รองปลัดฯร่วมถก คกก.กองทุนออมฯ พิจารณา11ประเด็น แก้ไขข้อกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764684

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2566 โดยมีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุมดังนี้ 1.(ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการฯ หรือรองเลขาธิการฯ ด้านการลงทุน พ.ศ.,2.(ร่าง) คำสั่งคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาเลขาธิการฯ หรือ

รองเลขาธิการฯ ด้านการลงทุน 3.การพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของการต่ออายุสัญญาจ้างรองเลขาธิการด้านการลงทุน 4.การเสนอชื่อผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีกองทุนประจาปี 2567

5.การทบทวนแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 -พ.ศ. 2570) และการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2567,
6.(ร่าง) เกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2567 ของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) 7.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่ในการประชุมหารือ (ร่าง) ตัวชี้วัดการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2567

8.การปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมาย ตามความเห็นและข้อสั่งการ ของ รมว.คลัง เรื่องการบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม 9.แผนการดำเนินงานบริหารเงินลงทุนประจำปี พ.ศ. 2567, 10.การทบทวนโครงสร้างองค์กรกองทุนการออมแห่งชาติ 11.การคัดเลือกกรรมการซึ่งเป็นสมาชิก ภาคตะวันตกและ 12.(ร่าง) ระเบียบกองทุนการออมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการ

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764498

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร  ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สัมมนา : นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พลิกโฉมภาคเกษตรไทย ด้วยนโยบายการวิจัย นวัตกรรม และการรวมกลุ่ม” ที่โรงแรมแมนดาริน เพื่อนำเสนอผลการวิจัย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมฯ (GDP) เพิ่มสูงขึ้น

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“พลิกโฉมภาคเกษตรไทย ด้วยนโยบายการวิจัย นวัตกรรม และการรวมกลุ่ม” ที่โรงแรมแมนดาริน ถนนพระราม 4จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) แผนงานคนไทย 4.0 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการวิจัย เรื่อง “แพลตฟอร์มนโยบายข้าว ผัก และผลไม้” ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม

นายอนุชากล่าวว่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตร ที่ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจฐานราก” หากสามารถพัฒนาภาคเกษตรให้เข้มแข็ง จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ภาคเกษตรขยายตัวสูงขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร อย่างไรก็ดี แม้ตัวเลข GDP ภาคเกษตร มีสัดส่วนเพียง 8.9% ของ GDP รวม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วน 60.2% และภาคบริการมีสัดส่วน 30.9% ตามลำดับ แต่ภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ เปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ที่สร้างรายได้ให้กับประชากรไทยจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี

นอกจากนี้ภาคเกษตรกรยังพบปัญหาต่างๆ หลายด้าน เช่น การขาดแคลนเงินทุนและการขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ปัญหาต้นทุนการผลิตมีราคาสูงการขาดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม การขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นจึงมุ่งเน้นผลักดันนโยบายรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตภาคเกษตรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

นายอนุชากล่าวเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ สามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยตรง รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ อย่างไรก็ดีจากปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบและความเสียหาย จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูก หันมาทำปศุสัตว์ เช่น โครงการโคล้านครอบครัว ที่ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพราะความมุ่งหวังคืออยากเห็นรายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น

ฝนหลวงฯปรับแผน ปฏิบัติการฯให้เหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764496

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าได้ปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2566 โดยกำหนดให้ปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วยทั่วประเทศ โดยให้เครื่องบินเดินทางกลับที่ตั้งสนามบิน จ.นครสวรรค์ อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม กรมฝนหลวงฯได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว 3 ชุด โดยมีเครื่องบินสำหรับปฏิบัติการชุดละ 2 ลำ ชุดที่ 1 เป็นเครื่องบินขนาดกลาง 2 ลำ ส่วนชุดที่ 2 และชุดที่ 3 ใช้เครื่องบินขนาดเล็กชุดละ 2 ลำ เพื่อพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงให้กับพื้นที่ซึ่งยังมีความต้องการน้ำ ช่วงที่มีสภาพอากาศเหมาะสมเป็นระยะสั้นๆ เป็นการช่วงชิงสภาพอากาศในช่วงฤดูแล้งเพื่อรับมือสถานการณ์ความแห้งแล้งหลังจากนี้ไป

นายสุพิศ กล่าวอีกว่า สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2566 มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 188 วัน รวม 4,037 เที่ยวบินมีการรายงานฝนตกจากการปฏิบัติการ 184 วัน คิดเป็นร้อยละ 89.1 มีจังหวัดที่มีรายงานฝนตก 67 จังหวัด มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 192.63 ล้านไร่ และมีน้ำไหลเข้าเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 272 แห่ง ปริมาณน้ำสะสมรวม 599.73 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการปฏิบัติการฝนหลวงในระยะต่อจากนี้กรมฝนหลวงฯ ยังคงเน้นย้ำให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและให้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วงที่สภาพอากาศมีความเหมาะสม เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งมีความต้องการน้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ การป้องกันไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน การบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10 และ PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

กรมพัฒนาฯชูผลวิจัยมะคาเดเมีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764495

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่สูง อีกทั้งเป็นต้นน้ำเข็ก มีการใช้ที่ดินด้านเกษตร และที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ขาดสิ่งปกคลุมดิน เกิดการชะล้างพังทลายของดินเมื่อฝนตก นอกจากนี้น้ำที่ไหลบ่าหน้าดินจะทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินรุนแรงมากขึ้น หน้าดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน จึงขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการวิจัยหามาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม ภายใต้หัวข้อ“การศึกษาปริมาณการสูญเสียดินและน้ำไหลบ่าในพื้นที่สูง จากการปลูกมะคาเดเมียผสมพืชไร่ร่วมกับมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ” โดยคณะผู้วิจัย

“จากผลการวิจัยได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำองค์ความรู้ไปแก้ปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของเกษตรกรในพื้นที่บ้านห้วยน้ำขาวเป็นอย่างดี จึงคัดเลือกให้ได้รับรางวัลชนะเลิศภาคบรรยาย สาขาอนุรักษ์ดินและน้ำ ในการประชุมวิชาการประจำปี 2566 พื้นฟูปฐพีสร้างสรรค์ดินดีด้วยเทคโนโลยีพัฒนาที่ดิน” นายปราโมทย์ กล่าว

ด้านนายบุญเดี่ยว บุญหมั้น กล่าวว่า ได้ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนกันยายน 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมบัติของดิน ปริมาณการสูญเสียดินและน้ำไหลบ่า การเจริญเติบโตของมะคาเดเมีย และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการทำมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่สูง โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสุ่มสมบูรณ์ 5 ตำรับการทดลอง ได้แก่ 1.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ และไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ 2.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ และมีคูรับน้ำขอบเขา 3.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก 4.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับถั่วแดงหลวง มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก และ 5.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับถั่วพุ่ม มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก

อ.ส.ค.ลุยบุกตลาด ทำโยเกิร์ตกรอบ ขนมเพื่อสุขภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764494

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า จากการศึกษาทิศทางตลาดผลิตภัณฑ์นมทั้งในและต่างประเทศพบว่าปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์นมที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเนย โยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์นมปราศจากน้ำตาลแลคโตส และมุ่งเน้นอาหารเสริมที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูงและเป็นอาหารเฉพาะ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักและมีระบบขับถ่ายดีขึ้น เป็นต้น จากข้อมูลดังกล่าว อ.ส.ค.จึงวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดดังกล่าว โดยเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ฟรีซดรายโยเกิร์ต โพรไบโอ” (Freeze-Dried Yoghurt Probio (Thai-Denmark Brand) 2 รสชาติ คือ รสธรรมชาติ และรสมัลเบอร์รี ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นโยเกิร์ตกรอบประเภทขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพขนาด บรรจุ 15 กรัม/ถุง

สำหรับคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ฟรีซดรายโยเกิร์ต โพรไบโอผลิตจากโยเกิร์ตแท้ที่มาจากน้ำนมโคออร์แกนิค 100% หมักโดยจุลินทรีย์โยเกิร์ตชนิดโพรไบโอติก ผ่านกระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็งแต่ยังคงคุณค่าของสารอาหารที่ครบถ้วน อาทิ เชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต โพรไบโอติก มากกว่า 1 ล้านตัวต่อถุง เป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยรักษาสมดุลของลำไส้และระบบขับถ่าย มีพรีไบโอติกซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติก มีใยอาหารที่ละลายได้ในน้ำได้ 800 มิลลิกรัม เพื่อสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร และให้พลังงานเพียง 70 กิโลแคลอรี่เท่านั้น

‘กรมชลฯ’เร่งพัฒนา’RID SWAMP’สู่ความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764515

'กรมชลฯ'เร่งพัฒนา'RID SWAMP'สู่ความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการน้ำ

‘กรมชลฯ’เร่งพัฒนา’RID SWAMP’สู่ความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.47 น.

‘กรมชลฯ’เร่งพัฒนา’RID SWAMP’สู่ความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการน้ำ

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2566 ที่ห้องประชุมกรม ชั้น 3 อาคารอำนวยการ กรมชลประทานสามเสน นายชูชาติ รักจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมแนวทางการดำเนินงานโครงการจัดทำและพัฒนาแพลตฟอร์มการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (RID Smart WAter ManagementPlatform : RID SWAMP) สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำเกี่ยวเนื่อง ระยะที่ 1 (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำสะแกกรัง) โดยมีนายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำ และอุทกวิทยา นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

สำหรับแพลตฟอร์มการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (RID SWAMP) เป็นการปรับปรุงและจัดทำระบบฐานข้อมูลกลาง GIS ด้านการบริหารจัดการน้ำโดยรวบรวมข้อมูลให้อยู่ในระบบเดียวกัน สะดวกในการสืบค้น สามารถสั่งการวิเคราะห์และประมวลผลได้จากส่วนกลาง เพื่อให้ได้ผลการคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า พร้อมจัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์ในพื้นที่ สำหรับวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์น้ำท่วม การจัดสรรน้ำและค่าความเค็ม ด้วยระบบที่ทันสมัย พร้อมระบบการติดตาม เฝ้าระวัง พยากรณ์ และเตือนภัยสถานการณ์น้ำได้ทันท่วงที เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ตามนโยบายมุ่งเน้นการทำงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ที่มีเป้าหมายให้กรมชลประทานเป็น “องค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการ ภายในปี 2580”

ประธานหออันดา เผยกินเจคึกคัก เงินผ่านหมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763975

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าภาคใต้กลุ่มอันดามัน เปิดเผยว่า ในช่วงประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-23 ตุลาคม 2566 นี้ ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต ระนอง พังงา สตูล กระบี่และจังหวัดตรัง นั้น ทางศาลเจ้าต่างๆ ได้เปิดศาลเจ้าในการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจ การจัดงานประเพณีดังกล่าวนั้นมีการจัดงานมากว่า 100 ปี แต่ละปีก็มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมานั้นประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทุกศาลเจ้าได้งดการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และในปีนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นได้ลดความรุนแรงลง และสามารถควบคุมได้ ทางศาลเจ้าจึงได้จัดงานขึ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจนั้น ทำให้มีเงินสะพัด กว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาแสวงบุญตามจังหวัดต่างๆ นอกจากจะทำให้บรรยากาศงานประเพณีถือศีลกินผักหรือประเพณีถือศีลกินเจคึกคักแล้ว ยังส่งผลดีกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเมื่อ 1 ตุลาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

เกษตรกรเร่งเก็บส้มโชกุน พร้อมขายเทศกาลกินเจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763976

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ไร่วังน้ำค้าง หมู่ที่ 11 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกส้มโชกุนปลอดสารรายใหญ่ใน จ.ตรัง เนื้อที่กว่า 70 ไร่ ตอนนี้
กำลังเร่งเก็บผลผลิตเพื่อส่งขายลูกค้าในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 14-23 ตุลาคม ทำให้ลูกค้าถามหาส้มโชกุนกันมาก เพราะนอกจากจะซื้อไปเป็นของฝากแล้ว ยังนำไปตั้งโต๊ะกราบไหว้เทพเจ้าตามศาลเจ้าต่างๆ ด้วย เนื่องจากส้มเป็นผลไม้มงคลที่ชาวไทยเชื้อสายจีน นิยมซื้อไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในทุกเทศกาลโดยในช่วงนี้เป็นช่วงที่ส้มโชกุนออกนอกฤดูกาล มีผลผลิตออกสู่ตลาดวันละประมาณ 800 กิโลกรัม ขายตั้งแต่กิโลกรัมละ 50-150 บาท ซึ่งยังไม่มีการปรับขึ้นราคา และหลังจากนี้ก็จะมีส้มรุ่นใหม่ออกมาในช่วงเดือนธันวาคมอีกรอบ ส่วนรสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีลูกค้าจากทั่วประเทศสั่งซื้อทางออนไลน์เข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เกษตรกรจะเว้นช่วงเก็บเกี่ยวหากมีฝนตกหนัก เพราะจะทำให้ความหวานน้อยลง โดยจะเลือกเก็บส้มในช่วงเช้าและเย็น เพื่อไม่ให้สภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งเกษตรกรเจ้าของสวน คือ นายอดิเรก คงวิทยา อายุ 56 ปี ต้องคัดส้มเองกับมือทุกลูก เพื่อไม่ให้มีส้มที่ฝ่อหรือเน่าเสียไปถึงมือลูกค้า และรับเปลี่ยนคืนหากส้มลูกไหนมีปัญหา  สร้างรายได้กว่า 10,000 บาทต่อวัน อีกทั้งยังได้รับเครื่องหมาย GAP จากกรมส่งเสริมวิชาการเกษตรจึงทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น

‘ธรรมนัส’ลุยปราบสินค้าเกษตรเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763978

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานขับเคลื่อนยุทธการปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออก สินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายประยูร
อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะ เข้าร่วม ว่าได้กำหนดมาตรการประกาศสงครามกับสินค้าเกษตรเถื่อน มุ่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาที่ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ผลผลิตตกต่ำ ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์

อย่างไรก็ดี หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ มีกฎหมายที่ใช้ปฏิบัติ แต่ไม่สามารถดำเนินการป้องกัน ปราบปรามได้อย่างครอบคลุมและเพียงพอจึงบูรณาการเพื่อแก้ปัญหา ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาการนำเข้า ส่งออก ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะขับเคลื่อนยุทธการปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคต่อการบริโภคสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นต่อพี่น้องเกษตรกร

“ผมในฐานะ รมว.เกษตรฯขอเน้นย้ำกำชับให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เร่งดำเนินการปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าการเกษตรอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องพี่น้องเกษตรกรให้มีความมั่นใจในอาชีพ พร้อมที่จะเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตร เติมเต็มความมั่นคงทางอาหาร สร้างประโยชน์เพื่อคนไทยและประเทศชาติต่อไป ขณะเดียวกัน จากกรณีการลักลอบนำเข้าซากสุกร 161 ตู้ ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ได้มอบหมายให้นายไชยาดำเนินการอย่างเร่งด่วน รวมทั้งเผาทำลายซากสุกรดังกล่าว” รมว.เกษตรฯ กล่าว

กลาโหม-เกษตรฯ ร่วมจัดทำMOU พยุงราคาสินค้า สนองนโยบายรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763972

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พล.อ.ณัฏฐพัชร สกุลรังสฤษฏ์ ผู้แทนรมว.กลาโหม ร่วมกับ น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมขับเคลื่อนเตรียมจัดทำ MOU ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ในการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากผลผลิตล้นตลาด และช่วยพยุงราคาสินค้าทางการเกษตร ที่ผลิตได้จากภายในประเทศ เป็นการหมุนเวียนผลผลิตทางโภชนาการ และสายการวิจัย การผลิตยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่มีความต้องการ เช่น อาหาร และยางพารา เป็นต้น ซึ่งกระทรวงกลาโหม ตระหนักดีถึงความจำเป็นของเกษตรกร เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เพื่อสร้างเสริมกลไกทางการตลาดภายในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนสินค้า ที่มีผลผลิตจากภายในประเทศ โดยหน่วยทหาร ทั้ง 3 เหล่าทัพที่มีที่ตั้งกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยลดต้นทุนจากการนำเข้าจากต่างประเทศขององค์ประกอบยุทโธปกรณ์ ทางทหาร ที่ไม่จำเป็นต่อการนำเข้า และส่งเสริมการวิจัยพัฒนาขีดความสามารถ ในการผลิตของกระทรวงกลาโหม ที่ต้องส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากภายในประเทศ ส่งผลให้มีการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ ได้ยึดหลักความคุ้มค่าและเพิ่มขีดความสามารถให้กับกองทัพ ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ในการใช้วัตถุดิบจากภายใน ลดการจัดหาที่ไม่จำเป็นจากต่างประเทศ โดยกระบวนการขับเคลื่อนนี้จะทำให้สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกษตรกรที่มีต่อรัฐบาล