กรมชลฯเตรียมพร้อม รับมือสถานการณ์‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750316

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 39,201 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 51 มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 15,260 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 29 ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ ที่จะต้องมีการควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด โดยจะเน้นสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ได้แก่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนนฤบดินทรจินดา และเขื่อนปราณบุรี

ปัจจุบันหลายพื้นที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด โดยบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

ด้านโครงการชลประทานทั่วประเทศ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ รวมถึงจัดสรรน้ำในพื้นที่ชลประทานอย่างประณีต เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ เน้นเก็บกักน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุด และเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ ไว้ประจำในพื้นที่เสี่ยง พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

‘พีรพันธ์’เร่งพัฒนาโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750314

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการเกษตรโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ครั้งที่ 1/2566เพื่อพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านเกษตรโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ ปีงบประมาณ 2567 ในประเด็นการกำหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมของหน่วยราชการในสังกัด ให้สอดคล้องกับการถอดบทเรียนโครงการ รายงานผลการประเมินโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ ปีงบประมาณ 2563-2566 และประเด็นแนวทางการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ ระยะ 5 ปี(พ.ศ. 2566-2570) แบ่งออกเป็น3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 (พ.ศ.2566-2567) เน้นการปรับปรุงบำรุงรักษา จุดสาธิต ระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ การถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับราษฎรในพื้นที่ทรงงาน 127 รายและราษฎรในพื้นที่ขยายผล 6 หมู่บ้าน ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และราษฎรในพื้นที่ที่มีพระราชดำริให้ดำเนินการเพิ่มเติม คือบ้านสบปืน ต.ห้วยโก๋นและบ้านห้วยกานต์ ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568-2569) เน้นการพัฒนาต่อเนื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตรให้แก่ราษฎรในพื้นที่ขยายผลในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และราษฎรในพื้นที่ซึ่งมีพระราชดำริให้ดำเนินการเพิ่มเติม

ระยะที่ 3 (พ.ศ.2570) ขยายผลองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกรพื้นที่อื่นบริเวณโดยรอบศูนย์ฯ นอกเหนือจากพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.บ่อเกลือ และ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน รวมถึงเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยมีจุดประสงค์ให้โครงการเป็นศูนย์ต้นแบบการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้อย่างครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จในลักษณะเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

รองปลัดฯประชุมUNFSS+2 มุ่งพัฒนาความมั่นคงอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750023

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุม UN Food Systems Stocktaking Moment (UNFSS+2) ในหัวข้อ Food Systems Transformation in Practice-Successes, Challenges and the Way Forward และหัวข้อ Resilience and Future Proof of Food Systems Transformation ที่สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะ ร่วมรับฟังตัวอย่างความสำเร็จ ความท้าทาย และแผนงานในอนาคตของประเทศสมาชิกสหประชาชาติสำหรับการดำเนินการพลิกโฉมระบบอาหาร รวมถึงแนวทางการดำเนินงานด้านความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ซึ่งมีผู้แทนประเทศสมาชิกที่ร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหภาพยุโรป ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

‘เศรษฐเกียรติ’เร่งรัด เบิกจ่ายงบประมาณ เป็นไปตามเป้าหมาย จัดทำงบฯ2567-2568

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750015

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2566 และการจัดทำงบประมาณ ปี 2567-2568 เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2566 เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และติดตามการจัดทำของบประมาณรายจ่ายปี 2567-2568 ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามผลการใช้จ่ายและเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2566 ของหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน ฯลฯ ประกอบด้วย ผลการใช้จ่ายและเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมของหน่วยงาน ผลการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี และผลการเบิกจ่ายงบกลาง โดยให้เร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2566 เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี รวมถึงงบกลางให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณาคำของบประมาณรายจ่ายภาพรวม ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้รับจัดสรร 119,225.6223 ล้านบาท มีโครงการ/รายการสำคัญ ปี 2567 อาทิ โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และความสมดุลการจัดการทรัพยากรที่ดิน (LDN) เป็นต้น ในส่วนคำของบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2568 ได้ดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ปีงบประมาณ 2568และจัดส่งให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้ว

กรมส่งเสริมฯจัดอบรม ปั้นเกษตรกรสู่หมอพืชชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750018

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการดำเนินงานสนับสนุนเกษตรกรเกี่ยวกับการป้องกันกำจัดศัตรูพืชของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้จัดให้มีคลินิกพืช (Plant Clinic) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่คอยให้บริการตรวจวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืช พร้อมให้คำแนะนำในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาพบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในการเข้ารับบริการจากคลินิกพืชเป็นอย่างดี เป็นบริการของรัฐที่มอบให้แก่เกษตรกรโดยเกษตรกรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังช่วยป้องกันผลกระทบจากศัตรูพืชที่อาจทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนด้วย

อย่างไรก็ดี การทำเกษตรมักพบปัญหาอาการผิดปกติของพืชในลักษณะต่างๆ ทั้งที่เกิดจากศัตรูพืช ความไม่สมดุลของธาตุอาหาร และสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ทำให้ผลผลิตเสียหาย พืชอ่อนแอ ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ อีกทั้งปัญหาสำคัญยังพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าอาการผิดปกติของพืชที่พบเกิดจากสาเหตุอะไรและจะจัดการอย่างไร ส่งผลต่อการเลือกวิธีการจัดการที่ถูกต้องและเหมาะสม จึงหวังพึ่งสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นสำคัญ ทำให้มีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบตามมามากมาย จึงเดินหน้าสร้างหมอพืชชุมชนเพื่อเป็นผู้มีความรู้และความสามารถด้านการวินิจฉัยและจัดการศัตรูพืชเบื้องต้น โดยเฉพาะศัตรูพืชสำคัญของพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ และมีบทบาทสำคัญในการเป็นเครือข่ายสนับสนุนการดำเนินงานคลินิกพืชและที่เกี่ยวข้องระหว่างเจ้าหน้าที่หมอพืชหรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้การบริการด้านอารักขาพืชครอบคลุมเชื่อมโยงในทุกพื้นที่ โดยคัดเลือกตัวแทนเกษตรกรรับถ่ายทอดองค์ความรู้จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร พร้อมกระจายความรู้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชสู่ระดับพื้นที่ย่อย รวมถึงการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการดำเนินงานในระดับชุมชน โดยมีเป้าหมายสร้างหมอพืชชุมชนให้ครบทุกหมู่บ้าน 75,000 หมู่บ้าน ภายในปี 2570 ทั้งนี้ ได้เริ่มขับเคลื่อนโดยการอบรมหลักสูตรหมอพืชชุมชนให้แก่เกษตรกร ใน 38 จังหวัดนำร่อง รวม 990 หมู่บ้าน

นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่า สำหรับการจัดอบรมหลักสูตรหมอพืชชุมชนให้แก่เกษตรกรใน 38 จังหวัดนำร่อง จัดอบรมในหลักสูตรที่ 1 เป็นการเตรียมความพร้อมหมอพืชชุมชนผู้เป็นเกษตรกรให้เข้าใจการวินิจฉัยและการจัดการศัตรูพืชเบื้องต้น สามารถนำไปปรับการทำเกษตรของตน คาดว่าจะอบรมเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2566 เกษตรกรจะสามารถวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืชเบื้องต้นได้ สามารถจัดการปัญหาศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสานอย่างถูกต้องเหมาะสม และให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่เกษตรกรในพื้นที่ได้

สำหรับในปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรมีแผนจะอบรมต่อเนื่องให้กับเกษตรกรรายเดิมในหลักสูตรที่ 2 ให้เกิดความเชี่ยวชาญยิ่งขึ้น เป็นการวางแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถขยายไปสู่การให้บริการเกษตรกรในชุมชนภายใต้เครือข่ายคลินิกพืช อีกทั้งมีแผนขยายการสร้างหมอพืชชุมชนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 20,000 หมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นการยกระดับให้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปปรับใช้จริง

ปลัดฯร่วมจัดงาน‘โครงการหลวง54’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750019

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เชิญชวนร่วมงาน “โครงการหลวง 54” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กทม. โดยมูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงานดังกล่าวภายใต้แนวความคิด “ไออุ่นจากขุนเขา เรื่องเล่าสู่ใจกลางเมือง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 91 พรรษาวันที่ 12 สิงหาคม 2566 ซึ่งภายในงานได้จัดจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมียม ผลิตภัณฑ์ใหม่จากการวิจัย ได้แก่ เมลอนสีทอง มะเขือเทศเชอร์รี่เหลืองหวาน ข้าวโพดหวานสองสี ผลิตภัณฑ์ชาผูเออร์ ชาสกัดเย็นพร้อมดื่ม กาแฟสกัดเย็นพร้อมดื่มชาเขียวอบข้าวกล้องคั่ว ชาเขียวอบคีนัวคั่ว ชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช“ฟีโรด้วงหมัดผัก” ฯลฯ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากโครงการส่วนพระองค์ 13 โครงการ และผลิตภัณฑ์ใหม่จากดอยคำ

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานสนับสนุนโครงการหลวง ได้แก่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่นำอาหารและเครื่องดื่มที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพของโครงการหลวงมาร่วมจำหน่ายมากมาย ไฮไลท์ภายในงานจำลองบรรยากาศทุ่งดอกไม้นานาพรรณมาไว้ในศูนย์การค้า พร้อมนิทรรศการดอกเอเดลไวส์ นิทรรศการหัตถกรรม ผ้ากัญชง บุหงาโครงการหลวง และประมงพื้นที่สูง ที่ให้สาระและความรู้ต่างๆ มากมาย และกิจกรรมการแสดงบนเวทีของนิสิตชมรมต่างๆ

ปลัดฯถกคกก.กำกับ ประเมินการปฏิบัติฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749893

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2566 ที่ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบการประชุมออนไลน์

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงเกษตรฯ และความก้าวหน้าตัวชี้วัดในการประเมินส่วนราชการ ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2566 รอบ 9 เดือน ของกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งพิจารณารายละเอียดการขอปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดตามเกณฑ์การประเมินรอบ 12 เดือน ในการประเมินส่วนราชการ ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2566

‘อภัย’ประชุมขับเคลื่อนสินค้าโคนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749892

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานการขับเคลื่อนสินค้าโคนม โดยมีกรมปศุสัตว์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เข้าร่วม ซึ่งมีสาระสำคัญการประชุมคือ 1.ติดตามความก้าวหน้าประเด็นการลดต้นทุนอาหารสัตว์ และแนวทางการขยายผลในเกษตรกรรายย่อย สหกรณ์โคนมและการเชื่อมโยงวัตถุดิบต่างๆ ในพื้นที่

2.ติดตามการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์เพื่อทดแทนอาหารข้น ได้แก่ หญ้ามันสยาม ใบมันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และโครงการลดต้นทุนเพื่อชดเชยค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์เพื่อช่วยเกษตรกรรายย่อย เสนอกระทรวงพาณิชย์ 3.การขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์ฯ ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน 4.การเฝ้าระวังและตรวจสอบการปนเปื้อนนมผง 5.การเตรียมตัว FTA ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ และ 6.แนวทางการบันทึกปริมาณน้ำนมของเกษตรกร เพื่อต่อยอดฐานข้อมูลโคนมระดับชาติ

“การประชุมครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนสินค้าโคนม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยได้วางแนวทางการลดต้นทุนอาหารสัตว์ เพิ่มแหล่งเงินทุน และเตรียมความพร้อม FTA เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก” นายอภัย กล่าว

‘มนัญญา’ยันไม่หยุดรับซื้อ น้ำนมดิบตลาดยังต้องการสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749896

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวภายหลังประชุมหารือข้อเท็จจริงปัญหาการขาดแคลนน้ำนมดิบในประเทศ ในประเด็นสถานการณ์ขาดแคลนน้ำนมดิบที่กระทบกับความต้องการของตลาดในประเทศ เพื่อหาแนวทางแก้ไขและไม่ให้กระทบกับการผลิตนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ว่าจากการประชุมหารือยืนยันว่าปัจจุบันยังมีการรับซื้อน้ำนมดิบอย่างต่อเนื่อง จาก อ.ส.ค.และภาคเอกชน ไม่ได้หยุดรับซื้อน้ำนม แต่ปัจจุบันผลผลิตน้ำนมดิบทั้งประเทศลดลงอยู่ที่ราว 2,700 ตัน/วัน ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล โดยปริมาณน้ำนมจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นช่วงท้ายปีที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว จากที่มีความต้องการใช้ไม่น้อยกว่า 3,100 ตัน/วันเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ลดลงประมาณ 400 ตัน เป็นผลจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมบางส่วนเลิกเลี้ยง หันไปประกอบอาชีพอื่น ทำให้น้ำนมดิบเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนมอย่างมาก เรื่องนี้ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือทุกภาคส่วน เพื่อไม่ให้กระทบปริมาณน้ำนมที่ต้องใช้ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนที่ต้องใช้วันละประมาณ 1,000 ตัน/วัน นอกจากนี้ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้เป็น Smart Farmer เลี้ยงโคนมในเชิงธุรกิจตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ รายงานว่ามีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ส่งน้ำนมดิบให้กับศูนย์รวบรวมและรับซื้อน้ำนมดิบ ที่มีอยู่ 210 แห่ง ทั่วประเทศ 16,255 ราย ลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10% และมีโคนมทั้งฝูง 618,172 ตัว แยกเป็น แม่โครีดนม 261,230 ตัว (ข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2566) จากก่อนหน้าสถานการณ์โควิด-19 มีโคนมราว 800,000 ตัวโดยปัจจัยสำคัญมาจากราคาต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นและส่วนมากเป็นเกษตรกรรายย่อยที่แบกรับต้นทุนไม่ไหว ซึ่งคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอปรับราคารับซื้อน้ำนมดิบ ณ โรงงาน ครั้งที่ 1 เสนอขอเพิ่ม 1.50 บาท (จากเดิมราคา 19.00/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 20.50 บาท/กิโลกรัม) และครั้งที่ 2 เสนอขอเพิ่ม 2.25 บาท เป็น 22.75 บาท/กิโลกรัม ซึ่งต้องรอความเห็นชอบจากรัฐบาลชุดถัดไปนอกจากนี้ ได้ขับเคลื่อนโครงการขยายพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ 50,000 ไร่ มีเกษตรกรสนใจร่วมโครงการ 13,809 ราย พื้นที่ 57,065 ไร่

ด้าน อ.ส.ค.รายงานว่าได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ส่งนมให้ อ.ส.ค.โดยช่วยเหลือในรูปแบบค่าขนส่งในราคา 1.20 บาท/กิโลกรัม จึงทำให้ต้นทุนของ อ.ส.ค.เพิ่มขึ้น ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานว่า ปัจจุบันสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ได้ช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ที่นำนมมาขายในรูปแบบค่าขนส่งเช่นกัน ในราคา 1.20-2 บาท/กิโลกรัม อย่างไรก็ดี หาก ครม.อนุมัติการเพิ่มราคารับซื้อน้ำนมดิบตามที่ Milk Board เสนอ ก็จะสามารถช่วยชดเชยในส่วนนี้ได้

รองปลัดฯร่วมงาน ประชุม‘UNFSS+2’ ผลความก้าวหน้า ระบบอาหารยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/749902

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ให้เป็นผู้แทนเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม UN Food Systems Stocktaking Moment (UNFSS+2)โดยมี น.ส.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ น.ส.รัชนก แสงเพ็ญจันทร์ รักษาราชการแทนอัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร)นางศุภจิต ศรีอริยวัฒน์ ที่ปรึกษา(ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม เข้าร่วม ที่สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

สำหรับพิธีเปิดการประชุมครั้งนี้มีนาย António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม และมีนาง Giorgia Meloni นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอิตาลี ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม กล่าวต้อนรับผู้แทนจากประเทศสมาชิก ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้ การประชุม UNFSS+2เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานปรับเปลี่ยนระบบอาหารสู่ความยั่งยืนของแต่ละประเทศในช่วง 2 ปี หลังจากที่สหประชาชาติ ได้จัดการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านระบบอาหารโลก (The 2021 Food Systems Summit: FSS) เมื่อปี 2564