รองอธิบดีฯลงพื้นที่ ตรวจศูนย์ข้าวชุมชน พื้นที่ทำเกษตรชุมพร รับฟังปัญหาผลิตข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/745016

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่ศูนย์ข้าวชุมชน ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร และศูนย์ข้าวชุมชนบ้านดอนรักษ์พัฒนา ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร โดยนายอานนท์กล่าวว่า แม้ว่าพื้นที่ปลูกข้าวในจังหวัดมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2,000 ไร่ และมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ประมาณ 100 ครัวเรือน แต่เกษตรกรยังประสบปัญหาไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ในพื้นที่ได้ เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่มีราคาสูง โดยเห็นว่าหากได้รับการติดตั้งระบบSolar Cell จะสามารถลดต้นทุนการค่าไฟจากการใช้เครื่องสูบน้ำได้อย่างมาก ทั้งนี้ ยังต้องการปัจจัยการผลิตที่ต้องการโรงอบข้าวขนาดกลางประมาณ 5 ตัน ที่จะตอบโจทย์การแปรรูปและพัฒนาผลผลิตข้าวชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันศูนย์ข้าวชุมชนบ้านดอนรักษ์พัฒนาได้รับการสนับสนุนเครื่องคัดแยกเมล็ด และเครื่องสีข้าวมาเกือบ 10 ปีแล้ว

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับศูนย์ข้าวชุมชน ต.บางสน มีข้าวเหลืองปะทิว ที่กำลังพัฒนาให้ได้มาตรฐานเป็นสินค้า GI เป็นข้าวที่มีเอกลักษณ์สูง เพราะมีความแข็ง โดยความแข็งของข้าวเหลืองปะทิวเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ชุมชนสามารถนำไปแปรรูปเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นขนมจีน และโจ๊กสำเร็จรูป แต่กลุ่มเกษตรกรยังประสบปัญหารสชาติที่ยังไม่คงที่ การทำการตลาด และการประชาสัมพันธ์ ซึ่งหากได้รับการพัฒนาประเด็นดังกล่าว จะสามารถสร้างความสามารถในการแข่งขันขอผลิตภัณฑ์ของชุมชน

รองปลัดฯเข้าพบขอบคุณผอ.ใหญ่FAO

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/745017

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะผู้แทนไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ดร.ฉู ตงหยู (Dr.Qu Dongyu)ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)ที่สำนักงานใหญ่ FAO กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ในโอกาสที่ ดร.ฉูตงหยู ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ FAO สมัยที่ 2 และขอบคุณ FAO สนับสนุนประเทศไทยในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดทำโครงการการสูญเสียอาหาร” (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ในระหว่างห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) ภายใต้ความร่วมมือHand in Hand Initiative และTechnical Cooperation Project (TCP) หรือโครงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยในการปรับปรุงผลผลิตการเข้าถึงตลาดและห่วงโซ่คุณค่า เป็นต้นและการจัดงาน “วันดินโลก (World Soil Day)” วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ยืนยันความพร้อมของประเทศไทยที่จะทำงานร่วมกับ FAO อย่างใกล้ชิด เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและภูมิภาคต่อไป

ทั้งนี้ ดร.ฉู ตงหยู กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่ให้ความร่วมมือกับ FAO เป็นอย่างดีเสมอมา และเล็งเห็นว่าประเทศไทย มีความพร้อมและมีศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศต่างๆ โดย FAO จะขอหารือกับฝ่ายไทยถึงประเด็นดังกล่าว รวมทั้งให้การชื่นชมอย่างสูงสุดแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการเป็นผู้นำแบบอย่าง
การดำเนินงานด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่ง FAO จะนำมาปรับใช้ในการพัฒนาประเทศสมาชิกอื่นๆ

‘อภัย’หารือการส่งเสริม ปลูกกาแฟเพื่อทดแทนนำเข้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/745019

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมเรื่องการส่งเสริมการปลูกกาแฟเพื่อทดแทนการนำเข้า เพื่อพิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินการตามที่นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและการแก้ปัญหาภาคเกษตร ประเด็นการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรทดแทนการนำเข้า/ส่งเสริมการส่งออก (กาแฟ) ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการเมล็ดกาแฟ ประมาณ 80,000 ตัน (กาแฟสาร) โดยสามารถผลิตได้ภายในประเทศ 20,000 ตัน และเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ 60,000 ตัน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการส่งเสริมการปลูกกาแฟร่วมกับพืชชนิดอื่นเพื่อทดแทนการนำเข้า ได้แก่ การส่งเสริมการปลูกกาแฟในพื้นที่สวนยางพารา โดยร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ผ่านโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืนซึ่งจะมีเงินอุดหนุนให้เกษตรกรไร่ละ 10,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ เพื่อลดพื้นที่ปลูกยางพาราและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการทำสวนยางพาราโดยมีแผนการส่งเสริม 10,000 ไร่ ผลผลิตคาดว่าจะได้รับ (กาแฟสาร) ประมาณ 3,000 ตัน รวมถึงการส่งเสริมการปลูกกาแฟแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนดอยเพื่อแก้ปัญหาหมอกควัน (PM2.5) ที่เกิดจากการเผาเศษซากวัสดุหลังจากการเก็บเกี่ยวในพื้นที่เขตจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัดมีแผนการส่งเสริม 200,000 ไร่ ผลผลิตคาดว่าจะได้รับ (กาแฟสาร)ประมาณ 60,000 ตัน

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการวิจัยต้นแบบการส่งเสริมการผลิตกาแฟทดแทนการนำเข้าอย่างครบวงจรใน 3 ระยะ

รองปลัดฯให้โอวาท เยาวชน-คณาจารย์ ได้รางวัลแข่งขัน ‘RegeneronISEF’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744793

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวให้โอวาทและมอบของที่ระลึกแก่คณะนักเรียนและคณาจารย์ ที่เข้าเยี่ยมคารวะ หลังจากได้รับรางวัลจากงานแข่งขันประกวดประดิษฐกรรมด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม The Regeneron International Science and Engineer Fair 2023 สาขา Animal Sciences เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับความสำเร็จของทีมนักเรียนไทย และเปิดโอกาสให้ได้รับทราบถึงบทบาทของกระทรวงเกษตรฯ ในการส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยด้านเกษตรกรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยมี ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ รศ.ดร.ธนัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ดร.เศรษฐพันธ์ กระจ่างวงษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เข้าร่วม

“ขอขอบคุณคณะนักเรียน คณะครูที่ปรึกษา ตลอดจนหน่วยงานของกระทรวงอุดมศึกษาฯ ที่ร่วมกันฝ่าฟันแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้เหล่าเยาวชนไทย ให้เข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลต่างๆ ปัจจุบันไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในส่วนภาคการเกษตรของไทยกำลังประสบกับสถานการณ์เดียวกัน ฉะนั้นนักเรียนทุกท่านเปรียบเสมือนเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer การที่เยาวชนไทยศึกษาการจัดทำโครงงานวิจัยในครั้งนี้ องค์ความรู้ที่ได้มานั้น ล้วนเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของไทย” รองปลัดฯ กล่าว

กรมข้าวเชื่อมโยงตลาด จำหน่ายข้าวมีคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744794

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายสานิตย์ จิตต์นุพงษ์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือการเชื่อมโยงตลาดการจำหน่ายข้าวคุณภาพ ภายใต้โครงการ“ข้าวรักษ์โลก” กับทีมงานบริหารสินค้าบริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า ข้าวรักษ์โลก BCG Model เป็นการผลิตข้าวที่คำนึงถึงนิเวศ และช่วยลดภาวะโลกร้อน ผ่านกระบวนการผลิตข้าวที่ทุกกิจกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้จุลินทรีย์ สารชีวภัณฑ์ ไม่เผาฟาง และใช้เทคนิคเปียกสลับแห้ง ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก และยังเป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่ BCG Model ด้วยผลผลิตปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการหารือในครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางการขยายตลาดข้าวรักษ์โลก สู่ห้างฯ ค้าปลีกไทย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการขายข้าวรักษ์โลก เพื่อขยายตลาดและฐานการผลิตข้าวคุณภาพสูงต่อไป

“ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โดยการเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีคุณภาพ เช่น ข้าว กข43 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง สูงประมาณ 103 เซนติเมตร เป็นข้าวขาวที่โดดเด่นเรื่องดัชนีน้ำตาลระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ จึงช่วยให้ร่างกายอิ่มนาน เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

เกษตรฯเดินหน้าพัฒนาสับปะรดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744797

เกษตรฯเดินหน้าพัฒนาสับปะรดไทย

เกษตรฯเดินหน้าพัฒนาสับปะรดไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมถก : นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาสับปะรด ครั้งที่ 1/2566 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยมอบหมายคณะอนุกรรมการฯ กำกับดูแลการดำเนินงานและให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการตาม (ร่าง) แผนพัฒนาด้านสับปะรด

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาสับปะรด ครั้งที่ 1/2566 โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าตามที่คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสับปะรดแห่งชาติมีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาด้านสับปะรด พ.ศ. 2566-2570 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 มีวิสัยทัศน์ คือ “ศูนย์กลางระดับโลกในการผลิต แปรรูป และสร้างคุณค่า มูลค่าทางเศรษฐกิจจากสับปะรดอย่างยั่งยืน” พร้อมทั้งมอบหมายคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาสับปะรด กำกับดูแลการดำเนินงาน และให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตาม (ร่าง) แผนพัฒนาด้านสับปะรด พ.ศ.2566-2570 ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเด็น รวม 32 โครงการ 16 กิจกรรม

ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานโครงการภายใต้ (ร่าง) แผนพัฒนาสับปะรดฯ ปีงบประมาณ 2566 มีทั้งหมด 20 โครงการ 16 กิจกรรม บรรลุเป้าหมายแล้ว 7 โครงการ 2 กิจกรรม และอยู่ระหว่างดำเนินการ 13 โครงการ 14 กิจกรรม นอกจากนี้ยังเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาสับปะรด รวมทั้งมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายพืชสับปะรด เพื่อหาแนวทางในการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมาย ที่ใช้กำกับดูแลระบบอุตสาหกรรมสับปะรดของประเทศไทย โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ เสนอปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาสับปะรดลงนามต่อไป

สศก.มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม วัสดุเหลือใช้การเกษตร-ลดต้นทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744795

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการนําเศษวัสดุการเกษตรมาใช้ประโยชน์ สามารถลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดยในปีงบประมาณ 2566 โครงการฯ ได้กำหนดเป้าหมายพื้นที่ 77 จังหวัด

ทั่วประเทศ เกษตรกร 24,900 ราย ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดการฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อความยั่งยืน การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นอาหารสัตว์ การจัดการวัสดุเหลือใช้โดยยึดแนวคิดระบบธุรกิจปิดวงจรและระบบการจัดการวัตถุดิบเหลือใช้สู่โรงงานแปรรูปเป็นต้นแบบ และแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นต้น

จากการติดตามโครงการฯ รอบ 6 เดือน (ตุลาคม 2565-มิถุนายน 2566) ภาพรวมโครงการทั้งประเทศ พบว่าสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้แก่เกษตรกรแล้ว 21,271 ราย (ร้อยละ 85.43 ของเป้าหมาย 24,900 ราย) ซึ่งมีเกษตรกรมาใช้บริการแล้ว 4,878 ราย(ร้อยละ 64.18 ของเป้าหมาย 7,600 ราย) นอกจากนี้ยังเปิดศูนย์บริการอาหารสัตว์ (Feed Center)14 แห่ง โดยผลิตพืชอาหารสัตว์เพื่อให้เกษตรกรใช้เลี้ยงสัตว์ มีเกษตรกรมาใช้บริการแล้ว 993 ราย (ร้อยละ 70.93 ของเป้าหมาย 1,400 ราย)

เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 74 ราย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และจันทบุรี เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2566 พบว่า หลังจากการดำเนินโครงการ เกษตรกรสามารถลดรายจ่ายด้านอาหารเพื่อบริโภคและลดรายจ่ายปัจจัยการผลิต เช่น เห็ดตะกร้า พืชผักสวนครัว ผลิตปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยอินทรีย์ ลดรายจ่ายในครัวเรือนเฉลี่ย 1,124 บาท/ครัวเรือน/ปี และสามารถลดค่าใช้จ่ายโดยเปลี่ยนมาใช้บริการยืมเครื่องจักรกลตามโครงการฯ ทดแทนเพื่อจัดการฟางข้าวเป็นอาหารสัตว์ ลดค่าใช้จ่ายได้ 7,425 บาท/ครัวเรือน/ปี ส่งผลให้ภาพรวมทั้ง 2 กิจกรรม สามารถลดรายจ่ายได้ทั้งสิ้น 8,549 บาท/ครัวเรือน/ปี รวมถึงสามารถสร้างรายได้เสริมจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ ผลิตกระถางต้นไม้จากฟางข้าวจำหน่ายในตลาดชุมชน ได้เฉลี่ย 720 บาท/ครัวเรือน/ปี

ทั้งนี้ ภาพรวมโครงการฯ เกษตรกรที่เข้าร่วมมีความพึงพอใจต่อโครงการฯ ในระดับมากที่สุดโดยเห็นว่า สามารถจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดค่าใช้จ่ายจากการจ้างเอกชนมาจัดการวัสดุเหลือใช้ จึงอยากให้มีการสนับสนุนจากโครงการฯ ต่อเนื่อง และต่อยอดจากกิจกรรมที่ทำอยู่เพื่อให้เกิดผลยิ่งๆ ขึ้นไป อย่างไรก็ดี ในส่วนของกิจกรรมอื่นๆ เช่น การจัดการแปลงเรียนรู้ฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยว และการจัดการวัสดุเหลือใช้โดยยึดแนวคิดระบบธุรกิจปิดวงจรและระบบการจัดการวัตถุดิบเหลือใช้สู่โรงงานแปรรูปเป็นต้นแบบ ทาง สศก.มีแผนจะติดตามประเมินกิจกรรมโครงการฯ ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2566 ในพื้นที่ จ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สุพรรณบุรี และเชียงใหม่ ต่อไป

‘กรมการข้าว’จับมือภาคเอกชน ลงนาม MOU ร่วมกันวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744745

'กรมการข้าว'จับมือภาคเอกชน ลงนาม MOU ร่วมกันวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว

‘กรมการข้าว’จับมือภาคเอกชน ลงนาม MOU ร่วมกันวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.45 น.

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 กรมการข้าว และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และนายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือการวิจัย พัฒนาพันธุ์ข้าว และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตด้านข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ และพัฒนาการเกษตรของไทยอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารกรมการข้าว

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลง ร่วมกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือทางวิชาการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิชาการด้านงานวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าว และด้านงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตด้านข้าว รวมถึงความร่วมมือในการทดสอบพันธุ์ข้าว การตรวจสอบความต้านทานโรคและแมลง การตรวจสอบคุณสมบัติของข้าว นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบุคลากรด้านงานวิจัยของทั้ง 2 องค์กร โดยกรมการข้าวจะสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือวิจัยระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์ทางวิจัยและพัฒนาข้าว สนับสนุนด้านครุภัณฑ์ บุคลากร และสถานที่ในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านข้าวภายใต้โครงการที่ร่วมมือกันนี้ เพื่อให้ปลายน้ำของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ สามารถถ่ายทอดผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาขึ้น ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางได้

– 006

‘พีรพันธ์’วางกรอบโครงการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744578

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการจัดทำโครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างข้อเสนอโครงการดังกล่าว และให้ความสำคัญในการจัดทำโครงการภายใต้แผนแม่บทที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรเป็นหลัก เน้นวางโครงการแบบบูรณาการมากขึ้น และมุ่งหวังให้เกิดการผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ และมีมติเห็นชอบร่างข้อเสนอ 5 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1.โครงการตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนใต้ 2.โครงการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3.โครงการขับเคลื่อนการเกษตรสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูงตามแนวทาง BCG Model 4.โครงการผลักดันการค้าสินค้าเกษตรและอาหารในตลาดต่างประเทศ และ 5.โครงการนำแนวทางพระราชดำริมาต่อยอดขยายผลเพื่อแก้ไขด้านการเกษตร

ทั้งนี้ สำหรับทั้ง 5 โครงการ จะนำเสนอเข้าที่ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำโครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 ต่อไป

รองปลัดฯแถลงแผนจัดการน้ำในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744577

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศน.ส.รัชนก แสงเพ็ญจันทร์ รักษาราชการแทนอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) และนางศุภจิต ศรีอริยวัฒน์ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม เข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ FAO สมัยที่ 43 ในวาระการประชุม Agenda Item 10 เรื่อง การรายงานสถานภาพการเกษตรและอาหารของโลก (Review of the State of Food and Agriculture) ภายใต้หัวข้อ “Water resources management for the four betters: better production, better nutrition, better environment and better life”

ทั้งนี้ นายเศรษฐเกียรติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงภายใต้หัวข้อดังกล่าวว่าเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่อาศัยน้ำจากฤดูฝนในการทำเกษตรกรรม และจากสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้เกิดภาวะความแห้งแล้ง ภาวะน้ำท่วม และภาวะมลพิษทางน้ำ ประเทศไทยจึงประยุกต์ใช้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาด้านทรัพยากรน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเน้นการสร้างความมั่นคงด้านการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทยอย่างเป็นระบบนอกจากนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “วันดินโลก (World Soil Day)” โดยในโอกาสครบรอบ 10 ปีวันดินโลก วันที่ 5 ธันวาคม 2566 จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองวันดินโลกภายใต้แนวคิด “Soils and Water: a source of life”

นอกจากนี้ รองปลัดฯได้กล่าวเชิญชวนประเทศสมาชิก FAO เข้าร่วมกิจกรรม Healthy Soils for Healthy Food and Nutrition ซึ่งเป็นกิจกรรมย่อยภายใต้การประชุม Global Soil Partnership หัวข้อ Spirit of Soils, Spirit of Partnership