ดีอี – ดีป้า ประกาศความสำเร็จโครงการ Coding Thailand 2026 ปั้นเยาวชน-ครูทั่วประเทศสู่นวัตกรดิจิทัลรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอนาคตด้วย Coding และ AI

9 กันยายน 2569 เวลา 15:54 น.

กระทรวงดีอี – ดีป้า ประกาศความสำเร็จโครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน Coding และ AI สำหรับเยาวชนไทยจากทั่วประเทศ เผยมีเยาวชนและครูจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 12,000 คน ผ่านการเรียนและทดสอบความรู้จนได้ตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรม 3,224 คนจาก 806 ทีมร่วมกิจกรรมการแข่งขันระดับภูมิภาค ก่อนคัดเลือก 210 ทีมเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะและพัฒนาผลงานในระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมบนเวที National Coding & AI Competition รอบชิงชนะเลิศ รับ 112 รางวัล พร้อมทุนการศึกษา และทุนสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล รวมมูลค่ากว่า 27 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพเยาวชนไทยในการนำ Coding และ AI มาสร้างสรรค์นวัตกรรม และประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาในสังคม

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานงานแถลงความสำเร็จและมอบรางวัลแก่เยาวชนและทีมผู้ชนะการแข่งขัน National Coding & AI Competition รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ กิจกรรมการแข่งขันภายใต้โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future โดยภายในงานมี ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ดีป้า และผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เครือข่ายพันธมิตร ครู และนักเรียน เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง ณ MCC Hall ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

ดร.ศุภกร กล่าวว่า การพัฒนากำลังคนดิจิทัลถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ ดีป้า ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเยาวชนให้มีทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบัน Coding และ AI ไม่ได้เป็นเพียงทักษะเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานด้านเทคโนโลยี แต่ยังเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียน การทำงาน การประกอบธุรกิจ ตลอดจนการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยความสำเร็จของโครงการ Coding Thailand 2026 ไม่ได้วัดจากจำนวนผลงานหรือรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การมองเห็นปัญหา การตั้งโจทย์ การออกแบบแนวทางแก้ไข การเลือกประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอผลงาน ซึ่งสามารถช่วยยกระดับทักษะด้านเทคโนโลยี และทักษะสำคัญอื่น ๆ สำหรับโลกการทำงานในอนาคต

“ดีป้า ต้องการให้เยาวชนไทยมอง Coding และ AI เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์โอกาสและคุณค่า ไม่ใช่เพียงการเขียนโปรแกรมหรือการใช้งานเทคโนโลยี แต่สามารถนำองค์ความรู้มาต่อยอดเป็นนวัตกรรม แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมได้ พร้อมกันนี้ยังต้องการให้เยาวชนไทยเติบโตไปเป็นกำลังคนที่มีทั้งความรู้ด้านเทคโนโลยี ความคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการปรับตัว ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในอนาคต” รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 มีนักเรียน-ครูสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 12,000 คน จากทั่วประเทศ ซึ่งมีกว่า 1,500 ทีม จาก 800 สถานศึกษา สมัครเข้าแข่งขันและได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้และต่อยอดผลงาน ตั้งแต่การเรียนรู้พื้นฐานด้าน Coding และ AI ผ่านหลักสูตรออนไลน์ CodingThailand.co กว่า 30 หลักสูตร ก่อนเข้าสู่กิจกรรม Regional Coding & AI Competition เพื่อคัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาคใน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อุบลราชธานี ขอนแก่น พิษณุโลก เชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา และภูเก็ต โดยมีเยาวชนและครูจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม 3,224 คนจาก 806 ทีม ซึ่งได้ผ่านเวิร์คช็อปเข้มข้น 3 วัน 2 คืน พร้อมพัฒนาผลงานต้นแบบ จากนั้นคัดเลือก 210 ทีมจากทุกภูมิภาคเข้าสู่กิจกรรม Coding & AI Incubation และ Coding & AI Mentoring เพื่อพัฒนาศักยภาพและผลงานอย่างเข้มข้น พร้อมรับคำแนะนำจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม

สำหรับทีมที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 210 ทีม จาก 167 สถานศึกษา 59 จังหวัด ได้นำความรู้ด้าน Coding, AI, AIoT และ Robotics รวมถึงทักษะด้านธุรกิจและ Soft Skills มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมดิจิทัล ภายใต้กรอบแนวคิด 4 ด้าน ได้แก่ Smart Industry, Green Innovation, Health & Well-Being และ Creative Economy เพื่อนำมาประชันกันในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศในกิจกรรม National Coding & AI Competition โดยมีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 112 รางวัล ประกอบด้วย


• Best of the Best จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ ทีม SUN Kids จากโรงเรียนอนุบาลแสงอรุณ จังหวัดนครปฐม
• Platinum Prize จำนวน 15 รางวัล ได้แก่
ระดับประถมศึกษา
– ทีม Coding SF ST จากโรงเรียนแสงทองวิทยา จังหวัดสงขลา
– ทีม SUN Kids จากโรงเรียนอนุบาลแสงอรุณ จังหวัดนครปฐม
– ทีม alpha avenger จากโรงเรียนสอนดี (ประชารัฐอนุสรณ์) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
– ทีม IAB Al-Khwarizmi จากโรงเรียนอิบนูอัฟฟานบูรณวิทย์ จังหวัดปัตตานี
– ทีม ส้มสายน้ำผึ้งฝาง จากโรงเรียนวัดนันทาราม จังหวัดเชียงใหม่
ระดับมัธยมศึกษา
– ทีม AKAT NEXUS จากโรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา จังหวัดสกลนคร
– ทีม iHaveOngOr จากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
– ทีม dsdekerror จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กรุงเทพฯ
– ทีม อดีตคือบทเรียน จากโรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ กรุงเทพฯ
– ทีม JaJyJu จากโรงเรียนโฮลี่เมรี่อุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
ระดับอาชีวศึกษา
– ทีม ANT_TC67 จากวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ
– ทีม AirStep จากวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
– ทีม Hello world จากวิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
– ทีม ทีมห์ จากสถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพฯ
– ทีม WIC.AI_Gen จากวิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับรางวัล Gold Prize, Silver Prize , Bronze Prize รวม 90 รางวัล รวมถึงPopular Vote และรางวัลพิเศษ รวม 6 รางวัล ครอบคลุมเยาวชนทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษาจากสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในการแข่งขัน National Coding & AI Competition จะได้รับทุนการศึกษา และทุนสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล รวมมูลค่ากว่า 27 ล้านบาท

โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future ยังได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดย AIS ACADEMY ร่วมสนับสนุนหลักสูตรพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI ผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัด โดย บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมทุนสนับสนุนให้กับทีมที่คว้ารางวัล Best of the Best รางวัลระดับ Platinum รวมถึงรางวัลพิเศษ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ สถานที่จัดงาน พร้อมสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับการแข่งขัน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การสนับสนุนคูปองการเรียนรู้ ‘Leadership, Communication & Mindset in AI Projects’ จาก TRUE DIGITAL ACADEMY เอไอเอ ประเทศไทย สนับสนุนงบประมาณให้กับโรงเรียนในโครงการอย่างต่อเนื่อง และ Ericsson Thailand ร่วมสนับสนุนโครงการ พร้อมด้วยเครือข่ายภาคเอกชนและภาคการศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Arduino, Floino, Nowawise, Exdream, Intel, Meta, Microsoft, Pumpkin, SCB Academy และ Xtool ที่ร่วมสนับสนุนโครงการด้วยเป้าหมายเดียวกันคือ การส่งเสริมทักษะและความรู้ด้าน Coding และ AI แก่เยาวชนและสร้างกำลังคนดิจิทัล เพื่อเป็นกําลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เยาวชนที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับประเทศ National Coding & AI Competition ภายใต้โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future ยังได้รับโอกาสต่อยอดสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ หลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล (CEDT) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , สาขาวิศวกรรมไอโอทีและสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง , คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา , วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ,คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยพะเยา ฯลฯ ได้ให้การยอมรับเวทีการแข่งขันระดับประเทศของโครงการ Coding Thailand 2026 ในฐานะเวที การันตีความสามารถของเยาวชนในระดับประเทศ เพื่อพิจารณาคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เป็นไปตามคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่แต่ละสถาบันการศึกษากำหนด

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการต่อยอดศักยภาพของเยาวชนด้าน Coding และ AI สู่การศึกษาระดับอุดมศึกษา ต่อยอดการพัฒนาทักษะเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของประเทศ
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future ได้ที่ Facebook Page: depa Thailand และ CodingThailand by depa

รพ.พระรามเก้า ร่วม HMA 2026 Hospital Tour เปิดบ้านแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเครือข่ายโรงพยาบาลระดับภูมิภาค

9 กันยายน 2569 เวลา 15:43 น.

โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลเจ้าภาพ จัดกิจกรรม Hospital Tour ภายใต้งาน Hospital Management Asia 2026 (HMA 2026) เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารจาก Singapore General Hospital (SGH) และผู้เข้าร่วม HMA 2026 จากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการบริหารโรงพยาบาล การออกแบบบริการ ประสบการณ์ผู้ป่วย และเทคโนโลยี พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลในพื้นที่จริง

Hospital Management Asia (HMA) เป็นเวทีด้านการบริหารจัดการโรงพยาบาลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เชื่อมโยงผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากทั่วเอเชีย โดย HMA 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ในวาระครบรอบ 25 ปี ภายใต้แนวคิด “25 Years of Impact: Leading Change that Delivers” พร้อมกิจกรรม Hospital Tour ก่อนและหลังการประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการดำเนินงานของโรงพยาบาลต่าง ๆ ผ่านประสบการณ์จริง

นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ  กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วม Hospital Tour พร้อมด้วยคณะผู้บริหารโรงพยาบาลพระรามเก้า นำโดย

      นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายพัฒนาธุรกิจและสำนักงานแผนยุทธศาสตร์,นพ.น๊อต เตชะวัฒนวรรณา รองกรรมการผู้อำนวยการ สายการแพทย์, ผศ.นพ.ก่อพงศ์ รุกขพันธ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายคุณภาพ และคุณขมาภรณ์ ธัมพิพิธ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายบัญชีและการเงิน ได้ร่วมถ่ายทอดภาพรวมการดำเนินงาน ทิศทางการพัฒนาองค์กร ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการแพทย์ ระบบบริการ คุณภาพ และเทคโนโลยี

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการแลกเปลี่ยน คือ PR9 Patient Experience Model ซึ่งนำแนวคิด Design Thinking มาพัฒนาเป็น Service Blueprint  โดยเริ่มนำร่องที่ศูนย์ Check Up ก่อนต่อยอดสู่ Smart Check-up และ Smart Hospital ภายใต้ 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ Decentralized, Personalized และ Seamless เพื่อเชื่อมการดูแลตั้งแต่ก่อนมาโรงพยาบาล ระหว่างรับบริการ ไปจนถึงการติดตามหลังการรักษา สะท้อนแนวคิดที่มอง Patient Experience เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพการดูแล ไม่ใช่เพียงประสบการณ์ด้านบริการ

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลพระรามเก้ายังได้นำเสนอทิศทางการพัฒนาองค์กรภายใต้ 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ Global Standard, World-class Hospitality, Efficiency with Collaboration และ Digital Transformation  พร้อมนำเสนอศักยภาพของโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ผ่าน 3 สถาบันทางการแพทย์และ 29 ศูนย์การแพทย์ ตลอดจนประสบการณ์การพัฒนาโรงพยาบาลสู่ Smart Hospital ระบบดูแลผู้ป่วยตลอดเส้นทางการรักษา (Smart Patient Journey) การพัฒนาบริการสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ (International Patient Services) และโครงการปลูกถ่ายไต (Kidney Transplant Program) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแล    ที่เชื่อมต่อและเหมาะสมกับความต้องการในแต่ละด้าน

นอกจากการแลกเปลี่ยนในห้องประชุม คณะผู้เข้าร่วมยังได้เยี่ยมชม Check-up Center ซึ่งนำ Service Design และระบบดิจิทัลมาใช้ ตั้งแต่ระบบบริหารการตรวจ ระบบคิวอัตโนมัติ ไปจนถึง Personal Health Record (PHR) เพื่อช่วยลดขั้นตอน ลดการใช้กระดาษ และลดความผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูลด้วยมือ รวมถึงเยี่ยมชมสถาบันรักษาความปวดและสร้างเสริมความเข้มแข็ง (Fix & Fit) ที่ให้บริการด้านการดูแลรักษาอาการปวดเรื้อรังที่พบบ่อยในแต่ละช่วงอายุของคนยุคปัจจุบัน ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพและเทคโนโลยีด้านการฟื้นฟู

การเข้าร่วม HMA 2026 Hospital Tour ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสของโรงพยาบาลพระรามเก้าในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเครือข่ายโรงพยาบาลในภูมิภาค พร้อมนำประสบการณ์และแนวคิดที่ได้รับมาต่อยอดการพัฒนาระบบบริการและคุณภาพการดูแลผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป ปั้น ‘The Secret Gems’ เรียลลิตี้เครื่องประดับ แซ่บไม่แพ้รายการอาหาร

9 กันยายน 2569 เวลา 15:07 น.

บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการคอนเทนต์ไทย ด้วยการผลิตรายการ “The Secret Gems เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย” รายการเรียลลิตี้ในรูปแบบการแข่งขัน ภายใต้แนวคิด “เปิดประกายคุณค่าที่ซ่อนอยู่ สู่เวทีโลก” มุ่งพัฒนาศักยภาพนักออกแบบ ช่างฝีมือ และผู้ประกอบการ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นโอกาสในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย เพื่อก้าวสู่ตลาดโลก

กิติกร เพ็ญโรจน์

นายกิติกร เพ็ญโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า รายการ The Secret Gems เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย เกิดจากความตั้งใจที่จะทำให้จิวเวลรี่เป็นเรื่องที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น เพราะอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงามหรือความหรูหรา แต่เต็มไปด้วยเรื่องของไอเดีย ดีไซน์ ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสในการสร้างธุรกิจ เราจึงอยากให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า จิวเวลรี่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้เข้ามาโชว์ศักยภาพ ทั้งในฐานะนักออกแบบ ช่างฝีมือ หรือผู้ประกอบการ และสามารถนำไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างแบรนด์ และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางการตลาดให้กับธุรกิจไทย

สำหรับการผลิตรายการ เฮลิโคเนียได้นำความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ Reality Competition โดยเฉพาะรายการอาหารที่สร้างสีสันและความสนุกให้กับผู้ชม มาต่อยอดสู่โลกของแฟชั่นและจิวเวลรี่ เพื่อให้ “The Secret Gems” แตกต่างจากการนำเสนอเรื่อง  อัญมณีและเครื่องประดับในรูปแบบเดิม ๆ ที่อาจดูเฉพาะกลุ่มหรือเป็นสารคดีเชิงความรู้ แต่ครั้งนี้เฮลิโคเนียตั้งใจเติม “ความแซ่บ” และความเข้มข้นแบบเรียลลิตี้ลงไป ให้เรื่องจิวเวลรี่กลายเป็นคอนเทนต์ที่สนุก ลุ้น มีสีสัน มีการแข่งขัน และมีเซอร์ไพรส์ พร้อมถ่ายทอดทั้งความสามารถ คาแรกเตอร์ และมุมคิดของผู้เข้าแข่งขัน ให้ผู้ชมได้ร่วมลุ้นไปกับทุกโจทย์ ทุกการตัดสินใจ และทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามแข่งขัน

การแข่งขันจะเข้มข้นตั้งแต่ Main Challenge โจทย์สร้างสรรค์ประจำสัปดาห์ ไปจนถึง Mini Challenge ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้เข้าสู่ “Secret Room” เพื่อเลือกอัญมณีและวัสดุที่ต้องการก่อนคู่แข่ง เพิ่มความได้เปรียบและสร้างสีสันให้กับเกมการแข่งขัน ทำให้ผู้เข้าแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องฝีมือ แต่ต้องใช้ทั้งไอเดีย การวางแผน การแก้เกม และการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน โดยผู้ที่สามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลงานที่มีโอกาสไปต่อในตลาดระดับสากล จะเป็นผู้คว้าตำแหน่งสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย ร่วมเฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยในรายการเรียลลิตี้ “The Secret Gems” ไปพร้อมกัน เริ่มออกอากาศวันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เวลา 17.00–18.00 น. ทางช่อง 7HD จำนวน 8 ตอน ผลิตโดยบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป

Miss International Queen® 2026 เปิดฉากฉลอง 20 ปี ต้อนรับ 27 สาวทรานส์จากทั่วโลก

9 กันยายน 2569 เวลา 15:03 น.

การเดินทางครั้งใหม่ของเวทีแห่งความเท่าเทียมระดับโลกเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อ Miss International Queen® 2026 เปิดฉากเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปี       พร้อมต้อนรับผู้เข้าประกวดสาวทรานส์เจนเดอร์จาก 27 ประเทศทั่วโลกเปิดโอกาสให้สู่ประเทศไทยในงาน THE WELCOME AND SASH CEREMONY ณ SCBX NEXT TECH ชั้น สยามพารากอน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความตื่นเต้น สีสัน และมิตรภาพจากตัวแทนสาวงามที่เดินทางมาพร้อมเรื่องราว ความฝัน และพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

การประกวดในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Evolving Legacy: Empower Every Voice”  สะท้อนพัฒนาการตลอดกว่า 2 ทศวรรษของ Miss International Queen จากเวทีที่เริ่มต้นด้วยการสร้างพื้นที่แห่งการมองเห็นและการยอมรับให้กับผู้หญิงทรานส์ สู่แพลตฟอร์มระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้แสดงความสามารถ ถ่ายทอดเรื่องราว และใช้เสียงของตนเองขับเคลื่อนประเด็นที่มีความหมายต่อสังคม

อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน

อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวด Miss Tiffany’s Universe และ Miss International Queen กล่าวว่า “ตลอดเวลากว่า 20 ปี Miss International Queen เติบโต     และพัฒนาไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม จากจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงทรานส์     ได้แสดงตัวตนและได้รับการยอมรับ วันนี้เราต้องการเปิดพื้นที่ให้พวกเธอได้รับการมองเห็นในมิติที่กว้างและลึกยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความสามารถ ความคิด ศักยภาพ และคุณค่าที่แต่ละคนสามารถสร้างให้แก่สังคม แนวคิด ‘The Evolving Legacy: Empower Every Voice’ จึงเป็นการต่อยอดคุณค่าที่เรายึดมั่นมาตลอดให้สอดคล้องกับโลกในวันนี้ บนความเชื่อที่ว่าทุกคนล้วนมีเสียงที่ควรได้รับการรับฟัง  ในโอกาสนี้  Miss International Queen ยังมุ่งส่งต่อพลังแห่ง Thailand Pride สู่สายตาชาวโลก พร้อมสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางแห่ง Pride ระดับโลก ประเทศที่เปิดกว้าง ให้คุณค่ากับความแตกต่าง และพร้อมเป็นพื้นที่ที่ทุกตัวตนสามารถแสดงศักยภาพและเปล่งประกายได้อย่างภาคภูมิ”

ปัจจุบัน Miss International Queen® Organization เดินหน้าขยายเครือข่าย National Licensees  อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมประเทศไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และประเทศอื่น ๆ โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรในแต่ละประเทศเพื่อเปิดโอกาสให้สาวทรานส์เจนเดอร์ได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดเรื่องราว และมีส่วนร่วมกับประเด็นทางสังคมภายใต้บริบทของแต่ละพื้นที่

วิทย์ ศิริเวชกุล

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมต้อนรับผู้เข้าประกวด  โดย ชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมต้อนรับผู้เข้าประกวดจาก 27 ประเทศสู่ประเทศไทย พร้อมชวนสัมผัสเสน่ห์ของประเทศไทย ผ่านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประสบการณ์การท่องเที่ยวตลอดเส้นทางการแข่งขัน

“ในนามของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านสู่ประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประกวด Miss International Queen 2026 ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนงาน เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของเวทีซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียม การยอมรับ และความมั่นใจในการเป็นตัวตนที่แท้จริงของทุกคน เราหวังว่าผู้เข้าประกวดและผู้มาเยือนจากทั่วโลกจะได้สัมผัสไมตรีจิตของคนไทย เอกลักษณ์ความเป็นไทย และประสบการณ์อันน่าประทับใจที่สะท้อนเสน่ห์ของ Amazing Thailand สำหรับผู้เข้าประกวดทุกท่าน ผมขออวยพรให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ และความทรงจำอันงดงามจากประเทศไทย” ชูวิทย์  กล่าว

Midori Monét

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของงาน คือการต้อนรับ Midori Monét จากสหรัฐอเมริกา ผู้ครองตำแหน่ง Miss International Queen 2025 กลับสู่เวทีอีกครั้งพร้อมมอบสายสะพายให้แก่ผู้เข้าประกวดทั้ง 27 คน อย่างเป็นทางการ ก่อนเตรียมส่งต่อมงกุฎและบทบาทของ Miss International Queen ให้กับผู้ครองตำแหน่งคนใหม่ในปีนี้ Midori Monét กล่าวว่า “หนึ่งปีที่ผ่านมาทำให้ได้เรียนรู้ว่า การเป็น Miss International Queen มีความหมายมากกว่าการได้รับมงกุฎ เพราะเป็นโอกาสให้ได้แบ่งปันเรื่องราวและสิ่งที่เชื่อ พร้อมสร้างกำลังใจให้กับผู้คน สำหรับผู้เข้าประกวดทั้ง 27 คนในปีนี้ อยากให้ทุกคนใช้โอกาสที่ได้รับสร้างเส้นทางในแบบของตัวเอง เชื่อมั่นในตัวตน และใช้เสียงของตัวเองเพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่เชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากส่งต่อให้กับ Miss International Queen คนต่อไป”

The Reborn Crown สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงและการส่งต่อ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ The Reborn Crown ผลงานการออกแบบโดย God Diamonds ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ผีเสื้อ” สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงและอิสรภาพ โดยเพชรบนมงกุฎสื่อถึงความแข็งแกร่งและพลังจากภายใน ขณะที่ไข่มุกสะท้อนถึงปัญญา ความสง่างาม และคุณค่าที่เกิดจากประสบการณ์ชีวิต

The Reborn Crown จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของผู้ชนะ แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าของ Miss International Queen ที่ถูกส่งต่อจากผู้ครองตำแหน่งรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง โดยผู้ครองมงกุฎคนต่อไปจะเป็นผู้สานต่อบทบาทดังกล่าวผ่านเส้นทางและเรื่องราวในแบบของตัวเอง

หลังจาก The Welcome Ceremony ผู้เข้าประกวดทั้ง 27 ประเทศจะร่วมกิจกรรม The Journey of an Evolving Legacy ตลอดเดือนกันยายน เพื่อสัมผัสประเทศไทยผ่านศิลปะ วัฒนธรรม แฟชั่น หัตถศิลป์ และการเดินทาง รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมและสังคม โดยรอบตัดสินจะมีขึ้นวันที่ 19 กันยายน – The Crowning Finale ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา

ร่วมชมการถ่ายทอดสดและติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ของ Miss International Queen 2026 ตลอดเดือนกันยายนได้ที่ Live Streams YouTube: https://www.youtube.com/c/MissInternationalQueen   เว็ปไซต์: https://missinternationalqueen.com เฟสบุ้ค :https://www.facebook.com/MissInternationalQueen อินสตราแกรม :https://www.instagram.com/missinternationalqueen   ติ๊กต็อก :https://www.tiktok.com/@official.miq

Happitat ชวนไปเทศกาลหนังสือ ‘Once Upon A Book’ เปิดโลกแห่งเรื่องราวผ่านหนังสือน่าอ่าน งานศิลปะ เสียงดนตรี อาหาร

9 กันยายน 2569 เวลา 14:38 น.

Happitat (แฮปปี้แทท) จุดหมายปลายทางแห่งความสุข โดย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CP AXTRA) ชวนทุกคนมาเปิดโลกแห่งเรื่องราวในงาน “Once Upon A Book” เทศกาลหนังสือที่พาทุกคนออกเดินทางไปไกลกว่าหน้ากระดาษ ผ่านหนังสือน่าอ่าน งานศิลปะ เสียงดนตรี อาหาร และกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เปิดพื้นที่ให้คนรักหนังสือ ครอบครัว เด็กๆ รวมถึงคนรักงานอาร์ตและครีเอทีฟ ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง ท่ามกลางธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวของ Happitat ระหว่างวันที่ 4–13 กันยายน 2569 เวลา 10.00–22.00 น. ณ ชั้น 2 อาคาร Festie Town ที่ Happitat เข้าร่วมงานฟรี พร้อมเปิดพื้นที่แบบ Pet-Friendly ให้ทุกคนในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ได้มาใช้เวลาร่วมกัน

ภายในงานพบกับหลากหลายโซนและกิจกรรมที่ออกแบบมาให้ทุกคนได้ใช้เวลาและค้นพบเรื่องราวในแบบของตัวเอง เริ่มจาก Curated Books พื้นที่รวบรวมสำนักพิมพ์และร้านหนังสือกว่า 30 บูธ ครอบคลุมตั้งแต่วรรณกรรม หนังสือภาพ หนังสือเด็ก งานแปล หนังสือศิลปะ ไปจนถึงผลงานจากสำนักพิมพ์อิสระ ให้นักอ่านได้เลือกค้นหาเล่มโปรด พร้อมเปิดโลกไปพบกับเรื่องราวและมุมมองใหม่ๆ

พบกับสำนักพิมพ์และร้านหนังสือที่น่าสนใจ และกิจกรรม Book Swap อาทิ MATICHON BOOKS ที่นำหนังสือด้านประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และความคิดร่วมสมัยมาให้เลือกสรร AVOCADO BOOKS กับหนังสือวรรณกรรม ชีวิต สังคม และจิตวิทยา 10 MILLIMETRES สำหรับคนรัก Illustration / Graphic Novel และ Art Book รวมถึง FULLSTOP BOOKS กับหนังสือภาพ บันทึกการเดินทาง และ Visual Diary ที่จะชวนสายอาร์ตและคนรักการเล่าเรื่องผ่านภาพมาใช้เวลาค้นหาแรงบันดาลใจไปด้วยกัน

สำหรับใครที่อยากให้หนังสือเล่มโปรดได้เดินทางต่อ พบกับ Book Swap พื้นที่แลกเปลี่ยนหนังสือที่เปิดโอกาสให้นักอ่านนำหนังสือที่รักมาส่งต่อให้กับเจ้าของคนใหม่ พร้อมเปิดบทสนทนา แลกเปลี่ยนเรื่องราว และสร้างมิตรภาพระหว่างเพื่อนนักอ่านผ่านหนังสือแต่ละเล่ม

Art & Craft Market พื้นที่รวบรวมผลงานจากศิลปินหลากหลายสาขา จากโลกของตัวอักษรเดินทางต่อสู่โลกแห่งงานสร้างสรรค์กับ Art & Craft Market ที่รวบรวมผลงานจากศิลปิน นักวาด นักออกแบบ และครีเอเตอร์หลากหลายสาขา ทั้ง Illustration / Art Print / Sticker / Postcard / Handmade / Lifestyle Goods ไปจนถึง Art Toy และของสะสม ให้ทุกคนได้เดินชม เลือกช้อป และนำงานสร้างสรรค์ชิ้นพิเศษกลับบ้าน

เติมเต็มอีกหนึ่งประสบการณ์ผ่านรสชาติที่ FOOD & CRAFT DRINKS  ซึ่งรวบรวมอาหาร ขนม เครื่องดื่ม และคราฟต์ดริงก์จากหลากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะคราฟต์เบียร์ที่หยิบวัตถุดิบท้องถิ่นจากหลายจังหวัดมาสร้างสรรค์เป็นรสชาติใหม่ๆ อาทิ Hop Zone จากสุรินทร์ ที่ผสานความหอมหวานของน้ำผึ้งธรรมชาติเข้ากับรสเปรี้ยวของมะขาม และ สละโสดจากตราด ที่นำสละ วัตถุดิบขึ้นชื่อประจำจังหวัด มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มรสชาติเป็นเอกลักษณ์ พร้อมอีกหลากหลายแบรนด์ให้เลือกลองตลอดงาน

สายกินยังได้พบกับร้านอาหารจากอินฟลูเอนเซอร์หลากหลายวงการ อาทิ ชินชิน ติ่มซำ แบรนด์ของ ภาคิน ตั้งฐานประเสริฐ อาจารย์ ผู้กำกับ และนักแสดง ที่นำเมนูติ่มซำมาเติมพลังระหว่างเดินชมงาน รวมถึง ชอบหมี่ไก่ฉีก แบรนด์จากสอง
อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว เจ้าของช่องที่มีผู้ติดตามกว่า 300,000 คน กับเมนูหมี่ไก่ฉีกรับประทานง่าย จะนั่งพักรับประทานภายในงานหรือถือไปพร้อมเดินค้นหาเรื่องราวบทต่อไปก็ได้

Creative Workshop ที่หมุนเวียนตลอด 10 วัน ครอบคลุมกิจกรรมสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เพียงแค่เดินชมและเลือกซื้อเท่านั้น Once Upon A Book ยังเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ลงมือสร้างเรื่องราวของตัวเองผ่าน Creative Workshop ที่หมุนเวียนตลอด 10 วัน ครอบคลุมกิจกรรมสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตั้งแต่งานคราฟต์ งานเพ้นท์ การทำของใช้ ไปจนถึงการสร้างสรรค์กลิ่นหอม ให้ผู้ร่วมงานได้ปลดปล่อยจินตนาการ เรียนรู้สิ่งใหม่ และสร้างผลงานชิ้นพิเศษด้วยตัวเอง โดยมีทั้งกิจกรรมฟรีและ Paid Workshop ให้เลือกตามความสนใจ อาทิ เพ้นท์ถาดใส่ของจากปูนปลาสเตอร์ เพ้นท์แจกันดอกไม้จากขวดโซดา ทำนิทานคามิชิไบ รวมถึงถักที่นอนและทำปลอกคอสำหรับสัตว์เลี้ยง

Live Music & Stage เติมเต็มชีวิตชีวาด้วยดนตรีสดและกิจกรรมบนเวทีตลอดวัน พบกับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบบริเวณเวทีหน้าลูมิส เธียเตอร์ ฮอลล์ ตั้งแต่ Reading Therapy, Storytelling, Family Reading, Book Talk, Writer Lab, Script Writing Workshop ไปจนถึงกิจกรรมเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กและครอบครัว

อีกหนึ่งสีสันสำคัญคือการพา “เรื่องราว” จากหนังสือมาพบกับ “เสียง” ผ่านกิจกรรม Classical Music & Reading, Jazz & Books และ Live Reading ที่จะชวนทุกคนสัมผัสการอ่านในบรรยากาศและมุมมองที่แตกต่างออกไป พร้อมวงสนทนาและคลาสสร้างสรรค์ที่หยิบหลากหลายเรื่องราวมาพูดคุย ตั้งแต่ Comedy / Illustration / Brand ไปจนถึง Culture รวมถึงกิจกรรมจาก Plan for Kids ที่ออกแบบมาเพื่อเด็กและครอบครัวโดยเฉพาะ

Reading in Nature พักผ่อนนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดใต้ร่มไม้ในป่า ชวนคนรักการอ่านออกจากความเร่งรีบมาพักใจกับ Reading in Nature หยิบหนังสือเล่มโปรดแล้วเลือกมุมสบายๆ ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติของ Happitat เปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดาของการอ่านให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน และธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

งาน Once Upon A Book จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–13 กันยายน 2569 เวลา 10.00–22.00 น. ณ ชั้น 2 อาคาร Festie Town, Happitat เข้าร่วมงาน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยงในบรรยากาศ Pet-Friendly พร้อมติดตามข่าวสารและไลน์อัปประสบการณ์ Immersive ใหม่ๆ ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดทั้งปี ได้ทาง Facebook Page: Happitat Thailand หรือเว็บไซต์ www.happitatthailand.com

ศาสตร์แห่งสมดุล กับ ‘บราจ ราจ ซิงห์’ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนสแบบองค์รวม

9 กันยายน 2569 เวลา 13:21 น.

สินธร เวลเนส บาย รีเซนส์ (Sindhorn Wellness by Resense) โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ  ชวนคุณมาเปิดประสบการณ์การดูแลสุขภาพเชิงองค์รวม โดย มร. บราจ  ราจ  ซิงห์ (Mr. Braj Raj Singh) ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพและการบำบัดแบบองค์รวม (Holistic Wellness) มีประสบการณ์กว่า 15 ปี และเคยร่วมงานกับรีสอร์ทชั้นนำระดับโลกมากมาย พร้อมจะมาถ่ายทอดศาสตร์แห่งการฟื้นฟูสุขภาพ ผ่านแนวคิดที่ผสมผสานการบำบัดแบบดั้งเดิมเข้ากับศาสตร์เวลเนสร่วมสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่แบบเฉพาะบุคคลที่ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ

ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่า “การรักษาที่แท้จริงต้องเริ่มต้นจากการดูทุกองค์ประกอบของตัวบุคคล” มร.บราจ จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบการบำบัดเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาจาก ไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล เพื่อให้ทุกการบำบัดได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมและพิถีพิถัน เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและช่วยให้คุณกลับมาเชื่อมโยงกับความสมดุลภายในทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้ง

มร.บราจ พร้อมนำเสนอศาสตร์ในการบำบัด มุ่งเน้นการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ บรรเทาความตึงเครียด รวมถึงการปรับสมดุลเชิงลึก  อาทิ  Posture Rebalance Therapy หนึ่งในทรีตเมนต์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่  ที่ร่างกายต้องเผชิญกับการนั่งทำงานเป็นเวลานาน การใช้หน้าจอ และการเดินทางอย่างต่อเนื่อง การบำบัดจะผสานการยืดเหยียด การคลายพังผืด การกดจุด และการฝึกการกำหนดลมหายใจ เพื่อช่วยคลายความเหนื่อยล้า ความเครียดสะสม ลดแรงกดทับบริเวณแนวกระดูกสันหลัง และฟื้นคืนความคล่องตัวให้แก่ร่างกาย

Power of Touch ศาสตร์ที่ผสานการบำบัดพลังงาน (Energy healing) การกดจุด (Acupressure) และอโรมาเธอราพี (Aromatherapy) เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านเทคนิคการบำบัดด้วยการสัมผัสที่เชี่ยวชาญและตรงจุด เพื่อผ่อนคลายระบบประสาทสัมผัส คลายความตึงเครียด และคืนความสมดุลและความสงบภายในจิตใจ Trigger Point Therapy ศาสตร์แห่งการบำบัดดูแลกล้ามเนื้ออย่างตรงจุด มุ่งเน้นบริเวณที่มีความตึงของกล้ามเนื้อ โดยใช้เทคนิคการบำบัดแบบกดจุดผสานกับเทคนิคด้านเวชศาสตร์การกีฬา เพื่อเสิรมสร้างการไหลเวียนโลหิต การเคลื่อนไหวที่คล่องตัว และการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความตึงของกล้ามเนื้อจากการใช้ชีวิตประจำวัน หรือความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

บราจ ราจ ซิงห์

Chakra Balancing ศาสตร์แห่งพลังงานด้านการบำบัดแบบปรับสมดุลผ่านการสัมผัส ผสานแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นเสียงของ Massage Vibration Bowl เพื่อให้คุณได้ผ่อนคลาย หยุดพักจากความเร่งรีบ และฟื้นคืนความสมดุลจากภายใน Cupping Therapy ศาสตร์การบำบัดแบบโบราณที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ผสานวิถีการดูแลสุขภาพแบบร่วมสมัย ด้วยเทคนิคการใช้แรงดูดเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและคลายความตึงของกล้ามเนื้อ พร้อมการนวดผ่อนคลายเพื่อปรับการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า Acro Yoga ศาสตร์การบำบัดเฉพาะบุคคลที่ผสมผสานระหว่างการเคลื่อนไหวและการทรงตัวเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของร่างกาย การฝึกสมาธิ และความมั่นใจในการทุกการเยื้องย่าง Divine Sound Bath ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยเสียงแบบกลุ่ม   โดยใช้เสียงจาก Tibetan Singing Bowls และพลังงานคลื่นความถี่เสียงที่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและคืนสมดุลสู่ร่างกายและจิตใจ

ค้นพบประสบการณ์ด้านศาสตร์แห่งการบำบัดกับ มร.บราจ ราจ ซิงห์ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายน 2569 ณ สินธร เวลเนส บาย รีเซนส์ บริเวณชั้น 9 ของโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ  ติดต่อสอบถามและสำรองโปรแกรมการบำบัด ได้ที่ โทร. +66 (0) 2 095 9999 หรือ email: wellness.sindhorn@kempinski.com

BDMS Wellness Clinic และ ศรีพันวา ต่อยอดความร่วมมือ ผสานเวชศาสตร์ป้องกันกับการพักผ่อนระดับลักชูรีอย่างลงตัว

9 กันยายน 2569 เวลา 12:00 น.

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ร่วมกับ โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต ต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ จัดงาน Longevity Conversation by the Sea พร้อมเปิดตัวโปรแกรม ‘BDMS Wellness Clinic x    Sri panwa The Holistic Wellness Retreat’ ต่อยอดการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนระยะสั้น สู่ประสบการณ์การดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อสานต่อสู่การใช้ชีวิตในระยะยาว ปักหมุดภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสระดับโลก เตรียมความพร้อมรับมหกรรม Global Wellness Summit ในเดือนพฤศจิกายน 2569

ในงานได้รับเกียรติจาก นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นายแพทย์เกียรติภูมิ สายไทย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน คลินิกสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู BDMS Wellness Clinic แพทย์หญิงอติยา รุ่งแจ้ง ผู้อำนวยการคลินิก BDMS Wellness Clinic ภูเก็ต และนางสาวกมลชนก โชติสมิทธิ์กุล ผู้อำนวยการอาวุโส       ฝ่ายการตลาด BDMS Wellness Clinic และ BDMS Silver เข้าร่วมงาน ร่วมด้วย ก้อย – รัชวิน คงมาลัย นักแสดงและคุณแม่ผู้มีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างสมดุล แอน-มนัสนันท์ นาคลดา เทรนเนอร์มืออาชีพผู้อยู่เบื้องหลังการดูแลสุขภาพของคนดังมากมาย ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ที่หันมามุ่งมั่นในการเป็นเทรนเนอร์มืออาชีพ และหยก-ภักฐ์สนัน ธนมหาทวีกิจ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ณ YAYA ศรีพันวา ภูเก็ต

ในฐานะ Thailand Country Partner ของ Global Wellness Institute (GWI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 BDMS Wellness Clinic มุ่งมั่นขับเคลื่อนศักยภาพของประเทศไทยและภูเก็ตสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านเวลเนส (Wellness Destination) ระดับโลก ผ่านการนำองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness และเวชศาสตร์ป้องกันมาต่อยอดสู่ประสบการณ์การดูแลสุขภาพเชิงลึกที่เข้าถึงได้ในชีวิตจริง การสานต่อความร่วมมือกับศรีพันวาจึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านพันธมิตร เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย ด้วยการหลอมรวมวิทยาศาสตร์สุขภาพ การบริการ และการพักผ่อนระดับลักชัวรี เพื่อสร้างคุณค่าต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองพันธมิตรได้ร่วมพัฒนา ‘BDMS Wellness Clinic x Sri panwa The Holistic Wellness Retreat’ โปรแกรมเวลเนสรีทรีตที่หลอมรวมวิทยาศาสตร์สุขภาพเข้ากับการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว ณ แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในทำเลที่งดงามและเงียบสงบที่สุดของเกาะภูเก็ต รายล้อมด้วยพูลวิลล่าที่มองเห็นทัศนียภาพของทะเลอันดามัน โดยผสานการตรวจวิเคราะห์สุขภาพในระดับเซลล์ โภชนาการเฉพาะบุคคล เวชศาสตร์ฟื้นฟู และกิจกรรมการบำบัดครบวงจร เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ปัจจุบันนักเดินทางให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากขึ้น การพักผ่อนจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนบรรยากาศ   แต่ควรเป็นโอกาสในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างมีความหมาย ศรีพันวามีจุดแข็งด้านทำเล ความเป็นส่วนตัว ธรรมชาติ และการบริการระดับลักชัวรี เมื่อนำมาผสานกับองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness และเวชศาสตร์ป้องกันของ BDMS Wellness Clinic จึงเกิดเป็น Wellness Retreat ที่ออกแบบให้เหมาะกับสุขภาพและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ขณะเดียวกัน ภูเก็ตมีความพร้อมทั้งด้านธรรมชาติ การบริการ และมาตรฐานการดูแลสุขภาพ จึงมีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness และ Longevity ระดับโลก โดยเฉพาะในปีที่ภูเก็ตได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Wellness Summit 2026  ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของภูเก็ตและประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”

ผสานการพักผ่อนกับเวชศาสตร์ป้องกันเฉพาะบุคคลอย่างลงตัว

นางสาวกมลชนก โชติสมิทธิ์กุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และบีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ กล่าวว่า “ความสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง BDMS Wellness Clinic และศรีพันวาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเปิดให้บริการคลินิกเฉพาะทางภายในพื้นที่โรงแรมอย่างเต็มรูปแบบในปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มลูกค้าลักชัวรีและนักเดินทางทั่วโลกมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เป็นมากกว่าการพักผ่อน เราจึงต่อยอดความร่วมมือสู่โปรแกรม ‘The Holistic Wellness Retreat’ เพื่อสร้างมิติใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ผสาน Scientific Wellness เข้ากับการบริการและการพักผ่อนระดับลักชัวรีของศรีพันวาได้อย่างลงตัว”

นายแพทย์เกียรติภูมิ สายไทย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน คลินิกสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู BDMS Wellness Clinic กล่าวว่า “Scientific Wellness เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจสุขภาพของแต่ละบุคคลผ่านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แพทย์จะพิจารณาผลการประเมินสุขภาพร่วมกับวิถีชีวิตและเป้าหมายของผู้เข้าพัก เพื่อให้เห็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความเครียด คุณภาพการนอนหลับ สมดุลฮอร์โมน และสุขภาพในระยะยาว ก่อนนำข้อมูลมาออกแบบแนวทางดูแลเฉพาะบุคคล ทั้งด้านโภชนาการ การเคลื่อนไหว การฟื้นฟู และการเสริมสารอาหารที่เหมาะสม เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการรู้ผลตรวจ แต่คือการเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพให้เป็นแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน”

The Holistic Wellness Retreat ได้รับการออกแบบให้เป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีให้เลือกทั้งระยะเวลา 4 วัน 3 คืน และ 7 วัน 6 คืน โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเปลี่ยนบรรยากาศหรือบรรเทาความเหนื่อยล้าในระยะสั้น แต่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ทำความเข้าใจสุขภาพของตนเองอย่างลึกซึ้ง เพื่อวางรากฐานสำหรับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โปรแกรมเริ่มต้นจากการประเมินสุขภาพเชิงลึกและการปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบแผนการดูแลให้สอดคล้องกับเป้าหมายสุขภาพของแต่ละบุคคล พร้อมรายงานสุขภาพส่วนบุคคลและคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้การดูแลสุขภาพระยะยาวดำเนินต่อไปได้แม้สิ้นสุดการเข้าพัก

แพทย์หญิงอติยา รุ่งแจ้ง ผู้อำนวยการคลินิก BDMS Wellness Clinic ภูเก็ต กล่าวว่า “จุดเด่นของโปรแกรม ‘The Holistic Wellness Retreat’ คือ การคำนึงถึงประสบการณ์ Health Journey แบบองค์รวม ครอบคลุมการปรึกษาแพทย์ การดูแลผิวพรรณ (Skin Radiance Treatment) การรับประทานอาหารเฉพาะบุคคลแบบฟูลบอร์ด กิจกรรม Mindfulness Sessions กิจกรรม Active Wellness กิจกรรม Thermal Sessions และประสบการณ์สปาในบรรยากาศอันเงียบสงบของศรีพันวา”                 สำหรับผู้เข้าร่วมงาน Global Wellness Summit 2026 ระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน 2569 BDMS Wellness Clinic และ ศรีพันวา พร้อมมอบประสบการณ์ ‘Scientific Wellness Retreat’ ในการดูแลสุขภาพเชิงลึกเฉพาะบุคคล ครอบคลุมการประเมินสุขภาพโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ รายงานผลสุขภาพส่วนบุคคล ตลอดจนแนวทางการดูแลตนเองเพื่อชีวิตที่ยืนยาว แข็งแรง และมีคุณภาพ ภายใต้ความเป็นส่วนตัวและการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของศรีพันวา

พี่ไปรฯ ปักหมุดงานวิ่งแห่งปี ‘Thailand Post EMS RUN 2026’ วิ่งผ่านแลนด์มาร์กกรุงเทพฯ พร้อมเหรียญรางวัลตัวอักษร E • M • S หนึ่งเดียวในโลก

9 กันยายน 2569 เวลา 11:57 น.

ใครยังไม่มีบิบ งานนี้ระวัง FOMO! ไปรษณีย์ไทยชวนนักวิ่งและสายแอคทีฟมาปักหมุดโค้งสุดท้าย “Thailand Post EMS RUN 2026” ไปรฯ ให้ถึงทุกก้าวมีความหมาย งานวิ่งครั้งแรกฉลอง 40 ปี บริการส่งด่วน EMS เตรียมออกสตาร์ตพร้อมกัน วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ณ ไปรษณีย์กลาง กับ THE EMS SIGNATURE ROUTE เส้นทางพิเศษที่ชวนวิ่งตามรอยประวัติศาสตร์ไปรษณีย์ไทย ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมกิจกรรมและของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อเฉพาะวาระ 40 ปีครั้งนี้

สนามจริงเปิดให้พี่นักวิ่งเลือกพิชิตได้ตามสไตล์ ทั้งระยะ 2.5K ปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05:30 น. ระยะ 5K ปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05:10 น.  และ 10K  ปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05:00 น. โดยมีจุด START–FINISH ณ ไปรษณีย์กลาง ก่อนพาออกไปสัมผัสเมืองในเช้าวันวิ่ง ผ่านแลนด์มาร์กอย่าง วงเวียนตลาดน้อย สถานีรถไฟหัวลำโพง วัดมังกรกมลาวาส วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

เตรียมพบกับไฮไลต์สำคัญเพื่อนักสะสมกับเหรียญรางวัลตัวอักษร E • M • S พร้อม iStamp แสตมป์ส่วนตัวหนึ่งเดียวในโลกจากรูปใบหน้าของผู้สมัคร รวมถึงประสบการณ์ที่เชื่อมบริการของไปรษณีย์ไทยเข้ากับงานวิ่ง ตั้งแต่ Race Pack ที่จัดส่งด้วย EMS ไปจนถึง e-Certificate ประกาศนียบัตรการแข่งขันวิ่งอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยืนยันความถูกต้องโดย e-Timestamp ของไปรษณีย์ไทย พร้อม AI Face Recognition, AR Photo Experience และ Stamp Passport ให้ทุกก้าวในสนามมีทั้งเรื่องการวิ่งและโมเมนต์ความประทับใจให้เก็บกลับบ้าน โดยผู้ที่สนใจสามารถเลือกวิ่งได้ทั้งแบบ Virtual Run สะสมระยะทาง 40 กิโลเมตร วิ่งได้ทุกที่ทั่วโลก พร้อมเสื้อวิ่งดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟโทนขาว–แดง–น้ำเงิน E-BIB และ E-Certificate โดยเปิดรับสมัครทางเว็บไซต์ ThaiRun ถึงวันที่ 22 กันยายน 2569 และส่งผลวิ่งได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

ผู้ที่สนใจวิ่งจริง สามารถลงทะเบียนได้แล้วผ่านเว็บไซต์ ThaiRun ตั้งแต่วันนี้ – 15 กันยายน 2569 มี 3 ระยะทางคือ 2.5 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร โดยมีกำหนดการจัดงานในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 04:00  – 08:00 น. ณ ไปรษณีย์กลาง รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) จังหวัดราชบุรี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ThailandPostEMSRUN2026

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด X : @Thailand_Post ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post และ ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel

เปิดตัว 30 สาวงามร่วมกิจกรรมเก็บตัวก่อนลุ้นมงกุฎ ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2569’

9 กันยายน 2569 เวลา 11:53 น.

เปิดโฉมหน้าเรียบร้อยแล้วสำหรับผู้เข้าประกวด นางสาวถิ่นไทยงาม 2569″ ในโอกาสฉลองการประกวดครบ 76 ปี โดยสาวงามที่ผ่านด่านรอบสัมภาษณ์ทั้ง 30 คนได้เข้าพิธีรับสายสะพาย โดยได้รับเกียรติจาก ปนัดดา ชุติโกมล  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลัก พร้อมด้วย สินีนารถ เองตระกูล และ ธัญญาเรศ เองตระกูล เป็นผู้มอบสายสะพาย

เหล่า 30 สาวงามได้ผ่านรอบสัมภาษณ์  โดยมี แอนดรูว์ กรเศก และ  แพม – สุชานุช ธรรมวงศ์  ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินรอบคัดเลือก หลังจากนั้นได้ร่วมกิจกรรมพร้อมกันด้วยการเข้าเยี่ยมชมและถ่ายทำ VTR ในอาณาจักรเอสพาร์ค รังสิต (ESC Park) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวหลัก  โดยบรรยากาศการถ่ายทำ VTR เป็นไปอย่างสนุกสนาน

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 16-21 กันยายน ผู้เข้าประกวดจะได้ร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่จะให้ประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ กิจกรรมของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เปิดโอกาสให้สาวงามได้ลองคิด วิเคราะห์ และเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ถ่ายทอดเรื่องประกันภัยให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน, เยี่ยมชมบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด (AAB) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกลุ่ม EA และ กลุ่ม NEX Point ดำเนินธุรกิจผลิตและประกอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทุกประเภ , กิจกรรมเวิร์คช็อป เรียนรู้เรื่องราวน่าสนใจ จากผลิตภัณฑ์จากชุมชน ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และเครือข่ายบริษัทรู้รักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และสนุกกับกิจกรรมจากบริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด, BB Care และ Pet Planet รักนี้มีหาง

รอบตัดสินในปีนีัจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ล้านนา” ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 ณ โรงแรม เอส พาร์ค โฮเต็ล (ESC Park Hotel) รังสิต ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามลุ้นเหล่าสาวงามได้ที่แฟนเพจ FB: นางสาวถิ่นไทยงาม

ทุกก้าวคือการให้ งานวิ่งแห่งปี ‘ROAD TO GIVE’ โดยแมริออท กลับมาอีกครั้งที่เขาหลัก เดือนตุลาคม 2569

9 กันยายน 2569 เวลา 11:48 น.

โรงแรมและรีสอร์ตในเครือแมริออท อินเตอร์เนชันแนล ประจำพื้นที่เขาหลัก ร่วมกันจัดงานวิ่งการกุศลประจำปี Road to Give เขาหลัก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 ณ หาดแหลมปะการัง จังหวัดพังงา เพื่อเชิญชวนพนักงาน ผู้เข้าพัก พันธมิตรทางธุรกิจ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป ร่วมออกกำลังกาย พร้อมส่งต่อโอกาสและความช่วยเหลือสู่เด็กและชุมชนในท้องถิ่น

ปีนี้นับเป็นโอกาสพิเศษที่ แมริออท อินเตอร์เนชันแนล ครบรอบ 99 ปี ของการดำเนินธุรกิจทั่วโลก โรงแรมในเครือแมริออทในภูมิภาคอันดามันจึงร่วมกันจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญดังกล่าวผ่านพลังแห่งการให้ และสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่ชุมชนในจังหวัดพังงา

ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกสมัครได้ทั้งประเภท Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยแบ่งรุ่นการแข่งขันตามช่วงอายุและเพศ นอกจากนี้ยังมีรูปแบบ วิ่งเสมือนจริง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมงาน ณ สถานที่จริง รวมถึง แพ็กเกจวีไอพี สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมสนับสนุนกิจกรรมการกุศลเพิ่มเติม

งาน Road to Give เขาหลัก ประจำปี 2569 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ จดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา เลอ เมอริเดียน เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา และแมริออท เวเคชัน คลับ แอท เขาหลัก บีช รีสอร์ท สานต่อความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 723 คน พร้อมด้วยพนักงานในเครือแมริออทกว่า 100 คน และพันธมิตรผู้สนับสนุนกว่า 20 องค์กร สามารถระดมทุนได้มากกว่า 140,000 บาท เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ต้องการการสนับสนุน

รายได้สุทธิจากการจัดงานในปีนี้จะมอบให้แก่ มูลนิธิบ้านธารน้ำใจประเทศไทย และบ้านดอนบอสโกเพื่อเด็กและเยาวชน บางสัก จังหวัดพังงา เพื่อสนับสนุนการดูแล พัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กในชุมชนท้องถิ่น

“Road to Give สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมองค์กรของแมริออทที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนชุมชน และสร้างคุณค่าร่วมกัน” กล่าวโดย คุณอบิมันยู ซิงห์ (Abhimanyu Singh) ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคภาคใต้ ประเทศไทย “ในโอกาสครบรอบ 99 ปีของแมริออท อินเตอร์เนชันแนล เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ร่วมกับพนักงาน ผู้เข้าพัก พันธมิตร และชาวชุมชนในเขาหลัก พร้อมร่วมกันสนับสนุนองค์กรที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับชีวิตของเด็ก ๆ ในพื้นที่อย่างแท้จริง”

ค่าสมัครวิ่งประเภท 5 กิโลเมตร ราคา 350 บาท และ 10 กิโลเมตร ราคา 450 บาท โดยผู้สมัครจะได้รับเสื้อวิ่ง หมายเลขนักวิ่ง เหรียญที่ระลึกหลังเข้าเส้นชัย และอาหารภายในงาน พิเศษสำหรับแพ็กเกจวีไอพี ราคา 1,500 บาท สามารถเลือกเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งระยะ 5 หรือ 10 กิโลเมตร พร้อมรับเสื้อที่ระลึกเพิ่มเติม

นักวิ่งที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในแต่ละประเภทจะได้รับ ถ้วยรางวัล และบัตรกำนัลห้องพักจากโรงแรมในเครือแมริออท ขณะที่ผู้เข้าเส้นชัยทุกคนจะได้รับเหรียญ Road to Give เขาหลัก 2569 รุ่นพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดสะสมจากกิจกรรม Road to Give ในจุดหมายปลายทางต่าง ๆ เพื่อสะท้อนถึงพลังแห่งการเดินทาง และการให้ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน

ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลอันงดงามของหาดแหลมปะการัง งานวิ่งการกุศลครั้งนี้เปิดต้อนรับทั้งนักวิ่ง ผู้รักสุขภาพ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น โดยนอกจากจะเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแล้ว Road to Give ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในการดูแลชุมชน ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี และสร้างผลกระทบเชิงบวกในพื้นที่ที่พนักงาน และชุมชนร่วมอาศัยอยู่

รายละเอียดกิจกรรม

  • ชื่อกิจกรรม: Road to Give เขาหลัก 2569
  • วันจัดงาน: วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569
  • สถานที่จัดงาน: หาดแหลมปะการัง เขาหลัก จังหวัดพังงา
  • ประเภทการแข่งขันและค่าสมัคร: ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกสมัครได้ในประเภทฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 350 บาท หรือมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ค่าสมัคร 450 บาท นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจวีไอพี ราคา 1,500 บาท รวมถึงประเภทวิ่งเสมือนจริง (Virtual Run) สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้าร่วมกิจกรรม ณ สถานที่จัดงาน
  • วันปิดรับสมัคร: 20 กันยายน 2569
  • องค์กรสาธารณกุศลที่ได้รับการสนับสนุน: มูลนิธิบ้านธารน้ำใจ ประเทศไทย และบ้านดอนบอสโกเพื่อเด็กและเยาวชน บางสัก จังหวัดพังงา
  • การรับเสื้อ และหมายเลขนักวิ่ง: วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ถึง 20.00 น. ณ เจดับบลิว แมริออท เขาหลัก รีสอร์ท แอนด์ สปา หรือบริการจัดส่งทางไปรษณีย์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรับด้วยตนเอง

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://soft.events/run/road-to-give-khaolak-2026