‘จัดที่ดินแทนที่’กรณีเกษตรกรรายเดิมเสียชีวิต ทายาทขอรับสิทธิ์ต่อใช้ที่ดิน‘ส.ป.ก.’ไม่ยากอย่างที่คิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753570

‘จัดที่ดินแทนที่’กรณีเกษตรกรรายเดิมเสียชีวิต ทายาทขอรับสิทธิ์ต่อใช้ที่ดิน‘ส.ป.ก.’ไม่ยากอย่างที่คิด

‘จัดที่ดินแทนที่’กรณีเกษตรกรรายเดิมเสียชีวิต ทายาทขอรับสิทธิ์ต่อใช้ที่ดิน‘ส.ป.ก.’ไม่ยากอย่างที่คิด

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 12.34 น.

ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน พ.ศ.2564 กล่าวถึง “การจัดที่ดินแทนที่” หมายถึง การจัดที่ดิน ส.ป.ก.เมื่อเกษตรกรเดิมที่ใช้ที่ดินนั้นเสียชีวิตแก่ทายาทได้ใช้ทำการเกษตรต่อไป ไว้ในข้อ 30 และ 31

นางโสน ตะกรุดแจ่ม เกษตรกรในพื้นที่ ต.หนองย่างทอย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากที่ดิน ส.ป.ก.ตามแนวทางการจัดที่ดินแทนที่ กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการนั้นไม่ยาก โดยเมื่อพ่อแม่เสียชีวิต ก็จะต้องดูว่าพ่อแม่นั้นมีลูกกี่คน เช่น หากมีลูก 3 คน และถ้า ทั้ง 3 คน สามารถไปลงนามยินยอมที่ ส.ป.ก.ให้ครบทุกคนได้ ก็จะทำให้การพิจารณาของเจ้าหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากมีผลต่อการแบ่งสิทธิ์การใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น อาทิ 3 คนนี้อาจประกอบอาชีพเกษตรกรทุกคน ทั้ง 3 ก็จะมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ได้ แต่หากบางคนไม่ได้เป็นเกษตรกร เช่น ไปรับราชการหรือทำงานในบริษัทเอกชน ก็จะไม่มีสิทธิ์ เพราะตามกฎหมายให้สิทธิ์เฉพาะผู้ที่ทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักเท่านั้น

“ถามว่าใช้เวลานานไหม? ก็ไม่นานนะ ก็ตามขั้นตอนของราชการ แต่ถ้าญาติพี่น้องไปพร้อมกันหมดเลย เขาจะใช้เวลาไม่นานกับการทำเอกสาร แล้วเขาก็จะมาดูด้วยว่าชื่อ-นามสกุลตรงไหม? พ่อแม่คนเดียวกันหรือเปล่า? มันไม่ได้ยากตรงเจ้าหน้าที่ แต่ยากตรงเอกสารเราไม่ตรง ถ้าเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล เราก็ต้องเอาเอกสารประกอบด้วย ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล” นางโสน กล่าว

ส.ป.ก.ไม่ใช่แค่‘จัดสรรที่ดิน’ แต่ยังช่วย‘ส่งเสริมความรู้’เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753568

ส.ป.ก.ไม่ใช่แค่‘จัดสรรที่ดิน’ แต่ยังช่วย‘ส่งเสริมความรู้’เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

ส.ป.ก.ไม่ใช่แค่‘จัดสรรที่ดิน’ แต่ยังช่วย‘ส่งเสริมความรู้’เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 12.31 น.

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นหน่วยงานระดับกรมภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มีภารกิจด้านการจัดการที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร รวมถึงพัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเกษตรกรให้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นางโสน ตะกรุดแจ่ม เกษตรกรในพื้นที่ ต.หนองย่างทอย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากที่ดิน ส.ป.ก.เล่าว่า ได้รับที่ดิน ส.ป.ก.ตามแนวทาง “การจัดที่ดินแทนที่” หมายถึง การจัดที่ดิน ส.ป.ก.เมื่อเกษตรกรเดิมที่ใช้ที่ดินนั้นเสียชีวิตแก่ทายาทได้ใช้ทำการเกษตรต่อไป ซึ่งตนก็ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินในการปลูกพืชหลายชนิด เช่น อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าว ทั้งนี้ การมีหน่วยงานและกลไกการจัดที่ดินแบบ ส.ป.ก.ให้ประโยชน์กับเกษตรกรอย่างมาก

“เน้นๆ เลย อย่างน้อยก็ทำให้ขายที่ไม่ได้ จะได้เป็นการทำกินจริงๆ มันก็เป็นอะไรที่คุ้มครองเรา เป็นข้อดีของ ส.ป.ก.แล้วหน่วยงานเขาก็จะออกมาชี้แจงเรื่อย ยิ่งเดี๋ยวนี้ยิ่งบ่อย เหมือนยุคมันเปลี่ยนเขาก็จะให้บริการดีขึ้น มีการให้ความรู้เกษตรแปลงใหญ่ของ ส.ป.ก.แปลงใหญ่มันกับแปลงใหญ่พืชผัก ส.ป.ก.ออกมาสนับสนุน แล้วก็กลุ่มเกษตรอินทรีย์ ที่ ส.ป.ก.เขาก็ออกมาสนับสนุน มาดูแล ปลูกผักปลอดสาร แล้วก็ต่อ GAP ให้ ดูแลมาตรฐาน GAP เพื่อยกราคาสินค้าขึ้น จะได้มีราคาเพิ่มขึ้น แล้วก็พาไปดูงาน” นางโสน กล่าว

‘ประยูร’เฝ้าฯรับเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดสีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753462

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน“สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 15 “สืบสาน รักษา และต่อยอด ป่าเล็กในเมืองใหญ่” ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จตุจักร กทม.ในโอกาสนี้ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้แนวคิด “91 พรรษา สืบสาน สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างวิถีเกษตรสมัยใหม่ สู่อาหารปลอดภัย สร้างรายได้ ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน” โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เผยแพร่โครงการพระราชดำริ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งดำเนินการตามพระราชดำริ นำมาสืบสาน ต่อยอด และขยายผลเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ราษฎร ซึ่งมี 13 หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมจัดนิทรรศการ อาทิ การพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีฝนหลวง การบริหารจัดการน้ำ และการส่งเสริมการเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมการสาธิตและการฝึกอาชีพเพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและผู้ที่สนใจ ได้แก่ การแปรรูปสัตว์น้ำเมนูจากกุ้งก้ามกราม ในเมนูขนมเบื้องญวนไส้กุ้ง การทำไส้กรอกหมูสด และการทำไอศกรีมนมแพะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ประชาชนร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วย

รองปลัดฯถกJAECฝึกผู้นำเยาวชนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753464

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ ร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาโครงการฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายทาคาชิ โยชิคาวะ(Mr.Takashi Yoshikawa) ผอ.บริหารสภาการแลกเปลี่ยนด้านการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (The JapanAgricultural Exchange Council : JAEC) พร้อมคณะ ที่สำนักงาน JAEC กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และผ่านการประชุมระบบออนไลน์

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา มีผู้นำเยาวชนเกษตรไทย เข้าร่วมโครงการนี้มาแล้ว 41 รุ่น มีผู้นำเยาวชนเกษตรเข้าร่วมมากกว่า 679 คน ซึ่งปัจจุบันต้องพลิกโฉมโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตั้งแต่การคัดเลือกเยาวชนเกษตร การอบรมเตรียมความพร้อม การประเมินศักยภาพ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเยาวชนเกษตรของไทยและครอบครัวของญี่ปุ่น พร้อมทั้งผลักดันให้ขยายช่วงอายุของเยาวชนเกษตรไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่เยาวชนเกษตรของไทย ได้มาฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นควรเสริมสร้างและยกระดับการดำเนินการของเยาวชนเกษตรไทยทุกรุ่น โดยจะส่งเสริมให้มีการจับคู่ธุรกิจ (Business matching) ระหว่างผู้นำเยาวชนเกษตรไทยที่จบการอบรมแล้วนำความรู้ไปผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง จำหน่ายให้บริษัทผู้ผลิตอาหารของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

จากนั้น รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน รวมทั้งให้โอวาทแก่ผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ได้แก่ น.ส.ภัณฑิรา มุศิริ
ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติงาน ที่บ้านของนายยูอิจิ ฮะโตริ (Yuichi Hatori)ในจังหวัดไซตะมะ ประเทศญี่ปุ่น โดยนายเศรษฐเกียรติ ได้ให้คำปรึกษา คำแนะนำและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้นำเยาวชนเกษตรไทย พร้อมเน้นย้ำให้มีความตั้งใจในการปฏิบัติงาน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการทำการเกษตรในประเทศไทยต่อไป

‘อภัย’หารือ‘FAO’ติดตาม ความก้าวหน้าด้านปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753461

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้นายธนวรรษ เทียนสิน ผอ.ด้านปศุสัตว์และสุขภาพสัตว์ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ สำนักงานใหญ่ เข้าเยี่ยมคารวะพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ 135

ทั้งนี้ สำหรับการหารือดังกล่าว มีประเด็นที่สำคัญต่างๆ อาทิ 1.การรายงานข้อมูลความร่วมมือระหว่างไทย-FAO 2.การเชิญผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับโลกว่าด้วยการพลิกโฉมการปศุสัตว์อย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2566 ที่สำนักงานใหญ่ FAO กรุงโรม ประเทศอิตาลี 3.การรายงานการเตรียมความพร้อมการจัดประชุม Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม–3 พฤศจิกายน 2566

4.การรายงานข้อริเริ่มการดำเนินงานด้านการพลิกโฉมการผลิตปศุสัตว์อย่างยั่งยืน 5.หารือเกี่ยวกับโครงการที่มีศักยภาพสำหรับความร่วมมือใต้-ใต้ การทำปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่และระบบเกษตรและอาหารในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง และ 6.รายงานการจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในอนาคต

ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753466

ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

ปลัดฯทำMOUพัฒนางาน ข้อมูลกรมฝนหลวงฯ-กรมส่งเสริมฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทำ MOU : นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อร่วมมือด้านวิชาการในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตร ให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรเชิงรุก

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงฯ และนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือด้านวิชาการในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตรแบบ Real Time ผ่านช่องทางโมบาย แอปพลิเคชั่น“ขอฝน” บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรเชิงรุก สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจเพาะปลูกให้มีประสิทธิผล โดยบูรณาการข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล การวิจัยพัฒนา และพัฒนาบุคลากรร่วมกัน ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ตกลงกำหนดขอบเขตความร่วมมือด้านข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล จะมีการแลกเปลี่ยน สนับสนุนข้อมูลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการน้ำ การดัดแปรสภาพอากาศ ด้านการส่งเสริมการเกษตร ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านการเกษตร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่ายและประชาชน

นอกจากนี้จะร่วมกันวิจัย พัฒนา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร โดยจะมีการแลกเปลี่ยนนักวิชาการ นักวิจัยของทั้งสองหน่วยงานในการศึกษาดูงานการฝึกภาคปฏิบัติ การบรรยายเชิงวิชาการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านวิชาการ ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ การดัดแปรสภาพอากาศ ด้านการส่งเสริมการเกษตรและการช่วยเหลือเกษตรกร ให้การดำเนินงานของทั้งสองหน่วยงานสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการดิจิทัลของกระทรวงเกษตรฯพ.ศ.2566-2570

ด้านนายสุพิศกล่าวว่า ได้พัฒนาชุดข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ในระบบภูมิสารสนเทศฝนหลวง หรือฝนหลวงจีโอแมป แสดงถึงความต้องการน้ำของพืชตามช่วงเวลาการเพาะปลูกการเจริญเติบโต ปริมาณฝนสะสมรายวัน รายสัปดาห์ ข้อมูลผู้ขอรับบริการฝนหลวง ข้อมูลเชิงพื้นที่ว่าแต่ละพื้นที่มีสภาพการขาดน้ำในดิน หรือมีสภาพความชื้นในดิน เพื่อนำข้อมูลมาร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศประจำวันให้กับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ใช้ประกอบการวางแผนทำฝนประจำวัน สอดคล้องกับภารกิจส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ที่ได้มีการพัฒนาชุดข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่เช่นกัน

ขณะที่นายเข้มแข็งกล่าวว่า มีการจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรทั้งประเทศในรูปแบบดิจิทัล สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรและการสนับสนุนข้อมูลเกษตรกรดำเนินการโครงการมาตรการภาครัฐต่างๆที่ผ่านมา ซึ่งหากบูรณาการกับข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ ข้อมูลสภาพอากาศ และเทคโนโลยีการทำฝนหลวง ของกรมฝนหลวงฯ จะสามารถใช้กำหนดแผนปฏิบัติการฝนหลวงเชิงรุก พร้อมกับการพัฒนาแพลตฟอร์มความต้องการน้ำฝน เพื่อเป็นการให้บริการได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย ซึ่งช่วยการบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์ฝนทิ้งช่วง และความแห้งแล้ง สาเหตุจากการเกิดเอลนีโญและลานีญา

นร.ยุวเกษตรกร รร.เกาะแต้วฯ ทำแปลงเกษตรเพื่อสร้างรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753465

นร.ยุวเกษตรกร รร.เกาะแต้วฯ  ทำแปลงเกษตรเพื่อสร้างรายได้

นร.ยุวเกษตรกร รร.เกาะแต้วฯ ทำแปลงเกษตรเพื่อสร้างรายได้

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักเรียนยุวเกษตรกรโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ กว่า 50 คน ช่วยกันดูแลแปลงเกษตรของตนเองที่กำลังเจริญเติบโต พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิตสร้างรายได้ ณ แปลงเกษตรโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา โดยนักเรียนยุวเกษตรกรกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มนักเรียนระดับสายชั้นมัธยมศึกษาทุกสายชั้นตั้งแต่ม.1-ม.6 ของโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์ทั้งชายและหญิง จำนวน 58 คน เป็นนักเรียนที่เรียนหลักสูตรเน้นความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งหลักสูตรนี้ เน้นให้ผู้เรียนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและมีความรู้ด้านการเกษตรแบบบูรณาการตั้งแต่ การผลิต การแปรรูป การตลาดและการเรียนรู้การทำการเกษตรที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ และเน้นให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริงด้วยการลงมือทำ โดยใช้กระบวนการกลุ่มยุวเกษตรกรมาเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันและเสริมสร้างทัศนคติที่ดีและความภาคภูมิใจในคุณค่าของการประกอบอาชีพการเกษตร รวมทั้งสร้างทักษะอาชีพในอนาคต โดยมีนายมโน หะยะมิน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ  สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลา เข้าไปให้คำแนะนำทางด้านวิชาการแก่นักเรียนยุวเกษตรกรโรงเรียนเกาะแต้วพิทยาสรรค์อย่างต่อเนื่อง

ในทุกวัน หลังจากหมดคาบเรียนวิชาสามัญของแต่ละสายชั้น ตั้งแต่เวลา 15.00 น. (3 โมงเย็น) ถึงประมาณ 18.00 น. (6 โมงเย็น) เด็กนักเรียนยุวเกษตรกร ทุกคนจะต้องลงแปลงเกษตรเพื่อดูแลแปลงเกษตรที่ตนเองรับผิดชอบ ทั้งใส่ปุ๋ย รดน้ำพรวนดิน กำจัดวัชพืช และช่วยเหลือกันทำกิจกรรมการเกษตรของกลุ่ม โดยมีครูที่ปรึกษาร่วมให้คำแนะนำ ซึ่งในช่วงนี้จะมีกิจกรรมการปลูกพืชผักสวนครัว การปลูกผักยกแคร่
การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ การเลี้ยงไก่ไข่ และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ ซึ่งในวันนี้เด็กๆ ที่เก็บผลผลิตพืชผัก และไข่ไก่
ก็จะนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายให้กับคุณครู ผู้ปกครองนักเรียน และประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ในโรงเรียน

‘ประยูร’ตรวจการดำเนินงาน สหกรณ์โคนมไทยมิลค์จำกัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753216

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯนายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด

ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือประเด็นการลดต้นทุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ประกอบด้วย การลดต้นทุนอาหารสัตว์ การนำโซลาร์เซลล์มาใช้ในฟาร์ม และการจัดหาแหล่งเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย ที่สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

ปลัดฯลุยตรวจเยี่ยม แปลงใหญ่มันสำปะหลังวังม่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753219

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมพื้นที่แปลงใหญ่มันสำปะหลัง พร้อมด้วยนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่ จ.สระบุรี ต้อนรับ โดยที่นางอนันท์ญา จันทร์น้อย ผู้ใหญ่บ้านหนองบอน ได้นำเสนอข้อมูลสินค้าเกษตรกิจกรรมสำคัญและการบริหารจัดการกลุ่มฯ ที่อาคารที่ทำการแปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ 9 ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี ว่าสำหรับ ต.วังม่วง เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในการรับการสนับสนุนส่งเสริมด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ด้านการผลิตองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรฯลฯ รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพที่สามารถต่อยอดและพัฒนาให้เชื่อมโยงไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมได้ โดยใช้เครื่องจักรช่วยในกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

สำหรับแปลงใหญ่มันสำปะหลัง ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีสมาชิก 59 ราย พื้นที่ 1,095 ไร่โดยผลสำเร็จคือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมันสำปะหลังจากเดิมที่เกษตรกรปลูกมันและจำหน่ายหัวมันสดได้ในราคา 24,000 บาท/ไร่ ทางกลุ่มนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ มันเส้น 6,600 บาท/ไร่หัวมันสดหมัก 10,000 บาท/ไร่ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้ง อาทิ ใบและต้นมันหมัก 2,400 บาท/ไร่ และถ่านจากเหง้ามัน 1,200 บาท/ไร่ส่วนหนึ่งแบ่งมาเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์เพื่อป้อนแก่เกษตรกรโคนมในพื้นที่เป็นการช่วยลดต้นทุนด้านอาหารสัตว์จากต้นทุนเฉลี่ย 135 บาท/ตัว/วัน ลดลงเหลือ 105 บาท/ตัว/วัน โดยการใช้ใบมันสำปะหลังหมักผสมเป็นอาหารเลี้ยงโคนม ให้น้ำนมเพิ่มจาก 13 กิโลกรัม/ตัว/วัน เพิ่มเป็น 15 กิโลกรัม/ตัว/วัน และช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำนมทั้งนี้ส่วนผสมอาหารครบส่วนแบบแห้ง (อาหาร Dry Total Mixed Ration :TMR) ประกอบด้วยหัวมันหมัก/มันเส้นใบมันสำปะหลังแห้ง/หมักต้นข้าวโพดพร้อมฝักหมักหญ้าเนเปียร์ กากถั่วเหลืองและอาหารข้น 20%

เกษตรกรบ้านหนองบอน ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีการรวมกลุ่มด้านการเกษตรหลากหลายรูปแบบนอกจากกลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลัง ต.วังม่วงแล้ว ยังมีแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต.วังม่วง มีสมาชิก 49 ราย พื้นที่ 870 ไร่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 16 กลุ่ม แบ่งเป็นระดับปานกลาง 10 กลุ่ม และระดับดี 6 กลุ่ม กลุ่มส่งเสริมอาชีพโคนมวังม่วง มีสมาชิก 22 ราย กลุ่มเกษตรกรทำไร่วังม่วง มีสมาชิก 103 ราย และกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ซึ่งทำให้มีการผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในหมู่บ้าน

กรมพัฒนาฯใช้AI Chatbotน้องดินดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753214

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า การให้บริการในยุคดิจิทัลได้นำเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ ด้วยระบบ AI Chatbot “น้องดินดี” ผู้ช่วยอัจฉริยะในการตอบคำถามข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดิน ด้วยระบบโต้ตอบอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาที่ดินทำการเกษตร นอกจากนี้ยังสามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการต่างๆ สื่อความรู้ บทความวิชาการ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน โดยการใช้งานได้ง่ายด้วยสมาร์ทโฟน ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์พิมพ์ตอบโต้ สอบถามข้อมูล หรือคลิกที่เมนูในระบบน้องดินดี

ทั้งนี้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมพัฒนาที่ดินได้จัดนิทรรศการนำเสนอ AI Chatbot“น้องดินดี” ผู้ช่วยอัจฉริยะของกรมพัฒนาที่ดิน ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ศูนย์แสดงสินค้าฯอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ซึ่งผลสำเร็จจากการนำระบบ AI Chatbot “น้องดินดี”มาใช้งาน ช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดินได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันมีสมาชิกน้องดินดี เกือบสองหมื่นราย ตอบคำถามและข้อความสนทนาโต้ตอบกว่า 3 แสนข้อความซึ่งพัฒนาให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตนผ่านระบบ EASY Service เพื่อรองรับการรับบริการจากกรมพัฒนาที่ดิน โดยไม่ต้องจดจำชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านหลายชุดทำให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการของต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา กรมพัฒนาที่ดินจะยังคงพัฒนาระบบการใช้งานให้สามารถให้บริการในด้านอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้เกษตรและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน