BDMS Wellness Clinic และ ศรีพันวา ต่อยอดความร่วมมือ ผสานเวชศาสตร์ป้องกันกับการพักผ่อนระดับลักชูรีอย่างลงตัว

9 กันยายน 2569 เวลา 12:00 น.

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ร่วมกับ โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ จัดงาน Longevity Conversation by the Sea พร้อมเปิดตัวโปรแกรม ‘BDMS Wellness Clinic x    Sri panwa The Holistic Wellness Retreat’ ต่อยอดการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนระยะสั้น สู่ประสบการณ์การดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อสานต่อสู่การใช้ชีวิตในระยะยาว ปักหมุดภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสระดับโลก เตรียมความพร้อมรับมหกรรม Global Wellness Summit ในเดือนพฤศจิกายน 2569

ในงานได้รับเกียรติจาก นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นายแพทย์เกียรติภูมิ สายไทย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน คลินิกสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู BDMS Wellness Clinic แพทย์หญิงอติยา รุ่งแจ้ง ผู้อำนวยการคลินิก BDMS Wellness Clinic ภูเก็ต และนางสาวกมลชนก โชติสมิทธิ์กุล ผู้อำนวยการอาวุโส       ฝ่ายการตลาด BDMS Wellness Clinic และ BDMS Silver เข้าร่วมงาน ร่วมด้วย ก้อย – รัชวิน คงมาลัย นักแสดงและคุณแม่ผู้มีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างสมดุล แอน-มนัสนันท์ นาคลดา เทรนเนอร์มืออาชีพผู้อยู่เบื้องหลังการดูแลสุขภาพของคนดังมากมาย ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ที่หันมามุ่งมั่นในการเป็นเทรนเนอร์มืออาชีพ และหยก-ภักฐ์สนัน ธนมหาทวีกิจ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ณ YAYA ศรีพันวา ภูเก็ต

ในฐานะ Thailand Country Partner ของ Global Wellness Institute (GWI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 BDMS Wellness Clinic มุ่งมั่นขับเคลื่อนศักยภาพของประเทศไทยและภูเก็ตสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านเวลเนส (Wellness Destination) ระดับโลก ผ่านการนำองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness และเวชศาสตร์ป้องกันมาต่อยอดสู่ประสบการณ์การดูแลสุขภาพเชิงลึกที่เข้าถึงได้ในชีวิตจริง การสานต่อความร่วมมือกับศรีพันวาจึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านพันธมิตร เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย ด้วยการหลอมรวมวิทยาศาสตร์สุขภาพ การบริการ และการพักผ่อนระดับลักชัวรี เพื่อสร้างคุณค่าต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองพันธมิตรได้ร่วมพัฒนา ‘BDMS Wellness Clinic x Sri panwa The Holistic Wellness Retreat’ โปรแกรมเวลเนสรีทรีตที่หลอมรวมวิทยาศาสตร์สุขภาพเข้ากับการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว ณ แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในทำเลที่งดงามและเงียบสงบที่สุดของเกาะภูเก็ต รายล้อมด้วยพูลวิลล่าที่มองเห็นทัศนียภาพของทะเลอันดามัน โดยผสานการตรวจวิเคราะห์สุขภาพในระดับเซลล์ โภชนาการเฉพาะบุคคล เวชศาสตร์ฟื้นฟู และกิจกรรมการบำบัดครบวงจร เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ปัจจุบันนักเดินทางให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากขึ้น การพักผ่อนจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนบรรยากาศ   แต่ควรเป็นโอกาสในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างมีความหมาย ศรีพันวามีจุดแข็งด้านทำเล ความเป็นส่วนตัว ธรรมชาติ และการบริการระดับลักชัวรี เมื่อนำมาผสานกับองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness และเวชศาสตร์ป้องกันของ BDMS Wellness Clinic จึงเกิดเป็น Wellness Retreat ที่ออกแบบให้เหมาะกับสุขภาพและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ขณะเดียวกัน ภูเก็ตมีความพร้อมทั้งด้านธรรมชาติ การบริการ และมาตรฐานการดูแลสุขภาพ จึงมีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness และ Longevity ระดับโลก โดยเฉพาะในปีที่ภูเก็ตได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Wellness Summit 2026  ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของภูเก็ตและประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”

ผสานการพักผ่อนกับเวชศาสตร์ป้องกันเฉพาะบุคคลอย่างลงตัว

นางสาวกมลชนก โชติสมิทธิ์กุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และบีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ กล่าวว่า “ความสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง BDMS Wellness Clinic และศรีพันวาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเปิดให้บริการคลินิกเฉพาะทางภายในพื้นที่โรงแรมอย่างเต็มรูปแบบในปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มลูกค้าลักชัวรีและนักเดินทางทั่วโลกมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เป็นมากกว่าการพักผ่อน เราจึงต่อยอดความร่วมมือสู่โปรแกรม ‘The Holistic Wellness Retreat’ เพื่อสร้างมิติใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ผสาน Scientific Wellness เข้ากับการบริการและการพักผ่อนระดับลักชัวรีของศรีพันวาได้อย่างลงตัว”

นายแพทย์เกียรติภูมิ สายไทย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน คลินิกสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู BDMS Wellness Clinic กล่าวว่า “Scientific Wellness เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจสุขภาพของแต่ละบุคคลผ่านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แพทย์จะพิจารณาผลการประเมินสุขภาพร่วมกับวิถีชีวิตและเป้าหมายของผู้เข้าพัก เพื่อให้เห็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความเครียด คุณภาพการนอนหลับ สมดุลฮอร์โมน และสุขภาพในระยะยาว ก่อนนำข้อมูลมาออกแบบแนวทางดูแลเฉพาะบุคคล ทั้งด้านโภชนาการ การเคลื่อนไหว การฟื้นฟู และการเสริมสารอาหารที่เหมาะสม เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการรู้ผลตรวจ แต่คือการเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพให้เป็นแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน”

The Holistic Wellness Retreat ได้รับการออกแบบให้เป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีให้เลือกทั้งระยะเวลา 4 วัน 3 คืน และ 7 วัน 6 คืน โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเปลี่ยนบรรยากาศหรือบรรเทาความเหนื่อยล้าในระยะสั้น แต่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ทำความเข้าใจสุขภาพของตนเองอย่างลึกซึ้ง เพื่อวางรากฐานสำหรับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โปรแกรมเริ่มต้นจากการประเมินสุขภาพเชิงลึกและการปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบแผนการดูแลให้สอดคล้องกับเป้าหมายสุขภาพของแต่ละบุคคล พร้อมรายงานสุขภาพส่วนบุคคลและคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้การดูแลสุขภาพระยะยาวดำเนินต่อไปได้แม้สิ้นสุดการเข้าพัก

แพทย์หญิงอติยา รุ่งแจ้ง ผู้อำนวยการคลินิก BDMS Wellness Clinic ภูเก็ต กล่าวว่า “จุดเด่นของโปรแกรม ‘The Holistic Wellness Retreat’ คือ การคำนึงถึงประสบการณ์ Health Journey แบบองค์รวม ครอบคลุมการปรึกษาแพทย์ การดูแลผิวพรรณ (Skin Radiance Treatment) การรับประทานอาหารเฉพาะบุคคลแบบฟูลบอร์ด กิจกรรม Mindfulness Sessions กิจกรรม Active Wellness กิจกรรม Thermal Sessions และประสบการณ์สปาในบรรยากาศอันเงียบสงบของศรีพันวา”                 สำหรับผู้เข้าร่วมงาน Global Wellness Summit 2026 ระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน 2569 BDMS Wellness Clinic และ ศรีพันวา พร้อมมอบประสบการณ์ ‘Scientific Wellness Retreat’ ในการดูแลสุขภาพเชิงลึกเฉพาะบุคคล ครอบคลุมการประเมินสุขภาพโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ รายงานผลสุขภาพส่วนบุคคล ตลอดจนแนวทางการดูแลตนเองเพื่อชีวิตที่ยืนยาว แข็งแรง และมีคุณภาพ ภายใต้ความเป็นส่วนตัวและการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของศรีพันวา

พี่ไปรฯ ปักหมุดงานวิ่งแห่งปี ‘Thailand Post EMS RUN 2026’ วิ่งผ่านแลนด์มาร์กกรุงเทพฯ พร้อมเหรียญรางวัลตัวอักษร E • M • S หนึ่งเดียวในโลก

9 กันยายน 2569 เวลา 11:57 น.

ใครยังไม่มีบิบ งานนี้ระวัง FOMO! ไปรษณีย์ไทยชวนนักวิ่งและสายแอคทีฟมาปักหมุดโค้งสุดท้าย “Thailand Post EMS RUN 2026” ไปรฯ ให้ถึงทุกก้าวมีความหมาย งานวิ่งครั้งแรกฉลอง 40 ปี บริการส่งด่วน EMS เตรียมออกสตาร์ตพร้อมกัน วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ณ ไปรษณีย์กลาง กับ THE EMS SIGNATURE ROUTE เส้นทางพิเศษที่ชวนวิ่งตามรอยประวัติศาสตร์ไปรษณีย์ไทย ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมกิจกรรมและของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อเฉพาะวาระ 40 ปีครั้งนี้

สนามจริงเปิดให้พี่นักวิ่งเลือกพิชิตได้ตามสไตล์ ทั้งระยะ 2.5K ปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05:30 น. ระยะ 5K ปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05:10 น.  และ 10K  ปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05:00 น. โดยมีจุด START–FINISH ณ ไปรษณีย์กลาง ก่อนพาออกไปสัมผัสเมืองในเช้าวันวิ่ง ผ่านแลนด์มาร์กอย่าง วงเวียนตลาดน้อย สถานีรถไฟหัวลำโพง วัดมังกรกมลาวาส วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

เตรียมพบกับไฮไลต์สำคัญเพื่อนักสะสมกับเหรียญรางวัลตัวอักษร E • M • S พร้อม iStamp แสตมป์ส่วนตัวหนึ่งเดียวในโลกจากรูปใบหน้าของผู้สมัคร รวมถึงประสบการณ์ที่เชื่อมบริการของไปรษณีย์ไทยเข้ากับงานวิ่ง ตั้งแต่ Race Pack ที่จัดส่งด้วย EMS ไปจนถึง e-Certificate ประกาศนียบัตรการแข่งขันวิ่งอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยืนยันความถูกต้องโดย e-Timestamp ของไปรษณีย์ไทย พร้อม AI Face Recognition, AR Photo Experience และ Stamp Passport ให้ทุกก้าวในสนามมีทั้งเรื่องการวิ่งและโมเมนต์ความประทับใจให้เก็บกลับบ้าน โดยผู้ที่สนใจสามารถเลือกวิ่งได้ทั้งแบบ Virtual Run สะสมระยะทาง 40 กิโลเมตร วิ่งได้ทุกที่ทั่วโลก พร้อมเสื้อวิ่งดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟโทนขาว–แดง–น้ำเงิน E-BIB และ E-Certificate โดยเปิดรับสมัครทางเว็บไซต์ ThaiRun ถึงวันที่ 22 กันยายน 2569 และส่งผลวิ่งได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

ผู้ที่สนใจวิ่งจริง สามารถลงทะเบียนได้แล้วผ่านเว็บไซต์ ThaiRun ตั้งแต่วันนี้ – 15 กันยายน 2569 มี 3 ระยะทางคือ 2.5 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร โดยมีกำหนดการจัดงานในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 04:00  – 08:00 น. ณ ไปรษณีย์กลาง รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) จังหวัดราชบุรี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ThailandPostEMSRUN2026

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด X : @Thailand_Post ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post และ ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel

เปิดตัว 30 สาวงามร่วมกิจกรรมเก็บตัวก่อนลุ้นมงกุฎ ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2569’

9 กันยายน 2569 เวลา 11:53 น.

เปิดโฉมหน้าเรียบร้อยแล้วสำหรับผู้เข้าประกวด นางสาวถิ่นไทยงาม 2569″ ในโอกาสฉลองการประกวดครบ 76 ปี โดยสาวงามที่ผ่านด่านรอบสัมภาษณ์ทั้ง 30 คนได้เข้าพิธีรับสายสะพาย โดยได้รับเกียรติจาก ปนัดดา ชุติโกมล  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลัก พร้อมด้วย สินีนารถ เองตระกูล และ ธัญญาเรศ เองตระกูล เป็นผู้มอบสายสะพาย

เหล่า 30 สาวงามได้ผ่านรอบสัมภาษณ์  โดยมี แอนดรูว์ กรเศก และ  แพม – สุชานุช ธรรมวงศ์  ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินรอบคัดเลือก หลังจากนั้นได้ร่วมกิจกรรมพร้อมกันด้วยการเข้าเยี่ยมชมและถ่ายทำ VTR ในอาณาจักรเอสพาร์ค รังสิต (ESC Park) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวหลัก  โดยบรรยากาศการถ่ายทำ VTR เป็นไปอย่างสนุกสนาน

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 16-21 กันยายน ผู้เข้าประกวดจะได้ร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่จะให้ประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ กิจกรรมของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เปิดโอกาสให้สาวงามได้ลองคิด วิเคราะห์ และเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ถ่ายทอดเรื่องประกันภัยให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน, เยี่ยมชมบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด (AAB) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกลุ่ม EA และ กลุ่ม NEX Point ดำเนินธุรกิจผลิตและประกอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทุกประเภ , กิจกรรมเวิร์คช็อป เรียนรู้เรื่องราวน่าสนใจ จากผลิตภัณฑ์จากชุมชน ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และเครือข่ายบริษัทรู้รักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และสนุกกับกิจกรรมจากบริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด, BB Care และ Pet Planet รักนี้มีหาง

รอบตัดสินในปีนีัจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ล้านนา” ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 ณ โรงแรม เอส พาร์ค โฮเต็ล (ESC Park Hotel) รังสิต ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามลุ้นเหล่าสาวงามได้ที่แฟนเพจ FB: นางสาวถิ่นไทยงาม

ทุกก้าวคือการให้ งานวิ่งแห่งปี ‘ROAD TO GIVE’ โดยแมริออท กลับมาอีกครั้งที่เขาหลัก เดือนตุลาคม 2569

9 กันยายน 2569 เวลา 11:48 น.

โรงแรมและรีสอร์ตในเครือแมริออท อินเตอร์เนชันแนล ประจำพื้นที่เขาหลัก ร่วมกันจัดงานวิ่งการกุศลประจำปี Road to Give เขาหลัก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 ณ หาดแหลมปะการัง จังหวัดพังงา เพื่อเชิญชวนพนักงาน ผู้เข้าพัก พันธมิตรทางธุรกิจ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป ร่วมออกกำลังกาย พร้อมส่งต่อโอกาสและความช่วยเหลือสู่เด็กและชุมชนในท้องถิ่น

ปีนี้นับเป็นโอกาสพิเศษที่ แมริออท อินเตอร์เนชันแนล ครบรอบ 99 ปี ของการดำเนินธุรกิจทั่วโลก โรงแรมในเครือแมริออทในภูมิภาคอันดามันจึงร่วมกันจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญดังกล่าวผ่านพลังแห่งการให้ และสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่ชุมชนในจังหวัดพังงา

ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกสมัครได้ทั้งประเภท Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยแบ่งรุ่นการแข่งขันตามช่วงอายุและเพศ นอกจากนี้ยังมีรูปแบบ วิ่งเสมือนจริง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมงาน ณ สถานที่จริง รวมถึง แพ็กเกจวีไอพี สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมสนับสนุนกิจกรรมการกุศลเพิ่มเติม

งาน Road to Give เขาหลัก ประจำปี 2569 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ จดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา เลอ เมอริเดียน เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา และแมริออท เวเคชัน คลับ แอท เขาหลัก บีช รีสอร์ท สานต่อความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 723 คน พร้อมด้วยพนักงานในเครือแมริออทกว่า 100 คน และพันธมิตรผู้สนับสนุนกว่า 20 องค์กร สามารถระดมทุนได้มากกว่า 140,000 บาท เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ต้องการการสนับสนุน

รายได้สุทธิจากการจัดงานในปีนี้จะมอบให้แก่ มูลนิธิบ้านธารน้ำใจประเทศไทย และบ้านดอนบอสโกเพื่อเด็กและเยาวชน บางสัก จังหวัดพังงา เพื่อสนับสนุนการดูแล พัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กในชุมชนท้องถิ่น

“Road to Give สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมองค์กรของแมริออทที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนชุมชน และสร้างคุณค่าร่วมกัน” กล่าวโดย คุณอบิมันยู ซิงห์ (Abhimanyu Singh) ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคภาคใต้ ประเทศไทย “ในโอกาสครบรอบ 99 ปีของแมริออท อินเตอร์เนชันแนล เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ร่วมกับพนักงาน ผู้เข้าพัก พันธมิตร และชาวชุมชนในเขาหลัก พร้อมร่วมกันสนับสนุนองค์กรที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับชีวิตของเด็ก ๆ ในพื้นที่อย่างแท้จริง”

ค่าสมัครวิ่งประเภท 5 กิโลเมตร ราคา 350 บาท และ 10 กิโลเมตร ราคา 450 บาท โดยผู้สมัครจะได้รับเสื้อวิ่ง หมายเลขนักวิ่ง เหรียญที่ระลึกหลังเข้าเส้นชัย และอาหารภายในงาน พิเศษสำหรับแพ็กเกจวีไอพี ราคา 1,500 บาท สามารถเลือกเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งระยะ 5 หรือ 10 กิโลเมตร พร้อมรับเสื้อที่ระลึกเพิ่มเติม

นักวิ่งที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในแต่ละประเภทจะได้รับ ถ้วยรางวัล และบัตรกำนัลห้องพักจากโรงแรมในเครือแมริออท ขณะที่ผู้เข้าเส้นชัยทุกคนจะได้รับเหรียญ Road to Give เขาหลัก 2569 รุ่นพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดสะสมจากกิจกรรม Road to Give ในจุดหมายปลายทางต่าง ๆ เพื่อสะท้อนถึงพลังแห่งการเดินทาง และการให้ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลอันงดงามของหาดแหลมปะการัง งานวิ่งการกุศลครั้งนี้เปิดต้อนรับทั้งนักวิ่ง ผู้รักสุขภาพ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น โดยนอกจากจะเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแล้ว Road to Give ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในการดูแลชุมชน ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี และสร้างผลกระทบเชิงบวกในพื้นที่ที่พนักงาน และชุมชนร่วมอาศัยอยู่

รายละเอียดกิจกรรม

  • ชื่อกิจกรรม: Road to Give เขาหลัก 2569
  • วันจัดงาน: วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569
  • สถานที่จัดงาน: หาดแหลมปะการัง เขาหลัก จังหวัดพังงา
  • ประเภทการแข่งขันและค่าสมัคร: ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกสมัครได้ในประเภทฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 350 บาท หรือมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ค่าสมัคร 450 บาท นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจวีไอพี ราคา 1,500 บาท รวมถึงประเภทวิ่งเสมือนจริง (Virtual Run) สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้าร่วมกิจกรรม ณ สถานที่จัดงาน
  • วันปิดรับสมัคร: 20 กันยายน 2569
  • องค์กรสาธารณกุศลที่ได้รับการสนับสนุน: มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ ประเทศไทย และบ้านดอนบอสโกเพื่อเด็กและเยาวชน บางสัก จังหวัดพังงา
  • การรับเสื้อ และหมายเลขนักวิ่ง: วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ถึง 20.00 น. ณ เจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา หรือบริการจัดส่งทางไปรษณีย์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรับด้วยตนเอง

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://soft.events/run/road-to-give-khaolak-2026

ICS Lifestyle Complex ชวนชมนิทรรศการ ‘BLUE IN A BURNING WORLD’ โดย PSP.27 ศิลปินเจ้าของคาแรกเตอร์ ‘PRED’ ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 20 กันยายน 2569

9 กันยายน 2569 เวลา 11:32 น.

เมื่อโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง ความขัดแย้ง และวิกฤตการณ์รอบด้าน เรายังสามารถรักษาความเป็นตัวตนของเราไว้ได้อย่างไร? คำถามนี้ถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD” ผลงานล่าสุดของ PSP.27 ศิลปินเจ้าของคาแรกเตอร์ “PRED” (เป็ด) ที่ชวนผู้ชมมองโลกในมุมที่แตกต่าง ผ่านตัวละครสีน้ำเงินผู้เปรียบเสมือน “สีเย็น” ท่ามกลางโลกที่กำลังร้อนแรง จัดแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรก ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 1 ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม

“BLUE IN A BURNING WORLD” ถ่ายทอดเรื่องราวของโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงทั้งจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวและความรู้สึกภายในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อม ความขัดแย้ง ความรุนแรง ความกลัว ตลอดจนกระแสข้อมูลที่หลั่งไหลอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมี “PRED” ตัวละครสีน้ำเงินเป็นเสมือนผู้สังเกตการณ์ที่เดินทางผ่านภูมิทัศน์ของโลกสมัยใหม่ และเผชิญหน้ากับเรื่องราวและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่สะท้อนความซับซ้อนของสังคม

สิ่งที่ทำให้ PRED แตกต่าง คือแทนที่จะตอบสนองต่อโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายด้วยความหวาดกลัว ตัวละครกลับเลือกแสดงออกผ่านบุคลิกที่กวน ขบขัน ดื้อรั้น และเปี่ยมด้วยพลังชีวิต กลายเป็นมุมมองอีกด้านที่ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามว่า ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองตามไปด้วยหรือไม่ หรือเรายังสามารถเลือกที่จะเป็นตัวของตัวเองได้

สำหรับ PSP.27 “Blue” จึงไม่ได้หมายถึงเพียงความเศร้าหรือความสงบ แต่ยังเป็นตัวแทนของจินตนาการ ความหวัง และอิสรภาพในการมองโลกจากมุมที่แตกต่าง ขณะที่ “Burning World” ไม่ได้สะท้อนเพียงวิกฤตการณ์ภายนอก หากยังหมายถึงโลกภายในของมนุษย์ที่ต้องเผชิญกับความกดดัน ความโกรธ ความวิตกกังวล และความไม่แน่นอน

นิทรรศการครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งนำเสนอคำตอบหรือวิธีแก้ไขปัญหาของโลก หากแต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้หยุดมองความเปลี่ยนแปลงรอบตัว และหันกลับมาสำรวจความรู้สึกของตัวเอง ผ่านผลงานและเรื่องราวของ PRED พร้อมตั้งคำถามว่า “เมื่อโลกกำลังลุกไหม้ เรายังเลือกจะเป็นสีอะไร?” เพราะบางครั้ง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของโลก การยังคงรักษาตัวตนที่แท้จริงของเราไว้ อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราสามารถเลือกรักษาไว้ได้

ร่วมสัมผัสนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD” และออกเดินทางไปกับ PRED เพื่อค้นหาคำตอบในแบบของคุณเอง ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ณ ชั้น 1 ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม

‘Hello Again’ เที่ยวเลยให้หายคิดถึง โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย ชวนแพ็กกระเป๋ากลับมาเช็กอินเมืองเลย เสิร์ฟห้องพัก 699 บาท พร้อม Mini Breakfast

9 กันยายน 2569 เวลา 11:25 น.

โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย ในเครือฟอร์จูน โฮเทล กรุ๊ป บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ชวนเช็กอินเมืองเลย เมื่อปลายฝนเริ่มส่งสัญญาณเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว จังหวัดเลยกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายที่น่าแพ็กกระเป๋าออกเดินทางอีกครั้ง ทั้งธรรมชาติ ภูเขา คาเฟ่ และเสน่ห์ของเมืองที่เหมาะกับการพักใจในวันสบาย ๆ โรงแรมฟอร์จูน ดี เลย (Fortune D Loei) เปิดตัวโปรโมชั่น “Hello Again!” เที่ยวเลยให้หายคิดถึง ชวนคนรักการเดินทางกลับมาเช็กอินเมืองเลยอีกครั้ง กับห้องพัก Superior Room ราคา 699 บาทต่อคืน พร้อม Mini Breakfast จองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569

“Hello Again!” จับจังหวะการเดินทางช่วงปลายฝนต้นหนาว ช่วงเวลาที่เมืองเลยเริ่มกลับมาคึกคักและมีเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะกับทั้งทริปพักผ่อนสั้น ๆ ในวันหยุด การออกไปสัมผัสธรรมชาติ เที่ยวคาเฟ่ หรือเดินทางมาทำธุรกิจ โดย Fortune D Loei เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่พักที่ช่วยให้การวางแผนทริปง่ายขึ้น ด้วยทำเลที่สะดวก ห้องพักที่ตอบโจทย์การพักผ่อน และราคาที่เข้าถึงง่าย

ภายใต้โปรโมชั่นนี้ ผู้เข้าพักสามารถเลือกพัก Superior Room ในราคา 699 บาทต่อคืน พร้อม Mini Breakfast เพื่อเติมพลังก่อนออกไปใช้เวลาตลอดวันกับเมืองเลย เหมาะกับนักเดินทางที่มองหาที่พักคุ้มค่า คล่องตัว และพร้อมเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ รอบเมือง
โปรโมชั่น “Hello Again!” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569 จำนวนห้องพักในราคาพิเศษมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด

สำรองห้องพักและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโรงแรมฟอร์จูน ดี เลยโทร. 042 036 630-35Line Official Account: @fortunedloei

ศิริราช ผนึก MIT เปิดเวทีกลางวิชาการนานาชาติ ถกบทบาท AI เพื่อยกระดับสุขภาพประชาชน

9 กันยายน 2569 เวลา 09:15 น.

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT Hacking Medicine สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศจัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 ภายใต้ธีม “Agentic Healthcare: ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” (Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine) พร้อมเปิดเวทีกลางทางวิชาการ ให้นักวิจัยจากสถาบันชั้นนำระดับโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกาและจีน ได้ร่วมอภิปรายบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ต่อการยกระดับสุขภาพของประชาชน เผยกระแสตอบรับล้นหลาม โดยได้รับใบสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติทั่วโลก

นักวิจัยนานาชาติอภิปรายบทบาท AI ต่อสุขภาพของประชาชน

จุดเด่นของปีนี้ คือการเปิดเวทีกลางทางวิชาการ ให้นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์จากสถาบันชั้นนำหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอภิปรายร่วมกันว่า เทคโนโลยีจะช่วยยกระดับสุขภาพของประชาชนได้อย่างไร โดยมีผู้ร่วมอภิปรายจาก MIT, Stanford และ Harvard อาทิ Prof. Eric Grimson จาก MIT ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์และการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ และ Prof. Dr. Michael V. McConnell จาก Stanford University School of Medicine ผู้ค้นพบ “McConnell’s Sign” และมีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันโรคหัวใจกว่า 25 ปี และจาก Tsinghua University และ Peking University อาทิ Prof. Yang Liu จาก Tsinghua University ผู้ร่วมสร้าง AI Agent Hospital แห่งแรกของโลก และ Asst. Prof. Shenda Hong จาก National Institute of Health Data Science มหาวิทยาลัยปักกิ่ง นักวิจัยด้าน AI เพื่อสุขภาพที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสาร NEJM AI

(ที่ 2 จากซ้าย) : ศ. พญ.ธนัญญา บุณยศิรินันท์, ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช, ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล  และคณะทำงาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026

“ศิริราชตั้งใจให้เวทีนี้เป็นเวทีกลางทางวิชาการ ที่นักวิจัยจากสถาบันชั้นนำทั่วโลกมาร่วมอภิปรายกันบนพื้นฐานของหลักฐานและองค์ความรู้ ว่าเทคโนโลยีจะช่วยยกระดับสุขภาพของประชาชนได้อย่างไร ทั้ง MIT, Stanford, Harvard, Tsinghua และ Peking การที่แพทย์ นักวิจัย และผู้ประกอบการไทยได้รับฟังมุมมองที่หลากหลายในห้องเดียวกัน คือประโยชน์ที่แท้จริงของการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน” ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

Agentic Healthcare: เมื่อ AI ไม่ได้แค่ทำนาย แต่เริ่มลงมือทำ

ธีมของงานปีนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเทคโนโลยี จากเดิมที่ปัญญาประดิษฐ์ทำหน้าที่ “ทำนาย” ความเสี่ยงหรือแนวโน้มของโรค มาสู่ระบบที่สามารถวางแผนและ “ลงมือปฏิบัติ” ในกระบวนการดูแลผู้ป่วยได้จริง คำถามสำคัญจึงเปลี่ยนจาก “เทคโนโลยีทำได้หรือไม่?” ไปสู่คำถามที่ว่า “จะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด และใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย?” ซึ่งประเด็นนี้จะถูกขยายความในเวิร์กชอป “LLM-athon” วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นำโดย Dr. Leo Anthony Celi จาก MIT Laboratory for Computational Physiology และ Harvard Medical School สะท้อนข้อจำกัดสำคัญของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ว่า คำถามทางคลินิกเดียวกันเมื่อถามด้วยภาษาที่ต่างกัน อาจได้รับคำตอบที่ต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและความเท่าเทียมทางสุขภาพ (Health Equity) โดยเฉพาะในประเทศที่ใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ไม่ใช่อีเวนต์ 5 วัน แต่คือระบบนิเวศน์ที่เดินต่อได้ทั้งปี

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี (2568–2570) กับ MIT Hacking Medicine เพื่อจัดงานประชุมวิชาการและ Hackathon ด้านนวัตกรรมระบบสุขภาพในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน” (ASEAN Health Innovation Hub) และความร่วมมือดังกล่าวขยายผลสู่ “Si x MIT BeyondHack” ซึ่งเปิดโอกาสให้ทีมศิษย์เก่าจาก Hackathon ปีก่อน ๆ ที่ยังพัฒนาผลงานต่อเนื่อง กลับมานำเสนอผลงานต่อผู้เชี่ยวชาญจาก MIT และกลุ่มนักลงทุน โดยในปีนี้มีทีมสมัครเข้าร่วมแล้วถึง 20 ทีม ทีมที่ชนะจะได้เข้าร่วม BeyondHack Accelerator ซึ่งเป็นการทำงานอย่างเข้มข้นร่วมกับ MIT เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พร้อมโอกาสหารือกับนักลงทุน ก่อนขึ้นนำเสนอรอบชิงชนะเลิศ ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 2570 นอกจากนี้ ผู้ชนะจากการแข่งขัน Hackathon ยังจะได้รับ “Golden Tickets” เพื่อเข้าร่วม MIT Grand Hack ณ เมืองบอสตัน โดยศิริราชมูลนิธิ ครอบคลุมค่าเดินทาง ที่พัก และค่าลงทะเบียนทั้งหมด

MIT: จากสุดสัปดาห์ในกรุงเทพฯ สู่ตลาดโลก

ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา MIT Hacking Medicine ได้จัดการแข่งขัน Hackathon มาแล้วมากกว่า 200 ครั้ง ในกว่า 30 ประเทศ ก่อให้เกิดบริษัทมากกว่า 100 แห่ง ซึ่งระดมทุนรวมกันได้มากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยศิษย์เก่าที่โดดเด่น ได้แก่ PillPack (Amazon ซื้อกิจการมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ), RubiconMD (Oak Street Health ซื้อกิจการมูลค่า 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ Overjet.ai

“หลายสถาบันอยากจัด Hackathon แต่มีน้อยรายที่สร้างสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ศิริราชทำสำเร็จ ทีมที่ก่อตัวขึ้นในหนึ่งสุดสัปดาห์ที่กรุงเทพฯ วันนี้มีเส้นทางที่ทอดยาวไปถึงห้องนำเสนอในบอสตัน เส้นทางนี้ไม่เคยมีมาก่อนเมื่อสามปีที่แล้ว และขณะนี้เราเริ่มเห็นบริษัทจากโครงการ Siriraj x MIT Hacking Medicine เตรียมระดมทุนและขยายสู่ตลาดโลกแล้ว” Mr. Zen Chu ผู้อำนวยการ MIT Hacking Medicine Initiative และ Harvard-MIT Health Sciences & Technology Program กล่าว

งาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ การแข่งขัน Hackathon ระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2569 ณ โรงพยาบาลศิริราช ใน 2 หัวข้อหลักคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Diseases) และโรคมะเร็ง (Oncology) พร้อมการแข่งขันนำเสนอผลงาน BeyondHack ในวันที่ 18 ตุลาคม ต่อด้วย Workshop Day วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ณ Knowledge Exchange Center (KX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และการประชุมวิชาการหลัก วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ

บัตรเข้าร่วมการประชุมวิชาการ วันที่ 20 ตุลาคม แบ่งเป็น นักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา 5,000 บาท บัตร Early Bird 10,000 บาท และบัตรทั่วไป 15,000 บาท ส่วนบัตร Workshop Day วันที่ 19 ตุลาคม แบ่งเป็น นักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา 1,000 บาท บัตร Early Bird 1,500 บาท และบัตรทั่วไป 2,000 บาท ทั้งนี้บัตร Early Bird จำหน่ายถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เท่านั้น

งาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยผู้สนับสนุนระดับ Diamond ได้แก่ InterSystems ธนาคารกรุงไทย (KTB) และมูลนิธิ ดร.พงษ์ศักดิ์ ฮุ่นตระกูล และนางนนทนา ธนบัตรชัย (PNF) ผู้สนับสนุนระดับ Platinum ได้แก่ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ Thanes Group พร้อมด้วยผู้สนับสนุนระดับ Gold อีก 10 ราย ทั้งนี้ ผู้สนับสนุนที่อยู่กับโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย PNF สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เมืองไทยประกันชีวิต Berlin Pharma และ PT ส่วนผู้ที่สนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ได้แก่ InterSystems, iNT, KX, DataOne Asia และ Earthshine ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ http://www.sirirajxmithackmed.com

นีเวีย ฉลอง 100 ปีในไทย เจาะลึก ‘ผิวคนไทย’ สู่การดูแลแบบเฉพาะเจาะจงด้วย Skin Science

9 กันยายน 2569 เวลา 08:34 น.

นีเวีย (NIVEA) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก ภายใต้บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของนีเวียในประเทศไทย ประกาศทิศทางการเติบโตในบทต่อไป ภายใต้แนวคิด “NIVEA is for Skin” มุ่งนำองค์ความรู้ด้าน Skin Science และความเข้าใจผู้บริโภคมาพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สภาพผิว ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของคนไทยที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ตลอดหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ความแข็งแกร่งของนีเวียไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการเป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมายาวนาน แต่เกิดจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวไปพร้อมกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละยุค จาก NIVEA Creme ผลิตภัณฑ์ไอคอนิกในตลับสีน้ำเงินที่กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของการดูแลผิว สู่พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมการดูแลผิวในหลากหลายด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใส ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย ตลอดจนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใต้วงแขนและริมฝีปาก เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างและซับซ้อนขึ้น

ความสามารถในการรักษาความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์เดิมควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ยังสะท้อนผ่านการเติบโตของแบรนด์ โดยในปี 2025 เพียงปีเดียว ผลิตภัณฑ์ไอคอนสามารถดึงดูดผู้บริโภครายใหม่ได้ถึง 2.6 ล้านคนทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ แก้ปัญหาผิว และสร้างผลลัพธ์ที่ผู้บริโภครับรู้ได้จริง ยังคงสามารถครองใจผู้บริโภคและเติบโตได้อย่างยั่งยืน แม้จะอยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน

วราพร ลิขิตจรรยากุล

วราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “100 ปีของนีเวียในประเทศไทยมีความหมายกับเรามากกว่าเรื่องระยะเวลา เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความไว้วางใจที่ผู้บริโภคไทยส่งต่อให้กับนีเวียจากรุ่นสู่รุ่น และความไว้วางใจนั้นทำให้เราต้องไม่หยุดพัฒนา สำหรับนีเวีย การเป็นแบรนด์ที่อยู่มายาวนานจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเรายังสามารถเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไร และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตของเขาได้จริง

วันนี้ความต้องการในการดูแลผิวมีความหลากหลายและเฉพาะเจาะจงขึ้นอย่างมาก ผู้บริโภคไม่ได้มองหาผลิตภัณฑ์เพียงเพราะเนื้อสัมผัสหรือคุณประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่งอีกต่อไป แต่ต้องการทั้งประสิทธิภาพ ความรู้สึกขณะใช้ ความเหมาะสมกับสภาพอากาศและไลฟ์สไตล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง นี่คือเหตุผลที่เรานำ Skin Science มาผสานกับความเข้าใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านผิวให้เป็นนวัตกรรมที่เข้าถึงได้และสร้างผลลัพธ์ที่ผู้บริโภครับรู้ได้จริง

เจาะลึก “ผิวคนไทย” สู่การดูแลแบบเฉพาะเจาะจงด้วย Skin Science

เมื่อมองที่ Demand Space ของตลาด Body Care ในประเทศไทย จะเห็นว่าความต้องการหลักของผู้บริโภคอยู่ที่เรื่อง Even Tone หรือผิวกระจ่างใส ซึ่งมีสัดส่วนถึง 74% ของตลาด ขณะที่อีก 26% เป็นความต้องการด้านการเติมความชุ่มชื้น หรือ Moisture สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังขยับจากการดูแลผิวขั้นพื้นฐาน ไปสู่การมองหาผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยเฉพาะการมีผิวที่ดูกระจ่างใสและมีสีผิวสม่ำเสมอ ในฐานะผู้นำด้านการดูแลผิว เราจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งสองด้าน ทั้งการมอบความชุ่มชื้นอย่างมีประสิทธิภาพ และการดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน 32% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องผิวแห้ง โดยปัญหาเกิดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละบริเวณของร่างกาย ตั้งแต่แขน ลำตัว ต้นขา ขาช่วงล่าง ไปจนถึงแผ่นหลังและมือ สะท้อนว่าความต้องการด้าน Moisturization และการเสริมความแข็งแรงให้ Skin Barrier ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริโภคไทย แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนและมีความชื้นสูงก็ตาม

สำหรับนีเวีย ความเข้าใจดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มีเพียงสูตรเดียวหรือเนื้อสัมผัสแบบเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่ NIVEA Creme เนื้อครีมเข้มข้นสำหรับการบำรุงผิวแห้งกร้าน NIVEA Body Milk สำหรับการเติมความชุ่มชื้นในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ในรูปแบบโลชั่นและเซรั่มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคซึ่งต้องการประสิทธิภาพในการบำรุงควบคู่กับสัมผัสที่บางเบาและเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน

จากตลับสีน้ำเงิน สู่ Moisturizing Serum สะท้อนแนวคิด “ไม่หยุดพัฒนา”

ล่าสุด นีเวียต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Moisturization ด้วยการเปิดตัว NIVEA Skin Refining Body Serum นวัตกรรมมอยส์เจอไรซิ่งเซรั่มตัวแรกของนีเวีย ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภคที่ต้องการการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น แต่ไม่ต้องการความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ โดยมาพร้อมเนื้อเซรั่มบางเบา ซึมซาบไว และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวยาวนาน

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสะท้อนแนวทางของนีเวียในการมองนวัตกรรมจากความต้องการของผู้บริโภคเป็นจุดตั้งต้น มากกว่าการยึดติดกับรูปแบบผลิตภัณฑ์เดิม โดยนำองค์ความรู้ด้านผิวมาพัฒนาเป็นเนื้อสัมผัส สูตร และประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกับ Modern Lifestyle มากขึ้น

Next 100 Years: ไม่หยุดเรียนรู้ ไม่หยุดเข้าใจผิว

สำหรับบทต่อไปของนีเวีย บริษัทมองว่าอนาคตของการดูแลผิวจะมีความ เฉพาะบุคคลมากขึ้น จากความแตกต่างด้านสภาพผิว อายุ สภาพแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ และความคาดหวังของผู้บริโภค ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตจำเป็นต้องก้าวไปไกลกว่าการตอบโจทย์คุณประโยชน์พื้นฐาน และสามารถนำ Skin Science มาใช้เพื่อทำความเข้าใจและแก้ปัญหาผิวได้ลึกและตรงจุดยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน นีเวียยังคงยึดแนวทางสำคัญในการทำให้นวัตกรรมการดูแลผิวที่มีคุณภาพ เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง โดยมองว่าประสิทธิภาพ คุณภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า จะยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่

 “100 ปีที่ผ่านมา เราสร้างความไว้วางใจด้วยการอยู่เคียงข้างและเข้าใจผู้บริโภคไทย ส่วน 100 ปีข้างหน้า หน้าที่ของเราคือการรักษาความไว้วางใจนั้นด้วยการ ไม่หยุดเรียนรู้ ไม่หยุดพัฒนา และไม่หยุดเข้าใจผิว ไม่ว่าตลาด เทคโนโลยี หรือไลฟ์สไตล์จะเปลี่ยนไปอย่างไร ‘ผิว’ จะยังคงเป็นหัวใจของทุกสิ่งที่นีเวียทำ ภายใต้แนวคิด NIVEA is for Skin และเราจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และเข้าถึงผู้บริโภค เพื่อดูแลผิวของคนไทยต่อไปในอีก 100 ปีข้างหน้า” วราพร กล่าวทิ้งท้าย

LIFE & HEALTH : เรียนรู้..เมื่อถูกหลอกออนไลน์ ต้องติดต่อใคร

9 กันยายน 2569 เวลา 06:05 น.

เมื่อเกิดภัยออนไลน์ ไม่ว่าจะถูกหลอกซื้อสินค้า หลอกลงทุน หลอกทำงานออนไลน์ หรือถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไป โดยเฉพาะเมื่อเงินถูกโอนไปแล้ว เพราะมิจฉาชีพอาจเคลื่อนย้ายเงินต่อผ่านบัญชีม้าหลายทอดอย่างรวดเร็ว ทำให้การติดตามเส้นทางเงินและนำเงินกลับคืนยากขึ้น ผู้เสียหายจึงควรหยุดการโอนเงินและหยุดให้ข้อมูลเพิ่มเติมทันที พร้อมเก็บหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น สลิปการโอน เลขบัญชีและชื่อบัญชีปลายทาง เบอร์โทรศัพท์ ข้อความสนทนา LINE หรือ Social Media, URL เว็บไซต์ อีเมล รวมถึงวันและเวลาที่เกิดเหตุ โดยไม่ควรลบข้อความหรือประวัติการสนทนา เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นหลักฐานสำคัญต่อการติดตามเส้นทางเงินและการดำเนินคดี

ดร. ศศมน มันทะเล

ข้อมูลจาก ดร. ศศมน มันทะเล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด (Anypay) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางด้านฟินเทค (Fintech) และระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำว่า เมื่อถูกหลอกออนไลน์ ช่องทางสำคัญที่ประชาชนควรรู้จักมี 3 ช่องทาง ได้แก่ AOC 1441, Thai Police Online และ 1212 ETDA ซึ่งแต่ละช่องทางมีหน้าที่แตกต่างกันและควรเลือกใช้ให้ตรงกับสถานการณ์

  1. ติดต่อศูนย์ AOC 1441 — เมื่อถูกหลอกให้โอนเงิน

หากถูกหลอกให้โอนเงิน ควรรีบติดต่อ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC) สายด่วน 1441 และธนาคารของตนเองโดยเร็ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการระงับธุรกรรมและติดตามเส้นทางเงิน เป้าหมายสำคัญในช่วงแรกคือการ ตัดเส้นทางเงินก่อนที่เงินจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีอื่น เพราะเมื่อเงินถูกกระจายผ่านบัญชีหลายทอด การติดตามและระงับเงินย่อมมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น การแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสในการลดความเสียหาย จากข้อมูลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแสดงให้เห็นถึงปริมาณของปัญหา โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 25 กรกฎาคม 2568 AOC 1441 มีสายโทรเข้า 1,943,612 สาย หรือเฉลี่ย 3,070 สายต่อวัน และมีการระงับบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง 793,714 บัญชี หรือเฉลี่ย 1,254 บัญชีต่อวัน เมื่อจำแนกตามประเภทคดี พบว่าการหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการมีจำนวนบัญชีที่ถูกระงับสูงที่สุด 250,911 บัญชี หรือร้อยละ 31.62 รองลงมาคือการหลอกหารายได้พิเศษ 179,921 บัญชี หรือร้อยละ 22.67 การหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 119,923 บัญชี และการหลอกลงทุน 108,683 บัญชี (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, 2568) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าอาชญากรรมออนไลน์จำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นจากเรื่องซับซ้อน แต่เกิดจากกิจกรรมใกล้ตัว เช่น การซื้อสินค้า การสมัครงาน การหารายได้เสริม หรือการลงทุนออนไลน์

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดเจนคือ “โทร 1441 แล้วเรื่องยังไม่จบ” การระงับธุรกรรมในช่วงแรกเป็นมาตรการชั่วคราว โดยสถาบันการเงินสามารถระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องได้ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้เสียหายต้องรีบแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจสามารถประสานสถาบันการเงินให้ระงับธุรกรรมต่อได้อีก 7 วัน สำหรับการสืบสวนสอบสวนและพิจารณาดำเนินการออกหมายอายัดต่อไป ทั้งนี้ “การระงับธุรกรรม” แตกต่างจาก “การอายัด” โดยการอายัดเป็นการดำเนินการตามหมายของพนักงานสอบสวน และมีระยะเวลาตามที่พนักงานสอบสวนกำหนด หากผู้เสียหาย ไม่แจ้งความภายในกรอบเวลาที่กำหนด การระงับธุรกรรมชั่วคราวจะสิ้นสุดลงเมื่อครบระยะเวลา เนื่องจากไม่มีการดำเนินการทางคดีเพื่อรองรับการระงับต่อ ดังนั้น การโทร 1441 จึงไม่ได้หมายความว่าเงินจะถูกอายัดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด เพราะ “การระงับธุรกรรมชั่วคราว” และ “การอายัดตามหมายของพนักงานสอบสวน” เป็นคนละขั้นตอนทางกฎหมาย หลักสำคัญที่ควรจำคือ “โทร 1441 เพื่อเร่งหยุดเส้นทางเงิน และต้องแจ้งความให้ทันเพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป”

  1. แจ้งความคดีออนไลน์ — Thai Police Online

เมื่อแจ้งเหตุเกี่ยวกับเส้นทางเงินแล้ว ขั้นตอนสำคัญอีกประการคือ การเข้าสู่กระบวนการทางคดี ผู้เสียหายสามารถแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อพนักงานสอบสวน หรือแจ้งผ่านระบบ Thai Police Online ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทางออนไลน์ ซึ่งช่วยให้ผู้เสียหายสามารถเริ่มต้นกระบวนการรับแจ้งความทางออนไลน์ได้ โดยเฉพาะกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วหลังถูกหลอก ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุเช่นกันว่า หลังจากติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรมแล้ว ผู้เสียหายควรแจ้งความอย่างรวดเร็วภายใน 72 ชั่วโมงผ่านช่องทางรับแจ้งความออนไลน์หรือสถานีตำรวจ เพื่อให้ตำรวจสามารถประสานธนาคารขยายการระงับและดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป ซึ่งก่อนแจ้งความ ผู้เสียหายควรเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วนมากที่สุด เช่น วันและเวลาที่เกิดเหตุ จำนวนเงิน สลิปการโอน เลขบัญชีต้นทางและปลายทาง ชื่อเจ้าของบัญชี เบอร์โทรศัพท์ LINE ID หรือบัญชี Social Media ที่เกี่ยวข้อง URL เว็บไซต์ อีเมล และภาพหน้าจอการสนทนา หากมีการโอนเงินหลายครั้ง ควรจัดเรียงรายการตามวัน เวลา และจำนวนเงิน เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถเห็นลำดับเหตุการณ์และเส้นทางธุรกรรมได้ชัดเจนขึ้น สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรลบข้อความหรือ Block คู่สนทนาก่อนเก็บหลักฐานทั้งหมด แม้จะทราบแล้วว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะข้อมูลบางส่วนอาจมีประโยชน์ต่อการสืบสวน

อีกเรื่องที่ควรระวังคือ การถูกหลอกซ้ำหลังเกิดเหตุ เนื่องจากผู้เสียหายมักอยู่ในภาวะกังวลและต้องการได้เงินคืนโดยเร็ว จึงอาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ที่แอบอ้างเป็นตำรวจ ทนายความ หรือเจ้าหน้าที่ที่สามารถ “ติดตามเงินคืน” หรือ “ช่วยปลดบัญชี” ได้ แล้วเรียกเก็บค่าดำเนินการเพิ่มเติม ผู้เสียหายจึงควรเข้าสู่เว็บไซต์ของหน่วยงานทางการด้วยตนเอง และหลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS, LINE หรือ Social Media โดยไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มา

  1. ปัญหาออนไลน์ — ปรึกษา 1212 ETDA

ไม่ใช่ทุกปัญหาออนไลน์จะเริ่มต้นด้วยการสูญเสียเงิน หากประสบปัญหาจากการซื้อขายออนไลน์ เว็บไซต์ผิดกฎหมาย Call Center หรือ SMS หลอกลวง การหลอกลงทุน การหลอกทำงานออนไลน์ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานออนไลน์ สามารถติดต่อ ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ 1212 ETDA หรือที่ https://1212.etda.or.th ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขอคำแนะนำหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ บทบาทของ 1212 จึงครอบคลุมปัญหาออนไลน์ในวงกว้าง ขณะที่กรณีที่ โอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการติดต่อ 1441 และธนาคารก่อน เพื่อเร่งดำเนินการกับเส้นทางการเงิน ข้อมูลของ ETDA ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2568 ศูนย์ 1212 ETDA รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 39,112 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 3,754 เรื่อง หรือ ร้อยละ 10.62 โดยปัญหาซื้อขายออนไลน์มีจำนวนสูงที่สุด 14,238 เรื่อง หรือร้อยละ 36.40 รองลงมาคือเว็บไซต์ผิดกฎหมาย 12,793 เรื่อง หรือร้อยละ 32.71 นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2,407 เรื่อง และปัญหาเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม 2,203 เรื่อง (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, 2569) สถิติดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหาการซื้อขายออนไลน์ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ และสามารถเกิดขึ้นได้กับประชาชนทั่วไปในกิจกรรมประจำวัน

ดังนั้น 1441, Thai Police Online และ 1212 ETDA จึงมีบทบาทแตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออนไลน์ หากมีการโอนเงินให้มิจฉาชีพแล้ว ควรรีบติดต่อ AOC 1441 และธนาคารเพื่อระงับเส้นทางเงิน จากนั้นต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือผ่าน Thai Police Online ภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ส่วนกรณีปัญหาการซื้อขายหรือปัญหาออนไลน์อื่นๆ สามารถขอคำปรึกษาจาก 1212 ETDA ได้

หลักง่ายๆ ที่ควรจำคือ “หยุด – เก็บ – โทร – แจ้ง” หยุดโอนเงินและให้ข้อมูลเพิ่มเติม เก็บหลักฐานทุกอย่าง โทร 1441 และธนาคารทันที และแจ้งความให้เร็วที่สุด เพราะในอาชญากรรมออนไลน์ ความรวดเร็วในการแจ้งเหตุและเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องมีผลโดยตรงต่อโอกาสในการระงับเส้นทางเงิน ติดตามทรัพย์สิน และลดความเสียหายของผู้เสียหาย

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

คุณแหน : 9 กันยายน 2569

9 กันยายน 2569 เวลา 02:00 น.

ll กษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงยืนยันว่า เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซักเซกส์ ยังทรงเป็นพระสมาชิกแห่งพระราชวงศ์วินด์เซอร์แต่มิได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการ ดังนั้น พระกรณียกิจใด ๆ ของทั้งสองพระองค์จึงเป็นเรื่องส่วนตัวมิได้เกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์ พระราชสถานะของทั้งสองพระองค์จึงใกล้เคียงประชาชนทั่วไป

ll 7-11 กันยายน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย ไปงานพระบรมศพ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ในระหว่างที่อนุทินไม่อยู่เมืองไทยก็มอบหมายให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และ รมว. คลังรับงานพิจารณางบประมาณแผ่นดิน วาระ 2-3 แทน

ll ขอแสดงความยินดีกับศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทั้ง 12 คน จากสาขาต่าง ๆ คือ วรรณศิลป์ ได้แก่ ไมตรี ลิมปิชาติ และ ศิวกานท์ ปทุมสูติ สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ,พรธรรม ธรรมวิมูล ,ชัยโรจน์ มหาดำรงค์กุล และ พีระพงษ์ ดวงแก้ว สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ ศ. กิตติคุณ ดร. สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ,ณัฐ ยนตรรักษ์ ,วิชัย ปุญญะยันต์ ,อังคนางค์ ศิริมณี ,ตรึก ปลอดฤทธิ์ และ สมศักดิ์ ทัดติ

ll ผศ. ดร. ศิริรัตน์ ณ ระนอง คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ขอเชิญร่วมงาน 60 ปี มูลนิธิโครงการตำราฯ วันที่ 11 กันยายน เวลา 13.00-16.30 น. ณ ห้องริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ งานนี้ ส. ศิวรักษ์ จะแสดงปาฐกถา ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กับมูลนิธิโครงการตำราฯ

ll กองทัพบกฝากข่าวโครงการพลทหารอาสาโดยสมัครใจ รับจำนวน 18,784 นาย อยู่ในโครงการ 4 ปี สามารถเลือกหน่วยและผลัดได้ทั่วประเทศ เงินเดือนเริ่มต้น 12,090 บาท และค่าตอบแทนพิเศษอีก 2,880 บาท เมื่อปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะได้โควต้าสอบนักเรียนนายสิบทหารบก และโควต้าทหารกองประจำการ ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th หรือสมัครด้วยตนเองในหน่วยทหารสังกัดกองทัพบกรวม 221 หน่วย และที่สำนักงานสัสดีอำเภอ สำนักงานสัสดีจังหวัด เริ่ม 10 กันยายนนี้ ถึง 24 มกราคม 2570 

ll ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับ สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร และลูกๆ ดวงภัทร-ณพาภรณ์-พลวุฒิ-พัชรวิภา  โพธิรัตนังกูร ที่สูญเสียหัวหน้าครอบครัว ร.ท.ชุติภัทร โพธิรัตนังกูร จากไปเมื่อวันเสาร์  5 ก.ย.เวลา 18.46 น. ตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่บ้านเลขที่ 10/9 สุขุมวิท 28 วันอังคาร 8 ก.ย.-วันจันทร์  14 ก.ย.เวลา 18.00 น.และจะฌาปนกิจ วันอังคาร 15 ก.ย.เวลา 17.00 น.เมรุวัดธาตุทอง พระอารามหลวง(เมรุหน้า) ..เจ้าภาพของดรับพวงหรีด

Victor Lee