ดัน Soft Power ภาคใต้สู่เวทีโลก พณ.กางแผนเจรจาธุรกิจ ‘สมุนไพร-แฟชั่น’ หวังสร้างเครือข่ายกระตุ้นเม็ดเงินกลุ่มจังหวัดภาคใต้

ดัน Soft Power ภาคใต้สู่เวทีโลก พณ.กางแผนเจรจาธุรกิจ 'สมุนไพร-แฟชั่น' หวังสร้างเครือข่ายกระตุ้นเม็ดเงินกลุ่มจังหวัดภาคใต้

ดัน Soft Power ภาคใต้สู่เวทีโลก พณ.กางแผนเจรจาธุรกิจ ‘สมุนไพร-แฟชั่น’ หวังสร้างเครือข่ายกระตุ้นเม็ดเงินกลุ่มจังหวัดภาคใต้

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.42 น.

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง เตรียมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ “Hybrid Business Matching” ขนทัพผู้ประกอบการสมุนไพรและแฟชั่นผ้าทออัตลักษณ์ภาคใต้ บุกตลาดไทยและต่างประเทศ 20-21 มกราคมนี้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช มั่นใจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนให้กลุ่มจังหวัดภาคใต้

นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนา “เศรษฐกิจฐานราก” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยเฉพาะการผลักดันนโยบาย “Soft Power” ภายใต้แนวคิด 5F ซึ่งการจัดงานนี้มุ่งเน้นไปที่แฟชั่นผ้าทอไทยและอาหาร ซึ่งครอบคลุมถึงสมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ

“ภาคใต้มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ เห็นได้จากอัตราการเติบโตของการค้าชายแดนผ่านมาเลเซีย ณ จังหวัดสตูล ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งการส่งเสริมผู้ประกอบการระดับฐานรากให้ก้าวสู่ระดับอุตสาหกรรม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน” ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

ด้าน นางสาวกุลธิดา เพ็ชรวงศ์  พาณิชย์จังหวัดพัทลุง เปิดเผยรายละเอียดว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการขับเคลื่อน Soft Power ภาคใต้ผ่านการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ 2 รูปแบบใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายช่องทางการตลาดให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับสมุนไพร และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดกลุ่มสินค้าผ้าและแฟชั่นเครื่องแต่งกายภาคใต้ ชูจุดเด่นผ้าที่มีชื่อเสียง อาทิ ผ้าทอลานข่อย จ.พัทลุง, ผ้ายกเมืองนครศรีธรรมราช, ผ้าเกาะยอ จ.สงขลา และผ้าทอนาหมื่นศรี จ.ตรัง เป็นต้น โดยจะมีการจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

“กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน จ.นครศรีธรรมราช ในรูปแบบ Hybrid Business Matching ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการค้าปัจจุบัน เราตั้งเป้าหมายว่าการเจรจาธุรกิจในทั้งสองกลุ่มสินค้า คาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าการค้ารวมไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่กระจายสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมตามนโยบายรัฐบาล” พาณิชย์จังหวัดพัทลุง กล่าวสรุป     

-(016)

ผู้ว่าฯ กทม. สานสัมพันธ์ไทย-จีน หารือร่วมกันสู่การบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน

ผู้ว่าฯ กทม. สานสัมพันธ์ไทย-จีน หารือร่วมกันสู่การบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน

ผู้ว่าฯ กทม. สานสัมพันธ์ไทย-จีน หารือร่วมกันสู่การบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.38 น.

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหารือผู้บริหาร Pacific Construction Group และ Atlantic Construction เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมือง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้อนรับและหารือร่วมกับ นายหยัน เจ่ยเหอ (Mr. Yan Jiehe) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท Pacific Construction Group (PCG) และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท แอตแลนติก คอนสตรัคชั่น (Atlantic Construction) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการลงทุน การก่อสร้าง และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. จับมือกับ หยัน เจ่ยเหอ ระหว่างการเข้าพบและหารือร่วมกัน 

นายหยัน เจ่ยเหอ ประธานกลุ่มบริษัทฯ เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจระดับโลก โดยประกาศให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ พร้อมกำหนดให้ “กรุงเทพมหานคร” เป็นศูนย์กลางในการขยายฐานธุรกิจ และอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค ณ กรุงเทพมหานคร ภายในปี พ.ศ. 2572  นอกจากนี้ นายหยัน เจ่ยเหอ ยังได้เน้นย้ำถึงศักยภาพการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรผ่านโมเดล FEPCO ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจแบบ “3-in-1” อันประกอบด้วย F (Investor: นักลงทุน), EPC (Contractor: ผู้รับเหมาเบ็ดเสร็จ) และ O (Operator: ผู้บริหารจัดการ) โดยยึดมั่นในปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่ว่า “ความสำเร็จที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการสร้างสัมพันธภาพที่มั่นคง” เพื่อนำโมเดลดังกล่าวมาบูรณาการร่วมกับองค์กรชั้นนำของไทยในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดในราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้ บริษัท แอตแลนติก คอนสตรัคชั่น ยังได้แสดงความพร้อมในการผนึกกำลังร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร มุ่งสู่การยกระดับเมืองให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนสืบไป

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาและแผนการดำเนินงานในอนาคตของกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณที่กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมือง โดยระบุว่ากรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับและส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรชั้นนำระดับสากล และคาดหวังให้มีการนำความเชี่ยวชาญทั้งด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง การบริหารจัดการเมือง รวมถึงด้านการลงทุนและการระดมทุน มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกและสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายสืบไป

อว.เปิดรับสมัครทุน ‘Thailand Scholarships 2569’ ดึงนักศึกษานานาชาติเข้ามาเรียนในไทย ยกระดับอุดมศึกษาไทยสู่เวทีโลก

อว.เปิดรับสมัครทุน 'Thailand Scholarships 2569' ดึงนักศึกษานานาชาติเข้ามาเรียนในไทย ยกระดับอุดมศึกษาไทยสู่เวทีโลก

อว.เปิดรับสมัครทุน ‘Thailand Scholarships 2569’ ดึงนักศึกษานานาชาติเข้ามาเรียนในไทย ยกระดับอุดมศึกษาไทยสู่เวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

อว. ผนึกสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เปิดรับสมัครทุน “Thailand Scholarships 2569” กว่า 200 หลักสูตร มอบกว่า 170 ทุน ดึงนักศึกษานานาชาติเข้ามาเรียนในไทย ยกระดับอุดมศึกษาไทยสู่เวทีโลก

26 มกราคม 2569 ดร.ลักษมณ สมานสินธุ์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. โดยกองการต่างประเทศ สป.อว. ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนความเป็นสากลของอุดมศึกษาไทย เปิดรับสมัครทุนการศึกษา “Thailand Scholarships ประจำปี 2569” ครอบคลุมกว่า 200 หลักสูตร พร้อมมอบทุนการศึกษากว่า 170 ทุน ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก รวมถึงทุนแลกเปลี่ยนหรือฝึกอบรมระยะสั้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลกเข้ามาศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเทศไทย

ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ กล่าวต่อว่า โครงการ Thailand Scholarships ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ โดยในปีการศึกษา 2569 ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศในการเปิดหลักสูตรที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมสาขาวิชาที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนากำลังคนและทักษะแห่งอนาคต

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเป็นสากลของระบบอุดมศึกษาไทย ควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการดึงดูดนักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน

““Thailand Scholarships เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับอุดมศึกษาไทย สู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติอย่างยั่งยืน” ดร.ลักษมณ กล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดหลักสูตรที่เปิดรับทุน คุณสมบัติผู้สมัคร และเงื่อนไขการสมัครได้ที่ https://tinyurl.com/ts2026g2 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและยื่นใบสมัครโดยตรงได้ที่สถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ

-(016)

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สร้างภูมิให้ร่างกายสู้ภัย PM 2.5

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สร้างภูมิให้ร่างกายสู้ภัย PM 2.5

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สร้างภูมิให้ร่างกายสู้ภัย PM 2.5

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.

ต้องบอกตรง ๆ ว่าช่วงนี้ประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับ PM 2.5 หนักหน่วงสุด ๆ เมื่อตื่นลืมตาแล้วเปิดหน้าต่างมองไปนอกห้อง ก็เห็นทันทีว่ามีฝุ่นพิษ PM 2.5 จัดมาก ทำให้วิตกว่าแล้วเราจะรอดพ้นมะเร็งปอดได้ไหมหนอ แต่หากจะบอกว่า คิดมากไปหรือไหม คำตอบคือ ไม่เลย เพราะว่ามีฝุ่นพิษ PM 2.5 จัดมาก มากจนอดหวาดวิตกไม่ได้

ปกติแล้วเวลาเราหายใจ ขนจมูกและน้ำมูกจะช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่ได้ แต่ไม่สามารถจับ PM 2.5 ได้ เพราะมันเดินทางผ่านหลอดลมเข้าสู่ถุงลมปอด แล้วซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรงทันทีที่หายใจสูดมันเข้าไป แล้วที่หนักกว่านั้นคือในฝุ่นพิษนี้ยังมีสิ่งแปลกปลอม เช่น โลหะหนัก สารเคมี และสารก่อมะเร็ง เมื่อมันหลุดเข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายจะมองว่ามันเป็นผู้บุกรุก จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันตื่นตัว แล้วพากันปล่อยสารอักเสบออกมาเพื่อต่อสู้ แล้วยังทำให้เราเกิดภาวะอักเสบกระจายไปทั่วร่างกาย 

ฝุ่นพิษ PM 2.5 กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในปริมาณมหาศาล ส่งผลให้เซลล์ต่าง ๆ ของเราเสื่อมสภาพเร็วและยังก่ออาการโดยทำให้ผิวหนังแพ้ง่าย เกิดริ้วรอย และหากร่างกายได้รับฝุ่นพิษนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจนำไปสู่โรคเรื้อรัง เช่น ภูมิแพ้กำเริบ หอบหืด หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง

ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำหน้าที่เหมือนกับทหารคอยปกป้องบ้านเมือง คอยฟาดฟันทำลายศัตรู เมื่อศัตรูคือฝุ่นพิษ PM 2.5 อยู่รายล้อมรอบตัวเราแบบนี้ จึงต้องเช็คว่าระบบภูมิคุ้มกันของเรายังทำงานเก่งแบบรับมือกับมันไหวหรือไม่ ภูมิคุ้มกันของเราทำงานไหวไหม ช่วยปกป้องร่างกายของเราได้หรือไม่ 

ลองสังเกตดูว่าใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีอาการต่อไปนี้บ้างหรือไม่ เช่น หายใจช้ากว่าปกติ คัดจมูก มีน้ำมูก ไอแห้งตลอด ๆ แม้ว่าจะพักผ่อนหรือกินยาแล้วก็ตาม ผิวหนังมีผื่นคัน แพ้ง่ายกว่าปกติ หรือมีผื่นขึ้นในที่ที่ไม่ควรขึ้น มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง นอนนานก็จริงแต่ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น สมองตื้อ คิดอะไรก็ช้า ตาอักเสบหรือแห้งผิดปกติ แสบตา ตาแดง มีขี้ตา และสัญญาณสุดท้ายคือ ป่วยง่าย เจ็บคอบ่อย ๆ เป็นหวัดง่าย แบบนี้แสดงว่าภูมิคุ้มของเราไม่ดี ร่างกายแย่แล้ว

สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ อย่าพาตัวไปอยู่ท่ามกลางฝุ่นพิษ ซึ่งพูดง่ายแต่ทำยากมาก ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่พอช่วยได้ก็คือ ต้องดูแลตัวเองให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้พอ โดยต้องนอนให้มีคุณภาพด้วย นอนในที่ปลอดภัยที่ไร้ฝุ่นพิษและมลพิษอื่น ๆ ควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ แต่ถ้าไม่มีเครื่องฟอกอากาศ อย่างน้อยก็เช็ดพื้นกำจัดฝุ่นเป็นประจำ และหมั่นจิบน้ำตลอดเวลาในยามตื่น 
หลายคนเมื่อเห็นฝุ่นพิษแล้วรีบวิ่งเข้าร้านยา หาซื้อวิตามินกินจนวุ่นวาย แต่หารู้ไม่ว่า จริง ๆ แล้วเราควรเริ่มจากการล้างพิษด้วยการดื่มน้ำให้พอ จิบน้อย ๆ  แต่บ่อย ๆ โดยทั้งวันให้ได้ 1.5-2 ลิตร คุณูปการของการดื่มน้ำให้เพียงพอ คือช่วยให้ระบบน้ำเหลืองกำจัดของเสียได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอีกอย่างหนึ่งคือ ล้างจมูกให้บ่อยขึ้น จะช่วยเคลียร์ฝุ่นพิษที่ติดในโพรงจมูกได้ ซึ่งเหมาะมากกับวันที่ต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ แต่ที่ละเลยไม่ได้คือ ให้ความสำคัญกับอาหารการกิน ต้องกินครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้หลากสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักผลไม้ อย่าลืมว่าอาหารไทยมีเครื่องแกง และเครื่องเทศต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมภูมิต้านอักเสบได้ เช่น ขิง หอมแดง หอมใหญ่ ขมิ้นชัน เลือกกินเมนูเหล่านี้ให้มากขึ้นในช่วงมีฝุ่นพิษมาก ๆ แล้วต้องงดเหล้า บุหรี่ เพราะมันเป็นตัวเพิ่มการอักเสบ และทำให้มีอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย แล้วก็ต้องงดอาหารที่มีไขมันสูง อาหารหวาน ๆ ทั้งหลาย ย้ำว่าเลี่ยงได้ก็ต้องเลี่ยง

จากข้อมูลย้อนหลังและพยากรณ์อากาศทำให้เห็นว่าฝุ่นพิษ PM 2.5 มีมากในช่วงธันวาคมถึงเมษายนทุกปีแต่ช่วงที่หนักที่สุดคือมกราคมถึงมีนาคม โดยเดือนที่โหดร้ายที่สุดที่ได้จากสถิติ IQAir และกรมควบคุมมลพิษคือเดือนมีนาคม เป็นเดือนที่ค่าฝุ่นพิษพุ่งสูงที่สุดในรอบปี เพราะอากาศแห้งจัด ลมสงบนิ่ง ทำให้ฝุ่นสะสมตัวหนาแน่น แต่ฝุ่นพิษ PM 2.5 จะหมดไปก็เมื่อมีฝนตกลงมา ดังนั้น ต้องใส่ใจดูแลตัวเองให้ดี ตราบใดที่มียังฝุ่นพิษ เราก็ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพของเราให้มากขึ้น

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จิม ทอมป์สัน ฉลอง 75 ปีเปิดตัว Coffee Table Book เล่มแรกใจกลางปารีส

จิม ทอมป์สัน ฉลอง 75 ปีเปิดตัว Coffee Table Book เล่มแรกใจกลางปารีส

จิม ทอมป์สัน ฉลอง 75 ปีเปิดตัว Coffee Table Book เล่มแรกใจกลางปารีส

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

ตอกย้ำจุดยืนในฐานะแบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์จากเอเชียที่ก้าวสู่เวทีสากลอย่างเต็มภาคภูมิ จิม ทอมป์สัน ฉลองครบรอบ 75 ปีด้วยการเปิดตัว Coffee Table Book (หนังสือโต๊ะกาแฟ) เล่มแรกของแบรนด์ในชื่อ “Jim Thompson: Beyond Silk, Beyond Thailand” ที่รังสรรค์ร่วมกับสำนักพิมพ์ลักชัวรีชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Assouline เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ งานหัตถศิลป์ และดีไซน์สุดไอคอนิกของแบรนด์ พร้อมจัดงานเปิดตัวหนังสือครั้งแรกของโลก ณ บูทีค Assouline Paris ในย่าน Saint-Germain-des-Prés (แซ็ง-แฌร์แม็ง-เด-เพร)

(ซ้าย) อเล็กซองดร์ อัสซูลีน  และ แฟรงก์ แคนเซลโลนี

ภายในร้านตกแต่งด้วยดิสเพลย์ที่เผยโฉมหนังสือ Jim Thompson: Beyond Silk, Beyond Thailand ให้แขกคนพิเศษได้ชมเป็นครั้งแรก ในงานเปิดตัวมีการกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานโดย แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน และ Alexandre Assouline (อเล็กซองดร์ อัสซูลีน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Assouline โดยมีบุคคลสำคัญให้เกียรติเข้าร่วมงาน อาทิ นาวสาวธิดา สุขีลาภ อุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส นายนิษณะ ทวีพาณิชย์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ดร.วราวุฒิ สมหวังประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และ Serge Rigal (แซร์จ คิกาล) ตัวแทนจากการบินไทย สำนักงาน ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส

จิม ทอมป์สัน 

หนังสือ Jim Thompson: Beyond Silk, Beyond Thailand บันทึกประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการด้านดีไซน์ของแบรนด์ไว้อย่างสมบูรณ์ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของจิม ทอมป์สัน ผู้ก่อตั้งที่กล่าวไว้ว่า “ผ้าไหมไทยไม่ใช่แค่ผืนผ้า แต่เป็นเรื่องราวที่ทรงคุณค่า” โดยหนังสือเล่มนี้รวบรวมภาพถ่ายโดย Chris Schalkx (คริส ชอล์คซ์) สลับกับภาพที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์และภาพจากคอลเลกชันของแบรนด์ พร้อมบทบรรยายโดย Stephen Wallis (สตีเฟน วาลลิส) พาผู้อ่านสัมผัสตำนานของราชาไหมไทย และเส้นทางความสำเร็จตลอดกว่า 7 ทศวรรษของแบรนด์

ย้อนกลับไปในปี 1951 จิม ทอมป์สัน อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองชาวอเมริกันผู้ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ ได้พาอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยไปสู่เวทีโลก และยกระดับแบรนด์สู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกแบรนด์แรกของเอเชีย โดยอิทธิพลของจิม ทอมป์สัน ครอบคลุมทั้งโลกแฟชั่น การตกแต่งภายใน และศิลปะ ที่ผ่านมาสินค้าของแบรนด์ได้รับความไว้วางใจจากโรงแรมระดับเวิลด์คลาส รวมถึงสร้างโมเมนต์ไวรัลด้วยการปรากฏในซีรีส์ The White Lotus โดยสินค้าทุกชิ้นถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมไทยผ่านเลนส์ร่วมสมัยด้วยลวดลายและสีสันที่อินสไปร์จากธรรมชาติของเมืองไทย

หนังสือเล่มนี้พาผู้อ่านย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นของจิม ทอมป์สัน ที่มุ่งมั่นสืบสานงานฝีมือไทยควบคู่กับการยกระดับด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเทคโนโลยีการทอในโลกยุคใหม่ ตลอด 75 ปี จิม ทอมป์สัน ไม่เพียงผลักดันผ้าไหมไทยจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่ยังขยายขอบเขตของแบรนด์ภายใต้แนวคิด Beyond Silk โดยปัจจุบันธุรกิจครอบคลุมทั้งกลุ่มแฟชั่น สินค้าตกแต่งบ้าน ธุรกิจบริการและอาหารเครื่องดื่ม พร้อมต่อยอดด้วยโปรเจกต์ความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์และศิลปินมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “ในวาระครบรอบ 75 ปี เรายินดีที่ได้เปิดตัวหนังสือเล่มพิเศษ ที่บันทึกเรื่องราวทรงคุณค่าของจิม ทอมป์สัน เราภูมิใจที่ได้ตอกย้ำแนวคิด Beyond Silk พร้อมพาธุรกิจให้ก้าวไปไกลกว่าแบรนด์ผ้าไหม และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Beyond Thailand ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกแบรนด์แรกจากเอเชีย”

อเล็กซองดร์ อัสซูลีน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Assouline กล่าวว่า “จิม ทอมป์สัน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวงการผ้าไหมไทยมายาวนาน ทั้งยังเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้รังสรรค์งานหัตถศิลป์คุณภาพสูง นับเป็นเกียรติของสำนักพิมพ์ของเราที่ได้ร่วมนำเรื่องราวระดับตำนานมาตีพิมพ์ การร่วมกันทำหนังสือเล่มนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ที่ทั้งสองแบรนด์มีร่วมกัน ในการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกล้ำค่า เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับแฟรงก์ แคนเซลโลนี นักเขียนอย่างสตีเฟน วาลลิส และช่างภาพอย่าง คริส ชอล์คซ์ นับเป็นการฉลอง 75 ปีของจิม ทอมป์สันที่เปี่ยมความหมาย”

หนังสือเล่มนี้พร้อมจำหน่ายในฉบับ Classic กับปกแข็งที่ด้านหน้าอวดภาพผืนผ้าลาย MING MING และ BARDO แสนงดงาม ส่วนปกหลังเป็นภาพโชว์รูมสินค้าผ้าตกแต่งบ้านของจิม ทอมป์สัน สาขากรุงเทพฯ ภายในเล่มประกอบด้วยภาพถ่ายสีทั้งหมด 286 หน้า ส่วนอีกฉบับคือ Silk Slipcase ที่มาพร้อมกล่องหนังสือหุ้มผ้าไหมทอมือ 100% ในสีแดงชาดอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งสองฉบับตีพิมพ์ใน 4 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และจีน

Jim Thompson: Beyond Silk, Beyond Thailand วางจำหน่ายแล้วที่จิม ทอมป์สัน สโตร์ บางสาขา และเว็บไซต์ jimthompson.com (จัดส่งทั่วโลก) นอกจากนี้ ยังสามารถหาซื้อฉบับ Classic ได้ที่ร้านผู้จัดจำหน่ายของ Assouline และร้าน Assouline ทุกสาขาทั่วโลก และเว็บไซต์ Assouline.com

ไทยเบฟ มอบน้ำดื่ม “พึ่งพา”

ไทยเบฟ มอบน้ำดื่ม “พึ่งพา”

ไทยเบฟ มอบน้ำดื่ม “พึ่งพา”

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.26 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นำโดย  ณพลภัทร สุวรรณศร ที่ปรึกษา และแพทริค หอรัตนชัย  ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มอบน้ำดื่ม “พึ่งพา” จำนวน 20,000 ขวด สำหรับสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยพล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล ที่ปรึกษามูลนิธิฯ,สันติ สาทิพย์พงษ์ รักษาการหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

พลภัทร สุวรรณศร ที่ปรึกษา บริษัท ไทยเบฟฯ และ ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รอง ปธ.กก.ที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทน ปธ.กก. มูลนิธิฯ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ แทนพระองค์  พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.22 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2567 – 2568 เมื่อวันที่ 21-22 มกราคม 2569 โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เฝ้ารับเสด็จฯ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ในโอกาสนี้ มีผู้ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 7 ท่าน ได้แก่ ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์, วรวัชร ตันตรานนท์ ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์, ดร.เภสัชกรพิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์, สมยศ วงษ์ทองสาลี ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์, ศ.เกียรติคุณ ดร.เฮนริก แบล์สลูว์ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพและชีววิทยาชาติพันธุ์ และ ศ.กิตติคุณ นพ.มาซาโอะ มิยาชิตะ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาแพทยศาสตร์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เฝ้ารับเสด็จฯ

พร้อมกันนี้ มีผู้ได้รับพระราชทานเกียรติบัตรศาสตราจารย์เกียรติคุณ จำนวน 2 ท่าน ได้แก่ ศ.เกียรติคุณ ดร.สรศักดิ์ ลี้รัตนาวลี สาขาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และ ศ.ดร.ประดิษฐ์ เทิดทูล สาขาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 60 ประจำปีการศึกษา 2567 – 2568 มีบัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร วันที่ 21 -22 มกราคม 2569 จำนวน 5,278 คน

ในโอกาสเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ 21 มกราคม ทรงเปิด “อาคารสัตวเวชบำรุง” ศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพทางสัตวแพทย์ภาคเหนือ (NORTHERN REGIONAL VETERINARY HEALTHCARE AND LEARNING CENTER: NOVEL CMU) คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา การค้นคว้า และการวิจัยทางสัตวแพทยศาสตร์ เพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาและการป้องกันโรคในสัตว์เลี้ยง พร้อมให้บริการวิชาการด้านสุขภาพสัตว์แก่ประชาชนในภาคเหนือ และเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติด้านคลินิกและภาคสนามสำหรับนักศึกษาสัตวแพทย์

ในวันที่ 22 มกราคม เสด็จฯ ในพิธีทูลพระขวัญ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดถวายในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา  เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยฝ้ายที่ใช้ประกอบพิธีจัดเตรียมขึ้นเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ในพิธี ตันติพทราภิเษก ซึ่งเป็นพิธีสมโภชฝ้ายมงคลผูกข้อพระกร จัดขึ้น ณ ศาลาธรรม มหาวิทยาลียเชียงใหม่ โดยพิธีทูลพระขวัญจัดขึ้นตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี อันเป็นเอกลักษณ์แห่งภูมิปัญญาล้านนา  เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งถวายเป็นสรรพสิริมงคลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ทรงเปิด “อาคารสัตวเวชบำรุง” และทอดพระเนตรความก้าวหน้าในการรักษาสัตว์ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ทูลเกล้าฯ ถวายบายศรี

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ทูลเกล้าฯ ถวายบายศรี

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องบายศรีพิธีสืบชะตา

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องบายศรีพิธีสืบชะตา

ศ.วิลาวัณย์ เสนารัตน์ ผู้แทนอาจารย์อาวุโส มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายฝ้ายมงคลผูกข้อพระกร

ศ.วิลาวัณย์ เสนารัตน์ ผู้แทนอาจารย์อาวุโส มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายฝ้ายมงคลผูกข้อพระกร

ผู้บริหาร มช.และผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (แถวนั่ง) ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์, วรวัชร ตันตรานนท์, ดร. เภสัชกรพิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์,ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มช., ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภา มช.,  สมยศ วงษ์ทองสาลี, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, ศ.เกียรติคุณ ดร.เฮนริก แบล์สลูว์ และ ศ.กิตติคุณ นายแพทย์มาซาโอะ มิยาชิตะ

ผู้บริหาร มช.และผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (แถวนั่ง) ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์, วรวัชร ตันตรานนท์, ดร. เภสัชกรพิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์,ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มช., ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภา มช., สมยศ วงษ์ทองสาลี, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, ศ.เกียรติคุณ ดร.เฮนริก แบล์สลูว์ และ ศ.กิตติคุณ นายแพทย์มาซาโอะ มิยาชิตะ

คุณแหน : 26 มกราคม 2569

คุณแหน : 26 มกราคม 2569

คุณแหน : 26 มกราคม 2569

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.56 น.

๐๐ ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร ทายาทในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลนราธิปพงศ์ประพันธ์ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2568 แก่นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ กวี นักแปลหรือบรรณาธิการ อาทิ   นวพร เรืองสกุล,รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ,สมชาย กรุสวนสมบัติ (ซูม ไทยรัฐ),ศ.พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม ตามคำเชิญของ นรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย พร้อมพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดรางวัลพระองค์วรรณ รางวัลของคนรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2 ประเภทเรื่องสั้น 30 ม.ค.09.00 น. ห้องประชุมสมาคมนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ 

๐๐ ยินดีกับ ดร.ภญ.อัญชลี เพิ่มสุวรรณ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร คณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่

๐๐ พ.อ.ไท ชาญกล พร้อมเพื่อนๆชาว DJS#2 มาสังสรรค์กับน้องๆ DJS#3 งานนี้ กษมวัต เจิมรังษี, ชนม์วรรธน์ งามเลิศประเสริฐ, ชนากานต์ ธิติไชยวัฒน์, ธัญญสินี ศิลปโสภณ, นฤมล ศรีวิชัย, พงศ์วราวุฑฒิ หมื่นยุทธิ, พงษ์ศักดิ์ แก้วแสนเมือง, พัฒนา วัฒนากร, พิชามญชุ์ จันทรภักดี, รัชนีวรรณ ปานบุตร, ศุภชัย ธรรมศิริ ไม่พลาด

๐๐ เพื่อการอัพสกิลการทำการตลาดยุคใหม่ของคุณด้วยการใช้ข้อมูลและอินไซท์ กำหนดกลยุทธ์ที่ได้ผลจริง ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดฯ ชวนสมัครหลักสูตร From Data to Impact : An Insight – Driven Marketing Masterclass รุ่นที่ 9 โดย ณัฐพล ม่วงทำ และ บังอร สุวรรณมงคล 5 – 6 ก.พ. สอบถามโทร 02-679-7360-3 หรือ ID Line@: @matsociety..๐๐

๐๐ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จัดกิจกรรมดีๆเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ตลอดทั้งเดือน เชิญชวนลูกค้าธนาคาร ใช้บริการต่างๆของธนาคาร อาทิ โอนเงิน  จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ  บ่อยครั้ง เพื่อนำจำนวนครั้ง จัดเป็นเงินบริจาคสมทบเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชน ยากไร้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ  ในมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  เพื่อชุบชีวิตให้เยาวชนที่ขาดแคลน

๐๐ สวดพระอภิธรรม พล.อ.บรรจบ บุนนาค อดีตรมว.กระทรวงกลาโหมและประธานชมรมสายสกุลบุนนาค ณ ศาลาร้อยปี ปิยมหาราชอนุสรณ์ วัดเบญจมบพิตร 23-29 ม.ค.18.00 น. แล้วบรรจุ..๐๐

๐๐ ชมรมสมองใสใจสบาย ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม รพ.จุฬาฯ จัดกิจกรรมภาพยนตร์กับผู้สูงอายุ ครั้งที่ 58 วันที่ 27 ม.ค.09.00-15.00 น. เรื่อง The Impossible 2004 สึนามิ ภูเก็ต พร้อมสนทนาหลังชมภาพยนตร์ โดย วรัดดา รัตนิน,รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย,กนกวรรณ กนกวนาวงศ์  แล้วฟังการเสวนาเรื่อง “ภัยพิบัติ ใกล้ตัวกว่าที่คิด ตั้งรับให้พร้อมก่อนภัยมา” โดย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช ที่ห้อง 1201 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

๐๐ จัดคิวไว้ไปวัดพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท สระบุรี เปิดให้สักการะรอยพระพุทธบาท  24 ชั่วโมง วันที่ 17 ก.พ.-3 มี.ค.เป็นเวลา 15 วัน

๐๐ ขอแสดงความยินดี กับ พลตรีหญิง ดร. อังคณา สุเมธสิทธิกุล ที่ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมพยาบาลทหารบก 

คุณแหน 

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ อาจเพิ่มความเสี่ยง ‘โรคซึมเศร้า’ โดยไม่รู้ตัว

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่  อาจเพิ่มความเสี่ยง ‘โรคซึมเศร้า’ โดยไม่รู้ตัว

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ อาจเพิ่มความเสี่ยง ‘โรคซึมเศร้า’ โดยไม่รู้ตัว

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสูบบุหรี่ช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิโคตินในบุหรี่กลับส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกายในทางลบ นอกจากนี้ ในทางจิตเวช อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังรวมถึงสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าและภาวะทางจิตอื่น ๆ ได้เช่นกัน

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital 

จากการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2.5-4.3 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายจะสูงขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงผลกระทบทางเคมีในสมองที่เกิดจากนิโคติน เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบการให้รางวัลสมอง ผู้สูบบุหรี่จึงรู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขในช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อระดับนิโคตินลดลง ผู้สูบจะรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือหดหู่ ทำให้ต้องการสูบบุหรี่มากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ โดยวงจรนี้สามารถนำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว

อาการของภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูบบุหรี่ มีดังนี้  รู้สึกเศร้า หมองหม่น เบื่อหน่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือทานมากผิดปกติ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รู้สึกผิด หรือไร้ค่า มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย

การเลิกสูบบุหรี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพ ไม่เพียงแต่จะลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจพบกับความยากลำบากในการพยายามเลิกสูบบุหรี่ และอาจประสบกับความเครียด วิตกกังวล ในช่วงที่ไม่ได้สูบ ซึ่งวิธีหนึ่งในการช่วยให้สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ก็คือใช้ยา ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ รวมถึงลดความเครียด และวิตกกังวล ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลิกสูบบุหรี่ได้ นอกเหนือจากการใช้ยา การบำบัดทางจิตวิทยา ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น

พ่อแม่ควรระวัง เด็กไอไม่หยุด ‘หวัดธรรมดา’ หรือเสี่ยง ‘โรคปอด’

พ่อแม่ควรระวัง เด็กไอไม่หยุด ‘หวัดธรรมดา’ หรือเสี่ยง ‘โรคปอด’

พ่อแม่ควรระวัง เด็กไอไม่หยุด ‘หวัดธรรมดา’ หรือเสี่ยง ‘โรคปอด’

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เชื่อว่าหลายบ้านคงเคยชินกับเสียงไอของลูก เด็กบางคนติดหวัดมาจากที่โรงเรียน เป็นๆ หาย ๆ แต่มักไอไม่หยุด โดยคุณพ่อคุณแม่ก็คิดว่าเป็นเพียงอาการหวัดที่เดี๋ยวคงหาย แต่จริง ๆ แล้ว หากเด็กไอต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น หายใจเร็วและแรง เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ก็อาจไม่ใช่อาการของไข้หวัดธรรมดา หากแต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคปอด ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนรุนแรงได้

 พญ. สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต มาไขข้อสงสัยให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าอาการไอแบบไหนที่ควรระวังโรคปอด พร้อมแชร์วิธีดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากอันตรายที่กำลังทำร้ายปอดไม่รู้ตัว

 พญ. สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต 

เช็กให้ชัวร์ เด็กไอแบบนี้ “หวัดธรรมดา” หรือ “เสี่ยงโรคปอด”

อาการไอ เป็นกลไกของร่างกายที่ป้องกันอันตรายหรือกำจัดสิ่งแปลกปลอม ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค สิ่งกระตุ้น หรือฝุ่นมลพิษ แต่สิ่งที่ทำให้รู้ว่าเป็นอาการไอจากการป่วยทั่วไปกับโรคปอดที่ซ่อนอยู่ ดูได้จากระยะเวลาและความรุนแรง โดยปกติถ้าเป็นไอจากไข้หวัด เด็กอาจมีน้ำมูก ไข้ต่ำ หรือไอมีเสมหะ และดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ แต่ถ้าเด็กไอถี่ขึ้น แรงขึ้น และไอต่อเนื่องนานกว่า 4 สัปดาห์ หรือที่เรียกว่า ไอเรื้อรัง เป็นสัญญาณว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคปอดได้

หอบหืด-ปอดอักเสบ-วัณโรค โรคปอดร้ายซ่อนอยู่ในการ “ไอเรื้อรัง”

การไอเรื้อรังในเด็กเกิดได้จากหลายปัจจัย ใกล้ตัวที่สุดคือการที่เด็กต้องไปโรงเรียนหรืออยู่ในที่ชุมชน ทำให้มีโอกาสรับเชื้อใหม่เข้ามาซ้ำเติมในช่วงที่ร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้อาการป่วยยืดเยื้อและกลายเป็นไอเรื้อรัง นอกจากนี้ยังรวมถึงมลภาวะอย่างฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ หรือภูมิแพ้ ส่วนที่น่ากังวลที่สุดคืออาจเป็นโรคปอดที่ซ่อนอยู่ อาทิ หอบหืด ปอดอักเสบ และวัณโรค พญ.สุธิดา ชินธเนศ กล่าวเสริมว่า “วัณโรคมักถูกมองว่าเป็นโรคของผู้ใหญ่ แต่เด็ก ๆ ก็เป็นได้ ส่วนมากวัณโรคในเด็กมักติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคนในบ้านเดียวกัน ซึ่งเวลาเด็กเป็นโรคนี้มักไม่มีอาการชัดเจน อาจมีไข้เรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซีด หรือไอเรื้อรัง หรือถ้าเป็นเด็กเล็กบางคนอาจไม่มีอาการไอเลย ดังนั้นผู้ปกครองต้องสังเกตความผิดปกติของลูกอย่างใกล้ชิด”

ไอเรื้อรังแบบไหน อันตรายต่อปอด ควรพาลูกพบแพทย์ด่วน

หากเด็กมีอาการไอเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 4 สัปดาห์ หรือมีอาการไอร่วมกับมีสัญญาณผิดปกติ เช่น หายใจเหนื่อย หายใจเร็ว อกบุ๋ม เจ็บหน้าอก ปากเขียว ไข้สูงหรือไข้เรื้อรัง เสมหะมีเลือดปน น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ซึมลง หรือไม่ร่าเริงเหมือนเดิม เป็นสัญญาณว่าปอดอาจมีความผิดปกติ ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

ตรวจคัดกรองโรคปอดในเด็ก รู้ไว รักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

การตรวจคัดกรองโรคปอดในเด็กทำได้ด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยหากแพทย์สงสัยว่าอาจมีความผิดปกติ จะพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเยื่อบุโพรงจมูก เอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจหาเชื้อจากทางเดินหายใจ และสุดท้ายคือการตรวจเสมหะ แต่มักไม่ค่อยได้ใช้เพราะเด็กมักขับเสมหะออกมาได้ยาก “ถ้าพบว่าเด็กมีอาการป่วยเป็นโรคปอด แพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะสมตามแต่ละคน และตามความรุนแรงของตัวโรค สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิดภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เด็ก ๆ จะได้ดีขึ้นโดยไว” พญ.สุธิดา ชินธเนศ อธิบาย

อย่างไรก็ตาม อาการไอเรื้อรังอาจนำไปสู่โรคปอดในเด็กได้ ดังนั้น อยากให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกให้ดีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน เริ่มจากพาไปฉีดวัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วน ดูแลให้ลูกได้กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในที่ที่อากาศสะอาด ถ่ายเท ไม่เย็นเกินไป ถ้าเด็กมีอาการไอ เบื้องต้นให้ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้เสมหะไม่เหนียว และอย่าซื้อยาแก้ไอมากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หากอาการไอไม่ดีขึ้นจนเข้าข่ายไอเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วยก็รีบพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการรักษาที่ดี เริ่มจากการเข้าใจทุกความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ลูกจะได้กลับมาสดใสและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

ผู้ปกครองที่มีข้อสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 20:00 น. โทร. 02-079-0038 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์