ท็อปส์ จับมือ สถานทูตอเมริกา พาเปิดแมปสัมผัสสีสันแห่งรสชาติและวัฒนธรรมอเมริกัน

ท็อปส์ จับมือ สถานทูตอเมริกา พาเปิดแมปสัมผัสสีสันแห่งรสชาติและวัฒนธรรมอเมริกัน

ท็อปส์ จับมือ สถานทูตอเมริกา พาเปิดแมปสัมผัสสีสันแห่งรสชาติและวัฒนธรรมอเมริกัน

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.53 น.

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (United States Department of Agriculture; หรือ USDA in Thailand) ชวนคนไทยร่วมเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐอเมริกา ผ่านเทศกาล “Discover USA: The United Food of America” ที่รวบรวมรสชาติ วัตถุดิบ และสินค้าขึ้นชื่อจาก 5 ภูมิภาคทั่วสหรัฐอเมริกามาไว้ในที่เดียว ผ่านการคัดสรรสินค้า Made in USA และของดีประจำรัฐในแต่ละภูมิภาคของสหรัฐอเมริกากว่า 1,200 รายการ ครบครันทั้งวัตถุดิบระดับพรีเมียม เมนูสไตล์อเมริกัน และสินค้าไอคอนิกที่สะท้อนสีสันของ American Food & Culture

พร้อมพาผู้บริโภคออกเดินทางผ่านเรื่องราวความอร่อยจากทั้งภูมิภาคตะวันตก (West), ตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest), ตะวันตกตอนกลาง (Midwest), ตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast) และภาคใต้ (South) ของอเมริกา ตอกย้ำบทบาทของท็อปส์ในฐานะ Food Discovery Destination ที่รวบรวมรสชาติต้นตำรับจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในที่เดียว ร่วมออกเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้  – 7 กรกฎาคม 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์

ภายในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก เอลิซาเบธ เจ. โคนิก อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โดยมี อดัม เอ็ม แบรนสัน ที่ปรึกษาเอกอัครราชทูตฝ่ายการเกษตรภูมิภาค (ไทย พม่า ลาว), ดร. มาเรีย ราโฮฟสกายา และ  วิกตอริโน “มาโย”ฟลอโร รองที่ปรึกษาเอกอัครราชทูตฝ่ายการเกษตรภูมิภาค (ไทย พม่า ลาว), นงนุช เพ็ชรรัตน์  ผู้แทนการค้าไทย ให้เกียรติเข้าร่วมงาน

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล นำโดย ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, สุจิตา เพ็งอุ่น รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และ จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับ

ออกเดินทางสู่โลกแห่งวัฒนธรรมและรสชาติของชาวอเมริกัน พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของแต่ละภูมิภาคผ่านอาหารจานดัง เมนูยอดนิยม และไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ราวกับได้ไปออกโร้ดทริป ที่พาไล่เช็กอินความอร่อยจาก East Coast ถึง West Coast พร้อมรวบรวมของดีจากทั่วสหรัฐอเมริกามาไว้ในที่เดียว

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังยกระดับประสบการณ์ “Discover USA: The United Food of America” ผ่านเทศกาลอาหารสไตล์อเมริกัน ที่ TOPS FOOD HALL สาขาเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งรวบรวมเมนูและรสชาติเด่นจากหลากหลายภูมิภาคของสหรัฐอเมริกามาให้ผู้บริโภคได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ตลอดช่วงระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันนี้ – 7 กรกฎาคม 2569  ณ ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.TOPS.co.th, Facebook: TOPSThailand และ LINE Official: @TOPSThailand

93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.11 น.

เนื่องในโอกาสครบรอบ 93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงกำหนดจัดพิธีทางศาสนาขึ้น โดยมี พลอาการตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธี สำหรับฤกษ์ดีวันนี้เริ่มด้วย พิธีสงฆ์ เวลา 08.00 น. จัดขึ้นภายในโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จากนั้น เวลา 09.09 น. จัดพิธีบวงสรวง ขึ้น ณ บริเวณด้านหน้าโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ต่อด้วย การแสดงรำบวงสรวง ชุด เทพมารดาประทานพร แสดงโดยนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งเป็นการอัญเชิญเทพมารดาทั้ง 7 องค์ ได้แก่ พระอุมา พระลักษมี พระสุรัสวดี พระสุชาดา พระธรณี พระคงคา และพระโพสพ มาประทานพรชัยและความเป็นสิริมงคลแก่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและผู้เข้าร่วมพิธีให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป


 
จากนั้น เป็นพิธีมอบทุนจาก กองทุนนาฏดุริยางคศิลปไทย “มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง” จำนวน 1 ทุน ให้แก่ นางวัชรมณฑ์ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย(เครื่องสาย) วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นทุนค่ารักษาพยาบาล และมอบทุนค่ารักษาพยาบาลให้แก่นักแสดงอาวุโสที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ จำนวน 4 ทุน ผู้แทน นางน้ำเงิน บุญหนัก, นางกานดา นามแย้มแป้น, ผู้แทน นายชูศักดิ์ สุธีรธรรม และนายคมกฤช ยุตติยงค์ เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลต่อไป


 
“ศาลาเฉลิมกรุง” เป็นโรงมหรสพหลวงพระราชทานแห่งแรกของประเทศไทย ครั้งฉลองพระนครครบ 150 ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์กว่า 9 ล้านบาท เป็นทุนในการจัดสร้างโรงภาพยนตร์สำหรับฉายภาพยนตร์เสียงขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เป็นโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัย เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทย เพราะยุคนั้นสื่อบันเทิงที่เฟื่องฟู มากที่สุดคือ “ภาพยนตร์” เพื่อให้พสกนิกรมีความเพลิดเพลินสนุกสนานจากภาพยนตร์และการแสดงอื่นๆ ที่มีขึ้น ณ โรงมหรสพหลวงแห่งนี้ การก่อสร้างอาคารศาลาเฉลิมกรุง เริ่มขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2473 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร สถาปนิกผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันชั้นนำของประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง และพระราชทานนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ออกแบบ และเป็นอนุสรณ์แห่งงานฉลองพระนครครบ 150 ปี นามว่า “ศาลาเฉลิมกรุง” เปิดทำการครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม 2476 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามบริษัทที่ดูแลและบริหารงานศาลาเฉลิมกรุงว่า “สหศีนิมา” จำกัด (The United Cinema Company Limited) อันหมายถึง “มีความแข็งแรงขึ้นร่วมกัน” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสืบต่อไป

อาคารศาลาเฉลิมกรุงจัดได้ว่าเป็นอาคารที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย เป็นโรงมหรสพแห่งแรกของเมืองไทยที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เป็นศูนย์รวมของผู้เกี่ยวข้องในวงการภาพยนตร์ไทย ตั้งแต่ผู้สร้าง ผู้กำกับ นักแสดง ตัวประกอบ ทีมงานพากย์ นักร้อง นักเขียนโปสเตอร์ และเป็นสถาบันการผลิตบุคลากรทางภาพยนตร์ โขน ละครและนาฏศิลป์ไทย จากนั้นได้ดำเนินกิจการให้ความบันเทิงแก่ประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน


 
เมื่อปี 2568 ในโอกาสโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงครบ 92 ปี วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทำการบูรณะปรับปรุงอาคารตลอดจนปรับภูมิทัศน์โดยรอบ และเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงมีความสง่างาม สมความเป็นโรงมหรสพหลวงแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสถาบันแห่งการแสดงศิลปวัฒนธรรม และเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติที่เปิดดำเนินการมาถึง 93 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชทานการแสดงทางวัฒนธรรมและการแสดงโขนสำหรับนักท่องเที่ยว จัดแสดงอย่างต่อเนื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 19.10 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงแห่งนี้ สร้างความปลาบปลื้มให้แก่ศิลปิน นักร้อง นักแสดง นักดนตรี คณะกรรมการจัดการแสดงต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระราชทานแก่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและวงการศิลปวัฒนธรรมทุกแขนงของชาติ


 
ปัจจุบันโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงมีการจัดการแสดงโขน “ชุดหนุมาน” ซึ่งเป็นการแสดงสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้มีโอกาสได้ชื่นชมและสัมผัสความวิจิตรงดงามของ “โขน” นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย โดยมีหนุมานเป็นตัวละครเอกนำเข้าสู่เรื่องราวของรามเกียรติ์ ผ่านการแสดงความยาวรอบละ 25 นาที กำกับการแสดงโดยรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) แสดงโดยนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง เปิดการแสดงอย่างต่อเนื่อง ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ วันละ 3 รอบการแสดง รอบ 13.00 น. รอบ 14.30 น. และรอบ 16.00 น. คนไทยบัตรราคา 100 บาท (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ชมฟรี!) นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบัตรราคา 400 บาท จำหน่ายบัตรที่ศาลาเฉลิมกรุง

โทร. 0-2224-4499 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง บัตรราคา 500 บาท ณ จุดจำหน่ายบัตรพระบรมมหาราชวัง และ www.royalgrandpalace.th สามารถนำบัตรมาเข้าชมการแสดงโขนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารแจกผู้สักการะพระศพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารแจกผู้สักการะพระศพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารแจกผู้สักการะพระศพ

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และตั้งรถประกอบอาหาร บริเวณหน้าประตูอนงคลีลา ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบอาหารเมนู “ข้าวเหนียวไก่ทอด” สูตรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และน้ำดื่ม สำหรับมอบให้กับประชาชนที่ถวายสักการะพระศพฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ระหว่างวันที่ 3 – 31 กรกฎาคม 2569 วันละ 2,500 ชุด ตั้งเเต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป สนองพระปณิธาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในยามยาก

ทั้งนี้ เมนูข้าวเหนียวไก่ทอด เป็นสูตรอาหารที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงใส่พระทัยในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ได้อาหารที่สะอาด ถูกสุขอนามัย และมีรสชาติอร่อย รับประทานง่าย โดยมี คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ และกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ,วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย,สายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และผาณิต พูนศิริวงศ์ กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอดจนอาสาสมัครจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน, จิตอาสา 904 อาสาสมัครยุวกาชาด สภากาชาดไทย ตลอดจนหน่วยงานภาคเอกชน มาร่วมมอบอาหารพระราชทานแก่ประชาชนด้วย ยังความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบในการประกอบอาหารฯสนับสนุนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตลอดการจัดโรงครัวพระราชทาน

  • ข้าวเหนียวหอมมะลิเกรดดี จากทุ่งกุลาร้องไห้ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 4 ตัน
  • ไก่สดจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ วันละ 500 กิโล
  • น้ำมันพืชหยก บ.ล่ำสูง จำนวน 400 ปี๊บ

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.02 น.

โรงแรม The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention เปิดตัวแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Long Stay) และการทำงานจากที่ใดก็ได้ (Workation) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงรายเข้าไว้ด้วยกัน

เชียงรายถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติอันงดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และค่าครองชีพที่เหมาะสม ทำให้เป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทาง ผู้เกษียณอายุ และกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่

ภายใต้แคมเปญดังกล่าว โรงแรมนำเสนอห้องพักดีลักซ์พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ในราคาพิเศษสำหรับการเข้าพักระยะยาว ได้แก่ พัก 7 คืน ราคา 12,600 บาท พัก 14 คืน ราคา 24,500 บาท และพัก 30 คืน ราคา 51,000 บาท

ผู้เข้าพักยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และส่วนลดบริการซักรีด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่วางแผนพำนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นวัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น สิงห์ปาร์ค เชียงราย และชุมชนท้องถิ่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ โรงแรมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการค้นพบวิถีชีวิตและประสบการณ์ใหม่ในภาคเหนือของประเทศไทย

โปรโมชั่น “Stay Longer, Feel Chiang Rai” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองห้องพัก โทร. 052 055 888

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การจัดการสุขภาพกายใจในบรรยากาศการทำงานที่เป็นพิษ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การจัดการสุขภาพกายใจในบรรยากาศการทำงานที่เป็นพิษ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การจัดการสุขภาพกายใจในบรรยากาศการทำงานที่เป็นพิษ

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.56 น.

ในชีวิตการทำงาน เชื่อว่าทุกท่านก็ต้องประสบปัญหาทั้งเรื่องงานและเรื่องคน สัปดาห์นี้เลยขอเล่าถึงปัญหาที่อาจมีสาเหตุมาจากองค์กร หรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะทางจิตใจและอารมณ์ เช่น โรควิตกกังวลจากการทำงาน เริ่มมีอาการกลัวหรือเบื่อการไปทำงาน ใจสั่นทุกครั้งที่เห็นชื่อเพื่อนร่วมงานคนนั้นทักไลน์หรืออีเมลมา หรือรู้สึกผวาเมื่อต้องเข้าห้องประชุม ภาวะหมดไฟและซึมเศร้า ความเป็นพิษที่สะสมจะค่อยๆ กัดกินความมั่นใจในตัวเอง จนรู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถ หมดพลัง ไม่อยากตื่นมาทำงาน และอาจดิ่งจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด ภาวะเครียดเฉียบพลันหรือสะสม อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิดกลับไปบ้าน และไม่มีความสุขกับชีวิตส่วนตัว 

นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อภาวะทางร่างกาย อาทิ โรคนอนไม่หลับ สมองรีเพลย์ถึงเหตุการณ์  คำพูดร้ายๆ หรือเหตุการณ์แย่ๆ ในที่ทำงานซ้ำไปซ้ำมาในตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับยากหรือตื่นกลางดึกแล้วนอนต่อไม่ได้ ออฟฟิศซินโดรมและปวดหัวเรื้อรัง ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อบ่า ไหล่ และขมับเกร็งตัวตลอดเวลา นำไปสู่โรคไมเกรนหรือปวดหัวจากความเครียด ระบบย่อยอาหารพัง เครียดลงกระเพาะ กรดไหลย้อนกำเริบ หรือลำไส้แปรปรวน ทานอะไรไม่ลงในวันที่มีประชุมร่วมกับคนที่เป็นพิษ  

หลายคนเมื่อเครียด นอนไม่หลับ หรือเริ่มรู้สึกซึมเศร้าไม่อยากทำอะไรเลย ก็ไปหาซื้อยาบรรเทาอาการเหล่านั้นจากร้านยามากินตามอาการได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ไม่ใช่ยาที่ซื้อทานเองได้ ซึ่งยาในกลุ่มนี้ เป็นยาที่เข้าไปปรับสารสื่อประสาทในสมองให้กลับมาสมดุล การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและสั่งจ่ายโดยแพทย์ ดังนั้นหากคุณผู้อ่านเริ่มรู้สึกว่าความสตรองที่มีมันรับไม่ไหวแล้ว อาการเครียดเริ่มกระทบกับประสิทธิภาพงานเช่น สมาธิสั้นลง ทำงานผิดพลาดบ่อย หรือกระทบกับความสัมพันธ์รอบตัว การพบจิตแพทย์เพื่อประเมินและใช้ยาควบคู่ไปด้วย จะช่วยประคองให้คุณผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ โดยยาที่มักใช้ ได้แก่  กลุ่มยาต้านเศร้า ตัวเลือกหลักมักเป็นยาในกลุ่มที่ช่วยปรับสารสื่อประสาทในสมอง ช่วยลดความไวต่อสิ่งเร้าที่เป็นพิษรอบตัว ทำให้เรานิ่งขึ้น อารมณ์มั่นคงขึ้น และลดอาการดิ่ง โดยยาในกลุ่มนี้ไม่ได้กินปุ๊บหายปั๊บ ต้องกินต่อเนื่องอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์จึงจะเริ่มเห็นผลการรักษาที่ชัดเจน หรือแพทย์อาจสั่งจ่าย กลุ่มยาคลายกังวลและยานอนหลับ ออกฤทธิ์ช่วยคลายสมองที่กำลังคิดวนเวียน ลดความตื่นตระหนก และช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายเพื่อให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ยานี้มักใช้ในระยะสั้น เนื่องจากมีโอกาสดื้อยาหากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน  

ในกรณีที่มีอาการปวดหัว ไม่ว่าโรคไมเกรน หรือปวดหัวจากความเครียด ซึ่งมีวิธีแยกแยะประเภทอาการปวดหัวเพื่อการใช้ยาที่เหมาะสม โดยพิจารณาได้จากลักษณะการปวด ปวดหัวจากความเครียด จะปวดตื้อๆ มึนๆ เหมือนมีสายรัดรอบศีรษะหรือขมับ สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อบ่า ไหล่ ขมับที่เกร็งตัว ขณะที่โรคไมเกรน  จะปวดตุ้บๆ ตามจังหวะชีพจร มักปวดข้างเดียว มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมกับไวต่อแสงจ้า เสียงดัง หรือกลิ่นฉุน บางรายอาจเห็นแสงระยิบระยับเตือนก่อนปวด แต่ไม่ว่าจะปวดหัวแบบใด เราควรใช้พาราเซตามอลก่อนเพื่อบรรเทาอาการขั้นแรก เพราะมีความปลอดภัยสูง หากพาราเซตามอลไม่ได้ผล หรือปวดรุนแรงปานกลางถึงมาก แล้วค่อยขยับไปกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ที่เรียกว่า NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Naproxen) โดยต้องทานหลังอาหารทันทีเพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะ สำหรับกรณีไมเกรนยังมีเทคนิคทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้นโดย รีบทานยาแก้ปวดทันทีที่เริ่มปวดหรือมีสัญญาณเตือน จะระงับอาการได้ดีที่สุด และนอนพักในห้องที่มืด เงียบ และเย็น เพื่อลดความไวต่อสิ่งเร้าของสมอง เลี่ยงปัจจัยที่ทำให้กำเริบ เช่น แสงจ้า เสียงดัง ความเครียด และการนอนดึก หากปวดรุนแรงและบ่อย (เกิน 2-3 ครั้งต่อเดือน) ควรพบแพทย์เพื่อรับยาป้องกันโรค ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดทานเองติดต่อกันเป็นเวลานาน 

อย่างไรก็ตาม ยาก็เป็นเพียงตัวช่วย เราคงไม่อยากทำงานจนป่วย แล้วเอาเงินที่ได้จากการทำงานมารักษาตัวจากโรคที่ได้จากการทำงาน ดังนั้น ในการทำงานเราคงต้องปรับตัว รู้เห็นตามความเป็นจริง ยอมรับว่ามนุษย์มความต่างพัฒนาตนทำให้เราแข็งแกร่งมากพอที่จะอยู่ต่อในที่ทำงานที่มีแต่ปัญหาได้ ต้องไม่ไปใส่อารมณ์ เติมเชื้อไฟ คุยกันเฉพาะเรื่องงานไม่ทะเลาะโต้เถียงกันในเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงจำกัดการทำงานเฉพาะในเวลางาน ไม่เอางานมาทำในเวลาพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้มีเวลารีเซ็ต ให้พร้อมรับแรงกระแทกจากหน้าที่การงานในอนาคต 

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ 
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ไอ.ซี.ซี. น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป พระองค์ภา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

ไอ.ซี.ซี. น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป พระองค์ภา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

ไอ.ซี.ซี. น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป พระองค์ภา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.27 น.

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยผู้แทนพนักงาน เข้าถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ขอน้อมนำพระปณิธานอันทรงคุณค่าเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และมุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมสืบไป

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

๐๐พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ถวายแด่ พระเทพวัชรญาณวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง และพระราชบัณฑิตวัชรดิลก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร  6 ก.ค.14.00 น. พระอุโบสถวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ..๐๐

๐๐ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ศ.กิตติคุณอรุณ ชัยเสรี  5-7 ก.ค.18.00 น. ศาลาสารัชถ์ -นลินี รัตนาวะดี วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน  และสวดพระอภิธรรมถึง 10 ก.ค.แล้วบรรจุ  เจ้าภาพของดรับพวงหรีด ..๐๐

๐๐ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็นประธานในพิธีลงนาม MOU การขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน และการบริหารจัดการเสริมสร้างความปลอดภัยการใช้รถรับ-ส่งนักเรียน จ.พิจิตร..๐๐

๐๐พิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวง ดีอี ร่วมหารือกับ ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน ชี้แจงนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล..๐๐

๐๐ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ. สนง.ส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) และ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) ได้ร่วมกันลงนาม MOU การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ นำร่อง 3 โครงการใหญ่ หนุนดึงเม็ดเงินสู่พื้นที่ EEC ควบคู่การชูสินค้ามาตรฐาน EEC Select เพื่อกระจายรายได้ สู่ท้องถิ่นยั่งยืน..๐๐

๐๐รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการอาหารไทย หัวใจดี มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ โดยมี รศ.ดร.พัชราณี ภวัตกุล, ภญ.วีรวรรณ เรืองนิวัติศัย, รศ.ดร.พร้อมลักษณ์ สรรพ่อค้า, ผศ. ดร.สุวัฒน์ ศรีสรฉัตร์, ผศ.ดวงใจ มาลัย, สุจินตนา ชลวิจารณ์, นัยนา สุรีชัยนิรันดร์, ดร.เพ็ญศรี ทรรศนะวิเทศ, สมศรี เตชะวรกุล ร่วมด้วย..๐๐

๐๐ ยินดีกับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์  ที่ได้รางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026 สาขาการเงิน จัดโดย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ นิตยสาร BUSINESS+..๐๐

๐๐ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล แต่งตั้ง ณรงค์เวทย์ วจนพานิช, ปิยะชาติ อิศรภักดี, ชนิต สุวรรณพรินทร์, ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์, ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย, ธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์, ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์, ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร, ผศ.(พิเศษ)ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล, วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล, จิระวดี คุณทรัพย์, ศรีอำไพ รัตนมยูร, นงชนก สถานานนท์, เอกราช นิโรจน์, ภัทรพงศ์ กาฬภักดี, สุริยันต์ โคจรโรจน์, พงษ์พันธุ์ สายวาณิชย์ เป็นกรรมการอำนวยการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย..๐๐

๐๐อนุโมทนาบุญกับ อนุกูล เย็นใจ และเพื่อนๆที่ร่วมบริจาคเงินช่วยการศึกษาของเด็กพิการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐เลิศรัตน์ รตะนานุกูล วันเกิดปีนี้ได้ใส่บาตรยามเช้าก่อนออกไปทำงานตามปกติ..๐๐

๐๐คณะแพทย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ร่วมเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไปของ ศ.เกียรติคุณ ดร.ไมตรี สุทธิจิตต์ อดีตหัวหน้าภาควิชาชีวเคมี คณะแพทย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่..๐๐

น้องใหม่ 

‘เมืองสุยโจว’ จัดพิธีสักการะ ‘จักรพรรดิเหยียน’ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ

‘เมืองสุยโจว’ จัดพิธีสักการะ ‘จักรพรรดิเหยียน’ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ

‘เมืองสุยโจว’ จัดพิธีสักการะ ‘จักรพรรดิเหยียน’ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เช้าวันที่ 11 มิถุนายน (ตรงกับวันที่ 26 เดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติจีน อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของจักรพรรดิเหยียน) ได้มีการจัดพิธีสักการะครั้งยิ่งใหญ่เพื่อรำลึกถึง “จักรพรรดิเหยียน” ปฐมบรรพชนแห่งการเกษตรและการแพทย์ของชนชาติจีน ณ เมืองสุยโจว มณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของจีน อันเป็นถิ่นกำเนิดของจักรพรรดิเหยียน ผู้เป็นที่รู้จักในอีกพระนามหนึ่งว่า “เสินหนง” หรือ “เทพกสิกร”

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะมุขมนตรีจีน สหพันธ์วงการวรรณกรรมและศิลปะแห่งประเทศจีน สหพันธ์ชาวจีนโพ้นทะเลที่หวนคืนสู่มาตุภูมิ สมาคมวัฒนธรรมเหยียน-หวงแห่งประเทศจีน และรัฐบาลประชาชนมณฑลหูเป่ย โดยมีชาวจีนจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน รวมถึงผู้แทนชาวจีนโพ้นทะเล ตลอดจนบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พิธีเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการท่ามกลางท่วงทำนองอันสง่างามของระฆังโบราณ โดยดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามแบบแผนพิธีสักการะเสินหนงแห่งสุยโจว ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติของจีน พิธีประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ 9 ประการ ได้แก่ การประโคมกลองและระฆัง การเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ การจุดเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ การถวายกระเช้าดอกไม้ การถวายธูปสักการะบรรพชน การกล่าวบทสดุดี การแสดงความเคารพต่อบรรพชนร่วมกัน การขับร้องบทสรรเสริญ และการสักการะรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์

ทั้งนี้ เมืองสุยโจวได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดสำคัญของดนตรีพิธีการ และยังเป็นที่ตั้งของ “เปียนจง” หรือชุดระฆังสัมฤทธิ์แห่งเจิงโหวอี้ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “สิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก” เสียงประโคมกลองโบราณขนาดใหญ่และเสียงระฆังกังวานขับเน้นบรรยากาศอันสง่างาม เปี่ยมด้วยความขลังและความเคารพตลอดทั้งพิธี ซึ่งดำเนินไปอย่างกระชับ เป็นระเบียบ และสมพระเกียรติ

ขณะเดียวกัน ชุมชนท้องถิ่นยังได้ยกระดับพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนประจำปีให้เป็นกิจกรรมการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของพิธีการ นักเรียนนักศึกษาในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาในเมืองสุยโจวได้เข้าร่วมขบวนพิธีและการแสดงทางวัฒนธรรม ขณะที่การเผยแพร่วัฒนธรรมสู่สาธารณชนก็ได้รับการส่งเสริมควบคู่กันไป ผ่านการบูรณาการวัฒนธรรมจักรพรรดิเหยียนเข้ากับการให้ความรู้ในสถานศึกษา การทำกิจกรรมของชุมชน รวมถึงการหล่อหลอมอัตลักษณ์และจิตวิญญาณของเมือง เพื่อธำรงรักษาขนบธรรมเนียมอันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมสนับสนุนต่างๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน โดยมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนหลากหลายรูปแบบสำหรับชาวจีนจากฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ตลอดจนชาวจีนโพ้นทะเล เพื่อให้ได้สัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมของเมืองสุยโจวอย่างแท้จริง

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเทศในแถบยุโรปตะวันออกเป็นดินแดนที่มีมนต์เสน่ห์มาก แม้ครั้งหนึ่งจะเคยตกเป็นเมืองบริวารของอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซียมาก่อนก็ตาม แต่ทว่าความเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไม่อาจสามารถลบล้างความมีเสน่ห์ของดินแดนเหล่านี้ให้สูญสิ้นไปได้

วันนี้จะชวนคุณ ๆ ไปเที่ยวเมืองพอชนัน (Poznan) อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ แต่ปัจจุบันคือเมืองหลักของรัฐหรือเขตวิลโคโพสกา โดยเมืองหลวงปัจจุบันของโปแลนด์คือวอร์ซอร์ ตามประวัติศาสตร์ระบุว่าเมืองพอซนันตั้งขึ้นในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 10

พอชนันตั้งอยู่ระหว่างกรุงวอร์ซอร์กับกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นที่ยอมรับกันว่าเมืองพอซนันเป็นเมืองประวัติศาสตร์เมืองหนึ่งของโปแลนด์ที่มีความสำคัญมาหลายศตวรรษ แต่ทว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้ถูกทำลายอย่างหนักจนเรียกได้ว่าราบเป็นหน้ากลอง แต่ก็ได้รับการฟื้นฟูบูรณะให้กลับมางดงามได้เกือบจะเหมือนเดิมหลังจากสงครามโลกสงบลง โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าที่ชื่อสตารี ไรเนค (Stary Rynek) แต่หากคุณที่ติดตามคอลัมน์นี้มาโดยตลอด คงจำได้ดีว่าประมาณเดือนเศษ ๆ มาแล้ว ในคอลัมน์นี้ได้ลงเรื่องและภาพของมหาวิหารหอคอยแฝด Katedra św. Jana Chrzciciela (Cathedral of St. John the Baptist) และ Kościół św. Krzyża (Church of the Holy Cross) ณ Ostrów Tumski (Cathedral Island) ไปแล้ว ซึ่งคนที่ได้อ่านคอลัมน์สอบถาม Mr. Flower ว่าเมื่อไรจะพาไปสัมผัสความงามของสถานที่แห่งนั้นด้วยตาของตัวเอง โดย Mr. Flower ก็ได้ตอบไปว่า อาจจะเป็นช่วงฤดูไม้ไม้ร่วงของปีนี้ หรือไม่ก็อาจจะช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

ขอออกนอกเรื่องอีกนิดครับ อันที่จริงหากได้ไปโปแลนด์ทั้งที ก็ต้องไปเที่ยวกรุงวอร์ซอร์ด้วย เพราะมีความสำคัญและมีความงดงามจนไม่อาจละเลยการไปเยือนได้ แต่ขอติดไว้ก่อนครับ รับรองว่าครั้งหน้าจะพาไปชมความงามของกรุงวอร์ซอร์อย่างแน่นอน

กลับมาพูดถึงเมืองพอซนัน ก็ต้องพูดถึงเขต old town ที่ชื่อ Stary Rynek ที่ได้รับการยกย่องว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาจตุรัสต่าง ๆ ของยุโรปตะวันออก รวมถึงยุโรปตะวันตกด้วยก็ว่าได้ 

สำหรับวันนี้จะชวนคุณเดินเที่ยวแบบ walking city tour เริ่มต้นจาก Cyryla Ratajskiego ก่อนเลย แล้วก็เดินไปตามเขตเมืองเก่า ชมอาคารเก่า และปราสาท รวมถึงพิพิธภัณฑ์ และศาลาว่าการของเมือง และที่พลาดไม่ได้คือวิหาร Bacilica of Our Lady of Perpetual Help, Mary Magdalene and St. Stanilaus ขอทิ้งท้ายก่อนลากันในสัปดาห์นี้ คือ เมื่อมาถึงพอซนันแล้วต้องไม่พลาดไปเยี่ยมเยือนศาลาว่าการของเมืองที่สร้างด้วยสไตล์เรอเนซองส์ ที่นับว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป แล้วที่พลาดไม่ได้คือการไปชมหอนาฬิกาแพะชนกัน โดยในเวลา 12.00 น. ทุกวัน ที่ตัวหอนาฬิกาจะมีรูปปั้นแพะตัวผู้สองตัวปรากฏตัวแล้วใช้หัวชนกัน และมีหลักฐานยืนยันว่าศาลาว่าการเมืองหลังนี้รอดพ้นจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จึงทำยังคงเป็นอาคารเก่าแก่ที่งดงามที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน 

หากคุณ ๆ สนใจท่องเที่ยวไปในเมืองต่าง ๆ บนโลกใบนี้ (แต่ย้ำว่าต้องเป็นที่ซึ่ง Mr. Flower รู้จักและคุ้นเคยอย่างดี) โดยไปเที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งไม่รีบร้อน เที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ มีสมาชิกไม่เกิน 16 คน โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่หมายเลข 091 7233615 แล้วเราจะไปท่องโลกแบบเจาะลึกด้วยกันครับ

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower  

Around W. By หมูอ้วน : เปิดภาพคอมมูนิตี้สุภาพบุรุษไบค์เกอร์! ไทรอัมพ์ รวมตัวไรเดอร์ ‘หล่อ – ใจดี – มีสไตล์’ ส่งต่อมิตรภาพ – พลังแห่งการให้

Around W. By หมูอ้วน : เปิดภาพคอมมูนิตี้สุภาพบุรุษไบค์เกอร์! ไทรอัมพ์ รวมตัวไรเดอร์ ‘หล่อ - ใจดี – มีสไตล์’ ส่งต่อมิตรภาพ – พลังแห่งการให้

Around W. By หมูอ้วน : เปิดภาพคอมมูนิตี้สุภาพบุรุษไบค์เกอร์! ไทรอัมพ์ รวมตัวไรเดอร์ ‘หล่อ – ใจดี – มีสไตล์’ ส่งต่อมิตรภาพ – พลังแห่งการให้

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์” (The Distinguished Gentleman’s Ride) หรือ DGR อีเวนต์การกุศลระดับโลกที่เหล่าไบค์เกอร์สายคลาสสิกต่างเฝ้ารอในทุกปี โดย ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ได้ชวนเหล่าไรเดอร์จากทั่วโลกออกมาร่วมขับขี่ภายใต้จิตวิญญาณแห่งความเท่ มิตรภาพ และการส่งต่อพลังให้สังคม ผ่านกิจกรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวของคนรักรถจักรยานยนต์ แต่ยังเป็นการร่วมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพผู้ชาย ทั้งโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและสุขภาพจิต พร้อมระดมทุนสนับสนุนมูลนิธิ Movember เพื่อขับเคลื่อนอีกหนึ่งภารกิจสำคัญระดับโลกไปพร้อมกัน

สำหรับประเทศไทยงาน “DGR 2026” ได้จัดขึ้นพร้อมกับทั่วโลกผ่านผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของไทรอัมพ์ทั่วประเทศ โดยเหล่าสุภาพบุรุษไบค์เกอร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างพร้อมใจกันแต่งกายในลุคสุดคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นสูท เนกไท หรือแฟชั่นสไตล์สุภาพบุรุษสุดเนี้ยบ พร้อมขับขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมีคนดังจากแวดวงบันเทิงและอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก โดยทั้งหมดได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Team Triumph” เพื่อช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจและกระบอกเสียงสำคัญไปยังกลุ่มผู้รักการขับขี่และคนรุ่นใหม่ นำโดย อนันดา เอเวอริงแฮม นักแสดงระดับไอคอนิก เจ้าของสไตล์การขับขี่ที่สะท้อนตัวตนแบบอิสระที่ขี่รถไทรอัมพ์ Bonneville Bobber เข้าร่วมงาน พร้อมเผยความรู้สึกว่า ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมงาน DGR แต่พบว่างานนี้ไม่ใช่แค่งานรวมตัวของคนรักรถจักรยานยนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนพลังของคอมมูนิตี้ที่พร้อมส่งต่อพลังบวกและความใส่ใจในการช่วยเหลือสังคม แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม อีกทั้งการได้เห็นผู้คนจากหลากหลายวงการมาร่วมขับขี่ด้วยเป้าหมายเดียวกัน ถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้งานนี้มีความพิเศษเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

ด้าน แชมป์ – ชนาธิป โพธิ์ทองคำ นักแสดงหนุ่ม ผู้หลงใหลการเดินทางและไลฟ์สไตล์เอาท์ดอร์ร่วมขี่รถไทรอัมพ์ Tracker 400 ได้เผยว่า ภูมิใจแล้วก็เป็นเกียรติมาก ๆ เลยครับที่ปีนี้ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ Team Triumph ในบิ๊กอีเวนต์ระดับโลกอย่าง DGR 2026 การได้เห็นพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนแต่งตัวจัดเต็ม ใส่สูทหล่อๆ ออกมาขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจด้วยกัน ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของความสนุกหรือความเท่เลยครับ แต่คือพลังที่ยิ่งใหญ่มาก ที่สำคัญและทัชใจผมมากๆ ที่พวกเราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงเรื่องสุขภาพจิตของผู้ชายร่วมกับมูลนิธิ Movember ด้วย ส่วนตัวผมเองค่อนข้างมีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยมะเร็งอยู่แล้ว พอได้มาร่วมงานที่ได้ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้โดยตรง ยิ่งรู้สึกดีใจและอิ่มใจเป็นพิเศษเลยครับที่ได้เป็นกระบอกเสียงและเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้

ขณะที่ น็อต – ณัฐสิทธิ์ ปัญญางาม นักแสดงหนุ่มรุ่นใหม่ที่มาพร้อมรถไทรอัมพ์ Scrambler 400 XC ที่ได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานครั้งนี้ สำหรับผม DGR เป็นกิจกรรมครั้งแรกในการขี่รถของผมเลยที่ได้ขี่ไปพร้อมกับทุกคนที่มีจำนวนเยอะขนาดนี้ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก อุ่นใจ เหมือนมีเพื่อนที่รู้ใจ อีกทั้งบรรยากาศในงานทุกคนเป็นกันเองแม้จะเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ตาม นอกจากนี้ยังแต่งตัวเท่ ๆ กันอีกด้วย สำหรับใครที่พลาดในปีนี้นะครับ อยากให้มาร่วมงานกันในปีหน้า งานที่รวมคนที่ชอบทั้งแฟชั่น และมีแพสชันในการขับขี่รถจักรยานยนต์มารวมกันในการสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม แล้วเจอกันนะครับปีหน้า ผมคิดชุดรอแล้ว!

สามารถติดตามรายละเอียด ตลอดจนชมภาพบรรยากาศงาน DGR 2026 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกได้ที่  http://www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand