ผู้ช่วยฯลงพื้นที่หนองบัวลำภู ติดตามขับเคลื่อนงานด้านเกษตร

ผู้ช่วยฯลงพื้นที่หนองบัวลำภู  ติดตามขับเคลื่อนงานด้านเกษตร

ผู้ช่วยฯลงพื้นที่หนองบัวลำภู ติดตามขับเคลื่อนงานด้านเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู โดยมีน.ส.อรอาภา โล่ห์วีระ รอง ผวจ.หนองบัวลำภู ต้อนรับ สำหรับ จ.หนองบัวลำภู มีครัวเรือนเกษตรกร 73,129 ครัวเรือน พื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 1.55 ล้านไร่ โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีข้าว 690,934 ไร่ อ้อยโรงงาน 283,575 ไร่ มันสำปะหลัง 88,794.50 ไร่ ยางพารา 135,110.41 ไร่ และพืชผัก ปศุสัตว์ ประมง ตามลำดับ

ทั้งนี้ จ.หนองบัวลำภู มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) ในปี 2565 มีมูลค่า 31,697 ล้านบาท โดยภาคเกษตรกรรมมีมูลค่าถึง 6,957 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22 ของ GPP ทั้งหมด แต่มีรายได้ประชากรเฉลี่ยต่อหัวเท่ากับ 67,363 บาท ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ และแม้จะมีพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่แต่เกษตรกรยังคงเผชิญปัญหาด้านการผลิตและรายได้ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วมซ้ำซาก การทำเกษตรแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ ดร.ณมาณิตา ได้ฟังบรรยายสรุปการพัฒนาแหล่งน้ำและรายงานความก้าวหน้าผลการแก้ปัญหาด้านแหล่งน้ำและแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำตามความต้องการของเกษตรกร และเดินทางไปยังกลุ่มแปลงใหญ่เห็ด ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู และลงพื้นที่ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำบอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.โคกม่วง อ.โนนสัง เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว (สะพานเชื่อมรัก)

สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องการความช่วยเหลือ คือ 1.การบริหารจัดการน้ำด้วยพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก และแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีจำกัด จังหวัดยังคงเผชิญความท้าทายในการเพาะปลูกและดำรงชีพของเกษตรกร จึงได้ขอรับสนับสนุนงบประมาณสำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำ เช่น อ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม การฟื้นฟูลำน้ำ และก่อสร้างระบบชลประทาน 2.การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ซึ่งยังขาดองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิตและขาดช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ การสนับสนุนโครงการอบรมและการนำระบบ Smart Farming มาใช้จะช่วยเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการผลิตได้จริง 3.การสร้างเสถียรภาพราคาผลผลิต ราคาสินค้าเกษตรหลัก เช่น มันสำปะหลัง อ้อย และข้าว ยังมีความผันผวนอย่างมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร การจัดตั้งกองทุนประกันราคาและสนับสนุนการแปรรูปสินค้า จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น และ 4.การแก้ปัญหารายได้ต่ำของประชากร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้าน จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ๆ

‘อัครา’-‘มนพร’ร่วมงาน ใช้เทคโนโลยีผลิตข้าวเหนียว

‘อัครา’-‘มนพร’ร่วมงาน  ใช้เทคโนโลยีผลิตข้าวเหนียว

‘อัครา’-‘มนพร’ร่วมงาน ใช้เทคโนโลยีผลิตข้าวเหนียว

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ร่วมมือ : นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกับ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และผู้ที่เกี่ยวข้อง จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตข้าวเหนียวคุณภาพดีฯ เพื่อสร้างความรู้ในสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับเพาะปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยกระดับด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพ

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียวคุณภาพดีในพื้นที่นำร่องเขตปลดล็อกอากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร (Drone for agriculture) ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2568 โดยมีนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายอานนท์ นนทรีย์รองอธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เจ้าหน้าที่ส่วนจังหวัด ภาคเอกชน และเกษตรกร เข้าร่วม ที่ศูนย์ประชุมศรีโคตรบูรณ์ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม ว่าการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจสายพันธุ์ข้าวเหนียวที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ผ่านการใช้เทคโนโลยีการผลิต และการใช้อากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร (Drone for Agriculture) ให้เกิดผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร

“กระทรวงเกษตรฯ ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดี และมีรายได้เพิ่ม จึงบูรณาการร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียวคุณภาพดีในพื้นที่นำร่องเขตปลดล็อกอากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร (Drone for agriculture) ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2568 เพื่อให้เกษตรกรใช้โดรนดูแลผลผลิตข้าวได้อย่างแม่นยำ สามารถลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตข้าวคุณภาพดี ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”นายอัครา กล่าว

‘นฤมล’ประชุมคปก. เห็นชอบร่างพ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดิน-คุ้มครอง พื้นที่ทำเกษตรกรรม

‘นฤมล’ประชุมคปก.  เห็นชอบร่างพ.ร.บ.  ปฏิรูปที่ดิน-คุ้มครอง  พื้นที่ทำเกษตรกรรม

‘นฤมล’ประชุมคปก. เห็นชอบร่างพ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดิน-คุ้มครอง พื้นที่ทำเกษตรกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และผ่านระบบประชุมออนไลน์ Zoom Meeting

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการสำรวจวางโครงหมุดหลักฐานแผนที่และปักหลักเขต ปีงบประมาณ 2568 และโครงการก่อสร้างหอถังสูงและระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ครั้งที่ 1/2568 (ระยะที่ 2) เพื่อสร้างหลักฐานแผนที่สนับสนุนหน่วยรังวัด ป้องกันการบุกรุกพื้นที่ และสร้างระบบกระจายน้ำในพื้นที่ ส.ป.ก.ให้เกษตรกรมีน้ำใช้ทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน รวมถึงเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินและคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม พ.ศ. .. เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช.พิจารณาให้เกษตรกรสามารถนำโฉนดเพื่อการเกษตรไปสร้างประโยชน์ต่อยอดเป็นแหล่งเงินทุนสร้างอาชีพได้

นอกจากนี้ ยังมีมติเห็นชอบให้ฝ่ายเลขานุการในการประชุมฯ รับข้อสังเกตไปปรับร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ..ให้เกษตรกรสามารถต่อยอดอาชีพ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีบนพื้นที่ ส.ป.ก.ต่อไป

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมช.อิทธิฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชลบุรี

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมติดตามคณะ'รมช.อิทธิฯ' ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชลบุรี

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมติดตามคณะ’รมช.อิทธิฯ’ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชลบุรี

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.16 น.

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงบุณิกา จุลละโพธิ เลขานุการกรม นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เขต 2 ร่วมติดตามคณะ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานฯ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ ศาลาการเปรียญ วัดร่องแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

– 006

ชป.ประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษา ของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ 68

ชป.ประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษา ของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ 68

ชป.ประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษา ของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ 68

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.03 น.

ชป.ประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษา ของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายงานจ้างที่ปรึกษาของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 ชั้น 4 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ และผ่านระบบ Video Conference

สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการมอบนโยบายงานจ้างศึกษาของสำนักบริหารโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รวมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้การทำงานของบริษัทที่ปรึกษาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายของกรมชลประทานต่อไป

‘อัครา’เข้าร่วมงาน วันเกษตรภาคอีสาน มุ่งพัฒนาครบวงจร ชูครัวไทยสู่ครัวโลก

‘อัครา’เข้าร่วมงาน วันเกษตรภาคอีสาน มุ่งพัฒนาครบวงจร ชูครัวไทยสู่ครัวโลก

‘อัครา’เข้าร่วมงาน วันเกษตรภาคอีสาน มุ่งพัฒนาครบวงจร ชูครัวไทยสู่ครัวโลก

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานวันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2568 ภายใต้คำขวัญ “เกษตรอีสานสร้างสรรค์ ผลักดัน Soft Power ยกระดับเกษตรทันสมัย สู่การพัฒนาไทยให้ยั่งยืน” ที่อาคารนิทรรศการจตุรมุข อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนผลงานวิชาการและงานวิจัยทางการเกษตรของนักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชนและเกษตรกร เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรสู่ชุมชน การฝึกอบรมอาชีพการเกษตรให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ รวมถึงการส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขนาดกลางและขนาดย่อม

นอกจากนี้ยังเป็นเวทีในการส่งเสริมและเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ชุมชนกระตุ้นให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษาเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรและการเป็นครัวของโลก พร้อมทั้งจัดแสดงผลงาน ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และความก้าวหน้าทางการเกษตรเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ BCG

“กระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนการจัดงานเกษตรภาคอีสาน และทุกภาคส่วน ที่เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่พัฒนาภาคการเกษตร เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร สำหรับงานครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรและผู้ที่สนใจที่ได้เข้ามาเที่ยวชมงาน” นายอัครา กล่าว

ที่ปรึกษาฯร่วมประกวด ควายงามเมืองเจียงฮาย

ที่ปรึกษาฯร่วมประกวด  ควายงามเมืองเจียงฮาย

ที่ปรึกษาฯร่วมประกวด ควายงามเมืองเจียงฮาย

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก รมว.เกษตรฯ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมประกวดควายงามเมืองเจียงฮายครั้งที่ 2 ที่ลานข้างหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาควายงาม จ.เชียงราย ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย จัดทำโครงการมหกรรมประกวดควายงามเมืองเจียงฮาย ครั้งที่ 2 ขึ้น

ทั้งนี้ ได้มีกิจกรรมการประกวดควายไทยการจัดแสดงผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเลี้ยงควาย การเผยแพร่ความรู้ ด้านวิชาการและผลงานด้านปศุสัตว์ ตลอดทั้งการแสดงและจำหน่ายผลผลิตปศุสัตว์จากเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรต่างๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจหันกลับมาพัฒนาทรัพยากรด้านการเลี้ยงสัตว์และการเกษตรที่ตนเองมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยใช้องค์ความรู้ที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในงานดังกล่าว จากการศึกษาดูงาน นำกลับไปต่อยอดพัฒนาการเลี้ยงควายของตนเองต่อไป

‘อิทธิ’เดินหน้า3R-INGModel ไม่นำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา

‘อิทธิ’เดินหน้า3R-INGModel ไม่นำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา

‘อิทธิ’เดินหน้า3R-INGModel ไม่นำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา

วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมวิชาการนานาชาติ ภายใต้หัวข้อ “การเฉลิมฉลองทศวรรษแห่งความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่ออนาคตเกษตรกรรมที่ยั่งยืน” และงาน 10th Anniversary of ASEAN Climate Resilience Network (ASEAN-CRN)โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ นายภูผา ลิกค์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและผู้แทนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ เข้าร่วม ที่โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ได้กล่าวเปิดการประชุมผ่านวีดิทัศน์ ว่าประเทศไทย ให้ความสำคัญต่อการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคการเกษตร โดยมีนโยบาย 3R คือ Re-Habit การเปลี่ยนนิสัยหรือพฤติกรรมเกษตรกรในการทำการเกษตรจากแบบเดิมที่มีการเผาเป็นแบบไม่เผา Replace with High Value Crops ปรับเปลี่ยนโดยการปลูกพืชมูลค่าสูง เช่น ไม้ผลหรือพืชยืนต้น ทดแทนพืชระยะสั้นที่มีการเผาและ Replace with Alternate Cropsปรับเปลี่ยนพื้นที่นาปรังเป็นพืชสร้างรายได้อื่นอีกทั้งได้ยกระดับการดำเนินงานเป็น ING Model คือต้นแบบการผลิตพืชคาร์บอนต่ำด้วยการเพิ่มศักยภาพการผลิต การใช้นวัตกรรมในการผลิต เพื่อให้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตร

ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน และพันธมิตรทุกภาคส่วน นำไปสู่การผลักดันงานด้านการวิจัย และพัฒนาการเกษตรของอาเซียน (ATWGARD) ต่อไปยังการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM-AMAF Leader) และรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ (AMAF Leader) ต่อไป พร้อมกันนี้ ประเทศไทยจะเป็นผู้นำในการผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนและพันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมมือกันรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากกระบวนการเผาโดยหวังว่ารัฐมนตรีของอาเซียนจะสามารถร่วมกันประกาศความร่วมมือนี้ในการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ครั้งต่อไป

นายอิทธิ กล่าวว่า ประเทศไทยจะเป็นผู้นำขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในการไม่เผาพืชทางการเกษตร และไม่รับซื้อ ไม่นำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา ขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะมาตรการเกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตรที่มีการเผา ที่ได้กำหนดมาตรการ “งดรับซื้อพืชจากการเผา” ตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าพืชที่ผ่านการเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด เพื่อลดปริมาณฝุ่นฯ ให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมาผ่านประกาศกระทรวงเกษตรฯ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร

‘กรมการข้าว’จัดพิธีบวงสรวงตั้งศาลเจ้าที่กรมการข้าว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และความสิริมงคล

'กรมการข้าว'จัดพิธีบวงสรวงตั้งศาลเจ้าที่กรมการข้าว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และความสิริมงคล

‘กรมการข้าว’จัดพิธีบวงสรวงตั้งศาลเจ้าที่กรมการข้าว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และความสิริมงคล

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.38 น.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมกันทำพิธีบวงสรวงตั้งศาลเจ้าที่ประจำกรมการข้าว เพื่อให้เป็นที่เคารพสักการะ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างขวัญกำลังใจ และเป็นศูนย์รวมจิตใจให้กับบุคลากรกรมการข้าว ณ บริเวณหน้าอาคารจักรพันธุ์ กรมการข้าว

– 006

ธ.ก.ส.ผนึกกำลังเกษตรกรกระบี่ ขับเคลื่อนภารกิจสีเขียว

ธ.ก.ส.ผนึกกำลังเกษตรกรกระบี่ ขับเคลื่อนภารกิจสีเขียว

ธ.ก.ส.ผนึกกำลังเกษตรกรกระบี่ ขับเคลื่อนภารกิจสีเขียว

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.54 น.

10 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ ชุมชนธนาคารต้นไม้ บ้านพรุดินนา เลขที่ 24 หมู่ที่ 6 และ เลขที่ 83 ม.6 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ของนายเดชา ศรีชัย ประธานวิสาหกิจ ธนาคารต้นไม้ บ้านพรุดินนา ได้มีการรวมตัวของสมาชิกของชุมชนธนาคารต้นไม้และชุมชนไม้มีค่าในจังหวัดกระบี่ 3 ชุมชน ประกอบด้วย ธนาคารต้นไม้บ้านพรุดินนา บ้านปลายทับใหม่ และบ้านคลองพน จังหวัดกระบี่

โดยในวันนี้ ธ.ก.ส. ได้ลงพื้นที่เพื่อผนึกกำลังชุมชนธนาคารต้นไม้และชุมชนไม้มีค่าในจังหวัดกระบี่ 3 ชุมชน ในการขับเคลื่อนภารกิจซื้อ – ขายคาร์บอนเครดิตในโครงการ BAAC Carbon Credit พร้อมออกใบ Certificate มาตรฐาน T-VER จาก อบก.(องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกองค์การมหาชน) เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ได้แก่ ธนาคารต้นไม้บ้านพรุดินนา บ้านปลายทับใหม่ และบ้านคลองพน จังหวัดกระบี่

นางสาวฐานิศวร์ ฐิติโชติวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ร่วมกับชุมชนในการดำเนินโครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อเดินหน้าแนวทางการส่งเสริมการ ซื้อ-ขาย คาร์บอนเครดิตในประเทศ ตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) เริ่มจากการขึ้นทะเบียนโครงการ การตรวจนับจำนวนต้นไม้ การตรวจรับรองคาร์บอนเครดิตจากผู้ประเมินภายนอก (Validation and Verification Body: VVB) 

การรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อนำปริมาณการกักเก็บคาร์บอนไปตอบโจทย์ความต้องการของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ที่มีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในจังหวัดกระบี่ มีธนาคารต้นไม้ที่เข้าร่วมโครงการ 3 ชุมชน ได้แก่ ธนาคารต้นไม้บ้านพรุดินนา ธนาคารต้นไม้บ้านปลายทับใหม่ และธนาคารต้นไม้บ้านคลองพน ซึ่งมีจำนวนต้นไม้ที่เข้าโครงการจำนวน 32,397 ต้น จำนวนพื้นที่ 1,000 ไร่ คาดว่ามีปริมาณคาร์บอนเครดิตจำนวน 307 ตันคาร์บอนที่ขึ้นทะเบียนกับ อบก. ซึ่งโครงการดังกล่าว นอกจากช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ผู้ปลูกต้นไม้แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่จะมาดูดซับปริมาณคาร์บอน สร้างภูมิคุ้มกันและบรรเทาผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน และผลักดันให้ประเทศไทยสามารถบรรลุข้อตกลงความเป็นกลางทางคาร์บอนตามเป้าหมายที่วางไว้ 

ทั้งนี้ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดกระบี่ มีเป้าหมายที่จะขยายการสร้างคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ไปยังชุมชนที่เข้าร่วมโครงการธนาคารต้นไม้รวมถึงขยายผลไปยังกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเพิ่มพื้นที่ปลูกป่าชายเลน เป็นต้น โดยคาดว่า

จะมีปริมาณคาร์บอนเครดิตที่จะนำมาซื้อ – ขายได้กว่า 2,100 ตันคาร์บอน ภายใน 7 ปีมูลค่าประมาณ 6,300,000 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจ และต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งให้กับชุมชน อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส ในสังกัด สนจ.กระบี่ ได้ทุกสาขา ใกล้บ้าน

.025