จุฬาฯ ผนึกทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมโคนมไทย ผ่านเวที ‘Chula Dairy Conference & Expo 2026’

จุฬาฯ ผนึกทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมโคนมไทย ผ่านเวที ‘Chula Dairy Conference & Expo 2026’

จุฬาฯ ผนึกทุกภาคส่วนขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมโคนมไทย ผ่านเวที ‘Chula Dairy Conference & Expo 2026’

วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.39 น.

ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Agritech and Innovation Center: AIC จุฬาฯ สระบุรี) ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จในการจัดงาน “Chula Dairy Conference & Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Resilient Thai Dairy : พลิกอนาคตอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ความยั่งยืน” ณ อาคารสระบุรี 4 ศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดสระบุรี เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ศาสตราจารย์ สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผู้แทนอธิบดีกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และสำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรเกษตรกร และภาคการศึกษาเข้าร่วมงาน

รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อุตสาหกรรมโคนมไทยไม่เพียงเป็นเสาหลักด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความพยายามของเกษตรกรไทยที่ไม่เคยหยุดพัฒนา แม้ต้องเผชิญความท้าทายทั้งด้านการผลิต นวัตกรรม และการแข่งขันในตลาดโลก แต่ด้วยความร่วมมือและความคิดสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน จะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมโคนมไทยได้ โดยการจัดงานครั้งนี้ เป็นมากกว่าเวทีวิชาการและนิทรรศการ แต่เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่เวทีสากล

ด้าน รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.กิตติศักดิ์ อัจฉริยะขจร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมโคนมไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเครียดจากความร้อนในโคนม ความผันผวนของตลาด การแข่งขันในระดับสากล และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโคนมไทยในระยะยาว

ภายในงานมีการบรรยายและเสวนาวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในอุตสาหกรรมโคนม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคปศุสัตว์ และการวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมโคนมในระดับโลก เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ “Chula Dairy Transformation Platform” เวทีระดมความคิดเห็นจากผู้แทนทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมไทยในอนาคต โดยมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากกิจกรรมทางวิชาการแล้ว ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การเลี้ยงโคนมสมัยใหม่จากหน่วยงานและบริษัทชั้นนำ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้เรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ส่งเสริมการดื่มนมโคสดแท้สำหรับเยาวชน โดยนักเรียนจากโรงเรียนในจังหวัดสระบุรี ได้ร่วมเรียนรู้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การเลี้ยงและการจัดการฟาร์มโคนม การแปรรูปผลิตภัณฑ์นม ไปจนถึงการส่งมอบสู่ผู้บริโภค เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมโคนมไทย ส่งเสริมการดื่มนมโคสดแท้ และปลูกฝังแนวคิดด้านความมั่นคงทางอาหารสำหรับคนรุ่นใหม่ 

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจ คือ การประกวดคลิปวิดีโอสั้น TikTok ภายใต้หัวข้อ “นมโคแท้ ดื่มดีทุกวัย” เพื่อรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคนมและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของนมโคแท้ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของเยาวชน โดยมีเยาวชนทั่วประเทศให้ความสนใจร่วมส่งผลงาน และได้รับเกียรติจากผู้บริหารร่วมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดภายในงาน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานจากบัญชี TikTok @wittayanonsuksa โรงเรียนวิทยานนท์ศึกษา จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งสามารถถ่ายทอดเนื้อหาการรณรงค์การดื่มนมโคแท้ได้อย่างสร้างสรรค์และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมรับเงินรางวัล 5,000 บาท และประกาศนียบัตร

ความสำเร็จของงาน Chula Dairy Conference & Expo 2026 สะท้อนถึงความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคเกษตรกรรม ในการร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การปฏิบัติจริง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความมั่นคงทางอาหาร และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยบนพื้นฐานของความยั่งยืน

เปิดป่าเบิกฤกษ์ ‘Tomorrowland Thailand’ ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางเทศกาลดนตรีระดับโลก

เปิดป่าเบิกฤกษ์ 'Tomorrowland Thailand' ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางเทศกาลดนตรีระดับโลก

เปิดป่าเบิกฤกษ์ ‘Tomorrowland Thailand’ ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางเทศกาลดนตรีระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.34 น.

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ หัวเรือใหญ่แห่งวิสดอมวัลเลย์ เดินหน้าพัฒนาแลนด์มาร์กระดับโลก นำทีมประกอบพิธี “เปิดป่า เบิกฤกษ์ผืนดิน” เพื่อเปิดพื้นที่และเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการจัดงาน Tomorrowland Thailand เทศกาลดนตรีระดับโลก ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 ณ จังหวัดชลบุรี 

ในงานพิธีเปิดป่า นำโดย  ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  ในฐานะตัวแทนบริษัท พัทยา แกรนด์ วิลเลจ จำกัด และ บริษัท วิสดอม แอคทีฟ จำกัด ร่วมด้วย ทยา ทีปสุวรรณ เจ้าของและผู้บริหาร บริษัท โอทรี ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด และ รชต ธันยาวุฒิ ประธานบริหาร บริษัท วีอาร์วัน.เวิลด์ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทีมงานวิสดอมวัลเลย์ และทีมงาน Tomorrowland Thailand เข้าร่วมพิธีเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ พื้นที่โครงการ Tomorrowland Thailand

ณัฏฐพล ผู้บริหารกลุ่มวิสดอมวัลเลย์ กล่าวว่า  “พิธีเปิดป่าเบิกฤกษ์ผืนดินครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาพื้นที่กว่า 300 ไร่ ได้รับการออกแบบและวางแผนอย่างรอบด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ระบบสาธารณูปโภค ภายใต้แนวคิดการผสานธรรมชาติ เทคโนโลยี และความยั่งยืน เพื่อรองรับงานระดับนานาชาติและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมบันเทิงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีความตั้งใจทุ่มเทพัฒนา เพื่อให้พื้นที่โครงการฯ ได้มาตรฐานสากล พร้อมต้อนรับผู้ร่วมงานจากทั่วทุกมุมโลก และเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพงานมหกรรมระดับโลก

“สำหรับโครงการ Tomorrowland Thailand  นับเป็นการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว การบริการ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการจ้างงานอีกหลายพันตำแหน่ง โดยคาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและแฟนเพลงจากทั่วโลกกว่า 200,000 คน และสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นำรายได้เข้าประเทศกว่า 5,000 ล้านบาท” ณัฏฐพล กล่าว

นอกจากเป็นพื้นที่จัดงาน Tomorrowland Thailand แล้ว ภายในพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นศูนย์กลางการดำเนินงานของกลุ่มวิสดอมวัลเลย์ รวมถึงเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติรักบี้ และโครงการที่อยู่อาศัย Wisdom First สะท้อนการพัฒนาพื้นที่แบบครบวงจร มุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 908 ในพระดำริฯ หนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 908 ในพระดำริฯ หนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 908 ในพระดำริฯ หนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.34 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เข้ามาช่วยในการพัฒนาชุมชน รวมถึงแก้ไขปัญหาหนี้สิน ความยากจนและขาดแคลน จึงทรงก่อตั้ง ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 908 ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขึ้นที่ บ้านเหล่าหลวงใต้ ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี และอยู่ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 908 ในพระดำริฯ เดิมราษฎรคุ้นเคยในชื่อโครงการส่วนพระองค์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา บ้านเหล่าหลวงใต้ ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ทรงริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2567 จนพัฒนามาเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 908 ในพระดำริฯ” เพื่อเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนแก่ราษฎรในพื้นที่ ทรงมุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อเป็นแบบอย่างการทำเกษตรอินทรีย์ มีแปลงนาสาธิต และการจัดกิจกรรมจำลองวิถีชีวิตชาวนา เช่น ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว “เทศกาลเอาแฮง จับเคียว เกี่ยวข้าว” และบุญคูณลานเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จส่วนพระองค์เพื่อทรงติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์จากภาคส่วนต่างๆ หลายครั้ง ทรงร่วมกิจกรรมจำลองวิถีชีวิตชาวนา อาทิ กิจกรรมปักข้าวดำนา การนวดข้าวแบบโบราณ ฯลฯ ในพระอิริยาบถที่ผ่อนคลายและสนุกสนาน เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่สมาชิกและราษฎรในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง

ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 908 ในพระดำริฯ มีสมาชิกทั้งสิ้น 400 คน จาก 9 หมู่บ้าน มีการจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์ของชุมชนเพื่อช่วยกันพัฒนาองค์ความรู้ของศูนย์ฯ และได้มีการทดลอง พัฒนา ปรับปรุงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชน อาทิ การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ชุมชน การนำโคกหนองนาโมเดลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มการกักเก็บน้ำในพื้นที่ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีจุดสาธิตและนวัตกรรมสร้างรายได้ อาทิ โมเดลธนาคารกบ เป็นระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้นแบบที่ประสบผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม นำผลผลิตส่วนเกินจากโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนไปจำหน่ายและแปรรูปผ่านระบบสหกรณ์เพื่อเป็นกองทุนหมุนเวียนชุมชน

ด้านพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม มีการอบรมให้ความรู้ร่วมกับเครือข่าย เช่น การทำถ่านไบโอชาร์ (Biochar) จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม การบูรณาการในพื้นที่ โดยทำงานควบคู่และเชื่อมโยงกับโครงการใกล้เคียง เช่น โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกำแมด (หมู่ 5 ตำบลวังทอง) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสและเกษตรกรรายใหม่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังมีการส่งเสริมให้เกิดกลุ่มอาชีพต่างๆ ภายในศูนย์รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสมาชิกศูนย์และหาช่องทางการตลาด เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน

ทั้งนี้ สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ฯ ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ได้วางแผนยุทธศาสตร์ ที่มีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่ศูนย์ให้เป็นพื้นที่อินทรีย์ต้นแบบ โดยได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ในการบูรณาการองค์ความรู้และพัฒนาพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ยั่งยืน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและประเทศชาติต่อไป

(ภาพจากเฟซบุ๊ก สำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ-R908)

Donation HUB – ศิษย์เก่าศึกษานารี รุ่น 77 ชวนส่งต่อการให้ผ่านแคมเปญ “77 บาท รวมใจให้กาชาด” ปี 2 เพื่อผู้ป่วยยากไร้และผู้ด้อยโอกาส

Donation HUB - ศิษย์เก่าศึกษานารี รุ่น 77  ชวนส่งต่อการให้ผ่านแคมเปญ

Donation HUB – ศิษย์เก่าศึกษานารี รุ่น 77 ชวนส่งต่อการให้ผ่านแคมเปญ “77 บาท รวมใจให้กาชาด” ปี 2 เพื่อผู้ป่วยยากไร้และผู้ด้อยโอกาส

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.57 น.

Donation HUB สภากาชาดไทย และกลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนศึกษานารี รุ่น 77 ร่วมจัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Bangkok Double Bridge Half Marathon For Red Cross 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 ณ ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ ผ่านเส้นทาง 4 สะพานประวัติศาสตร์สำคัญของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สะพานพระพุทธยอดฟ้า สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานพระปกเกล้า และสะพานพระราม 8 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย 4 ด้าน ได้แก่ การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต

 กิจกรรม “Bangkok Double Bridge Half Marathon For Red Cross 2026” ได้รับการตอบรับจากนักวิ่งเป็นอย่างดี โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมครบตามเป้าหมายกว่า 6,000 คนแล้ว Donation HUB สภากาชาดไทย และกลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนศึกษานารี รุ่น 77 จึงเปิดแคมเปญ “77 บาท รวมใจให้กาชาด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย ผ่านการบริจาคเริ่มต้นเพียง 77 บาท

รายได้จากการบริจาคจะนำไปสนับสนุนภารกิจหลักทั้ง 4 ด้านของสภากาชาดไทย ได้แก่ ด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย ซึ่งมีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นหน่วยงานหลักในการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน ด้านการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ อาทิ อุทกภัย อัคคีภัย วาตภัย โรคอุบัติใหม่ และแผ่นดินไหว ผ่านการส่งมอบชุดธารน้ำใจและการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ด้านการบริการโลหิต โดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ดำเนินการจัดหาและสำรองโลหิตให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยทั่วประเทศ และด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ซึ่งมุ่งช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เด็ก ผู้สูงอายุ พระภิกษุ และ ผู้พิการ รวมถึงการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง

Donation HUB สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนประชาชนร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ผ่านแคมเปญ “77 บาท รวมใจให้กาชาด” แม้ไม่ได้ร่วมวิ่ง ก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันได้ ด้วยการบริจาค เพราะทุกการให้ของคุณ คือส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย โดยสามารถร่วมบริจาคเงินเริ่มต้นที่ 77 บาท หรือตามจิตศรัทธา ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย” ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045-3-04655-8 ทุกการบริจาคลดหย่อนภาษี 2 เท่า

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง WFP ชวนคนไทยส่งมอบ 100,000 มื้ออาหาร ผ่านแคมเปญ ‘The Next Bucket: Save Lives & Change Lives’

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง WFP  ชวนคนไทยส่งมอบ 100,000 มื้ออาหาร ผ่านแคมเปญ ‘The Next Bucket: Save Lives & Change Lives’

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง WFP ชวนคนไทยส่งมอบ 100,000 มื้ออาหาร ผ่านแคมเปญ ‘The Next Bucket: Save Lives & Change Lives’

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.43 น.

เพราะทุกมื้ออาหารสามารถส่งต่อความหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ สยามพิวรรธน์ ร่วมกับโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Food Programme: WFP) เปิดตัวแคมเปญ “The Next Bucket: Save Lives & Change Lives” เชิญชวนทุกคนร่วมเปลี่ยนมื้ออาหารในชีวิตประจำวันให้เป็นพลังแห่งการให้ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนที่เปราะบาง

โครงการระยะแรกจัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน–ธันวาคม 2569 โดยตั้งเป้าส่งมอบ 100,000 มื้ออาหาร เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้รักการแบ่งปันร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย ผ่านเมนูพิเศษจากร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการภายในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม และสยามพรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ หรือบริจาคผ่านแพลตฟอร์ม เทใจ (Taejai) โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนภารกิจของ WFP เพื่อส่งต่อโอกาส สร้างความมั่นคงทางอาหาร และร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่ดีกว่าให้แก่ผู้คนและชุมชนอย่างยั่งยืน

ชลชาติ เมฆสุภะ, ดร.วิรไท สันติประภพ, ศีลวัต สันติวิสัฏฐ์, พาสินี ลิ่มอติบูลย์ และ สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล

แคมเปญ “The Next Bucket: Save Lives & Change Lives” เปิดตัวด้วยความร่วมมือจากร้านสรรพรส ซึ่งจัด Charity Dinner สุดพิเศษเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ภายใต้แนวคิด “The Alchemy of Elements: A Journey of Heritage and Hope ศาสตร์แห่งธาตุปฐมภูมิ: การเดินทางของมรดกภูมิปัญญาและความหวัง” ถ่ายทอดคุณค่าของมรดกอาหารไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความเข้มแข็งของระบบอาหารชุมชน ผ่าน 5 เมนูสร้างสรรค์ ได้แก่ เมี่ยง 4 อารยธรรม, น้ำชุบบนไฟกับขนมครก, หมี่น้ำบ้านราชทูต, มัสมั่นแกะและข้าวพระสุรีย์ และขนมหินฝนทอง โดยได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติมากมาย อาทิ ซิโมน พาร์ชเมนต์ ผู้บริหารจาก WFP, เปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากสยามพิวรรธน์ นำโดย ดร.วิรไท  สันติประภพ, พาสินี ลิ่มอติบูลย์, ศีลวัต สันติวิสัฏฐ์, ชฎาทิพ จูตระกูล ฯลฯ มาร่วมงาน

นอกจากนี้ ระหว่างเดือนมิถุนายน–30 กันยายน 2569 ผู้ที่สั่งเมนู “มัสมั่นแกะและข้าวพระสุรีย์” ณ ร้านสรรพรส จะได้ร่วมส่งต่อมื้ออาหารให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ขาดโอกาสผ่านโครงการดังกล่าว และพบกับเมนูพิเศษ “แกงเขียวหวานหมูกับโรตี” ร้าน FIKKA ร้านอาหารไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย จะเริ่มจำหน่ายระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน-31 ธันวาคม 2569 และร้าน  L’Antica Pizzeria Da Michele Bangkok ร้านพิซซ่าระดับตำนานกว่า 150 ปีจากเมืองเนเปิลส์ จะร่วมจัดกิจกรรมและนำเสนอเมนูพิเศษเพื่อระดมทุนสนับสนุนโครงการต่อไป

ดร.วิรไท สันติประภพ และคณะทำงานจาก WFP

ทั้งนี้ ร้านอาหารภายใน สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต กรุงเทพฯ ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อโอกาสผ่านการรับบริจาคบนแพลตฟอร์ม เทใจ (Taejai) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการระดมทุนเพื่อสังคม โดยรายได้ทั้งหมดจะส่งมอบแก่ WFP เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงทางอาหารและการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตต่าง ๆ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “The Next Bucket: Save Lives & Change Lives” ผ่านเมนูพิเศษจากร้านสรรพรส, FIKKA และ L’Antica Pizzeria Da Michele Bangkok ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน หรือร่วมบริจาคผ่านแพลตฟอร์ม เทใจ (Taejai) และร้านอาหารที่ร่วมโครงการภายในโกลบอลเดสติเนชั่นของสยามพิวรรธน์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569 เพื่อเปลี่ยนทุกมื้ออาหารให้เป็นพลังแห่งความหวัง และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ผู้คนและชุมชน โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://taejai.com/th/project/ots-save-lives-change-lives

(2 คนกลาง) ชฎาทิพย์ จูตระกูล ผู้บริหารสยามพิวรรธน์ และเปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษพร้อมผู้บริหารจาก WFP และสยามพิวรรธน์

(2 คนกลาง) ชฎาทิพย์ จูตระกูล ผู้บริหารสยามพิวรรธน์ และเปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลี ร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษพร้อมผู้บริหารจาก WFP และสยามพิวรรธน์

ซิโมน พาร์ชเมนต์ Deputy Reginal Director WFP

ซิโมน พาร์ชเมนต์ Deputy Reginal Director WFP

ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา, ดร.วิรไท สันติประภพ, ธวัช ธีระนุสรณ์กิจ และวีระยุทธิ์ กุศลส่งเสริม

ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา, ดร.วิรไท สันติประภพ, ธวัช ธีระนุสรณ์กิจ และวีระยุทธิ์ กุศลส่งเสริม

วีนัส มนีรอด, อมาวรินทร์ อินทรีย์สุข, นพ.เมธินันท์ อาภรณ์สุวรรณ                         และพญ.ศุภวงษ์เดือน ทองจันทร์

วีนัส มนีรอด, อมาวรินทร์ อินทรีย์สุข, นพ.เมธินันท์ อาภรณ์สุวรรณ และพญ.ศุภวงษ์เดือน ทองจันทร์

เชฟซีตรอง – วลาสุระ ณ ลำปาง แชมป์ MasterChef Thailand Season 6 จากร้านสรรพรส

เชฟซีตรอง – วลาสุระ ณ ลำปาง แชมป์ MasterChef Thailand Season 6 จากร้านสรรพรส

. มัสมั่นแกะและข้าวพระสุรีย์ เมนูพิเศษจากร้านสรรพรสที่ทุกคนสามารถช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

. มัสมั่นแกะและข้าวพระสุรีย์ เมนูพิเศษจากร้านสรรพรสที่ทุกคนสามารถช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

ปถวี โชติกีรติเวช และ ธณพร ตันติยานนท์

ปถวี โชติกีรติเวช และ ธณพร ตันติยานนท์

รุ่งนภา เศรษฐบุตร, เนตรเสลา สุตเธียรกุล, วิภาวี จิรังบุญกุล และ ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์

รุ่งนภา เศรษฐบุตร, เนตรเสลา สุตเธียรกุล, วิภาวี จิรังบุญกุล และ ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์

ดร.วิรไท สันติประภพ

ดร.วิรไท สันติประภพ

ซาเมียร์ วันมาลี

ซาเมียร์ วันมาลี

“วิ่ง แลก ใจ” เปลี่ยนทุกก้าวให้หัวใจแข็งแรง สะสมครบ 10 กม. รับฟรี!! โปรแกรมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

“วิ่ง แลก ใจ” เปลี่ยนทุกก้าวให้หัวใจแข็งแรง สะสมครบ 10 กม. รับฟรี!! โปรแกรมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

“วิ่ง แลก ใจ” เปลี่ยนทุกก้าวให้หัวใจแข็งแรง สะสมครบ 10 กม. รับฟรี!! โปรแกรมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.34 น.

สถาบันหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนคนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพหัวใจผ่านกิจกรรม “วิ่ง แลก ใจ” รณรงค์ให้ทุกคนเริ่มต้นดูแลหัวใจจากกิจกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือเดิน เพียงสะสมระยะทางให้ครบ 10 กิโลเมตร รับฟรี โปรแกรมตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) มูลค่า 550 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569

กิจกรรม “วิ่ง แลก ใจ” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพหัวใจมากขึ้น ผ่านการเคลื่อนไหวร่างกายง่ายๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือการเดิน เพราะทุกก้าวที่เริ่มต้นวันนี้ อาจเป็นก้าวสำคัญของการมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงในระยะยาว

สำหรับกติกาการร่วมกิจกรรมสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงวิ่งหรือเดินสะสมระยะทางให้ครบ 10 กิโลเมตร ผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพยอดนิยม อาทิ Whoop, Garmin, Strava, Nike Run Club, Runkeeper, Apple Fitness, Samsung Health และแอปพลิเคชันอื่นๆ จากนั้นแสดงหลักฐานระยะสะสมมาที่ LINE Official : @praram9hospital เพื่อแลกรับสิทธิ์ได้ทันที

ICT Silpakorn Showcase 2026 เปิดพื้นที่โชว์ศักยภาพนักศึกษา ผ่านเกม แอนิเมชัน นิเทศศาสตร์ ธุรกิจดิจิทัล และสื่อสร้างสรรค์

ICT Silpakorn Showcase 2026 เปิดพื้นที่โชว์ศักยภาพนักศึกษา ผ่านเกม แอนิเมชัน นิเทศศาสตร์ ธุรกิจดิจิทัล และสื่อสร้างสรรค์

ICT Silpakorn Showcase 2026 เปิดพื้นที่โชว์ศักยภาพนักศึกษา ผ่านเกม แอนิเมชัน นิเทศศาสตร์ ธุรกิจดิจิทัล และสื่อสร้างสรรค์

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.31 น.

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงาน “ICT Silpakorn Showcase in Collaboration with SICTAS 2026” เพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอศักยภาพของนักศึกษา หลักสูตร และแนวทางการเรียนรู้ของคณะ ผ่านผลงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การออกแบบ นิเทศศาสตร์ ธุรกิจดิจิทัล เกม แอนิเมชัน สื่ออินเทอร์แอคทีฟ และคอนเทนต์สร้างสรรค์ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–17 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

งาน ICT Silpakorn Showcase จัดขึ้นร่วมกับ SICTAS 2026 ซึ่งเป็นงานประชุมวิชาการและการแสดงผลงานสร้างสรรค์ระดับนานาชาติของมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อเชื่อมโยงผลงานและการเรียนรู้ของนักศึกษาเข้ากับเวทีทางวิชาการและสร้างสรรค์ในระดับที่กว้างขึ้น พร้อมสื่อสารบทบาทของคณะ ICT Silpakorn ในการพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ด้านดิจิทัลคอนเทนต์ สื่อสร้างสรรค์ เทคโนโลยี การออกแบบ การสื่อสาร และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ภายในงาน ผู้เข้าชมได้พบกับผลงานจากหลากหลายหลักสูตรของคณะ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการออกแบบ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจ นิเทศศาสตร์ เทคโนโลยีสื่อสร้างสรรค์ และหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงสะท้อนการเรียนรู้จากการลงมือทำจริง ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด การออกแบบ การผลิตสื่อ การเล่าเรื่อง การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการสร้างผลงานที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมและตอบโจทย์โลกดิจิทัลในปัจจุบัน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือโซนผลงานเกมและสื่ออินเทอร์แอคทีฟ ที่นำเสนอผลงานของนักศึกษาผ่านเกมและประสบการณ์ดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ เช่น Toy’s Dream เกม 2D side-scrolling puzzle platformer ที่เล่าเรื่องผ่านโลกของของเล่นและจินตนาการ, Parasite เกมไซไฟ-สยองขวัญเชิงปริศนา, Startup! Buddy Doll เกมบริหารจัดการแนวแฟนตาซี และ O.U.R.S เกม 3D action-arcade ที่ใช้กลไกการเล่นแบบอินเทอร์แอคทีฟ นอกจากนี้ยังมีผลงานกลุ่ม Ctrl5Play Interactive 2026 เช่น Ocean Canvas และ Code Canvas ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ทดลองและมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ดิจิทัลโดยตรง

ในส่วนของแอนิเมชัน งานนี้มีการจัดฉายผลงานภาพยนตร์แอนิเมชันคัดสรรจากจุลนิพนธ์และผลงานสร้างสรรค์ของนักศึกษา จำนวน 13 เรื่อง ซึ่งสะท้อนทักษะด้านการเล่าเรื่อง การออกแบบตัวละคร ภาพเคลื่อนไหว เทคนิคการผลิต และการสื่อสารผ่านสื่อแอนิเมชัน ผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นกระบวนการทำงานของนักศึกษาตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด การเขียนบท การออกแบบภาพ การสร้างตัวละคร ไปจนถึงการผลิตผลงานสำเร็จในระดับจุลนิพนธ์

ด้านนิเทศศาสตร์ มีการจัดแสดงและจัดฉายผลงานคัดสรรจากสาขานิเทศศาสตร์ ทั้งตัวอย่างภาพยนตร์ มิวสิกวิดีโอ โชว์รีลผลงานนักศึกษา และผลงานที่ได้รับรางวัลจากเวทีต่าง ๆ เพื่อสะท้อนศักยภาพด้านการเล่าเรื่อง การผลิตสื่อ การสร้างคอนเทนต์ และการสื่อสารกับผู้ชมในหลากหลายบริบท โดยผลงานในโซนนี้ครอบคลุมการเรียนรู้จาก 5 กลุ่มวิชา ได้แก่ ภาพยนตร์ สื่อทัศน์ การโฆษณา ลูกค้าสัมพันธ์ และวารสารศาสตร์บูรณาการ

อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญคือ Digital Design & Business Showcase ซึ่งนำเสนอผลงานจากสาขาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการออกแบบและสาขาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจ ผ่านทั้งจอฉายผลงาน มุมทดลองใช้งานอินเทอร์แอคทีฟ และผลงานด้านการออกแบบเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ประสบการณ์ดิจิทัล และธุรกิจดิจิทัล ตัวอย่างผลงาน เช่น Local Product Digital Platform, EcoCycle Solution, Seennature SME Brand Platform, Smart Equipment Management System และ Digital Media Creation for Business ซึ่งสะท้อนการผสานความรู้ด้านธุรกิจ เทคโนโลยี ข้อมูล และการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแนวทางแก้ปัญหาและโอกาสใหม่ให้กับองค์กร ผู้ประกอบการ และสังคมดิจิทัล

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผลงานเด่นด้านดิจิทัลคอนเทนต์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่าง Mythophobia “ผีอาเซียน” หรือ Metaverse of ASEAN Ghosts ซึ่งต่อยอดตำนานและความเชื่อพื้นถิ่นของอาเซียนสู่การสร้างจักรวาลเนื้อหารูปแบบใหม่ โดยผสานวัฒนธรรม การเล่าเรื่อง เทคโนโลยีดิจิทัล และการออกแบบประสบการณ์ เพื่อแสดงให้เห็นแนวทางการนำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นคอนเทนต์สร้างสรรค์ในบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัล

งาน ICT Silpakorn Showcase ยังทำหน้าที่เสมือนพื้นที่ Open House ให้ผู้สนใจ นักเรียน ผู้ปกครอง นักศึกษาใหม่ ศิษย์เก่า และประชาชนทั่วไป ได้ทำความรู้จักคณะ ICT Silpakorn อย่างใกล้ชิด ผ่านการชมผลงานจริงของนักศึกษา การพูดคุยกับคณาจารย์และนักศึกษาปัจจุบัน และการเห็นภาพรวมของการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงระหว่าง Creativity, Technology และ Communication

สำหรับนักเรียนที่สนใจศึกษาต่อ งานนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเห็นตัวอย่างผลงานจริงของรุ่นพี่ เข้าใจบรรยากาศการเรียนรู้ และค้นพบแนวทางอาชีพในอนาคต ไม่ว่าจะสนใจเกม แอนิเมชัน ภาพยนตร์ คอนเทนต์ สื่อดิจิทัล ธุรกิจดิจิทัล การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ หรือการสื่อสารสร้างสรรค์ ส่วนผู้ปกครองได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าการเรียนในคณะ ICT Silpakorn ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนเทคโนโลยีหรือการใช้เครื่องมือดิจิทัล แต่เป็นการพัฒนาทักษะรอบด้านผ่านการลงมือทำจริง การคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการสร้างผลงานที่สามารถต่อยอดสู่โลกอาชีพได้

ICT Silpakorn Showcase in Collaboration with SICTAS 2026 จึงเป็นมากกว่านิทรรศการผลงานนักศึกษา แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะพื้นที่แห่งการหลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และการสื่อสาร เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมออกแบบอนาคตของโลกดิจิทัลและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ผู้สนใจสามารถติดตามภาพบรรยากาศ ผลงาน และวิดีโอประมวลภาพจากงาน ICT Silpakorn Showcase in Collaboration with SICTAS 2026 ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งนี้สามารถดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/share/v/1FkiPnZPnS/?mibextid=wwXIfr

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 20 มิถุนายน 2569

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.24 น.

•• ขอแสดงความยินดีกับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา กรรมการบริหารศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ เนื่องในโอกาสที่คณะรัฐมนตรี มีมติแต่งตั้งให้เป็น “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ”…

•• เก่าไป-ใหม่มา อดีตนายกสมาคมสื่อสารมวลชน มช. ดร.ชลวิทย์ สุขอุดม นัดนายกสมาคมฯ คนใหม่ อกนิษฐ์ มาโนษยวงศ์ รับมอบสมุดธนาคารของสมาคมฯ โดยมีอดีตเลขาธิการฯ ศุลีพร โชควิวัฒนร่วมเป็นสักขีพยาน…หลังจากนั้นได้พากันไปกราบนมัสการหลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร เพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินการสมาคมฯต่อไป…

•• ขอร่วมไว้อาลัยและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับ น.ท.มัธยัณห์ ไกรสรทองศรี ในการจากไปของภรรยา พล.อ.ต.หญิงสุภาวดี ไกรสรทองศรี พิธีประชุมเพลิง จัดวันนี้(20 มิ.ย.) 17.00 น. ณ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน…พล.อ.ต.หญิงสุภาวดีฯ เป็นอดีตหน้าห้องและนายทหารประจำสำนักงานโฆษกกองทัพอากาศ ในยุค พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร เป็นโฆษกฯ……ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติสัมปรายภพด้วยเทอญ…

•• ด้วยพลังในดนตรี พลังใจ ศิษย์เก่า มธ.ร่วมสร้างสะพานบุญเพื่อโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จัดกันที่บ้านเขาใหญ่ ของ ชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ อดีตผู้ว่าฯ การเคหะแห่งชาติ ศิษย์เก่าเศรษฐศาสตร์ มธ. ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญบริจาคที่ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 108-020-223-4 …

•• ทำหน้าที่น้องกตัญญูดูแลพี่สาวที่ป่วยไข้ จนนาทีสุดท้าย ถึงเวลาหาความสำราญส่วนบุคคลบ้าง ยามนี้ ธนิต วิจิตรพันธุ์ ปลีกวิเวกไปอยู่คอนโดที่หัวหิน ซึ่งไม่ได้ไปเซย์ฮัลโหลกุ้ง หอย ปู ปลามานาน 2 ปีเต็ม…อย่างไรก็ดีเจ้าตัวจะกลับเข้า กทม. ทัน 28 มิ.ย. เพื่อใช้สิทธิ์ใช้เสียง เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.และ สก.ตามระบอบประชาธิปไตย…อย่าถามว่า เลือกใคร คุณพี่เกรงว่าจะผิดกฎหมาย จึงขอไม่ชี้นำเป็นอันขาด…

•• วิทเยนทร์ มุตตามระ แห่ง บ.Around The World จำกัด แจ้งมาว่า CSR เพื่อสังคม ในเรื่องการรับบริจาคโลหิตจากผู้มีจิตศรัทธาทุกๆ 3 เดือน นั้น สำหรับ มิ.ย.นี้ กำหนด 26 มิ.ย.09.00-15.00 น. ที่บริษัทฯ…ผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคโทรสอบถามได้ที่โทร.061-421-011-0 และหากอยู่ในรัศมีใกล้บริษัทฯระยะ 5 กิโลเมตร มีรถรับ-ส่งฟรี…

•• นี่ก็มีจิตกุศลเหมือนกัน ครูหมู – มนธิกาญ ธนันกุลจิรา อดีตนักร้องของวงดนตรี กทม. ตอนนี้มาเป็นครูสอนร้องเพลงที่ศูนย์นันทนาการผู้สูงวัย บางขุนเทียน…ครูบอกศิษย์ชราว่าจะมาเป็นนักร้อง ต้องแต่งตัวให้ดูดีคนฟังจะได้เจริญหู เจริญตา เจริญใจ…ถูกใจใช่เลยค่ะ คุณครู !!… ••

บารอนเนส

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.43 น.

CASETiFY แบรนด์สไตล์ชั้นนำระดับโลก ร่วมต้อนรับมหกรรมฟุตบอลโลก เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™ สินค้าลิขสิทธิ์แท้อย่างเป็นทางการสำหรับ ที่ออกแบบมาเพื่อแฟนฟุตบอลทั่วโลกโดยเฉพาะ

ความร่วมมือระหว่าง CASETiFY และ FIFA มอบอีกหนึ่งวิธีให้แฟนบอลได้พกพาความตื่นเต้นและจิตวิญญาณของการแข่งขันไว้กับตัวผ่านไอเท็มสะสมดีไซน์โดดเด่น โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของคอลเล็กชันคือดีไซน์ลายประเทศที่สามารถปรับแต่งได้ (Customizable Country Prints) ช่วยให้ผู้ใช้งานแสดงการสนับสนุนทีมชาติที่ตนเองเชียร์ได้อย่างภาคภูมิใจ

ความร่วมมือในครั้งนี้ นำเสนอคอลเล็กชันที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแฟนฟุตบอลโดยเฉพาะ โดยการนำเอาสีสันและกลิ่นอายของการแข่งขันระดับโลกมาอยู่บนอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อีกหนึ่งไอเทมเด่นในคอลเล็กชันนี้คือ เคสลายประเทศแบบปรับแต่งได้ (Customizable Country Cases) ซึ่งเปิดโอกาสให้แฟนบอลเลือกเชียร์ทีมชาติที่ชื่นชอบ พร้อมสร้างสรรค์ดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังมาพร้อมสินค้าลิขสิทธิ์อย่าง FIFA WORLD CUP 26™ Collectible Phone Case และ FIFA WORLD CUP 26™ Metal Chain Wrist Strap ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก FIFA World Cup Gold Trophy™

คอลเล็กชันนี้ประกอบด้วยเคสโทรศัพท์สำหรับอุปกรณ์ Apple, Samsung และ Google รวมถึงสายนาฬิกา เคสแล็ปท็อป เคสแท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริม MagSafe อีกหลากหลายประเภท นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าชุดพิเศษ (Bundle Sets) ที่คัดสรรมาอย่างลงตัว เพื่อรับความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ชื่นชอบในคอลเล็กชันนี้อีกด้วย

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.40 น.

เกาะสมุยกำลังจะเปลี่ยนไป! เมื่อความสวยงามของท้องทะเลไม่ใช่คำตอบเดียวของการแข่งขันระดับโลกอีกต่อไป ล่าสุด สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ขยับเกมใหญ่ ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายชุดสำคัญ “Samui Model” ตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หวังยกระดับ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า สู่พื้นที่ต้นแบบ (Pilot Destination) ด้านการท่องเที่ยวคุณภาพสูงและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ลบภาพจำปัญหารถเช่าและอุบัติเหตุทางถนนแบบเบ็ดเสร็จ

ดันตราสัญลักษณ์ “SAMUI QUALITY & SAFETY” คัดเกรดผู้ประกอบการ

สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ระบุว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป กระเป๋าหนักอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง “เลือก” ปลายทางที่มั่นใจได้ในความปลอดภัย สมาคมฯ จึงเสนอแนวคิด High Value Tourism เน้นดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และเอเชีย ที่พร้อมจ่ายหนักและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ไฮไลต์สำคัญคือการจัดตั้งระบบตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน “SAMUI QUALITY & SAFETY CERTIFIED” เพื่อบล็อกเกรดสถานประกอบการ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สปา และรถรับส่ง ที่ผ่านเกณฑ์เข้ม 4 ด้าน: คุณภาพบริการ, ความปลอดภัย, ถูกกฎหมาย และแคร์สิ่งแวดล้อม

ผุด 3 เมกะโปรเจกต์ “เซฟตี้” ล้างบางจุดเสี่ยงถนนปราบเซียน

เพราะ “ความปลอดภัย” คือหัวใจของการท่องเที่ยวระดับโลก สมาคมฯ จึงคลอดมาตรการเชิงรุกชิ้นโบแดงเพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวเจ็บ-ตายบนเกาะ โดยเฉพาะอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นแผลเรื้อรังมานาน ดังนี้:

•             Tourist Safety Center Samui: ศูนย์สั่งการและประสานงานความปลอดภัยแบบไร้รอยต่อ ดึงตำรวจ ท้องถิ่น โรงพยาบาล และกู้ภัย มารวมอยู่ในวาร์ปเดียวกัน เพื่อซัพพอร์ตเหตุฉุกเฉินได้ทันที

•             Smart Safety & CCTV Network: ปูพรมติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉชีวะและเทคโนโลยีความปลอดภัยตามท่าเรือ ชายหาด และแลนด์มาร์กสำคัญ

•             Samui Road Safety Initiative 2026 (Safe Roads • Safe Tourists • Safe Samui): ปฏิวัติความปลอดภัยทางถนนด้วยโครงการ “SAFE RENTAL SAMUI” จัดระเบียบธุรกิจรถเช่าบนเกาะ ต้องตรวจใบขับขี่เข้มงวด มีหมวกกันน็อก-อุปกรณ์นิรภัยครบ และสแกนตรวจสอบมาตรฐานผ่านระบบ QR Verification ใครทำดีกฎหมายเป๊ะ รับป้ายประกาศเกียรติคุณไปเลย

วอนรัฐไฟเขียวประกาศ “พื้นที่นำร่องมูลค่าสูง”

ทางสมาคมฯ ทิ้งท้ายด้วยการส่งสัญญาณถึงภาครัฐ ขอแรงหนุน 5 ข้อเสนอเพื่อดันให้ “Samui Model” เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการประกาศให้เกาะสมุยเป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวคุณภาพ, อัดฉีดงบประมาณด้านระบบ Smart Safety, และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม-สาธารณูปโภคเพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง

“Samui Model จะไม่หยุดอยู่แค่ที่สมุย แต่นี่คือพิมพ์เขียวระดับชาติที่แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน” สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย มั่นใจ