‘สุชาติ’นำทีมลุยเชียงใหม่ ร่วม’ครม.นายกฯอนุทิน’เร่งคลี่คลายไฟป่า-หมอกควันภาคเหนือ

'สุชาติ'นำทีมลุยเชียงใหม่ ร่วม'ครม.นายกฯอนุทิน'เร่งคลี่คลายไฟป่า-หมอกควันภาคเหนือ

‘สุชาติ’นำทีมลุยเชียงใหม่ ร่วม’ครม.นายกฯอนุทิน’เร่งคลี่คลายไฟป่า-หมอกควันภาคเหนือ

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.20 น.

“สุชาติ”นำทีมลุยเชียงใหม่ ร่วม ครม. นายกฯ อนุทิน เร่งคลี่คลายไฟป่า–หมอกควันภาคเหนือ คุมเข้ม PM2.5 พร้อมเฝ้าระวังสารหนูในลำน้ำชายแดน

วันนี้ (20 เมษายน 2569) เวลา 14.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ หอประชุมอาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับรายงานผลการดำเนินงานจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การบูรณาการข้อมูลและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ลดจุดความร้อน ควบคู่การป้องกันในระยะยาว พร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดมาตรการร่วมระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ในการควบคุมและจำกัดการเข้าพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ในพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อลดปัจจัยการเกิดไฟป่าจากกิจกรรมของมนุษย์ และมอบหมายให้แต่ละจังหวัดสามารถดำเนินการจัดการสถานการณ์บอกควันไฟป่า ผ่านการบริหารจัดการแบบ Single Command เพื่อให้เกิดความชัดเจนและการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประเด็นสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของโลหะหนักในแหล่งน้ำตามแนวชายแดน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ได้เร่งรัดการจัดซื้อสถานีวิเคราะห์โลหะหนักในน้ำแบบ 24 ชั่วโมง ให้ครอบคลุมทั้งแม่น้ำกก แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อข้อมูลคุณภาพน้ำ และสามารถสื่อสารแนวทางการปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง

นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จังหวัด และทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใน 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันให้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำมาตรการป้องกันล่วงหน้า ลดการเผาในที่โล่ง ลดการเกิดซ้ำ รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องมลพิษข้ามแดน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในทุกมิติอย่างใกล้ชิด”

ภายหลังการประชุม คณะได้ลงพื้นที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ ทั้งภารกิจดับไฟป่าตามแนวคิด “ป่าเปียก” (Wet Fire Break) และการสาธิตการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขนาดใหญ่ (โดรน) ในการสำรวจและสนับสนุนการดับไฟป่า พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน แก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 รวมถึงปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างเป็นระบบ เพื่อมุ่งลดผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมประชุมแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษภาคเหนือ

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมประชุมแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษภาคเหนือ

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมประชุมแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษภาคเหนือ

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.24 น.

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ หอประชุมอาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญ ได้แก่ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำ รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งและการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม

ที่ประชุมได้เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงานในการดำเนินงานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการควบคุมการเผาในประเทศ ควบคู่กับการติดตามผลกระทบจากการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน ต้องกวดขัน ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานเพื่อให้ทุกอย่างบรรลุผลสูงสุดของประชาชน และประโยชน์ของจังหวัดต่าง ๆในภูมิภาค พร้อมทั้งวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสียหายต่อประชาชนและผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม

– 006

กรมหม่อนไหม เตรียมจัด ‘มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค’ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน

กรมหม่อนไหม เตรียมจัด 'มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค' หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน

กรมหม่อนไหม เตรียมจัด ‘มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค’ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า “โครงการส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นสู่ตลาดยุคใหม่ด้านหม่อนไหม ถือเป็นโครงการสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้และเลือกซื้อสินค้าคุณภาพโดยตรงจากผู้ผลิต พร้อมยกระดับการรับรู้คุณค่าและเอกลักษณ์ของผ้าไหมไทย โดยเฉพาะ ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน อันเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง โดยภายในงานยังจัดนิทรรศการเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระมารดาแห่งไหมไทย” ทรงมีพระราชดำริและพระราชปณิธานในการฟื้นฟูและส่งเสริมอาชีพหม่อนไหม ทรงเล็งเห็นคุณค่าทั้งทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของผ้าไหมไทย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เสริม และสามารถรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ได้อย่างยั่งยืน โดยนิทรรศการดังกล่าวนอกจากเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ร่วมเห็นคุณค่าและสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไหมไทยอีกด้วย

สำหรับการจัดงานในปี 2569 นี้ กำหนดจัดขึ้นทั้งหมด 5 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่ ครั้งที่ 1 จ.เชียงใหม่ (19-23 ก.พ. 69) ครั้งที่ 2 จ.สุราษฎร์ธานี (26 ก.พ.-2 มี.ค. 69) ครั้งที่ 3 จ.อุดรธานี (27-31 มี.ค. 69) ครั้งที่ 4 จ.ชลบุรี (22-26 เม.ย. 69) และครั้งที่ 5 จ.ร้อยเอ็ด (22 – 28 พ.ค 69)

อธิบดีกรมหม่อนไหม ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนในพื้นที่จัดงานและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงผู้ที่หลงใหลในผ้าไหมไทย ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งผืนผ้าและเปิดประสบการณ์ “ชม ชิม ช้อป” ภายในงาน ซึ่งจะได้เรียนรู้นิทรรศการกว่าจะมาเป็นผืนผ้าไหม ตั้งแต่การสาธิตภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไปจนถึงการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ

ได้มาตรฐาน การเข้าร่วมงานครั้งนี้นอกจากจะได้สนับสนุนสินค้าไทยแล้ว ยังถือเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติอีกด้วย

ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมอุดหนุนสินค้า และเป็นกำลังใจให้กลุ่มเกษตรกรหม่อนไหมและผู้ประกอบการที่มาร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้า ระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เซ็นทรัล ชลบุรี

‘ลดต้นทุนฝ่าวิกฤตอาหารสัตว์แพง’ ‘กรมปศุสัตว์’ดัน TMR ธงเขียว-FMMU ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้

'ลดต้นทุนฝ่าวิกฤตอาหารสัตว์แพง' 'กรมปศุสัตว์'ดัน TMR ธงเขียว-FMMU ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้

‘ลดต้นทุนฝ่าวิกฤตอาหารสัตว์แพง’ ‘กรมปศุสัตว์’ดัน TMR ธงเขียว-FMMU ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.32 น.

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศต้องเผชิญภาวะต้นทุนพุ่ง กำไรหด หลายรายมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน สะท้อนปัญหาสำคัญของอาชีพเลี้ยงสัตว์ที่ “ต้นทุนอาหาร” กลายเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดกำไร

สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ เร่งผลักดันแนวทางลดต้นทุน ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า ผ่านโครงการ “TMR ธงเขียว ราคาประหยัด” ที่พัฒนาเป็นสูตรอาหารสัตว์คุณภาพสูง มีโภชนาการครบถ้วน ช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าอาหารได้เกือบครึ่ง พร้อมทั้งช่วยให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง ให้ผลผลิตดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังมีการสนับสนุนผ่าน “FMMU” หรือหน่วยบริการจัดการอาหารสัตว์เคลื่อนที่ ที่ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาถึงฟาร์มจริง โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะช่วยตรวจวิเคราะห์ ปรับสูตรอาหาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด เพื่อให้การใช้อาหารสัตว์เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในต้นทุนที่เหมาะสม

การดำเนินงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ส่งผลให้เกษตรกรสามารถเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ 10 – 15% และมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20 – 30% ต่อรอบการเลี้ยง ทั้งนี้ “TMR ธงเขียว” และ “FMMU” ถือเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุน แก้ปัญหาได้ตรงจุด และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย สู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพการเลี้ยงสัตว์ในระยะยาว

รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลิงก์วิดีโอ : https://youtu.be/Lm9SBvRx4Os

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยบึงกาฬ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยบึงกาฬ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยบึงกาฬ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.27 น.

วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 11.50 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดบึงกาฬ ณ ที่ว่าการอำเภอปากคาด เพื่ออำนวยการผลปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ พร้อมตรวจสอบสภาพอากาศโดยเครื่องบิน King Air

‘วัชระพล’พร้อม‘อธิบดีฝนหลวง’บินด่วน ดูปฎิบัติการส่ง ฮ. ดับไฟป่า‘วัดป่าภูก้อน’ บรรเทาฝุ่น PM 2.5

‘วัชระพล’พร้อม‘อธิบดีฝนหลวง’บินด่วน ดูปฎิบัติการส่ง ฮ. ดับไฟป่า‘วัดป่าภูก้อน’ บรรเทาฝุ่น PM 2.5

‘วัชระพล’พร้อม‘อธิบดีฝนหลวง’บินด่วน ดูปฎิบัติการส่ง ฮ. ดับไฟป่า‘วัดป่าภูก้อน’ บรรเทาฝุ่น PM 2.5

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.08 น.

“วัชระพล”พร้อม”อธิบดีฝนหลวง”บินด่วน ดูปฎิบัติการส่ง ฮ. ดับไฟป่า”วัดป่าภูก้อน” จ.อุดรธานี บรรเทาฝุ่น PM 2.5 พื้นที่ภาคอีสาน เริ่มปฏิบัติการเที่ยวบินแรกเช้านี้

14 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะทำงาน ลงพื้นที่เข้าพบพระครูปลัดสุวัฒนวิจิตรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าภูก้อน และเจ้าคณะตำบลนายูง เขต 1 เพื่อประสานการปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่บริเวณวัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี

โดย นายวัชระพล กล่าวว่า ได้สั่งการให้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์เข้าปฏิบัติการตักน้ำดับไฟป่าบริเวณภูเขาโดยรอบวัดป่าภูก้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่ารวมประมาณ 2,500 ไร่ ที่เกิดไฟไหม้ในบางส่วนของพื้นที่ และมีแนวโน้มขยายวงกว้าง เนื่องจากมีกระแสลมกระโชกแรง ส่งผลให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมาเฮลิคอปเตอร์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการตักน้ำดับไฟป่าไปจำนวน 17 เที่ยว เที่ยวละ 500 ลิตร และจะยังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อลดการลุกลามและผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพอากาศ โดยได้เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า นอกจากภารกิจการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าแล้ว วันนี้ (14 เม.ย.2569) ได้สั่งการให้ตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ขอนแก่น เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังได้รับผลกระทบ โดยมีเครื่องบินขนาดเล็ก CARAVAN จำนวน 3 ลำ ประจำการ และได้เริ่มปฏิบัติการไปแล้วเมื่อเวลา 11.00 น.โดยใช้เครื่องบิน CARAVAN 1 ลำ ปฏิบัติการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง บินปฏิบัติการบริเวณ อ.โซ่พิสัย – อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ จ.บึงกาฬ และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงมีหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่ และ จ.พิษณุโลก ปฏิบัติการเป็นประจำทุกวันอย่างไม่มีวันหยุด โดยในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์นี้ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนฝ่ายยังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์กันตลอดทั้งวัน ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หน่วยฯ จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการไปจำนวน 6 เที่ยวบิน ด้วยเทคนิคการสเปรย์น้ำเย็น การโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง และการก่อเมฆเพื่อดูดซับฝุ่นละออง เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองให้กับพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.แม่ฮ่องสอน และจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และในช่วงบ่ายจะติดตามสภาพอากาศและวางแผนเลี้ยงเมฆเพื่อช่วยดูดซับฝุ่นละอองให้มากยิ่งขึ้นด้วย

ส่วนภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวง กรมฯ ยังเดินหน้าปฏิบัติการควบคู่กันไป ซึ่งเมื่อวานนี้ (13 เม.ย. 2569) มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาภัยแล้งให้กับพื้นที่การเกษตร ทำให้มีฝนตกในบางพื้นที่การเกษตรของ จ.ฉะเชิงเทรา ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส และสงขลา เพิ่มปริมาณน้ำให้อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าพรุควนเคร็งและป่าพรุโต๊ะแดง รวมถึงผลปฏิบัติการภารกิจบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้สามารถช่วยดูดซับและระบายฝุ่นละอองได้ ทำให้ค่าคุณภาพอากาศณ จ.เชียงใหม่ เวลา 17.00 น. มีค่า 163 ลดลงจากช่วงเช้า เวลา 08.00 น. ซึ่งมีค่า 198

อธิบดีกรมฝนหลวง ลงพื้นที่บึงกาฬ ลุยแก้ฝุ่นพิษ P.M.2.5

อธิบดีกรมฝนหลวง ลงพื้นที่บึงกาฬ ลุยแก้ฝุ่นพิษ P.M.2.5

อธิบดีกรมฝนหลวง ลงพื้นที่บึงกาฬ ลุยแก้ฝุ่นพิษ P.M.2.5

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.16 น.

วันที่ 12 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างใกล้ชิด ณ บริเวณริมโขงลานพญานาค อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ หลังพบว่าพื้นที่กำลังเผชิญภาวะฝุ่นละอองในระดับวิกฤต

ในการนี้ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้สั่งการให้เปิดหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดขอนแก่น เพื่อเร่งดำเนินภารกิจบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยจัดเตรียมเครื่องบินขนาดเล็กจำนวน 3 ลำ ประจำฐานปฏิบัติการ พร้อมขึ้นบินปฏิบัติการในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ดำเนินการครอบคลุมจังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม อุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเข้มข้นของฝุ่นละอองในอากาศและบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับแผนการปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป.

กรมการข้าว เตรียมแจก ‘เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์’ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69 เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้

กรมการข้าว เตรียมแจก ‘เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์’ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69 เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้

กรมการข้าว เตรียมแจก ‘เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์’ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69 เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.36 น.

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เนื่องในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี 2569 นี้ กรมการข้าวได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 
7 พันธุ์ จำนวน 2,800 กิโลกรัม นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 
13 พฤษภาคม 2569  และนำไปบรรจุซองพลาสติก จำนวน 400,000 ซอง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ รับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล ประกอบด้วย 

1) ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม จำนวน 1,200 กิโลกรัม บรรจุ 153,000 ซอง    

2) กข6 เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง คุณภาพการหุงต้มดี จำนวน 500 กิโลกรัม บรรจุ 77,000 ซอง  

3) กข79 (ชัยนาท 62) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปริมาณอมิโลสตํ่า (16.82 %) คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เป็นข้าวเจ้า เมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้ จำนวน 400 กิโลกรัม บรรจุ 62,000 ซอง    

4) กข85 เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย ให้ผลผลิตสูงถึง 862 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 200 กิโลกรัม บรรจุ 30,000 ซอง

5) กข99 (หอมคลองหลวง 72) เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ศักยภาพการให้ผลผลิต 957 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวสุก มีกลิ่นนหอม เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียวและนุ่ม คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้ จำนวน 100 กิโลกรัม บรรจุ 15,000 ซอง

6) กข109 (หอมพัทลุง 72) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง คุณภาพการสีดีมาก ข้าวสวยมีสีขาว นุ่ม เหนียว และมีกลิ่นหอม ศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดในแปลงนาเกษตรกร 1,086 กิโลกรัมต่อไร่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคใต้จำนวน 100 กิโลกรัม บรรจุ 15,000 ซอง

7) กข26 (เชียงราย 72) เป็นข้าวเหนียว ไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 130 วัน ความสูงประมาณ 111 เซนติเมตร ศักยภาพการให้ผลผลิต 1,152กิโลกรัมต่อไร่สูงกว่าพันธุ์สันป่าตอง 1 อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าพันธุ์สันป่าตอง 1 และกข14 ประมาณ 5-6 วัน  ต้านทานต่อโรคไหม้ระยะกล้าในภาคเหนือตอนบน บรรจุ 48,000 ซอง

สำหรับประชาชนที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทาน สามารถสอบถามได้ที่ กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เบอร์โทรศัพท์ 02-561-3794 และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 33 แห่ง ศูนย์วิจัยข้าวทั้ง 27 แห่ง และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี อีกทั้งนอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานผ่านการลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://rice.moac.go.th/ หรือ Scan QR Code ตามที่ปรากฏ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยกรุงเทพฯ สามารถรับพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงานกรมการข้าว ชั้น 1 ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขนและส่วนภูมิภาคสามารถรับได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด กรมส่งเสริมการเกษตร ในวันและเวลาราชการ

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ลุยเชียงใหม่ ติดตามปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 พื้นที่ภาคเหนือ

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ลุยเชียงใหม่ ติดตามปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 พื้นที่ภาคเหนือ

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ลุยเชียงใหม่ ติดตามปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 พื้นที่ภาคเหนือ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.12 น.

วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ และคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามการปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุม ติดตามการปฏิบัติภารกิจในการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีค่าเกินมาตรฐาน ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือให้วางแผนและปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่น ละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้อยู่ในค่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยตัวชี้วัดเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าหากปริมาณฝุ่นลดลงก็จะสามารถมองเห็นดอยสุเทพได้

รวมถึงสั่งการให้ส่งเฮลิคอปเตอร์เพิ่ม 2 ลำ เพื่อเสริมกำลังสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยการจัดส่งอากาศยานแบบเฮลิคอปเตอร์เพิ่มเติมจำนวน 2 ลำ ได้แก่ รุ่น Bell 407 และ H130 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการควบคุมและยับยั้งสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง ในการเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฮลิคอปเตอร์ทั้งสองลำจะเข้าปฏิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ณ หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่

– 006

เปิดลงทะเบียนแล้ว กรมการข้าว เตรียมแจก เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69

เปิดลงทะเบียนแล้ว กรมการข้าว เตรียมแจก เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69

เปิดลงทะเบียนแล้ว กรมการข้าว เตรียมแจก เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.04 น.

กรมการข้าว เตรียมแจก เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน 7 พันธุ์ เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลฯ ปี 69 เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า เนื่องในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี 2569 นี้ กรมการข้าวได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 7 พันธุ์ จำนวน 2,800 กิโลกรัม นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2569  และนำไปบรรจุซองพลาสติก จำนวน 400,000 ซอง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ รับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล ประกอบด้วย 

1) ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม จำนวน 1,200 กิโลกรัม บรรจุ 153,000 ซอง    

2) กข6 เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง คุณภาพการหุงต้มดี จำนวน 500 กิโลกรัม บรรจุ 77,000 ซอง  

3) กข79 (ชัยนาท 62) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปริมาณอมิโลสตํ่า (16.82 %) คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เป็นข้าวเจ้า เมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้ จำนวน 400 กิโลกรัม บรรจุ 62,000 ซอง     

4) กข85 เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย ให้ผลผลิตสูงถึง 862 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวน 200 กิโลกรัม บรรจุ 30,000 ซอง

5) กข99 (หอมคลองหลวง 72) เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ศักยภาพการให้ผลผลิต 957 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวสุก มีกลิ่นนหอม เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียวและนุ่ม คุณภาพการสีดีมาก สามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 1 ได้ จำนวน 100 กิโลกรัม บรรจุ 15,000 ซอง

6) กข109 (หอมพัทลุง 72) เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง คุณภาพการสีดีมาก ข้าวสวยมีสีขาว นุ่ม เหนียว และมีกลิ่นหอม ศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดในแปลงนาเกษตรกร 1,086 กิโลกรัมต่อไร่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคใต้จำนวน 100 กิโลกรัม บรรจุ 15,000 ซอง

7) กข26 (เชียงราย 72) เป็นข้าวเหนียว ไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 130 วัน ความสูงประมาณ 111 เซนติเมตร ศักยภาพการให้ผลผลิต 1,152กิโลกรัมต่อไร่สูงกว่าพันธุ์สันป่าตอง 1 อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าพันธุ์สันป่าตอง 1 และกข14 ประมาณ 5-6 วัน  ต้านทานต่อโรคไหม้ระยะกล้าในภาคเหนือตอนบน บรรจุ 48,000 ซอง

สำหรับประชาชนที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทาน สามารถสอบถามได้ที่ กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เบอร์โทรศัพท์ 02-561-3794 และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 33 แห่ง ศูนย์วิจัยข้าวทั้ง 27 แห่ง และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี อีกทั้งนอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานผ่านการลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://rice.moac.go.th/ หรือ Scan QR Code ตามที่ปรากฏ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยกรุงเทพฯ สามารถรับพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงานกรมการข้าว ชั้น 1 ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขนและส่วนภูมิภาคสามารถรับได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด กรมส่งเสริมการเกษตร ในวันและเวลาราชการ