จ.ปทุมฯ ชวน ช็อปชมชิม OTOP ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752206

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลส์ ชั้น G โซนหน้าร้านทอง จ.ปทุมธานี นายสิทธิชัยสวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประธานเปิดกิจกรรมแสดงสินค้า OTOP สินค้าชุมชน สินค้าเกษตร และผู้ประกอบการในชุมชนท่องเที่ยว OTOP โดยมีนายสุรพงษ์ เป้ากลาง ประธานบริษัทประชารัฐ รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคมจังหวัดปทุมธานี จำกัด นายอมรเทพ เพชรกำแพงแสน ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ นางสาววรินทร ปพนธนัตถ์ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการร่วมกิจกรรม โดยภายในงานมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน การขับเสภาการแสดงของ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ศิลปินชื่อดัง และ รวบรวมผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีความโดดเด่นของจังหวัดปทุมธานี กว่า 50 บูธพบกับผลิตภัณฑ์เด่นมากมาย อาทิ ผ้า เครื่องแต่งกาย อาหารพื้นถิ่น อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และสมุนไพรภายใต้โครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP และผู้ผลิตสินค้าชุมชนสู่ Digital Marketingระหว่างวันพุธที่ 23 ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2566 ทั้งนี้ ยังมอบเกียรติบัตรโครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP และผู้ผลิตสินค้าชุมชน ที่ผ่านการคัดเลือก ให้กับผู้ประกอบการจำนวน50 ราย อีกด้วย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าการกำหนดขับเคลื่อนงานตามแผนพัฒนาจังหวัดในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับการผลิตภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการให้มีมูลค่าสูงได้มาตรฐาน สู่ตลาดโลก ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมากขึ้น และสนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าชุมชน สินค้าเกษตรของผู้ประกอบการในจังหวัดปทุมธานี จัดจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบออฟไลน์ โดยการจัดจำหน่ายและการจัดแสดงสินค้า สร้างโอกาสการเข้าถึงตลาดที่หลากหลายช่องทางมากขึ้นทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

มกอช.หารือUAEจัดทำCEPA2ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752203

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มอบหมายให้ น.ส.รวินันท์ ฉ่ำเฉลิม ผอ.กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย เจรจาจัดทำมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) ระหว่างไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ครั้งที่ 2 ในรูปแบบการประชุม hybrid ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมแอทธินี กทม.

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวถือเป็นการประชุมคณะทำงานด้าน SPS ครั้งแรก โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านโครงสร้างและองค์ประกอบของข้อบทด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชบนพื้นฐานหลักการของความตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO SPS Agreement) ให้มีความเหมาะสมปฏิบัติได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อประเทศมุ่งกระชับความสัมพันธ์และสร้างกลไกความร่วมมือในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน โดยตกลงว่าจะเร่งเจรจาความตกลงฉบับนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

การเจรจา CEPA เป็นการเจรจาภายใต้วาระการค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งพยายามเพิ่มการค้าต่างประเทศและเศรษฐกิจของประเทศเป็นสองเท่า ภายในปี 2574 ในปัจจุบัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีการจัดทำ CEPA ที่ได้ข้อสรุปแล้วกับ 4 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อิสราเอล อินโดนีเซีย และกัมพูชา โดยอยู่ระหว่างเจรจากับหลายประเทศ อาทิ ตุรกี จอร์เจีย และเกาหลีใต้ โดย UAE เป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของไทยในตลาดโลกและถือเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 28 ของไทย โดยระหว่างปี 2563-2565 ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ย 11,049 ล้านบาทต่อปี ซึ่งอัตราการค้ารวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.72 ต่อปี โดยไทยส่งออกสินค้าเกษตรไป UAE เฉลี่ยปีละ9,260 ล้านบาท และนำเข้าเฉลี่ยปีละ 1,790 ล้านบาท ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับ UAE และมีสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพอีกหลายรายการที่มีโอกาสเติบโตต่อไป

‘สุรเดช’ประชุมคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์ตามระเบียบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752205

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ครั้งที่ 7/2566ที่ห้องประชุมกรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ผู้แทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมดังกล่าว ได้มีการพิจารณาหารือข้ออุทธรณ์ ตามระเบียบว่าด้วยการพิจารณาอุทธรณ์

เกษตรฯกำชับทุกหน่วย เคร่งครัดคุมคุณภาพทุเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752207

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญในการควบคุมกระบวนการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้า จึงเร่งแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมทุเรียนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2566 ผลผลิตทุเรียนภาคใต้เริ่มมีปริมาณลดลง แต่จะยังคงมีผลผลิตทุเรียนจากภาคใต้ตอนล่าง (จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) และผลผลิตทุเรียนจากนอกพื้นที่นำมาจำหน่ายให้กับโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ในพื้นที่ จ.ชุมพรนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ได้รับรายงานว่า นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผวจ.ชุมพร บูรณาการตรวจเข้มล้ง-แผงทุเรียน โดยสุ่มตรวจสถานประกอบการ5 แห่ง ใน อ.ทุ่งตะโก และ อ.หลังสวน เพื่อตรวจคุณภาพเนื้อทุเรียน เปอร์เซ็นต์แป้ง รวมถึงร่องรอยหนอนเจาะ ป้องปรามการลักลอบซื้อ-ขายทุเรียนด้อยคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุเรียนจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 80% มีแผงทุเรียนบางแห่ง ยังพบทุเรียนด้อยคุณภาพ ทุเรียนหนอนเจาะ และทุเรียนอ่อน (เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งไม่ถึง 32%) จึงเข้าดำเนินการตามมาตรการพ่นกากบาทสีแดงเป็นสัญลักษณ์ทุเรียนอ่อน ป้องกันการนำออกขาย

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของผลผลิตทุเรียนของไทย ปลัดกระทรวงเกษตรฯ จึงมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ เขตตรวจราชการที่ 4-7 ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ สนับสนุนการแก้ไขปัญหา และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1.คงความเข้มงวดและเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบคุณภาพทุเรียน ตั้งแต่ระดับสวน จนถึงโรงคัดบรรจุ โดยต้องมีใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และปลอดศัตรูพืช ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ประเทศผู้นำเข้ากำหนดตามพิธีสาร

2.ขอความร่วมมือเกษตรกร และมือตัดไม่ตัดทุเรียนอ่อน โรงคัดบรรจุไม่รับซื้อทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) เพื่อป้องกันไม่ให้มีทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด และรักษาคุณภาพ มาตรฐานของทุเรียนไทยเป็นไปตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้า สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่มีใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ให้เร่งดำเนินการยื่นขอกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร และสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตในพื้นที่ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออก

3.ประชาสัมพันธ์ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง บูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานจากทุกภาคส่วน อาทิ ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่น โรงคัดบรรจุ (ล้ง)
มือตัด และเกษตรกร ในการร่วมกันรักษาคุณภาพทุเรียนด้วยมาตรการสมัครใจ พร้อมทั้งการสร้างแรงจูงใจและการมีส่วนร่วม ควบคู่กับการบังคับของภาครัฐ โดยให้ทุกฝ่ายซื่อสัตย์และรักษาคุณภาพของผลผลิต

ร้านปาดแม่โจ้สงขลา แนะใช้ปุ๋ยปูนขาว สำหรับปรับสภาพดิน ให้พืชสวนผลดก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752208

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้สาขาปริก ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่น ต้นกล้าทุเรียน,มังคุด, เงาะ ลำไยคริสตัลจัมโบ้สีม่วง เป็นต้น ได้ทดลองใช้ปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอย & โดโลไมท์ที่มีแคลเซียน ปรับสภาพดิน ใช้สำหรับในสวนผัก ผลไม้ สวนทุเรียน สวนยาง สวนปาล์ม เพาะเห็ด ใช้ในการฆ่าเชื้อราที่ทำให้พืชเป็นโรค แก้ปัญหาใบหยิก ใบงอ ใบเหลือง รากเน่า เป็นต้น ซึ่งในปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอยฯมีส่วนผสมซึ่งประกอบด้วย เปลือกหอย แร่โดโลไมท์ และผงถ่าน แร่ธาตุแคลเซียมออกไซด์ (Cao), โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ใส่ลงในพืช ผลไม้ เช่น พริกจะโตเร็วให้ผลดกมาก ต้นจะแข็งแรงดี ให้ผลดกมากต้นต่อยอดเร็ว เหมาะกับพี่น้องที่ปลูกพืชเกษตร นำปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอยฯไปใส่พืชได้หลายชนิด ทำให้ได้ผลผลิตที่ออกมามาก

นายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม เจ้าของร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ กล่าวว่า “พริกที่เราปลูกเนี่ยเราดูแลไม่ได้มากมาย ดูจากที่เราไม่มีระบบน้ำให้เลยเราปลูกเสร็จเราก็ใช้ในเรื่องของปูนขาวเปลือกหอย ที่มีแร่โดโลไมท์แล้วก็ผสมด้วยผงถ่านนะครับเราก็จะหว่าน พวกแร่โดโลไมท์แล้วก็เปลือกหอยนี่จะมีแคลเซียมค่อนข้างสูง ทำให้ดอกออกเยอะลูกออกเยอะ แล้วทำให้ดอกเนี่ยไม่ค่อยร่วง ลูกไม่ร่วง ทำให้ผลผลิตนี่ติดค่อนที่จะเยอะ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือดอกของพริกจะไม่ค่อยเป็นเชื้อราหรือเขาเรียกว่าโรคได ปลายแห้งหรือลูกเน่า ตอนนี้ก็จะช่วยได้เยอะ ในตัวของปูนขาว ตัวนี้ปูนขาวเปลือกหอยตัวนี้หากเป็นพวกพริก ก็ใช้ประมาณสัก 30 วันต่อหนึ่งครั้ง โดยใช้ไม่ต้องเยอะ ถ้าเป็นในกลุ่มของไม้ผลเหมือนทุเรียน มังคุดเนี่ยเราก็จะใช้ประมาณ 1 เดือน หรือ 40 วัน ต่อหนึ่งครั้ง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 087-2898370 089-5982797 สามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ”

ซูเปอร์ฯนครพนม คึก ฝนชุกเห็ดป่าแทงดอก ทำเงินวันละครึ่งหมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752210

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้พื้นที่จังหวัดนครพนม หลังจากมีฝนตกชุก บวกกับสภาพอากาศสลับเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น แม้บางพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนาข้าวเสียหาย แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับส่งผลดีต่อชาวบ้าน ที่มีอาชีพหาเห็ดป่าขาย เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศสวิงไปมา บวกกับฝนตกชุก จึงเป็นปัจจัยหลักทำให้เห็ดป่านานาชนิด แห่กันออกดอกจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขาภูพานน้อย อ.นาแก จ.นครพนม รวมถึงพื้นที่ป่าธรรมชาติ ที่ชาวบ้านอนุรักษ์เป็นป่าไม้ชุมชน กลายเป็นทำเลทอง ในการหาเห็ดป่าขายสร้างรายได้ ชดเชยน้ำท่วมนาข้าว อาทิ เห็ดเผาะ เห็ดปลวก เห็ดผึ้ง แต่ที่มาแรงสุดในช่วงนี้และมีราคาสูง เป็นที่นิยมของลูกค้านำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดคือ เห็ดระโงก เห็ดปลวก ซึ่งถือเป็นเห็ดที่ออกดอกจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงฝนตกชุกบวกกับอากาศร้อน ดังนั้นชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ที่อยู่ใกล้ป่าเขาภูพานน้อย ต่างออกไปหาเห็ดระโงก รวมถึงเห็ดป่าหลากหลายชนิดมาขายกันคึกคัก ทำให้ตามตลาดขายเห็ดป่าริมถนน หรือซูเปอร์มาเก็ตริมทาง รวมถึงตลาดของป่าต่างๆ คึกคักไปด้วยเห็ดระโงก โดยมีพ่อค้า แม่ค้า นำมาวางขายจำนวนมาก สร้างรายได้หมุนเวียนสะพัด เพราะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 300-400 บาท บางรายขยันออกหาเห็ดแต่เช้าและบ่าย จะสามารถสร้างรายได้วันละ 4,000-5,000 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะมีเห็ดแทงดอกจากดินทันหรือไม่ด้วย

รองปลัดฯร่วมหารือ ผอ.UNFoodSystems พัฒนาความร่วมมือ พลิกโฉมระบบอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752211

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย น.ส.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ น.ส.รัชนกแสงเพ็ญจันทร์ รักษาราชการแทนอัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) นางศุภจิต ศรีอริยวัฒน์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม เข้าร่วมการหารือกับMr. Stefanos Fotiou ผู้อำนวยการ UN Food Systems Coordination Hub และ Mr. Svante Helms ผู้จัดการ National Pathway เพื่อพัฒนาความร่วมมือและส่งเสริมกิจกรรมการพลิกโฉมระบบอาหารให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ซึ่ง UN Food Systems Coordination Hub เป็นโครงสร้างที่เน้นการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์กรและพันธมิตร เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการสื่อสารด้านระบบอาหาร

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้นำเสนอการดำเนินการของประเทศไทยในการจัดทำ National Pathway การพลิกโฉมระบบอาหารที่ผ่านมา และยื่นข้อเสนอให้ UN Food SystemsCoordination Hub พิจารณาให้การสนับสนุนด้านวิชาการและการเข้าถึงแหล่งงบประมาณ เพื่อให้การพัฒนาระบบอาหารของประเทศไทยมีความมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ได้เสนอให้ UN Food Systems Coordination Hub สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP 28)ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-12 ธันวาคม 2566

‘ส.ป.ก.’กับแนวทางจัดการที่ดิน‘One Map’ หลังรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752059

‘ส.ป.ก.’กับแนวทางจัดการที่ดิน‘One Map’ หลังรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้

‘ส.ป.ก.’กับแนวทางจัดการที่ดิน‘One Map’ หลังรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 11.20 น.

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มีภารกิจด้านการจัดการที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร ได้เข้าร่วมโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 หรือ “One Map” เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดิน ส.ป.ก.กับหน่วยงานอื่นๆ จนกลายเป็นข้อพิพาทเมื่อรัฐกล่าวหาประชาชนบุกรุก ส่วนประชาชนก็โต้แย้งว่ามีสิทธิในพื้นที่ทำกินนั้นอย่างถูกต้อง สืบเนื่องจากที่ผ่านมา มีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับที่ดิน และแต่ละหน่วยงานใช้แผนที่อัตราส่วนแตกต่างกัน

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เห็นชอบแนวทาการแก้ไขปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นำเสนอ โดยให้ใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขต ปี พ.ศ.2543 พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดปราจีนบุรี และเห็นชอบการดำเนินงานในพื้นที่ที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนอยู่อาศัยทำกิน

และขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ยืนยันหลักหมุดแนวเขต พ.ศ.2543 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยพื้นที่ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกับ ส.ป.ก.มี 3 โครงการ คือ 1.โครงการป่าวังน้ำเขียว แปลงที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 476 แปลง เนื้อที่ 7,079.84 ไร่ (คำนวณจาก Shape File) 2.โครงการป่าวังน้ำเขียวแปลงที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา กับ จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 387 แปลง เนื้อที่ 3,558 ไร่ และ 3.โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคงในพื้นที่ (พมพ.) ตามมติ ครม.วันที่ 2 มีนาคม 2525 โครงการป่า คจก.จำนวน 3,415 แปลง เนื้อที่ 24,128.40 ไร่

สำหรับแนวทางการจัดที่ดินโดย ส.ป.ก.หลังการรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ มีดังนี้ 1.การประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวได้ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอ ซึ่งต้องปรับปรุงพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอให้เหลือเฉพาะเขตดำเนินการ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1.1 พระราชกฤษฎีการกำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่กิ่งอำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2518

1.2 พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอปักธงชัย และอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2521 ซึ่งปัจจุบันเป็นอำเภอวังน้ำเขียว (แยกมาจากอำเภอปักธงชัย) 1.3 พระราชกฤษฎีการกำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2531 และ 1.4 พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2531

2.การจัดที่ดิน โดยต้องดำเนินการตามสภาพการใช้ประโยชน์ในที่ดินของพื้นที่ กล่าวคือในพื้นที่เกษตรกรรม สามารถจัดที่ดินให้เกษตรกรตามระเบียบบ คปก.ว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน พ.ศ.2564

ในกรณีที่พื้นที่มีการประกอบประเภทกิจการอย่างอื่นนอกเหนือจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก็ควรเร่งสำรวจพื้นที่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศ คปก.เรื่องการจัดที่ดินชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ควรเร่งดำเนินการกำหนดให้เป็นเขตชุมชน และเร่งสำรวจประเภทกิจการที่อยู่ภายในชุมชน หากเป็นประเภทกิจการตามประกาศ คปก.อยู่แล้วก็อนุญาตตามระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2541

อย่างไรก็ตาม กิจการที่ยังไม่อยู่ในประกาศของ คปก.หากจังหวัดเห็นว่าสมควรและจำเป็นก็สามารถยื่นคำขออนุญาตมายัง คปก.เพื่อพิจารณาได้เป็นรายกิจกรรมต่อไปได้ สำหรับการจัดที่ดินสาธารณูปโภคต่างๆ ตามระเบียบ คปก.ว่าด้วยว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการ ส.ป.ก.พิจารณาอนุญาตใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2536 ได้

สรุป การดำเนินการแก้ไขปัญหาทับซ้อนกันของพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานกับพื้นที่ปฏิรูปที่ดินในเชิงนโยบายโดยการจัดทำ One Map ส.ป.ก.ได้รับที่ดินเพิ่มเติมและต้องนำพื้นที่ดังกล่าวมาดำเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินก่อน ทั้งนี้ พื้นที่ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตที่กฎหมาย ส.ป.ก.กำหนดให้ดำเนินการได้ รัฐอาจต้องใช้อำนาจบริหารเพื่อตัดสินว่าที่ดินที่คงเหลือเหล่านั้นจะดำเนินการต่ออย่างไร!!! (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘One Map’กับการแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’)

‘One Map’กับการแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752056

‘One Map’กับการแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’

‘One Map’กับการแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 11.07 น.

“One Map” หรือ “โครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000” เป็นการบูรณาการหน่วยงานของรัฐทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขข้อพิพาทซึ่งมีการโต้แย้งกันว่าประชาชนบุกรุกพื้นที่ในความรับผิดชอบของรัฐ หรือพื้นที่บริเวณนั้นเป็นที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินของประชาชนมาแต่เดิม โดยปัญหาอย่างหนึ่งที่พบคือแต่ละหน่วยงานใช้แผนที่มาตราส่วนแตกต่างกัน จึงทำให้การกำหนดเขตพื้นที่มีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงาน

รัฐบาลไทยในยุคสมัยของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมีดำริให้แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย อำนวยการ และกำกับดูแลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 แบบดิจิทัล เพื่อให้หน่วยงานรัฐทั้งหมดยึดถือเป็นแนวทางเดียวกัน โดยมีการตรวจสอบทั้งภาพถ่ายทางอากาศและการลงพื้นที่ภาคสนาม

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มีภารกิจด้านการจัดการที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร โดย ส.ป.ก.นั้นเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เข้าร่วมการปรับปรุงแผนที่ตามโครงการ One Map เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ว่าที่ทำกินนั้นจะไม่ทับซ้อนกับพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานอื่นและกลายเป็นคดีความข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับรัฐอย่างในอดีตที่ผ่านมา

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ “การจัดที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน” ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ อันเป็น 2 หน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พื้นที่ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกับ ส.ป.ก.มี 3 โครงการ คือ 1.โครงการป่าวังน้ำเขียว แปลงที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 476 แปลง เนื้อที่ 7,079.84 ไร่ (คำนวณจาก Shape File)

2.โครงการป่าวังน้ำเขียวแปลงที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา กับ จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 387 แปลง เนื้อที่ 3,558 ไร่ และ 3.โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคงในพื้นที่ (พมพ.) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มีนาคม 2525 โครงการป่า คจก. จำนวน 3,415 แปลง เนื้อที่ 24,128.40 ไร่ ทั้งนี้ ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เห็นชอบแนวทาการแก้ไขปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นำเสนอ

โดยให้ใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขต ปี พ.ศ.2543 พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดปราจีนบุรี และเห็นชอบการดำเนินงานในพื้นที่ที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนอยู่อาศัยทำกิน และขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ยืนยันหลักหมุดแนวเขต พ.ศ.2543 ให้แล้วเสร็จ ภายใน 3 เดือน และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ดังนี้ 1.ดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ในการตรวจสอบเส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้เส้นสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2543 ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และตรวจสอบข้อมูลพื้นที่บริเวณจุดที่ไม่ชัดเจนและสำรวจเพื่อจัดทำแนวกันชนหรือ Buffer Zone ตามแผนปฏิบัติการลงพื้นที่ของ สคทช.และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

กับ 2.ชุดปฏิบัติการกรมอุทยานฯ ส.ป.ก.และ สคทช.ตรวจสอบข้อมูลจากภาคสนาม (Field Survey) เพื่อส่งข้อมูลให้กรมแผนที่ทหารตรวจสอบและจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงแนวที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐก่อนนำเสนอเข้าคณะอนุกรรมการการรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ส.ป.ก.’กับแนวทางจัดการที่ดิน‘One Map’ หลังรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้)

กระทรวงพาณิชย์ ร่วม อาร์เอ็กซ์ฯ จัดใหญ่ ‘TILOG-LOGISTIX 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752007

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ จัดงานTILOG–LOGISTIX 2023 ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาณ ฮอลล์ 98 ไบเทคมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 415 แบรนด์จาก 45 ประเทศเพื่อนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม โซลูชั่น และบริการด้านโลจิสติกส์และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมีผู้สนใจเข้าชมงานทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 7,400 ราย จาก 38 ประเทศ ซึ่งงาน TILOG–LOGISTIX 2023 กลับมาอีกครั้งหลังว่างเว้นถึงสามปีเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Smart and Green Logistics for Sustainable Tomorrow” หรือ “ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคตสีเขียวด้วยโลจิสติกส์อัจฉริยะรักษ์โลก” โดยได้รับเกียรติจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สภา สมาพันธ์ สมาคม และหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ โดยผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่ม
เติมว่า ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ มากมาย ได้แก่ การสัมมนาให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ ที่จัดโดย สภาสมาพันธ์ สมาคม และหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ถึง 19 หัวข้อ

นอกจากนี้ยังมีส่วนแสดงพิเศษ“ELMA Hall of Fame” ซึ่งเผยเคล็ดลับแห่งความสำเร็จจากผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ชั้นนำที่ได้รับรางวัล “Excellent Logistics Management Award” หรือ “ELMA” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550- 2564 จำนวน 30 บริษัท 43 รางวัล“Innovation Showcase” ที่สาธิตการทำงานของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการคัดแยกและลำเลียงสินค้า และ“นิทรรศการภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทย”ที่นำเสนอศักยภาพธุรกิจบริการโลจิสติกส์ไทยและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปี 2024 งาน TILOG – LOGISTIX จะกลับมาอีกครั้งระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 ณ ไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tilog-logistix.com โทรสอบถามที่ 02-6867222 อีเมล contactcenter@rxtradex.comหรือสอบถามผ่านทาง LineOfficial Account : @tilog-logistix