‘ชาวนาสุพรรณ’เฮ! ร่วมโครงการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี-ราคาถูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737451

'ชาวนาสุพรรณ'เฮ! ร่วมโครงการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี-ราคาถูก

‘ชาวนาสุพรรณ’เฮ! ร่วมโครงการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี-ราคาถูก

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 11.09 น.

“ชาวนาสุพรรณ”เฮ! ร่วมโครงการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี-ราคาถูก “อธิบดีข้าว”ปลื้มเกษตรกรสมัครร่วมโครงการเกินเป้า

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566 นายสุฐี โพธิ์อุบล ประธานศูนย์ข้าวชุมชนสองพี่น้องร่วมใจ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ โดยกรมการข้าว ได้เข้ามาเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ประจำปี 2566 ซึ่งกลุ่มของตนนั้นก็เป็นหนึ่งในศูนย์ข้าวชุมชนที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้าที่เข้าร่วมโครงการฯนั้น ทางกลุ่มได้ซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากหลากหลายที่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมล็ดพันธุ์ไม่ได้มาจากศูนย์ข้าวชุมชน ทำให้ได้ผลผลิตไม่ค่อยดี เป็นข้าวดีด ข้าวกลาย เป็นข้าวที่ปลอมปนไม่ได้มาตรฐาน ต่อมาเราได้รับการสนับสนุนจากโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ประจำปี 2566 ทำให้พี่น้องชาวนาได้ข้าวที่มีคุณภาพ ตรงตามสายพันธุ์ที่ต้องการ ลักษณะพันธุ์มีความต้านทานแข็งแรง สามารถให้ผลผลิตได้ดี

นายสุฐี กล่าวต่อไปว่า จากการที่กลุ่มของตนได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ประจำปี 2566 ตนมองว่าเป็นโครงการที่ดีมาก เกษตรกรพี่น้องชาวนาสามารถลดต้นทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว เนื่องจากสามารถซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพจากกรมการข้าวได้ในราคาถูก นอกจากนั้นยังสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากโครงการฯไว้ใช้สำหรับปลูกเป็นเมล็ดพันธุ์ในรุ่นต่อไป จึงอยากขอบคุณกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้จัดให้มีโครงการดีๆ ที่เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มผลผลิตข้าวให้กับพี่น้องชาวนา

ด้าน นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 มุ่งเน้นให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการเพาะปลูก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ และได้ปริมาณที่มากขึ้น ชาวนาสามารถจำหน่ายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยกรมการข้าวจะจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวในราคาถูกให้กับพี่น้องชาวนาที่เข้าร่วมโครงการฯ แบ่งเป็น ข้าวขาวหอมมะลิ 105 กข15 จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 5 บาท ข้าวเหนียวและข้าวปทุมธานี 1 จำหน่ายในกิโลกรัมละ 4 บาท และข้าวขาวจำหน่ายในกิโลกรัมละ 3 บาท ซึ่งในขณะนี้ปริมาณเมล็ดข้าวขาวยังมีจำนวนมาก ซึ่งพี่น้องชาวนาท่านใดที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อมาซื้อและนำกลับไปเพาะปลูกได้ ทั้งนี้หากพี่น้องชาวนาท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อขอสมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ หรือศูนย์ข้าวชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน และผู้นำชุมชน อีกทั้งชาวนาที่สนใจสามารถรวมกลุ่มกันภายในชุมชน โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจะเดินทางไปรับสมัครถึงที่เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องชาวนา ทั้งนี้กรมการข้าวได้มีการจัดทำคู่มือโครงการฯประกอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามคู่มือควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบของโครงการอย่างถูกต้อง

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมถึงการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ว่า ในขณะนี้โครงการฯยังเปิดรับสมัครให้ชาวนาที่สนใจยังสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยกรมการข้าวมีเป้าหมายในการรับสมัครชาวนาที่จะเข้าร่วมเข้าโครงการจำนวน 205,965 ราย พื้นที่เป้าหมาย 3,913,333 ไร่ ซึ่งในขณะนี้มีชาวนามาสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 272,767 ราย พื้นที่ 3,281,363 ไร่ นอกจากนั้นกรมการข้าวยังได้ดำเนินการขายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้กับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการไปแล้วจำนวน 46,691.732 ตัน จากจำนวนเป้าหมาย 58,700 ตัน ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวถือได้ว่ามีเกษตรกรชาวนาให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

‘พาณิชย์’เกาะติดราคามังคุด เกรดผิวมัน ราคายังสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737432

'พาณิชย์'เกาะติดราคามังคุด เกรดผิวมัน ราคายังสูง

‘พาณิชย์’เกาะติดราคามังคุด เกรดผิวมัน ราคายังสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.01 น.

“พาณิชย์”เกาะติดราคามังคุด เกรดผิวมัน ราคายังสูง เกรดตกไซส์ เกษตรกรพอใจ 

 กรมการค้าภายในร่วมกับจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา เกาะติดสถานการณ์ราคามังคุด หลังผลผลิตรุ่นแรกเข้าสู่ช่วงปลายฤดู ผลผลิตเริ่มเข้าสู่เกรดดำ แต่ราคายังทรงตัวในระดับที่เกษตรกรพอใจ คาดรุ่นต่อไปที่กำลังจะออกสู่ตลาด เกรดผิวมัน ราคาดีต่อเนื่องแน่ หลังผู้ซื้อมาปักหลักรอซื้อแล้ว 

 นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช และพังงา ลงพื้นที่ติดตามการซื้อขายมังคุด พบว่าผู้ประกอบการทั้งไทย จีน ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างท้องถิ่น ได้เข้าไปรับซื้อ ส่งผลให้ราคามังคุดเกรดมันรวม ซึ่งเป็นช่วงของผลผลิตรุ่นแรก ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่มเป็นกิโลกรัม (กก.) ละ 68-94 บาท แต่ขณะนี้ เป็นช่วงปลายฤดูของผลผลิตรุ่นแรก และมังคุดเริ่มเข้าสู่เกรดดอกดำ คือ ผลผลิตสุกมาก เกรดตกไซส์ มีปริมาณมากขึ้น และคุณภาพลดลง แต่ราคายังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งกรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งประสานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อ เพื่อระบายออกสู่ช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะตลาดภายในประเทศ 

“ตามวงจรของมังคุด เมื่อถึงช่วงกลางฤดู เข้าสู่ช่วงปลายฤดู มังคุดผิวมันจะน้อยลง ซึ่งผลผลิตส่วนนี้ไม่มีปัญหา เพราะผู้ประกอบการได้เข้ามาแย่งซื้อกันไปหมดแล้ว จากนั้นมังคุดดอกดำจะมากขึ้น คุณภาพอาจจะลดลง แต่กรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการตั้งวอร์รูมติดตามอย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์ทุกวัน หากจุดไหนมีปัญหา ก็จะเข้าไปดูแลทันที โดยประสานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อ เพื่อระบายออกนอกแหล่งผลิตอย่างรวดเร็ว”นายกรนิจกล่าว

 ทั้งนี้ ล่าสุดได้รับรายงานผลการติดตามสถานการณ์ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 3 จังหวัด โดยในส่วนของจังหวัดชุมพร ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อที่กลุ่ม วสช. กลุ่มมังคุดศูนย์การเรียนรู้การเกษตรท่ามะพลา วสช. กลุ่มมังคุดคุณภาพสำราญสามัคคี วสช. กลุ่มมังคุดคุณภาพบ้านฉาน และ วสช.หาดยาย พบว่า มีผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยราคามังคุดเกรดมันรวม อยู่ที่ 68-94 บาท/กก. เกรดลาย ประมาณ 47-58 บาท/กก. เกรดดอก อยู่ที่ประมาณ 24-37 บาท/กก. เกรดดำอยู่ที่ 21 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ 

 ส่วนที่จังหวัดพังงา น.ส.จุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม พาณิชย์จังหวัดพังงา ได้แจ้งว่าได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ติดตามสถานการณ์การซื้อขายมังคุด ณ กลุ่มมังคุด ตำบลท่านา กลุ่มมังคุด ตำบลเหมาะ และนางประไพ เพชรพงศ์พันธุ์ พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์มังคุด ณ กลุ่มวิสาหกิจต้นกอ อำเภอร่อนพิบูลย์ พบว่า ถึงแม้ช่วงนี้ เป็นช่วงปลายของมังคุดรุ่นแรกของทั้ง 2 จังหวัด ซึ่งมังคุดผิวมันจะน้อยลง มังคุดดอกดำจะมากขึ้น คุณภาพอาจจะลดลง แต่มีผู้ประกอบการเข้ามาซื้อขายปกติ 

 อย่างไรก็ตาม ในเร็ว ๆ นี้ ผลผลิตรุ่น 2 จะออกสู่ตลาด โดยได้รับรายงานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ว่า มีผู้ประกอบการ ทั้งผู้ส่งออก ผู้ผลิต ล้งจีน ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างท้องถิ่น ได้พร้อมที่จะเข้ามารับซื้อแล้ว รอเพียงแค่ผลผลิตออกมาเท่านั้น ซึ่งถือเป็นหลักประกันให้กับเกษตรกร ที่ผลผลิตจะมีผู้เข้ามารับซื้อ และจะส่งผลดีต่อราคาปรับตัวสูงขึ้น และยังได้รับรายงานอีกว่า ตลาดต่างประเทศ เช่น จีน มีความต้องการซื้อมังคุดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ส่งออก และล้งเข้ามารวบรวมผลผลิตเพิ่มขึ้น 

 สำหรับสถานการณ์การซื้อขายทุเรียนภาคใต้ ที่ขณะนี้เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว พบว่า ราคาทุเรียนภาพรวมของภาคใต้ เกรด A-B อยู่ที่ 145-160 บาท/กก. เกรด C 110-115 บาท/กก. เกรด D 90-95 บาท/กก. ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยกรมฯ ได้เตรียมมาตรการรับมือผลผลิตไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยทำงานร่วมกับจังหวัดประสานผู้ประกอบการ ทั้งผู้รวบรวม ผู้ส่งออก ตลาดกลางสินค้าเกษตร ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างท้องถิ่น เข้ามารับซื้อแล้ว เพื่อระบายออกสู่ช่องทางต่าง ๆ ทั้งส่งออก และจำหน่ายในประเทศ

ปลัดฯพาผู้นำชาวนา พบนายกฯในวันข้าวฯ พร้อมรับฟังนโยบาย เพื่อความมั่นคงยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737378

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังพาผู้นำชาวนา องค์กรชาวนาที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2566 พร้อมด้วยนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อรับฟังนโยบายด้านข้าว ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าเนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2566 จึงนำผู้นำชาวนา องค์กรชาวนา ที่ได้รับรางวัลฯ 3 สาขา คณะกรรมการศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ รวม 13 ราย เข้าพบและรับฟังนโยบายด้านข้าวจากนายกฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและรับทราบนโยบายด้านข้าวซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

“การนำผู้นำชาวนา องค์กรชาวนาที่ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2566 เข้าพบนายกฯ ถือเป็นการให้เกียรติชาวนาไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชน เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ โดยกระทรวงเกษตรฯ จัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2566 เพื่อแสดงผลงานเชิงประจักษ์ของเกษตรกร สาขาอาชีพการทำนา และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2566 การถ่ายทอดและจัดแสดงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว การยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สอดคล้องความต้องการตลาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้สนใจได้รับทราบและประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืน” นายประยูร กล่าว

รองปลัดฯแนะนำแปรรูป ยางพาราสหกรณ์รัตภูมิฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737379

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานการแปรรูปยางพารา โดยมีนายกิตติธัช ณวาโย ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด และนายสุรชัย บุญวรรโณ ผอ.การยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนล่าง ต้อนรับ ที่สหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด จ.สงขลา สำหรับสหกรณ์แห่งนี้ ได้ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ตั้งแต่การส่งเสริมการผลิตยางพาราที่ได้มาตรฐาน การรวบรวมผลผลิตและรับซื้อ รวมถึงการนำยางพาราของสมาชิกเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดและยกระดับราคายางพาราให้สูงขึ้น

ทั้งนี้ จากสถานการณ์วิกฤตราคายางพาราที่ปรับตัวลดลง ส่งกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร ทางสหกรณ์ดังกล่าวจึงแก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมการผลิตยางพาราที่ได้มาตรฐาน รวบรวม รับซื้อน้ำยางสด และยางแผ่นรมควันจากสมาชิก รวมทั้งแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา ได้แก่ รองเท้าแตะ แผ่นปูพื้น แผ่นลดแรงกระแทกส้นเท้า เป็นต้น ตลอดจนสร้างตลาดเพื่อยกระดับราคายางพารา เช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพาราที่มีความหลากหลาย สร้างเครือข่ายรับซื้อน้ำยางสดและยางแผ่นจากสมาชิกป้อนโรงงาน ทำให้สมาชิกขายน้ำยางได้ในราคาที่พึงพอใจและมีรายได้เพิ่ม

กรมส่งเสริมฯใช้ 3 ช่องทางจัดการผลไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737380

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันมีการปลูกไม้ผลกระจายอยู่ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 57 ชนิด แต่มีการเน้นหนักการพัฒนาและแก้ไขปัญหาตามแนวทางการพัฒนาผลไม้ไทย ปี 2565-2570 ในผลไม้เศรษฐกิจหลัก 7 ชนิด ประกอบด้วย ผลไม้ที่มีศักยภาพในการส่งออก 4 ชนิด ได้แก่ มะม่วง ทุเรียน มังคุด และลำไย และผลไม้ที่มีศักยภาพในการบริโภคภายในประเทศ 3 ชนิด ได้แก่ เงาะ ลองกอง และลิ้นจี่

ในส่วนภาคตะวันออกของไทยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.จันทบุรี ระยอง และตราด เป็นแหล่งผลิตไม้ผลที่สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง โดยสถานการณ์การผลิตไม้ผลภาคตะวันออก จากข้อมูลจากการประชุมจัดทำข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคตะวันออกและปรับแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 พบว่า พื้นที่ปลูกไม้ผล 4 ชนิด มีพื้นที่ยืนต้นรวม 907,542 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 16,839 ไร่ หรือร้อยละ 1.89 เนื้อที่ให้ผลรวม 656,626 ไร่ ลดลงจากปี 2565 จำนวน 27,791 ไร่ หรือร้อยละ 4.06 ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,604 กิโลกรัม ลดลง 241 กิโลกรัม หรือร้อยละ 13.06 ซึ่งคาดว่าตลอดฤดูกาลผลิตจะมีปริมาณผลผลิตรวม 1,053,328 ตัน ลดลงจากปี 2565 จำนวน 209,571 ตัน หรือร้อยละ 16.59

นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่าเพื่อเป็นการบริหารจัดการผลผลิตในฤดูกาลผลิตปี 2566 จึงมีการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกโดยแบ่งออกเป็น 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1.การบริโภคผลสดภายในประเทศ ร้อยละ 28.38 แบ่งย่อยเป็น 9 ช่องทาง 2.การใช้เป็นวัตถุดิบในแปรรูป ร้อยละ 6.41 ได้แก่ การแปรรูปมูลค่าสูง เช่น แช่แข็ง ฟรีซดราย เป็นต้น หรือแปรรูปเพื่อถนอมอาหาร เช่น การกวน การทอด การคั้นน้ำ เป็นต้น และ 3. การจำหน่ายเพื่อการส่งออกร้อยละ 65.21 มีประเทศส่งออกที่สำคัญ คือประเทศจีน

‘เฉลิมชัย’หนุนวิจัยพันธุ์ข้าว เพิ่มผลผลิตลดต้นทุนแข่งตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737381

‘เฉลิมชัย’หนุนวิจัยพันธุ์ข้าว  เพิ่มผลผลิตลดต้นทุนแข่งตลาดโลก

‘เฉลิมชัย’หนุนวิจัยพันธุ์ข้าว เพิ่มผลผลิตลดต้นทุนแข่งตลาดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปิดการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ที่กรมการข้าว เกษตรกลางบางเขน เขตจตุจักร กทม. โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมงาน โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบรางวัลชนะเลิศการประกวดแข่งขันแฟนพันธุ์แท้ข้าวไทย การประกวดวาดภาพสีโปสเตอร์ภายใต้หัวข้อ “ข้าวและชาวนาไทย” และการประกวดงานศิลปะเรียงเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้หัวข้อ “กสิกรรม นำไทยยั่งยืน” ให้กับผู้ชนะการแข่งขัน

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ซึ่งเกษตรกรจะได้รับประโยชน์และมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังได้รับองค์ความรู้จากเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไรก็ดี ได้ฝากให้กรมการข้าว เดินหน้าผลักดันงานวิจัยสายพันธุ์ข้าว ให้มีผลตอบแทนสูงขึ้น โดยถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังต้องมุ่งเน้นการเผยแพร่งานวิจัยไปยังศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ และกลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่ด้วย

“ขอฝากไปยังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้ยึดหลักว่าพี่น้องเกษตรกรคือคนในครอบครัว เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และต่อยอดนโยบายที่ดีอยู่แล้วให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนผลักดันขยายการส่งออกข้าวไทยไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนทั้งนี้ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ติดตามรับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้ง” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

นอกจากนี้ ดร.เฉลิมชัย ได้ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดแข่งขันฯ และชื่นชมความสำเร็จในการจัดงาน ที่ทำให้เกษตรกรและผู้สนใจได้รำลึกถึงความสำคัญของข้าว ในฐานะพืชที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน ตลอดจนได้รับทราบองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว การยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สนองความต้องการของตลาด พร้อมทั้งการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ต่อไป

ทั้งนี้ ตามที่กรมการข้าว ได้จัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2566 มีผู้สนใจเข้าร่วมงานและรับชม ผ่านทางออนไลน์ 76,055 ราย ทำให้การจัดงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

กรมข้าวคว้าที่3 ผ่านตรวจสอบ พัฒนาเว็บไซต์ ทุกคนเข้าถึงได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737090

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว รับมอบหมายจากนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ร่วมกับนายสรายุทธ ทองน้อย ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมงานสัมมนาเพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความตระหนักรู้ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนพัฒนาเว็บไซต์ของหน่วยงานตามแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ที่โรงแรม
เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กทม.โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์
สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา

ทั้งนี้ นายอานนท์ เป็นผู้แทนจากกรมการข้าว รับรางวัลหน่วยงานที่ผ่านการตรวจสอบเว็บไซต์หน่วยงานที่ดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ตามมาตรฐาน Web Content Accessibility Guidelines (WCAG) โดยกรมการข้าวได้รับรางวัลอันดับที่ 3

สำหรับงานสัมมนาดังกล่าวมีการนำเสนอกรณีศึกษาที่เป็นเลิศของหน่วยงานที่สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ผ่านเกณฑ์การประกวดเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และเสวนาต่อยอดความสำเร็จของการพัฒนาเว็บไชต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Web Accessibility) ในระดับชาติ โดย นายอานนท์ กล่าวว่า ขอชื่นชมการทำงานของข้าราชการทุกคนที่ทุ่มเทปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายและทันสมัย การได้รับรางวัลครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาและเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ภาครัฐ Digital อย่างสมบูรณ์ในอนาคต

ใช้หญ้าแฝกอนุรักษ์ดิน-น้ำ เฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737091

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมหญ้าแฝกนานาชาติ ครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อเรื่อง “หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ : เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” (Vetiver for Soil and Water Conservation : In Commemoration of King Bhumibol Adulyadej the Great) ที่โรงแรมแชงกรี-ลาเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายอนุวัชร โพธินาม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และคณะ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังอาคารอเนกประสงค์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ทอดพระเนตรผลการดำเนินงานในโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วย

ปลัดฯร่วมงานวันข้าว-ชาวนา2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737092

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติภายใต้แนวคิด “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ว่า กรมการข้าว จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านข้าวแก่ชาวนาและผู้สนใจทั่วไป นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตข้าว รวมถึงผลงานด้านอื่นๆ ที่ดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวนา ในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้ชาวนาได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์กับหน่วยงานราชการ เอกชน และชาวนาด้วยกัน

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนาและสถาบันชาวนา นิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนการจัดเวทีเสวนาข้าวและชาวนาในหัวข้อ การลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การแสดงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาด้านข้าวและชาวนา นอกจากนั้นยังมีการจำหน่ายสินค้าข้าว การประกวด แข่งขัน กิจกรรมสาธิตและแข่งขันส่งเสริมงานวิชาการ กิจกรรมสำหรับผู้สนใจลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จากพระราชพิธีพืชมงคลฯ

ทั้งนี้ การจัดงานยังเปิดโอกาสให้ชาวนา เกษตรกร และผู้ที่สนใจ รับความรู้ในเรื่องคาร์บอนเครดิตซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับผู้เพาะปลูก โดยกรมการข้าว เปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขายคาร์บอนเครดิต ตลอดจนขนขบวนนิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การแสดงวิถีชีวิตชาวนา ฯลฯ

USDAชี้ผลผลิตพืชน้ำมันเพิ่ม สศก.เร่งลดผลกระทบราคาปาล์มไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737095

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์การผลิตและความต้องการใช้ปาล์มน้ำมันของไทย ปี 2566 (ข้อมูลพยากรณ์ เมษายน 2566) สศก.คาดการณ์ว่ามีเนื้อที่ให้ผล 6.252 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มี 6.150 ล้านไร่ (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.66) ผลผลิตปาล์มน้ำมันรวม 19.892 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มี 19.061 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36) สำหรับผลผลิตปาล์มน้ำมัน 19.892 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนน้ำมันปาล์มดิบ 3.581 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มี 3.431 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.37) โดยผลผลิตในรูปน้ำมันปาล์มดิบ จะทยอยออกสู่ตลาดเฉลี่ยเดือนละ 0.264-0.330 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 0.225 ล้านตัน จึงส่งผลทำให้มีน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินสะสมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 0.039 – 0.105 ล้านตัน อย่างไรก็ดี ช่วงครึ่งปีแรกสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกยังทรงตัวในระดับสูง จึงส่งผลไทยยังส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง โดยช่วงมกราคม-พฤษภาคม 2566 ไทยส่งออกน้ำมันปาล์มดิบได้รวม 0.570 ล้านตัน และคาดว่า สิ้นเดือนพฤษภาคม จะมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ 0.266 ล้านตัน (ระดับสต๊อกปกติอยู่ที่ 0.300 ล้านตัน)

จากการคาดการณ์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture : USDA) เดือนพฤษภาคมพบว่าผลผลิตพืชน้ำมันโลก (ถั่วเหลือง ปาล์มน้ำมัน เรพซีด ฯลฯ) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ราคาพืชน้ำมัน รวมถึงราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวลดลงคาดว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างกิโลกรัมละ 26–28 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ เฉลี่ยที่กิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งไทยไม่สามารถส่งออกได้ เนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศสูงกว่าราคาในตลาดโลกส่งผลให้สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 0.350–0.400 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าระดับสต๊อกปกติ และกระทบต่อราคาที่เกษตรกรได้รับ

ดังนั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มภายในประเทศให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงสร้างสมดุลน้ำมันปาล์มให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ โดยไม่กระทบกับราคาที่เกษตรกรขายได้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา รับทราบโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อลดผลผลิตส่วนเกิน ปี 2566 ตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) 1/2566 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นมาตรการคู่ขนานของโครงการประกันรายได้ปาล์มน้ำมันที่กิโลกรัมละ 4 บาท โดยโครงการดังกล่าว มีเป้าหมายลดน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกิน 150,000 ตัน ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการฯ ในอัตรากิโลกรัมละ 2.00 บาท โดยมีเงื่อนไข 2 ประการ จึงกำหนดระดับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบขั้นต่ำไว้ที่ 250,000 ตัน โดยให้เป็นอำนาจของ กนป.เป็นผู้พิจารณา