สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 46

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 46

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 46

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อทรงเปิดนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 46  จัดโดย มูลนิธิบัวหลวง ร่วมกับ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  เพื่อส่งเสริมงานศิลปกรรมไทยให้มีความยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่มีทักษะ แนวคิดได้แสดงความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรมที่มีคุณค่าและคุณภาพ  รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สน ใจได้ร่วมชื่นชมผลงานจิตรกรรม ผ่านการถ่ายทอดผลงานจากศิลปิน

การประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ในปี 2568 มูลนิธิบัวหลวง ได้เรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางศิลปะเป็นคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินผลงาน คือ ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ประธานกรรมการ และกรรมการประกอบด้วย ศ.เกียรติคุณสันติ เล็กสุขุม, ศ.เกียรติคุณปริญญา ตันติสุข, ศ.เดชา วราชุน, ธงชัย รักปทุม,ปัญญา วิจินธนสาร และ รศ.วิรัญญา จิราธิกิตติ์ โดยมี คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช เป็นที่ปรึกษา การประกวดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี จิตรกรรมไทยแนวประเพณี และจิตรกรรมร่วมสมัย ในปี 2568 มีศิลปิน 135 คน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวม 180 ชิ้น คณะ กรรมการได้พิจารณาคัดเลือกผลงานให้ได้รับรางวัล 10 ชิ้น และผลงานร่วมแสดงอีก 66 ชิ้น รวมผลงานที่แสดงในนิทรรศการทั้งสิ้น 76 ชิ้น  

ผลงานที่ได้รับรางวัล มีดังนี้ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี เป็นงานจิตรกรรมที่มีแบบอย่าง กระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิธี และเรื่องราวเนื้อหาสาระที่ดำรงภาพลักษณ์แบบไทยประเพณี  รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวงเงิน รางวัล 200,000 บาท ทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ‘ลดทิฐิพญานันโทปนันทนาคราช’ โดย บัณฑิต วันนุกูล รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง เงินรางวัล 150,000 บาท ผลงานชื่อ ‘พระพุทธเจ้าทรงโปรดพระพุทธมารดา’ โดย ภฤศชัย หอมช่วงทรัพย์ รางวัลที่ 3 มี 2 รางวัล เหรียญทองแดงบัวหลวง เงินรางวัลๆ ละ 100,000 บาท ผลงานชื่อ ‘อิเหนารำบวงสรวง ท้าวประตาระกาหลา’ โดย วิภาส ตันเจริญ และผลงานชื่อ ‘ทูลเชิญจุติสู่พระครรภ์’ โดย ณัฐดนัย ทองเติม จิตรกรรมไทยแนวประเพณี เป็นงานจิตรกรรมที่มีกระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิธี และเรื่อง ราวเนื้อหาสาระ ทั้งภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ไทยของงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีมาพัฒนาสร้างสรรค์ให้เข้ากับสมัยนิยม รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง เงินรางวัล 200,000 บาท ทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ‘ศรัทธาอันเข้มขลัง ณ แยกราชประสงค์’ โดย วัชรนนท์ แสนวิ เศษ รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง เงินรางวัล  150,000 บาท ผลงานชื่อ ‘สมุด (ข่อย)’ โดย บุญทวี  ทับทิมไทย รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง เงินรางวัล 100,000 บาท ผล งานชื่อ ‘สัญญะแห่งรักษ์’ โดย อัซมาวีย์ การี จิตรกรรมร่วมสมัย  เป็นงานจิตรกรรมที่มีกระบวนการสร้างสรรค์ แนวความคิด กลวิธี และเรื่องราวเนื้อหาสาระที่มีการแสดงออกอย่างอิสระเสรี รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง เงินรางวัล 200,000 บาท ทุนทัศนศึกษางานศิลปะในต่างประเทศ ผลงานชื่อ ‘ลมหายใจของธรรมชาติ’ โดย สิทธิพนธ์ เลาะไชยสงค์ รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง เงินรางวัล 150,000 บาท ผลงานชื่อ‘บรรยากาศของสีแห่งความศรัทธาในดินแดนล้านนา 2568  หมายเลข 1’ โดย พงศ์ศิริ คิดดี รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง เงินรางวัล 100,000 บาท ผลงานชื่อ ‘ชีวิตใหม่’ โดย ระพีพัฒน์ ผลรัตนไพบูลย์

นิทรรศการจัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 –19.00  น.(ปิดวันพุธ) หลังจากนั้น มูลนิธิบัวหลวงจะนำผลงานไปจัดนิทรรศการสัญจรที่จังหวัดสงขลา สอบถามเพิ่มเติม หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โทร. 02-281-5360-1 https://www.facebook.com/queengallerybkk/

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิบัวหลวง

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิบัวหลวง

ฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการตัดสินจิตรกรรมบัวหลวงและผู้ได้รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดฯ

ฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการตัดสินจิตรกรรมบัวหลวงและผู้ได้รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดฯ

รับเสด็จ ณินทิรา โสภณพนิช กก.บริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ,วิทิต ลีนุตพงษ์ กก.มูลนิธิบัวหลวง 
และ สุภัททา สังสิทธิ กก.บริหารและ ผอ.หอศิลป์ฯ

รับเสด็จ ณินทิรา โสภณพนิช กก.บริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ,วิทิต ลีนุตพงษ์ กก.มูลนิธิบัวหลวง และ สุภัททา สังสิทธิ กก.บริหารและ ผอ.หอศิลป์ฯ

รางวัลที่ 1  ไทยประเพณี เหรียญทองบัวหลวง “ลดทิฐิพญานันโทปนันทนาคราช”

รางวัลที่ 1 ไทยประเพณี เหรียญทองบัวหลวง “ลดทิฐิพญานันโทปนันทนาคราช”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง  “พระพุทธเจ้าทรงโปรดพระพุทธมารดา”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “พระพุทธเจ้าทรงโปรดพระพุทธมารดา”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “อิเหนารำบวงสรวงท้าวประตาระกาหลา”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “อิเหนารำบวงสรวงท้าวประตาระกาหลา”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง  “ทูลเชิญจุติสู่พระครรภ์”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “ทูลเชิญจุติสู่พระครรภ์”

รางวัลที่ 1 แนวประเพณี  เหรียญทองบัวหลวง “ศรัทธาอันเข้มขลัง ณ แยกราชประสงค์”

รางวัลที่ 1 แนวประเพณี เหรียญทองบัวหลวง “ศรัทธาอันเข้มขลัง ณ แยกราชประสงค์”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “สมุด (ข่อย)”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “สมุด (ข่อย)”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “สัญญะแห่งรักษ์”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “สัญญะแห่งรักษ์”

รางวัลที่ 1 ร่วมสมัย เหรียญทองบัวหลวง “ลมหายใจของธรรมชาติ”

รางวัลที่ 1 ร่วมสมัย เหรียญทองบัวหลวง “ลมหายใจของธรรมชาติ”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “บรรยากาศของสีแห่งความศรัทธาในดินแดนล้านนา 2568 หมายเลข 1”

รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง “บรรยากาศของสีแห่งความศรัทธาในดินแดนล้านนา 2568 หมายเลข 1”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “ชีวิตใหม่”

รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง “ชีวิตใหม่”

ผลงานสุดสร้างสรรค์จากศิลปินออทิสติก ในนิทรรศการ ‘Power of Art by Power Buy x Artstory’

ผลงานสุดสร้างสรรค์จากศิลปินออทิสติก ในนิทรรศการ ‘Power of Art by Power Buy x Artstory’

ผลงานสุดสร้างสรรค์จากศิลปินออทิสติก ในนิทรรศการ ‘Power of Art by Power Buy x Artstory’

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.40 น.

เมื่อหน้าจอทีวีกว่า 100 เครื่อง ที่ร้านเพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ถูกเนรมิตเป็นผืนผ้าใบดิจิทัลที่เปล่งประกายด้วยจินตนาการของ 19 ศิลปินออทิสติกรุ่นเยาว์ ที่มาร่วมอวดลายเส้น สีสันจากปลายพู่กันถ่ายทอดเรื่องราวที่ไม่เหมือนใครผ่านผลงาน 100 ภาพ ที่นำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการที่ชื่อว่า “Power of Art by Power Buy x Artstory” ซึ่งเกิดขึ้นจากความตั้งใจของเพาเวอร์บาย และ Artstory by Autistic Thai ในการเปิดพื้นที่ใหม่ให้ศิลปะได้ออกนอกกรอบเดิมๆ และก้าวสู่โลกแห่งเทคโนโลยี ครั้งนี้หน้าจอทีวีจึงไม่ได้มีไว้แค่รับชมความบันเทิง แต่กลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงศิลปะให้มาสัมผัสหัวใจผู้คน ร่วมชมแกลเลอรี่สุดพิเศษ และให้กำลังใจน้องๆ กันได้ตั้งแต่วันนี้ – 14 กันยายน 2568 ที่เพาเวอร์บาย ชั้น 4 เซ็นทรัลเวิลด์

พัชราภรณ์ วรยิ่งยง

นางสาวพัชราภรณ์ วรยิ่งยง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “เพาเวอร์บายได้ร่วมมือกับมูลนิธิออทิสติกไทยเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด Power of Love – Technology for All’ เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงนวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ ในปีนี้เราจึงนำเทคโนโลยีมาสร้างเวทีสุดสร้างสรรค์ และเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสียงให้กับกลุ่มเปราะบางในสังคมอย่างเท่าเทียม เปิดพื้นที่ภายในร้านเพาเวอร์บาย เซ็นทรัลเวิลด์ ให้กลายเป็นแกลเลอรี่ขนาดย่อมกลางเมือง จัดแสดงผลงานศิลปะจากน้องๆ กลุ่มออทิสติกกว่า 100 ชิ้น ผ่านจอทีวีทั้งหมดภายในร้าน นี่ไม่ใช่แค่การจัดนิทรรศการ แต่คือการยืนยันว่าศิลปินกลุ่มพิเศษเหล่านี้มีพื้นที่ มีศักยภาพ และมีคุณค่าในสังคม เพาเวอร์บายเชื่อว่าทุกคนควรมีโอกาสในการเติบโตอย่างเท่าเทียม และเทคโนโลยีก็คือหนึ่งในพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้สังคมเดินหน้าไปด้วยกัน”

วรัท จันทยานนท์ 

นายวรัท จันทยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Artstory by Autistic Thai กล่าวว่า “การจัดนิทรรศการ “Power of Art by Power Buy x Artstory” ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผลงานของน้องๆ ได้จัดแสดงผ่านจอทีวีกว่า 100 ผลงาน ซึ่งสะท้อนถึงพลังแห่งศิลปะและเทคโนโลยีในการผลักดันให้น้องๆ กลุ่มออทิสติกได้แสดงออกถึงศักยภาพที่แท้จริง แม้พวกเขาจะไม่สามารถถ่ายทอดความคิดเป็นคำพูดได้ทั้งหมด แต่สื่อสารได้อย่างลึกซึ้งผ่านเส้นสายและสีสันของงานศิลป์ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออก แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมใจผู้คนที่ได้ชม ทั้งนี้เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้พวกเขาได้เข้าถึงสังคมในวงกว้างได้ Artstory รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเพาเวอร์บายในการจัดนิทรรศการนี้ ซึ่งไม่เพียงมอบเวทีให้กับศิลปินออทิสติกได้แสดงฝีมืออย่างภาคภูมิ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับครอบครัวและสังคมโดยรวม อีกทั้งยังเป็นบทพิสูจน์ว่าพรสวรรค์ของเด็กกลุ่มนี้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัด และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าในระดับมืออาชีพได้อย่างแท้จริง”

นอกจากจะได้ชื่นชมผลงานศิลปะของน้องๆ ผ่านหน้าจอทีวีที่เพาเวอร์บาย เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้ – 14 ก.ย. 68 แล้ว ยังได้พบกับอีกหนึ่งความน่ารักที่ซ่อนอยู่ในดีเทลเล็กๆ อย่างลวดลายสติ๊กเกอร์สุดคิ้วท์จากฝีมือการออกแบบของน้องๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการหยิบเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในร้าน สิ่งของที่ดูธรรมดาในชีวิตประจำวันมาตีความใหม่ผ่านมุมมองของเด็กพิเศษ จนกลายเป็นลวดลายสนุกๆ ที่ช่วยเติมสีสันให้กับของใช้เหล่านั้นแปลงร่างเป็นของตกแต่งบ้านที่ไม่เหมือนใคร เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีกับความคิดสร้างสรรค์ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

เพาเวอร์บายยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับผู้คนในทุกมิติ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ดีและยั่งยืน พร้อมสานต่อปรัชญา CRC Care ของเซ็นทรัล รีเทล ในด้าน Care for the Community ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สร้างความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

อลังการ!! สาวงาม 77 จังหวัดจัดเต็มรอบชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2025

อลังการ!! สาวงาม 77 จังหวัดจัดเต็มรอบชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2025

อลังการ!! สาวงาม 77 จังหวัดจัดเต็มรอบชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2025

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

สาวงาม 77 จังหวัดจัดเต็มรอบชุดประจำชาติ หรือ National Costume สำหรับเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2025 : The New Era โดย บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ผู้ถือสิทธิ์ในการจัดประกวด Miss Universe Thailand โดย “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประธานกองประกวด Miss Universe Thailand & Vice President of Miss Universe Asiana ยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแสง สี เสียงสุดอลังการ ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9

หลังจากสาวงามทั้ง 77 จังหวัดเข้าเก็บตัวและเตรียมประชันมงกุฎเกียรติยศบนเวทีที่จะนำทางไปสู่จักรวาล  พร้อมแคมเปญพิเศษกับการประกวด INSPIRE U TO THE UNIVERSE เพราะเสียงของพวกเธอ คือพลังที่จะส่งต่อถึงผู้หญิงทั้งจักรวาล สร้างแรงขับเคลื่อนให้สังคมได้อย่างตรงจุด เพราะนอกจากความสวยที่เพียบพร้อมแล้ว สมองและทัศนคติของพวกเธอนั้นน่าชื่นชมเช่นกัน ก็มาถึงการประกวดในรอบชุดประจำชาติ หรือ National Costume  นอกจากจะได้ถึงเห็นความอลังการของชุดประจำจังหวัดที่เหล่าดีไซเนอร์สายเลือดไทย เนรมิตให้ผู้เข้าประกวดได้สวมใส่และนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทย ทั้งการเลือกสรรผ้าและลวดลายเอกลักษณ์ไทย การตัดเย็บที่สุดแสนจะประณีตแล้ว  สาวงามผู้เข้าประกวดต่างถ่ายทอดออกมาให้เห็นถึงแก่นแท้และรากเหง้าของประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อช่วงชิงตำแหน่ง Best National Costume หรือชุดประจำชาติยอดเยี่ยม  ซึ่งสนับสนุนรางวัลโดย Numju Vitamin Whitening lotion & Rachi Body Bright UV Protection

สาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ได้แก่ MUTกรุงเทพมหานคร แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง MUTขอนแก่น ศศินันท์ กุหลาบ MUTนครพนม วริศยา แสวงการ MUTนครศรีธรรมราช กมลพร ทองพล MUTปทุมธานี อมองดีน กลาสเซต์  MUTพัทลุง แวเนสซ่า เดเซเร ทิมเฮเด MUTระยอง ดวงเดือน คอลลินส์ MUTราชบุรี ธารา ดิษฐะ-มาร์ชอลล์ MUTสระบุรี ปวีนา ซิงห์  MUTสุราษฎร์ธานี ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร ทั้งนี้ จะมีการประกาศผลผู้ชนะ Best National Costume และรองชนะเลิศอีก 4 ตำแหน่ง ในรอบตัดสิน Final Competition ค่ำคืนวันตัดสิน 23 สิงหาคม 2565 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง Grand TV

การประกวด Miss Universe Thailand 2025  มีเป้าหมายชัดเจนในการค้นหาสาวงาม “The New Era” ที่จะมาเป็นตัวแทนประเทศไทยไปเฉิดฉายบนเวทีจักรวาล ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในช่วงปลายปีนี้  โดยนางงามแห่งยุค MGI นอกจากจะต้องมีความสวยระดับ 4B (Beauty, Body, Brain, Business) แล้ว ยังต้องมีคุณค่าและแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น ภายใต้หลัก 3E (Elegance, Empowering, Entertainment) อีกด้วย ซึ่งทำให้การประกวดปีนี้เข้มข้นและน่าติดตามในทุกๆ รอบ

ร่วมเชียร์และติดตามกิจกรรม MISS UNIVERSE THAILAND ได้ในช่องทาง Facebook : Miss Universe Thailand / Instagram @missuniversethailand / X : @missu_thailand / TikTok : @officialmuth 

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ เปิดตัวนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” โชว์ผลงานผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่ถูกถักทออย่างพิถีพิถันให้ได้รับชม

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ เปิดตัวนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” โชว์ผลงานผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่ถูกถักทออย่างพิถีพิถันให้ได้รับชม

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ เปิดตัวนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” โชว์ผลงานผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่ถูกถักทออย่างพิถีพิถันให้ได้รับชม

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ICONCRAFT (ไอคอนคราฟต์) จัดนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” ระหว่างวันที่ 19 – 23 สิงหาคม 2568 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอผลงาน ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ผสานแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยสู่เวทีแฟชั่นในอนาคต

นิทรรศการนำเสนอผลงานสิ่งทอที่ใช้เส้นใยธรรมชาติ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าขนแกะ และเส้นใยจากท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน โดยมีการต่อยอดสู่ แฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ จากดีไซน์เนอร์ไทย แบรนด์ TANDT แบรนด์ WISHARAWISH แบรนด์ Chai Gold Label แบรนด์ Irada แบรนด์ Theathe แบรนด์ Panya.me แบรนด์ Vickteerut แบรนด์ Fah chak แบรนด์ Vatit itthi ที่นำผ้าจากโครงการการใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ไปสร้างสรรค์ชุดแฟชั่นร่วมสมัย สะท้อนถึงศักยภาพของวัตถุดิบธรรมชาติไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีสากลได้ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้วัสดุที่ยั่งยืน ภายใต้ concept “Sustainable Fashion” ที่เน้นความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อโลก สนับสนุนชุมชนผู้ผลิต และส่งเสริมการใช้เส้นใยธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค

นิทรรศการครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันงานหัตถกรรมไทยสู่แฟชั่นอนาคต โดยมุ่งหวังให้เกิดแรงบันดาลใจในการนำภูมิปัญญาไทยมาต่อยอดสู่การสร้างสรรค์เชิงพาณิชย์และการออกแบบอย่างยั่งยืน เผยให้เห็นพลังของ “เส้นใยธรรมชาติ” ในการสร้างสรรค์สิ่งที่งดงาม ยั่งยืน และมีคุณค่าทั้งต่อผู้สวมใส่และต่อสังคม สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : https://lin.ee/LDYuwsY 

#กรมการพัฒนาชุมชน #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #FutureFashion2025

ยูอาร์ซี ส่งต่อความห่วงใยสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

ยูอาร์ซี ส่งต่อความห่วงใยสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

ยูอาร์ซี ส่งต่อความห่วงใยสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดินหน้ายืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์วิกฤต บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ แจ็คแอนด์จิล (Jack’n Jill) นำโดย นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวพรทิพย์ ลีลาเลิศวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและความช่วยเหลือไปยังผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยพลังเล็กๆ ผ่านการมอบผลิตภัณฑ์แบรนด์ Jack’n Jill อันประกอบไปด้วย ฟันโอ คุกกี้, ฟันโอ แครกเกอร์, ดิวเบอร์รี่ เค้ก และ ดิวเบอร์รี่ ฟรุ๊ตพาย มูลค่ารวมกว่า 377,000 บาท ส่งมอบผ่านกองทัพบกโดย พลโท อานุภาพ ศิริมณฑล รองเสนาธิการทหารบก เป็นประธานรับมอบจากทางกองทัพบก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา และเพื่อสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิกระจกเงา ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม

นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประเทศไทย บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ยูอาร์ซี ดำเนินธุรกิจและเติบโตเคียงคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ในฐานะผู้นำด้านขนมขบเคี้ยว เรามีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตต่างๆ โดยหวังว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะช่วยสร้างร้อยยิ้ม กำลังใจ และช่วยบรรเทาความหิวในยามจำเป็นได้ ซึ่งสินค้าของเราอย่างคุกกี้ แครกเกอร์ และพัฟเค้ก นอกจากจะกินง่าย อิ่มท้องแล้ว ยังเก็บไว้ได้นาน เหมาะกับการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เราจึงอยากส่งมอบความช่วยเหลือและน้ำใจให้ผู้ประสบภัย ผ่านความร่วมมือของพนักงานองค์กร ภาครัฐ มูลนิธิ รวมไปถึงองค์กรการกุศลในทุกภาคส่วน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ และพลังใจให้กับผู้ที่เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที”

ยูอาร์ซี ส่งเสริมและปลูกฝังให้พนักงานให้มีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่เสมอ โดยในครั้งนี้ เราส่งต่อความช่วยเหลือเพิ่มอีกทางผ่านมูลนิธิกระจกเงา โดยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ มูลค่ากว่า 110,000 บาท โดยพนักงานในองค์กรยังร่วมมือร่วมใจกันระดมทุนบริจาคเงินในครั้งนี้ด้วย ซึ่งการมีส่วนร่วมของพนักงานสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างความภาคภูมิใจและความร่วมมือในทีมงาน และหวังว่าความช่วยเหลือเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยผ่านช่วงเวลายากลำบากได้

จากเจตนารมณ์ของเราที่ว่า “Delight everyone with good food choices” เราพร้อมส่งมอบผลิตภัฒฑ์ที่ดีและคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค และพร้อมที่จะเดินหน้าตอบแทนและรับผิดชอบต่อสังคมในทุกมิติ ด้วยความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววัน และเมื่อเราร้อยเรียงพลังของคนดีเข้าด้วยกัน เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและผลักดันให้สังคมไทยเข้มแข็งและงดงามมากยิ่งขึ้น- นายฐานันท์ กล่าว

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม’ แสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ของสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม’  แสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ของสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม’ แสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ของสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  จัดนิทรรศการ “ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม”  (Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage) จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยม ทั้ง 8 แบบของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประกอบด้วย ฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้น ฉลองพระองค์ชุดไทยจิตรลดา ฉลองพระองค์ชุดไทย อมรินทร์ ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน ฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิต ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรี ฉลองพระองค์ ชุดไทยศิวาลัย และฉลองพระองค์ชุดไทยจักรพรรดิ ที่มีความงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นต้นแบบในการทรงฉลองพระองค์ชุดไทยในรูปแบบต่างๆ และได้พระราชทานพระราชานุญาตให้สตรีไทยสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการตัดเย็บสวมใส่ จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ชุดไทยพระราชนิยม” ซึ่งกลายเป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชดำริว่า ประเทศไทยควรจะนำชุดไทยประจำชาติตามพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสนอต่อองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งปัจจุบันได้ถูกบรรจุเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในปี 2569

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นสืบสานพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยม ด้วยการต่อยอดให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ และเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านนิทรรศการ กิจกรรม และโครงการต่างๆ ที่พระองค์ทรงริเริ่ม ทั้งยังทรงสนับสนุนให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของการแต่งกายไทยในทุกโอกาส เพื่อให้ชุดไทยเป็นทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัย อันจะนำไปสู่การรักษาและเผยแพร่อัตลักษณ์ไทยให้คงอยู่คู่สังคมโลกอย่างภาคภูมิ

นิทรรศการ “ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม” (Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage) จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมการแต่งกายแบบไทย และเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ความเป็นมาได้ตระหนักถึงคุณค่าและเกิดแรงบันดาลใจในการร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมทุกวัน ณ ห้องจัดแสดง 1 พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ปิดจําหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราค 150 บาท ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 (โปรดแสดงบัตรประจําตัว) นักเรียนหรือนักศึกษา และเด็กอายุ 12 ปี – 18 ปี ราคา 50  บาท  เด็กอายุต่ำกว่า 12  ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

มูลนิธิผืนป่าในใจเรา และไทยเบฟ ร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

มูลนิธิผืนป่าในใจเรา และไทยเบฟ ร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

มูลนิธิผืนป่าในใจเรา และไทยเบฟ ร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิผืนป่าในใจเรา ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนกิจกรรม “ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ” ณ พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ บ้านหนองนกเขียน ตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ในเขตพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28กรกฎาคม 2568โดยมี ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิผืนป่าในใจเรา ให้การต้อนรับ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในการจัดกิจกรรม พร้อมด้วย ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากูล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมด้วย ธนาภรณ์ พรมสุวรรณ,นันทิกา นิลวรสกุล ,แพทริค หอรัตนชัย และ ภาวินี ไชยสิทธิ์ คณะที่ปรึกษาและผู้บริหารจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้    

ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิผืนป่าในใจเรา กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ “มูลนิธิผืนป่าในใจเรา” ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ในครั้งนี้ ซึ่งมีการปลูกกล้าไม้มากกว่า 5,000 ต้น โดยเป็นกล้าไม้ที่ได้รับการผสมเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา เช่น เห็ดตะไคล เห็ดระโงก และเห็ดตับเต่า ซึ่งจะสามารถเจริญเติบโตร่วมกับรากไม้และช่วยสร้างระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์ และยังให้ผลผลิตเป็นเห็ดบริโภคได้ในอนาคตที่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริม และสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการฟื้นฟู ดูแลรัก ษาผืนป่า ตลอดจนเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหามลภาวะและสร้างสมดุลกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ รวมถึงอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สอดคล้องตามพันธกิจหลักของ “มูลนิธิผืนป่าในใจเรา”

โดยได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหลายภาคส่วน ตามที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช และศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากงานวิจัย ภายใต้โครงการ “การอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมต้นแบบการปลูกไม้มีค่าและพืชเศรษฐกิจร่วมกับการเพาะเห็ดไมคอร์ไรซาแบบครบวงจร” ดำเนินการโดยนักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) องค์ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดนี้ เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถประยุกต์ใช้กับทรัพยากร และอุปกรณ์พื้นฐานในระดับครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประชาชนสามารถผลิตกล้าไม้ และเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซาเพื่อใช้ในการปลูกป่า และยังสร้างรายได้จากการเก็บเกี่ยวเห็ดที่เกิดร่วมกับต้นไม้ในอนาคต เป็นการพัฒนาอาชีพบนพื้นฐานของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน”

กิจกรรมดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการจัดอบรม “การผลิตเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา และการเตรียมกล้าไม้ผสมเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา” ณ ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) ให้แก่นักเรียน และประชาชน จำนวน 70 คน ด้วยความร่วมมือของ “มูลนิธิผืนป่าในใจเรา” และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินกิจกรรมปลูกป่าดังที่กล่าวข้างต้น โดยใช้กล้าไม้ผสมเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา จำนวน 5,000 กล้า โดยเชื้อเห็ดบางส่วนได้จัดซื้อมาจาก “มูลนิธิเห็ดไมคอร์ไรซาเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้” ซึ่งทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนไม้มีค่าที่ได้รับรางวัลระดับประเทศจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ 

“มูลนิธิผืนป่าในใจเรา” พร้อมสนับสนุนความร่วมมือทุกมิติในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนป่าของประเทศไทยอย่างยั่งยืน “จากหนึ่งกล้า สู่ผืนป่าในใจเรา”

สยามเซ็นเตอร์-ไปรษณีย์ไทย-กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดงาน ‘รักเธอประเทศไทย’ ชวนคนไทยส่งกำลังใจให้ทหารในพื้นที่ชายแดน

สยามเซ็นเตอร์-ไปรษณีย์ไทย-กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  จัดงาน ‘รักเธอประเทศไทย’ ชวนคนไทยส่งกำลังใจให้ทหารในพื้นที่ชายแดน

สยามเซ็นเตอร์-ไปรษณีย์ไทย-กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดงาน ‘รักเธอประเทศไทย’ ชวนคนไทยส่งกำลังใจให้ทหารในพื้นที่ชายแดน

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์  จับมือ ไปรษณีย์ไทย และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านงาน “รักเธอประเทศไทย” ในรูปแบบ POP UP SHOWCASE สุดครีเอทีฟ ให้ได้อินไปกับพลัง Thai Spirit ผ่านแฟชั่น อาร์ต และไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของสยามเซ็นเตอร์ ด้วยการรวมผลงานและสินค้าสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยตัวจริงที่ร่วมส่งกำลังใจให้ชาวไทยผ่านพ้นสถานการณ์ไปด้วยกัน

เริ่มจากกิจกรรม DIY โปสการ์ด “รักเธอประเทศไทย” โดยสยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ร่วมส่งต่อความรักและกำลังใจถึงทหารที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่และพี่น้องทั่วประเทศ ผ่านโปสการ์ดกับสติกเกอร์ลายเอ็กซ์คลูซีพมากมาย จากนักออกแบบสายเลือดครีเอทีฟ และแบรนด์ไทยชื่อดัง นำโดย 27 FRI, ลงนวมบอยส์, FLYNOW III, Greyhound Original, Kloset and Etcetera, Leisure Projects, Maison Wonder Anatomie, NNJT, PORIIN,  Sleeping Cloud, SmileyHound, Daddy and the muscle academy, Vinn Pattararin และ ฟอร์ด-ฐิติพงศ์ ที่พร้อมใจกันมาแสดงพลังสร้างสรรค์เฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์  เท่านั้น

ร่วมแชร์ความรักแบบไดเร็คเพียงถ่ายรูป DIY Postcard พร้อมติด #รักเธอประเทศไทย แชร์ลงบนช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย รับฟรี สติกเกอร์ #รักเธอประเทศไทย และพบกับโปสการ์ดดีไซน์ของคุณบนจอทั่วสยามเซ็นเตอร์ และยังสามารถร่วมกิจกรรม DIY Badge โดยนำใบเสร็จภายในศูนย์ฯ ครบ 200 บาท หรือ สมาชิก ONESIAM SuperApp ใช้เพียง 1 ONESIAM Coin เพื่อแลกสิทธิ์ ฟรี!  และลูกค้าทั่วไปสามารถบริจาค เพื่อร่วมกิจกรรม DIY Badge โดยเงินบริจาคทั้งหมดร่วมสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พลาดไม่ได้ กับ สยามเซ็นเตอร์ x Absolute Siam Store เปิดคอนเซ็ปต์ป๊อปอัพ ร่วมกับแบรนด์ไทยสุดฮอต ที่มาอวดไอเดียอาร์ท ดึงจิตวิญญาณไทยมาทวิสต์ใหม่ในมุมมองสุดคูล ยูนีค และแตกต่าง ทั้ง T-Shirt, Tote Bag, ผ้าพันคอ จัดมาเปิดตัวในงานนี้โดยเฉพาะ และสินค้าสุดครีเอทีฟมากมายจาก ไม่ว่าจะเป็น  Akkara, NNJT, Tai, Daroon, ArtSaveWorld, Windwear, Bangkok OK, Being A Bro Studio, Dawood, Choui, Ek Ka Nek, Anona และ Araya

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน สยามเซ็นเตอร์  ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวบรวมผลงานสุดครีเอทีฟจากเหล่านักออกแบบและยังก์ทาเลนท์ไทย ทั้งแฟชั่นและอาร์ททอย อาทิ Hayak Studio, Liko Loko, Motmo Studio, Sawasdee Cat, Yak Kiku Studio, Caliico, CocoSui, JapFac และ MaMad มาให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด

พบกับงาน รักเธอประเทศไทย พร้อมร่วมส่งความรักและกำลังใจให้กันได้แล้วที่เอเทรียม 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ – 28 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 20 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 20 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 20 สิงหาคม 2568

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สตรีทอาร์ตคิงภูมิพล โดยมูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ ร่วมกับศิลป์สร้างสรรค์นครปฐม จัดทำโครงการ สตรีทอาร์ตคิงภูมิพล ที่อาคารโรงยิมโรงเรียนเทศบาล1 วัดพระงาม จ.นครปฐม โดยมี นพพล โกมารชุน ได้ส่งมอบผลงาน ทั้ง 2 กำแพง ได้แก่ โรงยิม รร.เทศบาล1 วัดพระงาม(สามัคคีพิทยา) และอาคารสนามแบตมินตัน พระราชวังสนามจันทร์ ให้กับ อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีนครนครปฐม ร่วมรับมอบ..
  • ยินดีกับ ศุธาศินี สมิตร และ ฐนิตา ศิริทรัพย์ ที่ได้เป็น ว่าที่ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน..
  • มิตรสหายร่วมยินดีกับผู้บริหารเทคโนโลยีคนเก่ง ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ที่ได้เป็น Head of Digital Technology Academy ของ AIS Digital Academy..
  • ชื่นชมการจัดงานรับน้อง วตท.36 (สายใย-สายสัมพันธ์ วตท.รุ่นพี่สานสามัคคีรุ่นน้อง 1-36) จัดโดย วตท.35 ที่จัดได้ยิ่งใหญ่อลังการ มีรุ่นพี่ๆมารับน้องกันอย่างอบอุ่นโดยเฉพาะรุ่น 25 และ34..
  • ช่วงนี้ ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) เดินสายรับรางวัล ล่าสุดได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของโรงเรียนปทุมคงคาประเภทสาขาผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในภาคเอกชน จัดโดย สมาคมนักเรียนเก่าปทุมคงคา..
  • อัญชัญ แช่มชื่น มอบเงินบริจาค สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างอาคารรพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี..
  • มิตรสหายยินดีกับ พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ ที่ได้รับพระราชทาน รางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ ปี 2568 สาขาแม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม จัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์..
  • ยามนี้ กรกฎ ชาตะสิงห์ ได้ เกษียณอายุ ในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บมจ.การบินไทย และได้รับมอบหมายให้เป็น ที่ปรึกษาและ ผู้เชี่ยวชาญสายการพาณิชย์ ต่ออีกระยะหนึ่ง โดยมี กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ รับตำแหน่งนี้แทน..
  • จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บจ.บิทคับแคปปิตอลกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (Bitkub) และศิษย์เก่าดีเด่นนิวซีแลนด์ปีนี้ ฝากข้อคิดให้น้องๆที่กำลังจะไปศึกษาต่อต่างประเทศว่า การศึกษาที่นิวซีแลนด์เป็นมากกว่าหนทางสู่การคว้าใบปริญญา แต่มันคือการเดินทางเพื่อค้นพบศักยภาพของตนเอง คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุณจะไม่ใช่แค่พร้อมสำหรับการทำงาน แต่พร้อมที่จะสร้างสรรค์ คิดค้นนวัตกรรม และเป็นผู้นำ..
  • ชาว CDA#3 ปลื้มใจแทน พรรณา ปัญจวีณิน ที่ บจ.สิทธินันท์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวุ้นเส้นตราต้นสน ได้รับรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” แบรนด์วุ้นเส้น ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศ..
  • อนุโมทนาบุญกับ วารุณี ฉัตรทนานนท์ บจ.โนเนมไอเอ็มซี ที่บริจาคเงินเพื่อปรับปรุงต่อเติมห้องผู้ป่วยในชาย รพ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี นพ.ปรีชา สุมาลัย ผอ.รพ. รับมอบ..

น้องใหม่

เปิดตัว ‘Morlum: Esarn Soft Power to Global’ ยกระดับ ‘หมอลำ’ สู่สากล

เปิดตัว ‘Morlum: Esarn Soft Power to Global’ ยกระดับ ‘หมอลำ’ สู่สากล

เปิดตัว ‘Morlum: Esarn Soft Power to Global’ ยกระดับ ‘หมอลำ’ สู่สากล

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.47 น.

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ “Morlum: Esarn Soft Power to Global” อย่างเป็นทางการ ภายในบูธนิทรรศการของ บพข. ในงาน อว.แฟร์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้บริหารจากภาครัฐและภาควิชาการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจตลอดช่วงกิจกรรม

ผู้บริหาร บพข. กล่าวว่า หมอลำไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงพื้นบ้าน แต่คือขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ และพร้อมที่จะก้าวสู่เวทีระดับโลก โครงการนี้จึงเป็นภารกิจสำคัญในการนำงานวิจัยเข้ามาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสและตระหนักว่า นวัตกรรมจากวิถีไทยนั้นมีพลังมหาศาล โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การแสดงศิลปวัฒนธรรม หากแต่เป็นการวางรากฐานเชิงระบบ เพื่อผลักดันหมอลำให้กลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย บพข. มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนทุนวิจัยและความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของเราถูกต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมและพร้อมจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน”

พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงโปงลางบรรเลงบทเพลงเทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน ก่อนเข้าสู่ช่วงการเปิดตัวโครงการ “Morlum: Esarn Soft Power to Global” อย่างเป็นทางการ พร้อมฉายวิดีทัศน์แนะนำบทบาทของ บพข. ในการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยกระดับศิลปะหมอลำในฐานะทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของชาติผ่านกระบวนการวิจัยและบ่มเพาะศิลปิน พร้อมการแสดงหมอลำประกอบแสง สี เสียง และยังมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การแสดง Orchestra อีสาน ที่ผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นบ้านกับดนตรีสากลอย่างกลมกลืน, เวทีเสวนาในหัวข้อ “หมอลำก้าวสู่ Soft Power ทั้งในระดับประเทศและสากล” โดยตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภาคเอกชน และนักวิจัย พร้อม VTR สะท้อนมุมมองของชาวต่างชาติที่มีต่อหมอลำ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงหมอลำขนานแท้จากคณะเสียงอีสาน และกิจกรรมแจกของที่ระลึกภายใต้แนวคิด “หมอลำรักษ์โลก” ซึ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล