‘เฉลิมชัย’ร่วมพิธี ทำลายเนื้อกระบือ ยึดได้นับแสนกิโลฯ ลดเสี่ยงโรคระบาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741793

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีฝังทำลายเนื้อกระบือของกลางลักลอบนำเข้า ที่ศูนย์กักกันสัตว์เพชรบุรี ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งในปี 2565 ถึงปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย สืบสวนจับกุม ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าทั้งทางด่านท่าเรือ ด่านสนามบิน และด่านทางบก ตามแนวชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมดำเนินคดีและยึดของกลางจำนวนมาก

สำหรับกรณีการตรวจค้นจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าเนื้อกระบือตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ร่วมกับตำรวจ ทหาร ศุลกากร เข้าตรวจสอบผู้ประกอบการรวมทั้งสิ้น 88 ครั้ง สามารถจับกุมเนื้อกระบือ ซึ่งมีแหล่งผลิตต้นทางจากประเทศอินเดียลักลอบนำเข้า ปริมาณน้ำหนักรวม 354,147 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 53.2 ล้านบาทโดยมีการดำเนินการกับเนื้อกระบือของกลาง แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งทำลายไปแล้ว 244,068 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 38.7 ล้านบาท และส่วนที่สอง รวบรวมเพื่อทำลายครั้งนี้ 110,079 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 14.5 ล้านบาท ซึ่งเนื้อกระบือลักลอบนำเข้า จะถูกนำไปหลอกจำหน่ายเป็นเนื้อโคราคาที่ถูกกว่าเนื้อโคจริง โดยที่ผู้บริโภคอาจไม่ทราบว่าเป็นเนื้อกระบือลักลอบนำเข้า ทำให้เกิดการแทรกแซงราคาและกลไกการตลาดของเนื้อโคในประเทศอย่างไม่เป็นธรรมผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะไม่ปลอดภัย รวมถึงมีความเสี่ยงที่เชื้อโรคระบาดสัตว์จะแพร่กระจายสู่ฟาร์มเลี้ยงโค กระบือของเกษตรกรได้

กรมชลฯปรับแผนบริหาร จัดการน้ำพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741795

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 3 กรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างประกอบด้วย จ.อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ว่า ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางไม่มากนัก โดยเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 2 แห่งในพื้นที่ คือเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้การได้ 956 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 14 ของปริมาณน้ำที่ใช้การได้ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้การได้ 133 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 15 ของปริมาณน้ำที่ใช้การได้ ส่วนเขื่อนขนาดกลางในพื้นที่มี 8 แห่ง น้ำต้นทุนใช้การได้รวม 51 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 21 ของปริมาณน้ำใช้การ ซึ่งถืออยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย มีการปรับแผนบริหารจัดการน้ำตามกฎกำหนดระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างผู้ใช้น้ำกับความมั่นคงด้านน้ำ มั่นใจว่าจะมีน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันสามารถลดความเสียหายต่อพื้นที่ทางการเกษตรให้เหลือน้อยที่สุด

อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากเดือนกรกฎาคม 2566 ปริมาณน้ำจะไหลเข้าเขื่อนมากขึ้นและมีพายุโซนร้อนพาดผ่านประเทศไทยช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2566 ซึ่งได้เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน โดยกำหนดจุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำ 82 จุด พร้อมแนวทางป้องกันและบรรเทาภัยและจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ 106 เครื่อง รถสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำ รถขุด รถแทรกเตอร์รถบรรทุกน้ำ และเครื่องมืออื่นๆ รวมกว่า 270 รายการ ประจำการโครงการชลประทานทั้ง 4 จังหวัด และส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 2 (พิษณุโลก) สามารถขนย้ายเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่เกิดเหตุได้ภายใน 24 ชั่วโมง

สำหรับการทำการเกษตรฤดูฝน คาดว่าจะสามารถทำได้เต็มพื้นที่ประมาณ 1.8 ล้านไร่ โดยเฉพาะการทำนาปี ขณะนี้ปลูกแล้วประมาณ 1.1 ล้านไร่ โดยให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลัก ส่วนน้ำชลประทานจะช่วยเสริมในช่วงที่ฝนตกน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การจัดรอบเวรส่งน้ำให้พืชผลทางการเกษตร และอาจจะลดพื้นที่เพาะปลูกในบางพื้นที่

นายชลเทพ ทาตรี ผอ.ส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 3 กรมชลประทาน กล่าวถึงแผนการจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูฝนปี 2566 ในพื้นที่ 4 จังหวัดดังกล่าว ว่าได้วางแผนจัดสรรน้ำไว้ทั้งสิ้นประมาณ 1,000 ล้านลบ.ม.โดยจัดสรรให้พื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานทั้ง 1.8 ล้านไร่ ประกอบด้วย ข้าวนาปี พืชไร่ พืชผัก อ้อย ไม้ผล ไม้ยืนต้น บ่อปลา และอื่นๆ

“ที่ผ่านมาพื้นที่สำนักชลประทานที่ 3 รับผิดชอบ เคยประสบปัญหาจากสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง แต่ก็สามารถรอดพ้นภัยมาได้
เนื่องจากประชาชนให้ความร่วมมือยอมรับกฎกติกาการใช้น้ำ ประกอบกับได้มีการบูรณาการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน” ผอ.ส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา กล่าว

ปลัดฯลุยตรวจเยี่ยมสวน ทุเรียนGI-ตลาดยามเย็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741797

ปลัดฯลุยตรวจเยี่ยมสวน  ทุเรียนGI-ตลาดยามเย็น

ปลัดฯลุยตรวจเยี่ยมสวน ทุเรียนGI-ตลาดยามเย็น

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตรวจเยี่ยม : นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนป้าต้อย-ลุงหมู ซึ่งเป็นสวนทุเรียนนนท์ ที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI การันตีคุณภาพ ผ่านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และเยี่ยมชมตลาดยามเย็น ถิ่นทุเรียนนนท์ คนไทรม้า พื้นที่จำหน่ายทุเรียน

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนป้าต้อย-ลุงหมู ซึ่งเป็นสวนทุเรียนนนท์ GI จ.นนทบุรี ที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นการการันตีคุณภาพผัก-ผลไม้ท้องถิ่นของไทยที่ได้รับการคุ้มครองให้เป็นสิทธิของชุมชน ผ่านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ช่วยเพิ่มมูลค่าและยกระดับแบรนด์ของสินค้าไปสู่เวทีนานาชาติ โดยนายประยูร ได้หารือกับเกษตรกรถึง
ช่องทางการตลาดและการจำหน่ายผลผลิตทุเรียน พร้อมทั้งได้ตัดทุเรียนพันธุ์หมอนทองในสวน 2 ลูก ในพื้นที่หมู่ 3 ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี

ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมตลาดยามเย็นถิ่นทุเรียนนนท์ คนไทรม้า ซึ่งจัดเป็นพื้นที่ขายทุเรียนนนท์ และผลผลิตทางการเกษตรให้กับเกษตรกรในพื้นที่ จ.นนทบุรี ที่ลานวัดบางนา ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ด้วย

‘กรมการข้าว’หารือ’เดอะมอลล์กรุ๊ป’ เชื่อมโยงตลาดการจำหน่ายข้าวคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741768

'กรมการข้าว'หารือ'เดอะมอลล์กรุ๊ป' เชื่อมโยงตลาดการจำหน่ายข้าวคุณภาพ

‘กรมการข้าว’หารือ’เดอะมอลล์กรุ๊ป’ เชื่อมโยงตลาดการจำหน่ายข้าวคุณภาพ

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.37 น.

“กรมการข้าว”หารือ”เดอะมอลล์กรุ๊ป” เชื่อมโยงตลาดการจำหน่ายข้าวคุณภาพ ถกแนวทางขยายตลาดข้าวรักษ์โลก สู่ห้างฯค้าปลีกไทย

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายสานิตย์ จิตต์นุพงษ์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือการเชื่อมโยงตลาดการจำหน่ายข้าวคุณภาพ ภายใต้โครงการ “ข้าวรักษ์โลก” กับทีมงานบริหารสินค้าบริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ป (Gourmet Market) ได้แก่ นายบำรุง วงศ์พินิจ ผู้จัดการฝ่ายสรรหาสินค้า Gourmet Market และนายอภิสิทธิ์ รู้ยืนยง ผู้จัดการฝ่ายบริหารสินค้า Perishable ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารกรมการข้าว

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ข้าวรักษ์โลก BCG Model เป็นการผลิตข้าวที่คำนึงถึงนิเวศน์ และช่วยลดภาวะโลกร้อน ผ่านกระบวนการผลิตข้าวที่ทุกกิจกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้จุลินทรีย์ สารชีวภัณฑ์ ไม่เผาฟาง และใช้เทคนิคเปียกสลับแห้ง ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก และยังเป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่ BCG Model ด้วยผลผลิตปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการหารือในครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางการขยายตลาดข้าวรักษ์โลก สู่ ห้างฯค้าปลีกไทย เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการขายข้าวรักษ์โลก เพื่อขยายตลาดและฐานการผลิตข้าวคุณภาพสูง ต่อไป

“ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โดยการเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีคุณภาพ เช่น ข้าว กข43 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง สูงประมาณ 103 เซนติเมตร เป็นข้าวขาวที่โดดเด่นเรื่องดัชนีน้ำตาลระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ จึงช่วยให้ร่างกายอิ่มนาน เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

– 006

‘กรมข้าว’จับมือ’สำนักงานกองทุนหมู่บ้าน’ เตรียม Kick off ยกระดับกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวออกสู่ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741726

'กรมข้าว'จับมือ'สำนักงานกองทุนหมู่บ้าน' เตรียม Kick off ยกระดับกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวออกสู่ชุมชน

‘กรมข้าว’จับมือ’สำนักงานกองทุนหมู่บ้าน’ เตรียม Kick off ยกระดับกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวออกสู่ชุมชน

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.29 น.

“กรมข้าว”จับ”มือสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน” เตรียม Kick off ยกระดับกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวออกสู่ชุมชน ต่อยอดความสำเร็จโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ฯ ปี 2566

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมร่างแนวทางการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว ร่วมกับ นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และคณะ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 กรมการข้าว

นายณัฏฐกิตติ์ เปิดเผยว่า ตามที่กรมการข้าวได้มีแนวนโยบายที่มุ่งเน้นให้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพใช้ได้อย่างทั่วถึง ในปี 2566 กรมการข้าวจึงได้มีการจัดทำโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี2566 ขึ้น โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นการการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพในราคาถูก และจากการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการ แสดงให้เห็นว่าสามาถตอบสนองความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ดีของพี่น้องชาวนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการสามารถยกระดับประสิทธิภาพของผลผลิตให้คุณภาพมากขึ้นและมีศักยภาพการผลิตที่สูงขึ้น และสำหรับในวันนี้กรมการข้าวจึงได้มีการหารือร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อต่อยอดความสำเร็จของโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า การประชุมในวันนี้เป็นการหารือถึงความร่วมมือและกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างกรมการข้าวและกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ในการร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนโอกาสในการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่เกษตรกร ตรงกับความต้องการและทันต่อช่วงเวลาการเพาะปลูก โดยอาศัยกลไกของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นช่องทางการส่งเสริมการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ซึ่งมุ่งหวังที่จะร่วมกันสร้างระบบและช่องทางการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวไปสู่เกษตรกรให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนด้วยระบบกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พร้อมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อบูรณาการในการบริหารจัดการความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาระบบ กลไก ฐานข้อมูลในการบริหารจัดการการเพาะปลูกของเกษตรกร

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า การหารือถึงความร่วมมือการกระจายเมล็ดพันธุ์ในครั้งนี้จะส่งผลในอนาคตระยะยาว ที่จะสามารถกำหนดกรอบพื้นที่การปลูกข้าว พื้นที่การกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว รวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้พี่น้องในระดับหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้ใช้ประโยชน์ โดยในอนาคตอันใกล้จะจัดให้มีการแถลงข่าวถึงกรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการ และร่วมกัน Kick off เปิดตัวการดำเนินงานดังกล่าวในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ สำหรับชาวนาท่านใดที่คุณสมบัติตกหล่นหรือไม่เข้าข่ายในการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566 ในปีนี้ ยังมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการในปีถัดไป โดยให้รีบดำเนินการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อรักษาสิทธิ์ต่างๆ และเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

– 006

สวพส.ชูบ้านแม่วากจัดการน้ำพื้นที่สูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741604

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ( สวพส.) กล่าวว่าการดำเนินงานตามความต้องการของชุมชนบ้านแม่วาก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีการถอดบนเรียนกระบวนการเรียนรู้เพื่อวางแผนงานร่วมกับชุมชนในการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร วางแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มีความยั่งยืน พร้อมๆ กับการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นปลูกไม้ผลในระบบอนุรักษ์ดินและน้ำที่เน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วม การจัดทำแผนชุมชน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาสำคัญด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งความต้องการของชุมชนที่แท้จริงประเมินศักยภาพของชุมชน

รวมทั้งการจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินรายแปลง ในการสำรวจจัดทำฐานข้อมูลของชุมชน ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินรายแปลงของเกษตรกร จัดทำขอบเขตพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ทำกิน กระบวนการเก็บข้อมูล การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในด้านการวางแผนตามความต้องการของชุมชน ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านอาชีพเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ใช้เครื่องมือ GPS ให้เกษตรกรเดินรอบแปลงที่ทำกิน และบันทึกข้อมูลการใช้ประโยชน์พื้นที่และตรวจเช็คความถูกต้อง แบ่งปันการใช้ข้อมูลร่วมกัน เกิดเป็นแผนใช้ประโยชน์ที่ดินรายแปลงของเกษตรกร ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ชุมชนและหน่วยงานเห็นภาพบริบทชุมชนร่วมกัน เกิดการร่วมวิเคราะห์และวางแผนในการพัฒนาได้ตรงปัญหา

ขณะเดียวกัน สวพส.ร่วมคิดวิเคราะห์ ร่วมจัดทำแผนบูรณาการ กำหนดเป้าหมาย แผนงาน โครงการ กิจกรรมที่เหมาะสม ซึ่งพบว่าชุมชนให้ความสำคัญในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ชุมชนจะได้มีน้ำในการผลิตพืชทางเลือกในการทำอาชีพการเกษตรมากขึ้น พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายร่วมกันประกอบด้วย (1) สร้างรายได้รายวัน รายเดือน รายปี (2) ปลูกพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (3) สร้างพื้นที่สีเขียวในแปลงเกษตรและพื้นที่ป่าของชุมชน (4) สร้างป่าสร้างรายได้ (5) ลดปัญหาหมอกควัน

เขื่อนน้ำอูนเร่งรับมือ ไม่หวั่นฝนทิ้งช่วง-เอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741607

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายนรเศรษฐ์ ฤกษ์สงเคราะห์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน กรมชลประทาน กล่าวว่าโครงการฯ รับผิดชอบพื้นที่ 18 ตำบล 4 อำเภอใน จ.สกลนคร ได้แก่ อ.พังโคน อ.พรรณานิคม อ.เมือง และ อ.นิคมน้ำอูน ได้วางแผนรับมือภาวะฝนทิ้งช่วงและปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้ฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน 2566 เป็นต้นไป โดยดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และ 6 แนวทางปฏิบัติของกรมชลประทาน อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรการเก็บกักน้ำให้เต็มศักยภาพของเขื่อนและในแหล่งน้ำธรรมชาติให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ตั้งแต่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนน้ำอูนอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนรวมกันแล้วประมาณ 19.58 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ทำให้เขื่อนน้ำอูน ขณะนี้มีปริมาณน้ำ 236.75 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 45ของปริมาณเก็บกัก ใกล้เคียงกับปริมาณช่วงเดียวกันของปี 2565 ส่วนแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่มีปริมาณน้ำเฉลี่ยรวมกับประมาณร้อยละ 40 ของปริมาณการกักเก็บ เป็นไปตามแผนที่วางไว้

อย่างไรก็ดี การบริหารจัดการน้ำจะดำเนินการอย่างประณีตตามนโยบายของกรมชลประทานโดยจะใช้ประตูระบายน้ำของกรมชลประทานกักเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขงเร็วเกินไป พร้อมกันนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายของชุมชนต่างๆ รวมทั้งยังได้ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มผู้ใช้น้ำให้เก็บน้ำไว้ในแหล่งน้ำสำรองของตนให้ได้มากที่สุด เพื่อจะมีน้ำสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งปี 2566/67 ซึ่งปรากฏการณ์เอลนีโญ จะรุนแรงกว่าปีนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี

ทั้งนี้ พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน ไม่มีพื้นที่เสี่ยงต่อกรณีฝนทิ้งช่วง โดยวางแผนการจัดสรรน้ำในฤดูฝนปี 2566 ดังนี้ น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค 1.03 ล้านลบ.ม. น้ำเพื่อการเกษตร 96.75 ล้านลบ.ม. โดยจัดสรรให้ปลูกข้าวนาปี ในพื้นที่โครงการฯ น้ำอูน 192,999 ไร่และพื้นที่ห้วยปลายทาง 40,000 ไร่ รวม 232,999 ไร่ โดยการทำนาปีนั้นจะให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลัก ส่วนน้ำชลประทาน จะใช้กรณีฝนตกน้อยหรือฝนทิ้งช่วงเท่านั้น ซึ่งปริมาณต้นทุนที่มีอยู่เพียงพอใช้ตลอดฤดูฝนอย่างแน่นอน

สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือภาวะน้ำท่วมในฤดูฝนนั้น ขณะนี้ได้เตรียมแผนเผชิญเหตุไว้เรียบร้อยแล้ว โดยได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำเครื่องผลักดันน้ำ รถขุด รถแทรกเตอร์ฟาร์ม และเครื่องจักรสนับสนุนอื่นๆ เพื่อเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยและป้องกันพืชผลทางการเกษตรเสียหาย

‘อภัย’ถกคกก.ใน3ประเด็น การผลิต-ตลาดกระเทียมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741605

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดการการผลิตและการตลาดกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่ง ครั้งที่1/2566 มีเรื่องสำคัญในที่ประชุมดังนี้ ดังนี้ 1.สถานการณ์การผลิตและการตลาดกระเทียม หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่ง 2.สถิติการจับกุมการลักลอบนำเข้ากระเทียม หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่ง ปี 2566 และการตั้งงบประมาณลักษณะแบบบูรณาการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร

3.ผลการดำเนินงานตามแผนบริหารจัดการการผลิตมันฝรั่งทั้งระบบ และ 4.การเปิดตลาดสินค้าพืชหัวตามข้อผูกพันองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2567-2569 ได้แก่ กระเทียม เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ หัวพันธุ์มันฝรั่ง มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป และมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป

ปลัดฯร่วมประชุม หารือติดตามงาน กรมตรวจบัญชีฯ มุ่งพัฒนาศักยภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741612

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมติดตามงานและหารือข้อราชการร่วมกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ นายสุรเดช สมิเปรมรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์รวมทั้งผู้บริหารหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าการประชุมดังกล่าวเป็นการตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อติดตามการดำเนินงานและมอบแนวทางการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสหกรณ์ ทั้งระยะเร่งด่วนไปจนถึงระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและการพัฒนาภาคเกษตรไทยทั้งระบบ มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพและมีความพร้อมในการยกระดับระยะต่อไป

ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับบัญชีสหกรณ์เพื่อรองรับการใช้งานในแต่ละกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรและประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ SmartMeแอปพลิเคชั่นสำหรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ใช้บันทึกบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ เพื่อการวางแผนการใช้จ่ายและการประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ SmartMonitorแอปพลิเคชั่นสำหรับผู้สอบบัญชี ผู้กำกับดูแล และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและความผิดปกติทางการเงิน วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์ เฝ้าระวังและเตือนภัยทางการเงิน เป็นต้น

กรมข้าว แจ้งชาวนาขึ้นทะเบียนเกษตรกร เป็นขั้นตอนในการเข้าร่วมโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741433

กรมข้าว แจ้งชาวนาขึ้นทะเบียนเกษตรกร เป็นขั้นตอนในการเข้าร่วมโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ฯ

กรมข้าว แจ้งชาวนาขึ้นทะเบียนเกษตรกร เป็นขั้นตอนในการเข้าร่วมโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ฯ

วันอังคาร ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.24 น.

กรมข้าว แจ้งชาวนาขึ้นทะเบียนเกษตรกร เป็นขั้นตอนในการเข้าร่วมโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ฯ และเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการปลูกข้าว

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566 ที่มุ่งเน้นให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการเพาะปลูก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ และได้ปริมาณที่มากขึ้น ชาวนาสามารถจำหน่ายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้  โดยในปี 2566 เป้าหมายการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวอยู่ที่ 58,700 ตัน และคาดว่าจะดำเนินโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ต่อเนื่องกัน 3 ปี โดยเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขโดยเฉพาะเกษตรกรจะต้องเป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนการปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร ในปี 2564/65 และไม่ได้รับความช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวจากหน่วยงานของกรมการข้าวในปี 2565 – 2566 ซึ่งท่านใดที่คุณสมบัติตกหล่นหรือไม่เข้าข่ายในปีนี้ ยังมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการในปีถัดไป โดยให้รีบดำเนินการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อรักษาสิทธิ์ต่างๆ และเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเน้นย้ำว่า สำหรับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว การดำเนินงานมิใช่เป็นการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ให้ฟรี แต่เป็นการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวในราคาถูกกว่าท้องตลาด สำหรับราคาเมล็ดข้าวคุณภาพดีที่กรมการข้าวจะขายให้กับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการฯ แบ่งเป็น ข้าวขาวหอมมะลิ 105 กข15 ขายในราคากิโลกรัมละ 5 บาท ข้าวเหนียวและข้าวปทุมธานี1 กิโลกรัมละ 4 บาท และข้าวขาวกิโลกรัมละ 3 บาท 

ซึ่งขณะนี้ปริมาณเมล็ดข้าวขาวยังมีจำนวนมาก ดังนั้นพี่น้องชาวนาท่านใดที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการฯเพื่อมาซื้อและนำกลับไปเพาะปลูกได้ ทั้งนี้หากพี่น้องชาวนาท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อขอสมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ หรือศูนย์ข้าวชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน 

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการข้าวได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อบูรณาการร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้ประโยชน์จากข้อมูลแต่ละฝ่ายที่มีอยู่ รวมทั้งทำให้ข้อมูลที่ได้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน อาทิ ข้อมูลเตือนภัยธรรมชาติการระบาดของศัตรูข้าว และโรคไหม้ , ข้อมูลทะเบียนใบรับรองและหนังสืออนุญาตตามมาตรฐานข้าวคุณภาพ ,ข้อมูลศูนย์ข้าวชุมชน ข้อมูลพันธุ์ข้าวรับรอง , ข้อมูลส่งเสริมการเกษตรกรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) , ข้อมูลเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และที่สำคัญคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ที่จะเป็นข้อมูลสำคัญในการประกอบการรับสมัครเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566 ดังนั้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทะเบียนเกษตรกรกับทางกรมส่งเสริมการเกษตร จึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวของกรมการข้าวได้