ห่วงใยพี่น้องชาวใต้! กษ.เร่งสำรวจความเสียหายน้ำท่วม เยียวยาเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778809

ห่วงใยพี่น้องชาวใต้! กษ.เร่งสำรวจความเสียหายน้ำท่วม เยียวยาเกษตรกร

ห่วงใยพี่น้องชาวใต้! กษ.เร่งสำรวจความเสียหายน้ำท่วม เยียวยาเกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าล่าสุดหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่ภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านพืช ด้านประมง และด้านปศุสัตว์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเร่งช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำลด รวมทั้งเพื่อให้เกษตรกรกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติโดยเร็ว

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในครั้งนี้เป็นภัยพิบัติที่เหนือความคาดหมาย ในรอบ 50 ปี ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างวงกว้าง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้บินด่วนไปตรวจเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจราษฎรผู้เดือดร้อน พร้อมให้การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเบื้องต้น สนับสนุนอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งสิ้น ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.66 – 3 ม.ค.67 จำนวน 27,560 ชุด ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่ภาคการเกษตรทุกด้าน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และหามาตรการในการเยียวยาเป็นการเร่งด่วนต่อไป

ทั้งนี้ ผลกระทบด้านการเกษตร (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ม.ค. 67) ด้านพืช พื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และจังหวัดสงขลา 22,766 ราย พื้นที่ 39,673 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 10,914 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 3,414 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 25,345 ไร่ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย ด้านประมง พื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และจังหวัดยะลา เกษตรกร 1,548 ราย พื้นที่ (บ่อปลา) 634 ไร่ กระชัง 6,262 ตร.ม. อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย ด้านปศุสัตว์ พื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และจังหวัดสตูล เกษตรกร 34,641 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 574,006 ตัว แบ่งเป็น โค 53,972 ตัว, กระบือ 2,217 ตัว, สุกร 5,574 ตัว, แพะ/แกะ 30,331 ตัว, สัตว์ปีก 481,912 ตัว และแปลงหญ้า 1,183 ไร่ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

– 006

‘ธรรมนัส’ขอโมเดิร์นเทรด ช่วยเกษตรกรรายย่อย แก้วิกฤตราคาหมูร่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778891

'ธรรมนัส'ขอโมเดิร์นเทรด ช่วยเกษตรกรรายย่อย แก้วิกฤตราคาหมูร่วง

‘ธรรมนัส’ขอโมเดิร์นเทรด ช่วยเกษตรกรรายย่อย แก้วิกฤตราคาหมูร่วง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 21.24 น.

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไชยา พรหมมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือแนวทางการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาครัฐ ได้แก่ กรมปศุสัตว์ และกรมการค้าภายใน ภาคเอกชนโมเดิร์นเทรด ได้แก่ บริษัท เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม จํากัด (เบทาโกรช็อป) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จํากัด (มหาชน) (Big C) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (Makro) บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (Lotus’s) บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดส์ รีเทล จำกัด (TOP) บริษัท ไทย ฟู้ดส์ เฟรช มาร์เก็ต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CP fresh mart) บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด ตลอดจนสมาคม/ชมรมผู้เลี้ยงสุกร กลุ่มเกษตรกรรายย่อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมดงตาล ชั้น 4 อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จากปัญหาราคาสุกรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรรายย่อยได้รับผลกระทบขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันหามาตรการในการลดต้นทุนการผลิต และการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร กระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดเวทีประชุมหารือระหว่างเกษตรกรรายย่อย และผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้ง 9 ราย ช่วยกันรักษาเสถียรภาพราคาสุกร ไม่ให้กระทบกับราคาต้นทุนของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ ยินดีให้ความช่วยเหลือ และจะหามาตรการร่วมกันกับกรมปศุสัตว์และกรมการค้าภายใน ในการกำหนดราคาสินค้าสุกร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้สามารถขายสินค้าสุกรในราคาที่เป็นธรรม และไม่กระทบกับผู้บริโภค นอกจากนั้น ยังเป็นการลดปัญหาการกดราคาจากพ่อค้าคนกลางด้วย ส่วนการแก้ไขปัญหาราคาต้นทุนการผลิต กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชทดแทน คือ ข้าวโพด และถั่วเหลือง ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร นำร่อง 500 ตำบล สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรต่อไป

– 006

เอาฤกษ์เอาชัยปีใหม่​! ‘กรมการข้าว’จัดพิธีทำบุญตักบาตร​ เนื่องในโอกาสปีใหม่​ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778797

เอาฤกษ์เอาชัยปีใหม่​! 'กรมการข้าว'จัดพิธีทำบุญตักบาตร​ เนื่องในโอกาสปีใหม่​ 2567

เอาฤกษ์เอาชัยปีใหม่​! ‘กรมการข้าว’จัดพิธีทำบุญตักบาตร​ เนื่องในโอกาสปีใหม่​ 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.06 น.

วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม 2567 เวลา 07.30 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย​ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสต้อนรับปีใหม่ 2567 แด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ ณ อาคารจักรพันธ์ กรมการข้าว

ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหารร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ประจำกรมการข้าว​​เพื่อความเป็นสิริมงคล​ พร้อมทั้งกล่าวอวยพรปีใหม่ ประจำปี​ 2567 ให้แก่บุคลากรกรมการข้าว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างความรัก สามัคคี ในการร่วมมือกันขับเคลื่อนภารกิจของกรมการข้าวในการพัฒนาข้าวและชาวนาต่อไป

– 006

กรมชลฯเก็บกัก เพิ่มน้ำในอ่างฯ รับมือ‘เอลนีโญ’ แก้ปัญหาภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778654

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่าปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 61,586 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 81% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 37,644 ล้าน ลบ.ม. (72% ของความจุอ่างฯรวมกัน)เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำทั้งสิ้น 18,381 ล้าน ลบ.ม.(74% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 11,685 ล้าน ลบ.ม.(64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ขณะนี้มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้ว 1,915 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 9 ของแผนฯ

ทั้งนี้ ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ตอนบนของประเทศ เร่งเก็บกักน้ำ พร้อมวางแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่และเตรียมจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรับมือสภาวะเอลนีโญ ที่อาจจะส่งผลกระทบ รวมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือประจำจุดเสี่ยง ที่สำคัญให้บูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เกษตรกรและประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติตาม 9 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2566/67 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบ เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง

‘ไชยา’ชูนวัตกรรมพัฒนาโคนมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778657

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมอุตสาหกรรมโคนมไทย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”ที่เชิงเขาตาแป้น (ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานพร้อมทั้งจะเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการต่างๆ ภายในบริเวณงานดังกล่าว

นายไชยา กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดโคนมยังสามารถเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากมีผู้ต้องการรับซื้อน้ำนมดิบจำนวนมาก จึงมีมาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงโคนมมากขึ้น รวมถึงมีมาตรการลดต้นทุนการผลิต นำนโยบายรัฐบาล “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ผลักดันแบรนด์วัวแดงให้เติบโตเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม เพื่อส่งจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน ตั้งเป้าหมายตลาดจีนเป็นสำคัญ เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างมาก

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจในงาน อาทิ การพบปะผู้เกี่ยวข้องในวงการที่พร้อมแลกเปลี่ยนทัศนคติความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ให้สามารถถ่ายทอดไปสู่เกษตรกรได้มากขึ้น โดยมีการจัดเวทีแสดงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศผ่านนิทรรศการและการเสวนาร่วมกัน เช่น ตัวอ่อนโคพันธุ์ เรคเตน ประเทศเดนมาร์ก คลินิกเครื่องรีดนม โครงการ อ.ส.ค.รักนม รักฟาร์ม ยกระดับฟาร์มโคนมเป็น Smart Farmer เป็นต้น

‘ธรรมนัส’หาทางป้องกัน ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778656

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร เพื่อพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่ต้นเหตุทั้งข้าว ข้าวโพด และอ้อย โดยถอดบทเรียน ปัญหา อุปสรรคนำมาพิจารณาประกอบการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ชี้แจงสถานการณ์การเผาในพื้นที่การเกษตร

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ วางแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2566/67 ดำเนินการเชิงรุกผ่านหลัก 3R ประกอบด้วย 1.Re-Habit : ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืชเป็นการปลูกแบบไม่เผา ภายใต้มาตรฐาน GAP PM2.5 Free 2.Replace with perennial crops : ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนชนิดและวิธีการปลูกพืชบนพื้นที่สูง จากพืชที่ยังใช้ระบบการเผา เช่น ข้าวโพด เป็นไม้ผลไม้ยืนต้น และ 3.Replace with Alternate crops : ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนชนิดและวิธีการปลูกพืชบนพื้นราบ โดยเน้นการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและเป็นประโยชน์ต่อดิน

นอกจากนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย 1.ป้องปรามการเผา เน้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยมีเป้าหมายเป็นเกษตรกร 28,855 ราย บนพื้นที่ 60,750 ไร่ โดยการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้หยุดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ส่งเสริมให้เกษตรกรจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา 2.นำร่องโครงการต้นแบบ การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้มาตรฐาน GAP PM2.5 Free โดยเป้าหมายเป็นพื้นที่ในเขต จ.เชียงใหม่และพะเยา รวม 2,664 แปลง พื้นที่ 25,162 ไร่และ 3.งานวิจัยและพัฒนา ศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจเผาวัสดุเหลือใช้ในนาข้าว

สำหรับการลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้ลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อย่างยั่งยืน จะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรให้ได้รับการรับรองมาตรฐานGAP PM2.5 Free โดยกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายจะเสนอให้เกษตรกรได้รับสิทธิพิเศษ เป็นค่าตอบแทน หรือ เข้าถึงแหล่งทุนด้วยดอกเบี้ยอัตราพิเศษซึ่งรวมถึงสถาบันเกษตรกรที่รวบรวมผลผลิตที่ไม่เผาด้วย และขอความร่วมมือภาคเอกชนรับซื้อผลผลิตที่ไม่เผาในราคาที่สูงกว่า จะสนับสนุนให้เกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกทั้งในพื้นที่สูงและที่ราบ โดยสนับสนุนเงินทุนช่วงรอเก็บเกี่ยวจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วพร้อมทั้งจัดหาตลาดรองรับผลผลิต ทั้งนี้ ได้กำหนดจัดงาน KICK OFF การรณรงค์ปลอดการเผาในพื้นที่เกษตร ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ที่ จ.เชียงใหม่

กรมประมงเพาะพันธุ์ ปล่อยปลากุเราแม่น้ำตากใบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778660

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปลากุเรา ในประเทศไทย พบ 2 สกุล 17 ชนิด ซึ่งชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ Eleutheronema tetradactylum และ Polydactylus macrochir พบการทำประมงในหลายพื้นที่ แต่พบมากที่ จ.นราธิวาส โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่ง อ.ตากใบ และแม่น้ำตากใบ ซึ่งเป็นสายพันธุ์กุเราหนวดสี่เส้น (Eleutheronema tetradactylum) โดยชาวประมง จะนำมาแปรรูปเป็นปลากุเราเค็ม จนได้รับสมญาว่าเป็น “ราชาแห่งปลาเค็ม” และได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ทั้งนี้ ด้วยความต้องการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรปลากุเราในแม่น้ำตากใบมีปริมาณสูง ทำให้ผลผลิตในแหล่งน้ำธรรมชาติลดน้อยลง ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลนราธิวาส จึงเร่งดำเนินโครงการ “เพาะปลากุเราปล่อยลงแม่น้ำตากใบ” ในปีงบประมาณ 2567 เพื่อเพิ่มปริมาณในแหล่งน้ำธรรมชาติให้อุดมสมบูรณ์เพียงพอต่อความต้องการใช้ประโยชน์ เป็นวัตถุดิบป้อนสู่กระบวนการแปรรูปปลากุเราเค็ม โดยระยะแรกจะดำเนินการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากแหล่งน้ำธรรมชาติ นำมาเลี้ยงจนได้ขนาด จากนั้นจะเพาะพันธุ์ด้วยวิธีธรรมชาติ เมื่อได้ไข่ปลาจะทำการเพาะฟักและอนุบาลจนได้ขนาด 1.5-2.0 เซนติเมตร จึงจะนำไปปล่อยลงสู่แม่น้ำตากใบ ตั้งเป้าหมายไว้ 100,000 ตัวต่อปี

นายบัญชากล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงปลากุเราและปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นกิจกรรมที่เพิ่มผลผลิตและเมื่อปล่อยให้ลูกพันธุ์ปลากุเราเติบโต เป็นพ่อแม่พันธุ์สามารถสืบพันธุ์ วางไข่ ก็จะสามารถเพิ่มปริมาณปลากุเราขึ้นมาทดแทนได้ ทำให้ชาวประมง จ.นราธิวาส สามารถจับปลากุเราจากธรรมชาติได้มากขึ้น ตลอดจนมีวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตปลากุเราเค็มต่อเนื่อง

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’นำคณะเข้าพบ’พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข-จรัลธาดา กรรณสูต’ ขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778627

'อธิบดีกรมฝนหลวงฯ'นำคณะเข้าพบ'พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข-จรัลธาดา กรรณสูต' ขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’นำคณะเข้าพบ’พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข-จรัลธาดา กรรณสูต’ ขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.52 น.

วันที่ 3 มกราคม 2567 เวลา 08.00 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นำคณะผู้บริหารกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าพบ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง และนายจรัลธาดา กรรณสูต รองประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เพื่อเข้ากราบคารวะขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2567 ณ บ้านพักองคมนตรี ถ.งามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร

– 006

‘กรมการข้าว’ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่​ 2567 กระทรวงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778590

'กรมการข้าว'ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่​ 2567 กระทรวงเกษตรฯ

‘กรมการข้าว’ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่​ 2567 กระทรวงเกษตรฯ

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.44 น.

วันพุธที่ 3 มกราคม 2567 เวลา 07.00 น. ร้อยเอกธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ นายประยูร​ อินสกุล​ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง​ แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 68 รูป เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2567 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ

ในการนี้นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วย​ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร​ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วมทำบุญตักบาตรฯ ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสเดียวกันนี้​ อธิบดีกรมการข้าว​ ได้นำคณะผู้บริหารกรมการข้าวเข้าร่วมสวัสดีปีใหม่​ 2567​ และรับพรปีใหม่จาก​ นายประยูร​ อินสกุล​ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เพื่อความสิริมงคลในการทำงาน

– 006

เกษตรฯเดินหน้าปราบสินค้าเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777877

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานบริหารแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายทั้ง 3 ด้าน (ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์) ว่าได้ขับเคลื่อนยุทธการปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยผลการปฏิบัติงานปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ประกอบด้วย1.ด้านพืช ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการปราบปรามลักลอบการนำเข้ายางพารา ผิดกฎหมาย ประจำปีงบประมาณ 2567 อายัดยางพาราที่มีการเคลื่อนย้าย 29 ตัน ต้องสงสัยว่านำเข้าจากเมียนมา ผ่านชายแดน จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารเพื่อยืนยันแหล่งที่มา รวมถึงดำเนินการตามแผนปฏิบัติการปราบปรามปัจจัยการผลิต วัตถุอันตราย ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ผิดกฎหมายโดยตรวจสอบสถานที่จำหน่าย อายัดปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ยเคมีปลอม 365,00 กิโลกรัม ปุ๋ยอินทรีย์ 269.75 ตันเป็นต้น

2.ด้านประมง ได้ดำเนินการตามแผนการปฏิบัติงานตรวจป้องกันลักลอบนำเข้า–ส่งออกสินค้าประมงผิดกฎหมาย ปีงบประมาณ 2566 โดยตรวจสถานที่พักสินค้า (ห้องเย็น) 427 แห่ง ไม่พบการกระทำความผิด 411 แห่ง และการเปิดตรวจตู้คอนเทนเนอร์ ที่สถานประกอบการช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2566ไม่พบการกระทำความผิด รวมถึงบูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตรวจสอบในทะเล โดยเรือตรวจการประมง 2,609 ลำ พบการกระทำความผิด 291 คดี

3.ด้านปศุสัตว์ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการปราบปรามลักลอบการนำเข้าซากสัตว์เข้าราชอาณาจักร ทั้งหมด 506 ครั้ง เป็นซากสัตว์ของกลาง ได้แก่ ซากโค-กระบือ, ซากสุกร, ซากสัตว์ปีก ทั้งหมด 6,820,468 กิโลกรัม ซึ่งได้ทำลายซากสัตว์ของกลางทั้งสิ้น 2,131,370 กิโลกรัม อยู่ระหว่างดำเนินคดี 311,910 กิโลกรัม โดยบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบสถานที่พักสินค้า (ห้องเย็น) 74 แห่ง (33 จังหวัด)