กรมประมงมุ่งปั้น สัตว์น้ำรวม3ชนิด วัตถุดิบพรีเมียม ขายต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760125

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า มีความมุ่งมั่นในการสร้างอาชีพเสริมรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวประมง จึงได้สำรวจความต้องการของตลาดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จากทั้งในและต่างประเทศ และดำเนินการคัดเลือกสัตว์น้ำเศรษฐกิจนำร่อง 3 ชนิด ได้แก่ “ปลากะพงทอง ปลิงทะเลปูทะเล” มาดำเนินการส่งเสริมและต่อยอดเป็นวัตถุดิบคุณภาพ สำหรับปรุงเป็นเมนูอาหารที่มีความโดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ รสชาติ กลิ่น และสีสัน ซึ่งจะช่วยยกระดับวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่าเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ได้ส่งเสริมความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดังกล่าว ให้คำแนะนำและติดตามผลการเลี้ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างผลผลิตให้ได้ปริมาณรองรับความต้องการของตลาด พร้อมผลักดันให้เข้าสู่มาตรฐานเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก นอกจากนี้ ได้พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร สร้างเมนูอาหารที่ดึงดูดคุณค่าของวัตถุดิบออกมาผ่านเมนูแปลกใหม่เพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค โดยสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

นายประพันธ์กล่าวต่อว่า การพัฒนาทักษะในสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำเพื่อสร้างโอกาสในการขยายช่องทางตลาดใหม่ๆ ให้เกษตรกร เป็นหนึ่งในนโยบายที่กรมประมง ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ยังเป็นการสร้างรายได้เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

‘ธรรมนัส’เร่งแก้ไขน้ำท่วมร้อยเอ็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760128

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจากลำน้ำยัง พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ผู้นำชุมชน กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ที่ค่ายลูกเสือนีโอบ้านเหล่าน้อย ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พร้อมกับตรวจสภาพน้ำท่วมพื้นที่เสลภูมิ

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตามที่เกิดสภาวะฝนตกหนักต่อเนื่อง จากอิทธิพลร่องมรสุมกำลังแรง บริเวณต้นลำน้ำยังตอนบน จ.กาฬสินธุ์ ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำยัง อ.โพนทอง และ อ.เสลภูมิ เพิ่มระดับอย่างรวดเร็วและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่ม ทำให้มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 10 อำเภอ พื้นที่ 28,451 ไร่ ประกอบด้วย อ.เสลภูมิ 24,882 ไร่ อ.โพนทอง 1,596 ไร่ อ.อาจสามารถ 567 ไร่ อ.ทุ่งเขาหลวง 404 ไร่ อ.ธวัชบุรี 256 ไร่ อ.เชียงขวัญ 241 ไร่ อ.จังหาร 172 ไร่ อ.พนมไพร 158 ไร่ อ.เมยวดี 129 ไร่ และ อ.โพธิ์ชัย 46 ไร่ ทั้งนี้ ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ปี 2566 แล้ว 2 อำเภอ ได้แก่ อ.โพนทอง และ อ.เสลภูมิ ประกอบด้วย 8 ตำบล 48 หมู่บ้าน

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า เขต ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงสถานการณ์น้ำและจุดติดต่อประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้นำเครื่องจักร-เครื่องมือ เข้าดำเนินการปิดรูรั่วบริเวณคันพนังกั้นน้ำยัง อีกทั้งยังได้ร่วมกับผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และราษฎรในพื้นที่ ต.วังหลวง อ.เสลภูมิช่วยกันบรรจุกระสอบทราย ประมาณ 1,000 ใบ เพื่อวางเป็นแนวป้องกันน้ำล้นตลิ่งพนังกั้นน้ำยัง และร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นำกำลังพลและเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือมอบสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ประสบภัยด้วย

‘ธรรมนัส’เดินสายลุย 3 จังหวัด ติดตามสถานการณ์น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760089

'ธรรมนัส'เดินสายลุย 3 จังหวัด ติดตามสถานการณ์น้ำ

‘ธรรมนัส’เดินสายลุย 3 จังหวัด ติดตามสถานการณ์น้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 22.10 น.

“ธรรมนัส”เดินสายลุย 3 จังหวัด “ลำปาง แพร่ สุโขทัย” ติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมแจกถุงยังชีพช่วยประชาชนผู่ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำ พร้อมทั้งแจกถุงยังชีพแก่ประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัย ณ เทศบาลตำบลแม่ปุ อ.แม่พริก และบ้านต้นธง อ.เมือง จ.ลำปาง

โดย ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า จากการายงานเบื้องต้นจังหวัดลำปาง มีพื้นที่ 7,833,726 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 1,036,512 ไร่ หรือร้อยละ 13.23 พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สับปะรด ส้มเกลี้ยง และยางพารา ซึ่งในช่วง 27 – 30 ก.ย.66 ที่ผ่านมา เกิดในตกหนัก น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตร จำนวน 8 อำเภอ 35 ตำบล 144 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีการประการเขตภัยพิบัติ จำนวน 5 อำเภอแล้วและในปี 2567 กรมชลประทานมีแผนดำเนินการในการสร้างอ่างเก็บน้ำ จำนวน 2 แห่ง และแก้มลิ้ง 2 แห่ง เพื่อเก็บกักน้ำในพื้นที่ต้นน้ำและลุ่มน้ำสาขา อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือทางด้านการเกษตรและบรรเทาอุทกภัย

“สิ่งสำคัญที่ต้องกลับมาคิดคือการแปรรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ที่ต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งในเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานจัดเตรียมเครื่องจักร-เครื่องมือ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือราษฎรแต่ละพื้นที่ และบูรณาร่วมกับส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งให้จัดทำแผนการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ และในภาพรวมของจังหวัด ตรงไหนที่สามารถเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำได้ให้ดำเนินการทันที. ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและแจกถุงยังชีพ ณ อ่างเก็บน้ำแม่แย้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.แพร่ และประตูระบายน้ำ หาดสะพานจันทร์ จ.สุโขทัย ด้วย

– 006

‘ไชยา’ร่วมรับฟังปัญหา เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759648

‘ไชยา’ร่วมรับฟังปัญหา  เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

‘ไชยา’ร่วมรับฟังปัญหา เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รับเรื่อง : นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ รับข้อเสนอเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมไทย เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ผ่านกลไกคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board)

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าตามที่ได้รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมไทยที่เข้าพบในครั้งนี้ จะรวบรวมข้อมูลดังกล่าวนำเรียน ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ โดยผ่านกลไกคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ทั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย สมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมน้ำนมดิบ สมาคมอุตสาหกรรมนมไทย สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรซ์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ได้จัดเสวนา “ถอดบทเรียนก้าวไปข้างหน้า พัฒนานมโรงเรียน” และสรุปปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นม ดังนี้ 1.ปรับราคากลางรับซื้อน้ำนมโค เพิ่มขึ้น 2.25 บาทต่อกิโลกรัม และผลิตภัณฑ์นม (นมพาณิชย์และนมโรงเรียน) ให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งต้นทุนน้ำนมโคและต้นทุนอื่นๆ ของผู้ประกอบการ 2.สนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมครบ 365 วันถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3

3.การกำหนดประกาศหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน 4.การกำหนดประกาศหลักเกณฑ์ควรทำประชาพิจารณ์ รับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแบบเปิดเผย และ 5.สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

ไทย-ออสซี่ร่วมมือภาคเกษตร-อาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759645

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย ร่วมการประชุมคณะทำงานร่วมความร่วมมือด้านการเกษตรเกษตร ไทย-ออสเตรเลีย ครั้งที่ 23(The 23rd Meeting of the Thailand–Australia Joint Working Group on Agriculture) ร่วมกับนายแมทธิวโควาล (Mr.Matthew Koval) First Assistant Secretary of the Trade and International Division, Department of Agriculture, Fisheries and Forestry หัวหน้าคณะฝ่ายออสเตรเลีย ที่โรงแรมอมารี พัทยามีวัตถุประสงค์เพื่อหารือการแลกเปลี่ยนนโยบายด้านการเกษตร โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของทั้งสองประเทศ และขยายความร่วมมือทางวิชาการในสาขาต่างๆ

ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวได้รับทราบรายงานผลการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรไทย-ออสเตรเลียครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 ที่กรุงเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย (The 22nd Meeting of the Thailand-Australia Joint Working Group on Agriculture) และรายงานผลการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหาร ระหว่าง ไทย-ออสเตรเลีย ครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 (The 19th Meeting of the TAFTA SPS Expert Group)

อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการดำเนินงานของไทยและออสเตรเลียเกี่ยวกับการทำเกษตรยั่งยืน ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยฝ่ายไทยได้นำเสนอภาพรวมการทำเกษตรยั่งยืนของกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนการดำเนินความร่วมมือด้านเกษตรยั่งยืนของไทยในระดับภูมิภาค นับว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลในครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเนื่องจากเกษตรยั่งยืนเป็นวาระที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพื่อรับมือกับความท้าทายความมั่นคงทางอาหาร ฯลฯ

‘ธรรมนัส’รุดตรวจ แก้สถานการณ์น้ำ ในพื้นที่ขอนแก่น จัดการระยะยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759646

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือ พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย ที่โรงเรียนบ้านคำบง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ว่าตามที่มีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำและริมตลิ่งแม่น้ำชี แม่น้ำเชิญ และลำห้วยเสือเต้น จ.ขอนแก่น ได้รับผลกระทบ มีน้ำท่วมในพื้นที่ อ.เขาสวนกวาง อ.น้ำพอง อ.อุบลรัตน์ และ อ.เมือง และมีน้ำหลากจากลำห้วยสาขา เช่น ลำห้วยเสือเต้น ลำห้วยคุนมุม ไหลหลากลงมาที่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ เหนือฝายหนองหวาย ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเกินความจุของลำน้ำพอง ทำให้มีน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร บางส่วน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า จ.ขอนแก่น มีปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซาก ต้องเร่งบูรณาการทั้งจังหวัด และยังมีหนองน้ำตื้นเขิน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเก็บกักปริมาณน้ำได้ในปริมาณมาก แต่สามารถสนับสนุนโครงการต่างๆ ได้ เช่น โครงการแก้มลิง ที่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง หรือไว้เป็นที่ระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก จึงสั่งการให้กรมชลประทาน เร่งศึกษาหาทางแก้ไขในระยะยาว

สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 7,600 ไร่ 500 ครัวเรือนนาข้าวได้รับความเสียหายกว่า 7,000 ไร่ปัจจุบันน้ำลดลงแล้ว ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้เร่งระบายน้ำผ่านฝายหนองทุกช่องทาง เพื่อลดผลกระทบ พร้อมทั้งเร่งระบายน้ำเขื่อนมหาสารคาม ดึงมวลน้ำจากลำน้ำพองลงแม่น้ำชีเพื่อให้ไหลสะดวก

ปลัดฯถกคกก.ปฏิรูปที่ดิน มุ่งขับเคลื่อนงานเพื่อเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759647

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 4/2566 โดยมีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมว่า ที่ประชุม คปก.ให้ความเห็นชอบหลักการแนวทางการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เนื่องจากระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สาหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541 ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพื่อรองรับกรณีผู้ได้รับอนุญาตรายเดิม ไม่ประสงค์จะทำประโยชน์ในที่ดินหรือถึงแก่ความตาย และมีคู่สมรส บุตร หรือ เครือญาติ หรือทายาทมายื่นคำขออนุญาตไว้ เป็นการเฉพาะ รวมทั้งยังไม่มีหลักเกณฑ์รองรับการจัดการทรัพย์สินหรือหนี้สินของผู้ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ได้อนุมัติแผนการใช้จ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปีงบประมาณ 2567 วงเงิน 4,010 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาผู้ไร้ที่ดินทำกิน พัฒนาศักยภาพพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล พัฒนาโครงสร้างปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม พร้อมกันนี้ได้อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เข้าสำรวจก่อสร้าง เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ 2 โครงการ โดยแบ่งเป็นช่วงหรือระยะเวลาที่มีการเยียวยาหรือจ่ายค่าชดเชยเกษตรกร และในการออกหนังสืออนุญาตหรือให้ความยินยอมจะเสนอ คปก.พิจารณาอนุญาต ในส่วนการเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเก็บค่าหลักประกันเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่ ส.ป.ก.กำหนด

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังรับทราบ 1.ผลการดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปีงบประมาณ 2566, 2.ผลการดำเนินงานกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปีงบประมาณ 2566,3.รายงานความก้าวหน้าผลการอนุมัติและเบิกจ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามโครงการพัฒนาแปลงที่ดินที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 36/2559, 4.แผนปฏิบัติราชการของกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) (ฉบับทบทวน) และแผนปฏิบัติการประจำปีบัญชี 2567

5.แผนปฏิบัติราชการของกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ด้านพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) (ฉบับทบทวน) และแผนปฏิบัติการประจำปีบัญชี 2567 และ 6.แผนขับเคลื่อนการดำเนินงานในการขยายระยะเวลา การยื่นคำขอรับการจัดที่ดินกรณีเกษตรกรเสียชีวิตเพื่อให้ทายาทเกษตรกรยื่นคำขอรับมรดกหรือการจัดที่ดินแทนที่

‘ไชยา’รับฟังปัญหา เกษตรกรปลูกอ้อย สนับสนุนทุกด้าน เร่งบริหารจัดการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759415

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังผู้แทนสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือประเด็นการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ว่าได้รับฟังปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และพร้อมสะสางปัญหาและสานต่อโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรทันที

“สิ่งหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯรับผิดชอบคือการดูแลพี่น้องเกษตรกร และในส่วนข้อเสนอของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่ขอให้ช่วยดูแลปัญหาด้านเงินชดเชยในการตัดอ้อยสด เพื่อลดปัญหามลภาวะ PM2.5 ซึ่งการสานต่อโครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยลดการเผาอ้อย รวมถึงพืชอื่นๆ และจะดูแลเงื่อนไขนี้ให้เกิดความเรียบร้อย นอกจากนี้ยังเห็นควรแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เนื่องจากผลผลิตจากอ้อยสามารถต่อยอดได้ในระดับอุตสาหกรรม รวมถึงสามารถสร้างงาน สร้างผลตอบแทน กำไร และผลประโยชน์ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยตัวจริง ทั้งนี้ จะขอรับข้อเสนอของเกษตรกร นำไปหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง” นายไชยา กล่าวและว่า จะช่วยสนับสนุนด้านอื่นๆ อาทิ พันธุ์อ้อยโรคพืช การดูแลพื้นที่ปลูกอ้อยในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ซึ่งในอนาคตคาดหวังให้สามารถเปลี่ยนที่ดินส.ป.ก.เป็นโฉนดที่ดิน ที่สามารถแปลงเป็นต้นทุนในการทำการเกษตรได้

รองปลัดฯรุกแผนต้านการแปรสภาพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759416

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแห่งชาติของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย พ.ศ. 2566-2570 ที่โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จ.ปทุมธานี โดยมีนายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมการประชุม

ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศ เพื่อจะใช้เป็นกรอบทิศทางการดำเนินงานของประเทศ การขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์ และเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ 15 (SDG15) โดยมีประเด็นสำคัญที่จะต้องดำเนินการ คือ 1.การทบทวนและจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติของอนุสัญญา UNCCD ปี พ.ศ. 2566-2570 ที่เชื่อมโยงเป้าหมายและมาตรการความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน (Land Degradation Neutrality: LDN) ได้แก่ การเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้เพิ่มขึ้น การปรับปรุงและฟื้นฟูทรัพยากรดินที่เสื่อมโทรมให้มีศักยภาพ และลดการสูญเสียคาร์บอนในดินและเพิ่มปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในดิน

2.ขับเคลื่อนการจัดทำเป้าหมายและตัวชี้วัดความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน (LDN) ในระดับพื้นที่ครอบคลุมทั้งประเทศ 3.สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคประชาสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงประเด็นการจัดการทรัพยากรที่ดิน การถือครองที่ดิน และภัยแล้ง 4.พัฒนาแผนงานโครงการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ และ 5.พัฒนาความร่วมมือและการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางการทำงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายและองค์กรระหว่างประเทศ

เกษตรฯ-ปตท.ทำMOU ส่งเสริมการปลูกกาแฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759417

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)เรื่อง การส่งเสริมการปลูกกาแฟ ภายใต้นโยบายตลาดนำการผลิต ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) โดยมีนายดิษทัต ปันยารชุนประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.น้ำมันฯ (OR) ร่วมลงนาม พร้อมด้วยนายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ปตท.น้ำมันฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ว่าการลงนาม MOU ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และขยายพื้นที่การปลูกกาแฟให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตกาแฟให้มีปริมาณผลผลิตและมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ให้เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นเกษตรกรรมแบบยั่งยืน ช่วยลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และปัญหาสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความร่วมมือด้านการตลาดในการรับซื้อผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพของเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนการปลูกกาแฟอย่างครบวงจรตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ได้มอบแนวทางการดำเนินงานไว้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน