เฟ้นหา ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2569’ เวทีประกวดอันทรงเกียรติยาวนานที่สุดของเมืองไทย

20 สิงหาคม 2569 เวลา 15:16 น.

Screenshot

นับเป็นอีกหนึ่งเวทีที่สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการนางงามของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และถูกสืบสานอย่างงดงามสมบูรณ์แบบภายใต้การดูแลของ สมใจนึก เองตระกูล ประธานที่ปรึกษา และ สินีนารถ เองตระกูล ประธานกรรมการบริหาร กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ซึ่งในปีนี้ยังคงเดินหน้าจัดการประกวด “นางสาวถิ่นไทยงาม 2569” เพื่อเฟ้นหาสาวงามระดับแนวหน้าเข้าร่วมประชันความงามบนเวที โดยพร้อมเปิดรับสมัครผู้เข้าประกวดอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 3 กันยายน 2569

สินีนารถ เองตระกูล เผยว่า “ในโอกาสฉลองครบ 76 ปี “นางสาวถิ่นไทยงาม” ซึ่งเป็นเวทีที่จัดประกวดมายาวนานที่สุดในประเทศ ซึ่งตนและครอบครัวได้มีโอกาสเข้ามาดำเนินการจัดงานเป็นปีที่ 11 แล้วนั้น ตนยังคงเดินหน้าสืบสานตำนานอันยิ่งใหญ่เพื่อให้เวทีนี้ยังคงเป็นเวทีอันทรงเกียรติที่รักษาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมความเป็นไทยไว้อย่างสวยงาม โดยรูปแบบในปีนี้จะย้อนวันวานกลับไปรำลึกถึงการประกวดในช่วงเริ่มต้น ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ล้านนา” ซึ่งผู้ครองมงกุฎนางสาวถิ่นไทยงาม นอกจากจะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท และมงกุฎเพชรแล้ว เรายังมีรางวัลรองชนะเลิศ และตำแหน่งพิเศษ รวมมูลค่ารางวัลกว่า 2 ล้านบาทอีกด้วย“

ธัญญาเรศ เองตระกูล ซึ่งรับหน้าที่เฟ้นหาสาวงามและร่วมเป็นกรรมการตัดสินมาทุกปี กล่าวปิดท้ายว่า “รับรองว่าปีนี้ในส่วนการคัดสรรผู้เข้าประกวดจะต้องเข้มข้นที่สุด และแค่เพียงผ่านเข้ารอบเป็นผู้ประกวด 30 คนสุดท้าย น้องๆ ก็จะได้รับเงินรางวัลแล้วทุกคน ที่สำคัญคือ ได้โอกาสในการร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสัมผัสประสบการณ์ที่ล้ำค่าร่วมกับผู้สนับสนุนหลัก อาทิ ทิพยประกันภัย, ไทยเบฟ (ThaiBev), พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับประเทศอีกด้วย จึงอยากชวนน้องๆ ว่ามาสมัครและมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวถิ่นไทยงามด้วยกัน รับรองว่าเวทีนี้จะพาคุณก้าวไปสู่เวทีแห่งชีวิตจริงที่ยิ่งใหญ่และสวยงามกว่าเดิมอย่างแน่นอน“

ทั้งนี้ สาวๆ ที่อายุระหว่าง 17-28 ปี สามารถสมัครเข้าร่วมประกวดเวที “นางสาวถิ่นไทยงาม 2569“ โดยสมัครทางออนไลน์ได้ที่ แฟนเพจ : นางสาวถิ่นไทยงาม ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 กันยายน 2569 มาร่วมลุ้นและเชียร์เหล่าสาวงามผู้เข้าประกวดได้ ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเอส พาร์ค โฮเต็ล (ESC Park Hotel) รังสิต

นางสาวถิ่นไทยงาม2569

คุณแหน : 20 สิงหาคม 2569

20 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

– สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระพรหมวชิรสุธี (อภิพล อภิพโล) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก  วันพฤหัสบดี 20 ส.ค.17.30 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส..

– รศ.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พร้อมด้วย รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แพน ราชเทวี กรุ๊ป -ราชเทวีคลินิก ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU)เปิดหลักสูตร Non-Degree “วิทยาศาสตร์ความงามที่แท้จริงเชิงบูรณาการ” คณะการแพทย์บูรณาการ วันศุกร์ 21 ส.ค.09.00 น. Hall 9-11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี..

-ขอแสดงความเสียใจกับ พศ อดิเรกสาร ที่สูญเสียภริยา วรรณวิมล อดิเรกสาร ท่ามกลางความอาลัยรักของญาติมิตร พิธีสวดพระอภิธรรม 19-25 ส.ค.18.30 น. ศาลา 4 (สิทธิสยามการ) วัดธาตุทอง และฌาปนกิจ 26 ส.ค.14.00 น. เมรุหน้า..

-เพื่อนๆ นสพ.แนวหน้า ขอร่วมแสดงความเสียใจกับ รังศิยา หวังโภคา ผจก.ฝ่ายบุคคลและธุรการ ที่สูญเสีย คุณแม่ศิรินทร์ หวังโภคา พิธีสวดพระอภิธรรมจัดที่ วัดบำเพ็ญเหนือ ศาลา 3 (ตลาดขวัญเรียม) มีนบุรี 18-21 ส.ค.18.30 น. และฌาปนกิจวันเสาร์ 22 ส.ค.15.00 น..

-ยามทุกข์ยามสุขจะผ่านไปเร็วแค่ไหน ดร.อดิทธิ์ เชี่ยวสกุล  น้อมนำบุญจากการปล่อยปลาหน้าเขียงเป็นประจำอุทิศแด่ คุณพ่อคุณแม่ ศ.ดร.ประดิษฐ์-อุบลศรี เชี่ยวสกุล อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจให้เข้มแข็งเมื่อต้องบอกตัวเอง ..

-สำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ใกล้จะถึง “คุณแหน” ถูกใจใช่เลยกับขนมไหว้พระจันทร์ที่ได้ลิ้มรสยี่ห้อแรกปีนี้  เป็นสูตรเฉพาะของบ้านปาร์คนายเลิศ ควบคุมความอร่อยโดย ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ด้วยแป้งบางนุ่ม ไส้แน่น 8 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทอง, ทุเรียนหมอนทองและไข่แดง, เม็ดบัว, เม็ดบัวและไข่แดง,ถั่วแดง,ถั่วแดงและไข่แดง กล่องละ 6 ชิ้นราคา 790 บาท สั่งได้ตั้งแต่ 10 ส.ค.-26 ก.ย.สอบถาม 095-4251424..

-ดีใจที่เห็นข่าว วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล เปิดให้เข้าชมพระอุโบสถเป็นกรณีพิเศษ 12 ส.ค.-20 ก.ย.2569 เวลา 09.00-16.00 น..อย่าลืมปักหมุดไปชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์กัน เวลาไม่คอยใคร..

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก ร่วมกับ มูลนิธิรีไลแอนซ์ โดย นิตา แอมบานี สมาชิกคณะกก.โอลิมปิกสากล เป็นประธาน พาเด็กและเยาวชนเข้าชมการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2026 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์การเรียนรู้จากนักกีฬาระดับโลก ..

คุณแหน

คุณหญิงปัทมาลีสวัสดิ์ตระกูลณพาภรณ์โพธิรัตนังกูรประดิษฐ์เชี่ยวสกุลพศอดิเรกสารรังศิยาหวังโภคาวรรณวิมลอดิเรกสารศิรินทร์หวังโภคา สมหมายผิวสอาดสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีอดิทธิ์เชี่ยวสกุลอุบลศรีเชี่ยวสกุล

  GO Hotel เชียงราย จุดหมายใหม่เหนือสุดในสยาม  ชูคอนเซปต์ ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:06 น.

GO Hotel (โก โฮเทล) แบรนด์โรงแรมระดับคุณภาพในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดตัว GO Hotel Chiangrai (โก โฮเทล เชียงราย) อย่างเป็นทางการ ปักหมุด “เหนือสุดในสยาม” พร้อมชูคอนเซปต์สุดเก๋ ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย โดยมีไฮไลต์สำคัญคือกรอบหน้าต่าง ‘ลายประจำยาม’ ซึ่งเป็นลายไทยโบราณที่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมรังสรรค์พื้นที่พักผ่อนที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายขั้นสุด ด้วยห้องพักดีไซน์โปร่งโล่งหลากหลายรูปแบบ เครื่องนอนคุณภาพสูงเพื่อการหลับสบาย และพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน รองรับทุกแพสชันการเดินทางทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ตลอดจนผู้เดินทางทุกกลุ่ม รวมถึง Pet-Friendly ที่พร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรักให้เข้าพักร่วมกันได้อย่างอบอุ่น GO Hotel เชียงราย ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพซึ่งเป็นทั้งจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นการเดินทางใจกลางเมืองเชียงราย อยู่ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เพียง 1 นาที และเชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้ศูนย์กลางคมนาคมอย่างสถานีขนส่งเชียงราย (10 นาที) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (25 นาที) อีกทั้งยังรายล้อมด้วยสถานที่ราชการ โรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลเชียงรายราม และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมล้านนาชื่อดัง เช่น หอนาฬิกาเชียงราย, สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ, ถนนคนเดินเชียงราย, วัดร่องขุ่น และไร่บุญรอด ทำให้ GO Hotel เชียงราย เป็นปักหมุดแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและการพักผ่อนได้อย่างลงตัว  บรรยากาศในพิธีเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการเป็นไปอย่างอบอุ่นและมีสไตล์ ชูแนวคิด ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบส่วนตัวของ ภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงาน Hotel Business ผสานกับเสน่ห์ของจังหวัดเชียงรายที่มีคอมมูนิตี้คนรักมอเตอร์ไซค์อย่างเหนียวแน่น โดยภายในงานได้เชิญเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และสื่อมวลชนเยี่ยมเข้าเยี่ยมชมโรงแรมก่อนใคร พร้อมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณอธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Operation และ คุณสุทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์ Hotel Business Development ร่วมถ่ายภาพคู่กับรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดภายในงาน นอกจากนี้ GO Hotel เชียงราย เตรียมปล่อยคลิปวิดีโอและภาพโปรโมตชุดพิเศษ ผ่านเลนส์กล้องของสิทธิอาจ อมศิริ ที่ร่วมกับก๊วนไบเกอร์เชียงรายอีกกว่า 80 คัน เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย โดยสามารถติดตามชมคลิปวิดีโอดังกล่าวได้ในเร็วๆ นี้  จตุพร วิไลแก้ว Head of GO Hotel กล่าวถึงการเปิดตัวโรงแรมในครั้งนี้ว่า ว่า “GO Hotel เชียงราย เป็นโรงแรมลำดับที่ 8 ของ GO Hotel ที่มีคอนเซปต์ “GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน” จากที่ตั้งซึ่งอยู่ในจังหวัดที่เรียกได้ว่า ‘เหนือสุดในสยาม’ ซึ่งนักท่องเที่ยวในเชียงรายนิยมพักค้างในตัวเมือง 1-2 คืนก่อนเดินทางขึ้นดอย ประกอบกับเมืองเชียงรายมีคอมมูนิตี้คนรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่แข็งแกร่ง GO Hotel เชียงราย จึงไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การพักผ่อนแสนสบายบนทำเลใจกลางเมืองเท่านั้น แต่เราตั้งใจให้โรงแรมแห่งนี้เป็นจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นของทุกการเดินทาง เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเชียงรายอย่างแท้จริง นอกจากนี้แคมเปญ ‘GO Local, Eat Local’ ที่เราตั้งใจให้นักเดินทางทุกท่านได้สัมผัสวัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่นอย่างแท้จริง ยังมีความพิเศษกว่าเดิม โดยได้ผนึกกำลังจากกลุ่มไบเกอร์เชียงราย มาร่วมปักหมุดและแนะนำร้านอาหารอร่อยระดับตำนานและร้านยอดนิยมที่คนท้องถิ่นการันตี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับในแบบที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย” เพียงแสดงคีย์การ์ดของ GO Hotel เชียงราย รับสิทธิพิเศษจากร้านชื่อดังที่ไบเกอร์เชียงรายแนะนำ ได้แก่ 

  • ร้านข้าวต้มบัว ร้านข้าวต้มกุ๊ยยอดนิยมย่านสนามบินเก่า ขวัญใจคนท้องถิ่นด้วยเมนูไทยรสจัด จ้านราคาสบายกระเป๋า รับฟรี ข้าวต้ม 1 ถ้วย
  • Maison De Chiangrai ร้านอาหารไทยสไตล์ Chef’s Table และ Fine Dining ระดับ 5 ดาว โดดเด่นด้วยเมนูไทยและอาหารเหนือต้นตำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่น (แนะนำให้จองล่วงหน้า) รับฟรี อาหารประจำฤดูกาล 1 จาน
  • ร้านกาแฟรถเหลือง ร้านกาแฟโบราณชื่อดังคู่เมืองเชียงราย บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา เสิร์ฟความอร่อยยามเช้าจากรถสองแถวสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ รับฟรี ปาท่องโก๋ 1 ชุด
  • บะหมี่เชียงราย ฮุ่ยเม้ง หอนาฬิกา ร้านบะหมี่ทำเองเส้นเหนียวนุ่มตำรับเก่าแก่คู่เมือง รับฟรี เกี๊ยวและขนมจีบ อย่างละ 2 ชิ้น
  • ครัวเฟยเทียน ดอยช้าง ร้านอาหารจีนยูนนานระดับแลนด์มาร์กบนดอยช้าง เสิร์ฟขาหมูหมั่นโถวและเคาหยกท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา รับฟรี ชาอัสสัม 1 กา
  • ร้านน้ำเงี้ยวป้านวล อาหารญวนพังงา ต้นตำรับน้ำเงี้ยวสูตรเข้มข้นที่ส่งต่อมากว่า 150 ปี พร้อมเมนูอาหารเวียดนามสดใหม่ ปราศจากผงชูรส รับอัปไซซ์น้ำเงี้ยว จากขนาดปกติเป็นขนาดใหญ่ทันที
  • Rad Bar บาร์สุดชิลใจกลางเมือง จุดนัดพบยอดนิยมของสายไบค์เกอร์หลังจบการเดินทาง รับ ส่วนลดพิเศษ 10%
  • ร้านลาบสนามกีฬา ร้านอาหารเหนือรสเด็ดต้นตำรับล้านนาที่ครองใจคนท้องถิ่นมายาวนาน โดดเด่นด้วยเมนูต้นตำรับล้านนา เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสรสชาติอาหารเมืองแท้ ๆ เมื่อมาเยือนเชียงราย รับเป๊ปซี่ขวดเล็ก 1 ขวด

 พร้อมสิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำ เมื่อจองห้องพัก GO HOTEL เชียงราย  – ลูกค้าบัตรเครดิต KBANK รับเครดิตเงินคืน 10%* เมื่อใช้ K Point แลกเท่ายอดใช้จ่าย โดยไม่มียอดขั้นต่ำในการแลกคะแนน วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 – ลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX ใช้จ่ายผ่านบัตรทุก 1 บาท รับ 1 คะแนน* วันนี้ – 30 กันยายน 2569 – ลูกค้าบัตรเครดิต KTC รับเครดิตเงินคืน 13%* เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดใช้จ่าย โดยไม่มียอดขั้นต่ำในการแลกคะแนน – ลูกค้าที่ใช้บริการ Grab วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 GrabCar รับส่วนลด 15%* (สูงสุด 100 บาท) ไม่มีขั้นต่ำ จำกัด 2 ครั้ง/ผู้ใช้ และจำกัด 100 สิทธิ์/วัน GrabFood รับส่วนลด 15%* (สูงสุด 100 บาท) ขั้นต่ำ 200 บาท – ลูกค้า AIS ใช้คะแนน 1 คะแนน แลกรับห้องพักราคาพิเศษมูลค่า 780 บาท* – ลูกค้า Sukishi เพียงแสดงคีย์การ์ดห้องพักที่ร้าน Sukishi Korean Charcoal Grill รับฟรี แกงเต้าหู้นิ่มรสเผ็ด 1 จาน* มูลค่า 190 บาท เมื่อทานบุฟเฟต์สุข Overload ทุกระดับ หรือ A La Cart มูลค่าต่อใบเสร็จ 500 บาทขึ้นไป วันนี้ – 31 มกราคม 2570  GO Hotel เชียงราย พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักเดินทางทุกท่านให้มาปักหมุดเช็กอินเติมความฟินแบบจัดเต็มไปด้วยกัน ยกระดับการนอนด้วยเตียงนุ่มนอนสบายระดับ 5 ดาว พร้อมห้องพักมืดสนิทหลับลึกไร้แสงกวนใจ และความบันเทิงครบทั้ง Smart TV กับ Wi-Fi สปีดแรงจัด จะทำงานผ่าน Co-working Space หรือดูซีรีส์สุดมันก็ไม่มีสะดุด ทั้งยังหาของอร่อยทานง่ายๆ ผ่าน Grab & Go หรือจะเดินช้อปปิ้งชิลๆ ก็แค่ก้าวออกจากลิฟต์เพราะตัวโรงแรมติดห้างฯ และที่ฟินที่สุดคือพาสัตว์เลี้ยงสี่ขาตัวโปรดมาเช็กอินเที่ยวด้วยกันได้ทั้งบ้าน! จองห้องพักตรงกับทางโรงแรมคุ้มกว่า! แล้วออกไปค้นพบเสน่ห์เชียงรายไปด้วยกัน คลิกเลยเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์ดีๆ อีกเพียบ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ LINE : @gohotel, โทร. +66 52 024 598 และที่ Website: https://letzzzgo.co       

Facebook

เปิดความอร่อย ‘Gourmet Foodie Fest 2026 : Talad Chic สตรีทฟู้ดของคนมีสไตล์’

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:41 น.

นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ชวนคนรักอาหารและไลฟ์สไตล์มาเปิดประสบการณ์ความอร่อยในงาน “Gourmet Foodie Fest 2026 : Talad Chic สตรีทฟู้ดของคนมีสไตล์” เทศกาลอาหารที่คัดสรรร้านอร่อยหลากหลายมาไว้ในที่เดียว ครบทั้งอาหารคาว ขนมหวาน เบเกอรี่ เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Talad Chic” ที่หยิบเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมกิจกรรม Workshop และ Cooking Show ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-21.00 น. ณ โซน Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Gourmet & Cuisine กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ของ Gourmet & Cuisine พร้อมถ่ายทอดแนวคิดผ่านคอนเซ็ปต์ “Talad Chic” ที่นำความอร่อยจากร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ มาสร้างเป็นพื้นที่แห่งการกิน ช้อป และใช้เวลาร่วมกัน พร้อมกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมและสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารในรูปแบบที่สนุกและสร้างสรรค์

“เราเชื่อว่าอาหารไม่ได้มีเพียงเรื่องของรสชาติ แต่ยังเป็นเรื่องของความสุข การแบ่งปัน และการเชื่อมโยงผู้คน งานนี้จึงตั้งใจให้ทุกคนได้ค้นพบความอร่อย สนับสนุนผู้ประกอบการอาหารไทย และใช้เวลาร่วมกันผ่านประสบการณ์ที่สนุกและน่าประทับใจ”

 อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือกิจกรรม Workshop และ Cooking Show ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้ ลงมือทำจริง และสนุกไปกับเรื่องราวด้านอาหาร อาทิ Workshop ขนมไทยจากสิริ-มารี คาเฟ่ขนมไทย, Workshop Veggie Bouquet, Workshop Salad Cup, Workshop เมนูหมูสร่ง By น้ำมันองุ่น และ Cooking Show เมนูสเต๊กเนื้อทอดซอสน้ำจิ้มแจ่วโคชูจัง By น้ำมันองุ่น พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย

สำหรับสายไลฟ์สไตล์ พบกับ HUNO ฮุโนะ กับสินค้าในคอลเล็กชัน “หลงไทย” ที่หยิบกลิ่นอายความเป็นไทยมาสร้างสรรค์เป็นก้านไม้หอม น้ำหอมปรับอากาศในรถ และพิมเสนน้ำ พร้อมไอเทมกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยโหระพา

 พิเศษ! ช้อปสินค้าภายในงานครบ 300 บาทขึ้นไป เพียงนำใบเสร็จมาแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้ที่บูท Gourmet & Cuisine พร้อมลุ้นรับ Voucher ห้องอาหารจากโรงแรมชั้นนำ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Gourmet & Cuisine

GourmetFoodieFest2026

ไขความลับลำไส้กับนาฬิกาชีวิต กุญแจสู่การสร้างสมดุลสุขภาพระยะยาว

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:48 น.

ในหลายวัฒนธรรมของเอเชีย เรามักได้ยินคำสอนจากผู้ใหญ่ว่า กินอาหารอย่างพระราชาในตอนเช้า แต่กินมื้อเบา ๆ ในตอนเย็น” ถึงแม้จะดูเป็นคำแนะนำที่เรียบง่าย แต่ทุกวันนี้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กำลังยืนยันสิ่งที่คนรุ่นก่อนเชื่อกันมา ซึ่งก็คือการกินมื้ออาหารที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของเรา หรือสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย โดยสุขภาพลำไส้จะเป็นหนึ่งในระบบแรก ๆ ที่ได้รับประโยชน์

สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือ ร่างกายของคนเรามี นาฬิกาภายใน ที่แม่นยำอย่างมาก หรือที่เรียกว่า Circadian Rhythm ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรตลอด 24 ชั่วโมงของร่างกาย ทั้งการนอนหลับ ความหิว และการทำงานของระบบต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน โดยนาฬิกานี้ไม่ได้อยู่แค่ในสมอง แต่มีอยู่ในแทบทุกเซลล์ เพื่อให้ร่างกายทำงานสอดคล้องกับจังหวะเวลาช่วงกลางวันและกลางคืน

ระบบย่อยอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ไวต่อนาฬิกาชีวิตมากที่สุด ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า ลำไส้” และ นาฬิกาชีวิต มีการสื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อช่วยควบคุมเมตาบอลิซึม น้ำหนักตัว การทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน สุขภาพหัวใจ ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวมให้อยู่ในภาวะปกติ

แต่ความท้าทายของคนยุคใหม่คือ ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก กินไม่เป็นเวลา ทำงานเป็นกะ (โดยเฉพาะกะกลางคืน) หรือใช้หน้าจอจนดึก ล้วนรบกวนจังหวะของนาฬิกาชีวิต เมื่อจังหวะนี้เสียสมดุล ลำไส้ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด และการอักเสบเรื้อรังในระยะยาว

ด้าน ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพลำไส้ พร้อมรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจและเคล็ดลับการปรับสมดุลง่าย ๆ โดยเริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ “นาฬิกาชีวิต” และ “ลำไส้” กลับมาทำงานสอดคล้องกันอีกครั้ง

เริ่มต้นโภชนาการของวันให้ดี ร่างกายก็พร้อมลุย

มื้อเช้า คือ มื้ออาหารที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ซึ่งวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการสามารถอธิบายได้ว่า หลังจากการอดอาหารในช่วงกลางคืน ระบบย่อยอาหารจะอยู่ในสภาวะพร้อมทำงาน ทั้งเอนไซม์ย่อยอาหารที่ทำงานอย่างเต็มที่ และระบบเมตาบอลิซึมที่เปิดรับสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดี

การเริ่มต้นวันด้วยอาหารที่คุณประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วนหลากหลาย และรับประทานให้เป็นเวลาในช่วงระหว่างวัน จะช่วยให้เราได้รับพลังงานสม่ำเสมอ ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการเผาผลาญที่เหมาะสม โดยให้เน้นกินอาหารที่มีใยอาหารเพียงพอ มีโปรตีนคุณภาพดี ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในทุกๆ มื้อ (ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเพื่อเปลี่ยนแป้งไปเป็นน้ำตาลอย่างช้า ๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอและช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น) นอกจากนี้ การกำหนดเวลาการกินให้แน่นอน เช่น ภายในช่วงเวลา 8–12 ชั่วโมงต่อวัน การกินอย่างมีสติ ก็มีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารและนาฬิกาชีวิตทำงานสอดคล้องกันมากขึ้น

ดื่มน้ำให้ถูกเวลา ช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น

การดื่มน้ำก็มีช่วงเวลาที่เหมาะเหมือนกับการกิน โดยน้ำมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอนของการย่อย ตั้งแต่น้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร ไปจนถึงน้ำย่อยในกระเพาะ และการขับของเสียออกจากร่างกาย

การดื่มน้ำหนึ่งแก้วก่อนมื้อแรกของวัน ช่วยกระตุ้นระบบย่อยและปลุกนาฬิกาชีวิตให้เริ่มทำงาน และการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดวันยังช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ขณะที่การลดการดื่มน้ำในช่วงค่ำ จะช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายเตรียมพักผ่อนและฟื้นฟูในตอนกลางคืน

นอนหลับดี ช่วยให้ลำไส้ได้ฟื้นฟูตัวเอง

แม้ว่าจะปิดไฟ ปิดเสียงรบกวน ไม่ใช้มือถือ และนอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ตื่นมากลับรู้สึกไม่สดชื่น อาจเป็นเพราะ “การนอน” ไม่ใช่แค่การพักผ่อนของสมอง แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกาย โดยเฉพาะระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทว่าควร “พัก” หรือ “ตื่นตัว” ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงมื้อหนัก คาเฟอีน อาหารมัน หรือหวานจัดก่อนนอน เพราะระบบย่อยอาหารเองก็ต้องการเวลาในการพักเช่นเดียวกับสมอง

กิจกรรมเบา ๆ เช่น การอ่านหนังสือ ยืดเหยียดร่างกาย หรือดื่มชาสมุนไพร ก่อนนอนประมาณ 30–60 นาที จะช่วยส่งสัญญาณให้ทั้งร่างกายและลำไส้รับรู้ว่าวันนี้ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว รวมทั้งการเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลายังช่วยให้ลำไส้ปรับจังหวะได้ดีขึ้น และหากสมาชิกในบ้านมีเวลาพักผ่อนที่ใกล้เคียงกัน ก็ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น

ความเครียด ตัวร้ายทำลายลำไส้และนาฬิกาชีวิต

แม้จะมีตารางการนอนที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่มักติดตัวเราไปถึงเตียงทุกคืนคือ “ความเครียด” ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย

งานวิจัยได้เปิดเผยว่าแบคทีเรียหลายล้านตัวที่อาศัยอยู่ในลำไส้ไม่ได้ช่วยแค่การย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังช่วยควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายโดยทำงานร่วมกับจังหวะชีวภาพ คอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลักของร่างกาย สามารถรบกวนการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำลายสมดุลของจังหวะชีวภาพ และเมื่อเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้ในลักษณะที่ทำให้ระบบย่อยอาหารตอบสนองไวขึ้นและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้ความเครียดเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่เราต้องให้ความสำคัญ

ก่อนที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายเรื่องนี้ได้ ภูมิปัญญาสมัยก่อนได้แนะนำการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับจังหวะของวัน การนำรูปแบบเหล่านี้กลับมาใช้ในชีวิตประจำวันตามสไตล์คนเมืองไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดกับตัวเองมากเกินไป แค่เริ่มปรับเปลี่ยนทีละน้อย แต่ให้ทำอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายก็จะหาสมดุลเจอ สุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตได้ตามจังหวะธรรมชาติ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพและเฮอร์บาไลฟ์ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.herbalife.com

หรือช่องทางโซเชียลมีเดียFacebook/HerbalifeThailandOfficial และ Instagram/HerbalifeThailandOfficial

เข่าลั่น เข่าหลวม สัญญาณเตือนเอ็นไขว้หน้าขาด เสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในอนาคต

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:43 น.

อาการเข่าลั่น เข่าทรุด หรือรู้สึกข้อเข่าไม่มั่นคงหลังเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือประสบอุบัติเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ “เอ็นไขว้หน้าขาด” (ACL Injury) หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาข้อเข่าเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า เอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament: ACL) เป็นเอ็นสำคัญที่อยู่ภายในข้อเข่า ทำหน้าที่ควบคุมความมั่นคงของข้อเข่า ป้องกันไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเคลื่อนมาด้านหน้ามากเกินไป และช่วยควบคุมการบิดหมุนของข้อเข่าในขณะเดิน วิ่ง หรือกระโดด เมื่อเอ็นไขว้หน้าได้รับการฉีกขาด ข้อเข่าจะสูญเสียความมั่นคง ส่งผลให้เกิดอาการเข่าหลวม ปวด บวม และเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ

เอ็นไขว้หน้าขาดมักเกิดจากการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันในขณะที่เท้ายังติดพื้น การหยุดหรือหมุนตัวอย่างรวดเร็ว การลงจอดผิดท่าหลังการกระโดด รวมถึงแรงปะทะจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ นอกจากนี้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบข้อเข่าไม่แข็งแรงพอ เอ็นไขว้หน้าจะต้องรับแรงมากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น

อาการมักเกิดทันทีหลังบาดเจ็บ บางรายอาจได้ยินเสียง ‘ป๊อบ’ ภายในข้อเข่า จากนั้นจะมีอาการปวดรุนแรงตามมา เข่าบวมอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงจากเลือดออกในข้อ รู้สึกเข่าหลวม ไม่มั่นคง เดินกะเผลก หรือเข่าทรุดเวลาลงน้ำหนัก และส่วนใหญ่จะไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งหรือเปลี่ยนทิศทางได้ตามปกติ

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ถ้าเป็นเพียงการยืดหรือฉีกขาดบางส่วน และไม่ได้ใช้งานเข่าหนักมาก อาจรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยทำกายภาพบำบัดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

ในกรณีที่เอ็นไขว้หน้าขาดสมบูรณ์ หรือมีอาการเข่าหลวมชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกลับไปเล่นกีฬา การผ่าตัดส่องกล้องสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ (Arthroscopic ACL Reconstruction) เป็นแนวทางการรักษาที่ช่วยให้ข้อเข่ากลับมามั่นคงได้ การผ่าตัดวิธีนี้ใช้แผลขนาดเล็กประมาณ 2–3 แผล โดยสอดกล้อง Arthroscope เพื่อมองเห็นโครงสร้างภายในข้อเข่าอย่างชัดเจน และใส่เครื่องมือผ่าตัดเพื่อสร้างเอ็นใหม่ทดแทนเอ็นที่ขาด

ข้อดีของวิธีส่องกล้องคือ แผลเล็ก อาการปวดหลังผ่าตัดน้อย ฟื้นตัวเร็ว และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเข่ากลับมาแข็งแรงและมั่นคงในระยะยาว

หากมีอาการเข่าลั่น เข่าหลวม หรือปวดบวมหลังบาดเจ็บ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาระยะยาวในอนาคต

เข่าลั่นเข่าหลวม

คุณแหน : 19 สิงหาคม 2569

19 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

– สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ คุณติรวัฒน์ สุจริตกุล เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานแด่ ดร. สุวิทย์ ยอดมณี อดีต รมว. กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หลังจาก ดร. สุวิทย์ฟื้นตัวจากการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ ครอบครัวยอดมณีต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

– ซารา ทินดอลล์ พระธิดาในเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระวรราชกุมารีคว้าชัยชนะเหรียญทองด้วยการควบม้าแข่งคู่ใจชื่อ Class Affair ในการแข่งขัน Hartpury International Horse Trails และ British Championships เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม งานนี้นับเป็นการถวายของขวัญชิ้นสำคัญแด่พระมารดาในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของ เจ้าหญิงแอนน์ พระวรราชกุมารี

– มะปราง ปัทมวดี เสนาณรงค์ ปลื้มปริ่มมากกับความสำเร็จของบุตรคนเดียว คือน้องจาร์ ปัทม สุจริตกุล แล้วก็เฝ้ารอว่าลูกชายจะประสบความสำเร็จสูงขึ้นในตำแหน่งอัยการ

– หญิง วรวิมล ณ ระนอง บ่นกับคนที่รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีว่า ฉันถูกหลอกซ้ำหลอกซาก ทำไมเหรอ หน้าฉันไม่ฉลาดหรืออย่างไร จึงได้ถูกหลอกตลอด มาล่าสุดก็ถูกหลอกให้ทำทานอีกแล้ว เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนก็ถูกหลอกเรื่องซื้อทัวร์ทิพย์ แล้วก็ยังถูกหลอกเรื่องลิ้นจี่ทิพย์จากเมืองจีน

– หญิง ลลิดา รอดประเสริฐ อดีต 1 ใน 10 ผู้เข้ารอบสุดท้ายนางสาวไทยยุคปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ยังคงรักษาความสวยความงามไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย ล่าสุดหญิงผันตัวมาทำงานเป็นผู้แนะนำและวางแผนการเงินการลงทุนให้ลูกค้ารายใหญ่ผู้มีความมั่นคั่งสูง สังกัดบริษัท หลักทรัพย์ อพอลโล่ เวลธ์ จำกัด แม้จะมีสามีเป็นมหาเศรษฐี แต่ก็ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็งทุกวัน

– เม้ย กุลนันท์ (อมาตยกุล) ซานไทโว ผู้บริหารธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) มีภาระสำคัญเพิ่มเติมคือเลี้ยงดูหลานสาวอายุ 11 ปี ชื่อเอลลิส โดยคุณย่าปลาบปลื้มกับงานศิลป์ฝีมือของหลานอย่างมาก ก็ขอเชียร์ให้เปิดอาร์ตสตูดิโอให้คุณหลานในอนาคต  

Victor Lee

กุลนันท์(อมาตยกุล)ซานไทโวซาราทินดอลล์ติรวัฒน์สุจริตกุลลลิดารอดประเสริฐวรวิมลณระนองสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีสุวิทย์ยอดมณี

เรื่องนี้มีประวัติ : วังบ้านหม้อ วังเดิมที่ยังหอมกรุ่นด้วยกลิ่นอายของยุคต้นรัตนโกสินทร์

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:52 น.

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษเทเวศร์ พระนามเดิมคือพระองค์เจ้ากุญชร ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา เมื่อวันพุธ เดือน 6 ขึ้น 4 ค่ำ มีมะเมีย สมฤทธิศก จุลศักราช 1160 ตรงกับวันที่ 18 เมษายน 2341 สิ้นพระชนม์ 16 เมษายน 2406 ทรงเป็นต้นราชสกุล “กุญชร”

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นกรมหมื่นพิทักษ์เทเวศร์ ทรงให้ดูแลกรมม้า

ในกาลต่อมา รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ นเรศรราชริววงศ์ อิศวรพงศพิพัฒนศักดิ อุดมอรรควรยศ วงศประนตนาถนเรนทร์ พาหเนนทรบพิตร ทรงให้ดูแลกรมคชบาล เพิ่มอีกกรมหนึ่ง

พระองค์กุญชรสิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 แรม 13 ค่ำ ปีกุน เบญจศก จุลศักราช 1225 ตรงกับวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2406 สิริพระชันษา 65 ปี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากราชกาลที่ 4 พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง

พระองค์ทรงมีวัง ชื่อวังบ้านหม้อ ตั้งอยู่บนนถนนอัษฎางค์ ซึ่งหากเราเดิมลัดเลาะแล้วเลียบไปตามคลองหลอด โดยเริ่มจากบริเวณที่ใกล้กับโรงแรมรัตนโกสินทร์ แล้วเดินไปยังกระทรวงมหาดไทย จนถึงเขตรั้ววัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เราก็จะได้พบกำแพงโบราณที่เป็นอาณาเขตของวัง โดยภายในกำแพงจะมีเรือนไม้หลังใหญ่ และยังมีอาคารทั้งเก่าและใหม่อยู่ภายใน ซึ่งในบริเวณนี้คืออาณาเขตของวังบ้านหม้อ วังที่มีอายุมากกว่า 200 ปี นับเป็นวังกลุ่มแรก ๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะสร้างในครั้งรัชสมัย รัชกาลที่ 2 ในบริเวณดังกล่าวนี้ถูกเรียกว่าบริเวณท้ายวัดโพธิ์ ซึ่งในครั้งนั้นอยู่ใกล้กับหับเผย หรือเขตที่ถูกใช้เป็นที่คุมขังในบริเวณท้ายวังหลวง ดังนั้นบางคนจึงเรียกวังที่รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างพระราชทานพระโอรสทั้ง 3 พระองค์ ซึ่งในจำนวนนั้นคือพระองค์เจ้ากุญชรรวมอยู่ด้วยว่า กลุ่มวังท้ายหับเผย

ตามประวัติกล่าวว่า พระโอรสทั้ง 3 ที่ทรงได้รับพระราชทานวังคือ วังแรกเป็นของพระองค์เจ้าพนมวัน หรือกรมพระพิพิธฌโภคภูเบนทร์ ในเจ้าจอมมารดาศิลา ต้นราชสกุลพนมวัน วังต่อมาเป็นของพระองค์เจ้าทินกร หรือกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ในเจ้าจอมมารดาศิลา ต้นราชสกุลทินกร และพระองค์ที่ 3 คือเจ้าของวังบ้านหม้อ คือพระองค์เจ้ากุญชร โดยชื่อวังบ้านหม้อมาเกิดขึ้นในสมัยหลัง เพราะอยู่ใกล้กับบริเวณเขตบ้านหม้อ ปัจจุบันวังบ้านหม้อได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานเรียบร้อยแล้ว จึงถือว่าเป็นวังสุดท้ายที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 ที่พระราชทานแด่พระโอรส ส่วนวังของพระองค์เจ้าพนมวัน และพระองค์เจ้าทินกร ถูกเพลิงไหม้จนหมดสิ้นไปแล้ว

วังบ้านหม้อยังคงเป็นวังที่มีชีวิตดังเดิม เพราะเหล่าทายาทราชสกุลกุญชรยังคงเข้าไปดูแลและบำรุงรักษาโบราณสถานแห่งนี้เป็นอย่างดีตลอดเวลา และในทุกครั้งเมื่อถึงวันสงกรานต์ วังแห่งนี้ก็จะเป็นศูนย์รวมของทายาทรุ่นต่าง ๆ ของราชสกุลกุญชร

วังบ้านหม้อในวันนี้ยังคงได้รับการยกย่องว่ารักษารูปแบบดั่งเดิมของวังโบราณไว้ได้ครบครัน คือยังมีท้องพระโรงที่ทำด้วยไม้สักที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาก แล้วก็ยังมีศาลา และเก๋งโบราณดำรงคงอยู่ ส่วนบริเวณรอบ ๆ ท้องพระโรงคือบ้านเรือนที่พักอาศัยของเหล่าบรรดาทายาทและลูกหลาน ทั้งนี้ ท้องพระโรงได้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นพื้นที่สำคัญของราชสกุลกุญชร เพราะถือเป็นศูนย์กลางของวังบ้านหม้อ โดยในแต่ละปีจะใช้ท้องพระโรงสำหรับพิธีสำคัญคือการทำบุญอุทิศถวายองค์ต้นราชสกุล และใช้เป็นสถานที่จัดงานรดน้ำดำหัววันสงกรานต์ หรือใช้สำหรับงานสำคัญของบุคคลในราชสกุลกุญชรเท่านั้น

ท้องพระโรงยังเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิงหนาทราชดุรงคฤทธิ์ พระนามเดิมคือ หม่อมเจ้า สิงหนาท และอัฐิของเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ หรือ หม่อมราชวงศ์ หลาน กุญชร

ทายาทของราชสกุลกุญชรบอกเล่ากันต่อ ๆ มาว่า ประเพณีการทำบุญวันสงกรานต์ และการรดน้ำดำหัวของคนในราชสกุลนี้ ดำเนินสืบต่อมาจากขนบประเพณีของครอบครัวกว่า 200 ปีแล้ว เพราะเมื่อครั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ทรงมีพระชนม์ จะทรงเข้าไปบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระราชบิดา และพระมารดาเป็นประจำทุกปี ดังนั้น สิ่งนี้จึงเป็นขนบของพวกเรา ที่เป็นลูกหลานเหลนของพระองค์ท่าน เรามารวมตัวกันเพื่อทำบุญอุทิศถวายให้บรรพบุรุษของเรา และใช้โอกาสวันสงกรานต์รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และญาติ ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจัดงานในวันที่ 16 เมษายนทุกปี เพราะในวันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นพระชนม์ของต้นราชสกุลกุญชรด้วย

ปัจจุบันพวกเราเป็นทายาทรุ่นที่ 6-7 ของพระองค์ท่าน ซึ่งพวกเราไม่เคยลืมเลือนพระคุณของท่านแม้แต่น้อย ซึ่งพวกเราถือว่าการทำบุญอุทิศถวายนี้เป็นกิจสำคัญของเรา และในโอกาสเดียวกันนี้ พวกเราก็ถือว่าพิธีรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ในตระกูลของเราก็คือการพบปะสังสรรค์ของหมู่ญาติ ได้พบหน้ากัน ได้คุยกัน ได้ถามถึงสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน และได้รวมตัวกันทำกิจกรรม เช่น ลูกหลานคนใดที่มีความสามารถด้านเล่นดนตรีไทย ก็จะรวมตัวกันเล่นดนตรีไทยถวายพระในขณะที่พระท่านกำลังฉันภัตตาหาร และบ้านของเรามีข้าวแช่ตำรับเฉพาะของวังบ้านหม้อ ซึ่งถือเป็นมรดกตกทอดมาจากรุ่นเก่าก่อนจวบจนปัจจุบัน ดังนั้น ในการทำบุญของวังบ้านหม้อจึงต้องมีข้าวแช่ของวังถวายพระทุกครั้ง

ข้าวแช่ตำรับวังบ้านหม้อ  มีเครื่องเคียงที่สำคัญที่ตำรับอื่นไม่มี คือ ปลารำวงทอดฉาบน้ำตาล และถั่วทองทอด แต่เครื่องเคียงอื่น ๆ เช่น หอมแดงยัดไส้ปลาแห้ง พริกหยวกสอดไส้ห่อด้วยแพตาข่ายไข่ ผักเคียง ลูกกะปิทอด ไช้โป๊วผัดไข่ มีในตำรับข้าวแช่ทุกที่

เฉลิมชัย ยอดมาลัย

วังบ้านหม้อ

ราชเทวีคลินิก ฉลอง 50 ปี เปิดตัว “TRUE BEAUTY” ยกระดับความงามด้วยวิทยาศาสตร์ที่วัดผลได้จริง

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:31 น.

{“ARInfo”:{“IsUseAR”:false},”Version”:”1.0.0″,”MakeupInfo”:{“IsUseMakeup”:false},”FaceliftInfo”:{“IsChangeEyeLift”:false,”IsChangeFacelift”:false,”IsChangePostureLift”:false,”IsChangeNose”:false,”IsChangeFaceChin”:false,”IsChangeMouth”:false,”IsChangeThinFace”:false},”BeautyInfo”:{“SwitchMedicatedAcne”:false,”IsAIBeauty”:false,”IsBrightEyes”:false,”IsSharpen”:false,”IsOldBeauty”:false,”IsReduceBlackEyes”:false},”HandlerInfo”:{“AppName”:2},”FilterInfo”:{“IsUseFilter”:false}}

ราชเทวีคลินิก และ แพนคอสเมติก นำโดย นายภัคณิช พะลายานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฉลองครบรอบ 50 ปี จัดงาน Kick-off เปิดตัวแนวคิด “TRUE BEAUTY” ก้าวสำคัญของการดูแลความงามที่ผสานศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเข้ากับการดูแลผิว พร้อมความร่วมมือและการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ตอกย้ำการเป็นคลินิกแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองและสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ความงามอย่างเป็นทางการ

แนวคิด TRUE BEAUTY มุ่งเปลี่ยนมุมมองเรื่อง “ความงามที่แท้จริง” จากการคาดเดาหรือการลองผิดลองถูก สู่การดูแลผิวและความสวยที่สามารถ “วัด คำนวณ และติดตามผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน” เพื่อให้ผู้รับบริการเห็น Destination ของการดูแลที่เหมาะสมกับตนเองมากขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่ สิว สภาพผิว ริ้วรอย ไปจนถึงการดูแลผิวในวัย Aging และการดูแลผิวเพื่อย้อนวัย

ราชเทวีคลินิกยังต่อยอดแนวคิด TRUE BEAUTY ด้วยการพัฒนา “มากกว่า 10 Destinations” ที่ครอบคลุมหลากหลายมิติของความงาม โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ วางเส้นทางสู่ Destination และติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดูแลตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล และสามารถประเมินพัฒนาการได้อย่างมีหลักการ

การเปิดตัว TRUE BEAUTY ในวาระครบรอบ 50 ปี สะท้อนอีกก้าวสำคัญของราชเทวีคลินิก ร่วมกับ อพวช. ในการนำวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการวัดผล มาผสานกับศาสตร์แห่งการดูแลความงาม เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลที่มุ่งสู่ผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ ชัดเจน และยั่งยืน

“ความงามที่แท้จริง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืน แต่ต้องเป็นความงามที่ยั่งยืน ยืนยาวและยืนยันได้ ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ความงามตามความมุ่งหมายที่ปลายทางของแต่ละบุคคล”

ไม่ต้องเดา ไม่ต้องลองผิดลองถูก เพราะทุกขั้นตอนวัดผลและติดตามได้

สัมผัสประสบการณ์ TRUE BEAUTY ได้แล้ววันนี้ที่ ราชเทวีคลินิก ทุกสาขา

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account: @rcclub

เตรียมจัดงานเทิดพระเกียรติ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:10 น.

ก.เกษตรฯ เตรียมจัดงานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมจัดงานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ ลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนชาวไทยให้เป็นที่ประจักษ์ ภายใต้แนวคิดหลัก “สดุดีพระเกียรติคุณเกริกไกร พระแม่แห่งการอนุรักษ์และพัฒนา เพื่อคุณภาพที่ยั่งยืน” โดยองค์การอาหารและเกษตรและสหประชาชาติ (FAO) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเซเรส (Ceres Medal) ในฐานะที่ทรงเป็นสตรีผู้มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในสตรีและประชาชนในชนบทให้มีอาชีพและรายได้เสริมจากงานหัตถกรรม การพัฒนาเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม ให้ราษฎรมีอาหารเพียงพอและสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงการสงเคราะห์และช่วยเหลือผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า ผู้ด้อยโอกาส และผู้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

นอกจากนี้ ในด้านการสร้างบทบาทสตรีไทยในชนบทให้มีบทบาททางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ควบคู่การรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นจนเป็นที่ประจักษ์ คณะกรรมาธิการหม่อนไหมระหว่างประเทศ (ISC) ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลหลุยส์ ปาสเตอร์” (Louis Pasteur Award) เพื่อเทิดพระเกียรติในพระวิริยะอุตสาหะในการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตไหมของไทย โดยทรงส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแก่ราษฎร ที่ช่วยสร้างรายได้และพัฒนาความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และวางรากฐานสู่ความยั่งยืนให้แก่ผ้าไหมของไทย

การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านนิทรรศการเทิดพระเกียรติ 3 โซนสำคัญ ได้แก่ โซน 1 พระแม่แห่งการอนุรักษ์ คืนลมหายใจให้แผ่นดินและสายน้ำ โซน 2 พระแม่แห่งการพัฒนา ส่งเสริมสตรีและวิถีเกษตร และโซน 3 พระแม่แห่งการห่วงใย ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อปวงประชา ยังมีการจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ภายใต้หัวข้อ “ชุดไทย ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ” ที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียน “ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งถือเป็นการสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ทั้งในด้านการพัฒนาด้านการเกษตร การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสตรีในชนบทให้ยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานมากมาย อาทิ การจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูป สินค้าหัตถกรรมจากกลุ่มเกษตรกร/กลุ่มสตรีภายใต้โครงการพระราชดำริฯ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย เป็นต้น

ในโอกาสนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานสำคัญครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ ลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้ง ร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจที่สำคัญให้คงอยู่สืบไป

พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเทิดพระเกียรติ