สหกรณ์ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ดันสมาชิกประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพ-เน้นพึ่งตนเองยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/363204

สหกรณ์ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ดันสมาชิกประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพ-เน้นพึ่งตนเองยั่งยืน

สหกรณ์ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ดันสมาชิกประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพ-เน้นพึ่งตนเองยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 14 จังหวัดชัยนาท โชว์ผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์ด้วยการนำเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้ในการประกอบอาชีพ การดำรงชีพ เน้นการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

นางณัฏยา ศรีชัย ผู้อำนวยการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 14 จังหวัดชัยนาท สำนักพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า จากนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่มุ่งเน้นส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์ให้อยู่ดีกินดีมีอาชีพที่มั่นคง ที่ผ่านมาศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 14 จังหวัดชัยนาท ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมดังกล่าว โดยหนึ่งในหลักสำคัญที่ศูนย์ถ่ายทอดฯ 14ดำเนินงานมาโดยตลอดก็คือ การส่งเสริมการนำเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้ในการประกอบอาชีพให้กับสมาชิกสหกรณ์ เน้นหลักการพึ่งพาตนเองด้วยการแบ่งพื้นที่ในการทำการเกษตรเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปี

โดยศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 14 จังหวัดชัยนาท ได้จัดฝึกอบรมเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบในการทำเกษตรตามแนวทางทฤษฎีใหม่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ มีอาหาร ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนก็ทำให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นแล้ว แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ยังมีส่วนช่วยหล่อหลอมให้เกษตรกรเกิดการพัฒนาทางความคิด สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ด้าน นางทรง เครือกลัด สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ตาก จำกัด หนึ่งในตัวอย่างสมาชิกสหกรณ์ที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น จากการเข้าไปส่งเสริมนำเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้ในการประกอบอาชีพเพื่อการดำรงชีวิต เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับความรู้การอบรมที่หน่วยงานราชการต่างๆ รวมถึงหน่วยงานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ตนก็ได้นำหลักการทำเกษตรในที่ดินขนาดเล็กมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่โดยแบ่งพื้นที่ทำกินจำนวน 2 ไร่ ออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ปลูกบ้าน ขุดสระน้ำ ปลูกไม้ผล ปลูกผักสวนครัว พริก มะเขือ มีบ่อเลี้ยงปลาดุกไว้ประกอบอาหาร จึงทำให้ทุกวันนี้ไม่ต้องเสียเงินค่าซื้ออาหาร นอกจากจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว พืช ผัก ไม้ผลและปลาที่ได้จากเหลือกินแล้วยังสามารถนำไปขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเพิ่มอีกด้วย

รัฐ-เอกชนเร่งถกจัดทำ‘เอฟทีเอ’ ลุยขยายตลาดกลุ่มใหม่สร้างโอกาสสินค้าเกษตรไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/363203

x

รัฐ-เอกชนเร่งถกจัดทำ‘เอฟทีเอ’ ลุยขยายตลาดกลุ่มใหม่สร้างโอกาสสินค้าเกษตรไทย

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า คณะทำงานร่วมระหว่างรัฐ-เอกชน (FTAPro-Active) ซึ่งเป็นกลไกที่จัดตั้งขึ้นระหว่างรัฐและเอกชนไทยอาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการประชุมเพื่อปรับปรุงความตกลงการค้าเสรี (FreeTrade Agreement : FTA) ที่ไทยได้จัดทำแล้ว การเสนอแนะแนวทางในการพิจารณาจัดทำ FTA ของไทยในอนาคตแนวทางการค้าเสรีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขยายการค้าและการลงทุนของไทย ให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด

ปัจจุบันไทยมีความตกลงการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้ 13 ฉบับ 18 ประเทศ ประกอบด้วยไทยกับคู่เจรจา คือ ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ ไทย-ญี่ปุ่น ไทย-อินเดีย ไทย-ชิลี ไทย-เปรู และอาเซียนกับคู่เจรจา คือ อาเซียน-จีนอาเซียน-อินเดีย อาเซียน-ญี่ปุ่น อาเซียน-เกาหลีใต้ อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และอาเซียน-ฮ่องกง โดยปี 2560 ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรกับประเทศต่างๆ ดังนี้ อาเซียน 439,129 ล้านบาท จีน 290,943 ล้านบาท ญี่ปุ่น 172,711 ล้านบาท ออสเตรเลีย 46,040 ล้านบาท เกาหลีใต้ 41,723 ล้านบาท อินเดีย 32,979 ล้านบาท นิวซีแลนด์ 20,438 ล้านบาท ชิลี 8,143 ล้านบาท และเปรู 4,425 ล้านบาท

สำหรับความตกลงที่อยู่ระหว่างเจรจา ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งปี 2560 ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร 1,043,062 ล้านบาท ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) มูลค่า 100,313 ล้านบาท ไทย-ตุรกี มูลค่า 6,520 ล้านบาท ไทย-ปากีสถาน มูลค่า 6,001 ล้านบาท และไทย-ศรีลังกา มูลค่า 5,192 ล้านบาทซึ่งหากไทยสามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวได้จะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยและประเทศคู่เจรจาได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ไทยยังมีแผนเจรจาในอนาคตกับกลุ่มประเทศที่ไทยมีมูลค่าการค้าค่อนข้างสูง ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งปี 2560 ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร 160,865 ล้านบาท สมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) มูลค่า 11,526 ล้านบาท บังกลาเทศ มูลค่า 9,823 ล้านบาท และ สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) มูลค่า 7,589 ล้านบาท

รายงานพิเศษ : กรมการข้าวโชว์ผลสำเร็จ‘ไทยนิยมยั่งยืน’ เร่งขับเคลื่อนให้บรรลุวัตถุประสงค์ก่อนสิ้นปีงบฯ2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/363205

รายงานพิเศษ : กรมการข้าวโชว์ผลสำเร็จ‘ไทยนิยมยั่งยืน’ เร่งขับเคลื่อนให้บรรลุวัตถุประสงค์ก่อนสิ้นปีงบฯ2561

รายงานพิเศษ : กรมการข้าวโชว์ผลสำเร็จ‘ไทยนิยมยั่งยืน’ เร่งขับเคลื่อนให้บรรลุวัตถุประสงค์ก่อนสิ้นปีงบฯ2561

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยถึงผลสำเร็จการดำเนินโครงการไทยนิยมยั่งยืน ของกรมการข้าว ว่า ขณะนี้กรมการข้าวได้ขับเคลื่อนการดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล จำนวน 2 โครงการโครงการแรก คือ โครงการเพิ่มทักษะอาชีพเกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ งบประมาณ 18,240,600 บาท เกษตรกรเป้าหมาย 10,605 ราย ในพื้นที่ 46 จังหวัด มีผลการเบิกจ่าย 10,428,951 บาท เกษตรกรผ่านการฝึกอบรม 9,233 รายในกิจกรรมการฝึกอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เกษตรกร 2,917 ราย การผลิตข้าวคุณภาพดี เกษตรกร 5,112 ราย และการแปรรูปข้าวและผลิตภัณฑ์ เกษตรกร 1,204 ราย โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทักษะอาชีพให้แก่เกษตรกร

นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล 

โครงการที่สอง คือ โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ดี งบประมาณ 45,362,000 บาท เบิกจ่ายแล้ว 28,166,040 บาท มี 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมย่อยที่ 1 กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว งบประมาณ 32,814,000 บาท มีผลการเบิกจ่าย 27,579,190 บาท กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดีเด่นระดับกลุ่มศูนย์ ตั้งแต่ปี 2558-2560 จำนวน 18 กลุ่ม โดยดำเนินการจัดซื้อเครื่องเกี่ยวนวดข้าว 18 เครื่อง ส่งมอบให้เกษตรกรแล้ว 17 เครื่อง จัดซื้อชุดปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ 18 ชุด ส่งมอบให้เกษตรกรแล้ว 15 ชุด อบรมหลักสูตรการบริหารจัดการกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรแล้ว 900 ราย และหลักสูตรวิทยาการเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรแล้ว 900 ราย

กิจกรรมย่อยที่ 2 กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวตลาดเฉพาะ งบประมาณ 12,548,000 บาท มีผลการเบิกจ่าย 586,850 บาท กลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวตลาดเฉพาะ 38 กลุ่ม 24 จังหวัด โดยดำเนินการสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าว (ภายใต้เครื่องมือ 11 รายการ 88 เครื่อง) ส่งมอบให้เกษตรกรแล้ว 11 เครื่อง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการ (การลงนามในสัญญา/การรอส่งมอบ) จำนวน 77 เครื่องและฝึกอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรแล้ว 100 ราย จากเป้าหมาย 160 ราย

รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการในช่วงเวลาที่เหลือกรมการข้าวได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้เร่งขับเคลื่อนงานเพื่อให้บรรลุตามเป้าประสงค์ ส่วนภาพรวมการดำเนินการที่ยังไม่ได้ผลตามเป้าหมายนั้น กรมการข้าวจะเร่งนำเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาการดำเนินโครงการไทยนิยมยั่งยืนของกรมการข้าวในรอบที่ 2 เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามเป้าหมายที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วางไว้

จัดแสดงผลงานผ้าจากภูมิปัญญา ยกระดับ‘ผ้าทออีสาน’สู่สากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/363202

x

จัดแสดงผลงานผ้าจากภูมิปัญญา ยกระดับ‘ผ้าทออีสาน’สู่สากล

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมหม่อนไหม จัดแสดงผลงานโครงการยกระดับผ้าทออีสานสู่สากล นิทรรศการและแฟชั่นโชว์ SILK ISAN ในโครงการยกระดับผ้าทออีสานสู่สากล โชว์ผลงานพัฒนาการออกแบบลวดลายผ้าจากนวัตกรรมภูมิปัญญา และแฟชั่นโชว์ในรูปแบบเสื้อผ้าร่วมสมัยโดยแบรนด์KANNAPOT AUNSORN

นายพิชัย เชื้องาม ผู้อำนวยการสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯเขต 6 จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่ากรมหม่อนไหม ได้จัดแสดงผลงานโครงการยกระดับผ้าทออีสานสู่สากล SILK ISAN ณ ชั้น G ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเอ็มบาสซี กรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนและสืบสานภูมิปัญญาผ้าไหมจากนวัตกรรมภูมิปัญญา นำไปสู่ความเป็นสากลเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยร่วมกับจังหวัดนำร่องภาคอีสาน 6 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อุดรธานี นครราชสีมา สกลนคร สุรินทร์ ชัยภูมิ และมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยอุบลราธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ และวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ พัฒนาลวดลายผ้าจากอัตลักษณ์ภูมิปัญญาในท้องถิ่น จำนวน 48 ลวดลาย นำมาตัดเย็บในรูปแบบเสื้อผ้าร่วมสมัยโดยนักออกแบบรุ่นใหม่ “คณาพจน์ อุ่นศร” จากแบรนด์ KANAPOT AUNSORNที่มีผลงานแสดงในเวทีแฟชั่นโชว์ในระดับประเทศและต่างประเทศ อาทิ ELLE, FASHION WEEK, VOGUE, WHO’S ON NEXT เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ผ้าไหมไทยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยที่ยังคงรักษาอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างกลมกลืนให้มากที่สุด

โดยการแสดงนิทรรศการและแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ มีนักแสดงที่มีชื่อเสียงชั้นนำของประเทศมาเดินแบบ อาทิ คาร่าพลสิทธ์, หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพัน, นาตาซาเปลี่ยนวิถี, อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน, แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, เม้าท์ซี่-นัสชนก เทิดทูลกุล,แอมป์-สุทธิกานต์ หวังเจริญทวีกุล, มาริสา อานิต้า, หลิน มชนต, แน็ต MUT 2015

รักษ์เกษตร : ​ข้อควรคำนึงในการบริหารจัดการดินที่ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/363201

x

รักษ์เกษตร : ​ข้อควรคำนึงในการบริหารจัดการดินที่ดี

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คำถาม ผมทราบดีว่าดินมีความสำคัญที่สุด ผมทำไร่มาหลายปีครับ แต่ยังไม่ทราบวิธีจัดการดินที่ดีเลยครับ ขอทราบความรู้ด้วยครับ

สนองคุณ วิทยานุวัตร

อ.เมือง จ.เชียงใหม่

คำตอบ

การบริหารจัดการดินที่ดีต้องทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง มีน้ำเพียงพอเลือกชนิดของพืชที่ปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ทั้งพืชที่ให้รายได้และพืชที่ปกป้องพืชหลักในสวน รวมถึงพืชที่เป็นอาหารให้สัตว์บางชนิด ในระดับที่ผสมกลมกลืนกันอย่างเหมาะสมจึงจะทำให้ผลผลิตที่เราปลูกได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า การบริหารจัดการเกษตร ในเบื้องต้นต้องพิจารณาดังนี้

1.การบริหารจัดการน้ำ น้ำต้องเพียงพอต่อการเพาะปลูกเพราะถ้าไม่เพียงพอ พืชจะไม่เติบโต พืชที่ขาดน้ำจะอ่อนแอต่อการทำลายของโรค แมลง หรือศัตรูพืชต่างๆ และน้ำที่ใช้ต้องเป็นน้ำที่ดีมีคุณภาพดี

2.การเลือกพืชที่ปลูก ต้องเป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่หรือท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อให้ทนทานต่อดินฟ้าอากาศและศัตรูพืช ควรทดลองนำเอาพืชใหม่ๆมาปลูกเพื่อดูการตอบสนองต่อพื้นที่เสียก่อน ถ้าได้ผลดี หรือมีการปรับปรุงดีแล้ว จึงสามารถคัดเลือกและนำไปปลูกได้

3.การปลูกพืชปกป้อง ต้องเลือกพืชที่ปลูกในระบบแล้วสามารถช่วยปกป้องพืชที่เราปลูกจากศัตรูพืชต่างๆ เช่น ต้นตะไคร้หอมเมื่อกลิ่นฟุ้งกระจายจะช่วยขับไล่แมลงบางชนิดที่เป็นศัตรูพืชได้ ส่วนต้นดาวเรือง และดาวกระจาย มีระบบรากช่วยขับสารบางชนิดที่เป็นพิษต่อไส้เดือนฝอย

4.การใช้สัตว์ปกป้องพืช ได้แก่ กิ้งก่า ตัวต่อแตน มวนเพชฌฆาต และแมลงหมาร่า จะช่วยกินแมลงต่างๆ มากมาย ส่วนผึ้งจะเข้ามาครอบครองพื้นที่ดูดกิน
น้ำหวาน ทำให้แมลงอื่นๆไม่เข้ามาอยู่ใกล้ สัตว์ปกป้องพืชเหล่านี้ควรเว้นชีวิตไว้ และระวังไม่ควรฉีดพ่นยาใส่จนตายไปหมด

5.การป้องกันกำจัดศัตรูพืช เป็นวิธีควบคุมศัตรูพืชทั้งหมดที่มีอยู่อย่างรอบคอบและนำมาผสมผสานกันเป็นวิธีที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการลดปริมาณศัตรูพืช และให้มีระดับการทำลายพืชที่ปลูกน้อยที่สุด โดยมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชหรือการจัดการใดๆให้น้อยที่สุด เน้นการปลูกพืชที่แข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยรบกวนระบบนิเวศเกษตรน้อยที่สุด และสนับสนุนกลไกการควบคุมโดยศัตรูธรรมชาติ

การปรับปรุงและบำรุงดินเป็นรากฐานที่สำคัญในการปลูกพืชดินดี และมีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์พืชที่ปลูกจะโตเร็วไม่มีอาการของโรคพืชที่เกิดจากการขาดธาตุอาหาร ต้นพืชที่โตเร็วแข็งแรงโรคแมลงจะเข้าทำลายไม่ได้ หรือแม้จะถูกเข้าทำลายก็ยังสามารถสร้างทดแทนและฟื้นตัวได้ดี

นาย รัตวิ

เกษตรฯจ่อหยุดกรีดยาง2ล้านไร่ เริ่มม.ค.62 ปลดล็อกดันราคาทะลุ60บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/363260

เกษตรฯจ่อหยุดกรีดยาง2ล้านไร่ เริ่มม.ค.62 ปลดล็อกดันราคาทะลุ60บาท

เกษตรฯจ่อหยุดกรีดยาง2ล้านไร่ เริ่มม.ค.62 ปลดล็อกดันราคาทะลุ60บาท

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 17.40 น.

เกษตรฯจ่อหยุดกรีดยาง2ล้านไร่ เริ่มม.ค.62 ปลดล็อกดันราคาทะลุ60บาท

10 ก.ย.61 นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับหนังสือเรียกร้องและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากราคายางตกต่ำ จากนายประทบ สุขสนาน รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับประเทศ และแกนนำเกษตรกรสวนยางจากจังหวัดภาคใต้

นายกฤษฏา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับรู้ความเดือดร้อนเกษตรกรได้สั่งให้กระทรวงเกษตรฯหาทางเยียวยาช่วยเหลือ จ่ายเงินชดเชยที่ขายยางต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และกำลังหาแนวทางแก้ไขในเรื่องราคาตกต่ำเช่นนำยางในสต็อกเก่า 1.04 แสนตัน ออกไปขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.)ทำเป็นพลังงานชีวมวล เพื่อไม่เป็นตัวกดราคาตลาด โดยจะถาม รมว.พลังงาน พรุ่งนี้(11 ก.ย.61) อีกทั้งมาตรการหยุดกรีดยาง 2ล้านไร่ 3เดือน ลดปริมาณยาง 2 แสนตัน โดยจ่ายเงินชดเชยให้หากเกษตรกรสวนยางเห็นด้วยอาจจะดำเนินการช่วงเดือน ม.ค.62

ด้านนายประทบ กล่าวว่า เครือข่ายสวนยาง ขอให้การช่วยเหลือถึงเกษตรกรถือบัตรสีชมพูในพื้นที่ปลูกยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิด้วย การประมูลปุ๋ยควรให้สถาบันเกษตรกรดำเนินการเอง หรือจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง และ การบริหารงานของรักษาการผู้ว่าฯกยท.ที่ตั้งที่ปรึกษามาจากบริษัทยางรายใหญ่ 5 เสือ อีกทั้งขอให้มีตัวแทนเกษตรกรเข้าไปเป็นกรรมการพิจารณาผังเมืองด้วย

ทั้งนี้ เห็นด้วยกับ รมว.เกษตรฯ ที่จะหยุดกรีดยาง 3 เดือน 2 ล้านไร่ และเกษตรกรพร้อมเข้าร่วมมีมาตรการตรวจสอบกันเองหากใครแอบกรีดโดนลงโทษตัดเงินทันที เพื่อจะให้ราคาขึ้นเพราะเดือดร้อนมาแล้วและสนับสนุน รมว.เกษตรฯ นำยางในสต็อกเก่า 1.04 แสนตันออกไป เพื่อไม่กดราคาอีกต่อไปไม่อย่างนั้นราคาจะไต่อยู่ในระดับ40-50บาทเท่านั้นหากเอาออกจากสต็อกได้จะทะลุ 60 บาทต่อกก.

ส่วนนายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน เลขานุการเครือข่ายเกษตรกรสวนยางภาคใต้ กล่าวว่า สาเหตุที่ กยท.หยุดโรงงานแปรรูปยาง 4-5-6 เพราะไม่มีอำนาจขายหากขายก็ขาดทุนใช่หรือไม่ ขอให้สนับสนุนตลาดเครือข่ายในทุกพื้นที่เข้ารับซื้อรวบรวมยางจากสวนยางโดยตรง จะเพิ่มอำนาจด้านราคาได้ เสนอตั้งโรงงานยางล้อแห่งชาติ ขาย 4 เส้น 1 พันบาท ดูดซับยางในประเทศได้จริง เพราะจากนายกรัฐมนตรี สั่งให้หน่วยงานราชการนำไปใช้ 1 แสนตัน ยังไม่มีใครทำตามนั้น

จากนั้นนายกฤษฏา กล่าวอีกว่า ให้นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ว่าที่ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าฯ กยท. รับประเด็นเหล่านี้ไปวางระบบให้เป็นประโยชน์มากที่สุดแก่เกษตรกร ในส่วนที่ปรึกษาที่เคยทำงานในบริษัท 5 เสือ 2 รายให้พักงานไป เพื่อความสบายใจของเกษตรกร และเห็นด้วยกับการตั้งโรงงานล้อยางแห่งชาติ นอกจากนี้ในส่วนที่โรงงาน กยท.ไม่อำนาจขายยางเอง ต้องให้ผ่านการพิจารณาของบอร์ดก่อน เพราะปัญหาการทุจริตถ้าไม่โกงกัน ประเทศไทยคงไม่เป็นแบบนี้ สมัยตนเป็นผู้ว่าราชการฯแอบให้ปลัด นายอำเภอ ไปสืบหมด พ่อค้ารู้จักกับผู้จัดการก็ซื้อได้อีกราคา

ส่วนงานวิจัยต้องทำมากขึ้นเพราะ3-4 ปีมานี้ไม่ได้ทำเลย ขณะนี้ประเทศรัสเซียมีใบสั่งซื้อยางมาโดยตรงมาทำเอ็มโอยูกับกระทรวงเกษตรฯ เขาไม่ทำกับ กยท.ตนไปต่างประเทศไปชักชวนมาทำโรงงานเกี่ยวกับยางมาลงทุนในเขตอีอีซี

ขณะที่นายอนันต์ กล่าวว่ามาตรการเยียวยาช่วยชาวสวนยาง 6 ไร่ต่อรายระยะ 3 เดือน จ่ายไร่ละ 500 บาท พัฒนาอาชีพ เพื่อจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจะเสนอ ครม.ในเดือนนี้ ให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. 9 แสนราย 5-6 ล้านไร่ จะได้ 3 พันบาทต่อครัวเรือน ใช้งบกลางราว 3 พันล้านบาท

จัดงานแสดงผ้าทออีสานสู่สากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/362985

จัดงานแสดงผ้าทออีสานสู่สากล

จัดงานแสดงผ้าทออีสานสู่สากล

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมได้จัดแสดงผลงานโครงการยกระดับผ้าทออีสานสู่สากล SILK ISAN ณ ชั้น G ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี กรุงเทพฯ โดยมีการนำงานผ้าทออีสาน ที่ได้รับการพัฒนาการออกแบบลวดลายผ้าจากนวัตกรรมภูมิปัญญา มาจัดแสดงในรูปแบบแฟชั่นโชว์รูปแบบเสื้อผ้าร่วมสมัย จากนักออกแบบรุ่นใหม่ “คณาพจน์ อุ่นศร” จากแบรนด์ KANAPOT AUNSORN ที่มีผลงานแสดงในเวทีแฟชั่นโชว์ในระดับประเทศและต่างประเทศ อาทิ ELLE, FASHION WEEK, VOGUE, WHO’S ON NEXT เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ผ้าไหมไทยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ยังคงรักษาอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างกลมกลืน และถ่ายทอดภูมิปัญญาหม่อนไหม ให้คนรุ่นใหม่เกิดความหวงแหน ในเอกลักษณ์และวิถีชีวิตหม่อนไหม เพื่อดำรงไว้ซึ่งการรักษาอย่างยั่งยืน

โดยงานดังกล่าว มีเกษตรกรผู้ทอผ้ามีลวดลายผ้าที่หลากหลายและมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผืนผ้าต้นแบบไม่น้อยกว่า 48 ผืนต้นแบบ ชิ้นงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบไม่น้อยกว่า 24 ชิ้นงาน ซึ่งการแสดงนิทรรศการและแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้`มีนักแสดงที่มีชื่อเสียงชั้นนำของประเทศมาเดินแบบ อาทิ คาร่า พลสิทธ์, หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพัน, นาตาซา เปลี่ยนวิถี, อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน และ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ เป็นต้น

ชายคาพระพิรุณ : 10 กันยายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/362981

586851

ชายคาพระพิรุณ : 10 กันยายน 2561

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาเจอกับ “ขุนเกษตรา” เหมือนเดิมครับ..ปลายสัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวโผโยกย้ายระดับ 10 ของกระทรวงเกษตรฯ ออกมาให้ลุ้นกันอีกระลอก ว่านายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เคาะแล้ว และจะชงเข้า ครม.วันอังคารนี้ ซึ่งขุนเกษตรก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโผที่ออกมาเป็นโผของใคร เพราะยังไม่มีการยืนยันจากนายกฤษฎาแต่อย่างใด จะเป็นข่าวปล่อย ข่าวลวง ก็คงต้องมาลุ้นกันวันอังคารนี้…เมื่อ 6-8 กันยายน ที่ผ่านมา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดประชุมสัมมนาวิชาการ ประจำปี 2561 ในหัวข้อ “เตรียมความพร้อมสู่ปี 2562 สร้างสมดุลแห่งการพัฒนา สายงานประชารัฐเพื่อความยั่งยืน”ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งนายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ บอกว่า เป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรกรมฯ ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งจะเป็นการสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนา และต่อยอด การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2562 โดยนำปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมถึงยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงฯ มาเป็นกรอบในการวางแผน อีกทั้ง เป็นโอกาสสำคัญให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดเห็นและประสบการณ์ต่างๆ เพื่อสร้างความสามัคคีภายในองค์กรร่วมกัน…

ตามที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับสภาพคล่องของสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ ทำให้เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และรศ.พิเศษ พลโทวีระ วงศ์สรรค์ ประธานกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) ร่วมแถลงข่าวยืนยันฐานะทางการเงินของชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัด ยังมีความมั่นคงและบริหารงานโปร่งใส ไม่มีเหตุต้องวิตกกังวลตามที่มีข่าวปรากฏทางสื่อบางฉบับ ย้ำมีสถานะการเงินในระดับมั่นคงกว่าธนาคารรัฐ พร้อมทั้งระบุว่า มีคนไม่หวังดีในกรมปล่อยข่าวต้องการเลื่อยขาเก้าอี้อธิบดี ช่วงโยกย้ายระดับ 10 ด้านประธานกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือ ชสอ. บอกว่า ได้รับความเสียหายกับการที่สื่อเสนอข่าวว่า “ชสอ.ขาดสภาพคล่องเสี่ยงหนี้สูญ” เพราะไม่มีมูลความจริง โดยสถานการเงินของ ชสอ. มั่นคงกว่าธนาคารรัฐ ซึ่งสถานะล่าสุด ณ วันที่ 5 ก.ย. 2561 มีเงินปล่อยกู้ทั้งหมดประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท มี NPL ตามคำสั่งศาล เพียง 4 ราย วงเงิน 5.9 ล้านบาท หรือประมาณ 0.0067% ของยอดหนี้ทั้งหมด ในขณะที่ภาระหนี้เงินกู้อื่นมีการใช้หนี้ตามปกติ ยังไม่พบว่าจะมีความเสี่ยงอะไร ซึ่ง ชสอ. จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นของ ชสอ. ที่มีสมาชิกทั่วประเทศ 3 ล้านราย จาก 1,300 สหกรณ์ ทั้งนี้ ชสอ. ยังได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการลงทุนเพิ่มเติมจากที่กฎหมายสหกรณ์กำหนดให้มาตรา 62 เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือหุ้นที่อันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า A- เนื่องจาก ชสอ. คาดการณ์ว่าสถานการเงินจะขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า ทำให้เงินล้นระบบสหกรณ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไปศึกษาประมาณ 1 เดือน เพื่อที่จะมีแนวทางขยายการลงทุนต่อไป…ทุกวันนี้ข่าวลวง ข่าวหวังผลบางอย่างมีเยอะ ยิ่งอยู่ในช่วงโยกย้ายตำแหน่งสำคัญๆ ก็มักจะมีข่ายแปลกๆ มุ่งทำลายล้างออกมาเรื่อยๆ อยากให้เสพข่าวอย่างมีสติ บางข่าวไม่ได้ทำลายเพียงแค่ตัวบุคคล แต่กลับไปสร้างความเสียหายให้กับองค์กรและกระบวนการทั้งระบบ ขุนเกษตรา เห็นแล้วก็ปวดเฮด ไม่รู้จะรบราฆ่าฟันกันไปถึงไหน เพื่ออะไร สงสารก็แต่ประชาชนตาดำๆ ที่อยู่ในระบบ ซึ่งจะต้องรับกรรมจากจากผลของการกระทำนั้น…

นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เตือนชาวสวนยางเฝ้าระวังโรคใบร่วงหรือ ไฟทอฟธอรา (Phytophthora) ระบาดหนัก ช่วงหน้าฝนแนะนำเกษตรกรเฝ้าสังเกต หากพบต้นยางในสวนติดโรค ควรรีบทำการรักษา เพื่อป้องกันการระบาดจากต้นสู่ต้น เกษตรกรไม่ควรปลูกพืชที่เป็นที่อาศัยของเชื้อ เช่น ส้ม ทุเรียน พริกไทย ปาล์ม โกโก้ เป็นพืชแซมยาง เนื่องจากอาจนำเชื้อมาระบาดสู่ต้นยางได้ และควรปลูกยางพันธุ์ต้านทานโรค เช่น RRIT 251 และ RRIT 408 หมั่นกำจัดวัชพืชและตัดแต่งกิ่งในสวนยางให้อากาศถ่ายเท สะดวกเพื่อลดความชื้นในสวนยาง เมื่อพบโรคให้ใช้สารเคมี metalaxyl หรือ fosetyl-aluminium อัตราส่วน 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นใบยางอ่อนเมื่อพบการระบาดทุกๆ 7 วัน หากต้นยางใหญ่ที่เกิดใบร่วงอย่างรุนแรงจนใบร่วงหมด ควรหยุดกรีดยาง และใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางให้สมบูรณ์ เกษตรกรชาวสวนยางสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่การยางแห่งประเทศไทย ในพื้นที่ได้ในวันและเวลาทำการ…

ขุนเกษตรา

เกษตรฯพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้บัญชี ผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/362984

เกษตรฯพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้บัญชี  ผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน

เกษตรฯพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้บัญชี ผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้การทำบัญชี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง ครอบครัว และชุมชน รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน เป็นอีกภารกิจหนึ่งที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญและได้ดำเนินการส่งเสริมความรู้สู่เด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านต้นมะม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่มีการจัดการเรียน การสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำบัญชี ผ่านโครงการส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อฝึกปลูกฝังให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงการทำงานเป็นทีม มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม สร้างประชาธิปไตยในโรงเรียน และดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ซึ่งทำให้เด็กๆ ได้ฝึกหัดทักษะในหลากหลายด้าน รวมไปถึงการเรียนรู้ด้านการบัญชีที่เป็นการฝึกให้เด็กมีความละเอียดถี่ถ้วน รู้จักการคิดคำนวณ รู้จักการวางแผนผลิตและจำหน่ายสินค้า ตามอุดมการณ์และหลักการสหกรณ์

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์กาญจนบุรี ได้เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักประโยชน์ของการทำบัญชี กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนเห็นว่า บัญชีเป็นเรื่องง่ายและมีประโยชน์ ทุกคนสามารถฝึกฝนกันได้ ทำให้เด็กมีวินัยในตนเองใช้จ่ายอย่างประหยัด และสามารถเป็นกลไกสำคัญในการสอนและแนะนำผู้ปกครอง รวมทั้งคนในชุมชนของตนเอง โดยมีโรงเรียนเป็นศูนย์กลางสำคัญในการพัฒนา เพื่อให้รู้จักการบันทึกบัญชีต้นทุนอาชีพ รู้จักคิดกำไร ขาดทุน และใช้ข้อมูลทางบัญชีในการวางแผนลดต้นทุน หรือปรับเปลี่ยนอาชีพที่เหมาะสม เพื่อให้มีรายได้และเงินออมจากการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

พ.ต.ต.วิรัช วรรณะพุก ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านต้นมะม่วง จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า การดำเนินโครงการส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหนึ่งในโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่โรงเรียนได้ดำเนินการ เพื่อฝึกปลูกฝังให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงการทำงานเป็นทีม มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม สร้างประชาธิปไตยในโรงเรียน และยังฝึกหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนคือ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์กาญจนบุรี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกาญจนบุรี กรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งโรงเรียนแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมร้านค้า และกิจกรรมรับฝากออมทรัพย์ เน้นการส่งเสริมให้เด็กอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม โดยใช้ระบบสหกรณ์เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ รวมไปถึงการส่งเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีผ่านระบบสหกรณ์ ในโรงเรียน ซึ่งทำให้เด็กนักเรียนได้มีองค์ความรู้ด้านบัญชีควบคู่ไปด้วย

“โรงเรียนได้นำผลผลิตที่ได้จากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันมาผ่านระบบสหกรณ์ มีการทำกิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ กิจกรรมทางการเกษตร และการจัดการเรียนการสอนวิชาสหกรณ์ให้กับนักเรียน ผลผลิตที่เราได้ก็นำมาขายให้กับสหกรณ์ สหกรณ์ก็ขายให้กับโครงการอาหารกลางวัน ส่วนผลกำไร เงินปันผล ก็ให้เด็กตอนสิ้นปีการศึกษา โดยเรายังให้ความรู้ในเรื่องการจัดทำบัญชี ให้เด็กลงมือทำบัญชีเอง โดยมีครูเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ และขยายผลไปถึงผู้ปกครองและชุมชนด้วย เราเน้นเรื่องการรวมกลุ่มของเด็กๆ ให้เด็กได้รู้กระบวนการต่างๆ สอดแทรกในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมเข้าไป เด็กก็จะมีความรู้ความรับผิดชอบ มีทักษะต่างๆ ทั้งการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ รวมไปถึงกิจกรรมสหกรณ์ ดังนั้น ทุกกิจกรรมจะเชื่อมโยงมาหาสหกรณ์ ในแต่ละกิจกรรมเด็กๆ ก็จะได้ความรู้ ได้เห็นผลกำไรที่ได้จากการทำกิจกรรม ก็เป็นขวัญกำลังใจของเขา”

การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ด้านการจัดทำบัญชี และนำไปใช้ในการบริหารกิจกรรมสหกรณ์ของโรงเรียน นอกจากสามารถเป็นพื้นฐานในการบริหารกิจการตนเองได้ในอนาคต ยังสร้างวินัยทางการเงิน ช่วยพัฒนาอุปนิสัยให้รู้จักการออม ใช้เงินอย่างคุ้มค่า มีความซื่อสัตย์ เป็นการพัฒนาสู่ความพอเพียง สู่อนาคตที่เจริญอย่างยั่งยืน

หม่อนไหมก้าวสู่ยุคดิจิทัล เปิดตัวแอพ‘QSDS Service’ช่องทางเข้าถึงบริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/362979

หม่อนไหมก้าวสู่ยุคดิจิทัล  เปิดตัวแอพ‘QSDS Service’ช่องทางเข้าถึงบริการ

หม่อนไหมก้าวสู่ยุคดิจิทัล เปิดตัวแอพ‘QSDS Service’ช่องทางเข้าถึงบริการ

วันจันทร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อให้บริการด้านหม่อนไหมขึ้นรองรับการใช้งานกับทุกอุปกรณ์ ทั้งบนเว็บแอพพลิเคชั่น และโมบายแอพพลิเคชั่น ภายใต้ชื่อว่า QSDS Service โดยเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งระบบ Android และระบบ iOS เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตลอดจนประชาชน สามารถเข้าถึงบริการด้านหม่อนไหมได้ง่าย โดยเชื่อมข้อมูลพื้นฐานกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่การเป็นหม่อนไหมดิจิทัล (Digital Sericulture) ในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงขานรับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy หรือ DE) ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจและสังคมที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ การค้า การบริการ การศึกษา การสาธารณสุข การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ ที่มีส่วนในการส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม อันเป็นการสร้างโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียม ด้วยข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ ผ่านสื่อดิจิทัล

นางทิตยาวรรณ์ กิจวรรณีกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง กรมหม่อนไหม กล่าวว่า แอพพลิเคชั่น QSDS Service เริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยระยะแรกจะเน้นให้บริการตามภารกิจสำคัญของหน่วยงาน อาทิ การขอรับพันธุ์หม่อนและไข่ไหม ซึ่งเกษตรกรสามารถแจ้งความจำนงผ่านแอพพลิเคชั่น QSDS Service ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก นอกจากนั้น ยังให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทานอีกด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการศึกษาทดลอง หากแล้วเสร็จก็จะมีการปรับปรุงระบบ เพื่อให้การดำเนินงานการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทานมีระยะเวลาที่รวดเร็วมากขึ้น สำหรับ ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่น QSDS Service ได้ฟรี โดยการพิมพ์คำว่า QSDS Service บน App Store หรือ Google Play