‘ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์’ เข้ารับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น ในงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569

‘ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์’ เข้ารับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น ในงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569

‘ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์’ เข้ารับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น ในงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.17 น.

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน” วันสตรีไทย ประจำปี 2569″ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พร้อมทั้งพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น จำนวน 156 ราย และพระราชทานเกียรติบัตรแก่เยาวสตรีไทยดีเด่น จำนวน 15 ราย จากทั่วประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่สตรีไทยและสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

ในการนี้ “ดร.ผ่อง”วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์  ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาสและความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา ได้เข้ารับพระราชทาน เข็มเชิดชูเกียรติรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ที่มีความเสียสละ อุทิศตน และสร้างคุณประโยชน์อันเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง

 “สว.ผ่อง”วราภัสร์ เผยความรู้สึกการได้รับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่ายิ่ง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ตลอดจนการเป็นแบบอย่างของการทำงานด้วยความรับผิดชอบ เสียสละ และยึดมั่นในการสร้างประโยชน์แก่สังคม อันสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการจัดงานวันสตรีไทยในการยกย่องสตรีผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

“สมเด็จพระราชินี“ เสด็จฯ ทรงเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569 “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน”

“สมเด็จพระราชินี“ เสด็จฯ ทรงเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569   “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน”

“สมเด็จพระราชินี“ เสด็จฯ ทรงเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569 “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน”

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2569” ซึ่ง สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด  “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน”  และทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ฯ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569

ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะกรรมการจัดงานเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตร  ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก เสร็จแล้ว ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569 และ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569

จากนั้นพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางเยาวเรศ ชินวัตร ประธานคณะกรรมการตัดสินสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 กราบบังคมทูลเบิก ผู้ทำคุณประโยชน์ คณะผู้แทนจากสภาสตรีระหว่างประเทศ สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 และเยาวสตรีไทยดีเด่น เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเข็มที่ระลึก เข็มเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 และเกียรติบัตร เยาวสตรีไทยดีเด่น

จากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก

เสร็จแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดเทียนเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2569” และ พระราชทานพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในวันสตรีไทย 2569 ความสำคัญตอนหนึ่งว่า “หัวข้อการจัดงานในปีนี้ ‘แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน’ สะท้อนความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่หลวงของแผ่นดิน ทรงอุทิศพระองค์ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบสาน ศิลปหัตถกรรม และศิลปวัฒนธรรมไทย ทรงยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาประเทศ ทำให้ศิลป์แผ่นดินและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติคงคุณค่าและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ปณิธานของสตรีไทย ในการสานต่องานศิลป์แผ่นดินมิได้หมายถึงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว หากยังครอบคลุมถึงการสืบสานคุณค่าความเป็นไทยควบคู่กับการพัฒนาความรู้ ความสามารถและการอุทิศศักยภาพของตน เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม เพราะสตรีไทยในปัจจุบันได้มีบทบาทสำคัญในทุกสาขาอาชีพ เป็นพลังในการขับเคลื่อนครอบครัว ชุมชนสังคมและประเทศชาติ ให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข้าพเจ้าขอให้สตรีไทยทุกคนภาคภูมิใจในคุณค่าของตนเอง ยึดมั่นในความสุจริต ความเพียรและความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ร่วมกันธำรงรักษา ศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์อันงดงามของชาติ พร้อมทั้งมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง สร้างประโยชน์แก่สังคมและร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานในการรักษา และต่อยอดศิลป์แผ่นดินเพื่อความเจริญมั่นคงและความผาสุขของประเทศชาติสืบไป”

.

 เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ นิทรรศการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ ในเวทีสากล  นิทรรศการเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น และเยาวชนสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 และการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย 4 ภาค ของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ฯ และการแสดงผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ฯ  นิทรรศการผลิตภัณฑ์สตรี 4 ภาค หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)  นิทรรศการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการออกร้านแสดงผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และร้านโกลเด้นเพลส  สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ 

ฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับ คณะกรรมการบริหาร กรรมการอำนวยการ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

ฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับ คณะกรรมการบริหาร กรรมการอำนวยการ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

ฉายาพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 ประเภทสรรหา

ฉายาพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 ประเภทสรรหา

อำพน กิตติอำพน องคมนตรี ถ่ายภาพร่วมกับ อัศวิน-ฐาปนีย์ เตชะเจริญวิกุล และบุตรสาว

อำพน กิตติอำพน องคมนตรี ถ่ายภาพร่วมกับ อัศวิน-ฐาปนีย์ เตชะเจริญวิกุล และบุตรสาว

นฤมล ล้อมทอง สตรีไทยดีเด่น 2569, พิธาน เหี้ยมโท้ และ สุริยน ศรีอรทัยกุล

นฤมล ล้อมทอง สตรีไทยดีเด่น 2569, พิธาน เหี้ยมโท้ และ สุริยน ศรีอรทัยกุล

ไพศาล ล้อมทอง ร่วมยินดีกับภรรยาคนเก่ง นฤมล ล้อมทอง สตรีไทยดีเด่น 2569

ไพศาล ล้อมทอง ร่วมยินดีกับภรรยาคนเก่ง นฤมล ล้อมทอง สตรีไทยดีเด่น 2569

ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ จรรย์สมร วัธนเวคิน, ดร.เรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนดท์, เยาวเรศ ชินวัตร, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และ สุกัญญา ประจวบเหมาะ

ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ จรรย์สมร วัธนเวคิน, ดร.เรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนดท์, เยาวเรศ ชินวัตร, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และ สุกัญญา ประจวบเหมาะ

ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ปธ.สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ, กันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม., สุดา สุหลง รองอธิบีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ร่วมแสดงความยินดีกับ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ และ สส.สุดารัตน์ หวังศุภกิจโกศล ในโอกาสที่ได้รับรางวัล สตรีไทยดีเด่น ประเภทสรรหา โดยมี พลอย ธนิกุล, จตุพร โรจนพานิช และ ศิริพร โรจนสุกาญจน ร่วมยินดี

ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ปธ.สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ, กันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม., สุดา สุหลง รองอธิบีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ร่วมแสดงความยินดีกับ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ และ สส.สุดารัตน์ หวังศุภกิจโกศล ในโอกาสที่ได้รับรางวัล สตรีไทยดีเด่น ประเภทสรรหา โดยมี พลอย ธนิกุล, จตุพร โรจนพานิช และ ศิริพร โรจนสุกาญจน ร่วมยินดี

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัธนธรรม และพี่สาว ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ชมนิทรรศการผ้าไทย

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัธนธรรม และพี่สาว ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ชมนิทรรศการผ้าไทย

อดีตปลัด มท. สุทธิพงษ์ จุลเจริญ – ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดีกับ นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ได้รับรางวัล สตรีไทยดีเด่น ประเภทสรรหา

อดีตปลัด มท. สุทธิพงษ์ จุลเจริญ – ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมยินดีกับ นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ได้รับรางวัล สตรีไทยดีเด่น ประเภทสรรหา

ไพลิน ภัยลี้ สตรีไทยดีเด่น 2569 มีลูก-หลานมาร่วมยินดีคับคั่ง

ไพลิน ภัยลี้ สตรีไทยดีเด่น 2569 มีลูก-หลานมาร่วมยินดีคับคั่ง

สุวรรณา ศิลปอาชา สตรีไทยดีเด่น ประเภทสรรหา มี กันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม. พร้อมด้วยผู้บริหาร พม., สุกัญญา ประจวบเหมาะ และ ประภา กิจจะนะ ร่วมยินดี

สุวรรณา ศิลปอาชา สตรีไทยดีเด่น ประเภทสรรหา มี กันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม. พร้อมด้วยผู้บริหาร พม., สุกัญญา ประจวบเหมาะ และ ประภา กิจจะนะ ร่วมยินดี

ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัด มท. และ ร.ต.ท. ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัด มท. และ ร.ต.ท. ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

สองผู้นำหญิงด้านสื่อสารมวลชน ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ทัศนียาพร ดวงแก้ว ผอ.สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

สองผู้นำหญิงด้านสื่อสารมวลชน ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ทัศนียาพร ดวงแก้ว ผอ.สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

. ประพิณ รุจิรวงศ์ สตรีไทยดีเด่น 2569 มีลูกสาว นลิน รุจิรวงศ์ ร่วมยินดี

. ประพิณ รุจิรวงศ์ สตรีไทยดีเด่น 2569 มีลูกสาว นลิน รุจิรวงศ์ ร่วมยินดี

ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

เมก้า ศรีอรทัยกุล สตรีไทยดีเด่น 2569 มีสามี สุริยน ศรีอรทัยกุล มาเป็นกำลังใจ

เมก้า ศรีอรทัยกุล สตรีไทยดีเด่น 2569 มีสามี สุริยน ศรีอรทัยกุล มาเป็นกำลังใจ

อุไร คุณานันทกุล, นฤมล ล้อมทอง, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ และ เบญจมาศ รุจิรวงศ์

อุไร คุณานันทกุล, นฤมล ล้อมทอง, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ และ เบญจมาศ รุจิรวงศ์

. แถวนั่ง : ดร. ณ ฤดี เคียงศิริ, ลลิสา จงบารมี, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, เบญจมาศ รุจิรวงศ์, ประพิณ รุจิรวงศ์, สายพิณ หพลโยธิน,  ดร.เรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนดท์ แถวยืน: ศิริพร ไชยสุต, ฉวีวรรณ สิทธิแก้ว ,สุทธิณี เมธีประภา.,ดร. นงนุช แสงสุริยจันทร์,ศิริเพ็ญ วิจารณกุล,ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์, จินดา มีประเสริฐกุล และ สิชา แผนสมบูรณ์

. แถวนั่ง : ดร. ณ ฤดี เคียงศิริ, ลลิสา จงบารมี, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, เบญจมาศ รุจิรวงศ์, ประพิณ รุจิรวงศ์, สายพิณ หพลโยธิน, ดร.เรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนดท์ แถวยืน: ศิริพร ไชยสุต, ฉวีวรรณ สิทธิแก้ว ,สุทธิณี เมธีประภา.,ดร. นงนุช แสงสุริยจันทร์,ศิริเพ็ญ วิจารณกุล,ยุพดี สัตตะรุจาวงษ์, จินดา มีประเสริฐกุล และ สิชา แผนสมบูรณ์

ลดา  รุธิรกนก สตรีไทยดีเด่น 2569 มี  กุลดา  เวชยานนท์, กันยา  ภาติยะศิขัณฑ์, ชฎาทิพย์  สุคันธา, อัจฉราวรรณ ลิ้มเล็งเลิศ ร่วมยินดี

ลดา รุธิรกนก สตรีไทยดีเด่น 2569 มี กุลดา เวชยานนท์, กันยา ภาติยะศิขัณฑ์, ชฎาทิพย์ สุคันธา, อัจฉราวรรณ ลิ้มเล็งเลิศ ร่วมยินดี

สมาชิกซอนต้ายินดีกับหญิงเก่ง รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ รับตำแหน่งผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ซอนต้าสากล ปี 2026-2028

สมาชิกซอนต้ายินดีกับหญิงเก่ง รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ รับตำแหน่งผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ซอนต้าสากล ปี 2026-2028

สมาชิกซอนต้ายินดีกับหญิงเก่ง รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ รับตำแหน่งผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ซอนต้าสากล ปี 2026-2028

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ เป็นนักบริหารหญิงที่มีบทบาททั้งในภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ โดยดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนเปล่งประสิทธิ์สายลม ควบคู่กับการบริหารกิจการส่วนตัว อีกทั้งยังมีส่วนร่วมสนับสนุนงานสาธารณประโยชน์ผ่านองค์กรต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิกตเวทินในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ และสโมสรซอนต้าประเทศไทย

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ซอนต้าสากล ปี 2026-2028

Z.Winnie Wong ร่วมแสดงความยินดีกับ ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ โดยมี ซ.นฤพร กาญจนจารี, ซ.รมณีย์ เธียรประสิทธิ์, ซ.สุดาภา เธียรประสิทธิ์ และสมาชิกซอนต้านานาชาติร่วมยินดี

ในฐานะสมาชิกของซอนต้า คุณรัญชามีบทบาทต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี เริ่มจากการเป็นสมาชิกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 1 ก่อนพัฒนาสู่ตำแหน่งผู้นำในระดับสโมสร ระดับเขต และระดับภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการจัดตั้ง สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 9 ในปี ค.ศ. 2012 เพื่อขยายการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสตรีและเด็กหญิงที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง การค้ามนุษย์ และปัญหาสังคมในรูปแบบต่าง ๆ

Z.Salla Tuominen Past International President Biennium 2024-2026 Zonta International (ขวา) ยินดีกับ ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ในโอกาสรับตำแหน่ง  ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ซอนต้าสากล ปี 2026-2028

ซ.ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน, ซ.ยุพเยาว์ เพียรพาณิชย์พร, ซ.มยุรี เตยะราชกุล, ซ.รมณีย์ เธียรประสิทธิ์ , ซ.ดร.สัณห์จุฑา วิชชาวุธ, ซ.ดร.ณัฐฎ์นันท์ญา อัศวณิชย์ชากร, ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, ซ.ญาณรักษ์ มานิธิคุณ, ซ.มะลิวัลณ์ จีระวิวิธพรและ ซ.ญานิกา นนทสิทธิชัย

ซ.พัชราพร ซิงห์, ซ.ธัญปวีณ์ วรชาติตรีจันทร์, ซ.ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน, ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ , ซ.รมณีย์ เธียรประสิทธิ์ , ซ.ดร.สัณห์จุฑา วิชชาวุธ , ซ.สุดาภา เธียรประสิทธิ์ และ ซ.พิรัลรัตน์ ยศธนสินธุ์

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 9 ได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาโดยตรง และประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคสังคมหลายแห่ง อาทิ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี (บ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง) และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิง จังหวัดปทุมธานี เพื่อสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีและเด็กหญิงอย่างเป็นรูปธรรม

ซ.ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน, ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, ซ.รมณีย์ เธียรประสิทธิ์ และซอนต้านานาชาติในชุดประจำชาติ

ซ.สุภาพร เอ็ลเดรจ, ซ.ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน, ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ , ซ.รมณีย์ เธียรประสิทธิ์ , ซ.สุดาภา เธียรประสิทธิ์ พร้อมด้วยซอนต้าจากประเทศเกาหลีและนานาชาติ

ด้วยประสบการณ์ด้านการบริหารและความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์ ซอนต้ารัญชาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง Lieutenant Governor, District 17 (รองผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17) ของซอนต้าสากล ในปี ค.ศ. 2024 และปฏิบัติหน้าที่ตลอดวาระด้วยความรับผิดชอบและความต่อเนื่อง

ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ซอนต้าสากล ปีบริหาร 2026-2028 และ Z.Fernanda Gallo Freschi-President  Biennium 2026-2028 Zonta International

ซ.ญานิกา นนทสิทธิชัย, ซ.มยุรี เตยะราชกุล, ซ.ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน, ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์  และ ซ.พิรัลรัตน์ ยศธนสินธุ์

ล่าสุด ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกให้ดำรงตำแหน่ง District Governor, District 17, Zonta International (ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ซอนต้าสากล ปี 2026-2028) โดยเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ในการประชุม 67th Zonta International  Convention ณ เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

ซ.รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ซอนต้าสากล ปีบริหาร 2026-2028 กับสมาชิกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 9

การดำรงตำแหน่งดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของผู้นำสตรีไทยในเวทีนานาชาติ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสิทธิสตรี การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กหญิง และการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสาธารณประโยชน์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

แนวหน้า ขอร่วมแสดงความยินดีกับ ซอนต้า รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ในโอกาสดังกล่าว และขออวยพรให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจของซอนต้าสากลในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับสตรีและเด็กหญิงต่อไป

แพทย์แนะ!! ตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมอง คัดกรองภัยเงียบอัมพฤกษ์-อัมพาต แม้ไม่มีสัญญาณเตือน

แพทย์แนะ!! ตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมอง คัดกรองภัยเงียบอัมพฤกษ์-อัมพาต แม้ไม่มีสัญญาณเตือน

แพทย์แนะ!! ตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมอง คัดกรองภัยเงียบอัมพฤกษ์-อัมพาต แม้ไม่มีสัญญาณเตือน

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.36 น.

โรคหลอดเลือดสมองอาจเริ่มต้นจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่แสดงอาการ ผู้ที่มีคราบไขมัน (Plaque) สะสมในหลอดเลือดจำนวนมากอาจยังไม่รู้ตัวว่ากำลังมีความเสี่ยง จนกระทั่งเกิดภาวะหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน การตรวจประเมินสุขภาพหลอดเลือดตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยค้นหาความเสี่ยง วางแผนป้องกัน และลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างเหมาะสม

นายแพทย์วงศ์กนก ก่อวัฒนมงคล 

นายแพทย์วงศ์กนก ก่อวัฒนมงคล อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาทเฉพาะทางด้านโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า โรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากการการมีคราบไขมัน (plaque) สะสมในหลอดเลือด โดยคราบไขมันดังกล่าวสามารถเพิ่มขนาดขึ้นจนขัดขวางการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง หรืออาจหลุดออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปลิวไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง ส่งผลให้เกิดโรคอัมพฤกษ์และอัมพาตได้ในที่สุด

โดยในปัจจุบัน มีนวัตกรรมการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดที่คอและในสมอง เพื่อประเมินระบบไหลเวียนเลือดอย่างครอบคลุม ซึ่งประกอบด้วยการตรวจร่วมกัน 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่

Carotid Doppler Ultrasonography เป็นการตรวจหลอดเลือดแดงคาโรติดบริเวณลำคอที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจขึ้นไปเลี้ยงสมอง โดยจะช่วยประเมินการสะสมของคราบไขมันหรือหินปูน ตรวจสอบภาวะหลอดเลือดตีบแคบ การไหลเวียนของเลือด และตรวจความหนาตัวที่ผิดปกติของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่

TCD หรือ Transcranial Doppler Ultrasonography ป็นการตรวจลึกลงไปถึงหลอดเลือดแดงภายในสมองที่เป็นแขนงต่อเนื่องจากหลอดเลือดที่คอ เพื่อประเมินภาวะตีบตันและการไหลเวียนของเลือดภายในสมอง เมื่อนำการตรวจทั้งสองรูปแบบมาใช้ร่วมกันจะช่วยให้แพทย์เห็นภาพการไหลเวียนของเลือดได้อย่างครอบคลุมและชัดเจน ตั้งแต่บริเวณลำคอไปจนถึงหลอดเลือดสำคัญภายในกะโหลกศีรษะ

จุดเด่นของการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมองทั้งสองประเภทพร้อมกัน คือ มีความสามารถในการคัดกรองความเสี่ยงสูงถึง 90-98% และยังเป็นวิธีที่ปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว เนื่องจาก ผู้ป่วยไม่ต้องฉีดสีหรือสารทึบรังสี ใช้เวลาในการตรวจสั้น ๆ เพียง 15–20 นาทีก็สามารถทราบผลได้ทันที ถือเป็นการคัดกรองที่ครอบคลุมทั้งหลอดเลือดแดงนอกและในกะโหลกศีรษะ ช่วยให้แพทย์ประเมินสภาพหลอดเลือดเพื่อนำไปใช้วางแผนการดูแลและป้องกันล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ

“การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมองเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้ตั้งแต่ก่อนเกิดอาการ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง การตรวจพบความผิดปกติเร็วจะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต” นายแพทย์วงศ์กนกกล่าว

โดยกลุ่มเสี่ยงที่แพทย์แนะนำให้พิจารณาเข้ารับการตรวจ ได้แก่  ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน  ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือโรคหลอดเลือดสมองตีบ

หากผลการตรวจพบว่า มีคราบไขมันในหลอดเลือด แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสมตามระดับความรุนแรง โดยในกรณีที่การตีบแคบยังไม่รุนแรง แพทย์จะเลือกใช้การรักษาด้วยยาเป็นแนวทางหลัก เพื่อควบคุมการสะสมของคราบไขมันและลดความเสี่ยงของการอุดตัน แต่ถ้าพบว่ าหลอดเลือดมีการตีบมากจนเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการใส่ขดลวดขยายหลอดเลือด (Stenting) หรือพิจารณาการผ่าตัดเอาคราบไขมันออก (Carotid Endarterectomy) ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับกรณีที่มีการตีบในระดับสูง

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก ภัยเงียบที่อาจทำให้ IQ เด็กลดลงถึง 5-10 จุด

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก ภัยเงียบที่อาจทำให้ IQ เด็กลดลงถึง 5-10 จุด

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก ภัยเงียบที่อาจทำให้ IQ เด็กลดลงถึง 5-10 จุด

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมถึงประเด็นสุขภาพแม่และเด็กที่มีความสำคัญต่อระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะภาวะซีดหรือโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กเล็ก ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

ดานอน ประเทศไทย ภาคเอกชนที่ทำงานสนับสนุนประเด็นสุขภาพเด็กและการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia: IDA) ร่วมกับ กรมอนามัยอย่างต่อเนื่อง ได้ร่วมจัดแสดงบูธนิทรรศการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia: IDA) และสาธิตการใช้เครื่องมือตรวจหาความเสี่ยงภาวะ IDA แบบไม่ต้องเจาะเลือด ซึ่งภาวะ IDA เป็นหนึ่งในภาวะขาดสารอาหารที่พบบ่อยในเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี แต่มักถูกละเลย ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ ภาวะ IDA อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการทางร่างกาย และพัฒนาการทางสมอง

ภายใต้กรอบการจัดงานของกรมอนามัย หนึ่งในหัวข้อบนเวทีวิชาการในครั้งนี้ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสุขภาพเด็กที่มีผลกระทบในระยะยาว โดยเฉพาะ ภาวะซีดหรือภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสาธารณสุขของประเทศไทย เนื่องจากสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอาการแสดงชัดเจน และอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กในระยะยาว หากไม่ได้รับการเฝ้าระวังตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาทางวิชาการหัวข้อ “ซีดในเด็กปฐมวัย โลหิตจางในวัยเยาว์ โลกไม่เศร้า เราช่วยได้ (Anemia in early childhood: the world isn’t, we can)” ซึ่งสะท้อนให้เห็นสถานการณ์ภาวะโลหิตจางในเด็กไทย แนวทางการคัดกรอง และการดูแลเชิงป้องกันที่เหมาะสมกับบริบทของระบบบริการสุขภาพ เป็นหนึ่งในประเด็นด้านโภชนาการและพัฒนาการเด็กที่ยังคงต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอาการแสดงชัดเจน และอาจส่งผลต่อพัฒนาการในระยะยาว หากไม่ได้รับการเฝ้าระวังและจัดการอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงลัดดา เหมาะสุวรรณ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงลัดดา เหมาะสุวรรณ ได้เปิดเผยข้อมูลตัวเลขที่น่ากังวลจากโครงการสำรวจด้านโภชนาการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 2 (Southeast Asia Nutrition Survey II – SEANUTS II) ที่เก็บข้อมูลระหว่างปี 2563-2564 และได้รับการตีพิมพ์ในปี 2566 ที่พบว่า เด็กไทยอายุ 6-11 เดือน และ 1–3.9 ปี มีภาวะโลหิตจางสูงถึงร้อยละ 56.6 และ 35.2 ตามลำดับ ซึ่งร้อยละ 62-81 ของเด็กวัย 6 เดือนถึง 3 ปีที่มีภาวะโลหิตจาง สาเหตุหลักมาจากการขาดธาตุเหล็ก 

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในวัยทารก แม้จะไม่เห็นอาการชัดเจนในช่วงแรก แต่หากไม่ได้รับการรักษาแก้ไข จะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง โดยอาจทำให้ระดับ IQ ลดลงได้ถึง 5-10 จุด ซึ่งส่งผลอย่างถาวรต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ และการเสริมธาตุเหล็กอาจไม่ได้เพิ่มระดับ IQ ได้สูงเท่าระดับข้างต้น การให้อาหารตามวัยแก่ทารกที่ถูกต้องเหมาะสมและการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางจึงมีความสำคัญยิ่ง

อย่างไรก็ตาม การป้องกันภาวะโลหิตจางสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว ทั้งการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของภาวะโลหิตจาง การเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน การได้รับธาตุเหล็กเสริมตามคำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุข และการเข้ารับการตรวจคัดกรองตามช่วงวัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เด็กไทยเติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการสมวัย และมีศักยภาพในการเรียนรู้อย่างเต็มที่

แดนิช ราห์มัน 

“ดานอนเชื่อว่า สุขภาพที่ดีของเด็กต้องเริ่มต้นจากการดูแลและป้องกันตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต”  แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยและลาว กล่าว “การดูแลเชิงป้องกันด้วยการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแล จึงเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพเด็กในระยะยาว ดานอนจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับกรมอนามัยและภาคสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนแนวคิดการดูแลเชิงป้องกัน และเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต”

สค. ติวเข้มยกระดับผ้าพื้นถิ่น สู่โอกาสทางธุรกิจแก่สตรีและครอบครัวทั่วประเทศ

สค. ติวเข้มยกระดับผ้าพื้นถิ่น สู่โอกาสทางธุรกิจแก่สตรีและครอบครัวทั่วประเทศ

สค. ติวเข้มยกระดับผ้าพื้นถิ่น สู่โอกาสทางธุรกิจแก่สตรีและครอบครัวทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.05 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.)  จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่สตรีและครอบครัว : จากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตภาคกลาง ภาคใต้และภาคตะวันออก    โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ และ นายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. กลุ่มอาชีพสตรีในเขตจังหวัด ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออก นักศึกษาและอาจารย์จากสถาบันการศึกษาที่เป็นเครือข่าย เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร       

นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว   

นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม “งานผ้า” จึงมิใช่เพียงงานหัตถกรรมพื้นบ้าน หากแต่เป็นทุนทางสังคมและทุนทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ และเป็นพลังสำคัญของ Soft Power ไทยที่สามารถสร้างการยอมรับในระดับสากล การพัฒนางานผ้าในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายภาคส่วน ทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มสตรีในชุมชนการออกแบบเชิงนวัตกรรมของนักออกแบบรุ่นใหม่ ตลอดจนพลังความคิดสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานและต่อยอดคุณค่าของผ้าไทยให้ร่วมสมัย สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และแข่งขันได้ในเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์

“กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ เสริมสร้างทักษะทางธุรกิจ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับศักยภาพของกลุ่มอาชีพสตรีให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจแก่สตรีและครอบครัว : จากผ้าสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต จำนวน 3 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนและกลุ่มอาชีพสตรีร่วมกันพัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในการพัฒนาและต่อยอดกลุ่มอาชีพสตรีอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาพื้นถิ่น สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชน     โดยครั้งที่ 1 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงราย มีกลุ่มอาชีพสตรีเข้าร่วมจำนวน 17 กลุ่มและสถาบันการศึกษาเข้าร่วม 7 สถาบัน ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มอาชีพสตรีเข้าร่วมจำนวน 15 กลุ่ม และสถาบันการศึกษาเข้าร่วม 4 สถาบัน และในการจัดการประชุมครั้งนี้ฯ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมประกอบด้วยกลุ่มอาชีพสตรีในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ 5 แห่ง ในภาคกลาง ภาคใต้และภาคตะวันออก รวมจำนวน 16 กลุ่มอาชีพ 13 จังหวัด และสถาบันการศึกษาเครือข่ายจาก 8 สถาบัน

ทั้งนี้ ในเดือนกันยายน 2569 สค. จะมีการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายจากผ้าพื้นเมืองและของชนเผ่า โดยเป็นผลผลิตลายผ้าจากกลุ่มอาชีพสตรี ซึ่งผลงานจากการ Sketch ของ น้องๆ ที่ผ่านการคัดเลือกจะนำไปสู่การตัดเย็บจริงเพื่อจัดแสดงในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2570                       

“ดิฉันเชื่อมั่นว่า ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ จะได้รับทั้งองค์ความรู้ เครือข่ายความร่วมมือและแรงบันดาลใจในการนำภูมิปัญญาผ้าพื้นถิ่นไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน”นางจตุพร กล่าวทิ้งท้าย

Variety Art และ กองทุนช่างเถอะ สมทบทุน กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย มุ่งต่อยอดวงการศิลปะไทย

Variety Art และ กองทุนช่างเถอะ สมทบทุน กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย มุ่งต่อยอดวงการศิลปะไทย

Variety Art และ กองทุนช่างเถอะ สมทบทุน กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย มุ่งต่อยอดวงการศิลปะไทย

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.58 น.

นางสาวโยทะกา จุลโลบล บรรณาธิการบริหารสื่อในเครือ Variety Art และตัวแทน “กองทุนช่างเถอะ” ได้เข้ามอบเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนให้กับ “กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย” โดยได้รับเกียรติจาก นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นผู้แทนรับมอบอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ทึ่ผ่านมา 

สำหรับการมอบเงินบริจาคในครั้งนี้ เป็นรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงาน  “The Heritage and Contemporary Art” ณ อดีตพระตำหนักใหญ่วังปากคลองผดุงกรุงเกษม ที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานได้มีการจัดการประมูลผลงานศิลปะชิ้นสำคัญ เพื่อนำรายได้มาร่วมสนับสนุนและผลักดันวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย

โดยไฮไลต์สำคัญ อยู่ที่การประมูลผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าจำนวน 8 ชิ้นงาน ซึ่งสร้างสรรค์โดย 7 ศิลปินชั้นครูและศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศไทย ได้แก่
อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร (ศิลปินแห่งชาติ)
อาจารย์สมวงศ์ ทัพพรัตน์ (ศิลปินอาวุโส)
อาจารย์สมภพ บุตราช
อาจารย์ประทีป คชบัว
อาจารย์ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ
อาจารย์ชัชวาล รอดคลองตัน
อาจารย์วิษณุพงษ์ หนูนันท์

อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกลุ่มนักสะสมศิลปะ (Art Collectors) ระดับแถวหน้าของประเทศไทย ที่มาร่วมประมูลผลงานและสร้างกุศลร่วมกันท่านสามารถติดตามข่าวสาร คอนเท็นต์ดีๆด้านศิลปะได้ที่ https://www.facebook.com/ColourfulColouryo?

อย่าชะล่าใจ! ‘ก้อนบวมใต้คาง’ อาจเป็นสัญญาณต่อมน้ำลายโต

อย่าชะล่าใจ! ‘ก้อนบวมใต้คาง’ อาจเป็นสัญญาณต่อมน้ำลายโต

อย่าชะล่าใจ! ‘ก้อนบวมใต้คาง’ อาจเป็นสัญญาณต่อมน้ำลายโต

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เคยสังเกตไหมว่ามีก้อนบวมหรือโป่งขึ้นมาบริเวณแก้ม ใบหน้า หรือใต้คาง? อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นเพียงการอักเสบเล็กน้อย แต่คือ ภาวะต่อมน้ำลายโต ซึ่งมีสาเหตุตั้งแต่การติดเชื้อเล็กน้อยไปจนถึงเนื้องอกหรือมะเร็ง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

แพทย์หญิงปานวาด ชัยรัตน์ โสต ศอ นาสิกแพทย์ชำนาญการด้านศัลยกรรมโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายว่า ภาวะต่อมน้ำลายโต คือ การที่ต่อมน้ำลายมีขนาดใหญ่ผิดปกติจากสาเหตุหลากหลาย ตั้งแต่การอักเสบ การติดเชื้อ การอุดกั้นของท่อส่งน้ำลาย การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงการเกิดเนื้องอกทั้งชนิดไม่ร้ายแรงและร้ายแรงต่อมน้ำลายหลักมีสามคู่ ได้แก่  ต่อมน้ำลายหน้าหู (Parotid gland) ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular gland)  ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น (Sublingual gland)

แพทย์หญิงปานวาด ชัยรัตน์ 

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มต่อมน้ำลายขนาดเล็กกระจายทั่วเยื่อบุช่องปาก เมื่อเกิดความผิดปกติ ผู้ป่วยอาจสังเกตเห็นก้อนบวมบริเวณแก้ม หน้าใบหู หรือใต้คาง อาจบวมข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ และอาจมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น ปวด เจ็บ มีไข้ ปากแห้ง รสชาติผิดปกติ หรือมีกลิ่นปาก

สาเหตุที่พบบ่อยและกลไกการเกิดภาวะต่อมน้ำลายโต ได้แก่ การติดเชื้อ แบ่งออกเป็น 1.การติดเชื้อแบคทีเรียในต่อมน้ำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อย โดยมากมักเกิดเมื่อมีภาวะขาดน้ำ ปากแห้ง หรือท่อส่งน้ำลายคับแคบ น้ำลายไหลเวียนลดลงจนเชื้อแบคทีเรียเจริญได้ง่าย ผู้ป่วยมักปวดบวมเฉียบพลันบริเวณต่อม มีไข้ และอาจบีบแล้วมีหนองออกจากปากท่อบริเวณกระพุ้งแก้มหรือใต้ลิ้น นอจจากนี้ ยังเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสมัมส์ (Mumps) ก่อให้เกิดโรคคางทูม จะทำให้พาโรติดบวมสองข้างร่วมกับอาการไข้และปวดเมื่อเคี้ยวอาหาร 2.การอุดตันจากก้อนนิ่วในท่อน้ำลาย มักเกิดที่ท่อของต่อมใต้ขากรรไกร ผู้ป่วยจะปวดตื้อหรือปวดจี๊ดเวลารับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารเปรี้ยว เนื่องจากการกระตุ้นน้ำลายทำให้ความดันในท่อสูงขึ้น หากนิ่วไม่หลุดออก ต่อมจะอักเสบซ้ำ ๆ และเกิดการติดเชื้อตามมาได้  3.เนื้องอกในต่อมน้ำลาย

อาการเด่นที่ควรสังเกต คือ มีก้อนบวมที่ตำแหน่งต่อมน้ำลาย ปวดเวลารับประทานอาหาร มีกลิ่นปาก เจ็บ แดงร้อนและมีไข้ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการอักเสบติดเชื้อ ทั้งนี้ หากพบว่าก้อนแข็งและโตต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ถึงเดือน หรือมีอาการร่วม เช่น หน้าเบี้ยว ยักคิ้วหรือยิ้มไม่สมดุล, อ้าปากไม่สุด, มีก้อนโตที่ลำคอ ควรรีบพบแพทย์เพื่อการประเมินที่ละเอียด เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของเนื้องอกหรือมะเร็งต่อมน้ำลายได้

หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย โดยแรกเริ่มแพทย์จะซักประวัติเพื่อมุ่งดูว่าก้อนบวมสัมพันธ์กับมื้ออาหารหรือไม่ เคยมีไข้ ปากแห้ง หรือใช้ยาที่ลดการหลั่งน้ำลาย เช่น ยาต้านโคลิเนอร์จิก ยาต้านซึมเศร้าบางชนิดหรือไม่ จากนั้นแพทย์จะตรวจร่างกายโดยการคลำต่อม ดูความอุ่นแดง กดเจ็บ และตรวจดูการไหลของน้ำลายว่ามีหนองหรือขุ่นหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเลือดอาจประเมินสัญญาณอักเสบและคัดกรองโรคร่วม เช่น เบาหวาน ภูมิคุ้มกันผิดปกติ รวมถึงการตรวจอัลตราซาวนด์เป็นเครื่องมือแรกที่ปลอดภัยและเห็นนิ่วหรือก้อนเนื้องอกได้ดี หากต้องดูรายละเอียดของท่อและตำแหน่งนิ่วที่ซับซ้อน แพทย์อาจใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) รวมถึงการส่องท่อน้ำลายด้วยกล้องขนาดเล็ก (Sialendoscopy) ซึ่งช่วยทั้งวินิจฉัยและรักษาไปพร้อมกัน

สำหรับก้อนเนื้องอกต่อมน้ำลาย การเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มเล็กเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยาเป็นวิธีมาตรฐานเพื่อแยกชนิดโรคก่อนวางแผนการรักษา

แนวทางการรักษาแยกตามสาเหตุ : การให้ยาแก้อักเสบ, ยาลดอาการปวดควบคู่กับยาปฏิชีวนะ ในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการอักเสบเฉียบพลัน  การขยายท่อและล้างท่อด้วยน้ำเกลือผ่านกล้อง กรณีมีการอักเสบเรื้อรังจากนิ่วหรือท่อน้ำลายอุดตัน การผ่าตัด ในกลุ่มเนื้องอกหรือมะเร็งต่อมน้ำลาย

การดูแลตนเองและสิ่งที่ช่วยบรรเทาอาการ : การดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวันช่วยให้ท่อน้ำลายชุ่มชื้นและลดการคั่งค้างของสารประกอบที่ตกผลึกเป็นนิ่ว ปรับลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มคาเฟอีนสูงที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ  ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อช่วยลดจำนวนเชื้อในช่องปากที่อาจไหลย้อนเข้าสู่ท่อได้ หากต้องใช้ยาที่ทำให้ปากแห้ง เช่น ยาบางชนิดรักษาโรคภูมิแพ้หรือโรคจิตเวช ควรปรึกษาแพทย์ถึงทางเลือกอื่นหรือวิธีบรรเทาอาการปากแห้งร่วมด้วย

หากก้อนบวมเกิดขึ้นเฉียบพลันร่วมกับไข้ ปวดมาก แดง ร้อน หรือมีหนองและกลิ่นรุนแรงในช่องปาก ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อรับยาปฏิชีวนะและทำการระบายที่เหมาะสม หากก้อนแข็งและโตต่อเนื่องนานเกิน 2 – 4 สัปดาห์โดยที่ไม่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร หรือมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า ร่วมกับมีก้อนที่คอโต ควรเข้ารับการตรวจทันที เพราะหากได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้หากปล่อยทิ้งไว้ : การติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษา อาจลุกลามกลายเป็นฝีที่ต่อมน้ำลายและแพร่กระจายเข้าสู่ช่องคอหอยหรือช่องคอส่วนลึก ก่อให้เกิดภาวะหายใจลำบากหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดที่อันตราย สำหรับนิ่วที่ค้างเรื้อรังจะทำให้ต่อมถูกทำลายและทำงานลดลง เกิดปากแห้ง ฟันผุ และติดเชื้อซ้ำ ส่วนเนื้องอกที่ปล่อยไว้นานโดยไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะชนิดร้ายแรง จะเพิ่มโอกาสลุกลามต่อเนื้อเยื่อรอบๆ และต่อมน้ำเหลือง ซึ่งทำให้การรักษาซับซ้อนขึ้น

ภาวะต่อมน้ำลายโตไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นกลุ่มอาการที่มีสาเหตุหลายประการ การสังเกตความสัมพันธ์ของอาการกับมื้ออาหาร ลักษณะของก้อน ระยะเวลาที่เป็น และอาการร่วม เช่น ไข้ ปากแห้ง หรือเส้นประสาทใบหน้าทำงานผิดปกติ จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้รวดเร็วขึ้นและรักษาได้อย่างเหมาะสม เพราะต่อมน้ำลายที่ทำงานได้ดี คือส่วนหนึ่งของสุขภาพช่องปากและการย่อยอาหารที่มีคุณภาพ

8 อาหาร ช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

8 อาหาร ช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

8 อาหาร ช่วยลดอาการอ่อนเพลียของคนวัยทำงาน

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ทั้งเคร่งเครียด เร่งรีบ และแบกความรับผิดชอบไว้มากมาย ทำให้เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็จัดเต็มกันแบบสุดเหวี่ยง หรือที่เรียกว่า Work Hard, Play Harder จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอาการ “อ่อนเพลีย” ตามมาให้เห็น เรียกได้ว่านี่คือหนึ่งในปัญหาที่ทั้งวัยทำงาน วัยกลางคน ไปจนถึงวัยสูงอายุต้องประสบพบเจอ ซึ่งนอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยได้คือ การรับประทานอาหารลดอ่อนเพลีย

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าร่างกายอ่อนเพลียกินอะไรดี  พญ. กฤดากร เกษรคำ จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)  มาแนะนำ 8 อาหารลดอาการอ่อนเพลีย ให้คุณเลือกกินเพื่อเติมความไบรต์ได้ทั้งวัน

กล้วย กล้วยเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ และร่างกายซึมซับได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ซึ่งช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน อีกทั้ง กล้วยยังมีโพแทสเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อและความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ การกินกล้วยในช่วงกลางวัน คือหนึ่งในอาวุธลับสำหรับสู้กับความอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี

ควินัว ร่างกายอ่อนเพลียกินอะไรดี? ควินัว คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะธัญพืชชนิดนี้อุดมด้วยสารอาหารซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไฟเบอร์ และโปรตีนสูง นอกจากนี้ ยังมีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และวิตามินบี ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการผลิตพลังงาน คาร์โบไฮเดรตในควินัวให้พลังงานที่สม่ำเสมอ ป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเกินไป ดังนั้น การรับประทานควินัวในมื้ออาหารสามารถช่วยปลดปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอ่อนเพลียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผักโขม เป็นผักใบเขียวที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก แมกนีเซียม วิตามินเอ และวิตามินซี โดยธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนแมกนีเซียมมีบทบาทในการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของกล้ามเนื้อ ดังนั้น นี่จึงเป็นอาหารลดอ่อนเพลียสีเขียวที่ไม่ควรพลาด

ปลาแซลมอน เป็นแหล่งขุมทรัพย์ของกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงลดการอักเสบและปรับปรุงการทำงานของสมอง โปรตีนในปลาแซลมอนยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่และเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ การรวมกันของโอเมกา 3 โปรตีน และวิตามินบีในปลาแซลมอนทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งอาหารลดอ่อนเพลียที่มีรสชาติอร่อยเลิศ

อัลมอนด์ เป็นอาหารลดอ่อนเพลียที่อุดมด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งไขมันดี โปรตีน ไฟเบอร์ นอกจากนี้ ยังมีแมกนีเซียม เหล็ก และวิตามินอี โดยไขมันดีในอัลมอนด์มีส่วนช่วยในการควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย ในขณะที่แมกนีเซียมและธาตุเหล็กมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงาน และส่งเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้น การรับประทานอัลมอนด์สักกำมือสามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

กรีกโยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ต เป็นอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ซึ่งมีโปรไบโอติก แคลเซียม และวิตามินบี โดยโปรตีนมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ในขณะที่แคลเซียมจะช่วยควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่วนโปรไบโอติกในโยเกิร์ตกรีกช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ซึ่งเชื่อมโยงกับระดับพลังงานที่เพิ่มขึ้น

ดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตไม่ได้มีดีเพียงแค่รสชาติ แต่ยังเป็นแหล่งของสารประกอบธรรมชาติที่สามารถเพิ่มระดับพลังงานได้ ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด การส่งออกซิเจนไปยังสมอง และเสริมสร้างการตื่นตัว นอกจากนั้น ดาร์กช็อกโกแลตยังมีคาเฟอีนซึ่งออกฤทธิ์เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าของร่างกายได้เป็นอย่างดี

ชาเขียว เนื่องจากชาเขียวเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีน ที่ช่วยเพิ่มพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการรวมกันของคาเฟอีนกับแอล-ธีอะนีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบในชาเขียว ยังช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ หรือต้องรับประทานในปริมาณมาก ทำให้ได้รับแคลอรี่เกินจำเป็น  ท่านใดที่อยากบรรเทาความอ่อนเพลียแบบเห็นผลชัด สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวขาญเพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาอาการอ่อนเพลียได้อย่างตรงจุด

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 4 สิงหาคม 2569

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • เชื่อกันว่าวลีอมตะนี้เป็นนิรันดร์ “The thrill of victory and the agony of defeat” การแข่งขันชิงชนะเลิศ WORLD CUP สิ้นสุดลงเช้าตรู่วันจันทร์ที่ 20/7 ผลการแข่งขันทราบกันดี SPAIN ชนะ ARGENTINA 2 : 1 เป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก มีผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสดทีวีมากกว่าพันล้านคน ในจำนวนนี้แฟนจำนวนมหาศาลหนุนอยากเห็น ซุปเปอร์สตาร์ MESSI คว้าถ้วยแชมป์โลกเพื่อปิดฉากประวัติศูนย์หน้าทีมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่โชคไม่เป็นเช่นนั้นภาพบนจอทีวีหลังการแข่งขันกลายเป็นสอดคล้องกับวลีอมตะเบื้องต้นนี้…ทีมอาเจนติน่า : เมสซี่ นอนแผ่บนสนามหญ้าอย่างสลดใจ ส่วนลูกทีมก็พากันถอดใจ บ้างถึงกับร้องไห้อย่างเปิดเผย, ทีมสเปน: ยามัล เจ้าหนูมหัศจรรย์วัยเพียง 19 ปีนำลูกทีมวิ่งแห่โห่ร้องอวดศักดาแชมป์โลกไปกับแฟนๆหลายหมื่นคนรอบสนาม ส่วนสื่อฯนานาชาติก็จ้องรอจังหวะได้รับอนุญาตเข้าสัมภาษณ์ ยามัล ผู้เป็นตำนานโลกตั้งแต่อายุ 19 ปี…
  • ขอเกาะกระแส WORLD CUP อีกสักนิด แฟนบอลโลกชาวไทยมีสตางค์มีจำนวนมากสามารถซื้อตั๋วเข้าดูการแข่งขัน FINAL ในสนามสเตเดียม New York – New Jersey แมตช์บอลทั่วไปค่าตั๋วก็ตกใบละเกือบ 2 หมื่นบาท แต่สำหรับนัดการชิงชนะเลิศต้องควักกระเป๋าใบละเป็นเงินแสนบาท…แต่ทุกอย่างในชีวิตย่อมมีข้อยกเว้น กรณี “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เธอคือ VVIP ตัวจริง ดังนั้นในหลายสถานะทั้งนายก “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” และ ผู้ประสานงานคนสำคัญของ FIFA นอกจากจะได้รับเชิญเข้าชมมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว ยังได้ที่นั่งชมบนบ็อกซ์ของผู้บริหารอย่างมีเกียรติอีกต่างหาก…
  • ยินดีกับคุณยาย เทอดขวัญ กำภูฯ ที่หลานชาย ปราชญ์ กำภูฯ แสงรัตน์ เรียนจบปริญญาโท จากคิงส์คอลเลจ ลอนดอน( Master of Arts in International Political Economy with Merits, Department of European and International Studies, Kings College, London)แล้ว…ท่านออท.เกาหลี ธานี แสงรัตน์ คุณพ่อ กับ คุณแม่ ชลทิพย์ ปลาบปลื้มเป็นที่สุด…
  • ด้วยความเข้มแข็งสุดๆ หทัยนันท์ โชติกะพุกกณะ กลับมาจากเที่ยวภูเขา trolltunga ที่นอร์เวย์ (เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยงามและหวาดเสียวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก) ระยะทาง 21 กิโลเมตร สำเร็จแล้ว…คุณแม่ใจแผ้วอวดข่าวนี้แก่เพื่อนฝูง ด้วยความภูมิใจยิ่งในความแข็งแรงของลูกสาว…
  • การจากไปอย่างกะทันหันของยูทูปเบอร์สายท่องเที่ยว ฮลุน โซโล่ ซึ่งได้บันทึกการเดินทางกว่า 50 ประเทศ ไว้ในช่อง You Tube ใช้ชื่อ “ฮลุน โซโล่(Hlun Solo)” โดยมีผู้ติดตามกว่า 9 แสนวิว(สถิติก่อนเสียชีวิต) งานของเขาที่ได้บันทึกไว้อย่างตั้งใจที่จะถ่ายทอด ได้กลายเป็น ทรัพย์สินทางปัญญาอันทรงคุณค่า และสามารถส่งต่อสิทธิ์ให้ครอบครัวบริหารจัดการได้ยาวนานกว่า 50 ปี…ทั้งนี้ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา อรมน ทรัพย์ทวีธรรม ได้เปิดเผยว่า คลิปทั้งหมดในช่อง “ฮลุน โซโล่(Hlun Solo)” ถือเป็นงานโสตทัศนวัสดุ ซึ่งได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา แม้เจ้าของช่องจะจากไปแล้ว แต่ผลงานของเขายังมีชีวิตอยู่ สิทธิ์และรายได้จะถูกส่งต่อเป็นมรดกให้กับ คุณย่าสม(คุณย่าของ ฮลุน) ซึ่งต้องมีการตั้ง ผู้จัดการมรดก เพื่อนำเอกสารไปแจ้งทาง You Tube ในการเปลี่ยนชื่อผู้ดูแลบัญชีและรับรายได้มาดูแลคุณย่าสมต่อไป…ดังนั้น ทุกยอดวิวและการเปิดดูคลิปเก่าๆนับจากนี้ คือวิธีที่คนไทยจะช่วยกันสนับสนุนครอบครัวของ ฮลุน-คนดียอดกตัญญู ให้ความฝันของเขา ในการทำหน้าที่ดูแลคนที่เขารักที่สุดตลอดไป…ขออนุโมทนาบุญแก่ทุกท่านที่ได้ช่วยเพิ่มยอดวิวของ ฮลุน ต่อๆไปด้วยค่ะ !!…

บารอนเนส