คุณแหน : 24 กันยายน 2568

คุณแหน : 24 กันยายน 2568

คุณแหน : 24 กันยายน 2568

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จฯทอดพระเนตรงานแนะนำหนังสือ “ราชินิกุลบุนนาค” จัดโดย สำนักพิมพ์สยาม เรเนซองส์ ร่วมกับชมรมสายสกุลบุนนาค..
  • จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฎิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยมี วีณา วรรณฉัตรสิริ, สมหวัง อารีย์เอื้อ ร่วมด้วย..
  • เพื่อนๆชาว Brain 2 ร่วมยินดีกับ ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ที่ได้รับคัดเลือกเป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ในวาระใหม่สมัยที่ 28..
  • ชื่นชม วิรัตน์ ปราบทุกข์ ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ได้เปลี่ยนผ่านจากปัญหาการเกษตรแบบเดิมของชุมชน “บ้านปางแดงใน” อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้โครงการหลวงอย่างเป็นรูปธรรม..
  • มิตรสหายปลื้มใจกับ ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จากการประเมินในปี พ.ศ. 2568 โดยสถาบันไทยพัฒน์ ติดอันดับ 7 ปีต่อเนื่อง แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯที่จะพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืนทุกมิติและยึดมั่นในพันธกิจ NER สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง..
  • ชาว Digital CEO#2 ยินดีกับ กำพล โชคสุนทสุทธิ์ ที่ลูกสาวคนเก่ง ลลิตา โชคสุนทสุทธิ์ จบภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ..
  • ยินดีกับ รพ.ราชวิถี ที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2568 สาขารางวัลบริการภาครัฐ ระดับดีเด่น ประเภทขับเคลื่อนเห็นผล และ สาขารางวัลบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทขยายผลมาตรฐานการบริการ..
  • ไชยวุธ จาตุรงคกุล วันเกิดปีนี้ไปทำบุญที่วัดปากน้ำ แล้วฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..
  • ไม่ใช่เพียงแค่แหวนคู่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งรักแท้ ความมั่นคงและคุณค่าที่คงอยู่ตลอดไป NGG Jewellery ชวนช้อปเเหวนคู่ ลดราคาพิเศษสูงสุด 15% เฉพาะรายการสินค้าที่ร่วมรายการ รวมทั้งรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100,000 บาท เมื่อซื้อด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือ ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ได้ที่ NGG Jewellery ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ https://nggjewellery.com/..

น้องใหม่

ททท.แนะ 5 พิกัดเที่ยวปลายฝนต้นหนาว สุขทันที ที่เที่ยวไทย

ททท.แนะ 5 พิกัดเที่ยวปลายฝนต้นหนาว สุขทันที ที่เที่ยวไทย

ททท.แนะ 5 พิกัดเที่ยวปลายฝนต้นหนาว สุขทันที ที่เที่ยวไทย

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.43 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนคนที่เรารักออกไปเที่ยวเมืองไทย ออกไปสร้างโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ เที่ยวไทยไม่รู้ลืม กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ กับ 5 จุดหมายท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่ไม่ควรพลาด!

1. ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน – สัมผัสทะเลหมอกและบรรยากาศโรแมนติก

หากคุณกำลังมองหาความโรแมนติกและการพักผ่อนในธรรมชาติ ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ด้วยบรรยากาศของทะเลหมอกและหมู่บ้านสันติชลที่ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคไปในบรรยากาศสบายๆ ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ท้องฟ้าเปิดกว้างให้เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าและหมอกที่ปกคลุมเป็นฉากหลัง นอกจากนี้ปายยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเช่น สะพานประวัติศาสตร์ และน้ำพุร้อนที่คุณสามารถไปเยือนเพื่อเติมเต็มการเดินทางของคุณให้สมบูรณ์

2. ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ – ขวัญใจนักเดินป่าหน้าฝน และท้าทายในหน้าหนาวกับการพิชิตยอด 2,102 ม.

ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ หนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของผู้ที่หลงรักธรรมชาติและการเดินป่า ที่เปิดรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มี “ความพร้อม” ที่จะขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติอันงดงามผ่านเส้นทางเดินป่าที่ท้าทาย เพื่อขึ้นไปยังบริเวณ “ลานสนภูสอยดาว” ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,633 เมตร ที่เต็มไปด้วยต้นสนสามใบและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ซึ่งจะมี “ทุ่งดอกหงอนนาค” บานสะพรั่งในช่วงฤดูฝน

แต่เสน่ห์ของภูสอยดาว ไม่ได้มีแต่ในช่วงฤดูฝนเท่านั้น เมื่อหมดฝนและเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว “เส้นทางพิชิตยอดภูสอยดาว 2,102เมตร” จะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีใจท้าทาย ที่ต้องการพิชิตยอดภูสอยดาว ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร กับเส้นทางที่ท้าทายกว่าและชันกว่า แลกมากับวิวธรรมชาติที่ไม่ใช่ทุกคนจะได้เห็น และคืนที่ฟ้ากระจ่างกับดาวเต็มฟ้า

3. ภูกระดึง จังหวัดเลย – หลากสีสันกับภูยอดฮิต

ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในจังหวัดเลย ที่ไม่ว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ กับธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า กิจกรรมยอดนิยม คือการชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหล่มสักและการชมใบเมเปิ้ลสีแดง ที่เปลี่ยนสีทั่วทั้งภูเขา อีกหนึ่งไฮไลท์ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภูกระดึง


4. เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา – ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเล

หากพูดถึงจุดชมวิวที่สวยงามในเมืองไทย เสม็ดนางชีในจังหวัดพังงาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในช่วงปลายฝนต้นหนาว ด้วยการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลอันดามันที่มีความสวยงามและสงบเหมือนสรวงสวรรค์ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 800 เมตร สามารถมองเห็นความสวยงามของธรรมชาติภายในอ่าวพังงาได้อย่างกว้างไกลสุดสายตา ภูเขาหินปูนน้อยใหญ่จำนวนมากกลางทะเลอันดามัน และตัดเส้นด้วยป่าโกงกางสีเขียวสด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติที่เงียบสงบ


5. เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง – ชายหาดขาวสะอาดและบรรยากาศสุดโรแมนติก

เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในเกาะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ด้วยหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใส และบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน แต่ก็เต็มไปด้วยสีสันความสนุกสนานให้เลือกอย่างครบครัน โดยการเดินทางมายังเกาะเสม็ดสามารถใช้เวลาสั้นๆ จากกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมาย เช่น การดำน้ำตื้น ชมปะการัง และการชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุด

ติดตามข้อมูลและรายละเอียดเส้นทางท่องเที่ยวไทย ได้ที่ Facebook: Amazingไทยแลนด์ หรือ โทร. 1672 Travel buddy#เที่ยวไทยไม่รู้ลืม #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์

ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์

เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

ภูกระดึง จังหวัดเลย

ภูกระดึง จังหวัดเลย

NIA มอบรางวัล Prime Minister Award 2025 เชิดชูเกียรติสตาร์ตอัป ผู้พัฒนานวัตกรรม และพันธมิตรนานาชาติ

NIA มอบรางวัล Prime Minister Award 2025 เชิดชูเกียรติสตาร์ตอัป ผู้พัฒนานวัตกรรม และพันธมิตรนานาชาติ

NIA มอบรางวัล Prime Minister Award 2025 เชิดชูเกียรติสตาร์ตอัป ผู้พัฒนานวัตกรรม และพันธมิตรนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.39 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีมอบรางวัล Prime Minister Award 2025 เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการสตาร์ตอัป ผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมระดับโลก โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรีและประธานในพิธี ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญและมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมนวัตกรรมและสตาร์ตอัป เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมทั้งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ชาตินวัตกรรม” โดยมอบหมายให้ NIA เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานผ่านกลไกและมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการฐานระบบนวัตกรรมและสตาร์ตอัป ด้วยกลไก 4G ได้แก่ “Groom – Grant – Growth – Global” ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็ง เพื่อบ่มเพาะ พัฒนา สนับสนุนเงินทุน เร่งการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม และเชื่อมโยงสู่ตลาดระดับโลก ซึ่งที่ผ่านมาได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา และได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกหน่วยงานอย่างดียิ่ง และเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศวิสาหกิจเริ่มต้นและนวัตกรรมของประเทศ NIA จึงจัดมอบรางวัล Prime Minister Award ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นที่ที่ 9”

“รางวัล Prime Minister Award ถือเป็นเวทีสูงสุดในการเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการและองค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เพื่อให้สตาร์ตอัปไทยก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแรงและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) Prime Minister Award: National Startup 2025 เพื่อยกย่องหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคคลที่ส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศวิสาหกิจเริ่มต้นและนวัตกรรมของประเทศ มีผลงานและนวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ 2) Prime Minister Award: Innovation for Sustainability เพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจและกิจกรรมบนพื้นฐานของการรักษาสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการใช้พลังงานและทรัพยากร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืน และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ และ 3) Prime Minister Award: Global Innovation Partnership เพื่อประกาศเกียรติคุณหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศวิสาหกิจเริ่มต้นและนวัตกรรมของประเทศไทย” ดร. กริชผกา กล่าวเพิ่มเติม

ผู้ที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 13 ราย ดังนี้ รางวัล Prime Minister Award: National Startup 2025 สาขา Startup of the Year ได้แก่ 
Finnomena – แพลตฟอร์มการลงทุนกองทุนรวมที่ช่วยบริหารเป้าหมายทางการเงินระยะยาวของนักลงทุน โดยแนะนำพอร์ตตามระดับความเสี่ยงและผลตอบแทน สามารถติดตามผลแบบเรียลไทม์ และปรับแผนได้ทันที ได้รับการระดมทุนระดับ Series B+ มูลค่า 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สาขา Global Tech Startup of the Year บริษัท จับจ่าย คอร์ปอเรชั่น จำกัด – ผู้พัฒนาซอฟแวร์ด้านการศึกษาภายใต้แบรนด์ School Bright ระบบบริหารจัดการโรงเรียนแบบครบวงจร ครอบคลุมงานทะเ– ผู้ก่อตั้ง Flash Express ยูนิคอร์นรายแรกของไทย มูลค่ากิจการกว่า 30,000 ล้านบาท ต์แวร์ เป็นแรงบันดาลใจให้ซีรีส์ “Mad Unicorn” ทาง Ne January Capital)

สาขา Best Brotherhood of the Year บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) – ส่งเสริมระบบนิเวศสตาร์ตอัป ผ่านกองทุน VC “ORZON Ventures” และการลงทุนแบบ Venture Builder เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ด้านพลังงานและเทคโนโลยี มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคต

สาขา Best of Contributor in Human Capital Development จำนวน 2 หน่วยงาน คือ สถาบัน iNT มหาวิทยาลัยมหิดล – ผลักดันผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และการสร้างนวัตกรรมตอบโจทย์สังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และ True Digital Park – ศูนย์กลางสตาร์ตอัปและเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ให้บริการพื้นที่ทำงานครบวงจร สนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ตอัปทั้งในและต่างประเทศ

รางวัล Prime Minister Award: Innovation for Sustainability ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม – หน่วยงานหลักด้านการจัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ เน้นการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว คาร์บอนต่ำ และการพัฒนาความรู้เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม และ เซ็นทรัลพัฒนา – ผู้พัฒนาศูนย์การค้าแนวคิด “ศูนย์กลางการใช้ชีวิตและชุมชน” ผสานกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สมาคมศิษย์เก่ามหิดลฯ เปิดรอบพิเศษ “The Golden Show Concert 2025” คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อทุนการศึกษา นศ.มหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

สมาคมศิษย์เก่ามหิดลฯ เปิดรอบพิเศษ “The Golden Show Concert 2025” คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อทุนการศึกษา นศ.มหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

สมาคมศิษย์เก่ามหิดลฯ เปิดรอบพิเศษ “The Golden Show Concert 2025” คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อทุนการศึกษา นศ.มหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย  ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลฯ ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนในพระอุปถัมภ์ฯ และ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) จัดงานคอนเสิร์ตแห่งบทเพลงทองคำสุดยิ่งใหญ่แห่งปี The Golden show concert 2025 รอบการกุศล เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ ประธานการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลฯ ร่วมชมคอนเสิร์ต เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 ณ เมืองไทยรัชดาลัย

ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยามหิดลฯ ร่วมสมทบทุน 1,500,000 บาท สนับสนุนคอนเสิร์ต The Golden show concert 2025 รอบการกุศล โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รับมอบ โดยมี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการสมาคม และคณะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนฯ (จากซ้าย) ประไพพร เตียเจริญ, รศ.ดร.บุณยฤทธิ์ ปัญญาภิญโญผล, ชยานันท์ มโนเกษมสุข, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, ผศ.ชัยวัฒน์ วงศ์อาษา, รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ, ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์, ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข ร่วมรับมอบ

“The Golden Show Concert 2025” เป็นคอนเสิร์ตที่พาทุกคนข้ามเวลาไปยังดินแดนแห่งจินตนาการ เพื่อพบกับช่วงเวลาแห่งความสุขจากบทเพลงที่ทุกคนคิดถึงในอดีต เต็มอิ่มจุใจไปกับโชว์สุดตระการตาจากศิลปินเดอะโกลเดนซองทุกซีซัน นำโดย แอ๊ค โชคชัย, ผิงผิง สรวีย์, วิน วศิน, พลอย ทิพย์รมิดา, เบลโลล่า กนิษฐา, โก๊ะตุลย์ พันธนนท์, โตโต้ ธนเดช, ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ, อลิศ ธนัชศลักษณ์, ซาย ภิสา และ 6 คนสุดท้ายจาก THE GOLDEN SONG ซีซั่น 7  ณัฐ ณัฐภัทร , แอน ณัฏฐ์ณัชชา , พลอย อิสรีย์ภัค , นัท มาลิสา , อั่งเปา ตะวันวาด , อ๊อฟ ธาดาพงศ์ พร้อมด้วยโชว์สุดเซอร์ไพรส์จากกรรมการ กัน นภัทร, เม้า สุดา, โจ้ สุธีศักดิ์, กบ สุวนันท์, พิธีกร เกลือ กิตติ, คริส พีรวัส และโชว์สุดไพเราะจาก หนึ่ง จักรวาล และ เจี๊ยบ นนทิยา

รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนฯ , สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลญ, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดี ม.มหิดล และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ อุปนายก คนที่ 2 สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ประธานการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลฯ

เปิดเวทีพาผู้ชมย้อนเวลาไปกับบทเพลงทองคำ พาทุกคนไปในห้วงเวลาที่คิดถึง เริ่มเวทีด้วยโชว์สุดตระการตาจากหนุ่มเสียงดี แอ๊ค-โตโต้-ภูมิ-วิน-โก๊ะตุลย์ ด้วยเพลง “ลำนำรัก” ต่อด้วยแก๊งสาวเสียงหวาน พลอย-ซาย-เบลโลล่า-อลิศ-ผิงผิง กับเพลง “รักข้ามขอบฟ้า” จากนั้นแท็กทีมหนุ่มเสียงดีและสาวเสียงหวาน โชว์ต่อกับบทเพลง “ดาวล้อมเดือน” มาถึงคิวของ กัน-นภัทร ที่พาแฟน ๆ เปิดประตูเวลาทะลุมิติย้อนกลับไปสมัยอยุธยา ด้วยเพลง “ออเจ้า” ได้อย่างละมุนหู พร้อมเปิดตัวอีกหนึ่งกรรมการ ดีกรีศิลปินแห่งชาติ แม่เม้า-สุดา มาในเพลง “จูบ” จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์ไปกับ 2 หนุ่ม โก๊ะตุลย์-ภูมิ ที่จับมือมาสร้างสีสันในเพลง ป่าลั่น ให้ทุกคนในฮอลล์ได้ปรบมือตามกัน

รศ.ดร.บุณยฤทธิ์ ปัญญาภิญโญผล,รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดี คณะเวชศาสตร์ฯ, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, รศ.ดร.ยาใจ สิทธิมงคล, ศ.ดร.นริศรา จันทราทิตย์ ประธานสภาคณาจารย์ ม.มหิดล และ ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข

งานนี้ เกลือ-คริส ไม่น้อยหน้า มาในฐานะคู่หูดูโอ กับการจับไมค์ร้องเพลงคู่กันเป็นครั้งแรกของสองพิธีกรแห่งรายการ The Golden Song ในเพลง “หัวใจมีปีก” ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งคู่ไม่น้อย ก่อนจะส่งเข้าโชว์จาก โตโต้-ซาย-เบลโลล่า กับตำนานที่เป็นโศกนาฏกรรมความรักสุดอมตะ “ยอยศพระลอ” ที่ร้องและรำได้อย่างงดงาม ต่อด้วยโชว์จากแชมป์ป้ายแดงและเพื่อน ๆ The Golden Song ซีซั่น7 ณัฐ ณัฐภัทร, แอน ณัฏฐ์ณัชชา, พลอย อิสรีย์ภัค, นัท มาลิสา, อั่งเปา ตะวันวาด และ อ๊อฟ ธาดาพงศ์ ที่มาในเพลง ใครหนอ และ เพ้อ แถมงานนี้ ณัฐ ได้นำเพลงเปลี่ยนชีวิตอย่าง “สนามอารมณ์” มาถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญและยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอ ส่งต่อไปยังช่วงเวลาของแชมป์ทุกสมัย ณัฐ-แอ๊ค-วิน-ผิงผิง-พลอย-เบลโลล่า-โก๊ะตุลย์ มาในเพลง “นาทีที่ยิ่งใหญ่” พร้อมพูดคุยถึงความประทับใจช่วงแข่งในอดีต

ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์  อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา, ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.สุรชัย ชัยวัฒน์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ ดร.ทพญ. ธีรลักษณ์ สุทธเสถียร ประธานที่ปรึกษาคณบดีคณะทันตแพทยฯ และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ

เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นอีกครั้ง ต้อนรับ 4 กรรมการ แม่เม้า-โจ้-กบ-กัน ที่หยิบเพลง “เก็บตะวัน” มาทักทายแฟน ๆ พร้อมไฮไลท์จาก หนึ่ง จักรวาล ขึ้นมาร่วมโชว์พิเศษกับน้อง ๆ ด้วยบทเพลงอมตะเพื่อรำลึกถึงครูสุรพล โทณะวนิก อาทิ โอ้รัก, ลมรัก, ฉงน, หนาวเนื้อ ความพิเศษยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีบทเพลงไทยสากลที่ได้รับการยกย่องระดับทองคำ ที่นำเอาทำนองสุดไพเราะมาผสมผสาน เข้ากับกลิ่นอายของเอเชียได้อย่างงดงาม อย่างเพลง วอนลมรัก, ดาวประดับใจ, พะวงรัก, ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้, บัวขาว จาก เบลโลล่า-แอ๊ค-อลิศ-พลอย-ผิงผิง ได้อย่างตราตรึงใจ แถมยังพาผู้ชมไปท่องอวกาศ กับเพลง “พบกันที่ดวงดาว” จาก กัน-คริส-เกลือ และมาสนุกกันแบบรัว ๆ กับเหล่าศิลปินที่หยิบเอา อย่าง งานวัด, สายเกินไป, จากยอดดอย, บ้านเกิดเมืองนอน จนผู้ชมต้องนั่งกันไม่ติด ก่อนโบกมือลาเวทีส่งท้ายช่วงเวลาแห่งความสุขไปพร้อมกัน ด้วยเพลง รักเธอประเทศไทย, ความรักไม่รู้จบ ได้อย่างอิ่มเอมและประทับใจ

ประธานจัดคอนเสิร์ตฯ ต้อนรับ พรประภา – ทพ.สุนทร อัศวานันท์ 

อธิการบดี ม.มหิดล และ ประธานจัดคอนเสิร์ตฯ ต้อนรับ อังคณา พุทธพรมงคล ควงลูกๆ สุทธิพงศ์  พุทธพรมงคล และ ปนวรรณ  ตัณฑ์ไพโรจน์ มาชมคอนเสิร์ต


ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา , ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ และ รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ ขึ้นมอบดอกไม้แก่ตัวแทนศิลปิน นำโดย แม่เม้า สุดา ชื่นบาน, ครูหนึ่ง จักรวาล และ กัน นภัทร


ผศ.ชัยวัฒน์ วงศ์อาษา และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ ท่ามกลางน้องๆ ศิลปิน The Golden Song


ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์ และ ภคพล เมธาอัครโชค จากช่อง ONE

อุทัย พิมพ์ใจชน อดีต ประธาน สส. และอดีตประธานรัฐสภา พร้อมภริยา นวลศรี และ พล.ต.ต. วีระ อนันตกูล  อดีต สส.ชลบุรี และ อดีต สว. ร่วมชมคอนเสิร์ต


การแสดงจาก 4 กรรมการ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ, แม่เม้า- สุดา ชื่นบาน, กบ- สุวนันท์ คงยิ่ง และโจ้ – สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา


แม่เม้า, กบ สุวนันท์ และ ครูเจี๊ยบ นนทิยา จิวบางป่า นำทีมลูกๆ  ผิงผิง สรวีย์, เบลโลล่า ย้อนวัยคอซอง


ณัฐ ณัฐภัทร จตุรทิศพาณิชย์ แชมป์ THE GOLDEN SONG ซีซั่น 7


การแสดงสุดพิเศษจาก 2 พิธีกร คริส พีรวัส และ เกลือ กิตติ ร่วมด้วย กัน กันนภัทร  


ผิงผิง สรวีย์


เบลโลล่า กนิษฐา

 ปิดท้ายการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยบทเพลง รักเธอประเทศไทย และ ความรักไม่รู้จบ

จุฬาฯ หนึ่งเดียวตัวแทนประเทศไทย นำวงดุริยางค์ไทยเยาวชน โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย ฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ไทย–เปรู

จุฬาฯ หนึ่งเดียวตัวแทนประเทศไทย นำวงดุริยางค์ไทยเยาวชน โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย ฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ไทย–เปรู

จุฬาฯ หนึ่งเดียวตัวแทนประเทศไทย นำวงดุริยางค์ไทยเยาวชน โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย ฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ไทย–เปรู

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.26 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Thai Traditional Youth Orchestra : ChulaThaiYo พร้อมนิสิตนักดนตรีและนักแสดงจากคณะครุศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์ ขึ้นเวทีการแสดง ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 16–17 กันยายน 2568 สร้างชื่อเสียงแก่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติ ตอกย้ำบทบาทการใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นพลังแห่งการทูตวัฒนธรรม ตามนโยบาย  “CU Togetherness” ของ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ที่มุ่งขยายความร่วมมือสู่สากล และนโยบาย Chula Social Engagement for Cultural Sustainability” ที่มุ่งใช้ศิลปวัฒนธรรมขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย นำวง ChulaThaiYO ไปเปิดการแสดงสองวัน มี ผศ.ดร.วิชฏาลัมพก์ เหล่าวานิช ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นหัวหน้าคณะการแสดงวันแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ณ โรงละครเทศบาลกรุงลิมา (Teatro Municipal de Lima) โรงละครเก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเปรู มีผู้ชมเข้าชมเต็มความจุของโรงละครจำนวนกว่าพันคน ส่วนการแสดงวันที่สองเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 จัดขึ้น ณ โบราณสถาน Huaca Pucllana เขต Miraflores กรุงลิมา ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี สร้างบรรยากาศที่งดงามและน่าประทับใจ

การแสดงทั้งสองวันได้รับเกียรติจาก นายเอลเมอร์ โฮเซ่ เฮอร์มัน โกนซาโล ชีเอเลอร์ ซัลเซโด้ (Elmer José Germán Gonzalo Schialer Salcedo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐเปรู เข้าร่วมงาน ซึ่งได้กล่าวชื่นชมการแสดงของจุฬาลงกรณ์มหk วิทยาลัยว่าเป็นสะพานทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า เชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประชาชนไทยและเปรูได้อย่างงดงาม นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ นายพิษณุ โสภณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ,นายตรีเทพ นพคุณ อัครราชทูตที่ปรึกษาศิลปวัฒนธรรมไทยที่นำมาสู่เวทีระดับนา นาชาติในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งดนตรีและนาฏศิลป์ อาทิ โหมโรงมหาราช เพลงชุดเจ้าพระยา : สายน้ำแห่งกาลเวลาและอารยธรรม ผลงาน การประพันธ์ของ รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดีจุฬาฯ เครื่องสาย บรรเลงเดี่ยวรับร้อง เพลงนกขมิ้น 3 ชั้น โขน ตอนยกรบ เซิ้งโปงลาง ระบำกินรีร่อน และมโนราห์บูชายัญ ปิดท้ายด้วยการรำวงร่วมกันระหว่างศิลปินไทยและผู้เข้าร่วมจากประเทศเปรู

บรรยากาศการแสดงทั้งสองวันเต็มไปด้วยผู้ชมที่เข้าชมเต็มความจุของสถานที่ เสียงปรบมือกึกก้องและรอยยิ้มของผู้เข้าร่วมทุกคน สะท้อนถึงความสำเร็จอันงดงาม และเป็นบทพิสูจน์ถึงพลัง Soft Power ไทยที่สามารถสื่อสารความงดงามของดนตรีและนาฏศิลป์ไทยสู่สายตานานาชาติได้อย่างสง่างาม

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการควบคุมและกำกับการแสดงโดย อ.ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ ผศ.ดร.มาลินี อาชายุทธการ ,อ.ดร.ศักย์กวิน ศิริวัฒนกุล คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.เฉลิมพันธ์ ฤาวิชา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการนำศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่บนเวทีโลก เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ทางการทูตอันยาวนานและร่วมสร้างมิตรภาพระหว่างไทยและเปรูให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนสืบไป

นวัตกรรมนมอัดเม็ดฯ ตัวช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก คว้ารางวัลระดับชาติ

นวัตกรรมนมอัดเม็ดฯ ตัวช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก คว้ารางวัลระดับชาติ

นวัตกรรมนมอัดเม็ดฯ ตัวช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก คว้ารางวัลระดับชาติ

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.08 น.

นวัตกรรม มช. สู่ “นมอัดเม็ดเสริมโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย”  ทางเลือกใหม่ช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก พร้อมคว้ารางวัลระดับชาติ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย อาจารย์ ดร.พัฒนพงศ์ เถิดตะถา คณะอุตสาหกรรมเกษตร ได้คิดค้นนวัตกรรม “นมอัดเม็ดเสริมโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย” ที่ช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต เช่น ภาวะอ้วนลงพุง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง โดยผลงานนี้ได้รับรางวัลเหรียญเงินในงาน “Higher Education Innovation Awards 2025” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมนี้เกิดจากการผสมผสานของ 2 เทคโนโลยีหลักเข้าด้วยกัน คือ โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย Lactiplantibacillus plantarum CMUB-N14 และ แป้งต้านทานการย่อย (Resistant starch) จากกล้วยน้ำว้า ที่ทำหน้าที่เป็นสารเคลือบโพรไบโอติกและมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกอีกด้วย โดยทีมวิจัยพบว่าจุลินทีรย์ในระบบลำไส้ในแต่ละบุคคลนั้นมีความแตกต่างกันตามตามพันธุกรรม พื้นที่ และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และจุลินทรีย์ในระบบลำไส้ของคนไทยมีความแตกต่างจากชาวต่างชาติ จากการสำรวจการบริโภคโพรไบโอติกในประเทศไทย พบว่ากว่า 90% เป็นโพรไบโอติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งอาจทำงานกับระบบลำไส้ของคนไทยได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยเพื่อให้เข้ากับระบบลำไส้ของคนไทยโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ การใช้แป้งต้านทานการย่อยจากกล้วยน้ำว้ามาเคลือบโพรไบโอติก ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้จุลินทรีย์สามารถอยู่รอดในระบบทางเดินอาหารและเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะขยายจำนวนและผลิตสารสำคัญ เช่น กรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids: SCFAs) ได้แก่ กรดอะซิติก กรดโพรพิโอนิก และกรดบิวทิริก ซึ่งมีบทบาทในการปรับสมดุลการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย การใช้วัตถุดิบอย่างกล้วยน้ำว้าไม่เพียงแต่เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ แต่ยังช่วยส่งเสริมการใช้ผลผลิตทางการเกษตรที่ตกเกรดและสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่นอีกด้วย

ประโยชน์ของโพรไบโอติกซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่คัดแยกจากธรรมชาติ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยจัดการปัญหาโรคอ้วนและเบาหวานได้  เนื่องจากปัจจุบันพบว่าเด็กไทยมีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมและเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การควบคุมอาหารหรือใช้ยารักษาอาจไม่เหมาะสมกับเด็กในวัยเจริญเติบโต

งานวิจัยนี้จึงได้นำโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยมาพัฒนาในรูปแบบนมอัดเม็ด ซึ่งเป็นขนมที่เด็กคุ้นเคยและรับประทานง่าย โดยมีให้เลือก 2 รสชาติ คือ รสออริจินัลและรสช็อกโกแลต จุดเด่นของนมอัดเม็ดนี้คือการรวมกันของโพรไบโอติกและพรีไบโอติกจากแป้งกล้วยน้ำว้า ทำให้เกิดคุณสมบัติ ซินไบโอติก (Synbiotic) ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ดีในระบบลำไส้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เป็นเป้าหมายหลัก

โดยผลงานนี้ได้รับ รางวัลเหรียญเงิน จากการประกวดนวัตกรรม “Higher Education Innovation Awards 2025 ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สายอุดมศึกษาประจำปี 2568 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นผลงานของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นความตั้งใจของอาจารย์ที่จะสนับสนุนนักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการ (Startup) ตั้งแต่ช่วงแรกของการศึกษา ในการต่อยอดเทคโนโลยีนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น โยเกิร์ต เครื่องดื่มเสริมฟังก์ชัน และอาหารหมักอย่างแหนม เป็นต้น ปัจจุบันจุลินทรีย์โพรไบโอติก L. plantarum CMUB-N14 อยู่ระหว่างการประเมินความปลอดภัยโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) เพื่อขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และผลักดันสู่ตลาดในอนาคต

นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าภาคภูมิใจของอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ไม่เพียงแต่สร้างทางเลือกสุขภาพให้แก่คนไทยในเรื่องการจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรม แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรท้องถิ่นและเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

-(016)

เด็กเก่งวัฒนาวิทยาลัย Wattana Girls’ Chorus สะกดใจผู้ฟังแดนมังกร

เด็กเก่งวัฒนาวิทยาลัย Wattana Girls’ Chorus สะกดใจผู้ฟังแดนมังกร

เด็กเก่งวัฒนาวิทยาลัย Wattana Girls’ Chorus สะกดใจผู้ฟังแดนมังกร

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.51 น.

สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง สำหรับคณะนักร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ที่ได้รับเชิญไปร่วมพิธีเปิด–ปิด และการแสดง Friendship Concert ในงาน Panda’s Singing Chengdu (International) Children’s Chorus Week 2025 ระหว่างวันที่ 7–12 สิงหาคม ที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน

พร้อมทั้งขึ้นเวทีพิเศษ “Voice of Friendship” Forest Concert ที่เมืองเผิงโจว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยน้อง ๆ ขับร้องเพลงไทย สวัสดี และ รำวงเมดเลย์ ถ่ายทอดความเป็นไทยและพลังเสียงกังวานใส สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมจากนานาประเทศสำหรับ Wattana Girls’ Chorus นั้นมีผลงานและรางวัลการันตีระดับโลกมาแล้วมากมาย ในปีนี้คณะนักร้องเพิ่งคว้ารางวัล 2 เหรียญทอง และรางวัล Special Prize จากการแข่งขันที่ประเทศสโลวาเกีย ในปี 2567 คว้ารางวัล 2 เหรียญทอง และ Champion of Category จากการแข่งขันที่ฮ่องกง และในปี 2566 ได้รับรางวัล 1 เหรียญเงินจากเวที World Choir Games ที่ประเทศเกาหลีใต้ และรางวัลล่าสุดที่ได้รับมาเมื่อวันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568 กับ 3 รางวัลGold Award, Best Conducting Award และ Best Piano Accompaniment and Artistic Direction Award จากงาน 11th ASEAN International Choral Festivalความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ เป็นผลมาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักของน้อง ๆ ซึ่งหลายคนได้รับการปลูกฝังมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยอนุบาล ทั้งเรื่องวินัยในการฝึกฝนตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ความสม่ำเสมอ ความอดทน การแบ่งเวลาเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน รวมถึงการฝึกภาษาอังกฤษที่ได้จากในห้องเรียน เพื่อให้จดจำเนื้อร้องได้อย่างแม่นยำ และการฝึกฝนทักษะต่างๆ ในด้านการร้องเพลง จนได้กลายมาเป็น Thai Soft Power ที่โชว์ศักยภาพของ Wattana Girls’ Chorus ในฐานะนักกีฬาทางวัฒนธรรมด้านเสียงเพลง นับเป็นการโชว์ศักยภาพของเยาวชนไทยที่สร้างความประทับใจและสะกดสายตาผู้ชมในเวทีโลก สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจและสำหรับผู้ปกครองที่สนใจส่งเสริมศักยภาพของบุตรหลาน ขณะนี้ทางโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยได้เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ประจำปี 2569 แล้ว ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’ จุดประกายเครือข่ายดนตรีไทย-ไต้หวัน

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’ จุดประกายเครือข่ายดนตรีไทย-ไต้หวัน

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’ จุดประกายเครือข่ายดนตรีไทย-ไต้หวัน

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.35 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดงาน “Thai Music Meetup – Gan Bei” ณ Zepp New Taipei เพื่อนำเสนอศักยภาพของศิลปินและค่ายเพลงไทยสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือกับพันธมิตรไต้หวัน ตอกย้ำพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และศักยภาพของดนตรีไทยในเวทีโลก โดยดึงผู้ประกอบการดนตรีไทยและไต้หวันเข้าร่วมงานกว่า 150 ราย กวาดมูลค่าเจรจาธุรกิจกว่า 763 ล้านบาท

นายทวีป ราชาภักดี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานการเปิดงาน พร้อมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานโดยเน้นย้ำว่า “ดนตรีคือภาษาสากลที่ไม่ต้องการล่าม แต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างวัฒนธรรมให้เข้าใจกันได้ DITP ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดงาน แต่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทีม คอยหนุนหลังและเปิดประตูเชื่อมต่อพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อผลักดันดนตรีไทยให้เป็นทั้งงานศิลปะและพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างโอกาสทางการค้าได้จริง”

หลังพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติผู้แทนหน่วยงานภาครัฐไทยในไต้หวัน ได้แก่ นางสาวศุภรา เพ็งศรีทอง Deputy Executive Director Thailand Trade and Economic Office, นางสาวกัลยา ลีวงค์เจริญ Director Thai Trade Office, Taipei, นายรัชตะ แคนยุกต์ Deputy Director Tourism Authority of Thailand, Taipei, และนายพงษ์นรินทร์ อุลิศ ตัวแทนภาครัฐ อุตสาหกรรมดนตรีของไทย ขึ้นถ่ายรูปรวมเป็นที่ระลึก

ภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก มี ผู้เข้าร่วมงานทั้งแขกทั่วไปกว่า 120 ราย และแขกผู้มีเกียรติ (VIP Guest) กว่า 30 ราย โดย มีสื่อไต้หวันเข้ามาร่วมเก็บบรรยากาศภายในงาน ไฮไลท์สำคัญคือ กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างตัวแทนค่ายเพลงไทยและผู้ประกอบการดนตรีไต้หวัน ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสความร่วมมือและการขยายเครือข่ายทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

และจากความสำเร็จด้านการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) มีผู้ประกอบการไทย 12 ราย และผู้ประกอบการไต้หวัน 162 ราย รวม 163 คู่เจรจา มูลค่ารวมสูงถึง 763.05  ล้านบาท โดย สรุปผลดังนี้ ผลการซื้อ-ขายทันที: 8.52 ล้านบาท คาดหวังมูลค่าซื้อ-ขายภายใน 1 ปี 218.33 ล้านบาท และคาดหวังมูลค่าซื้อ-ขายภายใน 2-5 ปี 536.2 ล้านบาท เฉพาะอุตสาหกรรมดนตรี ยังไม่รวมอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว สื่อและความบันเทิง เป็นต้น เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทยชี้ว่า กิจกรรมนี้ช่วยสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและควรจัดอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอขยายไปยัง ญี่ปุ่นและเกาหลี ขณะที่ผู้ประกอบการไต้หวันยืนยันว่าเห็นศักยภาพดนตรีไทยชัดเจน และมีแนวโน้มร่วมลงทุนจริงใน 1–3 ปี

นอกจากความสำเร็จด้านธุรกิจแล้ว ในด้านเวทีการแสดง ศิลปินไทยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนเพลงไต้หวัน ที่เข้าร่วมชมการแสดงอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย ศิลปินไทยได้รับเสียงเชียร์และการต้อนรับอย่างดียิ่ง สะท้อนถึงพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนได้แม้จะต่างภาษา โดยตลอดค่ำคืนบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและสร้างสรรค์

เปิดเวทีด้วย STGZ หรือ Stargazer 2 ศิลปิน ที่นำวัฒนธรรมไทยมาตีความในรูปแบบร่วมสมัยแนวดนตรี Electronic ผสานผสมดนตรีพื้นบ้านอีสาน โดยใช้เครื่องดนตรีพิณเพื่อสร้างเสียงที่แปลกใหม่และสะท้อนการเชื่อมต่อระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับยุคดิจิทัล ตามด้วย UNTRYMAEW (อันตรายแมว) ที่มาพร้อมพลังดนตรีสุดมันป็นวงดนตรีแนวเน้นการผสมเสียงสังเคราะห์และบรรยากาศแปลกใหม่ไม่ยึดติดกรอบแนวเพลงแบบดั้งเดิม

และมาถึงวงที่ทุกคนรอคอย H3F ศิลปินรุ่นใหม่ที่ไต่อันดับขึ้นสู่เวทีสากลที่มีสไตล์ผสมผสาน Funk, R&B, Soul และ Pop ในแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ และเคยมีทัวร์ในหลายประเทศในเอเชียการมาเล่นที่ไต้หวันครั้งนี้จึงสะท้อนถึงกระแสตอบรับที่ขยายตัวในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแสดงจากวง SEIZER ศิลปินไต้หวันสาย Indie Rock/Alternative ที่ได้รับการสนับสนุนจาก TAICCA วงที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังงานล้นเวที เพลงมีจังหวะเร้าใจจนผู้ชมต้องลุกขึ้นมาโดดและเต้นตาม สร้างความคึกคักและสนุกสนานอย่างเต็มที่ 

ชื่องาน “Gan Bei” มีความหมายว่า “ชนแก้วให้สุด ดื่มให้หมด” สื่อถึงการทุ่มเทเต็มพลังของศิลปินทุกคนในทุกโน้ต ทุกท่อนเพลง เพื่อส่งต่อความจริงใจและเชื่อมโยงหัวใจของผู้ฟัง งานในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นคอนเสิร์ต แต่คือก้าวสำคัญของการต่อยอด Soft Power ดนตรีไทย สู่ระดับนานาชาติ

-(016)

DHL Express รับรางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม สาขาโลจิสติกส์การค้า สนับสนุนผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก

DHL Express รับรางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม สาขาโลจิสติกส์การค้า สนับสนุนผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก

DHL Express รับรางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม สาขาโลจิสติกส์การค้า สนับสนุนผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.34 น.

DHL Express (ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส) ประเทศไทย ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ภายใต้ DHL Group รับรางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม (Best Service Enterprise Award) สาขาโลจิสติกส์การค้า (Trade Logistics) จากการประกาศรางวัลเกียรติยศ  PM’s Export Award โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้ให้บริการโลจิส

ติกส์ที่ประสบความสำเร็จในการให้บริการและโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ พัฒนาคุณภาพการดำเนินการเพื่อการส่งออกและนำเข้า และมีความเป็นเลิศรอบด้าน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ก้าวสู่การเติบโตในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

“รางวัลนี้คือบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของ DHL Express ในการมอบบริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ดีที่สุดและพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้กับธุรกิจทุกขนาด เพื่อส่งสินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากประเทศไทยไปแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเกณฑ์การคัดเลือกนั้นเป็นไปอย่างเข้มข้น ครอบ คลุม 6 คุณสมบัติ คือ แผนเชิงกลยุทธ์, การบริหารจัดการกระบวนการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง, การใช้ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีที่สนับสนุนกิจกรรมด้านโลจิสติกส์, การกำกับดูแลองค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, การให้ความสำคัญกับลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์” เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว

DIT – กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่ช่วยเกษตรกร ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพ ที่พารากอน

DIT - กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่ช่วยเกษตรกร ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพ ที่พารากอน

DIT – กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่ช่วยเกษตรกร ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพ ที่พารากอน

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

กรมการค้าภายใน (DIT) ร่วมกับ กูร์เมต์มาร์เก็ต จัดงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together” เคียงข้างเกษตรกรไทยไปด้วยกัน จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 – 29 กันยายน 2568 ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สาขาพารากอน เพื่อเป็นพื้นที่สนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าคุณภาพได้โดยตรงถึงมือผู้บริโภค และเพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาสินค้า

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมกับ เดอะมอลล์กรุ๊ป จัดงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together” ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมมือกันมาตลอด เช่น การนำผลไม้แต่ละภูมิภาคมาจัดเป็นงาน Thai Fruit Festival ในส่วนของงานวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมนำสินค้าที่ดีในหลากหลายภาคส่วนของประเทศมาเปิดช่องทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นเกษตรผู้ปลูกผลไม้ กลุ่มปศุสัตว์ รวมถึงผู้ปลูกข้าวที่ชนะการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศ โดยนำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายโดยตรงถึงมือผู้บริโภค ซึ่งสถานที่ตั้งของกูร์เมต์มาร์เก็ต สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยตอนนี้ที่มีเป้าหมายจะเป็นจุดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกลุ่มต่างชาติที่ย้ายมาทำงานในประเทศไทยชั่วคราวหรือที่เราเรียกว่ากลุ่มดิจิทัลนอแมด Digital Nomad ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

อธิบดี DIT กล่าวว่า “นอกจากนี้ งานนี้ไม่เพียงให้วิสาหกิจชุมชนมีช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นเสมือนเวทีประกวดนางงาม ที่นำสินค้าเข้ารอบ คุณภาพดี มาจำหน่ายในเมือง โดยหากสินค้าใดมียอดจำหน่ายสูง และสอดคล้องกับความต้องการทางการตลาดของกูร์เมต์มาร์เก็ต ก็จะมีการนำสินค้ามาเชื่อมโยงขายในห้างเป็นสินค้าขายประจำห้างต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรผู้ผลิต ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวยังเป็นการสร้างแรงจูงใจสำคัญให้เกษตรกรได้เรียนรู้ด้านการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ”

ภายในงานได้รวบรวมผลผลิตเกษตรคุณภาพกว่า 80 สินค้า มาจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่ได้รับรางวัลจากการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ซึ่งจัดโดย DIT มายาวนานกว่า 42 ปี เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 ตราข้าวนาคุณตาณรงค์ จากอุบลราชธานี (รางวัลชนะเลิศปี 2566) ข้าวหอมมะลิอินทรีย์นครพนม (รางวัลชนะเลิศปี 2564) และยังมีข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพเป็นเลิศและชนะการประกวดในหลายๆ ปี มาร่วมจำหน่าย รวมถึงนำข้าวมาแปรรูปในอีกหลายรูปแบบ เช่น ไอศกรีมที่ทำจากข้าวชนิดต่าง ๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์ของข้าวแต่ละชนิดไว้ ข้าวหุงพร้อมทาน เป็นต้น

นอกจากข้าวแล้ว DIT ยังได้เชื่อมโยงผลไม้ทั้งผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของเกษตรกรมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรงและพิเศษสุดในโซนผลไม้คุณภาพ ที่คัดเกรดระดับพรีเมียมในราคาสุดพิเศษ อาทิ ลำไยจากจันทบุรี ลองกองจาก จ.อุตรดิตถ์ มะพร้าวน้ำหอม GI และฝรั่งไส้แดงจากราชบุรี สับปะรดภูแล GI จากเชียงราย ส้มโอขาวน้ำผึ้งจากสมุทรสงคราม อะโวคาโดจากเพชรบูรณ์ ทุเรียนทอดกรอบจากจันทบุรี และน้ำลำไยหิมะ/ลำไยอบแห้งจากลำพูน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลไม้ล้นตลาด ที่ DIT ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องด้วย

และภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทยจากกิจกรรม “หน้าเนื้อ ใจสยาม” ที่นำเนื้อโคไทยคุณภาพหลากหลายสายพันธุ์จากเกษตรกรไทย 5 กลุ่มมาจำหน่าย ได้แก่ เนื้อสยามวากิวลูกผสมแองกัส บีฟมาสเตอร์ หรือชาโรเลส์รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคไทย เช่น เนื้อย่างเสียบไม้ เนื้อแดดเดียว ไส้กรอกเนื้อ ไส้อั่วเนื้อ รวมทั้งยังมีการจำหน่ายกุ้งและผลิตภัณฑ์กุ้งแปรรูปจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร อาทิ กุ้งต้มพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด กุ้งสดแช่แข็ง กุ้งเทมปุระ และกุ้งป๊อป เพื่อกระตุ้นการบริโภคกุ้งในประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรไทย รองรับความเสี่ยงจากผลกระทบจากนโยบายด้านการแข่งขันทางการค้าจากต่างประเทศในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการนำสินค้าไก่งวงและผลิตภัณฑ์ไก่งวงแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี เช่น จ๊อไก่งวง ไส้กรอกไก่งวง ไส้อั่วไก่งวง บาร์บีคิวไก่งวง มาจำหน่าย เพื่อสร้างการรับรู้และการส่งเสริมการบริโภคไก่งวงในประเทศ ตลอดจนเป็นแนวทางการขยายตลาดให้แก่เกษตรกรไทย รวมถึงปลาทูหน้างอคอหักจากแม่กลอง ในหลายรูปแบบ ทั้งปลาทูสด ปลาทูทอด ปลาทูมัน ปลาทูต้มเค็ม มาจำหน่ายอีกด้วย

นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอขอบคุณกูร์เมต์ มาร์เก็ต และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่เล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรไทย เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยได้นำสินค้ามาจำหน่ายโดยตรง ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สำหรับพี่น้องประชาชน ขอเชิญชวนมาร่วมอุดหนุนสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรไทยในราคาที่เหมาะสม ภายในงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together เคียงข้างเกษตรกรไทยไปด้วยกัน มาร่วมอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรไทย และเป็นการให้กำลังใจกับเกษตรกรผลิตสินค้าคุณภาพต่อไป”

-(016)