อธิบดีกรมการข้าว หนุน เกษตรอัจฉริยะ ผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อธิบดีกรมการข้าว หนุน เกษตรอัจฉริยะ ผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อธิบดีกรมการข้าว หนุน เกษตรอัจฉริยะ ผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.09 น.

“อธิบดีกรมการข้าว” หนุน”เกษตรอัจฉริยะ”ผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงนาเกษตรกรของศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินงาน โครงการ 1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ และ โครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างยั่งยืนเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งได้ร่วมกิจกรรมภาคีเครือข่ายกับประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับจังหวัด 

▫️ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้ร่วมกิจกรรมปลูกปักดำข้าวพันธุ์สันป่าตอง 1 ด้วยเครื่องดำนา พร้อมเยี่ยมชมแปลงเกษตรอัจฉริยะที่มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการแปลงนา ตลอดจนพบปะพูดคุยกับเกษตรกร เพื่อรับฟังข้อมูลสภาพการผลิตจริงในพื้นที่ รวมถึงรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากศูนย์ข้าวชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนานโยบายและแนวทางการส่งเสริมการผลิตข้าวและเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความยั่งยืน และสอดคล้องกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

อ่างฯ ทั่วประเทศมีน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ‘ชป.’เร่งกำจัดวัชพืช เพิ่มประสิทธิภาพส่งน้ำฤดูแล้ง

อ่างฯ ทั่วประเทศมีน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ‘ชป.’เร่งกำจัดวัชพืช เพิ่มประสิทธิภาพส่งน้ำฤดูแล้ง

อ่างฯ ทั่วประเทศมีน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ‘ชป.’เร่งกำจัดวัชพืช เพิ่มประสิทธิภาพส่งน้ำฤดูแล้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.41 น.

อ่างฯ ทั่วประเทศมีน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ‘ชป.’เร่งกำจัดวัชพืช เพิ่มประสิทธิภาพส่งน้ำฤดูแล้ง

22 มกราคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันกว่า 64,137 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯ รวมกัน นับว่าน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีและเพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้

ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันกว่า 22,000 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 88 ของความจุอ่างฯ รวมกัน จนถึงขณะนี้มีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 12,600 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ของแผนฯ

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังได้ให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ เดินหน้ากำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำในลำคลองและแหล่งน้ำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการส่งน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค รวมไปถึงการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง พร้อมยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นธรรม และทั่วถึง

ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ https://www2.rid.go.th/th/main

ขอบคุณภาพ: สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา, สำนักงานเลขานุการกรม กรมชลประทาน

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลุยขับเคลื่อนงานวิจัย รุกเสริมความเข้มแข็งศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ

'อธิบดีกรมการข้าว'ลุยขับเคลื่อนงานวิจัย รุกเสริมความเข้มแข็งศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ

‘อธิบดีกรมการข้าว’ลุยขับเคลื่อนงานวิจัย รุกเสริมความเข้มแข็งศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.41 น.

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่ม และหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป กองวิจัยและพัฒนาข้าว (ส่วนกลาง) ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้มอบนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน และข้อสั่งการที่สำคัญแก่ผู้บริหารและผู้แทนจากศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ พร้อมเน้นย้ำบทบาทของศูนย์วิจัยข้าวในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม และการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ เพื่อรองรับความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ ในที่ประชุม อธิบดีกรมการข้าวยังได้ติดตามผลการดำเนินงานด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์คัดและชั้นพันธุ์หลักของแต่ละศูนย์วิจัยข้าว รวมถึงเปิดโอกาสให้แต่ละศูนย์รายงานปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนา ปรับปรุงระบบการทำงาน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายศูนย์วิจัยข้าว ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนแนวทางการแก้ไขในการดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายเมล็ดพันธุ์สู่เกษตรกรอย่างทั่วถึง

– 006

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ชี้แจงฮ.ลงจอดฉุกเฉิน กลางทุ่งที่อยุธยา

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ชี้แจงฮ.ลงจอดฉุกเฉิน กลางทุ่งที่อยุธยา

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ชี้แจงฮ.ลงจอดฉุกเฉิน กลางทุ่งที่อยุธยา

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.21 น.

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ชี้แจงกรณีเฮลิคอปเตอร์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงจอดฉุกเฉินกลางทุ่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการทดสอบอากาศยานตามวงรอบการซ่อมบำรุง ไม่พบความผิดปกติ และได้ทำการบินกลับมายังที่ตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

22 มกราคม 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยถึงจากกรณีที่วันนี้ (22 ม.ค.69) เฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีการลงจอดฉุกเฉินกลางทุ่งนา ด้านหลังของหมู่บ้าน เกษธานี ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ล่าสุดเฮลิคอปเตอร์คันดังกล่าวได้กลับสู่ฐานโรงเก็บอากาศยานคลองหลวงปทุมธานีแล้วเมื่อเวลา 10.30 น.โดยเจ้าหน้าที่มีการรายงานว่าขณะที่นักบินของกรมฝนหลวงฯทำการบินทดสอบอากาศยานตามวงรอบการซ่อมบำรุง แต่พบว่าในส่วนของใบพัดมีเกิดเสียงดังกว่าปกติ จึงทำการลงจอดฉุกเฉินเพื่อตรวจสอบตามมาตรการของความปลอดภัย และภายหลังการตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด

ทั้งนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอให้ความมั่นใจต่อประชาชนถึงความพร้อมของอากาศยาน และจะยังคงมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชน ต่อไป

สงขลาขยายผล! ‘เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน’ สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สงขลาขยายผล! ‘เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน’ สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สงขลาขยายผล! ‘เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน’ สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

สงขลาขยายผล! ‘เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน’ ตามพระราชดำริฯ ติวเข้มครู-ผู้บริหารโรงเรียน มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขยายผลโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริ จังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ 2569

ก่อนเริ่มการประชุม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เยี่ยมชมฐานเรียนรู้ต่างๆ ภายในศูนย์สาธิตฝึกอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นศูนย์ต้นแบบการเกษตรครบวงจร เช่น การเพาะเห็ด การเลี้ยงปลา และการปลูกผักปลอดสารพิษ โดยมุ่งเน้นการฝึกทักษะให้เด็กในความดูแลและคนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้เสริมได้อย่างเข้มแข็ง

นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการสานต่อพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงต้องการให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอ ผ่านการจัดกิจกรรมการเกษตรภายในโรงเรียน

หัวใจสำคัญของโครงการคือการร่วมมือกันระหว่างสถานศึกษาและชุมชน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ปกครอง ร่วมกับนักเรียนในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน นำผลผลิตที่ได้มาประกอบอาหารกลางวันที่มีโภชนาการสูง พร้อมปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ำว่าความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องโภชนาการเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การดูแลบุตรหลานให้ได้รับอาหารและการศึกษาที่ดีถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงในสังคมอย่างยั่งยืน

////////////////////-026

ชป. จับมือ สทนช. เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำ

ชป. จับมือ สทนช. เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำ

ชป. จับมือ สทนช. เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำ

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.34 น.

ชป. จับมือ สทนช. เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำ 

20 มกราคม 2569 นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือกับนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และคณะ เพื่อรับทราบภารกิจเร่งด่วนและภารกิจสำคัญด้านทรัพยากรน้ำ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางการดำเนินงานด้านการจัดการน้ำ ณ ห้องประชุมกรม ชั้น 3 กรมชลประทาน ถนนสามเสน 

สำหรับการหารือในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญ อาทิ โครงการสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนในระยะ 1 ปี ระยะ 3 ปี และระยะ 5 ปี โครงการในพระราชดำริ โครงการในพื้นที่สำคัญ เช่น EEC และหาดใหญ่ การดำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ แนวทางการสำรวจและขุดลอกลำน้ำสายหลักและปากแม่น้ำที่ตื้นเขิน การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง ความต้องการด้านเครื่องจักร เครื่องมือเพิ่มเติม ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเชิงนโยบายและการบูรณาการทำงานในภาพรวมร่วมกัน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ระดมสมองสั่งปัดฝุ่น ‘ระเบียบศูนย์ข้าวชุมชน’ ใหม่ ยกระดับพัฒนาข้าวและชาวนาไทย

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ระดมสมองสั่งปัดฝุ่น 'ระเบียบศูนย์ข้าวชุมชน' ใหม่ ยกระดับพัฒนาข้าวและชาวนาไทย

‘อธิบดีกรมการข้าว’ ระดมสมองสั่งปัดฝุ่น ‘ระเบียบศูนย์ข้าวชุมชน’ ใหม่ ยกระดับพัฒนาข้าวและชาวนาไทย

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.13 น.

กรมการข้าวปัดฝุ่น “ระเบียบศูนย์ข้าวชุมชน” ใหม่ ให้ทันสมัยเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน หวังพัฒนาข้าวและชาวนาไทยให้มีประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ศูนย์ข้าวชุมชน

20 มกราคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมคณะทำงานปรับปรุงระเบียบกรมการข้าวว่าด้วยศูนย์ข้าวชุมชน พ.ศ. 2569 โดยมีคณะทำงานตามคำสั่งกรมการข้าวที่ 648/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานปรับปรุงระเบียบกรมการข้าวว่าด้วยศูนย์ข้าวชุมชน พ.ศ.2569  อาทิ 

นายกฤษฎิน คำตัน รองอธิบดีกรมการข้าว นายมงคล จันทร์ประทัด ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว นางสาวนิศานาถ เจือทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง และคณะทำงาน เข้าร่วมประชุม โดยการประชุมครั้งนี้ได้มีการพิจารณาปรับปรุงระเบียบกรมการข้าวว่าด้วยศูนย์ข้าวชุมชน พ.ศ.2569 ขึ้นใหม่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรมการข้าวได้มีการศึกษาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบกรมการข้าวว่าด้วยศูนย์ข้าวชุมชน พ.ศ. 2566 ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยระเบียบที่จะปรับปรุงใหม่นี้ จะส่งผลดีต่อการพัฒนาข้าวและชาวนาไทยให้มีความเข้มแข็งและเกิดความยั่งยืนในอาชีพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความคล่องตัวในการดำเนินการต่างๆอีกด้วย  ซึ่งเมื่อฝ่ายเลขานุการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้วกรมการข้าวจะประกาศบังคับใช้ต่อไป

-(016)

พื้นที่น้อยให้ผลผลิตมาก สร้างรายได้ทั้งปี พิสูจน์เกษตรผสมผสานตามพระราชดำริ

พื้นที่น้อยให้ผลผลิตมาก สร้างรายได้ทั้งปี พิสูจน์เกษตรผสมผสานตามพระราชดำริ

พื้นที่น้อยให้ผลผลิตมาก สร้างรายได้ทั้งปี พิสูจน์เกษตรผสมผสานตามพระราชดำริ

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.20 น.

พื้นที่น้อยให้ผลผลิตมาก สร้างรายได้ทั้งปี ที่นี่ดอยม่อนล้าน จ.เชียงใหม่ พิสูจน์เกษตรผสมผสานตามพระราชดำริ

“ปัจจุบันทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกกาแฟ ชา บ๊วย อาโวคาโด ควบคู่กับการทำนาขั้นบันได หลังจากที่มีโครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ดอยม่อนล้าน ตำบลป่าตุ้ม อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในโครงการ ได้เรียนรู้การทำการเกษตรแบบผสมผสานที่ถูกต้อง จึงนำความรู้ไปทำในพื้นที่แปลงเกษตรของตนเอง” นางสาวอาหมี่ เบี่ยผะ เกษตรกรบ้านอาแย ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้กับคณะในการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการของนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร.

นางสาวอาหมี่ เบี่ยผะ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า โครงการได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ส่งเสริมการปลูกไม้ผลและพืชผักเมืองหนาว ตลอดถึงการปลูกข้าวแบบนาขั้นบันไดในพื้นที่เดียวกันและหมุนเวียนการปลูกพืชตามวงรอบฤดูกาลแทนการทำไร่เลื่อนลอยที่ต้องเปลี่ยนพื้นที่ทุกๆ ปี ซึ่งจะต้องตัดต้นไม้แล้วเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ก่อนปลูกพืชไร่และต้องใช้พื้นที่ปลูกจำนวนมาก  จึงทำให้เกิดภูเขาหัวโล้นแต่เมื่อปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชแบบหลากหลายชนิดและต่อเนื่องในพื้นที่เดียวกันตลอดทั้งปี มีการปรับปรุงบำรุงดินอยู่เสมอ รวมทั้งได้รับการส่งเสริมให้ปลูกกาแฟในร่มไม้ทำพื้นที่มีความชุ่มชื้นขึ้น ผลผลิตพืชต่างๆ ก็มีคุณภาพได้ราคา พื้นที่เพียง 10 ไร่ มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 300,000 กว่าบาทต่อปี เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่ยังไม่มีโครงการซึ่งใช้พื้นที่น้อยกว่าเดิมแต่มีรายได้มากกว่า เนื่องจากปลูกพืชหลายชนิด ผลผลิตชนิดใดราคาตกก็มีชนิดอื่นเข้ามาทดแทน ต่างกับการทำไร่เลื่อนลอยที่ปลูกพืชเพียงชนิดเดียว ปีใดราคาตกก็จะขาดทุน เมื่อก่อนเก็บเงินทั้งปีได้ไม่กี่พันบาท หลังจากทำเกษตรแบบผสมผสานใช้พื้นที่น้อยแต่ผลผลิตดี ทำให้มีรายได้มากขึ้น ชีวิตครอบครัวก็ดีขึ้น ไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน  มีรายได้อย่างต่อเนื่องเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและมีเหลือเก็บอีกด้วย

“แม้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะจากพวกเราไปแล้ว แต่พวกเราก็ยังรู้สึกตื้นตันใจ และระลึกถึงท่านเสมอว่าครั้งหนึ่งพระองค์ได้เสด็จฯ มาในพื้นที่แห่งนี้ มาสร้างความเจริญให้พวกเรา พระราชทานความรู้แก่พวกเรา ให้โอกาสในการทำกิน ทำให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พวกเราจะไม่ลืมสิ่งที่พระองค์ได้พระราชทานให้แก่พวกเรา และจะระลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป” นางสาวอาหมี่ เบี่ยผะ กล่าว
 
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรดอยม่อนล้าน ซึ่งเป็นยอดเขาสูง พื้นที่บ้านอาแย ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ทรงพบว่า มีชุมชนชาวเขาเผ่าอาข่าตั้งถิ่นฐานมาช้านาน เลี้ยงชีพโดยการทำไร่เลื่อนลอย และปลูกฝิ่น เป็นเหตุให้พื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของลุ่มน้ำแม่งัด สาขาของลุ่มน้ำปิงตอนบน ถูกทำลายกลายสภาพเป็นเขาหัวโล้น ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวเชียงใหม่ ตลอดจนปัญหาความยากจน สุขอนามัยของชาวบ้าน แรงงานทิ้งถิ่นฐานไปทำงานในเมือง จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงฯ ดอยม่อนล้านขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยโครงการฯ ได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟ บ๊วย พลับ หม่อน พืชผักเมืองหนาวต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมงานศิลปาชีพ นอกจากนี้ยังมีการจ้างงานภายในสถานีฯ ทำให้ราษฎรมีรายได้ประจำ นอกจากนี้ยังมีความรู้ในการทำการเกษตรที่ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้เป็นอย่างดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากการลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานโครงการของคณะเมื่อวันก่อน พบว่าโครงการได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่า การฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าต้นน้ำ การส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเขาซึ่งส่วนใหญ่เป็นเผ่าอาข่า ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายอย่างเป็นที่น่าพอใจยิ่ง นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืนอีกด้วย
  
สำหรับในปีงบประมาณ 2568 และ 2569 คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานจัดทำแปลงตัวอย่างถาวรเพื่อศึกษาความหลากหลายทางระบบนิเวศ ส่งเสริมการทำระบบวนเกษตรให้แก่ราษฎรในพื้นที่ ซ่อมแซมระบบกระจายน้ำ ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จัดทำบ่อพักน้ำเพื่อการเกษตร (บ่อพวง) ก่อสร้างถังเก็บน้ำ และก่อสร้างฝายต้นน้ำแบบคอกหมู ทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาบังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎรในพื้นที่อย่างเต็มที่ต่อไป

‘อธิบดีกรมการข้าว’เข้าร่วมพิธีเปิดงาน’2026 Thai Festival Market – Chinese New Year Edition’

'อธิบดีกรมการข้าว'เข้าร่วมพิธีเปิดงาน'2026 Thai Festival Market - Chinese New Year Edition'

‘อธิบดีกรมการข้าว’เข้าร่วมพิธีเปิดงาน’2026 Thai Festival Market – Chinese New Year Edition’

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.50 น.

“อธิบดีกรมการข้าว”เข้าร่วมพิธีเปิดงาน”2026 Thai Festival Market – Chinese New Year Edition” เดินหน้าขยายช่องทางสินค้าเกษตร เจาะตลาดต่างประเทศผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “2026 Thai Festival Market – Chinese New Year Edition” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 มกราคม 2569 ณ Bravo BKK Mall ชั้น 1 Stadium Lobby กรุงเทพมหานคร โดยงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่างองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กับ บริษัท Shanghai Taihuixuan Technology Co.,Ltd ในการขยายช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงระบบการค้าสินค้าเกษตรของไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดิจิทัล โดยมี นายต่อกุล คำถาเครือ รองผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีเปิดตราสัญลักษณ์ “Thai Mall” เพื่อประกาศความร่วมมือในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดจีน การเปิดร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ การมอบประกาศนียบัตร “Thai Good Product Ambassador” แก่ผู้มีบทบาทในการประชาสัมพันธ์สินค้าไทย รวมถึงการเยี่ยมชมบูธสินค้า OTOP และสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากทั่วประเทศ

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมการข้าว นำผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว ร่วมพิธีเปิดและร่วมจัดบูธนิทรรศการสินค้าแปรรูปจากข้าว อาทิ กราโนล่าจากข้าวกล้องอินทรีย์ ชาข้าวหอมมะลิ โลชั่นบำรุงผิวจากข้าว น้ำมันรำข้าวหอมระเหยแบบแท่ง และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของข้าวไทยในเวทีโลก

– 006

ค่าฝุ่นพุ่งเกินมาตรฐาน! อธิบดีฝนหลวงฯสั่งเพิ่มเครื่องบิน-เที่ยวบิน เร่งระบายฝุ่น ออกจากพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล

ค่าฝุ่นพุ่งเกินมาตรฐาน! อธิบดีฝนหลวงฯสั่งเพิ่มเครื่องบิน-เที่ยวบิน เร่งระบายฝุ่น ออกจากพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล

ค่าฝุ่นพุ่งเกินมาตรฐาน! อธิบดีฝนหลวงฯสั่งเพิ่มเครื่องบิน-เที่ยวบิน เร่งระบายฝุ่น ออกจากพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.38 น.

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 บริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลในเช้าวันนี้ พบว่าอยู่ในเกณฑ์เกินค่ามาตรฐาน (37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) อยู่ในระดับเริ่มส่งกระทบต่อสุขภาพและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน (สีส้มและสีแดง) เนื่องจากตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาในเรื่องอัตราการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี/อ่อน และชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด รวมถึงมีจุดความร้อนในบางพื้นที่และจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น จึงทำให้แนวโน้มความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีการสะสมเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ และยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์แม้จะมีโอกาสคลี่คลาย จึงได้สั่งการให้เพิ่มจำนวนเครื่องบินและเที่ยวบินวางแผนเร่งระบายฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด เพื่อให้ค่าคุณภาพอากาศดีขึ้นและไม่เกินค่ามาตรฐาน โดยปัจจุบันมีหน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องบินปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ จำนวน 4 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน Super King Air 1 ลำ เครื่องบิน CARAVAN 3 ลำ หน่วยฯ จ.ระยอง สั่งการเพิ่มจำนวนเครื่องบินเป็น 3 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน CN 1 ลำ เครื่องบิน CASA 2 ลำ และหน่วยฯ จ.ขอนแก่น ใช้เครื่องบิน CASA 3 ลำ เริ่มปฏิบัติการวันพรุ่งนี้ (15 ม.ค.2569) เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้ด้วย ในขณะที่ทางพื้นที่ภาคเหนือก็มีการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองเป็นประจำ และเตรียมตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ตาก และ จ.พิษณุโลก เริ่มปฏิบิตการวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า และจากการติดตามสภาพอากาศเช้านี้ หน่วยฯ อ.หัวหิน จึงมีการวางแผนบินปฏิบัติการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยเครื่องบิน Super King Air ในเวลา 10.00 น.และบินปฏิบัติการด้วยเทคนิคโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ในเวลา 10.00 น.ใช้เครื่องบิน CARAVAN 2 ลำ บินที่ระดับความสูง 7,000 ฟุต บริเวณ อ.บางแพ จ.ราชบุรี อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม รวมถึงหน่วยฯ จ.ระยอง บินปฏิบัติการด้วยเทคนิคการก่อเมฆ เพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง ในเวลา 10.30 น.ใช้เครื่องบิน CN 1 ลำ บินที่ระดับความสูง 5,000 ฟุต บริเวณ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ถึง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยระบายฝุ่นละอองออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนในช่วงบ่าย หน่วยฯ อ.หัวหิน มีแผนปฏิบัติการด้วยเทคนิค โปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ในเวลา 14.30 น.ใช้เครื่องบิน CARAVAN 3 ลำ บินที่ระดับความสูง 7,000 ฟุต บริเวณ อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี และอ่าวไทย

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีความพร้อมทั้งทรัพยากรเครื่องบิน สารฝนหลวง และเจ้าหน้าที่ โดยจะติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ฝุ่นละอองตลอดทั้งวัน เพื่อวางแผนบินปฏิบัติการระบายฝุ่นให้มากที่สุด และหากคุณภาพอากาศไม่ดีขึ้นจะมีการพิจารณาให้บินปฏิบัติการเพิ่มเติมในเวลากลางคืนต่อไปอีกด้วย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้จำกัดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก หากจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่กลางแจ้งให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นทุกครั้ง

– 006