‘ธรรมนัส’-สภาอุตฯ ร่วมจัดตั้งกรอ.กษ. พัฒนาด้านเกษตร ให้บรรลุเป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777880

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมร่วมระหว่าง กระทรวงเกษตรฯ กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำโดยนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อหารือแนวทางจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนด้านการเกษตร (กรอ.กษ.) ซึ่งนอกจากการจัดตั้ง กรอ.กษ.แล้ว ได้หารือในประเด็นการส่งเสริมอาชีพให้แรงงานเกษตรที่เดินทางกลับจากอิสราเอล โดยมีการลงนามทำ MOU ร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตร สู่การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ พัฒนาแรงงานให้พร้อมเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมฯมีความพร้อมและยินดีให้ความร่วมมือ โดยเสนอ 4 แนวทาง ยกระดับภาคการเกษตร ได้แก่ 1.ยกระดับวัตถุดิบการเกษตร ใช้มาตรฐาน GAP สร้างผู้ตรวจประเมินในระบบ Supplier Audit รับรองไม้เศรษฐกิจ TFCC 2.ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่งเสริมเทคโนโลยีการสกัด เพิ่มมูลค่ากลุ่มสุขภาพและความงาม เชื่อมโยงความต้องการด้วยโครงการ SAI (Smart Agriculture Industry) 3.การบริหารจัดการน้ำและการนำวัสดุเหลือใช้ภาคการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์ในแนวทาง Circular Economy และ 4.การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการเกษตร โดยกำหนดมาตรฐานการปลูกสวนพืชเศรษฐกิจให้สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิต ส่งเสริมการใช้ Bio control, bio fertilization กำหนดมาตรฐานการปลูกไม้พื้นเมืองดูดซับคาร์บอน

‘ไชยา’ขับเคลื่อนหม่อนไหม ดันเป็นSoftPowerระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777878

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายกรมหม่อนไหม และเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานโครงการของกรมหม่อนไหม ปีงบประมาณ 2567 ที่โรงแรมแคนทารี โฮเทล โคราช จ.นครราชสีมา พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนงานตั้งแต่การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น การต่อยอดไปสู่การเรียนการสอนวิชาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและกระบวนการทอผ้าไหมให้เป็นหลักสูตรในโรงเรียน การส่งเสริมให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายผ้าไหม รวมถึงออกแบบชุดผ้าไหมให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ แสดงงานแฟชั่นโชว์ในต่างประเทศผลักดันเป็น Soft Power

นอกจากนั้น รมช.เกษตรฯ ได้เปิดงาน “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบประชาชนและผู้ทอผ้าไหมปักธงชัย” พร้อมทั้งเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์หม่อนไหมและผ้าไหม อ.ปักธงชัย ที่ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ อ.ปักธงชัย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองร้านค้าจำหน่ายผ้าไหมที่ได้มาตรฐาน 28 กลุ่ม รวมทั้งมีการผลิตผ้าไหมทั้งสิ้นประมาณ 194,202 เมตรต่อปี และสามารถผลิตผ้าไหมที่ผ่านการรับรองตรานกยูงพระราชทาน ปีละ 32,282 เมตร โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการผลิตผ้าไหม อ.ปักธงชัย ยกระดับมาตรฐานสู่สากลต่อไป

สทนช.สร้างความมั่นคงEEC หนุนโครงข่ายน้ำภาคตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777879

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช.กล่าวว่า ได้สูบผันน้ำจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำป่าสักผ่านทางคลองพระองค์ไชยานุชิตไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี โดยใช้โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก ในปีนี้สามารถสูบผันน้ำเต็มศักยภาพได้ปริมาณมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการบูรณาการร่วมกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก และคณะกรรมการลุ่มน้ำบางปะกง ให้ดำเนินการตามแผน เริ่มผันน้ำตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม–30 พฤศจิกายน 2566 มีการลงพื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง สามารถขยายระยะเวลาการสูบผันน้ำสิ้นสุดในวันที่ 15 ธันวาคม 2566

สำหรับปริมาณน้ำที่สูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิตมากักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำบางพระในปี 2566 มีปริมาณทั้งหมด 64.69 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แบ่งเป็นช่วงแรกตั้งแต่ที่ 8 กรกฎาคม–30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา 58.25 ล้าน ลบ.ม. ที่เหลือเป็นปริมาณน้ำที่สูบผันน้ำในช่วงที่ขยายระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ 1-15 ธันวาคม 2566 ตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการ CSR และประชาชนในพื้นที่คลองพระองค์ไชยานุชิตได้กำหนดสูบผันน้ำในอัตราประมาณ 500,000 ลบ.ม.ต่อวัน และจะหยุดสูบเมื่อระดับน้ำหน้าสถานีสูบพระองค์ฯ อยู่ที่ +0.20 ม.รทก.ค่าความเค็มไม่เกิน 0.5 กรัมต่อลิตร และการบริหารจัดการน้ำผ่าน ปตร.บึงฝรั่ง ไม่น้อยกว่า 10 ลบ.ม.ต่อวินาที ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันเพื่อขยายกรอบเวลาการสูบผันน้ำเพิ่มเติมหากมีปริมาณน้ำเพียงพอ และอยู่ในเงื่อนไขไม่กระทบต่อการใช้น้ำของเกษตรกรต้นทาง

“สถิติการสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต-อ่างเก็บน้ำบางพระ ที่ผ่านมาในปี 2558 สูบผันน้ำได้ 26.68 ล้าน ลบ.ม.ปี 2559 สูบผันน้ำได้ 62.12 ล้าน ลบ.ม.ปี 2560 สูบผันน้ำได้ 16.55 ล้าน ลบ.ม.ปี 2561 สูบผันน้ำได้ 38.19 ล้าน ลบ.ม.ปี 2562 สูบผันน้ำได้ 46.66 ล้าน ลบ.ม.ปี 2563 สูบผันน้ำได้ 42.17 ล้าน ลบ.ม. ปี 2564 สูบผันน้ำได้ 15.13 ล้าน ลบ.ม.ปี 2565 สูบผันน้ำได้ 15.84 ล้าน ลบ.ม.และปี 2566 สามารถสูบผันน้ำได้ถึง 64.69 ล้าน ลบ.ม.มากที่สุด โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพื้นที่ต้นน้ำ” ดร.สุรสีห์ กล่าว

เลขาธิการ สทนช.กล่าวต่อว่า นอกจากการสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต ยังสูบผันน้ำแม่น้ำบางปะกง มายังอ่างเก็บน้ำบางพระ ซึ่งในปี 2566 สามารถสูบน้ำได้รวม 24.85 ล้าน ลบ.ม.อย่างไรก็ดี เมื่อสูบผันน้ำมาเก็บไว้แล้วจะมีการจัดสรรน้ำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ควบคู่ไปด้วย ทำให้อ่างเก็บน้ำบางพระ มีปริมาณน้ำ 88 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 75% เมื่อรวมกับอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ EEC เขต จ.ชลบุรี และระยอง ทั้งหมด 11 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 632.54 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 84.50%
ของความจุเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 และช่วงต้นฤดูฝนปี 2567 อย่างแน่นอน

รมว.เกษตรฯตรวจสินค้าด่านสิงขร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777660

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และแนวทางแก้ปัญหาด้านการเกษตร จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่อาคารด่านพรมแดนสิงขร ต.ตลองวาฬอ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าการนำเข้าส่งออกสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรซึ่งเป็นด่านชายแดนไทย-เมียนมา ได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาสินค้าผิดกฎหมาย โดยเล็งเห็นศักยภาพของจุดผ่อนปรนพิเศษแห่งนี้ จึงเตรียมผลักดันให้เป็นด่านถาวรในอนาคต

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า สาเหตุที่มีการนำเข้าสินค้าประมงในปริมาณสูง เนื่องจากทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศเมียนมา มีปริมาณสูง และสัตว์น้ำบางชนิดในประเทศไทย มีไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมถึงการผ่านช่องทางด่านสิงขร เป็นพื้นที่อยู่ใกล้แหล่งทำการประมงของเมียนมา อีกทั้งการขนส่งทางเรือปกติจะเข้าทาง จ.ระนอง มีการขนส่งที่หลายขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการที่นำเข้าในพื้นที่ จ.ระนอง ได้ขออนุญาตนำเข้าที่ด่านสิงขร เป็นการขนส่งทางบกที่สะดวกกว่า รวมถึงการตรวจสอบสินค้าของเจ้าหน้าที่ด่านสิงขร (โดยเฉพาะด่านตรวจประมง) ยังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร เนื่องจากปัญหาบุคลาการน้อยและข้อจำกัดของพื้นที่ อย่างไรก็ดี แนวทางการแก้ปัญหาเบื้องต้นได้มีการเสนอให้กรมประมง วางมาตรการในการเปิดตรวจสินค้าของด่านฯ ชายแดน ให้เข้มงวดรัดกุมและมีมาตรฐานเดียวกันทุกด่าน ตลอดจนควรมีสถานที่เปิดตรวจสินค้าที่อำนวยความสะดวกในการขนถ่าย และเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมายอย่างเต็มที่เนื่องจากปัจจุบันเปิดตรวจบริเวณ No man’s Land ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจตามหน้าที่ที่จะบังคับใช้กฎหมาย หากเจอสินค้าต้องห้ามหรือไม่ได้ขออนุญาต เพียงแต่ให้ผู้ประกอบการนำกลับฝั่งเมียนมา

ปลัดฯชวนเที่ยวริมกว๊านฯ ส่งเสริม-เผยแพร่สินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777661

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังแถลงข่าวจัดงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาที่ริมกว๊านพะเยา” ภายใต้แนวคิด“อิ่มไอหนาว แอ่วม่วนลำ @ กว๊านพะเยา”ร่วมกับนายบำรุง สังข์ขาว รอง ผวจ.พะเยา รักษาการแทน ผวจ.พะเยา และผู้เกี่ยวข้อง ว่าการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรระดับพื้นที่ให้ครบทั้งระบบการผลิตสินค้าเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เผยแพร่ความรู้นวัตกรรมด้านการผลิต การตลาด ทั้งพืชสัตว์ และประมง เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มีจุดแข็งในสินค้าอัตลักษณ์ GI สร้างโอกาสอันดีในการเผยแพร่ความรู้ นวัตกรรมด้านการผลิต การตลาด ทั้งด้านพืช ประมงและปศุสัตว์ เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางการเกษตรในระดับภูมิภาคสร้างงานเกษตร ขยายแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมการแสดงนิทรรศการต่างๆ จากทุกหน่วยงานในสังกัด รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าเกษตร และบริการต่างๆ ตลอดระยะเวลา 10 วัน 10 คืน ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 ที่ริมกว๊านพะเยา รวม 12 บูธ ประกอบด้วย1.ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ให้บริการด้านการเกษตรจากแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ 2.ธุรกิจเกษตร จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การค้าออนไลน์ และธุรกิจสมัยใหม่ 3.นวัตกรรมเกษตรทันสมัย ทางเลือกใหม่ของเกษตรกร แนะนำนวัตกรรมพืชพันธุ์ดี แนวคิด BCG Model การใช้สารชีวภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุ ทางการเกษตร และนวัตกรรมเครื่องจักรกลเกษตร 4.ฝึกปฏิบัติเรียนรู้ด้านการเกษตร สอนให้คิดเป็น ทำได้ ผลิตได้ขายได้ 5.ตำนานกว๊านพะเยา 6.การบริหารจัดการน้ำ ด้านชลประทาน 7.โต้งนาคำ กินข้าวหอมมะลิไทย ส่งเสริมศูนย์ข้าวชุมชน 8.งานประกวดแสดงสินค้าเกษตรสวยงาม 9.ฝนหลวง 10.สล่าศิลป์ 11.โครงการพระราชดำริ และ 12.จำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าอัตลักษณ์ ผลผลิตสดหรือแปรรูป อาหารพร้อมรับประทานที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ได้รับมาตรฐานซุ้มบริการเครื่องดื่ม และเวทีดนตรีสด

“การจัดงานมหกรรมการเกษตรฯ ครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนเห็นผลงานด้านเกษตร สร้างการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการภาคการท่องเที่ยวและภาคเกษตรของ จ.พะเยา และระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น รวมทั้งพี่น้องเกษตรกรและประชาชนได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน การเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริการเกษตรสมัยใหม่ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์” นายประยูร กล่าว

เกษตรฯกำจัดวัชพืช ผักตบชวาลำคลอง ลุย17จุดทั่วประเทศ ช่วยในการระบายน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777664

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน Kick Off กิจกรรมการกำจัดวัชพืชและผักตบชวา ในแม่น้ำลำคลองสายหลัก และกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ที่คลองระพีพัฒน์แยกตก วัดลำพระยา ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และอีก 16 จุดทั่วประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนจิตอาสา รวมถึงกำลังพลจิตอาสาของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และการส่งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคและการเกษตรอย่างเต็มศักยภาพในพื้นที่

ทั้งนี้ ผักตบชวาเป็นพืชที่มีการแพร่พันธุ์และเติบโตอย่างรวดเร็วใน 20 ลุ่มน้ำหลัก และ 359 ลุ่มน้ำสาขา ความยาวลำน้ำธรรมชาติประมาณ 522,455.73 กม. กรมชลประทานมีคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำที่เชื่อมโยงกับลำน้ำธรรมชาติ รวมทั้งทางน้ำธรรมชาติที่ประกาศเป็นทางน้ำชลประทาน ตาม พ.ร.บ.ชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 5 และมาตรา 8 รวมทั้งสิ้น 10,004 สาย ความยาวประมาณ 59,412.03 กม. คิดเป็นร้อยละ 11.37 ของลำน้ำธรรมชาติทั้งหมด จึงเร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาโดยระยะแรกดำเนินการพร้อมกัน 17 จุดทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 8,000 คน และมีเป้าหมายในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในไตรมาสแรกรวมประมาณ 546,000 ตัน มีผลการปฏิบัติงานในปี 2566 กำจัดวัชพืชกว่า 5,633,079 ตัน รวมพื้นที่กว่า 34,252 ไร่

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’ ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777658

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’  ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’ ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานนครราชสีมา สนับสนุนการท่องเที่ยวฤดูหนาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม” อำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา ปีนี้นำเสนอจุดขายในธีม “ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม” ต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 มกราคม 2567 ตามคาดการณ์จะมีนักท่องเที่ยวจากในพื้นที่และจังหวัดอื่นๆ เข้าเยี่ยมชมวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ ประมาณ 1,000 คน/วัน ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์และเสาร์-อาทิตย์ จะมีประมาณ 1,500 คน/วันเป็นกลไกนำท่องเที่ยวสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางอรจิรา ศิริมงคล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ส่วนราชการ ภาครัฐ
ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน นักท่องเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติได้เข้าเยี่ยมเยียนท่องเที่ยว โดยกิจกรรมดังกล่าวตามปกติระหว่างเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม ของทุกปี ทางจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเมืองดอกไม้ยอดนิยมจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ซึ่งสร้างรายได้ให้เกษตรกรสม่ำเสมอ เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม สร้างความสุขและประสบการณ์อันแปลกใหม่ให้ผู้ชม และเกษตรกรผ่านกิจกรรมและนิทรรศการศิลปะอีกหลากหลาย เพิ่มรสชาติการท่องเที่ยวให้สนุกสนานมากขึ้น  จัดต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี พร้อมกับเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้คนทั้งใกล้และไกล ได้เข้ามาสัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติและซึมซับวิถีชีวิตแบบอีสานท้องถิ่นกันอย่างลึกซึ้งถึงแก่นรากวัฒนธรรม นำมาส่งต่อให้ได้สัมผัสจนหายคิดถึงกันตลอดทั้งงาน ตลอดงานนักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนรับลมหนาวใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เช็คอินถ่ายภาพทุ่งดอกไม้ ทุ่งนา หมู่บ้านอีสานแลนด์มาร์คสวยๆ และร่วมกิจกรรมกับนิทรรศการการนำเสนออัตลักษณ์อีสานที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต สื่อบันเทิง และวัฒนธรรมความเชื่อของชาวอีสาน ใน 4 โซนหลัก ได้แก่

โซนที่ 1 นิทรรศการ Lam Loke, The World of Molam (Lam Loke, The World of Molam Exhibition) : มาเยือนถิ่นอีสานทั้งที หากใครเป็นสายม่วนจอยตัวจริง จะต้องชื่นชอบและพุ่งตรงมาที่นิทรรศการนี้ก่อนใครเพื่อนแน่นอน เพราะจะได้พบกับเรื่องราวของหมอลำที่ทำให้คุณสนุกกับการฟังหมอลำมากขึ้น 1.นิทรรศการแรก
-อเมริกัน-อีสาน : American-Isan Exhibition) : จาก “จดหมายเมียเช่า” ถึงภาพจริงในประวัติศาสตร์อีสาน นิทรรศการนี้เลยอยากชวนให้ผู้เยี่ยมชมทุกคนได้ลองมาทำความเข้าใจถึงแก่นรากของวิถีชีวิตระหว่างอีสานและฝรั่งว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไร และผสมผสานออกมาเป็นอย่างไรในปัจจุบัน, 2.นิทรรศการ 2-หม่อนไหม (Monmhai Mulberry Silk Exhibition) : พบกับวงจรชีวิตหม่อนไหมการสาธิตการทอผ้าไหมแบบวิถีถิ่น และจะพาทุกคนไปเวิร์กช็อปทำผ้าไหมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เหมาะกับสายคราฟต์ที่อยากลองลงมือทำ, 3.นิทรรศการข้าว (Rice is Life Exhibition) ทุกคนจะได้ลองชิมข้าวไทยหลากสายพันธุ์พร้อมสัมผัสกับกระบวนการผลิตจากคนทำสู่คนกินกันแบบใจถึงใจ และสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการแปรรูปข้าวให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่น่าสนใจและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพราะข้าวไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารหลักของคนอีสานแต่หากเป็นวิถีชีวิตที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

โซนที่ 2 มี 2 กิจกรรม ชวนมาร่วมสนุก รับอาวุธทางปัญญากับเรื่องราวลงลึกแผ่นดินอีสาน ดังนี้ กิจกรรมแรก “เวิร์กช็อป” ร่วมซึมซับวัฒนธรรมอีสานกับหลายกิจกรรมได้ฟรี ค่าบัตร เช่น เวิร์กช้อปสาวเส้นไหม อิ้วฝ้ายและการเข็นฝ้าย ทอผ้าไหม ทำขนมงานบุญในประเพณีอีสาน ปั้นเซรามิก ทำสาโท ทำเทียนพรรษา ร่วมสร้างปราสาทข้าว พื้นฐานหมอลำ การเล่น การร้อง การฟ้อน งานศิลปะภายในฟาร์ม, กิจกรรมที่ 2 ทอล์กจัดเวทีล้อมวงฟังเรื่องเล่าจากเหล่าวิทยากรคนสำคัญ แวะเวียนมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนอีสานแบบลงลึก เกี่ยวกับเรื่องราวของข้าวที่คนอีสานปลูก ความทรงจำอเมริกัน-อีสาน พิธีกรรม และอื่นๆ มีทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด (ยกเว้นช่วงสุดสัปดาห์สุดท้าย) เสริมพิเศษตลอดงานบริเวณศาลากลางหมู่บ้านอีสาน

โซนที่ 3 เวทีดนตรี เที่ยวแบบชิลตามเสียงเพลงเพราะๆ ของเหล่าศิลปินท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ได้ 2 เวที ได้แก่ เวทีแรก American
Isan Stage โชว์คอนเสิร์ตจากวงดนตรีโฟล์กและดนตรีคันทรี พร้อมหมุนเวียนมามอบความสุขตลอดวัน อย่างวง The Hopper, SUNDER,Hang Over และ  วง อ๊อด บ้านช้าง เวทีที่ 2 เปิดกิจกรรมใหม่ในฟาร์มปีนี้เต็มอิ่มกับหมอลำช่วงค่ำ ระหว่าง 20.00-22.00 น. คือ  Molam Music ฟังคอนเสิร์ตจากศิลปินหมอลำร่วมสมัยที่มีฝีไม้ลายมือ อย่าง E-SanFusion, ต้นตระกูล แก้วหย่อง x นริศรา ศักดิ์ปัญจโชติ(Tontrakul Kaewyong x Narisara Sakpunjachot), รัสมี อีสานโซล (Russmee I-San soul) และออทิดสา หมอลำแบรนด์ x อ๊อฟ สุรพล

โซนที่ 4 ร้านอาหารและของที่ระลึก ทางฟาร์มได้คัดสรรร้านอาหารมาเสิร์ฟเมนูอร่อย ๆ ครบทั้งอาหารอีสาน และอาหารคอมฟอร์ตฟู้ด ตอบโจทย์สายช้อปของที่ระลึก ร้านค้ามีทั้งสินค้าจากฟาร์มราคาพิเศษ และสินค้าที่ระลึกซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

วีรพงศ์ เหรียญประเสริฐ

‘ธรรมนัส’จี้กรมชลฯแก้ไข ปัญหาน้ำทะเลท่วมฉะเชิงเทรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777659

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการปรับปรุงระบบชลประทานในเขต จ.ฉะเชิงเทรา ที่บริเวณคันกั้นน้ำสมบูรณ์-บางขนาก ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ว่า อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีมากที่สุด แต่เป็นพื้นที่รองรับน้ำจาก กทม.จึงประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก จึงสั่งการให้กรมชลประทานจัดทำแผนการปรับปรุงระบบชลประทาน อาทิ การซ่อมแซมสะพานที่ทรุดตัวการปรับปรุงประตูระบายน้ำหรือสร้างสถานีสูบน้ำป้องกันปัญหาน้ำทะเลทะลัก เพื่อไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้ามา ไม่ให้กระทบต่อน้ำที่ใช้อุปโภค-บริโภค บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้สามารถใช้ประโยชน์ได้โดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน พบว่าชาวบ้าน ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว เรียกร้องขอให้แก้ปัญหากรณีการถูกยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุกว่า 4,000 ไร่ ตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกองทัพเรือโดยนำไปใช้เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ โดยเรื่องนี้ได้ประสานไปยังรมว.กลาโหม และนำเรียนนายกรัฐมนตรี ทราบแล้ว โดยกระทรวงเกษตรฯเตรียมทำหนังสือขออนุญาตกองทัพเรือ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถเข้าทำกินได้อย่างถูกต้อง และจะขอใช้พื้นที่บางส่วนสร้างเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถไปใช้ประโยชน์ สนับสนุนภาคการผลิตพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จ.ฉะเชิงเทรา โดยมอบหมายให้กรมชลประทาน จัดทำแผนดังกล่าว หลังจากนี้จะหารือร่วมกับ รมว.กลาโหม กองทัพเรือ เพื่อบูรณาการศึกษาแนวทางร่วมกันต่อไป

‘กรมฝนหลวง’ร่วมงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777562

'กรมฝนหลวง'ร่วมงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

‘กรมฝนหลวง’ร่วมงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 11.46 น.

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 เพื่อเป็นต้นแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางภาคเกษตร การท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โอกาสนี้ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมเดินขบวนพาเหรดและร่วมพิธีเปิดในงานดังกล่าว

นอกจากนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ “หยาดพิรุณจากฟ้า ด้วยพระบารมี” ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์จำลองเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวโครงการฝนหลวง คนล่าเมฆ จัดแสดงเครื่องบินฝนหลวง เครื่องมือตรวจสภาพอากาศ รวมถึงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติการฝนหลวง งานวิจัย และกิจกรรมตอบคำถามตลอดการจัดงานอีกด้วย

– 006

‘กรมการข้าว​’ร่วมงาน​มหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777541

'กรมการข้าว​'ร่วมงาน​มหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

‘กรมการข้าว​’ร่วมงาน​มหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 10.35 น.

“กรมการข้าว”ร่วมงาน​มหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา​ มุ่งส่งเสริมกิจกรรมภาคเกษตร การท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา จ.พะเยา โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 เพื่อเป็นต้นแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางภาคเกษตร การท่องเที่ยว การกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

ในโอกาสนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ ​พร้อมด้วย​ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ น​นทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ ​และผู้บริหารกรมการข้าว​ ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูิมภาค​ เข้าร่วมเดินขบวนพาเหรดและร่วมพิธีเปิดในงานดังกล่าว

นอกจากนี้ กรมการข้าว ยังได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ ในชื่อ​ “คุ้มโต้งนาคำ” ที่ได้มีการนำเสนอนิทรรศการงานด้านข้าว​ และองค์ความรู้ต่างๆ​ อีกทั้งยังจัดจุดถ่ายรูปให้กับผู้เข้าร่วมงาน ตลอดจนกิจกรรม​ การสาธิต​ การประกวด​ และการแข่งขันด้านข้าวต่างๆ มากมาย​อีกด้วย

– 006