กรมชลฯเก็บน้ำอ่างฯบางพระ ให้ชลบุรีมีน้ำพอใช้-รับภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777474

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทานรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ได้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับการเก็บกัก พร้อมจัดจราจรน้ำอย่างเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มีการวางแผนนำน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่เจ้าพระยา ไว้ให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ ได้มีการลำเลียงน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ผ่านอาคารชลประทานและคลองระบายน้ำที่อยู่ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองระพีพัฒน์ คลอง 13 คลองบางขนาก และคลองประเวศน์ ลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมคลอง ก่อนจะใช้สถานีสูบน้ำคลองพระองค์ฯ-บางพระ สูบน้ำไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้ได้มากที่สุด สำหรับสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ตามมาตรการรับมือฤดูแล้งปี 2566/67 ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ารมว.เกษตรและสหกรณ์

‘ธรรมนัส’เร่งกำชับ 3กรมคุมสินค้าเถื่อน งัดม.157สั่งฟันจนท. พัวพันการกระทำผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777471

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงนามในหนังสือถึง 3 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมวิชาการเกษตร ให้เข้มงวดในการตรวจสอบ กักกัน และดำเนินคดีสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยเฉพาะหมูและเนื้อหมูเถื่อน โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นหน่วยงานหลักในการจับกุมและดำเนินคดีสำหรับผู้ลักลอบนำเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย

ทั้งนี้ ได้กำชับหน่วยงานของทั้ง 3 กรม ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และด่านนำเข้าทุกด่าน เข้มงวดในการตรวจสอบ กักกัน และดำเนินคดี และหากพบว่ามีการจับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่ใดจากหน่วยงาน DSI กระทรวงเกษตรฯ จะถือว่าด่านหรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องนั้นมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หากพบกระทำความผิดจะถูกสอบสวนวินัยร้ายแรง จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาด้วย

“การปราบปรามสินค้าเกษตรที่นำเข้าไม่ถูกต้องหรือผิดกฎหมาย ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ผมให้ความสำคัญและเน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งชุดเฉพาะกิจที่ทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร กรมศุลกากร และ DSI ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือกลุ่มบุคคลที่กระทำการผิดกฎหมาย โดยเฉพาะหมูเถื่อน ที่กรมปศุสัตว์ มีการปูพรมและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรรายย่อย และระบบกลไกตลาดอย่างมาก” รมว.เกษตรฯ กล่าว

สทนช.เฝ้าระวังจุดเสี่ยง ถอดบทเรียนแก้ภัยแล้งซ้ำซาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777472

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่าง จ.ลำปาง และ จ.ตาก โดยใช้กลไกคณะกรรมการลุ่มน้ำวังและคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้ถอดบทเรียนจากการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงที่ผ่านมา เพื่อวางแผนรับมือในฤดูแล้งปี 2566/67

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตาม 9 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 2566/67 อย่างเคร่งครัด เพราะประเทศไทย ยังอยู่ในสภาวะเอลนีโญ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่ได้ รวมทั้งสั่งการให้ สทนช.ภาค 1 ประสานงานหน่วยที่เกี่ยวข้อง บูรณาการรวบรวมข้อมูลสภาพปัญหาและสถานการณ์น้ำของทั้ง จ.ลำปาง และ จ.ตาก เพื่อนำมาวางแผนแก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์

สำหรับการดำเนินการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่าง ช่วงที่ผ่านมา เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำรักษาระบบนิเวศ โดยแก้ปัญหาผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำวัง ซึ่งมีมติให้สำนักงานชลประทานที่ 2 จัดทำแผนการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่พริก (ผาวิ่งชู้) 5 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)เพื่อรักษาระบบนิเวศ และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับผลิตประปาหมู่บ้าน ในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่าง เริ่มจัดสรรน้ำตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม–26 กรกฎาคม 2566 ซึ่งผลการดำเนินการดังกล่าวมีการใช้น้ำรวมทั้งสิ้น 1.68 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ช่วงต้นฤดูฝนปี 2566 พื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่างขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ได้พิจารณาเพิ่มการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่พริก (ผาวิ่งชู้) สามารถแก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ ทำให้ไม่มีรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

เลขาธิการ สทนช.กล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ลุ่มน้ำวัง 2 แห่ง มีปริมาณค่อนข้างดีมาก คืออ่างเก็บน้ำกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 105 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของปริมาณการกักเก็บ โดยวางแผนการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 2566/67 เพื่อการอุปโภค-บริโภค 16.13 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาระบบนิเวศ 21.90 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการเกษตร 121.94 ล้าน ลบ.ม. โดยรับน้ำเพิ่มจากอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา 90 ล้าน ลบ.ม. รวมกับน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างฯ สำรองไว้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2567 จำนวน 40.52 ล้าน ลบ.ม. และอื่นๆ 30.30 ล้าน ลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 189 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 111% ของปริมาณการกักเก็บ โดยวางแผนจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค 1.45 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาระบบนิเวศ 7.78 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการเกษตร 9.58 ล้าน ลบ.ม. สำรองไว้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2567 อีก 70.56 ล้าน ลบ.ม. และอื่นๆ 90 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำวังตอนล่าง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง คืออ่างเก็บน้ำแม่พริก (ผาวิ่งชู้) จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ36.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ของปริมาณการกักเก็บ

รมว.เกษตรฯหนุนวิจัยพลิกโฉมเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777473

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายและการขับเคลื่อนงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตร ในโอกาสเป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการและจัดแสดงผลงานวิจัย และนวัตกรรมด้านการเกษตร “เปลี่ยนวิถีเกษตรไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” AgriTech and Innovation (Moving Forward: From Local to Global) จัดโดย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่างผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(สกว.) รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 4 ปี สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงเกษตรฯ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง พัฒนาทรัพยากรเกษตรให้ยั่งยืน เพื่อให้ภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก และหนึ่งในนโยบายที่ให้ความสำคัญ คือการผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสร้าง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรรวมทั้งส่งเสริมการทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม(Go Green) ด้วย BCG/CarbonCredit เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรากฐานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของนโยบายต่างๆ คือองค์ความรู้ในการทำการเกษตร และการนำงานวิจัยและนวัตกรรม เข้ามาช่วยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาภาคการเกษตร

“ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อการเกษตร และผลักดันงานวิจัยมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และกรมวิชาการเกษตร ต้องร่วมกันนำผลงานวิจัยไปเผยแพร่และขยายผลในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ซึ่งงานวิจัยและนวัตกรรม จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร” รมว.เกษตรฯ กล่าว

อธิบดีกรมข้าว ลงพื้นที่ภาคเหนือ​ มอบนโยบาย​ ผอ.วิจัยข้าวทั่วประเทศ​ พร้อมพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777438

อธิบดีกรมข้าว ลงพื้นที่ภาคเหนือ​ มอบนโยบาย​ ผอ.วิจัยข้าวทั่วประเทศ​ พร้อมพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพันธุ์

อธิบดีกรมข้าว ลงพื้นที่ภาคเหนือ​ มอบนโยบาย​ ผอ.วิจัยข้าวทั่วประเทศ​ พร้อมพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพันธุ์

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 18.45 น.

“อธิบดีกรมข้าว” ลงพื้นที่ภาคเหนือ​ มอบนโยบาย​ ผอ.วิจัยข้าวทั่วประเทศ​ พร้อมพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพันธุ์ 

วันที่​ 26​ ธ.ันวาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์  ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ เป็นประธานการประชุม​กองวิจัยและพัฒนาข้าว​ เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามภารกิจของกองวิจัยและพัฒนาข้าว​  โดยมี​ ​ดร.ชิษณุชา  บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ น​นทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วยผู้บริหารกองวิจัยและพัฒนาข้าวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมการประชุม​ ณ​ ห้องประชุม​ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย​ จ.เชียงราย

▫️ในการนี้​ อธิบดีกรมการข้าว​ ได้มอบนโยบายการทำงาน​ และติดตามการดำเนินงานด้านการวิจัยพันธุ์ข้าว​ ตลอดจนรับฟังปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานด้านการวิจัย​ เพื่อให้งานวิจัยพันธุ์ข้าวดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

▫️ต่อจากนััน​ อธิบดีกรมกรมการข้าวและคณะ​ ได้เดินทางไปยังศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา​ เพื่อพบปะพี่น้องกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวน​ 77 กลุ่ม​ พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและอุปสรรค​จากพี่น้องเกษตร​กร​ ณ​ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา​ จ.พะเยา

‘ไชยา’มุ่งผลักดัน ผ้าไหมฯบ้านโพน ชูเป็นSoft Power สร้างรายได้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777252

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน หรือศูนย์วิจิตรแพรวาบ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ โดยมี นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ต้อนรับ ทั้งนี้ นายไชยา ได้มอบนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลให้กรมหม่อนไหม นำไปผลักดัน ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตผ้าไหมแพรวาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อยกระดับผ้าไหมแพรวาบ้านโพน เป็น Soft Power ที่เกิดจากภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงคิดค้นลายผ้าเพิ่มเติมให้เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค ในราคาที่เข้าถึงและจับต้องได้ ซึ่งปี 2565 อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ได้ออกแบบลายผ้าไหมแพรวา ชื่อว่าลายพันมหาพัน ให้เป็นลายประจำ อ.คำม่วง มีมูลค่าเบื้องต้น 5 แสนบาท

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมหม่อนไหม สนับสนุนการดึงศักยภาพผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ผ้าไหมแพรวา ออกสู่ตลาดโลก และเพิ่มช่องทางจำหน่าย โดยการร่วมมือกับจังหวัดต่างๆ คัดเลือกลายผ้าที่มีความโดดเด่นมาส่งเสริมการขาย และผลักดันให้ผ้าไทยเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์แบรนด์เนม หรือออกสู่เวทีโลก สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไหม รวมถึงสร้างรายได้เข้าประเทศ

ในการนี้ นายไชยา ได้ร่วมสาธิตการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การทอผ้าการสางไหม การย้อมสีไหมด้วยวัสดุธรรมชาติในพื้นที่ และเยี่ยมชมคูหาจัดแสดงสินค้า GI อาทิ ผ้าไหมแพรวาของกลุ่มวิสาหกิจทอผ้าไหมแพรวาบ้านหนองแก่นทราย เยี่ยมชมโครงการสร้างทายาทหม่อนไหม ด้วย

รมว.เกษตรฯจี้แก้ปัญหาปลากะพงขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777248

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ฉะเชิงเทรา และเป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.ฉะเชิงเทรา 70 ราย พร้อมทั้งรับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว นำโดย นายสุทธิ มะหะเลา นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทยที่ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า มีนโยบายขับเคลื่อนปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเอาจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคต่อการบริโภคสินค้าเกษตรที่ต้องมีความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นต่อพี่น้องเกษตรกรให้มีความมั่นคงทางอาชีพ ซึ่งขณะนี้ได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาว
ถึงปัญหาราคาตกต่ำ ซึ่งสาเหตุจากมีการนำสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลากะพงขาวจากประเทศมาเลเซีย เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งมีการนำเข้าทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ทำให้สัตว์น้ำของเกษตรกรที่เลี้ยงมีราคาตกต่ำ ประกอบกับมีต้นทุนการผลิตสูง ทำให้ผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงขาวได้รับความเดือดร้อน จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณการทำงานร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน

โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบ ส.ป.ก. 4-01 ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.ฉะเชิงเทรา 70 ราย สำหรับเขตปฏิรูปที่ดิน จ.ฉะเชิงเทรา ได้ประกาศเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ประมาณ 1,023,775 ไร่ ในพื้นที่ 10 อำเภอ 50 ตำบล เนื้อที่ดำเนินการหลังกันพื้นที่สาธารณูปโภคและหนังสือสำคัญออกแล้ว 919,603 ไร่ แยกเป็น ที่ดินรัฐ 865,104 ไร่ พื้นที่ 4 อำเภอ 11 ตำบล ดำเนินการจัดที่ดินให้เกษตรกร 32,871 ราย 45,146 แปลง เนื้อที่ประมาณ 647,350 ไร่ และที่ดินเอกชน ประกอบด้วย ที่พระราชทานที่ราชพัสดุ ที่บริจาค และที่ดินจัดซื้อ 54,499 ไร่ ในพื้นที่ 7 อำเภอ 41 ตำบล ดำเนินการจัดที่ดินให้เกษตรกร 3,429 ราย 4,920 แปลง เนื้อที่ประมาณ 52,114 ไร่

‘ธรรมนัส’สัมมนาเชิงปฏิบัติ ป้องปรามทุจริต-ยกระดับสหกรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777251

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องยกระดับผู้บริหารสหกรณ์ในยุคดิจิทัล ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กทม.โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์จากทั่วประเทศ และบุคลากรกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ตระหนักถึงสถานการณ์การทุจริตของสหกรณ์ การป้องกันการทุจริตและแนวทางการบริหารสหกรณ์ยุคดิจิทัล เล็งเห็นความสำคัญของระบบการควบคุมภายในที่ดีของสหกรณ์ พร้อมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจประโยชน์จากการใช้งานแอปพลิเคชั่น Smart4M เพื่อการบริหารจัดการสหกรณ์

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การนำเครื่องมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการสหกรณ์ มีความสำคัญ เพื่อใช้วิเคราะห์ปัญหาจุดอ่อนจากการควบคุมภายในและให้สมาชิกสามารถตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมของตนเองและข้อมูลการดำเนินงานของสหกรณ์ สร้างความโปร่งใสตรวจสอบได้ ป้องกันการทุจริต ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Smart4M ช่วยในการบริหารข้อมูลทางการเงินได้สะดวกรวดเร็ว สมาชิกสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ และตรวจสอบฐานะทางการเงินของสหกรณ์และของตนเอง ช่วยป้องปรามการทุจริตและลดข้อผิดพลาด

ด้าน น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า มีความมุ่งมั่นในการสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนด้านการเงินการบัญชีแก่เกษตรกรและระบบสหกรณ์ โดยเสริมสร้างระบบการเงินการบัญชีที่มีเกณฑ์การตรวจสอบบัญชีตามมาตรฐานสากล ให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรนำไปใช้ปฏิบัติ สามารถใช้ข้อมูลทางการเงิน วางแผนบริหารจัดการ มีการกำหนดเกณฑ์การควบคุมภายในที่ดี ควบคุมดูแลการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส โดยมีแผนงานขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ในการป้องกันป้องปรามการทุจริตและยกระดับสหกรณ์ ผ่าน Quick win 4 โครงการเร่งด่วน

นอกจากนี้ยังมีแผนดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายพักชำระหนี้สมาชิกสหกรณ์ผ่านการจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรด้วยระบบสหกรณ์เพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรได้รับการพัฒนาความรู้และความสามารถในการบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการพักชำระหนี้และบริหารจัดการด้านการเงินการบัญชีและสินเชื่อ 1,700 แห่ง รวมทั้งขยายผลการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในโครงการต่างๆ ทั้งในด้านการพัฒนาหลักสูตรด้านการเงินและบัญชีให้สอดคล้องกับโครงการแต่ละโครงการและพัฒนาแนวทางการถ่ายทอดความรู้ผ่านการสร้างครูบัญชีอาสาการสอนบัญชีรับ-จ่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในถิ่นทุรกันดารและการสอนบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนเพื่อสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้แก่ผู้รับบริการ

เกษตรฯรับฟัง-แก้ปัญหา ผู้ค้าสะพานปลาอ่างศิลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777250

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ เข้ารับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากตัวแทน
ผู้ประกอบการสินค้าทะเลตลาดสะพานปลา (อ่างศิลา) จ.ชลบุรี กรณีผู้ค้าได้รับหนังสือจากองค์การสะพานปลาบอกเลิกสัญญาเช่าทรัพย์สินองค์การสะพานปลาและขอให้ชำระหนี้ ซึ่งทำให้ผู้ค้าได้รับความเดือดร้อน นำโดยนายชุมพล ลีลานนท์ ประธานเครือข่ายสภาพประชาชนแห่งชาติ 77 จังหวัด โดยมีคณะที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ (นายอนุชา นาคาศัย) นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา ตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าสะพานปลา (อ่างศิลา) เข้าร่วมหารือ และเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมและให้เกิดการสร้างรายได้ พัฒนาแหล่งทำกินให้เกิดความยั่งยืน

ทั้งนี้ ที่ประชุมจะนำข้อร้องเรียนดังกล่าวและแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้น เสนอต่อนายอนุชา เพื่อรับทราบและเร่งหาแนวทางแก้ไขให้ชัดเจนอย่างเร่งด่วนต่อไป

สวพส.แก้ปัญหาบนพื้นที่สูง ทำเกษตรอินทรีย์โครงการหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777031

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.เพชรดา อยู่สุข รอง ผอ.สถาบันด้านการพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) กล่าวว่า ได้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง และการนำองค์ความรู้และผลสำเร็จของโครงการหลวงไปปรับใช้ในพื้นที่สูงอื่นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านการผลิตพืชที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั่นคือ การปลูกพืชในระบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทำการเกษตรบนพื้นที่สูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยลดปัญหาความยากจนโดยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากกว่าการทำการเกษตรแบบเดิม ตลอดจนสร้างโอกาสทางการตลาดทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง

ทั้งนี้ ได้เน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรบนพื้นที่สูง นักวิจัย นักพัฒนาและส่งเสริม และหน่วยงานร่วมบูรณาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรเพื่อจัดการปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ได้แก่ ปุ๋ยหมักอินทรีย์ ปัจจัยการผลิตชีวภาพ เช่นชีวภัณฑ์ น้ำหมักชีวภาพ ฯลฯ และวางแผนการผลิตผักอินทรีย์ให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด รวมถึงทีมนักวิจัยของ สวพส.และมูลนิธิโครงการหลวงร่วมกันศึกษาวิจัยเทคโนโลยี อาทิ การคัดเลือก/ทดสอบพันธุ์พืช การผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การวิจัยและพัฒนาชีวภัณฑ์สำหรับป้องกันกำจัดโรคแมลงทดแทนสารเคมีเกษตร

รวมทั้งมีการวางแผนการขนส่งร่วมกัน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า สำหรับการบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ อาทิ บริษัทเอกชนบางแห่งยังช่วยสนับสนุนปัจจัยการผลิต คิดเป็นมูลค่า 300,000 บาท ให้กับกลุ่มเกษตรกรในการจัดทำโรงเรือนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มปริมาณการปลูกให้เพียงพอต่อความต้องการของบริษัทด้วย โดยเจ้าหน้าที่ของ สวพส.จะเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งอาศัยกลไกของแผนแม่บทหรือแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) และแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ระยะ 5 ปี(พ.ศ.2566-2570) ซึ่งจะมีหน่วยงานร่วมบูรณาการประมาณ 33 หน่วยงาน

ปัจจุบันในพื้นที่ซึ่ง สวพส.ดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง 19 แห่ง และโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน 2 แห่ง ใน 8 จังหวัด มีเกษตรกร 452 คน พื้นที่รวม 1,441.702 ไร่ ได้รับการรับรองแหล่งผลิตมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ประเทศไทย (Organic Thailand) แบ่งเป็น เกษตรกรที่ปลูกกาแฟอินทรีย์ 339 ราย พื้นที่ 1,245.72 ไร่ และเกษตรกรที่ปลูกผักอินทรีย์ 113 ราย พื้นที่ 195.982 ไร่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562-2565 รวมเป็นเงิน 44,264,549 บาท