กรมชลฯติวเข้ม พัฒนาบุคลากร จัดการด้านตะกอน ภายในอ่างเก็บน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752939

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา สำนักบริหารโครงการ สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสถาบันพัฒนาการชลประทานได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “แบบจำลองทางด้านการเคลื่อนตัวของตะกอนในลำน้ำ (Sediment Transport Modeling) ที่ส่งผลต่ออ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงและป่าสักชลสิทธิ์”เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการคำนวณเกี่ยวกับการตกตะกอนในอ่างเก็บน้ำ อัตราการตกตะกอนและการเคลื่อนย้ายตะกอน การจัดการตะกอนในอ่างเก็บน้ำ โดยใช้แบบจำลองทางด้านการเคลื่อนตัวของตะกอนในลำน้ำ HEC-RAS ที่ส่งผลต่ออ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงและอ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์เป็นต้นแบบ ให้สามารถประยุกต์กับอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในความรับผิดชอบได้

นายประพิศกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการปฏิบัติงานด้านตะกอนในอ่างเก็บน้ำได้อย่างถูกต้อง สามารถนำมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนงานด้านชลประทานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปลัดฯจัดงานตรานกยูงฯ ผลักดันมาตรฐานไหมสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752945

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 18 ประจำปี 2566มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย พร้อมผลักดันมาตรฐานไหมไทย มุ่งสร้างชื่อเสียงสู่สากล สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้แนวคิด “ไหมไทยล้ำค่า สายใยแห่งภูมิปัญญา พัฒนาสู่สากล” โดยงานจัดที่ฮอลล์ 6-7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“กรมหม่อนไหม มีภารกิจเกี่ยวกับหม่อนไหมทั้งระบบ มีเป้าหมายส่งเสริมอาชีพเกษตรกรด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรม การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้คงอยู่กับปวงชนชาวไทย และเพื่อให้ผ้าไหมไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลก พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องหมายนกยูงไทย ให้เป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่เน้นแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และที่สำคัญต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น จึงได้กำหนดจัดงานดังกล่าว เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทยคุณภาพ ผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม รวมทั้งภารกิจและผลงานของกรมหม่อนไหมให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหมของเกษตรกรให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง” นายประยูร กล่าว

เกษตรกรต้นแบบ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ด้วยนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752831

เกษตรกรต้นแบบ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ด้วยนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกษตรกรต้นแบบ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ด้วยนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.19 น.

ตอนที่ 5 เกษตรกรต้นแบบ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ด้วยนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://youtu.be/3QcdOpLRr2M

– 006

‘ประยูร’รุดตรวจ เยี่ยมกรมวิชาการฯ เน้นใช้เทคโนโลยี ให้มีประสิทธิภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752702

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของกรมวิชาการเกษตร และหารือข้อราชการ โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับ ว่าได้มอบแนวทางการดำเนินงานโดยเน้นให้นำเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ทดแทนระบบการทำงานแบบเดิม โดยเฉพาะการให้บริการแก่ประชาชน การอนุมัติ อนุญาต การออกใบรับรองมาตรฐานต่างๆ ฯลฯ ให้มีระยะเวลาดำเนินการสั้นลง ลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรสำหรับการเปิดตลาดใหม่ๆ เพิ่ม ในส่วนของบุคลากรขอให้เป็นนักปฏิบัติ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง รวมทั้งได้มอบหมายให้มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์สู่สาธารณะมากขึ้นด้วย

สำหรับ กรมวิชาการเกษตร มีวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรที่เป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพืช เครื่องจักรกลการเกษตรและเป็นศูนย์กลางรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรด้านพืชในระดับสากล บนพื้นฐานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้สมดุลวัฒนธรรมองค์กร ภายในปี พ.ศ. 2570” มีผลการดำเนินงานสำคัญในปีที่ผ่านมา 4 ด้าน ประกอบด้วย1.ด้านการวิจัยและพัฒนา 2.ด้านการตรวจสอบรับรองมาตรฐาน 3.ด้านการกำกับและดูแลตามกฎหมาย รับผิดชอบ พ.ร.บ.รวม 6 ฉบับ และ 4.ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัย

ปลัดฯเยี่ยมกรมฝนหลวงฯ แนะนำปรับปรุงการทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752710

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงฯ รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ ต้อนรับ ที่ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงฯ พร้อมทั้งรับฟังการรายงานแผนงาน/โครงการสำคัญ ประจำปีงบประมาณ 2566 และ 2567

ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมหารือข้อราชการและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงาน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ในการทำงานให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด

กรมส่งเสริมฯปรับโครงการ ผลิตรวบรวมแปรรูปสถาบันเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752704

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รายงานข่าวจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุว่า “โครงการปรับโครงสร้างการผลิต การรวบรวม และการแปรรูปของสถาบันเกษตรกร รองรับผลผลิตทางการเกษตร” เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำเนินโครงการตั้งแต่ พ.ศ.2563 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้งจากปัญหาไม่สามารถขายผลผลิตทางการเกษตรได้ ปัญหาการชะลอการรับซื้อผลผลิต หรือซื้อในปริมาณลดน้อยลง รวมถึงกรณีที่สหกรณ์เข้ามารับซื้อผลผลิตจากสมาชิกแต่ก็ประสบปัญหาขาดเครื่องมือและอุปกรณ์ในการรวบรวม จัดเก็บ และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเร่งพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างบทบาทของสหกรณ์ภาคการเกษตรให้เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการผลผลิตการเกษตร และช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในการประกอบอาชีพ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงจัดสรรเงินอุดหนุนสำหรับให้สหกรณ์นำไปสร้างอุปกรณ์การตลาดและจัดหาเครื่องมือแปรรูปผลผลิตการเกษตร ซึ่งรัฐอุดหนุนงบประมาณไม่เกินร้อยละ 90 และให้สหกรณ์จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่าร้อยละ 10

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แบ่งระดับของสหกรณ์ที่ได้รับสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง และระดับแม่ข่าย ซึ่งสหกรณ์ “ในระดับแม่ข่าย” จะทำหน้าที่ในการให้บริการเกษตรกรสมาชิกของตนเอง สหกรณ์ลูกข่าย/เครือข่ายในพื้นที่ภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง โดยเน้นเรื่องการช่วยรวบรวมผลผลิตของสมาชิกให้ครอบคลุมและทั่วถึง รับซื้อผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ในราคาที่เป็นธรรมมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดและผลักดันให้สหกรณ์มีศักยภาพในการรวบรวมและแปรรูปได้อย่างมีมาตรฐานในระดับอุตสาหกรรมการเกษตรหรือเกษตรแปรรูปตามความต้องการของตลาด โดยปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์ มี “สหกรณ์ระดับแม่ข่าย” 24 สหกรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัด รวมทั้งหมดได้รับอุดหนุนอุปกรณ์การตลาด 79 รายการ เป็นเงิน 1,150 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 72 ของโครงการ

ทั้งนี้ “สหกรณ์ระดับแม่ข่าย” ถือว่ามีความสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานโครงการปรับโครงสร้างการผลิตการรวบรวม และการแปรรูปของสถาบันเกษตรกร รองรับผลผลิตทางการเกษตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยภาพรวมการรวบรวมผลผลิตสินค้าเกษตรของสหกรณ์ ปีการผลิต 2566 สถาบันเกษตรกร สามารถเป็นจุดรวบรวมรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปได้ถึง 6,273,590 ตันมูลค่ารวมทั้งสิ้น 70,972 ล้านบาท โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะเดินหน้าในการสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกร เพิ่มการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์การตลาดที่ได้รับอย่างเต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกสหกรณ์ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนพัฒนากระบวนการผลิตและการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรให้ได้มาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าและรายได้ เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพของคนในชุมชน จนนำไปสู่การยกระดับภาคการเกษตรของประเทศไทยให้มั่นคง

‘พีรพันธ์’ร่วมกับคกก.ตัดสินMiniเลิศรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752708

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการตัดสินการประกวด Mini เลิศรัฐของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ และการประกวดการสร้างนวัตกรรมการปรับปรุงการทำงานระดับบุคคลของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานเป็นเชิงประจักษ์ สามารถเป็นต้นแบบที่ดีในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ได้

สำหรับโครงการประกวดดังกล่าวแบ่งเป็น 2 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาการบริการ และ 2.สัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานบริการส่วนแผนงาน/โครงการของสำนักงานปลัดฯ ให้มีประสิทธิภาพตอบโจทย์แก่ประชาชน รวมถึงสะท้อนผลลัพธ์ของการดำเนินงานสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable DevelopmentGoals : SDGs) โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี ส่งผลงานประเภทรางวัลบริการภาครัฐ : พัฒนาการบริการ ภายใต้ชื่อ “ระบบขึ้นทะเบียนนักคัด นักตัดทุเรียนออนไลน์” และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองบัวลำภู ส่งผลงานประเภทรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม :สัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ภายใต้ชื่อ“ลด เสริม เพิ่ม เพื่อยกระดับรายได้เกษตรแปลงใหญ่ (อ้อย) กลุ่มโนนเมือง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ด้วยการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า”

ส่วนโครงการประกวดการสร้างนวัตกรรมการปรับปรุงการทำงานระดับบุคคลของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ มีหน่วยงานภายใต้สังกัดส่งโครงการเข้าร่วมประกวด 11 โครงการ โดยรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ความเห็นว่าควรนำข้อมูลโครงการต่างๆ ไปเผยแพร่ต่อเจ้าหน้าที่ในสังกัดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคลากร และพัฒนาองค์กรให้เป็น Digital Offic

เกษตรกรต้นแบบจังหวัดกระบี่ เลี้ยงกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752646

เกษตรกรต้นแบบจังหวัดกระบี่ เลี้ยงกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

เกษตรกรต้นแบบจังหวัดกระบี่ เลี้ยงกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.56 น.

ตอนที่ 4 เกษตรกรต้นแบบ  จังหวัดกระบี่ เลี้ยงกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง https://youtu.be/s4FnvDTQKBM

เกษตรจังหวัดสุโขทัยเตือนเกษตรกร เตรียมพร้อมรับปรากฏการณ์เอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752517

เกษตรจังหวัดสุโขทัยเตือนเกษตรกร เตรียมพร้อมรับปรากฏการณ์เอลนีโญ

เกษตรจังหวัดสุโขทัยเตือนเกษตรกร เตรียมพร้อมรับปรากฏการณ์เอลนีโญ

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.34 น.

เกษตรจังหวัดสุโขทัยเตือนเกษตรกร ต้องปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกเพื่อเตรียมรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดว่าไทยจะได้รับผลกระทบจากสภาวะฝนทิ้งช่วง ตั้งแต่ปลายปี 2566 และจะทวีความรุนแรงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ฝนน้อยน้ำน้อยถี่ขึ้นและยาวนานขึ้น และอาจกระทบพืชผลทางการเกษตร

นายวีระ บัวจันทร์ เกษตรจังหวัดสุโขทัย เตือนเกษตรกรในจังหวัดสุโขทัยเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ่ คาดการณ์ความรุนแรงอาจทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงยาวนานจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น อาจประสบกับปัญหาภัยแล้ง กระทบต่อปริมาณน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตร แนะนำเกษตรกรศึกษาการเพาะปลูกที่ใช้น้ำน้อยลง และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน ในด้านการบริหารจัดการน้ำ

สำหรับปีหน้ามีแนวโน้มว่าภัยแล้งจะหนักยิ่งกว่าปีนี้ ดังนั้นต้องเก็บน้ำต้นทุนในฤดูฝนปีนี้ให้ได้มากที่สุด ผ่านการทำบ่อจิ๋ว บ่อสาธารณะ ส่วนผู้ประกอบการเกษตรแปรรูป ควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการวัตถุดิบ โดยให้ความสำคัญ ดังนี้ 1.พิจารณาเส้นทางและรอบของการส่งน้ำของชลประทาน 2.พิจารณาแหล่งน้ำในไร่นาว่าเพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชหรือไม่ 3.ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา 4.ขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดความเสียหาย 5.หากมีความต้องการฝนหลวงให้แจ้งสำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดแนะให้เกษตรกรโดยเฉพาะผู้ที่ทำการเพาะปลูกนอกเขตชลประทาน สร้างแหล่งกักเก็บสำรองน้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง เพื่อเตรียมพร้อมกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร ในช่วงที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ไว้ สามารถขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน – 003

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752273

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 09.58 น.

ชาวนาพิจิตร ต้องปล่อยข้าวบางส่วน ยืนต้นตายจากขาดน้ำ เนื่องจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดลง รวมทั้งปริมาณฝนไม่เพียงพอ และฝนทิ้งช่วง

25 สิงหาคม 2566 ผุ้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่าแม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน แต่ฝนที่หยุดตกต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ต้นข้าวนาปรัง อายุ 1 เดือนเศษ ที่มีสภาพแห้งเหี่ยวขาดน้ำ ของเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ต้นข้าวนาที่เกษตรกรชาวนา กำลังขาดแคลนน้ำและกำลังยืนต้นตาย จำนวนกว่า 10  ไร่

หลังจากที่เกษตรกรชาวนา เริ่มทำการเพาะปลูก ในช่วงฤดูฝนพบปัญหา ปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอต่อการล่อเลี้ยงต้นข้าว เกษตรกรชาวนาจึงจำเป็นต้องปล่อยทิ้งนาข้าวบางส่วนบนแปลงนา ให้แห้งเหี่ยวตายไปกับความแห้งแล้ง เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนและฝนที่หยุดตกทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน จึงต้องปล่อยต้นข้าวทิ้งให้ขาดน้ำแห้งตาย 

นางสาวสอนศิริ แอ่นดอย เกษตรกรตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า นาข้าวเป็นของเพื่อเกษตรกรที่ทำนาใกล้กัน หลังจากฝนไม่ตกทำให้ต้นขาวนาปรัง ยืนต้นตายแห้งเหี่ยว และ ต้องปล่อยทิ้งเป็นบางส่วน เหลือเพียงต้นข้าวนาปี ที่กำลังรอน้ำจากน้ำฝนมาช่วยในความชุ่มชื้น ซึ่งปกติในช่วงนี้ น้ำจะอุดมสมบูรณ์ แต่ในปีนี้ กลับไม่มีฝน จึงทำให้นาข้าว ได้รับผลกระทบจากขาดน้ำ

สำหรับพื้นที่ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรต่างเริ่มการเพาะปลูก เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีปริมาณฝนตกลงมา แต่หลังเพาะปลูก ปริมาณน้ำจากน้ำฝน ไม่เพียงพอ ชาวนาที่ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน จำเป็นต้องปล่อยต้นข้าวให้ยืนต้นตายดีกว่าเสี่ยงการหาแหล่งน้ำ ซึ่งจะไม่คุ้มการลงทุนสำหรับการทำนา.012