ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753466

ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทำ MOU : นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อร่วมมือด้านวิชาการในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตร ให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรเชิงรุก

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงฯ และนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือด้านวิชาการในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตรแบบ Real Time ผ่านช่องทางโมบาย แอปพลิเคชั่น“ขอฝน” บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรเชิงรุก สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจเพาะปลูกให้มีประสิทธิผล โดยบูรณาการข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล การวิจัยพัฒนา และพัฒนาบุคลากรร่วมกัน ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ตกลงกำหนดขอบเขตความร่วมมือด้านข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล จะมีการแลกเปลี่ยน สนับสนุนข้อมูลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการน้ำ การดัดแปรสภาพอากาศ ด้านการส่งเสริมการเกษตร ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการเกษตร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่ายและประชาชน

นอกจากนี้จะร่วมกันวิจัย พัฒนา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร โดยจะมีการแลกเปลี่ยนนักวิชาการ นักวิจัยของทั้งสองหน่วยงานในการศึกษาดูงานการฝึกภาคปฏิบัติ การบรรยายเชิงวิชาการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านวิชาการ ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ การดัดแปรสภาพอากาศ ด้านการส่งเสริมการเกษตรและการช่วยเหลือเกษตรกร ให้การดำเนินงานของทั้งสองหน่วยงานสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการดิจิทัลของกระทรวงเกษตรฯพ.ศ.2566-2570

ด้านนายสุพิศกล่าวว่า ได้พัฒนาชุดข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ในระบบภูมิสารสนเทศฝนหลวง หรือฝนหลวงจีโอแมป แสดงถึงความต้องการน้ำของพืชตามช่วงเวลาการเพาะปลูกการเจริญเติบโต ปริมาณฝนสะสมรายวัน รายสัปดาห์ ข้อมูลผู้ขอรับบริการฝนหลวง ข้อมูลเชิงพื้นที่ว่าแต่ละพื้นที่มีสภาพการขาดน้ำในดิน หรือมีสภาพความชื้นในดิน เพื่อนำข้อมูลมาร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศประจำวันให้กับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ใช้ประกอบการวางแผนทำฝนประจำวัน สอดคล้องกับภารกิจส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ที่ได้มีการพัฒนาชุดข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่เช่นกัน

ขณะที่นายเข้มแข็งกล่าวว่า มีการจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรทั้งประเทศในรูปแบบดิจิทัล สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรและการสนับสนุนข้อมูลเกษตรกรดำเนินการโครงการมาตรการภาครัฐต่างๆที่ผ่านมา ซึ่งหากบูรณาการกับข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ ข้อมูลสภาพอากาศ และเทคโนโลยีการทำฝนหลวง ของกรมฝนหลวงฯ จะสามารถใช้กำหนดแผนปฏิบัติการฝนหลวงเชิงรุก พร้อมกับการพัฒนาแพลตฟอร์มความต้องการน้ำฝน เพื่อเป็นการให้บริการได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย ซึ่งช่วยการบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ฝนทิ้งช่วง และความแห้งแล้ง สาเหตุจากการเกิดเอลนีโญและลานีญา

นร.ยุวเกษตรกร รร.เกาะแต้วฯ ทำแปลงเกษตรเพื่อสร้างรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753465

นร.ยุวเกษตรกร รร.เกาะแต้วฯ  ทำแปลงเกษตรเพื่อสร้างรายได้

นร.ยุวเกษตรกร รร.เกาะแต้วฯ ทำแปลงเกษตรเพื่อสร้างรายได้

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักเรียนยุวเกษตรกรโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ กว่า 50 คน ช่วยกันดูแลแปลงเกษตรของตนเองที่กำลังเจริญเติบโต พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิตสร้างรายได้ ณ แปลงเกษตรโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา โดยนักเรียนยุวเกษตรกรกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มนักเรียนระดับสายชั้นมัธยมศึกษาทุกสายชั้นตั้งแต่ม.1-ม.6 ของโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ทั้งชายและหญิง จำนวน 58 คน เป็นนักเรียนที่เรียนหลักสูตรเน้นความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งหลักสูตรนี้ เน้นให้ผู้เรียนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและมีความรู้ด้านการเกษตรแบบบูรณาการตั้งแต่ การผลิต การแปรรูป การตลาดและการเรียนรู้การทำการเกษตรที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ และเน้นให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริงด้วยการลงมือทำ โดยใช้กระบวนการกลุ่มยุวเกษตรกรมาเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันและเสริมสร้างทัศนคติที่ดีและความภาคภูมิใจในคุณค่าของการประกอบอาชีพการเกษตร รวมทั้งสร้างทักษะอาชีพในอนาคต โดยมีนายมโน หะยะมิน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ  สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลา เข้าไปให้คำแนะนำทางด้านวิชาการแก่นักเรียนยุวเกษตรกรโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์อย่างต่อเนื่อง

ในทุกวัน หลังจากหมดคาบเรียนวิชาสามัญของแต่ละสายชั้น ตั้งแต่เวลา 15.00 น. (3 โมงเย็น) ถึงประมาณ 18.00 น. (6 โมงเย็น) เด็กนักเรียนยุวเกษตรกร ทุกคนจะต้องลงแปลงเกษตรเพื่อดูแลแปลงเกษตรที่ตนเองรับผิดชอบ ทั้งใส่ปุ๋ย รดน้ำพรวนดิน กำจัดวัชพืช และช่วยเหลือกันทำกิจกรรมการเกษตรของกลุ่ม โดยมีครูที่ปรึกษาร่วมให้คำแนะนำ ซึ่งในช่วงนี้จะมีกิจกรรมการปลูกพืชผักสวนครัว การปลูกผักยกแคร่
การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ การเลี้ยงไก่ไข่ และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ ซึ่งในวันนี้เด็กๆ ที่เก็บผลผลิตพืชผัก และไข่ไก่
ก็จะนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายให้กับคุณครู ผู้ปกครองนักเรียน และประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ในโรงเรียน

‘ประยูร’ตรวจการดำเนินงาน สหกรณ์โคนมไทยมิลค์จำกัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753216

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯนายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด

ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือประเด็นการลดต้นทุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ประกอบด้วย การลดต้นทุนอาหารสัตว์ การนำโซลาร์เซลล์มาใช้ในฟาร์ม และการจัดหาแหล่งเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย ที่สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

ปลัดฯลุยตรวจเยี่ยม แปลงใหญ่มันสำปะหลังวังม่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753219

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมพื้นที่แปลงใหญ่มันสำปะหลัง พร้อมด้วยนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่ จ.สระบุรี ต้อนรับ โดยที่นางอนันท์ญา จันทร์น้อย ผู้ใหญ่บ้านหนองบอน ได้นำเสนอข้อมูลสินค้าเกษตรกิจกรรมสำคัญและการบริหารจัดการกลุ่มฯ ที่อาคารที่ทำการแปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ 9 ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี ว่าสำหรับ ต.วังม่วง เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในการรับการสนับสนุนส่งเสริมด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ด้านการผลิตองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรฯลฯ รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพที่สามารถต่อยอดและพัฒนาให้เชื่อมโยงไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมได้ โดยใช้เครื่องจักรช่วยในกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

สำหรับแปลงใหญ่มันสำปะหลัง ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีสมาชิก 59 ราย พื้นที่ 1,095 ไร่โดยผลสำเร็จคือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมันสำปะหลังจากเดิมที่เกษตรกรปลูกมันและจำหน่ายหัวมันสดได้ในราคา 24,000 บาท/ไร่ ทางกลุ่มนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ มันเส้น 6,600 บาท/ไร่หัวมันสดหมัก 10,000 บาท/ไร่ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้ง อาทิ ใบและต้นมันหมัก 2,400 บาท/ไร่ และถ่านจากเหง้ามัน 1,200 บาท/ไร่ส่วนหนึ่งแบ่งมาเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์เพื่อป้อนแก่เกษตรกรโคนมในพื้นที่เป็นการช่วยลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์จากต้นทุนเฉลี่ย 135 บาท/ตัว/วัน ลดลงเหลือ 105 บาท/ตัว/วัน โดยการใช้ใบมันสำปะหลังหมักผสมเป็นอาหารเลี้ยงโคนม ให้น้ำนมเพิ่มจาก 13 กิโลกรัม/ตัว/วัน เพิ่มเป็น 15 กิโลกรัม/ตัว/วัน และช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำนมทั้งนี้ส่วนผสมอาหารครบส่วนแบบแห้ง (อาหาร Dry Total Mixed Ration :TMR) ประกอบด้วยหัวมันหมัก/มันเส้นใบมันสำปะหลังแห้ง/หมักต้นข้าวโพดพร้อมฝักหมักหญ้าเนเปียร์ กากถั่วเหลืองและอาหารข้น 20%

เกษตรกรบ้านหนองบอน ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีการรวมกลุ่มด้านการเกษตรหลากหลายรูปแบบนอกจากกลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลัง ต.วังม่วงแล้ว ยังมีแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต.วังม่วง มีสมาชิก 49 ราย พื้นที่ 870 ไร่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 16 กลุ่ม แบ่งเป็นระดับปานกลาง 10 กลุ่ม และระดับดี 6 กลุ่ม กลุ่มส่งเสริมอาชีพโคนมวังม่วง มีสมาชิก 22 ราย กลุ่มเกษตรกรทำไร่วังม่วง มีสมาชิก 103 ราย และกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ซึ่งทำให้มีการผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในหมู่บ้าน

กรมพัฒนาฯใช้AI Chatbotน้องดินดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753214

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า การให้บริการในยุคดิจิทัลได้นำเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ ด้วยระบบ AI Chatbot “น้องดินดี” ผู้ช่วยอัจฉริยะในการตอบคำถามข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดิน ด้วยระบบโต้ตอบอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาที่ดินทำการเกษตร นอกจากนี้ยังสามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการต่างๆ สื่อความรู้ บทความวิชาการ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน โดยการใช้งานได้ง่ายด้วยสมาร์ทโฟน ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์พิมพ์ตอบโต้ สอบถามข้อมูล หรือคลิกที่เมนูในระบบน้องดินดี

ทั้งนี้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมพัฒนาที่ดินได้จัดนิทรรศการนำเสนอ AI Chatbot“น้องดินดี” ผู้ช่วยอัจฉริยะของกรมพัฒนาที่ดิน ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ศูนย์แสดงสินค้าฯอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ซึ่งผลสำเร็จจากการนำระบบ AI Chatbot “น้องดินดี”มาใช้งาน ช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดินได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันมีสมาชิกน้องดินดี เกือบสองหมื่นราย ตอบคำถามและข้อความสนทนาโต้ตอบกว่า 3 แสนข้อความซึ่งพัฒนาให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตนผ่านระบบ EASY Service เพื่อรองรับการรับบริการจากกรมพัฒนาที่ดิน โดยไม่ต้องจดจำชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านหลายชุดทำให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการของต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา กรมพัฒนาที่ดินจะยังคงพัฒนาระบบการใช้งานให้สามารถให้บริการในด้านอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้เกษตรและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

รองปลัดฯร่วมวงถก ไทย-สหราชอาณาจักร ผลักดันความร่วมมือ พัฒนาด้านการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753223

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ Ms.Rickie JenningsAgriculture Counsellor South East Asia Head of UK delegation เป็นประธานร่วมในการประชุมหารือด้านการเกษตรไทย-สหราชอาณาจักรครั้งที่ 1 (The 1st Agriculture Dialogue Thailand-UK) โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดร.ถาวร ทันใจรองอธิบดีกรมประมง ดร.วนิดากำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ ผู้แทนกรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ 134 และผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)

สำหรับการประชุมดังกล่าวมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลโครงสร้าง นโยบาย และภารกิจของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยอาหารสำหรับสินค้าเกษตร โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบการดำเนินโครงการร่วมกัน ในด้านโรคระบาดสัตว์ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี โปรตีนทางเลือก และการยกระดับสวนราชพฤกษ์ ให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ (Botanic Gardens) นอกจากนี้ ยังหารือการเปิดตลาดสินค้าไทยที่มีศักยภาพในอนาคต ทั้งนี้ การประชุมครั้งต่อไป ฝ่ายสหราชอาณาจักร จะเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมฯ ในปี 2567

เกษตรกรต้นแบบ จ.ระนอง เลี้ยงกุ้งทะเลประเภท BCG Economy Model บนแนวคิด Zero waste

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753084

เกษตรกรต้นแบบ จ.ระนอง เลี้ยงกุ้งทะเลประเภท BCG Economy Model บนแนวคิด Zero waste

เกษตรกรต้นแบบ จ.ระนอง เลี้ยงกุ้งทะเลประเภท BCG Economy Model บนแนวคิด Zero waste

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.04 น.

ตอนที่ 6 เกษตรกรต้นแบบ จังหวัดระนอง เลี้ยงกุ้งทะเลประเภท BCG Economy Model บนแนวคิด Zero waste : https://youtu.be/SKgTyPFvxis

– 006

เกษตรกรหนองคายเลี้ยงโควากิวตลาดสดใส มีไม่พอขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753025

เกษตรกรหนองคายเลี้ยงโควากิวตลาดสดใส มีไม่พอขาย

เกษตรกรหนองคายเลี้ยงโควากิวตลาดสดใส มีไม่พอขาย

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 10.27 น.

เกษตรกรเลี้ยงโควากิวที่หนองคายตลาดสดใส มีไม่พอขาย รับซื้อลูกวัวเพิ่ม ด้านปศุสัตว์หนองคายแนะเกษตรกรหันมาเลี้ยงโคกิวคุ้มค่ามากกว่า

นายณัฐพล กลางวิชัย เจ้าของฟาร์ม NK วากิวศรีเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่บ้านโพนงาม หมู่ 6 ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ก่อนหน้านี้เลี้ยงโคกำแพงแสนมาก่อน จนเริ่มมาปรับเป็นการเลี้ยงโควากิวมาตั้งแต่ปี 2538 เริ่มด้วยโควากิว 6 ตัวตอนนี้มีวากิวอยู่ 40 ตัว และเครือข่ายอีกประมาณ 150 ตัว โดยทางฟาร์มจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนสูตรอาหารของฟาร์มให้กับเกษตรกรเครือข่ายที่เลี้ยงให้ ได้นำอาหารให้โควากิวได้กินตามสูตรที่เหมาะสมเพื่อคุณภาพของเนื้อวากิวที่ต้องการ ทางฟาร์มจะนำโควากิวชำแหละที่โรงชำแหละอำเภอโพนพิสัยและส่งขายเอง มีลูกค้าจองล่วงหน้า มีไม่พอกับความต้องการของตลาด ขณะนี้เลี้ยงวากิวสามารถส่งชำแหละได้เดือนละ 7-10 ตัว วากิวราคาอยู่ที่ 120,000-150,000 บาทขายซาก โดยจะเลี้ยงให้ได้น้ำหนักประมาณ 600 ก.ก.ขึ้นไปจึงจะนำเข้าสู่ท้องตลาด

นอกจากนี้ ยังรับซื้อลูกวัว 8-10 เดือนราคา 105-110 บาท/ก.ก.หรือประมาณตัวละ 20,000 บาท เนื่องจากขณะนี้ยังขาดแคลนลูกวัวอีกเป็นจำนวนมาก เพราะการเลี้ยงวากิวต้องใช้เวลาและการเอาใจใส่มากกว่าโคพื้นเมืองทั่วไป ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงโคพื้นเมืองที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ขายได้เร็ว มากกว่า

ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ ทิพยธร หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์ ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ฟาร์มโควากิวของนายณัฐพล เป็นฟาร์มที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย เพราะเล็งเห็นถึงความตั้งใจและคุณสมบัติของเกษตรกรที่จริงจังกับการเลี้ยงโควากิวเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากโควากิวเป็นที่ต้องการของตลาด ผู้บริโภคนิยมบริโภคกว้างขวางมากขึ้น แต่เนื้อโควากิวยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น เมื่อเกษตรกรตั้งใจเลี้ยงโควากิว ซึ่งต้องหมั่นดูแลและใช้เวลามากกว่าเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ากว่ามาก หากเกษตรกรต้องการเลี้ยงโควากิว ปศุสัตว์ยินดีให้คำแนะนำ

ปลัดเกษตรฯนำทีม บุกซาอุฯดันส่งออก ร่วมมือด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752977

ปลัดเกษตรฯนำทีม  บุกซาอุฯดันส่งออก  ร่วมมือด้านเกษตร

ปลัดเกษตรฯนำทีม บุกซาอุฯดันส่งออก ร่วมมือด้านเกษตร

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.05 น.

ปลัดเกษตรฯนำทีมบุกซาอุฯดันส่งออก ร่วมมือด้านเกษตร ต่อยอดการทำงาน

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นำทีมผู้บริหาร บุกกระทรวงสิ่งแวดล้อมน้ำ และการเกษตรฯ ซาอุฯ ผลักดันส่งออกสินค้าเกษตรและความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างทั้งสองประเทศ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมประชุมหารือกับนายอาเหม็ด บิน ซาเลห์ อัล อิยาดะห์ อัล-คัมซี ปลัดกระทรวงด้านการเกษตร ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำ และการเกษตร ซาอุดีอาระเบีย ที่กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อผลักดันการค้าและความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย

นายประยูร กล่าวภายหลังการประชุมดังกล่าว ว่าซาอุดีอาระเบีย เป็นมิตรประเทศของไทยที่สำคัญยิ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกระทรวงเกษตรฯ ควรเร่งรัดให้มีการดำเนินความร่วมมือด้านการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร การส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนการเยือนของภาคเอกชน และความร่วมมือในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย BCG และ Saudi Vision 2030 โดยกระทรวงเกษตรฯ มีประเด็นด้านการค้าต่างๆ ที่ได้หยิบยก เพื่อผลักดันกับซาอุดีอาระเบีย ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกพืชเพื่อการเพาะปลูก โคมีชีวิต เนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแปรรูป สินค้าประมง และสินค้าสัตว์น้ำเพาะเลี้ยง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและศักยภาพสูง พร้อมทั้งผลักดันการจัดตั้งสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ที่กรุงริยาด

ทั้งนี้ ฝ่ายซาอุดีอาระเบีย มีความประสงค์ผลักดันความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวิชาการ เกษตรระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การผลิตอาหารสัตว์ (อาหารแมวและเป็ด) การพัฒนาระบบสหกรณ์ การส่งเสริมเครือข่ายด้านการค้าของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการนำเข้าสินค้าเกษตรจากซาอุดีอาระเบีย มายังไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างและเร่งรัดการดำเนินงานต่างๆ ร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ด้านการเกษตรระหว่างทั้งสองประเทศอีกครั้ง

สำหรับซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 37 ของไทย ในระหว่างปี 2563-2565 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 0.33 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก โดยปี 2565 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร 7,388 ล้านบาท และมีอัตราการค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละร้อยละ 1.41 ต่อปี ซึ่งสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 84.82 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังซาอุดีอาระเบีย ได้แก่ ปลาทูนา ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโต (ชนิดซาร์ดา) ปรุงแต่ง ข้าว อาหารสุนัขหรือแมว สับปะรดปรุงแต่ง ข้าวโพดหวาน อาหารปรุงแต่ง รวมทั้งซอสและของปรุงแต่ง

ส.ป.ก.ทำMOUกฟผ.จัดการข้อมูลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752942

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ส.ป.ก.และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน ข้อมูลผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน และข้อมูลแปลงที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน ทำให้ได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานทางด้านข้อมูลของทั้งสองหน่วยงาน

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงการพัฒนาระบบจัดที่ดินออนไลน์ (ALRO LandOnline) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล และให้บริการประชาชนผ่านระบบออนไลน์ของทาง ส.ป.ก.และระบบจัดการข้อมูลงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน (Land AIMS) ของ กฟผ.เข้าด้วยกันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยข้อมูลแนวระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั้งประเทศของ กฟผ.จะช่วยให้ ส.ป.ก.นำไปประกอบการพิจารณาจัดสรรแปลงที่ดินแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ส.ป.ก.มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านที่ดินระหว่าง ส.ป.ก.กับ กฟผ.จะช่วยให้ กฟผ.สามารถสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลของ ส.ป.ก.ได้โดยตรง ลดเวลาการตรวจสอบเอกสาร ส่งผลให้การขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินของ ส.ป.ก.รวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถจ่ายเงินค่าทดแทนแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมถึงเงินค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินแก่ ส.ป.ก.เป็นไปอย่างถูกต้อง เป็นประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่ง ส.ป.ก.มีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินให้มีอยู่ได้ อยู่ดี มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ดร.วิณะโรจน์ กล่าว