‘C PROJECT’ เดสทิเนชั่นรวมแบรนด์ไทยชั้นนำ เชื่อมโยงแบรนด์ ไอเดีย แฟชั่นและบิวตี้ สู่คอมมูนิตี้มีสไตล์

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:04 น.

เมื่อ “สไตล์” ในวันนี้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เสื้อผ้าที่เราเลือกใส่ แต่ยังรวมถึงเมคอัพ บิวตี้ไอเทม และรายละเอียดต่างๆ ที่แต่ละคนเลือกมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน C PROJECT จึงเปิดตัวในฐานะแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งใหม่สำหรับคนรักสไตล์ ที่เชื่อมโลกของแฟชั่นและบิวตี้เข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการคัดสรรแบรนด์ไทยที่มีเอกลักษณ์ ความคิด และเรื่องราวของตัวเอง เพื่อให้การค้นพบสไตล์ใหม่ๆ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการตามหาไอเทมชิ้นใหม่ แต่เป็นพื้นที่ของแรงบันดาลใจและการแสดงออกในแบบของแต่ละคน

จิรวัฒน์ ศรีเลื่อนสร้อย, ดนยา สุขะวิริยะ และจิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์

ในฝั่งแฟชั่น C PROJECT รวบรวมแบรนด์ไทยชั้นนำมากกว่า 50 แบรนด์ อาทิ IC LAB, PONY STONE, HEIDI’S SECRET, Dry Clean Only, Calm Outdoors, Morph8ne, Urbanapparels, Palini, Cuppa.knit, S.V.S.S. และ The Only Market รวมถึงอีกหลากหลายแบรนด์ที่มีภาษาการออกแบบและเรื่องราวเฉพาะตัว ขณะเดียวกันยังขยายการค้นหาสไตล์ไปสู่โลกของบิวตี้ โดยเริ่มต้นกับ ACOCO และ Qloas Beauty สองแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน เพื่อให้คนที่สนใจทั้งแฟชั่นและความงามสามารถเข้ามาค้นพบไอเดียและแบรนด์ใหม่ๆ ได้ในพื้นที่เดียวกัน

จิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์, ธรรมรัตน์ โชควัฒนา และกานดา สายทุ้ม

สำหรับ C PROJECT คำว่า “สไตล์” จึงไม่ได้หมายถึงการแต่งตัวตามเทรนด์ล่าสุด แต่คือสิ่งที่ค่อยๆ เผยให้เห็นตัวตนของแต่ละคน ตั้งแต่เสื้อผ้าที่เลือกสวมใส่ วิธีการมิกซ์แอนด์แมทช์ ไปจนถึงเมคอัพและบิวตี้ไอเทมที่เลือกใช้ในแต่ละวัน การคัดเลือกแบรนด์จึงไม่ได้มองเพียงความนิยม แต่ให้ความสำคัญกับ ตัวตน แนวคิด ความเชื่อ และภาษาของแต่ละแบรนด์ เพื่อสร้างพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง แต่เชื่อมโยงกันด้วยจุดร่วมเดียวกัน คือความเป็นตัวเองที่ชัดเจน

จีระพักตร์ จีระวัฒนา เจ้าของแบรนด์ Morph8ne

มุมมองของ Curator ทั้งสองยังทำให้ C PROJECT ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรวบรวมสินค้า แต่เป็นเหมือนพื้นที่ที่ช่วยพาคนไปทำความรู้จักกับแนวคิดและเรื่องราวเบื้องหลังแต่ละแบรนด์ จิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์ ดูแลการคัดสรรในมิติของแฟชั่น โดยมองไปไกลกว่าสิ่งที่กำลังอยู่ในกระแส ขณะที่ กานดา สายทุ้ม เข้ามาเติมเต็มมิติของบิวตี้ด้วยมุมมองที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ ผลลัพธ์ และคาแรกเตอร์ของแบรนด์ เปิดพื้นที่ให้ทั้งแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วและแบรนด์รุ่นใหม่ที่กำลังสร้างเส้นทางของตัวเองได้มาอยู่ร่วมกัน

ณัฐพงษ์ บุษบงษ์ เจ้าของแบรนด์ Calm Outdoors

ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ก่อตั้ง C PROJECT กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการแสดงออกถึงตัวตนของคนในวันนี้มีความหลากหลายมากขึ้น และแต่ละคนก็มีวิธีเลือกสิ่งที่สะท้อนตัวเองแตกต่างกันไป เสื้อผ้าและบิวตี้จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่เราเลือกใช้ในแต่ละวัน แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราได้แสดงออกถึงความชอบ ความสนใจ และตัวตนของเรา C PROJECT จึงอยากสร้างพื้นที่ที่รวบรวมคนและแบรนด์ที่มีความรักในสิ่งเดียวกันไว้ด้วยกัน เราอยากให้คนเข้ามาที่นี่แล้วได้ค้นพบทั้งแบรนด์ใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ ส่วนแบรนด์ที่เข้ามาก็จะได้มีพื้นที่ในการเล่าเรื่องของตัวเองอย่างเต็มที่ และขณะเดียวกัน ICC ก็ยังได้นำความเชี่ยวชาญและ Ecosystem ที่มี เข้ามาช่วยเติมเต็มเบื้องหลังการเติบโตของแต่ละแบรนด์ ตั้งแต่การพัฒนาแบรนด์ การผลิต ไปจนถึงช่องทางการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ เพื่อให้แบรนด์ที่มีไอเดียโดดเด่นสามารถเดินทางไปได้ไกลยิ่งขึ้น”

นอกจากการเป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ C PROJECT ยังตั้งใจสร้างโอกาสให้แบรนด์ได้รู้จัก แลกเปลี่ยนไอเดีย และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ๆ หนึ่งในนั้นคือการทำงานร่วมกับ The Only Market เพื่อพัฒนา Windy T-Shirt เสื้อยืดรุ่นยอดนิยมของแบรนด์ให้กลายเป็นคอลเลกชั่นพิเศษสำหรับ C PROJECT โดยเฉพาะ มีทั้งหมด 5 เฉดสี พร้อมปรับรายละเอียดงานสกรีนด้วยเทคนิค Tone-on-Tone และวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านช่องทางออนไลน์ของ C PROJECT เท่านั้น นอกจากนี้ยังเตรียมต่อยอดความร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นอย่าง PONY STONE และ HEIDI’S SECRET เพื่อสร้างสรรค์โปรเจกต์พิเศษร่วมกันในโอกาสต่อไป

ชานน ริกุลสุรกาน

จากโลกออนไลน์ C PROJECT ยังเตรียมต่อยอดสู่กิจกรรมสร้างสรรค์และป๊อปอัพในสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสตัวตนของแบรนด์อย่างใกล้ชิด พบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และสนุกไปกับกิจกรรมที่เชื่อมโยงทั้งแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ โดยมุ่งให้ C PROJECT ค่อยๆ เติบโตจากพื้นที่แห่งการค้นพบแบรนด์ไทย สู่การเป็น คอมมูนิตี้และจุดนัดพบของผู้คนที่หลงใหลในสไตล์และเชื่อว่าการเป็นตัวเองไม่มีสูตรสำเร็จ

พบกับ C PROJECT ได้แล้ววันนี้ทาง Website: https://www.cproject.store/, Instagram: cproject.official.bkk, Facebook: C Project Bangkok และ TikTok: cproject.official.bkk

CPROJECT

กระทรวงศึกษาธิการ x โฟร์โมสต์ เดินหน้า “ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ปีที่ 6

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:44 น.

กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ในประเทศไทยและอินโดจีน จัดพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ปีที่ 6 (Foremost One Million Smiles 6th) ชูแนวคิด “สร้างทุกรอยยิ้ม…ให้มีความหมาย” เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปี ของโฟรโมสต์ในประเทศไทย โดยส่งมอบนมพร้อมดื่มยูเอชที โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 จำนวน 1,000,000 กล่อง ให้แก่เด็กไทยทั่วประเทศ สานต่อภารกิจในการส่งมอบโภชนาการที่ดีที่สุดให้กับเด็กผ่านผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มคุณภาพสูง โดยมุ่งหวังที่จะเติมเต็มโอกาส และส่งเสริมศักยภาพด้านโภชนาการที่ดีให้แก่เด็กไทยอย่างยั่งยืน

ในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือใน โครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย”      ปีที่ 6 (Foremost One Million Smiles 6th) ได้รับเกียรติจาก ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนาม พร้อมด้วย ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569  ณ กระทรวงศึกษาธิการ

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการผนึกพลังกันอย่างเต็มกำลังของกระทรวงศึกษาธิการและโฟร์โมสต์ เพื่อร่วมสานต่อโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” เป็นปีที่ 6 โดยการที่เยาวชนได้ดื่มนมนั้นไม่ใช่เพียงสวัสดิการขั้นพื้นฐาน แต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับเด็กไทย ซึ่งรัฐบาลเองก็มีเป้าหมายที่อยากจะขยายโอกาสให้เด็กไทยในการเข้าถึงนมคุณภาพ กระจายไปถึงเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียนด้อยโอกาสหรือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นการส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสมทุกช่วงวัย และแก้ไขภาวะทุพโภชนาการอย่างยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ โฟรโมสต์และภาคีพันธมิตรทุกภาคส่วน จะช่วยสร้างประโยชน์แก่เด็กไทยได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่โฟรโมสต์เติบโตอยู่ในประเทศไทยมาแล้วกว่า 70 ปี และมีกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมไทยอยู่เสมอ

ด้าน ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฟรีสแลนด์คัมพิน่า ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ ที่ดำเนินกิจการในประเทศไทยมาจนครบ 70 ปี ทำให้เราตระหนักถึงภารกิจในการนำจุดแข็งของโฟรโมสต์มา สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมไทยในระยะยาว เพราะเราเชื่อว่า การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนในเด็กและเยาวชน ที่จะเติบโตเป็นพลังสำคัญของประเทศไทย ด้วยการสานต่อโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยปีนี้เราได้พันธมิตรหลักสำคัญ คือกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และภาคีพันธมิตร เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี หนุนช่วยภารกิจส่งมอบนม 1,000,000 กล่อง

จุดเด่นในปีนี้คือ การสร้างความร่วมมือระดับชาติเพื่อยกระดับการส่งมอบนมไปสู่เด็กไทย ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการให้เกียรติกับโฟรโมสต์เพื่อร่วมส่งเสริมพัฒนาการของเด็กไทยอย่างเป็นระบบ นอกเหนือจากการส่งมอบนมแล้วยังมีการติดตามภาวะโภชนาการ ลงพื้นที่สำรวจ เก็บข้อมูลชี้วัดการเจริญเติบโต การประเมินพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและเชาว์ปัญญา

นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับปลูกฝังเยาวชนไทยให้ตระหนักถึงเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ด้วยการให้ข้อมูลเรื่องการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ (Circular) เพราะทุกกล่องนมของโฟร์โมสต์สามารถนำไปรีไซเคิล และสร้างประโยชน์ต่อได้ด้วยการนำไปแปรรูปให้กลายเป็นเยื่อกระดาษ, โพลิเมอร์ และอลูมิเนียม สำหรับการนำไปใช้ต่อในรูปแบบต่างๆ

เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีของโฟร์โมสต์ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นกำลังสำคัญของการแบ่งปันและส่งมอบ “โภชนาการที่ดี” ให้เด็กไทยผ่านโครงการส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยปีที่ 6 เพียงซื้อนมโฟร์โมสต์ UHT ทุกรสชาติ 1 ลัง เราจะบริจาคนมโฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 อีก 1 ลัง รวมสูงสุด 1,000,000 กล่อง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ณ ร้านค้าพันธมิตรที่ร่วมรายการ เช่น Lotus, Big C, Tops, 7 Eleven, CJ, Makro และร้านค้าปลีกใกล้บ้าน เพราะ “รอยยิ้ม” ของเด็กไทย เริ่มต้นจากนมกล่องเล็กๆ ที่คุณเลือกดื่ม

ติดตามข่าวสารของโครงการ “โฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทย” ปีที่ 6 ได้ทางเว็บไซต์ www.foremostthailand.com และ Facebook :: ForemostThailand

กระทรวงศึกษาธิการโฟร์โมสต์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ปลุกกระแส ‘ริบบิ้นสีพีช’ Peach Power: พลังผู้หญิงไทย สู้ภัยมะเร็งมดลูก

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:42 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต้อนรับเดือนแห่งวันแม่ด้วยการจัดแคมเปญเพื่อผู้หญิงปลุกกระแส ริบบิ้นสีพีช‘ (Peach Ribbon) สัญลักษณ์สากลในการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งมดลูกในประเทศไทย ผ่านกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพด้านกลุ่ม โรคทางนรีเวช ประจำปี 2569 ภายใต้แคมเปญ “Peach Power: พลังผู้หญิงไทย สู้ภัยมะเร็งมดลูก” โดยผนึกความร่วมมือกับ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และชวนสตรีไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพมดลูก ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของโรค การเข้าถึงนวัตกรรม การตรวจ วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งมดลูกอย่างครบวงจร ตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโภชนาการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอย่าง ยั่งยืน

รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลิลาอุดมลิปิ

โดยมี รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลิลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย .เกียรติคุณ พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และทีมแพทย์เฉพาะทาง ด้านมะเร็งวิทยานรีเวช โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นำโดย ผศ.นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร หัวหน้างานสูตินรีเวชกรรม (ศูนย์สุขภาพสตรี) โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, นพ.รวย กิตติคุณ ประธานคณะ ทำงานศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษามะเร็งมดลูก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์, พญ.ฐานิตา เวชโชพญ.หทัยภัทร สุขเจรียงพร แพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวช โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมด้วย พญ.วทันยา คุวัฒนานนท์ แพทย์เฉพาะทางด้านโภชนศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และแขกรับเชิญพิเศษ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการส่งเสริมองค์ความรู้และพลังแห่งการดูแลเพื่อยกระดับสุขภาวะสตรีไทยให้ปลอดภัยจากโรคมะเร็งมดลูกอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม CONVENTION HALL ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ของมะเร็งมดลูก ว่าถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและมีแนวโน้มพบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้ตระหนักถึงความสำ คัญในการรับมือกับภัยเงียบนี้และได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษามะเร็งมดลูกขึ้น มีเป้าหมายสำคัญคือ “การยกระดับ มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจรโดยผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยีและการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคน ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด” สืบสานพระปณิธานของ ศ.ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อ้ครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภา ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็ง ยกระดับการรักษามะเร็งให้ได้มาตรฐานสากล พัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการค้นคว้าวิจัยทางด้านวิชาการ ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ทัดเทียมนานาประเทศ

ศ.เกียรติคุณ พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์, ผศ.นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร และนพ.รวย กิตติคุณ

ด้าน .เกียรติคุณ พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวแสดงเจตนารมณ์ถึงความร่วมมือในการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งมดลูกว่า มดลูกของผู้หญิงเปรียบเสมือน “ผลพีช” ที่สวยงามและสมบูรณ์ แต่บางผลพีชอาจต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ พลังสีพีช หรือ Peach Power จึงเป็นพลังแห่งการดูแล โดยราชวิทยาลัยฯ มุ่งมั่นสนับสนุนให้ผู้หญิงไทย “ฟังเสียงเตือนจากมดลูก” สังเกตความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอาการเลือดออกผิดปกติอย่าปล่อยผ่านเด็ดขาด พร้อมลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อหยุดมะเร็งมดลูกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาดได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

พญ.หทัยภัทร สุขเจรียงพร ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พญ.ฐานิตา เวชโช และพญ.วทันยา คุวัฒนานนท์

ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “Peach Power: Uterine Cancer Awareness Talk รู้ไว รักษาได้ นวัตกรรมขั้นสูงเพื่อหญิงไทยห่างไกลมะเร็งมดลูก” การเสวนาส่งเสริมการปรับพฤติกรรมและสร้างแรงบันดาลใจใน หัวข้อ เมื่อ ‘ความอ้วน’ ชวนมะเร็งมาทักทาย: ปรับโภชนาการ พลิกชีวิตใหม่ให้สตรอง” ปิดท้ายด้วยแขกรับเชิญพิเศษ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่มาร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจให้สตรีไทยลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง ปรับไลฟ์สไตล์และก้าวข้ามความอายเข้ารับ การตรวจเช็กสุขภาพนรีเวช พร้อมเปิดให้บริการพิเศษแก่สตรีกลุ่มเสี่ยงเข้ารับสิทธิ์ตรวจคัดกรองอัลตราซาวด์ทางนรีเวช ณ ศูนย์สุขภาพสตรี พร้อมรณรงค์ให้สตรีไทยร่วมรู้ทันและป้องกันภัยมะเร็งมดลูกไปกับกิจกรรม Peach Care นิทรรศการความรู้นวัตกรรมทางการแพทย์ โซนให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสตรีและโภชนาการ และร่วมรณรงค์ ส่งต่อพลังความรู้และแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพมดลูก ผ่านกิจกรรม Voice of Peach Power

สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาติดต่อได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน ชั้น โซนโถงลิฟต์ A โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทร 1118 ศูนย์สุขภาพสตรี กด 5266 หรืออัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพโดยเพิ่มเป็นเพื่อนกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทาง LINE OA @chulabhornhospital , Facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ติดตามข่าวสารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ที่ www.cra.ac.th

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ริบบิ้นสีพีช

สิ้นสุดการรอคอยของสายสตรีท! อาดิดาส ปักหมุด “adidas Originals Factory Outlet” แห่งแรกในไทย

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:36 น.

อาดิดาส ประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งสำหรับผู้หลงใหลในแฟชั่นและวัฒนธรรมสตรีทแวร์ ด้วยการเปิด adidas Originals Factory Outlet แห่งแรกของประเทศไทย ณ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน พื้นที่ที่รวบรวมสินค้า adidas Originals ไว้โดยเฉพาะ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงแฟชั่นและสนีกเกอร์ระดับไอคอนิกในราคาพิเศษตลอดทั้งปี

ความพิเศษของสาขาแห่งนี้ไม่ได้อยู่เพียงการเป็นเอาท์เล็ต แต่คือการเป็นพื้นที่ที่ถ่ายทอดตัวตนของ adidas Originals ได้อย่างครบถ้วน ภายใต้แนวคิดที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นตัวของตัวเอง และวัฒนธรรมสตรีท ผ่านสัญลักษณ์ Trefoil หรือโลโก้ใบไม้สามแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์คนรักสตรีทแฟชั่นโดยเฉพาะ

หนึ่งในไฮไลต์ที่หลายคนจับตามองคือการรวบรวมรองเท้ารุ่นไอคอนิกของ adidas Originals ไม่ว่าจะเป็น Samba, Gazelle, Superstar, Stan Smith และ Campus ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหมู่คนรักแฟชั่นและนักสะสมสนีกเกอร์ทั่วโลก พร้อมวางจำหน่ายในราคาพิเศษแบบเอาท์เล็ต เปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยเล็งรุ่นโปรดไว้ ได้เป็นเจ้าของง่ายขึ้น

นอกจากรองเท้าแล้ว ภายในร้านยังคัดสรรเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีจาก adidas Originals อย่างครบครัน ทั้งเสื้อยืด เสื้อแจ็กเก็ต เสื้อฮู้ดดี้ กางเกงสไตล์สตรีท กระเป๋า และไอเท็มสำหรับการมิกซ์แอนด์แมตช์ลุคในแบบของตัวเอง ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ชื่นชอบความคลาสสิกและผู้ที่หลงใหลในแฟชั่นสตรีทร่วมสมัย

การเปิด adidas Originals Factory Outlet ในครั้งนี้ ยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์การช้อปของบลูพอร์ต หัวหิน ในฐานะ Lifestyle Destination ที่รวบรวมแบรนด์ระดับโลกและเติมเต็มประสบการณ์ด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายไว้ในที่เดียว พร้อมตอบโจทย์ทั้งชาวหัวหิน นักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

  ไม่ว่าจะเป็นสาย Sneakerhead คนรักสตรีทแฟชั่น หรือผู้ที่กำลังมองหาไอเท็ม Originals คู่ใหม่ adidas Originals Factory Outlet พร้อมเปิดประสบการณ์การช้อปในราคาสุดคุ้มแล้ววันนี้ ที่ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน จุดหมายใหม่ของคนรักสตรีทแฟชั่นที่ไม่ควรพลาด

Catch Your Breath ตาม-(ลมหาย)ใจ-ลูก แคมเปญสร้างความตระหนักรู้ ปลุกพ่อแม่เข้าใจโรค RSV ในเด็ก

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:27 น.

Ogilvy Thailand เปลี่ยนความยากลำบากในการหายใจของเด็กที่ป่วยเป็น RSV ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่พ่อแม่เข้าใจได้อย่างแท้จริง

บ่อยครั้งที่คำเตือนเกี่ยวกับ “โรค RSV” มักถูกมองเป็นเพียงข่าวสารทางการแพทย์ทั่วไป…  

วันนี้ พ่อแม่จำนวนไม่น้อยยังคงเข้าใจผิดว่า RSV เป็นเพียงโรคหวัดธรรมดาตามฤดูกาล ทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กถึง 9 ใน 10 คน จะติดเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 2 ขวบ  

โจทย์สำคัญของการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในแคมเปญ “Catch Your Breath ตาม-(ลมหาย)ใจ-ลูก” โดย Ogilvy Thailand ร่วมกับ MSD จึงไม่ใช่การป้อนศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ แต่คือการเปลี่ยนจากบทสนทนาทั่วไป ไปสู่การทำให้ผู้ใหญ่ที่ร่างกายแข็งแรง ได้สัมผัสถึงสิ่งที่เด็กๆ ต้องเผชิญ เพื่อเปลี่ยนความคุ้นชินให้กลายเป็นความตระหนักรู้ และนำไปสู่การปกป้องอย่างทันท่วงที  

จาก Hard Fact สู่ Heartfelt สิ่งที่ลูกน้อยต้องแบกรับเมื่อป่วย RSV 

เบื้องหลังแนวคิด From Hard Fact to Heartfelt เกิดจากการตั้งคำถามว่า จะทำให้คนที่ไม่เคยสัมผัสผลกระทบจากโรคนี้ เข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้งของเด็กได้อย่างไร?” 

ในการค้นหาคำตอบได้นำไปสู่การเปรียบเทียบเชิงวิทยาศาสตร์ที่ทรงพลัง เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นสิ่งสำคัญว่า “ผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อ RSV อัตราการหายใจจะพุ่งสูงเกิน 60 ครั้งต่อนาที” พูดให้เห็นภาพชัดเจนคือ วิ่งมาราธอนเหนื่อยแค่ไหน เด็กที่เป็น RSV หายใจเร็วกว่านักวิ่ง~2 เท่า*

ทีมงานได้ถ่ายทอดแนวคิดนี้ผ่านภาพยนตร์สั้นเชิงทดลอง โดยเชิญ พ่อแม่ 3 คู่ที่ลูกเคยป่วยเป็น RSV จริงๆ มาร่วมทดสอบสมรรถภาพทางกายบนลู่วิ่ง โดยที่พวกเขายังไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริง เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น พ่อแม่เริ่มเหนื่อยหอบ และอัตราการหายใจพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 35 ครั้งต่อนาที ทีมงานจึงเฉลยว่า นั่นเป็นอัตราการหายใจเพียงครึ่งเดียวของสิ่งที่ลูกน้อยของพวกเขาเคยต้องแบกรับขณะติดเชื้อ RSV  

ประสบการณ์ตรงที่พ่อแม่สัมผัสในครั้งนี้ ได้ทลายภาพจำเก่า ๆ และทำให้ตระหนักว่าเสียงหายใจวี้ดหรือสภาวะอกบุ๋มของลูกน้อย ซ่อนความน่ากังวลใจไว้มากเพียงใด 

Little Marathoners และกิมมิกที่ถอดรหัสจากหัวใจของพ่อแม่ 

แคมเปญ Little Marathoners บนป้ายบิลบอร์ด (Billboard) ได้นำเสนอภาพเด็กๆ ที่ป่วย RSV ในบริบทของนักวิ่งมาราธอน เพื่อสะท้อนความจริงอันน่าสะเทือนใจว่า ในขณะที่นักวิ่งลงสนามและผลักดันร่างกายไปจนถึงขีดจำกัดด้วยความสมัครใจ แต่เด็กที่ป่วย RSV กลับต้องเผชิญกับการหายใจที่เร็วระดับเดียวกับผู้ใหญ่ที่เป็นนักวิ่ง

นอกจากนี้ ชื่อแคมเปญภาษาไทยยังได้นำเอาคำว่า “ตามใจลูก” ซึ่งเป็นสำนวนไทยที่คุ้นเคย มาสอดแทรกคำว่า “ลมหาย” เข้าไปตรงกลาง กลายเป็น “ตาม-(ลมหาย)ใจ-ลูก” เป็นการเปลี่ยนนิยามจากความรักในรูปแบบการยอมตามใจ ให้กลายเป็นการเชิญชวนให้พ่อแม่หันมาใส่ใจ และติดตามลมหายใจของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด  

เป้าหมายสูงสุดของการสื่อสารนี้ คือการเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่า ปอดอันบอบบางของทารกซึ่งยังไม่พัฒนาเต็มที่ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้พลังทั้งหมดที่มีสูดอากาศเข้าปอดต่อเนื่องหลายวัน จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะรอให้เกิดขึ้นแล้วค่อยหาทางรักษาที่ปลายทาง  

“แม้พ่อแม่อาจจะรู้อยู่แล้วว่า RSV เป็นอันตราย แต่การรู้ข้อเท็จจริงกับการเข้าใจว่าลูกกำลังเผชิญกับอะไรอยู่นั้น เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันมาก แคมเปญนี้จึงต้องการช่วยเติมเต็มช่องว่าง เพื่อเปลี่ยนจากการตระหนักรู้ให้กลายเป็นการป้องกัน” Farica Agustin Khong, Business Unit Director, MSD (Thailand) กล่าว

“เราไม่ต้องการบอกข้อมูลหรือศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ เกี่ยวกับ RSV ให้พ่อแม่ฟังแบบเดิมอีกต่อไป แต่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสถึงมันจริงๆ เมื่อหมออธิบายว่าเด็กที่ป่วยจะหายใจเร็วขึ้นมาก เราจึงเปลี่ยนสิ่งที่มองไม่เห็นให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เพราะบางครั้งการจะเข้าใจใครสักคนอย่างแท้จริง คุณอาจต้องลอง Catch Their Breath ของเขาดู”  ทสร บุณยเนตร, Chief Creative Officer, Ogilvy Thailand  กล่าว

บทสรุปของแคมเปญนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่ต้องการส่งต่อพลังแห่งการปกป้องผ่านข้อความ #ภูมิปอดจิ๋วสู้RSV เพื่อย้ำเตือนว่าช่วงฤดูระบาดของ RSV (ก.ค.-พ.ย.) คือเวลาที่ปอดดวงน้อยต้องการเกราะคุ้มกันมากที่สุด การเตรียมภูมิคุ้มกัน RSV ให้เค้าและการปรึกษาแพทย์ จึงเปรียบเสมือนการยื่นมือเข้าไปช่วยรับไม้ต่อ เพื่อไม่ให้เด็ก ๆ ต้องลงแข่งขันในสนามนี้เพียงลำพังตั้งแต่วัยเตาะแตะ  

เมื่อพ่อแม่รับรู้ถึงความหมายในทุกลมหายใจของลูก การป้องกัน RSV จึงไม่ใช่แค่เรื่องของโรคภัย แต่คือภารกิจสำคัญในการปกป้องคนที่รักที่สุดในชีวิต 

ติดตามรับชมโฆษณา Catch Your Breath ตาม-(ลมหาย)ใจ-ลูก ที่จะทำให้พ่อแม่ได้ ‘รู้สึก’ มากกว่า ‘รู้จัก’ พิสูจน์ความรักลูกจริง ด้วยการวิ่งตาม ได้ที่ https://youtu.be/NZ6JEnZ85WM?si=M5MEGnhoRGh69gjK  

RSV

NIA ดัน 5 ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบาย PPCIL รุ่น 8 สู่การใช้จริง ชู ‘คน-วิจัย-เวลเนส’ กลไกใหม่ขับเคลื่อนประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:23 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าผลักดัน 5 ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายจากหลักสูตร PPCIL รุ่นที่ 8 สู่การนำไปใช้ประโยชน์จริง หลังผู้เข้าร่วมหลักสูตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ผ่านกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการเข้มข้นต่อเนื่อง 13 สัปดาห์ มุ่งวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างและออกแบบแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Economy) หวังสร้างต้นแบบนโยบายที่ต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA  กล่าวว่า ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของหลักสูตรในปีนี้ คือ ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายจำนวน 5 เรื่อง ที่วิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้าง และออกแบบแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยครอบคลุม 3 มิติสำคัญของการพัฒนาประเทศ ได้แก่ การพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ และการสร้างเศรษฐกิจสุขภาวะ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ข้อเสนอทั้ง 5 เรื่อง ประกอบด้วย  3 ข้อเสนอด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) ได้แก่ 1.การส่งเสริมการเกิดและคุณภาพชีวิตครอบครัว 2.การปฏิรูประบบการพัฒนาทักษะแรงงานฐานสมรรถนะ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางใจเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน เพื่อยกระดับคุณภาพคนไทยตลอดช่วงชีวิต และ3.เตรียมกำลังคนที่มีศักยภาพสำหรับอนาคต และ 1 ข้อเสนอด้านการวิจัยและนวัตกรรม (Research & Innovation) มุ่งปลดล็อกระบบนิเวศงานวิจัยไทย เร่งการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้ ยกระดับศักยภาพการวิจัยของประเทศ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว  และอีก 1 ข้อเสนอด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Economy) มุ่งยกระดับมาตรฐานและเชื่อมโยงระบบนิเวศ Wellness ของไทย เพื่อสร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาวะระดับนานาชาติ

โดยข้อเสนอทั้ง 5 เรื่องไม่ได้เป็นเพียงผลงานของผู้เข้าร่วมหลักสูตร แต่เป็น ต้นแบบของนโยบาย (Policy Prototype) ที่สามารถต่อยอดผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประเทศ NIA จะทำหน้าที่เป็น Platform Builder และ Policy Innovation Platform เชื่อมโยงองค์ความรู้ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อเร่งให้ข้อเสนอที่มีศักยภาพสามารถต่อยอดสู่การทดลองเชิงนโยบาย (Policy Sandbox) การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการผลักดันสู่การใช้ประโยชน์จริง

ในส่วนของทีม ที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วม หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน (Public and Private Chief Innovation Leadership : PPCIL) รุ่นที่ 8  ประกอบด้วย  ทีม Change COMPETENCY VALUE Ecosystem  ทีม Viking   ทีม Apollo  Thai Wellness, Globally Trusted   ทีม Millennium Falcon   ทีม Voyager โตไปด้วยกัน

NIA

‘ยิ่งปิยา ใบหยก’ ส่งต่อโอกาสและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคม ผ่านโครงการจิตอาสา IBIU Project (I Believe in You)

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:18 น.

โครงการ IBIU Project (I Believe in You) โครงการจิตอาสาเพื่อสังคม ที่ก่อตั้งโดย ยิ่งปิยา ใบหยก บุตรสาวคนโตของ ปิยะเลิศ และ สุนทรี ใบหยก จัดกิจกรรม Charity Lunch “A Surin Passage” ร่วมกับ “เชฟไพโรจน์ ประไพรักษ์” Executive Chef ประจำโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ (Hua Chang Heritage Hotel ) โดยรังสรรค์มื้ออาหารสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นจากจังหวัดสุรินทร์ มาเสิร์ฟเป็นคอร์สอาหาร พร้อมชวนแขกผู้มีเกียรติร่วมส่งต่อโอกาสและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมต่อไป

ไอจัง – ยิ่งปิยา ใบหยก ผู้ก่อตั้งโครงการ IBIU Project (I Believe in You)

ไอจัง – ยิ่งปิยา ใบหยก ผู้ก่อตั้งโครงการ IBIU Project (I Believe in You) กล่าวว่า IBIU Project หรือ โครงการ  I Believe in You เป็นโครงการจิตอาสาเพื่อสังคม ที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเด็กและนักเรียนที่ขาดแคลนหรือด้อยโอกาสทั่วประเทศ โดยมีจุดกำเนิดมาจากการที่ได้ติดตามคุณพ่อคุณแม่ไปทำกิจกรรมช่วยสังคมอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ได้รับรู้ถึงความสุขที่ได้จาก “การให้” เลยชวนเพื่อนๆ มาร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม

คุณพ่อปิยะเลิศ และคุณแม่สุนทรี ใบหยก มาให้กำลังใจ

“ที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การออกแบบและจำหน่ายกระเป๋า เพื่อระดมทุนไปช่วยค่าผ่าตัดรักษาเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม และล่าสุดก็ได้จัดกิจกรรมอาสาพัฒนา ลงพื้นที่ที่โรงเรียนบ้านตะเคียน จังหวัดสุรินทร์ เพื่อไปสอนภาษาอังกฤษ และช่วยเหลือเรื่องปรับปรุงระบบน้ำดื่ม พร้อมมอบอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นให้กับน้องๆ ทำให้เราได้สัมผัสถึงเสน่ห์ ความอบอุ่น และวิถีชีวิตของชุมชนในสุรินทร์ จนเกิดเป็นกิจกรรม A Surin Passage ส่งต่อคอร์สอาหารกลางวัน ด้วยการนำวัตถุดิบท้องถิ่นจากสุรินทร์มาตีความใหม่ เพื่อแปรเปลี่ยนอาหารมื้อนี้ให้เป็นการร่วมทำบุญ ดังนั้น ทุกจานจึงไม่ใช่เพียงประสบการณ์แห่งรสชาติ แต่ยังเป็นสะพานที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และการแบ่งปัน เพื่อส่งต่อโอกาสและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคม”

เชฟไพโรจน์ ประไพรักษ์

เชฟไพโรจน์ ประไพรักษ์ เล่าต่อถึงความพิเศษของคอร์ส “A Surin Passage” ว่า สิ่งแรกคือการเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีคุณภาพ เน้นความสะอาด ปลอดภัย นำมาประยุกต์และรังสรรค์เมนูที่ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นอาหารอีสาน ควบคู่กับเอกลักษณ์ของโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ ที่พิถีพิถันและใส่ใจในรสชาติอาหาร พร้อมเสิร์ฟในสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบของชุมชน โดยวัตถุดิบหลักครั้งนี้ เราได้นำของดีประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิปลอดสาร, ไข่มดแดง และปลาร้า มาเป็นส่วนหนึ่งในการรังสรรค์เมนู จนออกมาเป็นมื้อพิเศษ “A Surin Passage” ซึ่งเริ่มด้วย Appetizer ได้แก่ ข้าวตังหน้าตั้ง, กุ้งห่มสไบ, ปากหม้อไส้ไก่, เมี่ยงผักกาดหอม และ ปูห่อ จากนั้นเข้าสู่ Pre Course อันประกอบไปด้วย  ยำไข่มดcดง, ลาบปลาดุกย่าง ข้าวเหนียวสุรินทร์ และ ต้มเปรอะใบย่านาง ส่วน Main Dishes คือ หลนปลาร้าหมูสับ, ไก่บ้านย่างตะไคร้, แกงเป็ดเนื้อปลาช่อน, เนื้อแดดเดียว และข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ก่อนปิดท้ายด้วยของหวาน และผลไม้รวม

ศิลา ศิลาอ่อน,สุภัชชา พูลวรลักษณ์, ยิ่งปิยา ใบหยก และภูเรภัทร์ ศรีโรจนันท์

เทเรซ่า อากีล่าร์ ศรีโรจนันท์,คริสติน่า อากีล่าร์ และ ภูเรภัทร์ ศรีโรจนันท์

ภายในงานได้รับเกียรติจาก อภิชาติ ลีนุตพงษ์, ธนกร ชวตานนท์, อาริย์ณัฎฐา ชวตานนท์, วศธร พลไพศาล,แพทย์หญิง นรีกุล เกตุประภากร, ณวพรรณ พรประภา, พศิน ลาทูรัส, จุฑาภา ลาทูรัส, คริสติน่า อากีล่าร์, เทเรซ่า อากีล่าร์ ศรีโรจนันท์, ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ธนา ฉัตรบริรักษ์ และวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ ฯลฯ ร่วมกิจกรรมเพื่อการกุศลจาก โครงการ IBIU Project (I Believe in You) ในครั้งนี้

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของโครงการ IBIU Project (I Believe in You) ได้ที่ Facebook : IBIU project และ Instagram : IBIUProject

IBIUProjectยิ่งปิยาใบหยก

ORI ส่ง ‘แอนชิลี’ และ ‘เดียร์น่า’ ปลุกพลัง Your True Color แท็กทีม 30 ORI Challengers ระเบิดความแกร่งในสนาม HYROX Bangkok 2026

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:04 น.

สนาม HYROX Bangkok 2026 กลับมาจุดกระแสความคึกคักให้วงการฟิตเนสเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อเหล่านักกีฬา คนดัง และสายแอ็กทีฟจากหลากหลายวงการมารวมตัวกัน เพื่อท้าทายสมรรถภาพทั้งด้านความเร็ว ความแข็งแรง และความทรหด ผ่านบททดสอบที่เข้มข้นในทุกสเตชั่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลัง เสียงเชียร์ และลุคสปอร์ตโดดเด่นสะกดทุกสายตา

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส

หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือ การลงสนามของ “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” Muse คนสำคัญของ ORI (โอริ) แบรนด์พรีเมียมเอธเลเชอร์แวร์ นอกจากนี้ยังมี “เดียร์น่า ฟลีโป” นักแสดงหญิงมากความสามารถ ที่หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างจริงจัง ก็ลงสนามแข่งเพื่อท้าทายความแกร่งของร่างกายอีกด้วย ทั้งสองสาวเข้าร่วมการแข่งขันในประเภท Doubles พร้อมถ่ายทอดพลังแห่งความมั่นใจผ่านคอนเซ็ปต์ “Your True Color” ที่ชวนทุกคนเลือกสวมสีที่สะท้อนตัวตน ปลดล็อกความมั่นใจ และพร้อมแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ในทุกสนาม

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส จากบทบาท Miss Universe Thailand 2021 สู่ผู้ริเริ่มแคมเปญ #RealSizeBeauty ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แข็งแกร่ง กล้าเป็นตัวเอง และเชื่อมั่นในความงดงามที่แตกต่าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Your True Color” ของ ORI ที่เชื่อว่า สีที่ใช่ไม่จำเป็นต้องเป็นสีที่โดดเด่นที่สุด แต่ต้องเป็นสีที่ปลุกพลังภายใน และทำให้ผู้สวมใส่พร้อมก้าวข้ามทุกขีดจำกัดในแบบของตัวเอง สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ แอนชิลีเติมความร้อนแรงให้สนามด้วย ORI-FLY Liftline Bra สี Burning Lava  สีแดงสดที่สะท้อนพลัง ความมุ่งมั่น และหัวใจของนักสู้ แมตช์กับ ORI-FEEL Curve Shorts สี Horizon Blue ที่สร้างคอนทราสต์ให้ลุคสปอร์ตดูสดใสและโดดเด่น พร้อมรองรับทุกจังหวะการวิ่ง การยก และการเคลื่อนไหวตลอดการแข่งขัน โดย ORI-FLY ผลิตจากผ้าซิกเนเจอร์ที่เบาราวขนนก แต่ยังให้การซัพพอร์ตและกระชับพอดีตัวโดยไม่จำกัดการเคลื่อนไหว พร้อมคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี ขณะที่ ORI-FEEL Curve Shorts มอบสัมผัสเบาสบาย พร้อม Gentle Compression และทรง High-rise ที่ช่วยเพิ่มความกระชับมั่นใจ เสริมด้วยดีเทล Ruched Seam ช่วยเก็บทรงให้ดูเรียวรับกับสรีระ โดยทั้งสองไอเทมออกแบบและตัดเย็บในสไตล์ Asian Fit เพื่อให้เข้ากับรูปร่างของผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ

เดียร์น่า ฟลีโป

และอีกหนึ่งนักแสดงหญิงที่มาร่วมสร้างสีสันในสนาม เดียร์น่า ฟลีโป สาวสวยมากความสามารถชาวไทย-ฝรั่งเศส ที่ปีนี้หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างจริงจัง การลงสนาม HYROX ครั้งนี้นอกจากเพื่อท้าทายสมรรถภาพและความแกร่งของร่างกายแล้ว เดียร์น่ายังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพลังในแบบฉบับของตัวเอง พร้อมเลือก ORI-FLY Set Bra และ ORI-FORCE Base Shorts 5″ สี Midnight Plum โทนสีม่วงลึก ด้วยเนื้อผ้าที่ให้ความกระชับ พร้อมความยืดหยุ่นและความคล่องตัวสูง ช่วยให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างคล่องตัว พร้อมให้เธอแสดงศักยภาพบนสนามได้อย่างเต็มที่

ความเคลื่อนไหวของ ORI ในสนามครั้งนี้ยกระดับแนวคิด “Your True Color” สู่การสร้าง Authentic Community ผ่านการคัดเลือกลูกค้าตัวจริงที่ลงแข่งขัน HYROX จำนวน 30 คน มารวมพลังในฐานะ “ORI Challengers” พร้อมดูแลทุกคนอย่างเต็มรูปแบบตลอด Journey ตั้งแต่การฝึกซ้อม การฟื้นฟูร่างกาย เสื้อผ้าที่เสริมสมรรถภาพใช้ในการลงสนามพิสูจน์ขีดจำกัดของตัวเอง

เหล่า ORI Challengers ทั้ง 30 คน ได้เปิดฉากการเตรียมความพร้อมด้วย Exclusive Training Session ณ ENGINE LAB ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ ขจรศิลป์ วงษ์มา หรือ โค้ชโค้ก แชมป์ HYROX Thailand, Brand Ambassador ของ HYROX และเจ้าของผลงานอันดับ 1 ประเภท Men’s Open จาก HYROX Singapore รวมถึงเจ้าของสถิติ Personal Best ประเภท Men’s Open ของประเทศไทย ถ่ายทอดทั้งเทคนิค ความแข็งแกร่ง และกลยุทธ์สำหรับรับมือทุกด่านสุดโหดในสนาม ก่อนเข้าสู่ Recovery Session ณ RECHILL เพื่อฟื้นฟูร่างกายและเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนวันแข่งขันจริง นอกจากนี้ ORI ยังต่อยอดประสบการณ์การฝึกซ้อมออกไปสู่คอมมูนิตี้ในวงกว้าง ผ่านคอนเทนต์ HYROX Training Session บน Instagram ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแบ่งปันเทคนิคการออกกำลังกาย การวางแผนฝึกซ้อม และเคล็ดลับยกระดับ Performance เพื่อให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ตลอดเส้นทางตั้งแต่ Training และ Recovery จนถึงวันแข่งขันเหล่า ORI Challengers ยังได้ร่วมทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ORI ผ่านการใช้งานจริง โดยเสียงตอบรับต่างสะท้อนถึงคุณภาพของเนื้อผ้าที่เบา สวมใส่สบาย เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว และดีไซน์ Asian Fit ที่ช่วยเสริมความกระชับมั่นใจ พร้อมรับมือกับทุกด่านและทุกความท้าทายในสนาม

การปรากฏตัวของ ORI ใน HYROX Bangkok 2026 คือการประกาศพลังของคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและมีเป้าหมายร่วมกัน พร้อมพิสูจน์ว่า เมื่อความมั่นใจ การฝึกซ้อม และชุดที่ตอบโจทย์การเคลื่อนไหวมารวมกัน ทุกคนก็สามารถปลดล็อกศักยภาพ ก้าวข้ามขีดจำกัด และไปได้ไกลกว่าที่เคย ด้วย “Your True Color” คือสีที่ทำให้คุณกล้าเป็นตัวเอง และพร้อมลงสนามอย่างมั่นใจ

เปล่งประกายในแบบที่เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มศักยภาพพร้อม “Stay True” ไปกับ ORI ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน ORI สยามเซ็นเตอร์ ชั้น G, เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 2, เอ็มสเฟียร์ ชั้น 1 และ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3

อัปเดตเทรนด์แฟชั่นและกิจกรรมสำหรับคนรักสุขภาพจาก “ORI” เพิ่มเติมได้ที่

Instagram: @oristaytrue

Facebook: www.facebook.com/oristaytrue

LINE Official Account: @oristaytrue

Tiktok : @oristaytrue

ORIโอริ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จัด ‘เติมฝันด้วยใจให้น้อง’ มอบอุปกรณ์การเรียน-กีฬา เสริมทักษะเยาวชน จ.สกลนคร

18 สิงหาคม 2569 เวลา 13:59 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เดินหน้าส่งต่อโอกาสให้เยาวชน ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร มอบอุปกรณ์การเรียน กีฬา และสิ่งของจำเป็น ผ่าน “โครงการเติมฝันด้วยใจให้น้อง” มุ่งเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการของนักเรียน

18 สิงหาคม 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่จังหวัดสกลนครเพื่อส่งมอบสิ่งของให้แก่นักเรียนภายใต้ “โครงการเติมฝันด้วยใจให้น้อง” ณ โรงเรียนโคกเลาะวิทยาคาร และโรงเรียนบ้านนา (คุรุราษฎรอุทิศวิทยายน) อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โดยมี นายประกอบ ตันมูล ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้แทนรับมอบ ซึ่งทางโรงเรียนได้ติดต่อขอรับการสนับสนุนสิ่งของที่จำเป็นสำหรับนักเรียนและกิจกรรมภายในโรงเรียน ผ่านทางหน้าเพจของมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ทางมูลนิธิฯ จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังภาคีเครือข่าย เพื่อรวบรวมสิ่งของที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของเด็ก ๆ โดยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

สำหรับสิ่งของที่นำมาส่งมอบในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายและแข่งขันกีฬา บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า ตุ๊กตา ของเล่นเสริมทักษะ และหนังสือนิทาน เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สนุกและเหมาะสมกับวัย และบริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด สนับสนุนขนมขบเคี้ยว เพื่อเติมเต็มความสุขให้แก่นักเรียน

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท เทพสมบัติ จำกัด (สมบัติทัวร์) ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการขนส่งสิ่งของลงพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการอำนวยความสะดวกนำส่งสิ่งของไปยังโรงเรียนเป้าหมายอย่างราบรื่น

นางเธียรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน สิ่งของทุกชิ้นที่ส่งมอบล้วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในด้านการศึกษา กีฬา และการพัฒนาทักษะ โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้สนับสนุนสิ่งของและหน่วยงานที่ช่วยอำนวยความสะดวก จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ส่งถึงมือเด็กๆ ได้อย่างเหมาะสม

“มูลนิธิฯ เชื่อเสมอว่าการช่วยเหลือที่ดีเริ่มต้นจากการรับฟังและลงมือทำ เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จึงเกิดเป็นพลังน้ำใจที่ช่วย ‘เติมความฝันให้น้อง ๆ’ ในจังหวัดสกลนคร พร้อมสร้างโอกาสและต่อยอดให้นักเรียนได้เรียนรู้และเติบโตต่อไปได้อย่างดี” ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าว

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์เติมฝันด้วยใจให้น้อง

คุณแหน : 18 สิงหาคม 2569

18 สิงหาคม 2569 เวลา 08:52 น.

กล้าพูดได้เลยว่าเรื่องเช่นนี้ไม่มีใครนอกจาก Super Power จึงสามารถทำได้ มหาอำนาจต่างๆทั่วโลกว่าขณะนี้ SP. มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก – – USA นั่นเอง เล่ามาถึงตรงนี้เพื่อเข้าเหตุการณ์พิสดารเมื่อ ประธานาธิบดีทรัมป์ เดินทางไปประชุมกับกลุ่มนาโต้ที่กรุงอังการา ตอนไปโอเค แต่ตอนขากลับสหรัฐฯที่สนามบิน จู่ๆ ทรัมป์ ก็สั่งเปลี่ยนแผนกระทันหันลอบออกจากเครื่องบินไปขึ้นเครื่องบินทหารพิเศษ C-32Aโดยสตาฟชั้นผู้ใหญ่และคณะสื่อมวลชนใน AIR FORCE ONE (ลำเก่า) ไม่รู้เบาะแสเลยว่า เบื้องหลังเหตุการณ์คือ CIA ได้รับรายงานว่าฝ่ายตรงข้ามส่งสัญญาณให้ลอบสังหาร ทรัมป์ โดยจะใช้ขีปนาวุธมุ่งร้าย เครื่องบินทรัมป์ (AFO ลำเก่า) ส่วนทรัมป์บินไปด้วยเครื่องบินทหารพิเศษ C-32A มุ่งฐานทัพในอังกฤษ เพื่อขึ้นเครื่อง AFO (ลำใหม่ )มุ่งตรงสู่สหรัฐฯ เมื่อคณะทั้งหมดไปถึงวอชิงตันดี.ซี.แล้ว ความจริงจึงปรากฏออกมา ถึงเราไม่บอกผู้อ่านคงตระหนักดีถึงความรู้สึกของสตาฟชั้นผู้ใหญ่และคณะสื่อมวลชนว่า เสียวสันหลังวาบเลย !…ดีว่าเหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี มิฉะนั้นผู้โดยสาร AFO (ลำเก่า) ทั้งหมดคงเป็นเป้านิ่งของฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว เรื่องไม่จบแค่นี้ เพราะสมาคมสื่อมวลชนสหรัฐฯเตรียมยกเรื่องดังกล่าวขึ้นร้องเรียนกับ ทรัมป์ ต่อไป…

ถ้าเปรียบเป็นร้านอาหารอร่อยเขาว่ามีแค่ 2 เจ้าเท่านั้น คือเวทีมวยราชดำเนิน กับ ลุมพินี วันนี้ขอรีวิว เวทีราชดำเนิน ก่อน เพราะเป็นเวทีมวยมาตรฐานแห่งแรกของไทยในสมัย ฯพณฯจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อ 2484 ปัจจุบันผู้คนทุกรูปนามให้ความสนใจทุกอย่างเกี่ยวกับ “มวยไทย” เพราะถูกยกย่องให้เป็น SOFT POWER ระดับแนวหน้าของประเทศทีเดียว หลายทศวรรษที่ผ่านมาผู้บุกเบิกสร้างชื่อเสียงให้สนามแห่งนี้และวงการมวยคืออดีตนายสนามฯ เฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล เขาทำทุกอย่างในยุค “เปิดตลาด” มวยไทยสู่สายตาชาวโลก ตั้งแต่ใส่สูทเดินทางไปสร้างไมตรีกับโปรโมเตอร์ฝรั่ง, เจรจาเรื่องกฎกติกาข้อบังคับกับฝ่ายหน่วยงานรัฐ และแม้แต่ต้องถกแขนเสื้อเจรจางานกับกลุ่มโปรโมเตอร์ไทย ถึงวันนี้มวยไทยแข็งแรงดีแล้ว ดีกว่าทุกคนคาดหมายไว้ เพราะมวยไทยถูกยกย่องจากชาวโลกให้เป็น “THE NUMBER ONE WORLD’S FIGHTING SPORT” ทราบหรือไม่ว่า วันนี้ฝรั่งจำนวนหลายหมื่นคนยอมทิ้งบ้านเกิดเดินทางมาแออัดหัดมวยไทยในหลายจังหวัด อาทิ ภูเก็ต, สมุย, โคราช, กทม., เชียงใหม่ และต่างชาติบางคนบรรลุความฝันก้าวขึ้นเวทีมวยในฐานะแชมป์มวยไทยได้ค่าตัวครั้งละหลายสิบล้านบาท…

วันที่ 18 ส.ค.วันคล้ายวันสถาปนากรมลดโลก “3 ปีกรมลดโลกร้อน พลิกวิกฤตภูมิอากาศ สร้างโอกาสสู่ Net Zero 2050” งานจัด ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีฯเป็นประธานในพิธีทำบุญตอนเช้า เสร็จแล้วเชิญแขกเหรื่อรับประทานอาหารร่วมกัน…

ขอแสดงความยินดีกับ คณะขับร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus คว้า 2 รางวัล Silver Medals จาก การแข่งขัน World Choir Games 2026 ระหว่าง 4-12 ส.ค. 69 ณ เมืองเฮลซิงบอร์ก ประเทศสวีเดน ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จและความไพเราะของการแสดงในครั้งนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมวงของ ผู้อำนวยเพลง (Conductor) อ.สถิต สุกจงชัยพฤกษ์ และ อ.ณัฐธิตา วงศ์พรหม พร้อมด้วยนักเปียโน (Pianist) โดย อ.สิริ จัง และ อ.พรวรินทร์ กาลศิริศิลป์…งานนี้ ลานทิพย์ ทวาทศิน ผู้จัดการโรงเรียนเดินทางไปด้วย…ขอส่งกำลังใจให้ Wattana Girls’ Chorus สร้างเสียงเพลงและความประทับใจบนเวทีโลกต่อไป !!…

บารอนเนส

Wattana Girls’ Chorusกรมลดโลกร้อนคุณแหนดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิชทรัมป์มวยราชดำเนินมวยลุมพินีมวยไทยลานทิพย์ ทวาทศินอ.ณัฐธิตา วงศ์พรหมอ.พรวรินทร์ กาลศิริศิลป์อ.สิริ จังเฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล