รองปลัดฯดึงญี่ปุ่นเพิ่มพื้นที่GIAHS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/751260

วันจันทร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางไปศึกษาดูงานที่ไร่ชาคาเนโตะ มิอุระเอ็น และพิพิธภัณฑ์ชาฟุจิโนะคุนิฉะโนะมิยะโกะ เมืองชิมาดะ จังหวัดชิซุโอกะประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายโมริอิ ฮิเดยูกิ ผอ.และนักเจรจาอาวุโส กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ ซึ่งนายเศรษฐเกียรติ ได้ร่วมรับฟังการบรรยายและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการปลูกชาระบบการทำไร่ชาวิถีดั้งเดิม (Chagusaba) ซึ่งเป็นระบบการปลูกชาโดยใช้หญ้าปรับสภาพพื้นดิน

สำหรับไร่ชาดังกล่าว องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ให้การรับรองเป็นพื้นที่ระบบมรดกทางการเกษตรของโลก (Globally Important Agricultural Heritage Systems: GIAHS) เนื่องจากการปลูกชาระบบ Chagusaba เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น สะท้อนแนวทางปฏิบัติทางการเกษตรที่สร้างวิถีชีวิตในชนบท ใช้วัสดุทางธรรมชาติหมุนเวียน ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ มีพืชชนิดอื่นและสัตว์ชนิดอื่นเพิ่มขึ้นในระบบการปลูกชา ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การพิจารณาพื้นที่ GIAHS

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน FAO ได้ให้การรับรองพื้นที่ GIAHSทั่วโลกทั้งหมด 78 แห่ง ใน 24 ประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นมีพื้นที่ GIAHS ทั้งหมด 15 แห่ง และไทยมีพื้นที่ GIAHS ทั้งหมด 1 แห่ง โดยรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือร่วมกับฝ่ายญี่ปุ่น เพื่อผลักดันการเพิ่มพื้นที่ GIAHS ในประเทศไทย

“นอกเหนือจากประเด็นภาวะโลกร้อน (Global warming) แล้ว ประเด็นการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคต จึงมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาและส่งเสริมเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในสิ่งแวดล้อม เพื่อพลิกโฉมระบบอาหารให้มีความมั่นคงอาหารอย่างยั่งยืนต่อไป” นายเศรษฐเกียรติ กล่าว

ปลัดฯตรวจเยี่ยม พร้อมให้แนวทาง การขับเคลื่อนงาน ที่กรมพัฒนาที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/751257

วันจันทร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมตรวจเยี่ยมและมอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรฯ แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน ที่ห้องประชุม 1214 ชั้น 2 อาคาร 6 ชั้น กรมพัฒนาที่ดิน โดยมีนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ให้การต้อนรับ และรายงานแผนงาน/โครงการสำคัญ ประจำปีงบประมาณ 2566 และ 2567 รวมทั้งได้หารือแนวทางการดำเนินงาน และข้อเสนอแนะในการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานในประเด็นต่างๆ อาทิ 1.ภารกิจแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ถูกถ่ายโอนให้ท้องถิ่น

2.การทำงานในพื้นที่ป่าไม้/อุทยาน 3.การบูรณาการ/ต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิน เช่น สระน้ำในไร่นา การปรับเปลี่ยนการผลิต สู่การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร หรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตรฯ และ 4.ข้อมูลการวางแผนการใช้ที่ดินซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เป็นต้น

เกษตรฯเดินหน้าพัฒนา สถานีวิทยุฯเพื่อการเกษตร2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/751259

วันจันทร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวง เกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร ครั้งที่ 2/2566 ร่วมกับหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ โดยการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร ปี 2566 และหารือแผนปฏิบัติงานสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร ปีงบประมาณ 2567

นายพีรพันธ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในปีงบประมาณ 2567 สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร จะยังคงพัฒนาและดำเนินการตามเจตนารมณ์การเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้และวิชาการทางด้านการเกษตรให้เกษตรกร รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้แนวคิด “คลื่นเกษตร เพื่อคนเกษตร” โดยจะพัฒนาประเด็นสื่อสาร (Content) ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและผู้รับฟังรายการผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตรคลื่นความถี่ AM 1386 KHz. นอกจากนี้ มีแผนการสำรวจการรับฟังและความชัดเจนของสัญญาณ ในช่วงปลายปี 2567

ปัจจุบันสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร ดำเนินการออกอากาศรายการทางเว็บไซต์วิทยุออนไลน์ http://www.am1386.com ควบคู่กับการกระจายเสียงผ่านคลื่นความถี่ AM 1386 KHz. ซึ่งมีการเพิ่มช่องทาง LIVE CHAT ในเว็บไซต์วิทยุออนไลน์ เพื่อให้ผู้ฟังสามารถติดต่อสื่อสารกับสถานีวิทยุฯ แบบเรียลไทม์ มีผู้เข้าเยี่ยมชมแล้ว 172,360 ครั้ง และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ประกอบด้วย YouTube ของสถานีวิทยุฯมีผู้ติดตาม 726 คน เนื้อหานำเสนอ 372 เรื่อง ยอดผู้เข้าชม 35,711 ครั้ง และ Facebook ของสถานีวิทยุฯมีผู้ติดตาม 13,242 คน (ข้อมูล ณวันที่ 31 กรกฎาคม 2566)

ทั้งนี้ เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถรับฟังรายการวิทยุและติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวงเกษตรจากสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตรได้ทางเว็บไซต์วิทยุออนไลน์ http://www.am1386.com และการกระจายเสียงผ่านคลื่นความถี่ AM1386 KHz.ในช่วงเวลา 05.00-20.30 น. รวมถึงช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ YouTube และ Facebook ของสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร

‘อภัย’บริหารจัดการ ใบด่างมันสำปะหลัง มุ่งเน้นพันธุ์สะอาด มีความทนทานโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750749

วันศุกร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลัง ครั้งที่ 3/2566 เพื่อรับทราบสถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังและติดตามความก้าวหน้าโครงการประกันภัยมันสำปะหลัง และความก้าวหน้าการจัดทำคู่มือบริหารจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลัง 3,000 เล่ม แล้วจัดสรรให้เกษตรกร ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากโรคใบด่างมันสำปะหลัง มุ่งใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาด ทนทานโรคและการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อชดเชยผลผลิตที่ลดลงจากการระบาดของโรคใบด่าง มีแนวทางลดผลกระทบจากโรคใบด่างมันสำปะหลัง ดังนี้ 1.การจัดหาแหล่งพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด เพื่อเตรียมสำหรับฤดูการปลูกถัดไป และ 2.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังด้วยระบบน้ำหยด

นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเกณฑ์การคัดเลือกแหล่งพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด ประกอบด้วย 1.พื้นที่สีเขียว คือพื้นที่ซึ่งห่างจากการระบาดหรือเคยพบการระบาดมากกว่า 10 กิโลเมตร สำรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง ก่อนเก็บทำพันธุ์ 2.พื้นที่สีเหลือง คือพื้นที่ซึ่งห่างจากพื้นที่ระบาดหรือเคยพบการระบาด ตั้งแต่ 3–10 กิโลเมตร สำรวจอย่างน้อย 3 ครั้ง ก่อนเก็บทำพันธุ์ และ 3.พื้นที่สีแดง คือพื้นที่ซึ่งห่างจากพื้นที่ระบาดหรือเคยพบการระบาด ไม่เกิน 3 กิโลเมตร ไม่ควรนำท่อนพันธุ์บริเวณนี้มาทำพันธุ์ เพื่อทบทวนเกณฑ์การคัดเลือกแหล่งพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด สำหรับการจัดทำเนื้อหาคู่มือการผลิตต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด

ปลัดฯจับมือเอกชนรับซื้อเมล็ดกาแฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750755

วันศุกร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือร่วมกับภาคเอกชนในการรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกร ว่าวัตถุประสงค์ของการหารือกับ บริษัท PTT Oil and Retail Business Public Company Limited (OR) (Amazon) ครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทฯ มีความประสงค์ขยายการรับซื้อผลผลิตเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรไทยโดยตรงในปริมาณที่มากขึ้น แต่ปัจจุบันปริมาณผลผลิตเมล็ดกาแฟดิบในประเทศไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศตามความต้องการของผู้ประกอบธุรกิจกาแฟมากถึง 6 หมื่นตัน/ปี อีกทั้งกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายส่งเสริมการปลูกกาแฟเพื่อทดแทนการนำเข้า จึงเป็นโอกาสดีที่ทางบริษัทฯจะร่วมในการส่งเสริมการผลิตกาแฟเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย

ทั้งนี้ นายประยูร ได้มอบหมายให้นายธิติ ประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สำรวจตรวจสอบปริมาณผลผลิตกาแฟภายในประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาบริหารจัดการผลผลิตกาแฟ โดยมีการซื้อขายระหว่างบริษัทฯ กับเกษตรกรโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง รวมทั้งจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับภาคเอกชน ตลอดจนได้มอบแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ 1.การดำเนินการส่งเสริมการปลูกกาแฟ ควรทำในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา (Contract farming) และจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกร กับภาคเอกชน โดยมีกระทรวงเกษตรฯ เป็นสื่อกลาง และควรสำรวจตรวจสอบปริมาณคงเหลือ ผลผลิตกาแฟในประเทศก่อนที่จะดำเนินการนำเข้า เพื่อไม่ให้เกษตรกรเสียผลประโยชน์ และ 2.การดำเนินการส่งเสริม ควรเริ่มด้วยโครงการนำร่องที่เป็นพื้นที่ใหม่ในภาคเหนือและภาคใต้ภาคละ 1-2 จังหวัด โดยมอบหมายกรมวิชาการเกษตร ประสานบริษัท ORในเรื่องเงื่อนไขการรับซื้อผลผลิต คุณภาพและราคารับซื้อ รวมทั้งแนวทางการขออนุญาตนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบ เพื่อดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

รองปลัดฯถกอนุกรรมการ ส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750752

วันศุกร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2566 ว่า ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 รอบ 6 เดือน มีการแจ้งแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) และแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยขอให้รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมไปยังศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงเกษตรฯ

นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับรองรายงานผลการประเมินองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ 2566 สืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ มีมติเห็นชอบเกณฑ์และแนวทางการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัด คุณธรรม ประกอบด้วย 3 ระดับ ได้แก่ ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ โดยมีตัวชี้วัด 9 ข้อ มีรายละเอียด ดังนี้ 1.องค์กรมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรคุณธรรม โดยยึดมั่นในหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทย และคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู

2.องค์กรมีการกำหนดเป้าหมาย จาก “ปัญหาที่อยากแก้” และ“ความดีที่อยากทำ” ที่สอดคล้องกับหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยและคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริตจิตอาสา กตัญญู 3.องค์กรมีการจัดทำแผนการดำเนินงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีส่วนร่วมของบุคลากร เพื่อการพัฒนาองค์กร 4.องค์กรมีผลสำเร็จของการดำเนินงานตามเป้าหมายของแผนการดำเนินงาน 5.องค์กรมีการประเมินผลหรือรายงานผลการดำเนินงาน มีการปรับปรุงหรือพัฒนา มีการทบทวนหรือถอดบทเรียน เพื่อให้การดำเนินงานมีผลสำเร็จ เพิ่มมากขึ้น 6.องค์กรมีการยกย่อง เชิดชู บุคลากรและหน่วยงาน ที่มีคุณธรรมหรือทำความดีจนเป็นแบบอย่าง

7.องค์กรมีผลสำเร็จของการดำเนินงานตามเป้าหมายของแผนการดำเนินงานเพิ่มมาก องค์กรมีบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรม และบุคลากรมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น 8.องค์กรมีการรวบรวมองค์ความรู้หรือผลสำเร็จการดำเนินกิจกรรมตามแผนการดำเนินงาน โดยจัดทำเป็นเอกสารและจัดทำสื่อในรูปแบบต่างๆ และ 9.องค์กรมีขีดความสามารถในการเผยแพร่เอกสารองค์ความรู้หรือผลสำเร็จการดำเนินกิจกรรม และมีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับองค์กรอื่นๆ ได้ ขณะเดียวกัน ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกองค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นของกระทรวงเกษตรฯ 1 หน่วยงานเพื่อนำผลการคัดเลือกองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ส่งให้กรมการศาสนา

‘สุรเดช’ติดตามสถานการณ์ น้ำตาลอุตสาหกรรม-ส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750756

วันศุกร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ) ของคณะกรรมการน้ำตาลทรายพร้อมด้วยคณะกรรมการน้ำตาลทราย และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำตาลทราย อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และการส่งออกน้ำตาลทราย ที่ด่านศุลกากรเชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมี นายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้านายอำเภอเชียงแสน และนายแสงอรุณ พงษ์แพทย์ ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร ต้อนรับ

ทั้งนี้ ได้มีการบรรยายสรุป และมีการแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ในประเด็น 1.บทบาทหน้าที่ และภารกิจงานในกำกับดูแล มูลค่าทางการค้า การนำเข้า-ส่งออก 2.มูลค่าการส่งออกน้ำตาลทราย (จีน ลาว พม่า) ปีงบประมาณ 2561-2566 และ 3.การปฏิบัติพิธีการศุลกากรของด่านเชียงแสน

ทำยังไง? เกษตรกรขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน หรือขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750622

ทำยังไง? เกษตรกรขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน หรือขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่

ทำยังไง? เกษตรกรขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน หรือขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.30 น.

กรณีเกษตรกรขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน หรือขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่

ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดก สิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน พ.ศ.2564 ระบุ  “สิทธิการเช่า” หมายความว่า สิทธิตามสัญญาเช่าที่ดิน ระหว่าง เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินในฐานะผู้เช่า กับ ส.ป.ก.ในฐานะผู้ให้เช่า ขณะที่ “สิทธิการเช่าซื้อ” หมายความว่า สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ดิน ระหว่างเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินในฐานะผู้เช่าซื้อ กับ ส.ป.ก. ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อ และระบุ “การจัดให้เข้าทำประโยชน์” หมายความว่า การจัดให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ ส.ป.ก. ออกให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ซึ่งหนังสืออนุญาตดังกล่าวอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ส.ป.ก. 4-01”

“กรณีเกษตรกรได้รับสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อที่ดิน” ให้เกษตรกรยื่นคำขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ ส่วนผู้ขอรับโอนก็ยื่นคำขอรับการคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาพร้อมกับคำขอของเกษตรกรนั้น สำหรับ “กรณีเกษตรกรได้รับ ส.ป.ก. 4-01” ให้เกษตรกรยื่นคำขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่ ส่วนผู้ขอรับการจัดที่ดินแทนที่ก็ยื่นคำขอรับการคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาพร้อมกับคำขอของเกษตรกรดังกล่าวโดย ส.ป.ก.จังหวัด จะสอบสวนสิทธิสำหรับเป็นเอกสารประกอบคำขอ หากคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดหรือเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขได้จะมีคำสั่งปฏิเสธไม่รับคำขอพร้อมแจ้งเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง แต่หากคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง ก็จะไปสู่ขั้นตอนการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน และอาจขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็น

โดยในขั้นตอนนี้จะมีการตรวจสอบ เช่น คุณสมบัติและข้อห้าม , การโอนสิทธิให้บุตร คู่สมรสหรือเครือญาติ, เกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ก่อนเสียชีวิตเคยเคยกระทำผิดสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อหรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามที่ระเบียบกำหนดหรือไม่, เกษตรกรยื่นคำขอสละสิทธิของตนเพื่อให้คู่สมรส บุตร หรือเครือญาติ เป็นผู้ได้รับพิจารณาจัดที่ดินแทนที่หรือไม่ ซึ่ง “หากผ่าน” ปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย) ประกาศผลการคัดเลือกและจัดที่ดินพร้อมแจ้งให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โดยมีคำสั่งอนุมัติหรืออนุญาต แต่ “หากไม่ผ่าน” ก็จะมีการประกาศในลักษณะเดียวกัน แต่มีคำสั่งไม่อนุมัติหรือไม่อนุญาต

ทั้งนี้ ต้องย้ำว่า ผู้รับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ หรือผู้รับการจัดที่ดินแทนที่ ต้องมีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรและต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรเดิมด้วย และหากมีการฝ่าฝืน (ไม่ยอมรับ) ปฏิรูปที่ดินจังหวัดจะมีคำสั่งให้สิ้นสิทธิและให้ออกจากที่ดิน หรือกรณีไม่มีผู้รับโอนสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์สินและหนี้สิน ให้ ส.ป.ก.จังหวัด จัดการทรัพย์สินและหนี้สิน (หากมี) และนำที่ดินมาจัดให้แก่เกษตรกรรายอื่นต่อไป!!!

– 006

‘กรมข้าว’ลุย​ Up​ S​kill​ ผู้บริหารรุ่นใหม่​ ยกระดับการบริหารงานด้านข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750428

'กรมข้าว'ลุย​ Up​ S​kill​ ผู้บริหารรุ่นใหม่​ ยกระดับการบริหารงานด้านข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ

‘กรมข้าว’ลุย​ Up​ S​kill​ ผู้บริหารรุ่นใหม่​ ยกระดับการบริหารงานด้านข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.26 น.

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566​ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่​ ​โดยมี​ ผู้บริหาร​ ข้าราชการ​ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว​ เข้าร่วม​ ณ โรงแรมออโรร่า รีสอร์ท เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

อธิบดีกรมการข้าว​ เปิดเผยว่า​ กรมการข้าว​ โดยกองเมล็ดพันธุ์ข้าวมีความมุ่งมั่นในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีให้เกษตรกรได้มีใช้อย่างเพียงพอ พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว​และถ่ายทอดวิทยาการเมล็ดพันธุ์ข้าว รวมทั้งมีการกำกับ ดูแล การดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งประเทศ ให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ​ ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยกระตุ้น คือ พัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเข้าถึงง่ายในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร​ ซึ่งปัจจัยกระตุ้นดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงกับการบริหารราชการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำ ผู้บริหาร ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้บริหารเป็นไปด้วยความคล่องตัว ถูกต้อง เกิดประสิทธิผลการได้รับความรู้ผ่านกระบวนการสัมมนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเข้าถึงข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์ จึงมีความจำเป็นกับผู้บริหารในทุกยุคทุกสมัยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหาร ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลอย่างสูงสุด

อธิบดีกรมการข้าว​ กล่าวเพิ่มเติมว่า​ การสัมมนาในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่ให้มีความเป็นเลิศด้านภาวะผู้นำ มีทักษะในการบริหารงานและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด และเพื่อเสริมสร้างผู้บริหารให้เป็นต้นแบบที่ดี พร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม และเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงาน สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– 006

ปลัดฯหารือกระชับสัมพันธ์ ร่วมมือสหราชอาณาจักรด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750317

ปลัดฯหารือกระชับสัมพันธ์ ร่วมมือสหราชอาณาจักรด้านเกษตร

ปลัดฯหารือกระชับสัมพันธ์ ร่วมมือสหราชอาณาจักรด้านเกษตร

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หารือ : นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับนายมาร์ก กูดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding OBE) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-สหราชอาณาจักร รวมทั้งแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวิชาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ฯลฯ

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าพบนายมาร์ก กูดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding OBE) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายพิศาล พงศาพิชณ์เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) น.ส.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้อง ที่ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย ว่ามีประเด็นหารือที่สำคัญ ประกอบด้วย 1.การประชุมหารือความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-สหราชอาณาจักรครั้งที่ 1 โดยกระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพสืบเนื่องจากการลงนาม MOU ความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และการประชุมครั้งนี้ถือเป็นกลไกการหารืออย่างเป็นรูปธรรมภายหลังสหราชอาณาจักร ออกจากสหภาพยุโรป โดยทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยน ทำความเข้าใจโครงสร้างกระทรวงและความรับผิดชอบ ตลอดจนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยอาหาร รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวิชาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และความปลอดภัยอาหาร เป็นต้น

2.การส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกัน โดยสหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับต้นๆ ของไทยในทวีปยุโรป และไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน เป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศจะสนับสนุนและส่งเสริมการขยายการส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังสหราชอาณาจักร อาทิ ไก่แปรรูป ปลาทูน่า ปลาสคริปแจ็คปรุงแต่ง และข้าว เป็นต้น ขณะเดียวกัน ไทยได้นำเข้าสินค้าจากสหราชอาณาจักร อาทิ วิสกี้ อาหารสัตว์และอาหารเสริมที่เป็นอาหารสัตว์ แป้งข้าวโพด เป็นต้น

“ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพ รวมทั้งความปลอดภัยอาหาร เพื่อสร้างความ
เชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก กระทรวงเกษตรฯ จึงขอให้ท่านเอกอัครราชทูตฯ ช่วยประชาสัมพันธ์และสนับสนุนสินค้าเกษตรไทยต่อไป นอกจากนี้ ยังมีสินค้าเกษตรไทยที่มีศักยภาพ ที่ไทยประสงค์จะผลักดันไปยังสหราชอาณาจักร อีกหลายชนิด และหวังว่าจะสามารถเปิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพจากไทยไปสหราชอาณาจักรได้ในเร็วๆ นี้”ปลัดเกษตรฯ กล่าว