HAY จับมือ NORSE Republics เปิดตัว ‘HAY ICON EXHIBITION’ บอกเล่าเรื่องราวและแรงบันดาลใจของแบรนด์จากศิลปะ สถาปัตยกรรม แฟชั่น

HAY จับมือ NORSE Republics เปิดตัว ‘HAY ICON EXHIBITION’ บอกเล่าเรื่องราวและแรงบันดาลใจของแบรนด์จากศิลปะ สถาปัตยกรรม แฟชั่น

HAY จับมือ NORSE Republics เปิดตัว ‘HAY ICON EXHIBITION’ บอกเล่าเรื่องราวและแรงบันดาลใจของแบรนด์จากศิลปะ สถาปัตยกรรม แฟชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

NORSE Republics (นอร์ส รีพับบลิค) ผู้นำเข้า HAY แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก โดย วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด ตอกย้ำความสำเร็จงาน “HAY APAC TOUR 2025” ที่เดินทางสู่กรุงเทพฯ ต่อจากเมืองโตเกียว และเซี่ยงไฮ้ ด้วยการเฉลิมฉลองเปิดตัว “HAY ICON EXHIBITION” นิทรรศการสุดพิเศษที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ HAY ที่มีมายาวนานกว่า 23 ปี นำมาจัดนิทรรศการให้ชม ณ HAY Bangkok ซึ่งเป็น HAY Flagship Store แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ตั้งอยู่ภายใน Warehouse 30 ซอยเจริญกรุง 30

วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์, เมตเต้ เฮย์ และ จงกล พลาฤทธิ์

HAY แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านจากโคเปนเฮเกน ก่อตั้งโดย Mette Hay และ Rolf Hay ในปี 2002 หรือกว่า 23 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าที่จะรังสรรค์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่สะท้อนนิยาม “งานออกแบบที่ดีควรเป็นของทุกคน” ผ่านชิ้นงานดีไซน์เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรายละเอียด โดยทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ระดับท็อปจากทั่วโลก ซึ่งแต่ละ คอลเลกชั่นได้แรงบันดาลใจจาก 3 แหล่ง นั่นคือ ศิลปะ สถาปัตยกรรม และแฟชั่น

ความพิเศษในงานนิทรรศการ “HAY ICON EXHIBITION” ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการแสดงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน แต่เป็นผลงานศิลปะที่สอดคล้องไปกับการใช้ชีวิต ซึ่ง NORSE Republics ได้ผสานเสน่ห์ของชุมชนย่านเมืองเก่า เนรมิตพื้นที่ชั้น 2 ของ HAY Bangkok ในซอยเจริญกรุง 30 เข้ากับงานดีไซน์ร่วมสมัยของดีไซเนอร์ระดับโลก ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันในทุกมิติ และสะท้อนจิตวิญญาณของงานดีไซน์ตามแบบฉบับสแกนดิเนเวียนได้เป็นอย่างดี

“HAY ICON EXHIBITION” มากกว่านิทรรศการงานดีไซน์ แต่เป็นประสบการณ์ที่จะพาผู้คนมาทำความรู้จักกับ HAY ผ่านคอลเลกชั่นเฟอร์นิเจอร์และแอคเซสซอรี่กว่า 50 ชิ้น ที่ร่วมออกแบบกับดีไซเนอร์จากทั่วโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มาพร้อมกับสีสันสมัยใหม่ผสานเข้ากับลูกเล่นและฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยยกมาทั้งคอลเลกชั่น ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา อาร์มแชร์ และของใช้ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในชีวิตประจำวัน เช่น ของตกแต่งบ้าน เครื่องเขียน เครื่องครัว โคมไฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมเรื่องราวเบื้องหลังการออกแบบแต่ละชิ้นที่ทำให้ HAY ครองใจ และเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรักงานดีไซน์

ทั้งนี้ NORSE Republics จัดงานเปิดตัว “HAY ICON EXHIBITION” นิทรรศการสุดพิเศษที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ HAY ที่มีมายาวนานกว่า 23 ปี อย่างเป็นทางการ และได้เชิญแขกคนสำคัญ Mette Hay (เมตเต้ เฮย์) Creative Director และ Co-founder แบรนด์ HAY มาเยือนประเทศไทย และเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมจัดกิจกรรม Design Talk ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ ‘Designing Everyday Life with Mette Hay’ ชวนมาฟังมุมมองในการดีไซน์ และเบื้องหลังธุรกิจที่ออกแบบจากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันจนครองใจคนรักดีไซน์ทั่วโลก 

พบกับนิทรรศการ “HAY ICON EXHIBITION” โดยเปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 – 19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) ณ HAY Bangkok ซอยเจริญกรุง 30

ยิ่งใหญ่ อลังการ คอนเสิร์ตขับขานบทเพลงพระราชนิพนธ์ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา ‘กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ’

ยิ่งใหญ่ อลังการ คอนเสิร์ตขับขานบทเพลงพระราชนิพนธ์ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา ‘กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ’

ยิ่งใหญ่ อลังการ คอนเสิร์ตขับขานบทเพลงพระราชนิพนธ์ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา ‘กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปิดฉากลงอย่างดงามสำหรับการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติฯ อย่างยิ่งใหญ่ “ROYAL JAZZ FOR THE CHAIPATTANA FOUNDATION” ขับขานบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวาระ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วัน แบงค็อก ฟอรั่ม (One Bangkok Forum) โดยมี  ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในงาน  รายได้ทั้งหมดจากการจัดงานโดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อสนับสนุนการทำงาน

การแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติฯ ดังกล่าว จัดโดย มูลนิธิสิริวัฒนภักดี, บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน),  บริษัทไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), บริษัทแอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน), บริษัทบีเจซี บิ๊กซี ดีเวลลอปเม้นท์ เซ็นเตอร์ จำกัด, บริษัททีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัทวัน แบงค็อก จำกัด และเครือข่ายพันธมิตร  โดยมีศิลปินคุณภาพ นภ พรชำนิ, เบน ชลาทิศ, คิว สุวีระ, รัดเกล้า อามระดิษ, บี พีระพัฒน์, ลีเดีย ศรัณย์รัชต์,โก้ Mr.Saxman, อาร์ม  กรกันต์, มาเรียม เกรย์,  แนน สาธิดา, นิว นภัสสร, ฟางข้าว The Voice, เบิร์ด เอกชัย, เกล โสพิชา และ VIETRIO  ร่วมขับขานบทเพลงพระราชนิพนธ์อันไพเราะ บรรเลงโดย Jazz Big Band มหาวิทยาลัยมหิดล

ฐาปน สิริวัฒนภักดี และดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงอุทิศพระองค์เป็นแบบอย่างของการ “ทำงานเพื่อแผ่นดิน” ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจที่ทรงสร้างไว้ ตลอด  รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีชีวิตที่มั่นคง มีความสุข และพออยู่พอกินอย่างสมดุลและยั่งยืน

หนึ่งในพระราชภารกิจที่ทรงให้ความสำคัญ “มูลนิธิชัยพัฒนา” ที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบสานด้วยพระปณิธานที่จะทำให้มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นกลไกกลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้ พร้อมนำหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นหัวใจของการพัฒนามาผลักดันและเผยแพร่ให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง และสมดุล ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเกษตร ทรงส่งเสริมการเกษตรแบบพอเพียง และพัฒนาศักยภาพทางการตลาดให้แก่ชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้ อีกทั้ง ยังส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างโครงการ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” การสนับสนุนด้านสาธารณสุข และการศึกษา รวมถึงการฟื้นฟูผู้ประสบภัยภัยพิบัติต่างๆ ที่ทำให้ประชาชนชาวไทยได้รับความเดือดร้อนทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

การขับเคลื่อนภารกิจของมูลนิธิฯ เพื่อให้สามารถเดินหน้าพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงต้องรวมพลังจากทุกภาคส่วน คนไทยทุกคนที่จะเป็นพลังแห่งชัยชนะในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชนชาวไทยให้ดีขึ้น อันเป็นเป้าหมายหลักที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร องค์ผู้สถาปนามูลนิธิชัยพัฒนาทรงตั้งพระราชปณิธาณไว้”

ความพิเศษของการแสดงดนตรีในครั้งนี้ นอกจากจะได้เพลิดเพลินไปกับบทเพลงพระราชนิพนธ์อันไพเราะ  ที่บรรเลงอย่างถูกต้องครบถ้วนทุกโน้ตดนตรีแล้ว ในระหว่างการแสดงผู้เข้าชมงานยังจะได้รับทราบเรื่องราวเบื้องหลังของบทเพลงอันทรงคุณค่า ที่ได้เรียบเรียงเนื้อหามาจากหนังสือประมวลบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์” ซึ่งทำให้เข้าใจความเป็นมาของบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่แฝงด้วยเกร็ดความรู้ สาระ และคติธรรมแห่งชีวิต ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้จัดพื้นที่แสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติจัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยภาพถ่ายฝีพระหัตถ์นี้ยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพประกอบบทเพลงอีกด้วย และนิทรรศการที่บอกเล่าความเป็นมาและผลงานของมูลนิธิชัยพัฒนา และยังมีโซนจัดแสดงงานศิลปะ และการออกร้าน “ภัทรพัฒน์” จำหน่ายสินค้าของมูลนิธิชัยพัฒนา

เรียกว่าปิดฉากได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ทั้งแสง สี และเสียงดนตรี คลอบทเพลงพระราชนิพนธ์อันไพเราะที่หาชมได้ยากให้ทุกคนได้เก็บเกี่ยวความสุข และความประทับใจไปด้วยกันกับการจัดแสดงดนตรี “ROYAL JAZZ FOR THE CHAIPATTANA FOUNDATION”

โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา เปิดแคมเปญลดน้ำหนักด้วยแนวทางที่ยั่งยืนและสุขภาพดี

โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา เปิดแคมเปญลดน้ำหนักด้วยแนวทางที่ยั่งยืนและสุขภาพดี

โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา เปิดแคมเปญลดน้ำหนักด้วยแนวทางที่ยั่งยืนและสุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตัวเลขของน้ำหนักบนตาชั่ง ไม่ได้เป็นสิ่งที่บ่งชี้แน่ชัดว่าเราสุขภาพดีหรือไม่ แต่ตัวเลขที่อยู่ในระดับที่ไม่เข้าสู่ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนนั้น ย่อมลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อที่ไม่เรื้อรัง (NCDs) อาทิ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง หรือมะเร็งบางชนิด ตลอดจนอาการแทรกซ้อนตามระบบต่างๆ ของร่างกายที่มากกว่า 200 โรค

มีข้อมูลจากรายงาน World Health Statistics 2023 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ามีผู้ใหญ่กว่า 1.9 พันล้านคน หรือ 39% ของประชากรโลกอยู่ในภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566 พบว่าประชากรไทย 48.35% ประสบปัญหาน้ำหนักเกินและโรคอ้วน สะท้อนถึงแนวโน้มของปัญหาที่เพิ่มสูงขึ้นและมีความจำเป็นในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน

ภญ.ยุวดี จิรัฐิติเจริญ

ภายในงานเปิดตัวแคมเปญ “From my Weight To my Heart” ของ บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด มีผู้เข้าร่วมงานมากมายจากหลายวงการ ซึ่งได้แนะแนวทางลดน้ำหนักด้วยแนวทางที่ยั่งยืนและสุขภาพดี (Healthy Weight Loss) เอาไว้หลากหลายแนวทางอย่างน่าสนใจ

ภญ.ยุวดี จิรัฐิติเจริญ Business Unit Director – Obesity โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรารู้กันดีว่าโรคอ้วนเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งที่ควบคุมได้และเหนือการควบคุม อาทิ พันธุกรรม ชีววิทยา ฮอร์โมน ระดับความเครียด ปริมาณและคุณภาพของการนอนหลับ ยา สิ่งแวดล้อม และสถานะทางสังคมเศรษฐกิจ ล้วนมีบทบาทสำคัญในก่อโรคได้ทั้งสิ้น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนลดความเสี่ยงจากการได้รับผลกระทบจากโรคอ้วน อย่างน้อยเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs  ในช่วงแรกอาจจะเริ่มด้วยการตั้งเป้าหมายระยะสั้นที่เป็นไปได้ และเริ่มทำทันที  บางคนอาจใช้วิธีหนึ่งแล้วประสบความสำเร็จ แต่ในวิธีการเดียวกันนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับบางคน จึงต้องมีการวางแผนตามสถานการณ์เฉพาะบุคคล ที่สำคัญคือควรเป็นวิธีที่สามารถทำต่อเนื่องได้ในระยะยาวเพื่อให้ได้ผลแบบยั่งยืน”

ต่อ-ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี 

ต่อ-ภาณุพงศ์ ภัทรกุลทวี ผู้ร่วมก่อตั้งคลินิกเสริมความงาม เล่าว่า “ส่วนตัวเคยลองลดน้ำหนักมาหลายรูปแบบ เคยเจอโยโย่เอฟเฟกต์กว่า 10 รอบ เคยใช้วิธีกินแต่ไข่ต้ม กินแต่ต้มจับฉ่าย เข้าคอร์สที่เน้นเวท  เทรนนิ่งกับโปรตีนอย่างเดียว สุดท้ายก็ไม่ได้ผลยั่งยืนเลย เพราะมันไม่ตั้งอยู่บนหลักการคุมแคลอรี่ที่ถูกต้อง   ในอดีตการลดน้ำหนักเน้นแค่ ‘ความผอม’ เอวต้องเล็ก ตัวต้องบาง แต่ปัจจุบันมุมมองเปลี่ยนไปแล้ว ผู้หญิงเริ่มไม่กลัวการเวทเทรนนิ่ง ไม่กลัวการรับประทานไขมัน ตราบใดที่เป็นไขมันดี ทุกอย่างมันไม่ใช่แค่ ‘ผอม’ แต่ต้อง ‘สุขภาพดี’ ด้วย ‘Healthy’ จึงมีความหมายลึกซึ้งกว่าแค่ ‘Skinny’ แต่ไม่ว่าเราจะเลือกการลดน้ำหนักแนวทางใด ขอแค่ไม่ทำแบบสุดโต่งเกินไป ดีที่สุดคือทางสายกลาง เช่น การควบคุมแคลอรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าเลือกวิธีที่หนักเกินไป เหนื่อยเกินไป เดี๋ยวก็เบื่อ แต่ถ้าเราเลือกแนวทางที่พอดี ไม่ลำบากเกินไป ทำแล้วแฮปปี้ ก็จะทำได้ต่อเนื่องและยั่งยืน”

คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส

ขณะเดียวกัน คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส  นักแสดงสาวผู้เลือกใช้หลักการบาลานซ์ในการลดน้ำหนัก เล่าว่า “การบาลานซ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อก่อนรีบผอม อยากสวยเร็วๆ จนสุดท้ายรู้ว่ามันไม่ยั่งยืน วันนี้มาอยู่ในจุดที่เข้าใจว่า ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มโปรตีนให้เพียงพอ เมื่อก่อนคิมกินทุเรียนครั้งหนึ่งได้ทั้งลูก แต่ตอนนี้พอเข้าใจเรื่องแคลอรี่แล้ว ก็ทานแบบลดปริมาณลง และยังทานอาหารที่ชอบเหมือนเดิม ทั้งข้าว พาสต้า แต่เน้นการควบคุมและความพอดี”

นพ.ชเนษฎ์ ศรีสุโข

ผู้บริหารโนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) ซ้าย Dr.GuruDutt Nayak, ภญ.ยุวดี จิรัฐิติเจริญ,เอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์ , ภญ.เซลินา คริสโตโดลาคิส

ด้าน นพ.ชเนษฎ์ ศรีสุโข ผู้ก่อตั้งมาลิคลินิกเวชกรรม สีลม มีมุมมองว่า “แม้แนวคิด Real Size Beauty จะได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่ในทางการแพทย์แล้ว น้ำหนักตัวที่มากเกินไปยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสมอง หัวใจ ความจำ กระดูก รวมถึงโรคเรื้อรังอื่นๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้”

แคมเปญ “From my Weight To my Heart” เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของ โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) ที่ต้องการส่งเสริมให้ทุกคนลดน้ำหนักด้วยแนวทางที่ยั่งยืนและสุขภาพดี (Healthy Weight Loss) ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ สนับสนุนให้เกิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

VIVID by Verita Health ต้อนรับ Pride Month จัดแคมเปญสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลย์ร่างกาย ให้กับกลุ่ม LGBTQ+

VIVID by Verita Health  ต้อนรับ Pride Month จัดแคมเปญสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลย์ร่างกาย ให้กับกลุ่ม LGBTQ+

VIVID by Verita Health ต้อนรับ Pride Month จัดแคมเปญสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลย์ร่างกาย ให้กับกลุ่ม LGBTQ+

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บาร์วิตามินเพื่อสุขภาพ วิวิด บาย เวอริตา เฮลธ์ (VIVID by Verita Health) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิตามินบำบัดที่ วิวิด สยาม (VIVID Siam) ณ อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ วิวิด เชียงใหม่ (VIVID Chiangmai) ณ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท และวิวิด ภูเก็ต ไม้ขาว (VIVID Phuket Mai Khao) ณ เทอเทิล วิลเลจ (Turtle Village) ขอร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจในสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศ ผ่านแคมเปญพิเศษ “Pride of True Colours” ที่เพิ่มเติมภูมิคุ้มกัน พร้อมปรับสมดุลย์ในร่างกายให้กับ LGBTQ+ ผู้รักสุขภาพ ตลอดฤดูกาลนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2568

วิวิด สยาม ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ แนะนำแพ็คเกจ “Pride of True Colours” ใช้เวลาทั้งหมด 50 นาที กับการดริปวิตามินสูตรเข้มข้นที่อัดแน่นไปด้วยกลูต้าไธโอน (Glutathione) วิตามินซี วิตามิน B12 วิตามินรวม B-complex และแร่ธาตุสำคัญ ร่วมกับ Sunshine Shot (วิตามินดี) และปิดท้ายด้วยโอโซนบำบัดเพื่อการผ่อนคลาย เหมาะทั้งก่อนและหลังการประกอบกิจกรรมประจำวันและการเฉลิมฉลอง

วิวิด เชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ณ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เสนอแพ็คเกจ “Power of Selenium” ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบเร่งด่วน (IV Express) ใช้เวลา 15 นาที และแบบปกติ ใช้เวลา 40 นาที โดยไฮไลต์อยู่ที่เซเลเนียม แร่ธาตุต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ดูแลต่อมไทรอยด์ และฉลอความเสื่อมของเซลล์จากความเสื่อม ซึ่งแพ็คเกจนี้มีให้เลือกถึง 3 สูตรด้วยกัน ได้แก่ สูตร Detox ช่วยล้างสารพิษและกระตุ้นการทำงานของตับให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สูตร Hangover เหมาะสำหรับสายปาร์ตี้ที่ต้องการฟื้นตัวหลังค่ำคืนสนุกสนาน และสูตร Beauty ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่งยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่อยากชาร์จพลังริมทะเลแบบชิลๆ ที่ วิวิด ภูเก็ต ไม้ขาว ณ เทอเทิล วิลเลจ แนะนำแพ็คเกจ “The Perfect Duo” ที่รวมสองสูตร IV Infusion ไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อเติมพลังงานและเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายไปพร้อมกัน สูตรแรกคือ Energy Drip ที่ผสานวิตามิน B12 กรดอัลฟาไลโปอิก (ALA) แมกนีเซียม และทอรีน (Taurine) ช่วยลดอาการอ่อนล้า ฟื้นฟูสมอง และเพิ่มพลังให้กับร่างกาย ส่วน Immunity Drip จะช่วยเสริมเกราะป้องกันด้วยวิตามินซี วิตามินรวม B-complex ซิงก์ และเซเลเนียม เพื่อสุขภาพที่ดี

แพ็คเกจ “Pride of True Colours” ณ วิวิด สยาม ราคา 7,000 บาท “Power of Selenium” วิวิด เชียงใหม่ ราคา 1,800 บาท (15 นาที) และ 3,800 บาท (40 นาที) “The Perfect Duo” ณ วิวิด ไม้ขาว ราคา 7,900 บาท ต่อท่าน โดยทุกแพ็คเกจพร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2568 นี้เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ วิวิด สยาม ที่ อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ  โทร +66 (0)2 003 4918

อีเมล vividsiam@vividdripbar.com  เว็บไซต์ www.vividdripbar.com/anantara-siam-bangkok  วิวิด เชียงใหม่ ที่ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท  โทร +66 (0)5 325 3333 อีเมล vividchiangmai@vividdripbar.com เว็บไซต์ www.vividdripbar.com/anantara-chiang-mai  วิวิด ภูเก็ต ไม้ขาว ที่ เทอเทิล วิลเลจ โทร +66 (0)7 633 6121 อีเมล vividmaikhao@vividdripbar.com  เว็บไซต์ www.vividdripbar.com/anantara-mai-khao-phuket

พิมพ์ใจ-สุดาพิมพ์ โพธิภักติ นำทัพจัดคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

พิมพ์ใจ-สุดาพิมพ์ โพธิภักติ นำทัพจัดคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

พิมพ์ใจ-สุดาพิมพ์ โพธิภักติ นำทัพจัดคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จัดคอนเสิร์ตการกุศล “Be Musical Charity Concert: Hope — Dream & Love”  โดยมี พิมพ์ใจ โพธิภักติ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ เป็นประธานจัดงาน พร้อมด้วย สุดาพิมพ์ โพธิภักติ ผู้อำนวยการแสดง ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจที่ยากไร้ ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้ได้รับการรักษากลับมามีหัวใจที่แข็งแรง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.30 น. ณ โรงละคร M Theatre ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ 

             ผศ. นพ.ธนะรัตน์ ลวางกูร ปธ.มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ มอบดอกไม้แก่นักร้อง-นักแสดง

บุญเกียรติ  โชควัฒนา ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ร่วมแสดงคอนเสิร์ต

บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โชว์พลังเสียงเพื่อผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ

สุดาพิมพ์  โพธิภักติ ผู้อำนวยการแสดง และร่วมขึ้นคอนเสิร์ตด้วย

คอนเสิร์ตการกุศล “Be Musical Charity Concert: Hope — Dream & Love”  มีนักร้องกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุญเกียรติ  โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษามูลนิธิฯ, ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นางสาวไทยปี 2543 และพิธีกรชื่อดัง, โน้ต – ศรัณย์  คุ้งบรรพต  KPN Award 2534&2544, เซม-ภานุรุจ  ชณาณ์กฤษฏิ์  แชมป์เพลงเอก ซีซั่น 3 ร่วมด้วยนักร้องมืออาชีพในสไตล์บอร์ดเวย์ นำโดย สุดาพิมพ์  โพธิภักติ, จ้อน- ธานี พูนสุวรรณ, น้อง-ดร.นลิน เพ็ชรอินทร์, กาย – ทรงสินธ์ ศิริคุณารัศม์, เก้ง เมวัฒน์ เริงธรรม และ แนท – กานดา วิทยานุภาพยืนยง เป็นต้น

ธานี พูนสุวรรณ น้กร้องนักแต่งเพลง และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเพลงดิสนีย์ฉบับภาษาไทย ให้เกียรติร่วมคอนเสิร์ต

เซม-ภานุรุจ  ชณาณ์กฤษฏิ์  แชมป์เพลงเอก ซีซั่น 3

โน้ต – ศรัณย์  คุ้งบรรพต

มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ก่อตั้ง และดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือพ่อแม่ที่มีฐานะยากจนและมีลูกป่วยเป็นโรคหัวใจ ให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ในแต่ละปีมีเด็กไทยมากกว่า 4,000 คนที่เกิดมาพร้อมภาวะโรคหัวใจแต่กำเนิด หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านการรักษาและค่าใช้จ่าย กว่า 44 ปีที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ให้ความช่วยเหลือรักษาด้วยการผ่าตัดและสวนหัวใจเพื่อการรักษาเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิดนอกเวลาราชการมาแล้วมากกว่า 16,504 ราย ซึ่งเด็กเหล่านี้หลังได้รับการรักษาจะกลับมามีชีวิตปกติที่สดใส และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม แต่ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ยังรอคอยความช่วยเหลือให้หายจากโรคและรอดชีวิต

ผศ. นพ.ธนะรัตน์ ลวางกูร ปธ.มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ มอบโล่ขอบคุณผู้สนับสนุน

จากขวา: ผศ. นพ.ธนะรัตน์ ลวางกูร ประธานมูลนิธิฯ, พิมพ์ใจ โพธิภักติ ประธานจัดคอนเสิร์ต, ผศ.นพ.สุเทพ  วาณิชย์ เลขาธิการ มูลนิธิฯ และ ทิพา โรจน์วาธรรม กก.มูลนิธิฯ

พิมพ์ใจ โพธิภักติ ต้อนรับ ศิรินา ปวโรฬารวิทยา และ พจนีย์ ธนวรานิช

ด้วยเหตุนี้มูลนิธิฯ จึงระดมทุนผ่านกิจกรรมต่าง รวมถึงการจัดคอนเสิร์ตการกุศลเป็นประจำทุกปี โดยได้รับเกียรติ มี พิมพ์ใจ โพธิภักติ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ เป็นประธานจัดงาน และมี สุดาพิมพ์  โพธิภักติ เป็นผู้อำนวยการแสดงคอนเสิร์ต ทำให้มูลนิธิฯ สามารถดำเนินงานช่วยผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจที่ยากไร้และขาดแคลนทุนทรัพย์มาได้อย่างต่อเนื่อง]

ประธานจัดงานต้อนรับผู้ชมผู้ใจบุญ

ประธานจัดงานต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

แฟนคลับมาร่วมให้กำลังใจ สุดาพิมพ์ โพธิภักติ

ทั้งนี้ผู้มีจิตอันเป็นกุศลสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจได้โดยบริจาคเงินผ่านธนาคาร ชื่อบัญชี “มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ” ธนาคารกรุงเทพ 110-0-62027-5, ธนาคารยูโอบี 774-1-60195-1, ธนาคารไทยพาณิชย์ 001-5-47225-0, ธนาคารกสิกรไทย 069-2-65827-2 ธนาคารกรุงไทย 041-0-07910-3 และธนาคารกรุงศรีอยุธยา 034-1-64100-1 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ฯ ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี 2 ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310  โทร: 0-2716-6070 – 71 , 086-321-0793   https://www.doctordek.com

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสูบบุหรี่ช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิโคตินในบุหรี่กลับส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกายในทางลบ นอกจากนี้ ในทางจิตเวช อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังรวมถึงสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าและภาวะทางจิตอื่น ๆ ได้เช่นกัน

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital 

จากการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2.5-4.3 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายจะสูงขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงผลกระทบทางเคมีในสมองที่เกิดจากนิโคติน เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบการให้รางวัลสมอง ผู้สูบบุหรี่จึงรู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขในช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อระดับนิโคตินลดลง ผู้สูบจะรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือหดหู่ ทำให้ต้องการสูบบุหรี่มากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ โดยวงจรนี้สามารถนำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว

อาการของภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูบบุหรี่ มีดังนี้ รู้สึกเศร้า หมองหม่น เบื่อหน่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือทานมากผิดปกติ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รู้สึกผิด หรือไร้ค่า มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย

การเลิกสูบบุหรี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพ ไม่เพียงแต่จะลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจพบกับความยากลำบากในการพยายามเลิกสูบบุหรี่ และอาจประสบกับความเครียด วิตกกังวล ในช่วงที่ไม่ได้สูบ ซึ่งวิธีหนึ่งในการช่วยให้สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ก็คือใช้ยา ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ รวมถึงลดความเครียด และวิตกกังวล ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลิกสูบบุหรี่ได้ นอกเหนือจากการใช้ยา การบำบัดทางจิตวิทยา ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น

ดอยคำแชร์ริตี้ ครั้งที่ 2 ‘Drink to Share’ ส่งต่อพลังใจให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ดอยคำแชร์ริตี้ ครั้งที่ 2 ‘Drink to Share’ ส่งต่อพลังใจให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ดอยคำแชร์ริตี้ ครั้งที่ 2 ‘Drink to Share’ ส่งต่อพลังใจให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด, บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด, บริษัท มีเดีย แอดดิคท์ จำกัด, บริษัท นินจา เพอร์เฟคชั่น จํากัด, บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน), บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไลค์ มี จำกัด ร่วมแถลงข่าว โครงการดอยคำแชร์ริตี้ ครั้งที่ 2 เปิดตัวแคมเปญ “Drink to Share” คุณดื่ม = คุณให้ เชิญชวนคนไทยดูแลสุขภาพ พร้อมร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพียงซื้อน้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 กล่องเท่ากับการร่วมบริจาค 25 สตางค์ เพื่อมอบให้กับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเข้าถึงการรักษา ร่วมส่งต่อการให้ในแคมเปญ “Drink to Share” คุณดื่ม = คุณให้ ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด  กล่าวว่า “ดอยคำ เป็นองค์กรที่ดำเนินงานในรูปแบบของธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ที่นอกจากการผลิตและจำหน่ายสินค้าคุณภาพเพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว ดอยคำ ยังมีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่พร้อมจะส่งมอบความสุขให้กับทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต จนถึงผู้บริโภค และยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในมิติต่างๆ ด้วยการยึดมั่นแนวคิด “ความกินดี อยู่ดี” มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นที่มาของการจัดทำโครงการดอยคำแชร์ริตี้ (DOIKAM SHARITY) โดยได้ร่วมกับพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ จัดกิจกรรมเพื่อส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับสังคมในรูปแบบต่างๆ ซึ่งได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2565 

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กก.ผจก.ใหญ่ ดอยคำ

ร.อ.อ.นพ. สมชาย ธนะสิทธิชัย ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

“เพื่อเป็นการสานต่อความสำเร็จของโครงการดอยคำแชร์ริตี้ ในปีนี้ ดอยคำ จึงได้การจัดทำแคมเปญ “Drink to Share คุณดื่ม = คุณให้” โดยได้ร่วมกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดขึ้น ภายใต้ความเชื่อร่วมกันว่า การดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ได้ส่งผลดีแค่ตัวเราแต่สามารถกลายเป็นพลังแห่งการให้ที่ส่งต่อไปถึงผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือได้ ขณะเดียวกันยังได้ตระหนักถึงภัยจากโรคมะเร็ง โรคอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด ซึ่งยังมีผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเข้าถึงการรักษาได้อย่างเต็มที่ แคมเปญนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเชิญชวนคนไทยทุกคนหันมาดูแลสุขภาพด้วยการดื่มน้ำมะเขือเทศดอยคำที่อุดมไปด้วยไลโคปีน (Lycopene) ที่มีประโยชน์ในการช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งผิวหนัง และทุกๆซื้อน้ำมะเขือเทศดอยคำเท่ากับคุณได้ร่วมบริจาค 25 สตางค์ ให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการส่งต่อความหวังและโอกาสให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้สู้ต่อไปอีกด้วย”

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ร.อ.อ.นพ. สมชาย ธนะสิทธิชัย พร้อมด้วยผู้แทนองค์กรพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนแคมเปญ “Drink to Share” คุณดื่ม = คุณให้

ด้าน ร.อ.อ.นพ. สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันมะเร็งแห่งชาติ รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Drink to Share – คุณดื่ม = คุณให้” โครงการดีๆ ที่สะท้อนถึงพลังของสังคมในการร่วมกันช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลายคนยังคงขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนแม้เพียงเล็กน้อยจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไป ล้วนมีความหมายอย่างยิ่งต่อชีวิตของผู้ป่วย นับเป็นโอกาสอันดี ที่เราได้ร่วมมือกับ “ดอยคำ” องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคมาโดยตลอด และ    การริเริ่มแคมเปญนี้ไม่เพียงแค่ส่งเสริมให้คนไทยใส่ใจสุขภาพ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อร่างกาย แต่ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาสให้แก่ผู้ที่กำลังต่อสู้กับโรคร้าย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญ “Drink to Share” จะเป็นสะพานเชื่อมให้สังคมเห็นคุณค่าของการให้และร่วมสร้างพลังบวกให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วประเทศ

ผศ.นพ.ปุณวัฒน์ จันทรจำนง และ พญ.กรวรรณ จันทรจำนง

พิมพ์-พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ที่ก้าวผ่านโรคมะเร็งกลับมายิ้มได้อย่างสดใส

โดยภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Drink to Share” คุณดื่ม = คุณให้ จัดขึ้นเมื่อวันที่  30 พฤษภาคม 2568 ณ ลาน Infinicity Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ยังมีเวทีเสวนาจาก ผศ.นพ.ปุณวัฒน์ จันทรจำนง ศัลยแพทย์เฉพาะทางลำไส้ใหญ่และทวารหนักและ พญ.กรวรรณ จันทรจำนง ศัลยแพทย์เต้านม ที่มาร่วมพูดคุยกับ 2 ศิลปินชื่อดัง เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ ร่วมด้วย พิมพ์-พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ที่มาแชร์ประสบการณ์การดูแล รักษาตัวเองเพื่อก้าวผ่านการเป็นโรคมะเร็ง กิจกรรมสร้างสีสันและรอยยิ้มจากมาสคอตสุดน่ารัก “น้องโทมี่” (TOMY) ตัวแทนของความรักและความอบอุ่นจากดอยคำ ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานนี้ ร่วมกับ “โพก้าซัง” (POLCASAN) ตัวแทนของความสดใส ร่าเริง ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศแห่งพลังบวกและความอบอุ่นให้กับผู้ร่วมงานทุกคน

เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ กับน้องโพก้าซัง และน้องโทมี่

ผู้ร่วมงานเขียนข้อความส่งต่อกำลังให้ผู้ป่วยมะเร็ง

ร่วมดูแลสุขภาพพร้อมส่งต่อพลังแห่งการให้ ในแคมเปญ Drink to Share คุณดื่ม = คุณให้ เพียงแค่เลือกดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำมะเขือเทศดอยคำ ทุกกล่องมีส่วนร่วมในการบริจาค 25 สตางค์ เพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่  ขาดแคลนทุนทรัพย์ผ่านสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 5 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 5 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 5 มิถุนายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll พล.อ.อ.ชลิต-ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข เป็นประธานในงาน “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข.เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 2 จัดโดย อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนฯ และคณะกก. 7 มิ.ย.17.30 น. ห้องอินฟินิตี้ บอลรูม รร.พูลแมน คิง เพาวเวอร์ รางน้ำ ..

ll มูลนิธิเพชรรัตน – สุวัทนา เปิดให้สั่งจองอาหารปรุงสดเดือน มิ.ย. “แกงคั่วเห็ดเผาะ” ราคา 190 บาท ไม่รวมค่าส่ง  ฝีมือคุณข้าหลวงวังรื่นฤดี ปรุงตามสูตรที่อดีตคุณพนักงานฝ่ายในในรัชกาลที่ 6 และคุณข้าหลวงในสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯจดบันทึกไว้และถ่ายทอดสู่ห้องเครื่อง  จัดส่งวันที่  26 มิ.ย.-27 มิ.ย.เพียงวันละ 50 ชุด  สั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้หรือสอบถามเพิ่มเติมที่Line : @bsf_official (มี@นำหน้า)Facebook : มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา..

ll นารี กวิตานนท์ ชวนญาติมิตร ไปร่วมทำบุญและร่วมพิธีห่มผ้าพระธาตุพนม จ.นครพนม มีเตรียมโปรแกรมดีๆ แน่นเอี๊ยด ขอให้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ 11-13 พ.ย…

ll ทันตแพทยสภา ขอแสดงความยินดีกับ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ ที่ปรึกษาคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ได้รับตำแหน่ง ประธานราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย วาระที่ 9 และได้รับรางวัล “เพชรกนก” สาขา “เมตตาธรรม” ประจำปี 2566-2567 เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2568..

ll โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง เปิดรับสมัครเยาวชนชายหญิงอายุไม่เกิน 30 ปี ร่วมโครงการประกวด “ร้องเพลงสากล ยุคโก๋หลังวัง ปี 2568 ซีซั่น 3” เพื่อชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศพร้อมเงินสดและของรางวัลกว่า 1 แสนบาท วันนี้-31 ก.ค.โทร.02-2258757 -8 ..

ll กลุ่ม 21 อนงค์ วปรอ 4010 อาทิ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์,รศ.นรีวรรณ จินตกานนท์,ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา,พันธุ์ทิพย์ สุรทิณฑ์,เพ็ญพักตร์ ศรีทอง,คุณหญิงบุษยา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์,กฤษฎาวรรณ พรหมชนะ ศยามานนท์,ภรณี ลีนุตพงษ์ ยินดีกับ ดร.นุชนารถ วสุรัตน์ ที่ได้รับเลือกเป็น ประธานชมรมนักศึกษา วปรอ.รุ่น 4010 อีกวาระด้วยผลงานมากมาย และอินทานี สุมาวงศ์ ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากรัฐบาลอิสราเอล ว่าเป็นผู้มีบทบาทโดดเด่นต่อความสัมพันธ์ไทย-อิสราเอล ..

ll ดร.นันทนา -ภูมิ-ภิญญ์ ศิรประภาศิริ และหลานๆ ร่วมทำบุญอุทิศกุศลแด่ กฤษณ์ ศิรประภาศิริ คอลัมน์นิสต์แนวหน้า จากไปครบ 3 ปีแล้ว เพื่อนๆ บ่นคิดถึง แต่ยังไม่ขอตามไปนะเพื่อน ..

ll เพื่อนๆ วว.92 ดีใจที่เพื่อนรัก ผาณิต พูนศิริวงศ์ ได้รับเข็มเกียรติยศประจำปี 2568 จากม.ธรรมศาสตร์ อันเป็นที่รักยิ่งของเธอ  เนื่องในวันสถาปนา 91 ปี 27 มิ.ย.2568 09.30 น. หอประชุมใหญ่ มธ.ท่าพระจันทร์ (นับเป็นคนที่ 47)  ..นัดเลี้ยงยินดีกับรางวัลอันทรงเกียรติที่น่าภาคภูมิใจ  20 มิ.ย.ที่ร้าน Hamono อารีย์สัมพันธ์ 1..

น้อง

COSMAX จัดเวิร์คช้อปอัพเดตเทรนด์กลิ่นน้ำหอมมาแรงแห่งปี ชวนค้นหากลิ่นน้ำหอมประจำตัวกลิ่นใหม่ สะท้อนตัวตนให้ชัดเจน

COSMAX จัดเวิร์คช้อปอัพเดตเทรนด์กลิ่นน้ำหอมมาแรงแห่งปี ชวนค้นหากลิ่นน้ำหอมประจำตัวกลิ่นใหม่ สะท้อนตัวตนให้ชัดเจน

COSMAX จัดเวิร์คช้อปอัพเดตเทรนด์กลิ่นน้ำหอมมาแรงแห่งปี ชวนค้นหากลิ่นน้ำหอมประจำตัวกลิ่นใหม่ สะท้อนตัวตนให้ชัดเจน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

COSMAX ผู้นำด้านการผลิตสินค้าความงามจากเกาหลี จัดงาน “Scent Workshop 2025” อัพเดตเทรนด์กลิ่นน้ำหอมยอดฮิต ประจำปี 2025 พร้อมชวนเปิดมุมมองใหม่กับโอกาสในการนำกลิ่นหอมมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยในปัจจุบัน  ด้วย Workshop สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้คอนเซปต์ “Scent Obsession” เปิดประสบการณ์ใหม่ในการใช้จินตนาการและเรื่องราวของกลิ่นหอมควบคู่ไปกับการสัมผัสเสน่ห์ของการดมกลิ่นอย่างลึกซึ้ง และค้นหากลิ่นที่สะท้อนตัวตนของคุณ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนได้สร้าง “Signature Scent” ของตัวเอง ณ COSMAX Head Office อาคาร 66 Tower ชั้น 21 สุขุมวิท 66

ในยุคที่เทรนด์ Inclusive กลายเป็นแกนกลางของวัฒนธรรมผู้บริโภค เรื่องราวของกลิ่นเองก็ได้สะท้อนคาแรกเตอร์ความเป็นตัวตนได้อย่างไร้กรอบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นแนว Minimalist ที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ กลิ่น Unisexที่ไร้ข้อจำกัดทางเพศ ไปจนถึงกลิ่นที่ฉีกกฎแบบดั้งเดิมอย่างกลิ่นควันหรือกลิ่นไม้ กลิ่นเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึกใหม่แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกถึงตัวตนผ่านประสบการณ์จากกลิ่นต่างๆอีกด้วย ดังนั้น กลิ่นจึงเป็นภาษาของยุคสมัยที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็น “คุณ” ได้อย่างชัดเจนในทุกๆ วัน

ขณะที่เทรนด์กลิ่นน้ำหอมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างน่าจับตามอง ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม “ไลน์กลิ่นหอม” อื่นๆ อย่างเช่น Body Care, Hair Perfume หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีกลิ่นหอม ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน การเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์กลิ่นหอมนี้ เปิดโอกาสใหม่ให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถต่อยอดไลน์สินค้า พัฒนาโปรดักต์ใหม่ที่เชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของกลิ่นประจำแบรนด์ พร้อมทั้งขยายฐานตลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างประสบการณ์แบบครบวงจรให้กับผู้บริโภค

มินกู คัง กรรมการบริหาร COSMAX ประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดเครื่องสำอางและน้ำหอมในประเทศไทย รวมถึงความต้องการของเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการผลิตสินค้าคุณภาพกับพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้ ทาง COSMAX ได้ขยายกำลังการผลิตด้วยการเพิ่มพื้นที่โรงงาน พร้อมปรับปรุงสำนักงานและศูนย์วิจัยและนวัตกรรม (R&I Center) ในโลเคชันใหม่ที่สะดวกต่อการเดินทางของลูกค้า นอกจากนี้ COSMAX ยังได้ถือโอกาสเปิดบ้านต้อนรับผู้ประกอบการและพันธมิตร พร้อมพาชมห้องแล็บน้ำหอมที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าของแบรนด์เข้ามาร่วมค้นคว้าและพัฒนากลิ่นเฉพาะตัวร่วมกับทีมนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ของตน

“การผลิตน้ำหอมไม่ใช่แค่เพียงน้ำหอม แต่มันคือกลิ่นที่เราสามารถทำได้ไม่เหมือนที่อื่น ด้วยประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในด้านการวิจัยและพัฒนารวมถึงการผลิตน้ำหอม ในฐานะบริษัท ODM/OEM เครื่องสำอางอันดับ 1 ของโลก เรามีความสามารถในการปรับกระบวนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น ลูกค้าสามารถสร้างกลิ่นหอมซิกเนเจอร์ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์โดยนักปรุงน้ำหอมผู้เชี่ยวชาญของเรารังสรรค์กลิ่นหอมที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์และแนวคิดของผลิตภัณฑ์อย่างลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความร่วมมือภายใต้เครือ COSMAX Group เรามีความสามารถในการแบ่งปันข้อมูลน้ำหอมและเข้าถึงเทรนด์ระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ขณะเดียวกันในด้านข้อมูลเชิงลึกและความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคชาวไทยที่เราทำการรวบรวม จะถูกส่งต่อไปยังทีมวิจัยและพัฒนาระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมร่วมกันในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนแบบสองทางอย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ ยังมีแขกคนพิเศษ บินตรงจากประเทศเกาหลี  ฮยอนจู ฮง Head of the Fragrance Lab at COSMAX Korea ได้กล่าวในงานว่า “ความหอม” คือภาษาที่ถ่ายทอดอารมณ์ ความทรงจำ และวัฒนธรรม ประเทศไทยและเกาหลีใต้ต่างเป็นประเทศที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมลึกซึ้ง และยังมีประวัติศาสตร์การใช้น้ำหอมในชีวิตประจำวันและพิธีกรรมมาอย่างยาวนาน ประเทศไทยมี “น้ำอบไทย” น้ำหอมดั้งเดิมที่ถ่ายทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ในขณะที่เกาหลีมี “ฮยางนัง” (Hyangnang) ถุงหอมขนาดเล็กที่บรรจุกลิ่นกล้วยไม้หรือชะมด ซึ่งนิยมพกพาเพื่อให้กลิ่นหอมติดตัวและสร้างบรรยากาศโดยรอบ วัฒนธรรมแห่งกลิ่นเหล่านี้ คือมรดกที่เราทั้งสองประเทศภาคภูมิใจและมุ่งมั่นที่จะส่งต่อให้คนทั่วโลกรู้จัก

“วันนี้ ด้วยหัวใจเดียวกันที่รักในเสน่ห์ของ “กลิ่น” เราพร้อมแล้วที่จะส่งต่อวัฒนธรรมน้ำหอมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับ COSMAX ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามระดับโลก ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมน้ำหอมอย่างลึกซึ้ง”

สำหรับนักลงทุน นักธุรกิจ ที่มีความสนใจในธุรกิจความงามและน้ำหอม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Cosmax Thailand https://www.facebook.com/p/Cosmax-Thailand-100070050771163/ หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cosmax.co.th/

เคล็ดลับปรับนาฬิกาชีวภาพ เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

เคล็ดลับปรับนาฬิกาชีวภาพ เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

เคล็ดลับปรับนาฬิกาชีวภาพ เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การนอนหลับที่มีคุณภาพ เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพพอๆ กับอาหารและน้ำ เพราะในขณะที่นอนหลับสมองจะเกิดการเชื่อมโยงและได้ซ่อมแซมตัวเอง ดังนั้น การนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ ความทรงจำและสมาธิ รวมทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ภาวะซึมเศร้าและโรคอ้วน

นอกจากนี้ การนอนหลับยังเป็นส่วนสำคัญของนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยทางชีวภาพภายในร่างกายร่วมกับปัจจัยแวดล้อม เช่น แสงและอุณหภูมิ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ทำให้คนเรารู้สึกง่วงนอนในตอนกลางคืนและรู้สึกตื่นตัวในเช้า

วิธีการจัดการนาฬิกาชีวภาพ

การลดสิ่งกระตุ้นที่อาจรบกวนการนอนหลับเป็นกุญแจสำคัญในการรีเซ็ตนาฬิกาชีวภาพ ทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพในเวลากลางคืนและตื่นขึ้นแบบรู้สึกสดชื่นในตอนเช้า ซึ่งการจัดการนาฬิกาชีวภาพให้มีคุณภาพสามารถทำได้โดยวิธีการดังต่อไปนี้  1.กำหนดเวลาเข้านอนและเวลาตื่นนอนให้เหมาะสมสม่ำเสมอ 2.หลีกเลี่ยงการงีบหลับตอนกลางวัน 3.ออกกำลังกายระหว่างวัน 4.ใช้เตียงเพื่อนอนเท่านั้น ไม่ทำงานหรือกินอาหารบนเตียง เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างเตียงกับการนอนอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ คือ 5.การจำกัดการนอน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาที่ใช้บนเตียงและรักษาคุณภาพของนาฬิกาชีวภาพไว้ ซึ่งจะใช้ในกรณีที่นอนไม่หลับ เช่น ถ้าหากไม่สามารถหลับได้ภายใน 20 นาที ให้ลุกออกจากเตียงและกลับมานอนใหม่อีกครั้งเมื่อรู้สึกง่วงเท่านั้น แม้ผลลัพธ์จากการอดนอนจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าในคืนถัดไป แต่หลังจากที่นิสัยการนอนเริ่มดีขึ้น เวลาในการนอนก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตาม

อาหารและโภชนาการเพื่อการนอนหลับ

การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนควบคุมความหิวในร่างกาย เช่น เลปติน (Leptin) หรือฮอร์โมนความอิ่มที่ทำหน้าที่บอกสมองว่าร่างกายอิ่มแล้ว ซึ่งการนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะมีผลต่อการลดลงของฮอร์โมนเลปติน ทำให้ความหิวเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการอดนอนยังนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนความหิว หรือเกรลิน (Ghrelin) ทำให้คนที่อดนอนมักอยากกินของว่างเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เพราะร่างกายต้องการรักษาระดับพลังงานให้สูงขึ้น

นอกจากนี้ การกินอาหารยังมีผลต่อคุณภาพการนอนทั้งในเชิงบวกและลบ โดยอาหารที่แนะนำว่าควรกินและควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้  

1.ควบคุมปริมาณอาหารมื้อเย็น การเข้านอนโดยที่ท้องอิ่มมากไปอาจทำให้รู้สึกอึดอัดและอาจทำให้อาหารไม่ย่อย ในทางกลับกัน หากกินน้อยเกินไป อาจทำให้รู้สึกหิวตอนนอนได้

2.งดการกินไขมันและโปรตีนในปริมาณมากช่วงมื้อค่ำ เพราะอาหารที่มีไขมันสูงจะใช้เวลาย่อยนาน ส่วนโปรตีนจะกระตุ้นการผลิตสารเคมีในสมองที่ทำให้รู้สึกตื่นตัว ในทางกลับกันการกินคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารเคมีในสมองที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับ

3.โอเมก้า 3 สามารถพบในปลา ถั่วและเมล็ดพืช มีส่วนช่วยในการควบคุมนาฬิกาชีวภาพภายในร่างกาย โดยโอเมก้าจะมีผลต่อการปล่อยฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ

4.ควบคุมปริมาณคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ หากเป็นคนดื่มกาแฟเป็นประจำ อาจไม่ส่งผลต่อการนอนมากนัก แต่อย่างไรก็ตามคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ยังสามารถรบกวนการนอนในช่วงที่หลับลึกที่สุดได้ 5.อย่าดื่มของเหลวมากเกินไปในตอนเย็น เพราะจะทำให้กระเพาะปัสสาวะเต็มจนรบกวนการนอนหลับ ดังนั้น ควรเลือกดื่มในปริมาณมากตอนระหว่างวันแทนการดื่มในตอนกลางคืน

การออกกำลังกายกับการนอน

โดยปกติช่วงเช้ามักเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะเป็นเวลาที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และมีพลัง แต่การออกกำลังกายในตอนเย็นหรือเวลาอื่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายคือเวลาที่รู้สึกดีและสะดวกที่สุด ซึ่งรูปแบบการออกกำลังกายในตอนเย็นขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคน ถ้าหากเป็นคนที่อยากออกกำลังกายและมีเป้าหมายคือการได้พักผ่อนจากวันที่เหนื่อยล้า อาจลองเลือกเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ หรือสไตล์ที่มีความเข้มข้นต่ำ เช่น โยคะ พิลาทิส การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือการเดินสบายๆ ที่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายขึ้นและอาจส่งผลดีต่อการนอนหลับ

การนอนหลับเปรียบเสมือนน้ำพุแห่งความเยาว์วัย ช่วยให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนเพื่อซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลต่อรูปร่าง ผิวพรรณและประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีความกระฉับกระเฉงเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟในการใช้ชีวิต