหพันธรัฐรัสเซีย  และบรรเลงดนตรีโดยวงมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ฯ (Royal Bangkok Symphony Orchestra)  โดยมีนายเยฟกินี โคลว์คลอฟ (Mr. Evgeny Khokhlov) เป็นวาทยกร ผู้อำนวยเพลง

‘อาบป่า ห่มดิน รักษ์สิ่งแวดล้อม’ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา

‘อาบป่า ห่มดิน รักษ์สิ่งแวดล้อม’ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา

‘อาบป่า ห่มดิน รักษ์สิ่งแวดล้อม’ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา

วันศุกร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย เดินหน้าสืบสานพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จัดโครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 56 ภายใต้แนวคิด “อาบป่า ห่มดิน รักษ์สิ่งแวดล้อม” ณ เขื่อนศรีนครินทร์ และอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี

ดร.ประเสริฐ ปิ่นงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำและสิ่งแวดล้อม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และเข้าใจศาสตร์พระราชา ผ่านการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการทำกิจกรรมจิตอาสาอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยได้ผสานหลักการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงเข้ากับการฟื้นฟูสมดุลทางกายและใจ อันเป็นคุณค่าที่สอดคล้องกับแนวทางพระราชดำริในทุกมิติ

กิจกรรมที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในครั้งนี้ คือ “Forest Bathing – ชินรินโยกุ” หรือการ “อาบป่า” ซึ่งเน้น การใช้ประสาทสัมผัสทั้งหกเพื่อเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ผู้เข้าร่วมจะได้ซึมซับพลังจากป่าไม้ เสียงสายน้ำ และสายลม เพื่อคลายความตึงเครียด ฟื้นฟูสมาธิ และเสริมสร้างพลังใจ การอาบป่าในครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางความสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดยมี ดร.ประเสริฐ ปิ่นงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำและสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดความรู้ และแนะนำวิธีปฏิบัติ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงแก่นแท้ของการเยียวยาจากธรรมชาติ

วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการครั้งนี้ถือเป็นการพาผู้คนกลับคืนสู่ธรรมชาติ ผ่านการอาบป่า ก้าวเดิน และเรียนรู้จากเสียงแห่งสรรพสิ่งรอบตัว ไม่เพียงเป็นการพักผ่อนหรือฟื้นฟูสุขภาพ แต่ยังเป็นบทเรียนจากศาสตร์พระราชาที่ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์กับธรรมชาติต้องอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล การเคารพธรรมชาติ คือการเคารพชีวิต และการรักษ์สิ่งแวดล้อม คือการรักษาอนาคตของพวกเราทุกคน”

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไป สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง เฟซบุ๊ก: ตามรอยพระราชา – The King’s Journey โดยผู้เข้าร่วมทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเองและต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภาได้

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล (BCC 115) ประทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน BCC กอล์ฟการกุศลประจำปี 2025 จัดโดย สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 10 พ.ย. ณ สนามกอล์ฟ ราชพฤกษ์ คลับ The North Park..
  • อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.อำนาจเจริญ เป็นประธานเปิด “โครงการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง” เพื่อเสริมสุขภาพประชาชน สร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยมี พนัส พันธุ์วรรณ ให้การต้อนรับ มี ปชช.ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน..
  • ดีป้า ประกาศผล Smart City Solutions Awards 2025 เผยโฉมดาวเด่นเมืองอัจฉริยะ ยินดีกับทุกผลงานที่ได้รับรางวัล สุดยอดโซลูชันจากหน่วยงานทั่วไทยที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและบริการสาธารณะให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น ซึ่งให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยมีผู้ได้รับรางวัลระดับดีเลิศ ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ คือ ระบบการบริหารจัดการขยะเศษอาหารจากสถานประกอบการ โดยเทศบาลเมืองแม่เหียะ จ.เชียงใหม่ รางวัลระดับดีเลิศด้านการบริหารภาครัฐอัจฉริยะ คือ ระบบขออนุญาตก่อสร้างและควบคุมอาคารอัจฉริยะโดยเทศบาลตำบลบ้านกลาง จ.ลำพูน และบจ.เบดร็อค อนาไลติกส์ รางวัลระดับดีเลิศด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะ คือ การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและคัดกรองนักเรียน (App.CARE) โดยเทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น..
  • อนุวัตร เฉลิมไชย ชวนมิตรสหายมาสังสรรค์ พร้อมฉลองให้กับ โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ Chief Brand and Media Officer ของ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น งานนี้ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ดร.ตุลย์ วงค์ศุภสวัสดิ์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, สมพร มาอุทธรณ์, จินตนา อุดมทรัพย์, ชนิต สุวรรณพรินทร์, มณฑิรา ลิมปนารมณ์, ศักดิ์ชัย เรืองกิตติกุล,ชนิต สุวรรณพรินทร์ ร่วมด้วย..
  • เผด็จ เจริญศิวกรณ์ วันเกิดพาครอบครัวไปร่วมฉลองที่พัทยาพร้อมร่วมทำบุญช่วยคนพิการของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ..
  • หลังกลับจากทริปซินเจียงไม่นาน รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ ก็ไปเยี่ยมหลานที่เมืองมาดริด โดยมี สุขสันต์ อัครวงศธร และ ภัทธิรา หาญสกุล หลบลมฝนไปสัมผัสอากาศเย็นๆพร้อมชมเมืองเก่าหลายเมืองในสเปน 15 วัน..
  • ข่าวน่ายินดีของ สุเมธ-ชื่นใจ สุรบถโสภณ ที่ลูกชาย สิทธิธัช สุรบถโสภณ จะฉลองมงคลสมรสกับ ซัมหยู โจว บุตรี เดสมอนด์ ถัง และ เชิ่น ไต้ ลี่ 19 ตค. 17.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม รร.โฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ..
  • สินชัย ลือสุขประเสริฐ วันเกิดปีนี้ฉลองอยู่บ้านกับลูกๆอย่างอบอุ่นและตั้งใจจะเริ่มออกกำลังกายเป็นประจำอย่างจริงจัง..
  • อนุโมทนาบุญกับกฐินสามัคคี EGCO Group ที่ไปทอดถวาย ณ วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่..

น้องใหม่

MOU พลิกโฉม ‘สนามมวยเวทีลุมพินี’ สู่ศูนย์กลางกีฬาและความบันเทิงแห่งเอเซีย

MOU พลิกโฉม 'สนามมวยเวทีลุมพินี' สู่ศูนย์กลางกีฬาและความบันเทิงแห่งเอเซีย

MOU พลิกโฉม ‘สนามมวยเวทีลุมพินี’ สู่ศูนย์กลางกีฬาและความบันเทิงแห่งเอเซีย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.56 น.

“ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี” ลงนามสัญญาความร่วมมือกับ “บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด” เพื่อร่วมกันยกระดับ “สนามมวยเวทีลุมพินี” ให้มีความทันสมัยและได้มาตรฐานในระดับสากล โดยการลงนามในครั้งนี้ได้ พลโท พงศ์ชาติ  กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกมวยไทยลุมพินี ได้ลงนามความร่วมมือ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี ให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมด้านกีฬามวย และความบันเทิงที่สามารถรองรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ สอดรับกับวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนมวยไทยสู่เวทีโลก พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

พลโท พงศ์ชาติ  กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกมวยไทยลุมพินี เปิดเผยว่า การยกระดับสนามมวยเวทีลุมพินีในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่มีจุดประสงค์สำคัญ คือการสืบสานมรดกมวยไทย อันเป็นมกดกทางวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่กับการเสริมศักยภาพของประเทศไทยในด้านกีฬามวย บันเทิง และการท่องเที่ยว ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม และยังเปิดกว้างให้กับโปรโมเตอร์มวย และผู้จัดกิจกรรมทุกรูปแบบเข้ามาร่วมพัฒนา และใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างเต็มศักยภาพ ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยผลักดันกีฬามวยไทยในระดับประเทศแต่ยังเป็นการผลักดันมวยไทยสู่เวทีโลก ให้ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เป็นการสร้างโมเดลใหม่ในการใช้พื้นที่สนามมวยเวทีลุมพินีให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ทั้งทาง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างแท้จริงอีกด้วย

โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด และศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับสนามมวยลุมพินีสู่การเป็นศูนย์กลางกิจกรรมด้านกีฬามวย และกิจกรรมความบันเทิงระดับโลก (Global Sports & Entertainment Hub) ครบวงจร ทั้งนี้สนามมวยลุมพินีในรูปแบบใหม่จะสามารถรองรับกิจกรรมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น(Sport Entertainment Complex) ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันมวยไทยในระดับประเทศและระดับโลก คอนเสิร์ตและงานเอ็นเตอร์เทนเมนต์ กีฬามวยอาชีพและอีสปอร์ต งานแสดงสินค้า นิทรรศการ กิจกรรมสาธารณะ กิจกรรมเพื่อสังคม และโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกันโครงการนี้ยังมุ่งเชื่อมโยงระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว กีฬา และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก พร้อมส่งเสริมรายได้กลับคืนสู่สวัสดิการของกำลังพลกองทัพบกอย่างยั่งยืน

คุณครองขวัญ เลิศจารุอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด  เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ของผู้ชมและผู้ใช้บริการ ผ่านความร่วมมือกับศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี เพื่อพัฒนา “สนามมวยเวทีลุมพินี” และพื้นที่โดยรอบให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลทั้งในด้านกีฬาและความบันเทิง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยและการบริหารจัดการมาตรฐานสากล ภายใต้ความร่วมมือนี้ครอบคลุมการพัฒนาในหลากหลายมิติ อาทิ ระบบแสง สี เสียง และเทคโนโลยีถ่ายทอดสดที่ทันสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่สมบูรณ์แบบ ระบบสื่อโฆษณาและพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ระบบจำหน่ายบัตรทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกีฬา การแสดง หรืออีเวนต์ระดับนานาชาติ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะไม่เพียงยกระดับสนามมวยเวทีลุมพินีและวงการมวยไทยสู่ระดับโลก แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็น จุดหมายปลายทางด้านกีฬาและความบันเทิงระดับภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง

คณะเยาวชนโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 45 เรียนรู้แนวคิด Rapartment Store พร้อมต่อยอดธุรกิจในพื้นที่ภูมิลำเนา จุดประกายพลังเยาวชนเพื่อการพัฒนาชุมชน

คณะเยาวชนโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 45 เรียนรู้แนวคิด Rapartment Store พร้อมต่อยอดธุรกิจในพื้นที่ภูมิลำเนา จุดประกายพลังเยาวชนเพื่อการพัฒนาชุมชน

คณะเยาวชนโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 45 เรียนรู้แนวคิด Rapartment Store พร้อมต่อยอดธุรกิจในพื้นที่ภูมิลำเนา จุดประกายพลังเยาวชนเพื่อการพัฒนาชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

คณะเยาวชน โครงการ “ สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 45 จากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 320 คน ได้แก่ จังหวัดปัตตานี นราธิวาส  สตูล  ยะลา และสงขลาเข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้ศึกษาแนวทางขับเคลื่อนชุมชน ผ่านนิทรรศการแห่งความยั่งยืน Sustainability Expo 2025 จัดโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดตัวเอง ภายในงานน้องๆ ได้พบกับนิทรรศการความยั่งยืนจากหน่วยงานชั้นนำของประเทศ พร้อมเรียนรู้แนวทางการดำเนินการ Repartment Store เพื่อสร้างคุณค่าให้กับ “สิ่งของของนอกสายตา” เพื่อส่งต่อสิ่งของที่เราไม่ได้ใช้แล้ว ส่งต่อผู้ที่ยังต้องการสิ่งของนั้น ทำให้เกิดระบบหมุนเวียนทรัพยากรที่ทรงคุณค่าก่อให้ประโยชน์กับทุกคนทั้งผู้ให้และผู้รับซึ่งสามารถนำของเหล่านั้นกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้และยังเป็นการลดปริมาณของเหลือทิ้งให้กับโลก อีกทั้งยังได้รับความรู้ ประสบการณ์และการสร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำธุรกิจจากนักศึกษา โครงการ Beta Young Entrepreneur  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ได้มาแบ่งปันเรื่องราวการทำธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งในระหว่างทางมีการพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดจนสามารถนำมาเป็นอาชีพได้ เพื่อประโยชน์ให้น้องๆ นำกลับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้อย่างยั่งยืนต่อไป 

ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต เลขาธิการมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “โครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นดำริของท่านพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ โครงการนี้เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะนำเยาวชน อายุ 15-19 ปี มาเรียนรู้เรื่องพหุวัฒนธรรมให้มาได้ทัศนศึกษาได้มาเข้าค่าย ได้ประสบการณ์ทักษะการอยู่ร่วมกันของคนที่ต่างศาสนาเป็นคนไทยด้วยกัน แต่สา มารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็น นับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ  ศาสนาคริสต์ เขาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และคอยเกื้อกูลสนับสนุนกันได้อย่างดี ซึ่งจะเป็นประสบการณ์นำกลับไปพัฒนาภูมิลำเนาของเขา วัตถุประสงค์ของการที่นำพาน้องๆ มาเรียนรู้ในงาน SX2025 จะได้รับประ โยชน์มาก เพราะเรื่องความยั่งยืน เป็นเรื่องของการที่จะให้เรียนรู้ว่า ทำอย่างไรที่จะรู้จักเรื่องของความพอเพียง ทำอย่างไรที่จะรู้ว่า สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรานั้นสามารถที่จะทำอย่างไรในการช่วยกันดูแล เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีความสมดุล ยั่งยืน ก่อให้เกิดความรู้ เกิดความตระหนักในเรื่องของการที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ในทุกมิติ กิจกรรมมีการบรรยายจากนักศึกษา โครงการ Beta Young ที่จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้ให้กับน้องๆ เกี่ยวกับการทำมาค้าขาย ซึ่งเด็กก็ได้รับความรู้และนำไปต่อยอด รวมถึงเรื่องของ Repartment Store  ซึ่งในปีที่ผ่านมาน้องๆ ในโครง การได้นำความรู้และแนวคิดของตนเองไปดำเนินการที่โรงเรียน โดยเด็กๆ ได้ไปรวมตัวกันทำกิจกรรมและประสบความสำเร็จ พวกเราก็ส่งของที่เราไม่ได้ใช้แล้วไปให้ พวกเขาก็ไปดำเนินการตามหลักการ Repartment Store ได้เงินกลับมาก็เอาไปซื้อพวกสิ่งของ เช่น ผ้าอ้อม ไปให้ผู้ป่วยติดเตียง ดำเนินกิจการสาธารณประโยชน์ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นเด็กที่นับถือพุทธ นับถือคริสต์ นับถืออิสลามก็ทำด้วยกัน อันนี้คือเป็นสิ่งที่เด็กๆ เหล่านี้ได้นำความรู้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ สิ่งสำคัญได้ทำงานร่วมกันไม่มีความรู้สึกแตกแยก”    

คราวนี้เรามาฟังเสียงของน้องๆ จากปักษ์ใต้ในการเยี่ยมชมงานฯ ครั้งนี้ อัลมาติน เหมเภอ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การเดินทางครั้งนี้พวกเราเหนื่อยมากคะ แต่ด้วยโอกาสที่ได้รับเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก มาดูงานทำให้เราเห็นโลกทัศน์ เรากล้าที่จะแสดงออก กล้าถาม เจาะลึกและได้คำตอบที่เป็นประโยชน์มากได้ความรู้และประสบการณ์ที่ดี กลับไปใต้น้องก็จะนำความรู้ไปต่อยอดกับครอบครัวและชุม ชนที่น้องอยู่ โดยเฉพาะการนำของที่ไม่ใช้แล้วไปต่อยอดในทางสร้างสรรค์เป็นประโยชน์ เช่น เสื้อผ้า หนังสือ ของเล่นที่ไม่ใช้แล้วนำไปขายเป็นของมือสอง หรือบริจาคให้กับส่วนอื่นๆ เป็นการลดสิ่งของในบ้านสร้างความเป็นระเบียบให้กับครอบครัวอีกด้วย”

ด้านแนวคิดของหนุ่มใต้ วรัญญู ขวัญจุล โรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ได้แนวคิดจาก ศยามล หมุกแก้ว Beta Young Entrepreneur รุ่นที่12 ปี 3 คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในการทำธุรกิจเปิดร้านกาแฟในมหาวิท ยาลัยในขณะที่เรียนอยู่ “ต้องขอบคุณพี่ศยามลที่มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมในเรื่องการทำธุรกิจขายกาแฟ ให้คำแนะนำดีมาก พูดถึงจุดเริ่มต้น อุปสรรค การปรับตัวในการทำธุรกิจ การทำบัญชี การพัฒนาสูตร ทำการตลาดอย่างสร้างสรรค์ รู้สึกตรงใจมาก คิดว่าหากทำขายที่บ้านน่าจะขายดีเพราะทางใต้จะชอบกินกาแฟมาก คงเริ่มจากเปิดเป็นร้านเล็กๆ ขายในราคาไม่แพง คงจะช่วยกันทำในครอบครัว อีกอย่างผงกาแฟรสชาติอร่อยๆ ก็หาได้ไม่ยากในปัตตานี อยากให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มและอยากมีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเองครับ” คำกล่าวหนุ่มใต้ที่เต็มไปด้วยพลัง

ปัจจุบันเยาวชนที่ผ่านโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” มีจำนวนกว่าหมื่นคน กระจายอยู่ตามสาขาอาชีพต่างๆ ในพื้นที่ทั้งในภาครัฐและภาคเอก ชน และได้จัดตั้งเป็นสมาคมเยาวชนสานใจไทย สู่ใจใต้ ทำกิจกรรมร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่แสดงถึงการพัฒนา การสร้างเครือข่าย ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต เลขาธิการมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้”

ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต เลขาธิการมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้”

จับตา 11 โชว์ 11 ดีไซเนอร์แบรนด์ไทยชั้นนำ บนรันเวย์แฟชั่นวีคแห่งปี BIFW2025

จับตา 11 โชว์ 11 ดีไซเนอร์แบรนด์ไทยชั้นนำ บนรันเวย์แฟชั่นวีคแห่งปี BIFW2025

จับตา 11 โชว์ 11 ดีไซเนอร์แบรนด์ไทยชั้นนำ บนรันเวย์แฟชั่นวีคแห่งปี BIFW2025

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

สยามพารากอน เตรียมเปิดรันเวย์แฟชั่นวีคสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025” (BIFW2025) ภายใต้แนวคิด “FASHIONABLY EXTRAORDINARY” ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ที่เหนือความคาดหมาย พร้อมผลักดันศักยภาพดีไซเนอร์ไทยสู่สายตาโลกอีกครั้ง  จากสุดยอด 11 โชว์ ของ 11 ดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยชั้นนำ ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคม 2568 ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน

 “๒๗ FRIDAY Presented by TAT” (เทว็นตี้ เซเว่น ฟรายเดย์ พรีเซนเท็ด บาย ทีเอที) ภายใต้การออกแบบของ ชนะชัย จรียะธนา ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์  นำเสนอคอลเลกชัน “Made in Thailand” ที่นำมาตีความใหม่ จากความหมายเดิมที่ว่า “ผลิตจากประเทศไทย” มานำเสนอแฟชั่นที่ “ผลิตความรู้สึกของความเป็นไทย” โดยนำสัญลักษณ์ต่าง ๆ มาสื่อถึงความเป็นไทยในหลากหลายรูปแบบ

“37°c Thirty-seven degrees Celsius” (เทอร์ตี้ เซเว่น ดีกรี เซลเซียส) ผลงานการออกแบบโดย ชำนัญ ภักดีสุข ดีไซเนอร์ผู้คว่ำหวอดในวงการแฟชั่น นำเสนอความเรียบง่ายสไตล์ Equatorial Chic อันเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านคอลเลกชัน The Equator ที่เปลี่ยนสิ่งเรียบง่ายในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นแฟชั่นที่ไม่ธรรมดา

ASAVA (อาซาว่า) ผลงานการดีไซน์จาก พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ นำเสนอคอลเลกชัน Autumn/Winter 2025 “The Sentiment of Autumn” สื่อให้เห็นถึงแก่นแท้ของความสง่างามเหนือกาลเวลาตามแบบฉบับ ASAVA โดยถ่ายทอดความละเมียดละไมของฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนผ่าน เพื่อสะท้อนภาพของผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่เพียงมุ่งไขว่คว้าความสำเร็จ แต่ยังเคารพในตัวเอง

FLYNOW  (ฟลายนาว) โอต์กูตูร์ของไทยจาก สมชัย ส่งวัฒนา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ จะมาพร้อมคอลเลกชัน The Sea Mist ที่ได้แรงบันดาลใจจากทะเลฤดูหนาวในยามเช้า ท่ามกลางหมอกขาวที่จะเปิดประตูสู่จินตนาการและการเดินทางครั้งใหม่

ครั้งแรกของเวที BIFW 2025 ที่ได้แบรนด์กระเป๋าสุดเก๋อย่าง  FUNDAO (ฝันดาว) ภายใต้การออกแบบจาก ฝันดาว แบ้สกุล มาร่วมโชว์ พร้อมเผยโฉมคอลเลกชัน FUNDAO: Through the New Era ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติผ่านกระเป๋าที่ออกแบบให้มีความงดงามเรียบง่าย พิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อเฉลิมฉลองให้กับแฟชั่นที่ไร้กาลเวลา

Greyhound Original (เกรย์ฮาวด์ ออริจินัล) ภายใต้การนำของ เอกบุตร อุดมผล  นำเสนอคอลเลกชัน AUTUMN / WINTER 2025/26 ‘BODY OF WORK’  สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่สตูดิโอ ร่างสเก็ตช์ รวมถึงฉบับร่างที่ถูกทิ้งในฐานะ Unreleased Material เพื่อยกย่องความงดงามในความไม่สมบูรณ์แบบ และเศษเสี้ยวที่มักถูกมองข้าม กลายเป็นคอลเลกชันที่ตีความออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

ISSUE (อิชชู่) แบรนด์แฟชั่นไทยที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำโดย ภูภวิศ  กฤตพลนารา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง  นำเสนอคอลเลกชัน  “Made in Thailand”   โดยนำเสน่ห์ของผ้าไทยและหัตถศิลป์ท้องถิ่นมาเล่าความเป็นไทยในบริบทปัจจุบัน ผ่านการตีความใหม่ให้ร่วมสมัยและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

Leisure Projects (เลเชอร์ โปรเจค) ผลการออกแบบโดย ณัฐพล กนกวลีวงศ์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ นำเสนอคอลเลกชัน “Leisure Projects Fall Winter 2025 : Terra Mare ธรา มหาสมุทร” ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากการเชื่อมโยงระหว่างความแข็งแกร่งมั่นคงของผืนดิน และความอิสระพลิ้วไหวของท้องทะเล มารังสรรค์เป็นคอลเลกชันเสื้อผ้าอีกทั้งยังร่วมกับ Jaar Studio ออกแบบแอ็คเซสเซอรีสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อเติมเต็มลุคของเหล่า Leisurer ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

NAGARA (นาการา) แบรนด์ไทยระดับตำนาน ภายใต้การออกแบบของ นคร สัมพันธารักษ์ นำเสนอคอลเลกชันที่ยังคงดึงดูดใจเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ด้วยไอเท็มพริ้วไหว มาพร้อมลายพิมพ์แฝงจิตวิญญาณแห่งศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เป็นศิลปะบนผืนผ้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างทรงพลัง

PAINKILLER Atelier Presented by CITIZEN (เพนคิลเลอร์ อเตลิเยร์ พรีเซนเท็ด บาย ซิติเซน) ภายใต้การออกแบบโดย สิริอร เฑียรฆประสิทธิ์ นำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นแบรนด์ผ่านคอลเลกชัน ‘Embrace of Gaia’ ที่ออกแบบโดยผสานความอ่อนโยนเข้ากับความมั่นคง เปรียบเสมือนการกอดตัวเอง และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างแยบยล

หวนคืนรันเวย์อีกครั้งกับ PATINYA Presented by Merz Aesthetics  (ปฏิญญา พรีเซนเท็ด บาย เมิร์ซ เอสเธติกส์) โดย ปฏิญญา เกี่ยวข้อง ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์  นำเสนอคอลเลกชัน ‘From Skyline to Starlight’  นำแรงบันดาลใจผสมผสานเสื้อผ้า Day to Night มาถ่ายทอดผ่านมุมมองของเสื้อผ้าชั้นสูง พร้อม Gimmick และไอเท็มพิเศษ ซึ่งเป็นครั้งแรกของแบรนด์สำหรับโชว์ในครั้งนี้ สะท้อนแนวคิด Live A Better Look ที่ความรักตัวเอง ความมั่นใจ และความปลอดภัยผสานกันได้อย่างลงตัว

Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2025 (BIFW2025) เวทีแฟชั่นอันดับหนึ่งของประเทศและงานแฟชั่นยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดย สยามพารากอน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics), ธนาคารกสิกรไทย, ซิติเซน (CITIZEN), แมค คอสเมติกส์ ไทยแลนด์ (M.A.C Cosmetics) และ แอปโซลูท (ABSOLUTE) เป็นเวทีที่ถ่ายทอดความเป็นเลิศของแฟชั่นไทยสู่สากล พร้อมมอบแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้สัมผัส และตอกย้ำบทบาทความเป็น “World Class Fashion Destination” ของสยามพารากอน

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและรับชมแฟชั่นโชว์ทั้ง 11 โชว์ผ่าน Live ได้ที่เว็บไซต์ www.siamparagon.co.th หรือเฟซบุ๊ก Siam Paragon

เมื่อแสงแห่งศรัทธาของเทศกาล ‘ดิวาลี’ ถ่ายทอดผ่านเลนส์ นิทรรศภาพถ่ายครั้งใหม่ของ ‘สมัชชา อภัยสุวรรณ’ ณ ย่านพาหุรัด

เมื่อแสงแห่งศรัทธาของเทศกาล ‘ดิวาลี’ ถ่ายทอดผ่านเลนส์  นิทรรศภาพถ่ายครั้งใหม่ของ ‘สมัชชา อภัยสุวรรณ’ ณ ย่านพาหุรัด

เมื่อแสงแห่งศรัทธาของเทศกาล ‘ดิวาลี’ ถ่ายทอดผ่านเลนส์ นิทรรศภาพถ่ายครั้งใหม่ของ ‘สมัชชา อภัยสุวรรณ’ ณ ย่านพาหุรัด

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ในช่วงเทศกาลดิวาลี กรุงเทพมหานคร (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ร่วมกับสำนักงานเขตพระนคร จึงเปิดโอกาสให้ สมัชชา อภัยสุวรรณ ศิลปินและอดีตช่างภาพโฆษณา ผู้ผันตัวเองมาเป็นช่างภาพอิสระและ Street Photographer จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย “At the Heart of Faith: A Portrait of Bangkok’s Indian Community” หรือ “ใจกลางแห่งศรัทธา: ภาพสะท้อนของชุมชนชาวอินเดียในกรุงเทพฯ” นิทรรศการที่จะพาผู้ชมออกเดินทางผ่านฉากชีวิตที่เปี่ยมด้วยสีสัน ศรัทธา และความผูกพันอันแน่นแฟ้นของชาวอินเดียในภารตวรรษ จนถึงวิถีชีวิตของชาวอินเดียที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในย่าน Little India ที่ทำให้ย่านพาหุรัดเปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญแห่งพหุวัฒนธรรมใจกลางกรุงเทพมหานคร

สมัชชา ได้รวบรวมผลงานที่เคยสร้างความประทับใจจากนิทรรศการภาพถ่าย “Connect จากภารตะสู่สยามประเทศ” ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week 2025) ที่บันทึกเรื่องราวและจิตวิญญาณของอินเดียอย่างลึกซึ้ง หลังจากที่เขาใช้เวลาในช่วงฤดูหนาวเมื่อหลายปีก่อนออกเดินทางไปอินเดีย นำมาจัดแสดงร่วมกับภาพถ่ายชุดใหม่ที่เขาออกเดินเท้าเพื่อเก็บบันทึกฉากชีวิตอันหลากหลายของชาวอินเดียในย่านพาหุรัด ตั้งแต่ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ วิถีชีวิตของชุมชน จนถึงคนที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนชุมชนพหุวัฒนธรรมแห่งนี้ ให้เปี่ยมด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวา ไม่ต่างอะไรกับภาพคุ้นตาที่เขาเคยสัมผัสในประเทศอินเดีย

นิทรรศการภาพถ่ายส่วนใหญ่ของสมัชชามาจากเมืองต่างๆ ในรัฐราชสถาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย โดยเฉพาะชัยปุระ (Jaipur) รวมถึงเมืองเล็กๆ อย่าง ‘นวาลการห์’ (Nawalgarh) และ ‘มานดาวา’ (Mandawa) ในเขตเศขาวาฏี (Shekhawati) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “หอศิลป์กลางแจ้ง” (Open Air Art Gallery) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ศิลปินถ่ายทอดภาพมุมเมือง ตลาดยามเช้า วิถีชีวิตที่หลากหลายของผู้คนในอินเดีย สถาปัตยกรรมที่สวยงามของหเวลี (Havelis) ซึ่งเป็นคฤหาสน์เก่าแก่ของพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใส

แม้ว่านิทรรศการของเขาอาจไม่ได้เจาะจงที่เทศกาลดิวาลีโดยตรง ทว่าภาพถ่ายแต่ละภาพสะท้อนแก่นแท้ของสิ่งที่เป็นดังตัวแทนแห่ง ‘ดิวาลี’ ได้อย่างงดงาม สมัชชาใช้เทคนิคการถ่ายภาพเฉพาะตัวที่เน้นการมองผ่านสีสัน องค์ประกอบ และความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น อีกทั้งภาพถ่ายของเขามักจะเล่นกับ ‘แสงและเงา’ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของดิวาลี เราจะได้เห็นภาพวิถีชีวิตยามเช้าของชาวอินเดีย แววตาที่เปี่ยมด้วยศรัทธา หรือรอยยิ้มอันสดใสของเด็ก ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อาจดูยากลำบาก ภาพเหล่านี้สื่อถึง “แสงสว่างแห่งความหวัง” และ “ชัยชนะของจิตวิญญาณ” ซึ่งเป็นสารเดียวกับเทศกาลดิวาลี 

ความน่าสนใจของนิทรรศการศิลปะกลางแจ้งในครั้งนี้ คือการให้ผู้คนออกสำรวจภาพถ่ายถึง 6 คอนเซ็ปต์ กระจายตัวตามจุดต่าง ๆ ของย่านพาหุรัด ผ่านการเดินเท้าเข้าไปสำรวจและสัมผัสรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เปี่ยมด้วยสีสันและชีวิตชีวาของเทศกาลดิวาลี ถือเป็นการเชื่อมโยงประสบการณ์การชมเทศกาลเข้ากับสุนทรียะทางศิลปะได้อย่างมีเอกลักษณ์ เพื่อให้การเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลีในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความสนุกสนาน หากแต่เป็นการเรียนรู้และซึมซับวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและน่าจดจำยิ่งขึ้น

ร่วมออกเดินทางตามหาภาพถ่ายทั้ง 6 ชุดในนิทรรศการ “At the Heart of Faith: A Portrait of Bangkok’s Indian Community” โดย สมัชชา อภัยสุวรรณ ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านพาหุรัดและคลองโอ่งอ่าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 พร้อมร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลีครั้งยิ่งใหญ่ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 (วันลอยกระทง และวันคล้ายวันประสูติของคุรุ นานัก สาหิบ องค์ปฐมบรมคุรุแห่งศาสนาซิกข์) ตั้งแต่เวลา 16.00 – 20.00 น. และติดตามผลงานของสมัชชา อภัยสุวรรณ ได้ทาง  FB: https://www.facebook.com/samatchaphoto/ IG:https://www.instagram.com/samatchaphoto Website: https://samatchaapaisuwan.com/

กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทยเปิดงานเทศกาล ‘Taste of Korea’

กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทยเปิดงานเทศกาล ‘Taste of Korea’

กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทยเปิดงานเทศกาล ‘Taste of Korea’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทย นายคิม นัมฮยอก และ นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่ง ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมเปิดงานเทศกาล “Taste of Korea จัดโดย แม็คโคร ธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวัตถุดิบอาหารคุณภาพ  นำเสนอสินค้าคุณภาพจากเกาหลีทั้งอาหารสด อาหารแปรรูป และสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม

นายคิม นัมฮยอก กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “วัฒนธรรมการกินของไทยและเกาหลีมีความคล้ายคลึง ทั้งสองประเทศหลงใหลในรสชาติและศิลปะแห่งอาหาร การร่วมมือระหว่างซีพี แอ็กซ์ตร้า และ aT เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคไทยได้สัมผัสอาหารเกาหลีคุณภาพหลากหลาย ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-เกาหลีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่ง ซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวว่า “แม็คโครมุ่งมั่นคัดสรรสินค้าคุณภาพจากทั่วโลกเพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าชาวไทย งาน ‘Taste of Korea’ เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนความตั้งใจนี้อย่างชัดเจน เราต้องการถ่ายทอดเสน่ห์และเอกลักษณ์ของเกาหลี ผ่านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ให้ผู้บริโภคได้ทั้ง ลิ้มรส และสัมผัสหัวใจของเกาหลี กิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างแม็คโคร องค์กรการค้าการเกษตรกรรมและการประมงแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Agro-Fisheries & Food Trade Corporation (aT)) และผู้ผลิต-ผู้นำเข้าสินค้าเกาหลี สร้าง ‘สะพานความสัมพันธ์’ ระหว่างไทยและเกาหลี ทั้งด้านธุรกิจและวัฒนธรรม เพื่อให้สินค้าคุณภาพจากเกาหลีเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้ทั่วประเทศ”

งานเทศกาล “Taste of Korea หลากหลาย ครบครัน เพื่อเมนูเกาหลี” จัดเต็ม อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์พรีเมียม พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ลดสูงสุด 30% ผ่านการตกแต่งบรรยากาศ กิจกรรม และของรางวัลต่าง ๆ ให้ผู้เข้าร่วมได้ทั้ง ช้อป ชิม และสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Makro – แม็คโคร

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  พระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญพระนามประดับด้านหน้าของเสื้อที่ระลึกสำหรับเยาวชนผู้ร่วมโครงการส่งเสริมศิลปและวัฒนธรรมไทย เฉลิมพระเกียรติคร้งที่ 10  จำนวน 100 คน จาก ทั่วประเทศ ซึ่งมีภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซิกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นประธานโครงการ ฯ โดย ผศ. ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข เลขาธิการมูลนิธิฯ จะปฐมนิเทศเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิฯ จากทั่วประเทศ ในวันที่ 21 ต.ค. ณ ตึกนวมหาราช สภาสงคมสงเคราะห์ ฯ  และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะเปิดห้องรัตนโกสินทร์  ศาลาว่าการ กทม. ให้โอวาทแก่เยาวชนทุนมูลนิธิฯ ด้วย..
  • เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สร้างคุณประโยชน์แก่ชาวลำปางมากมาย พิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา บุตรชาย เมื่อได้รับทราบจาก บจ.ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง)  ซึ่งคุณพารณเป็นผู้สร้างและฟันฟ่าอุปสรรคมากมายว่าอยากจะไปเคารพศพที่กรุงเทพ จึงตัดสินใจพาคุณพารณใส่ผะอบมาทำบุญในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่รักและเคารพคุณพารณมากมายรวมทั้งข้าราชการจากหน่วยงานการปกครองท้องถิ่นที่มาร่วมงานจำนวนมาก..
  • ประทุม รัตนาวะดี  ปลื้มใจที่หลานรัก ธารา รัตนาวะดี บุตร สานิต-ศิรินันท์ รัตนาวะดี จะมีคู่คิดคู่ครอง ปภาดา ตันติมาสกุล บุตรี พชรพล-พิมลพรรณ ตันติมาสกุล ฉลองสมรสพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ ฤกษ์ดี 1 พ.ย.07.09 น.ที่ รร.คาเปลล่า..
  • อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ เปลี่ยนข้อเข่าที่ รพ.พระมงกุฎฯ มีนางพยาบาลคนสวย สิริพร ภาณุพงศ์ ดูแลใกล้ชิด ตอนนี้คนป่วยกลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้วยังคงทำงาน Online และฟื้นฟูสุขภาพด้วยการ Exercise อย่างมีวินัยต่อเนื่อง..
  • ทุกวันที่ 23 ต.ค. วันปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 พระประชานาถมุนี วิ.ดร. เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จัดพิธีตักบาตรเช้าสืบชะตา และภาคค่ำ สมโภชพระตระกรุดดินเผา ..  ส่วนท่านที่ต้องการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเด็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้า เด็กยากจน กว่า 800 ชีวิต ที่วัดดอนจั่น ซึ่งดูแลเป็นที่พึ่งพิงของเด็กยากไร้มานานกว่า 40 ปี ประมาณสอบถามได้ 094-635-9159  Line:0822288542 ชื่อบัญชี วัดดอนจั่น โครงการเด็กด้อยโอกาส ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 406-014156-5 สาขาหางดง..
  • ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ผู้นำเข้าอาหาร, เบเกอรี และช็อกโกแลตแบรนด์ดังจากทั่วโลก อาทิ คริสปี้ ครีม, ซินนาบอน, บูลโกกิ บราเธอร์ส, พาย เฟสซ์ และซีส์ แคนดีส์ เตรียมคาราวานความอร่อยรับโค้งสุดท้ายแห่งปี ด้วยการส่งร้านรูปแบบ Pop-up Cart พร้อมทัพโดนัท คริสปี้ ครีม ณ ดินแดนประตูสู่ภาคเหนือ ชั้น 1 โซน รอบวอยด์ ศูนย์การค้า วี-สแควร์ นครสวรรค์  15 ต.ค – 14 ม.ค.ศกหน้า..
  • อัญชุลี สิมะเสถียร ประธานมูลนิธิสมาคมสตรีอุดมศึกษาฯ จัดเสวนาทางวัฒนธรรมเรื่อง “รำไทยได้อะไรกว่าที่คิด” โดย ศิลปินแห่งชาติ นันทวัน เมฆใหญ่,กนกวรรณ ด่านอุดม,กรรณิการ์ ธรรมเกษร ดำเนินรายการโดย พัชรินทร์ บูรณสมภพ 2 พ.ย.13.00 น.ที่อาคาร ICG ชั้น 2 ถ.พระราม 6..

น้อง

‘KOSÉ’ จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมร่วมสมทบทุนโครงการศูนย์วิจัย

‘KOSÉ’ จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมร่วมสมทบทุนโครงการศูนย์วิจัย

‘KOSÉ’ จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมร่วมสมทบทุนโครงการศูนย์วิจัย

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.49 น.

บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โคเซ่ KOSÉ” แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมช่วยเหลือสังคมไทย ในกิจกรรม  “ปล่อยเต่า กลับคืนสู่ใต้ท้องทะเล”  เพี่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยการปล่อยเต่ากลับคืนสู่ท้องทะเล และปลูกปะการัง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศใต้ท้องทะเลไทย โดยทีมผู้บริหาร ได้ชักชวนเหล่าพนักงาน บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด  ร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งกิจกรรมนี้เป็น กิจกรรมที่ทาง บริษัทฯ ได้จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาทุกปี ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์เต่าทะเล  และการปลูกปะการัง เพื่อความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติกลับคืนสู่ใต้ท้องทะเลเพี่อเป็นต่อยอดสร้างความยั่งยืนให้กับท้องทะเลไทยต่อไป

นอกจากนี้ คุณฮิเดกิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย ทีมผู้บริหาร ได้มอบอุปกรณ์ และสิ่งของให้กับ ศูนย์วิจัย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เป็นมูลค่าทั้งหมด 98,000 บาท (เก้าหมื่นแปดพันบาทถ้วน) เพื่อนำไปใช้ในโครงการสำหรับเต่าทะเล และสัตว์ทะเลหายาก รวมถึงการปลูกและอนุบาลปะการัง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สูงสุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้สมดุลย์ในใต้ท้องทะเลไทย โดยมี ผอ.อติชาต อินทองคำ เป็นผู้รับมอบ และ ให้การต้อนรับ ณ บริเวณ ศูนย์วิจัย ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เกาะมันใน จังหวัดระยอง

คุณฮิเดกิ มัตสึโมโตะ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทาง บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกคนที่อุดหนุน ผลิตภัณฑ์เซกิเซ ทุกชนิดเพราะลูกค้าทุกคนได้มีส่วนร่วมและช่วยเหลือการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ทางทะเลไทยไปพร้อม ๆ กับทางบริษัทฯ ด้วยและนอกจากนี้ทางบริษัท ฯ ยังยินดีที่ได้เป็นส่วนหนี่งของการสนับสนุนในเรื่องของการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์สิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมไปถึงการฟื้นฟูธรรมชาติทางทะเลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธรรมชาติทางทะเลมีความสมบูรณ์สวยงามไปอีกนาน”