ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นประธานในพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันครบรอบการดำเนินงาน 19 ปี ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ซึ่งตรงกับวันที่ 28 กันยายน 2568 โดยได้นิมนต์พระ สงฆ์ 9 รูปจากวัดบางพลีใหญ่กลางมาสวดเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา

ภายในงานได้รับเกียรติจากอดีตผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หน่วยงานราชการ สายการบิน และผู้ประกอบการ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องจัดเลี้ยง 1 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (AOB)

ป้ายยาบิวตี้ไอเท็มสุดเทรนดี้ ครบ จบ ทุกความสวย ในงาน ‘Gourmet Market Beauty Parlour’

ป้ายยาบิวตี้ไอเท็มสุดเทรนดี้ ครบ จบ ทุกความสวย ในงาน ‘Gourmet Market Beauty Parlour’

ป้ายยาบิวตี้ไอเท็มสุดเทรนดี้ ครบ จบ ทุกความสวย ในงาน ‘Gourmet Market Beauty Parlour’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส ภายใต้การบริหารโดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับแบรนด์สินค้าสุขภาพและความงามกว่า 70 แบรนด์ชั้นนำ จัดงาน Gourmet Market Beauty Parlour (กูร์เมต์ มาร์เก็ต บิวตี้ พาร์เลอร์)  ครบ จบ ทุกความสวย จากแผนก Beauty Parlour มาให้เลือก  ช้อปในราคาพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มมากมาย และกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟสุดฟินกับศิลปินจากแบรนด์ต่าง ๆ ตลอดการจัดงานตั้งแต่วันนี้ – 6 ตุลาคม 2568 ที่ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

พลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด

พลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า Beauty Parlour เป็นโซนสุขภาพและความงามที่มาเติมเต็มประสบการณ์ช้อปปิ้งภายในกูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, เอ็มสเฟียร์, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแค และบางกะปิ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘All about beauty at Beauty Parlour’ โดยคัดสรรและรวบรวมสินค้าสุขภาพและความงามในกลุ่มพรีเมียมและเทรนดี้มาให้ช้อปอย่างครบครัน แบ่งเป็น 3 โซนใหญ่ ๆ ได้แก่ Skin care, Make up และ Personal care  เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนคลับบิวตี้ พาร์เลอร์ ได้ช้อปบิวตี้ไอเท็มชิ้นโปรด ดูแลตัวเองแบครบ จบ ทุกความสวย ส่งท้ายช่วงปลายปี ในราคาคุ้มค่าจึงได้จัดงาน Gourmet Market Beauty Parlour ในคอนเซ็ปต์  “A Complete Journey of Self-Care & Beauty ครบจบทุกความสวย”

ในงานรวบรวมสินค้าสุขภาพและความงามกว่า 70 แบรนด์ชั้นนำมาให้เลือกช้อปที่ใจกลางศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าทั้ง Skin care, Make up, Oral care, Hair care, Personal care และ Food Supplement โดยสินค้าไฮไลต์ห้ามพลาดในงาน อาทิ  SIBLING Daily Skin Detox Cleanser Gel เจลล้างหน้าซิบบลิ้ง ‘จบทุกปัญหาสิว’ อ่อนโยน แต่เห็นผลจริง ลดการระคายเคือง ถนอมผิวขั้นสุด พร้อให้ความชุ่มชื้นกับผิว เสริมเกราะป้องกันผิว ให้ผิวแข็งแรง การันตีด้วยยอดขายกว่า 2,000,000 ชิ้น, SKIN1004 Madagascar Centella Ampoule ตอบโจทย์กลุ่มปัญหาผิวแพ้ง่าย ด้วยสารสกัดหลัก เซนเทลล่า จาก Madagascar ปราศจากสารระคายเคืองผิว ดูแลปัญหาที่เกิดจากรอยสิว สมานแผลให้หายเร็วขึ้น ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวและลดโอกาสการเกิดริ้วรอย, Beauty of Joseon Relief Sun: Rice + Probiotics SPF50+ PA++++ ครีมกันแดดเนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว อุดมด้วยน้ำรำข้าว ช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากแสงแดด ผสมผสานภูมิปัญญาการดูแลผิวของชนชั้นสูงในสมัยราชวงศ์โชซอนเข้ากับส่วนผสมจากธรรมชาติ ไอเท็มที่สายคลีนบิวตี้ห้ามพลาด

Marvis แบรนด์ยาสีฟันจากประเทศอิตาลี ที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามหรูหรา เนื้อครีมให้ความรู้สึกสดชื่นยาวนาน ด้วยส่วนผสมของมิ้นต์ที่เข้มข้นและช่วยขจัดคราบพลัคพร้อมส่วนผสมที่ช่วยให้ฟันขาว, LDC Dental น้ำยาบ้วนปากสูตร Cranberry & Aloe Vera ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย พร้อมบำรุงสุขภาพช่องปากมี Coenzyme Q10 และ Xylitol ช่วยปกป้องฟัน ลดการเสียวฟัน และดูแลเหงือกให้แข็งแรงปราศจากแอลกอฮอล์และน้ำตาล ไม่แสบปาก, Dove Vegan Collagen Volume Micella แชมพูสูตรไมเซล่า เนื้อสัมผัสบางเบา แต่ทำความสะอาดหนังศรีษะและเส้นผมได้อย่างสะอาดหมดจด มาพร้อมวีแกน คอลลาเจน ที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยบำรุงให้ผมเด้งสวย ยาวนานตลอดวัน

Jergens Ultra Healing ตัวท็อปในเรื่องของความชุ่มชื้น ด้วยส่วนผสมวิตามิน C, E และ B5ผสานเทคโนโลยี HYDRALUCENCE เนื้อครีมเข้มข้นเติมความชุ่มชื่นให้ผิวอย่างล้ำลึก ปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้น สามารถใช้ทาบริเวณที่มีผิวแห้งมาก ๆ อย่างบริเวณส้นเท้า ข้อศอก และหัวเข่า

Benice Grape Exo-Bright Brightening Shower Gel เจลอาบน้ำผสานเม็ดบีทส์ ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง เสริมด้วยเทคโนโลยี Exo-Bright ช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวชั่นนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดบีทส์วิตามินซีและอี ช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น และวิตามินบี 3 ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสสม่ำเสมออย่างเป็นธรรมชาติ, Gentle Color Tint Oil ทินเปปไทด์ลิปออยล์ บำรุงริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มเป็นมันเงา พร้อมบำรุงริมฝีปากคล้ำ ทำให้ดูสดใสอมชมพู ฟื้นบำรุงริมฝีปากที่แห้งแตก ลอกเป็นขุย ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน ด้วยน้ำมันธรรมชาติออร์แกนิก 6 ชนิด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Gourmet Market ThailandIG: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth

คุณแหน : 2 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 2 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 2 ตุลาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ขอแสดงความยินดีกับศิษย์เก่าสถาบันในเครือฯ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ดังนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย,ตรีนุช เทียนทอง รมว.กระทรวงแรงงาน,ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม,อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.กระทรวงสาธารณสุข..
  • สภากาชาดไทย มีมติแต่งตั้ง สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานแผนกจำหน่ายเครื่องหมายกาชาด งานกาชาดประจำปี 2568  ภายใต้แนวคิด “70 พรรษา ขัตติยนารีรัตนา ปวงประชาสดุดี” ระหว่างวันที่ 11-21 ธ.ค.2568 เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย นำไปใช้ในการดำเนินภารกิจบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย แก่ประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ..
  • ขอแสดงความเสียใจกับ พิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ที่สูญเสีย คุณพ่อพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สิริอายุ 98 ปี พิธีสวดพระอภิธรรม 1-7 ต.ค.19.00 น.ที่บ้านถ.อัษฎางค์ แล้วเปิดสวดวันอาทิตย์ที่ 12,19,26 ต.ค. เจ้าภาพของดพวงหรีด..
  • น้องๆ อดีตนักแสดงรุ่นเยาว์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม กนกวรรณ ด่านอุดม,กรรณิกา ธรรมเกษร,สุภาพร เศรษฐวรรณ,นำพร วัชรพล,อรเฉิด รังสิกุล,พัชรินทร์ บูรณสมภพ เลี้ยงแสดงความยินดีกับ นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ ที่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2568..
  • ยินดีกับ ผศ.ดร.วชิรา บัวศรี ได้รับโล่พระราชทานรางวัลมหิดลวรานุสรณ์ ประจำปี 2560-2566..
  • เพื่อนๆ นิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ อโนชา ชีวิตโสภณ อดีตประธานศาลฎีกา นิติศาสตร์จุฬาฯ คนแรกที่ได้เป็นประธานศาลฎีกา ในโอกาสได้รับพระราชทานปริญญา นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์..
  • คณชัย เบญจรงคกุล ผอ.พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) หนึ่งในศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงาน  “นิทรรศการศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย : Art for Refugees ครั้งที่ 3  Hope ใช้ชีวิตให้ดี ทำโลกให้งาม” พร้อมด้วย ศิลปินที่มีผลงานโดดเด่น อาทิ ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ,ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ,กิตติศักดิ์ เทพเกาะ,เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์ เชิญชวนชมนิทรรศการฯ จัดโดย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ร่วมกับ พระเมธีวชิโรดม (ท่าน ว.วชิรเมธี) สถาบันวิมุตตาลัย และMOCA  Bangkok วันที่ 1-31 ต.ค.ที่ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น G พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย กรุงเทพฯ..

น้อง

‘วัตสัน ประเทศไทย’ประกาศความสำเร็จยิ่งใหญ่ ในระดับสากล กวาด 5 รางวัล

'วัตสัน ประเทศไทย'ประกาศความสำเร็จยิ่งใหญ่ ในระดับสากล  กวาด 5 รางวัล

‘วัตสัน ประเทศไทย’ประกาศความสำเร็จยิ่งใหญ่ ในระดับสากล กวาด 5 รางวัล

วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.22 น.

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย สร้างความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในระดับนานาชาติ ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากเวที HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025” ตอกย้ำภาพสุดยอดองค์กรด้านสุขภาพและความงามที่น่าทำงานด้วยที่สุดในเอเชียต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน รวมถึงรับรางวัลพิเศษ Tech Empowerment Awards 2025 เป็นปีแรก สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าทำงาน และการให้ความสำคัญกับพนักงานของวัตสันอย่างเป็นรูปธรรม

รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่น่าเชื่อถือที่สุดในอุตสาหกรรม จัดขึ้นโดย HR Asia นิตยสารด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำของเอเชีย ซึ่งพิจารณาจากผลสำรวจความคิดเห็นของพนักงานในด้านต่างๆ อย่างครอบคลุม ทั้งเรื่องวัฒนธรรมองค์กร, การพัฒนาบุคลากร, การบริหารจัดการ, ความผูกพันในองค์กร, การทำงานเป็นทีม และการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่แข็งแกร่ง พร้อมส่งเสริมศักยภาพและความผูกพันของพนักงานในทุกมิติ

จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ People Director วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งต่อรางวัลอันทรงเกียรตินี้ การได้รับการยอมรับเป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วยที่สุดในเอเชียติดต่อกัน 4 ปี เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราในการวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

แม้ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราเชื่อมั่นว่าการลงทุนพัฒนาและเพิ่มพูนศักยภาพบุคลากรการสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ และการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นและแสดงออกอย่างเต็มศักยภาพ คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน”

กวาด 5 รางวัลตอกย้ำความเป็นเลิศรอบด้าน

วัตสันได้ตอกย้ำความเป็น สุดยอดองค์กรที่น่าทำงานด้วยที่สุดในเอเชียต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยในปีนี้ได้กวาด 5 รางวัล ที่ครอบคลุมความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างครบวงจร ความสำเร็จเริ่มต้นด้วยรางวัลหลัก HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 ตามมาด้วย 4 รางวัลเกียรติยศที่สะท้อนการดำเนินงานในมิติสำคัญต่าง ๆ ได้แก่:

  • HR Asia Most Caring Company Awards รางวัลนี้ สะท้อนถึง การเป็นองค์กรที่ใส่ใจและดูแลพนักงานอย่างดีเยี่ยม
  • HR Asia Diversity, Equity & Inclusion (DEI) Awards แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่างในที่ทำงาน
  • HR Asia Sustainable Workplace Awards ขึ้นแท่นผู้นำองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
  • HR Asia Tech Empowerment Awards ที่วัตสัน ประเทศไทยได้รับเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น

ที่ผ่านมาวัตสันให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพันธกิจหลักด้าน ‘People’ ที่เชื่อมั่นและส่งเสริมศักยภาพของทุกคนด้วยความใส่ใจ ผ่านวัฒนธรรมองค์กรอันเป็นรากฐานของการเติบโตร่วมกัน โดยวัตสันให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่และสุขภาพที่ดีของเพื่อนพนักงาน สนับสนุนและจัดให้มีกิจกรรมมากมาย และเน้นการมีส่วนร่วมของเพื่อนพนักงานผ่าน Watsons Wellness Club Committee อาทิ

ด้านสุขภาพจิต (Mental Wellbeing): บริการให้คำปรึกษาแบบเป็นส่วนตัวทั้งแบบ Offline และ Online กิจกรรมบำบัดด้วยสี เวิร์กช็อปงานอดิเรกสร้างสรรค์ (เช่น ทำเทอร์ราเรียม เทียนหอม งานศิลปะทราย Rainbow Bath Bombs และคลาสทำขนมไทย กิจกรรม Happy Me มุมดูดวง Horoscope Tarot Lounge กิจกรรมหัวเราะบำบัด

ด้านสุขภาพกาย (Physical Health): เวิร์คช็อปและคลิปวิดีโอในการปรับท่าทางในที่ทำงาน (Ergonomic) โครงการตรวจหาเชื้อ HPV ด้วยตนเองสำหรับเพื่อนร่วมงานสตรี การบรรยายความรู้เกี่ยวกับสุขภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ คลาสออกกำลังกายออนไลน์ การตรวจสุขภาพ การนวดบำบัด และกิจกรรมฟิตเนส (แอโรบิก มวยสากล บอดี้คอมแบต ซุมบ้า พิลาทิส)

ด้านกิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ (Social Connection): กิจกรรม Team Building กีฬาสี การประชุมผู้จัดการสาขาและเภสัชกรทั้งประเทศกว่า 1,200 คน และงานฉลองความสำเร็จประจำปี กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องผ่าน FUNARIUM (Reward Center) ระบบสะสม “FUN COIN” และแลกของรางวัล

ด้านความรู้ด้านการเงิน (Financial Education): การจัดอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนภาษี การลงทุน การเกษียณอายุ และความมั่นคงทางการเงินระยะยาว

การให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมงานทุกคนโดยไม่แบ่งแยกและยอมรับในความสามารถที่แตกต่าง เช่น PRIDE Party

โครงการสนับการเรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานและต่อยอดอาชีพกับวัตสัน โดยรับนักเรียนนักศึกษาปีละกว่า 150 คนจากกว่า 20 วิทยาลัยทั่วประเทศ และส่งเสริมและสนับสนุนทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี

ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและ DNA สำคัญที่วัตสันยึดมั่นมาโดยตลอด นั่นคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและภาคภูมิใจในความสำเร็จระดับสากล

นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของผู้นำในตลาดค้าปลีกสุขภาพและความงาม ที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งผู้บริโภคและบุคลากรในตลาดแรงงาน พร้อมเป็นสุดยอดองค์กรที่น่าทำงานด้วยที่สุดในเอเชียอย่างต่อเนื่อง

ไทยเบฟ นำทัพเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 10 ปี สร้างรายได้สะสม กว่า 3,020 ล้านบาท

ไทยเบฟ นำทัพเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 10 ปี  สร้างรายได้สะสม กว่า 3,020 ล้านบาท

ไทยเบฟ นำทัพเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 10 ปี สร้างรายได้สะสม กว่า 3,020 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.43 น.

คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นำโดย ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐา นะหัวหน้าทีมภาคเอกชน จัดสัมมนาประจำปี 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม สถาบันการศึกษา และเครือข่ายชุมชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรับฟังนโยบายใหม่สำหรับการยกระดับเศรษฐกิจฐาน รากในอนาคต

เกี่ยวกับรายละเอียดครั้งนี้ ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอก ชน ให้ข้อมูลว่า “ในนามหัวหน้าทีมภาคเอกชน ผมรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการดำเนินงานของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น

คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้เดินหน้าพัฒนา 3 กลุ่มงาน อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ เกษตร แปรรูป และท่องเที่ยวโดยชุมชน ด้วยการเพิ่มโอกาสทางการค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมูลค่าสินค้า และเชื่อมโยงตลาด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน พร้อมแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และนำประ เทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงาน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสร้างงานแก่ชุมชนกว่า 1,800 โครงการ ครอบคลุมผู้รับประโยชน์กว่า 153,000 ครัวเรือน และสร้างรายได้สะสมให้แก่ชุมชนกว่า 3,020 ล้านบาท อีกทั้งยังดึงเอาคนรุ่นใหม่มาร่วมโครงการ เพื่อร่วมพัฒนาท้องถิ่นโดยอาศัยการมีส่วนร่วมการเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ความคิดใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา เติมเต็มภูมิปัญญาดั้งเดิม และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย ที่เชื่อมโยงเกษตรกรกับระบบสาธารณสุขเข้าด้วยกัน โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย ผ่านกิจกรรม Creative Young Designer ซึ่งบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการต่อยอดผ้าขาวม้าไทยและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมกับยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดที่กว้างขวางขึ้นอย่างมีคุณค่า “โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ที่เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน และยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมในการถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นสู่ผู้มาเยือนและคนรุ่นใหม่ พร้อมกันนี้ ยังได้รับการสนับสนุนด้านการสื่อสารผ่านความร่วมมือกับรายการ “ชื่นใจไทยแลนด์” ทางช่องอมรินทร์ทีวี เพื่อประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์และเสน่ห์ของชุมชนสู่สายตาสาธารณะ ทำให้ชุมชนกว่า 80 แห่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20-30%

ท้ายที่สุดนี้ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากพร้อมมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เป็นราก ฐานที่มั่นคงของประเทศไทยต่อไป ขอขอบคุณพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่ร่วมส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ เพราะเราเชื่อว่า “แรงบันดาลใจจากทุกคน เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน”

ขอเชิญเที่ยวชมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้ที่ SX Marketplace ชั้น LG Hall 7-8 ในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) จัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

‘ลิ้นติดโปรแฟร์’ ชวนตัวแม่จิตอาสา ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ส่งต่อน้ำใจผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี สู่พี่น้องทหารกล้าชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ลิ้นติดโปรแฟร์’ ชวนตัวแม่จิตอาสา ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ส่งต่อน้ำใจผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี สู่พี่น้องทหารกล้าชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ลิ้นติดโปรแฟร์’ ชวนตัวแม่จิตอาสา ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ส่งต่อน้ำใจผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี สู่พี่น้องทหารกล้าชายแดนไทย-กัมพูชา

วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.22 น.

ได้เวลาร่ายมนต์สะกดความอร่อย อิ่มหนำสำราญ ไปกับ เทศกาลอัศจรรย์ความอร่อย ลิ้นติดโปรแฟร์ ของคู่ซี้ ก้อง ปิยะ  และ ท็อป ดารณีนุช เจ้าแม่ตลาดยืน1  เสกมนต์รวมพลร้านดังทั่วไทยขนมาเสิร์ฟ กว่า 80 ร้านค้า กว่า 1,000 เมนู รวมรสชาติที่ทุกคนรอคอย มาช้อป ชิม ครบจบคาวหวานในงานเดียว !!!  7-13 ตุลาคมนี้ ณ  M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

เปิดตลาดวันแรกอร่อยปัง! กับตัวแม่จิตอาสา “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ราชินีแห่งสนามรบ มาร่วมช้อป ชิม ชวนพิสูจน์ความอร่อยกับเมนูเด็ดร้านดังทั่วไทย         

ภายในงานขนร้านอร่อยฟินนัวลิ้น มาให้เลือกสรรมากมาย อาทิ Top’s Homemade หมู-เนื้อแดดเดียว by ท็อป ดารณีนุช,สมูทตี้ดีใจ by ผัดไท ดีใจ, ธงธง Shop, น้ำพริกยายลี่ by ลิลลี่ ภัณฑิลา – ชิน ชินวุฒ, คนตื่นธรรม by อ.เบียร์, ไก่ย่างอังกอร์ by สามกอ, Justinlove Tuna Spread by อัพ ภูมิพัฒน์ , Fluke Cooking by ฟลุ้ค ณธัช ,หอยจ๊อปูแม่วรรณา ,หลี่ ชิม เฮีย, เต้าหู้ดำโพธาราม ซ้อสุอ๊อด-เจน เขียวหวานสะท้านฟ้า, ปูกินเส้น (หมี่คลุกปู),ไฉไลขนมไทยสไตล์ชาววัง, สิงโตขนมไทย, Chef’s Table To Deliver by Chef GOR, หมูกระด้งเบคอนทอดน้ำปลา, ไก่ย่าง จีระพันธ์, ข้าวเกรียบเห็ดหอมนายเกาะ, ราชาเกี๊ยวต้ม, LYNหมี่ไก่ฉีก, จินดา แกงไตปลา, ณมน น้ำพริกกากหมู, เจ๊พริกกุยช่าย, แก้มใส ซาลาเปา, บ้านลานตาล, ครัวอรัญญาแกงเขียวหวาน, เฮียหงี เยาวราช, ซ้งเสรีทอง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง, Pizza dollar, เรื่องหอยไว้ใจเรา, J-Jan ขนมอร่อยหลังการบินไทย , สมชายชาใต้, ฉ่ำ ข้าวแต๋นน้ำแตงโม, Holy Cow ฯ  รอเสิร์ฟ เปิบ ความอร่อยให้ได้ฟินกันทุกเมนู

ครั้งนี้เจ้าของตลาด ก้อง-ท็อป ขออาสาเป็นสะพานบุญ  มอบรายได้ส่วนหนึ่งจากบรรดาร้านค้า และลูกค้าที่มาใช้บริการ    ส่งต่อน้ำใจผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี  ร่วมสมทบทุนจัดหาสิ่งของจำเป็นให้เหล่าทหารกล้าที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษาอธิปไตยอยู่แนวหน้า ในพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

สำหรับนักช้อป นักชิม ได้ฟินของอร่อยแล้ว ยังได้ร่วมบุญ อิ่มยกกำลัง 2 อิ่มท้อง อิ่มบุญ ในเทศกาลอาหารอร่อย   ลิ้นติดโปรแฟร์   7-13 ตุลาคมนี้  ณ  M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  งานเดียวที่รวมทั้งความสุขและความอัศจรรย์ของอร่อยไว้ที่นี่เท่านั้น!! 

-(016)

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกกำลังมูลนิธิยังมีเรา มอบถุงยังชีพช่วยพื้นที่น้ำท่วมบางปะอิน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกกำลังมูลนิธิยังมีเรา มอบถุงยังชีพช่วยพื้นที่น้ำท่วมบางปะอิน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกกำลังมูลนิธิยังมีเรา มอบถุงยังชีพช่วยพื้นที่น้ำท่วมบางปะอิน

วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ส่งต่อความห่วงใย มอบถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็นแก่ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ประสบปัญหาอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

1 ตุลาคม 2568 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมทีมงาน ได้ร่วมกับมูลนิธิยังมีเรา ส่งมอบถุงยังชีพให้ประชาชน ประกอบด้วย ข้าวโอ๊ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท แวลู่พลัส รีเทล จำกัด ขนมเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า จากบริษัท ไบ่ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบางปะอิน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือและแบ่งปันสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมไทย การได้มามอบถุงยังชีพในวันนี้ เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวบางปะอินทุกคนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในขณะนี้ ​

​การลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ยังเป็นอีกหนึ่งภารกิจของมูลนิธิฯ ที่ดำเนินการ เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของทั้งมูลนิธิฯ ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม สร้างรอยยิ้ม และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรในการทำความดีเพื่อส่วนรวม โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าถุงยังชีพที่ได้มอบให้พี่น้องประชาชน จะเป็นประโยชน์ต่อทุกครัวเรือนที่ได้รับ

ขณะเดียวกันวันนี้มูลนิธิฯ ยังได้ลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพไปตามบ้านเรือนของประชาชน กว่า 10 หลังคาเรือน ในบริเวณพื้นที่รอบโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนและเผชิญความยากลำบาก ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอีกด้วย

-(016)

มช. คว้า 3 รางวัลใหญ่ Thailand Tourism Awards 2025

มช. คว้า 3 รางวัลใหญ่ Thailand Tourism Awards 2025

มช. คว้า 3 รางวัลใหญ่ Thailand Tourism Awards 2025

วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.51 น.

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568  ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 ณ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ยกระดับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เอกชัย มหาเอก รองอธิการบดี พร้อมด้วย ดร.กรวรรณ สังขกร รักษาการแทนรองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มช. และนางสาวชุติมา พรหมาวัฒน์ นักจัดการงานทั่วไป บุคลากรสำนักฯ  เข้ารับพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 โดยในปีนี้ พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ารางวัลใหญ่ด้วยกัน 3 ประเภทรางวัล ได้แก่

– รางวัลเกียรติยศ (Hall of Fame)

– รางวัลยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Excellence Awards)

– รางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards)

พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา มช. มุ่งมั่นเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับสาธารณชน โดยส่งเสริมพัฒนาศักยภาพตามบริบทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งเน้นการเรียนรู้แก่ผู้เข้าชมและนักท่องเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้นคือการดำเนินการภายใต้การบริหารงานที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการมีส่วนร่วมของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เป็นสำคัญ เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้พิพิธภัณฑ์ฯ เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดการพัฒนาสู่ความยั่งยืนต่อไป

สำหรับผู้สนใจ สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา มช. ได้ในวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น. (ปิดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) สอบถามรายละเอียดการเข้าชม ได้ที่ โทรศัพท์ 053 943 626

-(016)

‘เอมอร โคพีร่า’ มุ่งถ่ายทอดปัญญาแห่งจิตสู่การเยียวยา ภาวะซึมเศร้า-โรคเครียด ลดการฆ่าตัวตาย

'เอมอร โคพีร่า' มุ่งถ่ายทอดปัญญาแห่งจิตสู่การเยียวยา ภาวะซึมเศร้า-โรคเครียด ลดการฆ่าตัวตาย

‘เอมอร โคพีร่า’ มุ่งถ่ายทอดปัญญาแห่งจิตสู่การเยียวยา ภาวะซึมเศร้า-โรคเครียด ลดการฆ่าตัวตาย

วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

แพทย์ไทย เดินสายให้ความรู้และนำการถ่ายทอดปัญญาแห่งจิตสู่การเยียวยา ภาวะซึมเศร้าและโรคเครียด  มุ่งลดความเสี่ยงฆ่าตัวตายซึ่งมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก

แพทย์หญิงไทย ทำโลกตะลึง นำหลักการถ่ายทอดปัญญาแห่งจิต สู่การเยียวยา บำบัดช่วยเหลือผู้คนที่ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและความเครียด อันนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นภาวะการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นของประชากรทั่วโลก เผย การบูรณาการทางความคิด จิต อารมณ์ และสติสัมปชัญญะเข้าด้วยกัน  เป็นพลังหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้คนเรามีความยืดหยุ่น เข้าใจในสถานการณ์ เห็นความชัดเจนของปัญหา เห็นทางแก้ไข และ มีความเห็นอกเห็นใจ มั่นใจว่า การถ่ายทอดปัญญาแห่งจิตนี้ จะสามารถเชื่อมโยง ผสมผสานระหว่างประเพณีและนวัตกรรมเพื่อทำให้ ผู้คนทั่วโลกมีความมั่นคง และ มีสุขภาพดีในระยะยาว

แพทย์หญิง ดร.เอมอร โคพีร่า แพทย์หญิงไทยผู้คร่ำหวอดในการศึกษาด้านสาธารณสุข ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาแนวพุทธมาอย่างยาวนาน ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก กล่าวว่า ประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญในเส้นทางสุขภาพจิต สำหรับคนไทยพบว่า มากกว่า 9% มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 7% มีภาวะเครียดสูงในระดับอันตราย และมากกว่า 5% เผชิญกับความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย โดยในปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา พบว่า  มีคนเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเฉลี่ย 15 คนต่อวัน หรือเฉลี่ย 1 คนในทุก 2 ชั่วโมง การเข้าถึงการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญมีจำกัด โดยมีจิตแพทย์เพียง 1.28 คน และนักจิตวิทยา 1.57 คน ต่อประชากร 100,000 คน และบางจังหวัดไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเลย “ความท้าทายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลกเช่นกัน ดังนั้น จำเป็นต้องอาศัยแนวทางแก้ไขที่มีประสิทธิภาพและหยั่งรากลึกในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ”

แพทย์หญิง ดร.เอมอร กล่าวต่อไปว่า “ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทยมักเกิดจากบาดแผลที่อยู่ในจิต และบาดแผลที่ลึกที่สุด คือบาดแผลที่มองไม่เห็น  มันฝังรากลึกในจิตและในหัวใจ  ความตระหนักรู้นี้หล่อหลอมเส้นทางที่จะแสวงหาการเยียวยาที่อยู่เหนือสภาวะทางร่างกาย ซึ่งดิฉันได้นำเอาจิตวิทยาแนวพุทธ จิตวิทยาเหนือบุคคลและการฟื้นฟูเยียวยาในโลกตะวันตก และสำรวจการใช้การบำบัดด้วยสารจิตประสาท และการใช้เห็ดทางการแพทย์ ภายใต้การควบคุมและดูแลจากแพทย์อย่างเข้มงวด ที่อิงอ้างหลักการบำบัดจากงานวิจัยเชิงประจักษ์ มาใช้เพื่อช่วยในการเยียวยา หลังจากที่ดิฉันได้บรรยายเรื่องนี้บนเวทีระดับโลกและตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการหายใจอย่างมีสติและสติสัมปชัญญะ ดิฉันกลับเมืองไทยพร้อมกับภาระกิจใหม่ นั่นคือการช่วยให้ประเทศไทยเป็นผู้นำโลกในสิ่งที่ดิฉันเรียกว่า “ปัญญาแห่งจิต (สติปัญญาทางจิตใจ)”

สติปัญญาทางจิตใจ คือ ความสามารถในการควบคุม ขยาย และเปลี่ยนแปลงสภาวะภายในของเรา มันคือ การบูรณาการทางความคิด จิต อารมณ์ และสติสัมปชัญญะเข้าด้วยกัน  เป็นพลังหนึ่งเดียวที่จะเยียวยาผู้คน โดยสติปัญญาทางจิตใจ จะส่งผลคนที่เข้าถึง เกิดความยืดหยุ่น ความชัดเจน และความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการสร้างสมดุลในการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่จะเป็นนวัตกรรมที่ทำให้เกิดความมั่นคง และสร้างสุขภาพดีให้แก่ประชาชนและประเทศชาติในระยะยาวอีกด้วย

การบำบัดด้วยการหายใจ การบำบัดด้วยสารจิตประสาท และการใช้เห็ดทางการแพทย์ ภายใต้การควบคุมและดูแลจากแพทย์อย่างเข้มงวด ไม่ใช่สิ่งทดแทนการดูแลแบบดั้งเดิม แต่เป็นเครื่องมือเสริมที่เมื่อปฏิบัติอย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม จะสามารถค้นพบเส้นทางใหม่ ๆ สำหรับการเยียวยาบาดแผลทางใจ ภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวลได้

แนวทางในการดำเนินงาน คือ การทำให้ปัญญาแห่งจิตเป็นทรัพยากรที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียน ชุมชน และสถานที่ทำงาน ประเทศที่ปัญญาแห่งจิตเข้มแข็งจะไม่เพียงแต่เยียวยาประชาชนเท่านั้น แต่ยังจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับโลกอีกด้วย

“ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยน การผสมผสานประเพณีเข้ากับนวัตกรรม ช่วยให้เรานิยามความหมายของสุขภาวะทางจิตใจใหม่ได้ ไม่ใช่แค่การปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่คือการมีจิตใจแจ่มใส เข้มแข็ง และเบิกบาน ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวระดับโลกครั้งนี้ได้ และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนช่วยกำหนดทิศทางดังกล่าว”  แพทย์หญิง ดร. เอมอร กล่าวในที่สุด

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://draimon.com/

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล์ Aimonkopera@gmail.com และ Draimon@mindaiinstitute.com

-(016)

20 ปี CPP ในประเทศไทย สร้างสัมพันธ์ผ่านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน

20 ปี CPP ในประเทศไทย สร้างสัมพันธ์ผ่านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน

20 ปี CPP ในประเทศไทย สร้างสัมพันธ์ผ่านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.45 น.

ไชน่า ปิโตรเลียม ไปป์ไลน์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด  หรือ CPP  ฉลองสองทศวรรษการดำเนินงานในประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แต่ยังเป็นมิตรของชุมชน เป็นผู้สนับสนุนด้านการศึกษา เป็นผู้พิทักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ในอนาคต CPP จะยังคงสร้างรากฐานในประเทศไทยอย่างยั่งยืน เพื่อให้บริการคนในพื้นที่และตอบแทนสังคม ด้วยความจริงใจ ความเป็นมืออาชีพ และความรับผิดชอบ  เพื่อส่งเสริมความร่วมมือไทย–จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ตั้งแต่เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทยเมื่อปี 2004 บริษัท ไชน่า ปิโตรเลียม ไปป์ไลน์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด (CPP) ยึดมั่นหลักการ “ได้ประโยชน์ร่วมกัน และพัฒนาท้องถิ่นไปพร้อมกัน” ในขณะที่ CPP ดำเนินธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานด้วยมาตรฐานสูง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคม การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและให้ความช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในพื้นที่เสมอมา ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา CPP ได้ดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรวมกว่า 20 โครงการ ในพื้นที่ภูมิภาคกว่า 35 จังหวัด เช่น โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติวังน้อย–แก่งคอย โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกนครสวรรค์ โครงการสถานีเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติกลางทาง บนระบบท่อส่งก๊าซฯ บนบกเส้นที่ 4 และโครงการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ยังสะท้อนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน การสนับสนุนด้านการศึกษา การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ ซึ่งได้รับการยอมรับจากหลากหลายภาคส่วนในสังคม

ร่วมแบกภาระ ร่วมฝ่าพายุ — เพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ของชุมชน

โครงการ GULF ของ CPP ในไทยร่วมบริจาคช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยทางภาคเหนือ :  CPP ให้ความสำคัญกับความต้องการช่วยเหลือฉุกเฉินในสังคมไทยเสมอ ในปี 2024 เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ บริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ CPP ได้ระดมเงินบริจาคจากพนักงานเป็นจำนวน 320,000 บาท เพื่อส่งไปช่วยเหลือ ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย และเมื่อปี 2017 จังหวัดร้อยเอ็ดประสบพายุรุนแรงจนเกิดน้ำท่วม พนักงาน CPP ก็ร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อจัดส่งน้ำดื่ม อาหาร และยารักษาโรคไปยังหมู่บ้านไผ่ล้อม ครั้งเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานกระดาษที่จังหวัดตาก ในปี 2019 CPP ก็ได้ส่งรถแบคโฮหลายคันลงพื้นที่ช่วยสนับสนุนการดับเพลิงตลอดคืน จนสามารถควบคุมไฟได้สำเร็จ และในช่วงฝนตกหนักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยปี 2021 บริษัทก็ได้เข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัย ช่วยขนย้ายสิ่งของ และผู้อพยพ เปิดทางและช่วยลดความเสียหายต่อทรัพย์สินของชุมชน

ส่งเสริมการศึกษา — จุดประกายความรู้ให้แก่เยาวชน

โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกนครสวรรค์ ได้ให้การสนับสนุนแก่โรงเรียนในพื้นที่ :  CPP ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านการศึกษาในประเทศไทยและสนับสนุนการเติบโตของเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา บริษัทได้มีการเข้าเยี่ยมโรงเรียนหลายครั้ง เพื่อมอบทุนการศึกษาอุปกรณ์การเรียน หนังสือและของใช้จำเป็น แก่นักเรียนในจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดตาก จังหวัดขอนแก่น และพื้นที่อื่น ๆ

CPP ให้การสนับสนุนห้องแผนการเรียนภาษาจีนในพื้นที่

ในปี 2021 และ 2023 CPP ได้มีการสนับสนุนนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และครู-นักเรียนห้องแผนการเรียนภาษาจีนของโรงเรียนบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน และสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนใช้การศึกษาเปลี่ยนแปลงอนาคต นอกจากนี้บริษัทยังมักจะเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญต่างๆ ของทางโรงเรียนอีกด้วย เช่นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อส่งต่อความอบอุ่นให้แก่นักเรียน

ร่วมแรงร่วมใจ—เคียงข้างกันฝ่าวิกฤตโควิด

CPP มอบสิ่งของเพื่อสนับสนุนการรับมือวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิดให้แก่ชุมชนในพื้นที่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปี 2021 CPP ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลในพื้นที่โดยการมอบหน้ากากอนามัย ชุดป้องกันไวรัส อาหาร และน้ำดื่มให้แก่ประชาชนในอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นก็ได้แสดงความขอบคุณต่อการตอบสนองอย่างรวดเร็วและจริงใจของ CPP

 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน — เสริมความร่วมมือและความไว้วางใจ 

CPP ผนวกการดำเนินงานในพื้นที่เข้ากับชุมชน ในช่วงก่อสร้างถนนในจังหวัดชัยภูมิ บริษัทได้ให้การสนับสนุนสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยช่วยก่อสร้างและส่งมอบจุดตรวจจราจร ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน และในปี 2024 CPP ยังเข้าร่วมกิจกรรมงานวันเด็ก “ไทยมีรัก” ในนิคมอุตสาหกรรมระยอง เพื่อร่วมสนับสนุนทางด้านการศึกษา

ผสมผสานวัฒนธรรม — สร้างสัมพันธ์ยาวนานระหว่างสองประเทศ

CPP ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างพนักงานไทยและจีน ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในเทศกาลสงกรานต์ การฉลองตรุษจีนร่วมกัน การจัดกิจกรรมรับประทานอาหารจีนร่วมกัน การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร และการแข่งขันแบดมินตัน กิจกรรมทั้งหมดนี้ล้วนช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้แนบแน่นและยังช่วยเพิ่มความเข้าใจทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ปี 2024 เนื่องในวันสตรีสากล ทาง CPP ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม “ศิลปะการตัดกระดาษ” ซึ่งได้ทำการเชิญพนักงานหญิงชาวไทยและชาวจีนร่วมเรียนรู้ศิลปะทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งเป็นการสะท้อนการผสมผสานวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อม — อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

CPP ยึดหลักแนวทางการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ในปี 2021 ทางบริษัทได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ปลูกต้นไม้ สร้างแนวสีเขียวยาว 4 กิโลเมตรในจังหวัดสระบุรี และปี 2022 ได้จัดกิจกรรม “ทำความสะอาดชายหาด สร้างระบบนิเวศร่วมกัน” ด้วยการเก็บขยะและปล่อยลูกปลา เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม