‘สุรเดช’ร่วมประชุมอสป. พิจารณา3ประเด็นสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735357

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการองค์การสะพานปลา (อสป.)ครั้งที่ 4/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ) ที่ห้องประชุมองค์การสะพานปลา กรุงเทพมหานคร โดยมี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาในประเด็นสำคัญ ดังนี้1.ข้อเสนอแนวทางปรับปรุงองค์กรตามข้อสังเกตหรือประเด็นปัญหาจากการประเมินการดำเนินงานองค์การสะพานปลา 2.แผนบริหารความเสี่ยงองค์การสะพานปลา ปีงบประมาณ 2566 และ 3.ขอความเห็นชอบการจัดสรรกำไรสุทธิ ปีงบประมาณ 2566

จัดใหญ่วันข้าวฯ’66 โชว์ผลงานวิชาการ แจกเมล็ดพันธุ์ข้าว ซื้อคาร์บอนเครดิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735359

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้จัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนกลางจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2566 ที่กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายใต้ชื่องาน “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จากพระราชพิธีพืชมงคลฯ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล นอกจากนี้ยังจัดพิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นการสร้างสิริมงคล รำลึกถึงความสำคัญของข้าว

ในส่วนภูมิภาค จัดงาน 2 แห่ง คือ จ.พิษณุโลก ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก วันที่ 16-17 มิถุนายน 2566 และนครราชสีมา จัดขึ้นที่ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลนครราชสีมา ในวันที่ 22–23 มิถุนายน 2566 ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ที่สำคัญงานทั้ง 3 แห่ง เปิดโอกาสให้ชาวนา ผู้ที่สนใจ ได้รับความรู้ในเรื่องคาร์บอนเครดิต ซึ่งสามารถขายเป็นรายได้เสริม รวมทั้งเปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์โดยกรมการข้าว รับซื้อคาร์บอนเครดิต ตลอดจนจัดนิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การแสดงวิถีชีวิตชาวนา รวมทั้งวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Rice news Channel ด้วย

เริ่มแลัววันแรก! ‘กรมการข้าว’จัดใหญ่งานวันข้าวฯ66 จัดเต็มองค์ความรู้ด้านข้าว เพื่อพี่น้องชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735388

เริ่มแลัววันแรก! 'กรมการข้าว'จัดใหญ่งานวันข้าวฯ66 จัดเต็มองค์ความรู้ด้านข้าว เพื่อพี่น้องชาวนา

เริ่มแลัววันแรก! ‘กรมการข้าว’จัดใหญ่งานวันข้าวฯ66 จัดเต็มองค์ความรู้ด้านข้าว เพื่อพี่น้องชาวนา

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.41 น.

เมื่อวันที่ 5  มิถุนายน 2566 นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566  โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกร และประชาชน เข้าร่วมงานดังกล่าวอย่างล้นหลาม 
ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นายประยูร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านข้าวแก่ชาวนาและผู้สนใจทั่วไป นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตข้าว รวมถึงผลงานของกรมการข้าวด้านอื่น ๆ ที่ดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวนา ในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชนทั้งประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางให้ชาวนาได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์กับหน่วยงานราชการ เอกชน และชาวนาด้วยกัน

ด้าน นายณัฏฐกิตติ์ เปิดเผยว่า กรมการข้าวกำหนดจัดงาน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลางนั้น  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2566 ภายใต้ชื่องาน “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ , นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนาและสถาบันชาวนา , นิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน , การจัดเวทีเสวนาข้าวและชาวนาในหัวข้อต่าง ๆ การจำหน่ายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ โดยเป็นสินค้าประเภทข้าวสารและสินค้าแปรรูป อีกทั้งภายในงานยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่สนใจลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จากพระราชพิธีพืชมงคลฯ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตร

นอกจากนี้ กรมการข้าวยังจัดงานในส่วนภูมิภาคอีก 2 แห่ง ซึ่งจัดใหญ่ไม่แพ้กัน คือ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดนครราชสีมา โดยการจัดงานที่จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นที่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก  ในวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2566 และในจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นที่ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2566 โดยภายในงานจะขนขบวนนิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การแสดงวิถีชีวิตชาวนา วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับข้าวและชาวนา และที่สำคัญจะมีการถ่ายทอดสดบรรยากาศ กิจกรรมภายในงานให้ทุกท่านได้รับชม ผ่าน Facebook Fanpage “Rice news Channel” อีกด้วย

– 006

‘กรมหม่อนไหม’ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินคัาให้มีคุณภาพตลอดห่วงโซ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735370

‘กรมหม่อนไหม’ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินคัาให้มีคุณภาพตลอดห่วงโซ่

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.41 น.

กรมหม่อนไหมส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ผลิตสินค้าให้มีคุณภาพตลอดห่วงโซ่ เป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ทั้งการผลิตใบหม่อน รังไหม และเส้นไหมที่มีคุณภาพ

กรมหม่อนไหม ตอน 2 การพัฒนาการผลิตรังไหมและเส้นไหม https://youtu.be/_2GNdB5uAAc

กยท.จัดระบบตรวจสอบ แหล่งกำเนิดยางตามกฎEUDR

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735241

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า การตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดผลผลิตของผลิตภัณฑ์ยางพาราเป็นนโยบายสำคัญที่ กยท.มุ่งเน้น ซึ่งกระแสโลกกำลังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงประเทศผู้นำเข้ายางรายใหญ่ เช่น ยุโรปที่ออกกฎระเบียบ EU Deforestation-free Regulation (EUDR) คือผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจะต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผลิตด้วยวัตถุดิบมาจากพื้นที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า และไม่รุกล้ำป่าสงวนซึ่ง กยท.มีความพร้อมในเรื่องการจัดการระบบข้อมูลเกษตรกรชาวสวนยาง พื้นที่ปลูก สถาบันเกษตรกรผู้แปรรูปยางตลอดจนการจัดการระบบตลาดกลางยางพารา เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดของผลผลิตยาง ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการจัดการสวนยางอย่างถูกต้องตามหลักสากล

นายณกรณ์กล่าวต่อว่า ได้ตั้งเป้าหมายว่าไทยจะสามารถแสดงแหล่งกำเนิดของผลผลิตยางและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมดภายใน 2 ปีซึ่งที่ผ่านมา กยท.ดำเนินมาตรการที่สนับสนุนมาตรการตรวจสอบย้อนกลับอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ทำให้ทราบข้อมูลพื้นที่ปลูกของเกษตรกรฯ แต่ละราย โดยนำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS Rubber) ซึ่งสามารถแสดงที่ตั้งของสวนยาง ทำให้ทราบว่าพื้นที่ปลูกตั้งอยู่บนที่ดินมีเอกสารสิทธิในรูปแบบโฉนดหรือเอกสารสิทธิอื่นๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้านผลิตภัณฑ์แปรรูปยางของสถาบันเกษตรกรฯ ก็มีระบบเก็บข้อมูลสมาชิกและข้อมูลการรับซื้อยางของสหกรณ์ที่บันทึกข้อมูลทั้งปริมาณและคุณภาพของยางพาราที่นำมาขายให้กับสถาบัน ตลอดจนข้อมูลการซื้อขายยางพาราของตลาดกลางยางพาราทั้ง 8 แห่งของ กยท.ผ่านระบบ “Thai Rubber Trade” ที่พัฒนาขึ้น สามารถเชื่อมโยงข้อมูลยางของตลาดกลางยางพารา กยท.ทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งเทคโนโลยี Block chain ที่นำมาใช้ รองรับการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูล แหล่งที่มาของผลผลิตยางพาราได้

“ระบบมาตรฐานจัดการข้อมูลของ กยท.ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง จะสามารถรองรับการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดของผลผลิตยางพาราได้ ช่วยให้ผู้ซื้อยางทราบถึงแหล่งกำเนิด เป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเรื่องการส่งออกได้ เนื่องจากไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่เริ่มเตรียมความพร้อม และมีระบบรวบรวมข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและที่ตั้งของสวนยางแล้ว” นายณกรณ์ กล่าว

กรมข้าวเชิญร่วมงาน วันข้าว-ชาวนาช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735245

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้เตรียมจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยการจัดงานในส่วนกลางนั้น ในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2566 ที่กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายใต้ชื่องาน “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน”

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดงานวันข้าวและชาวนาที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 22–23 มิถุนายน 2566 จัดขึ้นที่ Korat Hall ชั้น 4 เซ็นทรัลนครราชสีมา ภายในงานจะมีการนำนิทรรศการด้านข้าวต่างๆ มากมาย มาจัดแสดง อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ 91 พรรษา นิทรรศการและสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าว การสาธิตจัดแสดงนวัตกรรมข้าวในรูปแบบต่างๆ และมีการนำเทคโนโลยีการผลิตข้าว รวมไปถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ มาจัดแสดงและสาธิตองค์ความรู้ เพื่อถ่ายทอดให้ผู้ที่สนใจนำไปปรับใช้ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกชิงรางวัลมากมาย อาทิ กิจกรรมประกวดหนุ่มข้าวเหนียว สาวข้าวหอม กิจกรรมการประกวดสุนทรพจน์ กิจกรรมการประกวดภาพถ่าย ระบายสี กิจกรรมการประกวดจัดสวนถาด ทั้งนี้ การจัดงานในส่วนภูมิภาค ยังมีการจัดขึ้นที่ จ.พิษณุโลก ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ในวันที่ 16-17มิถุนายน 2566 จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมงานครั้งนี้ด้วย

กรมประมงรับรองสินค้า‘ประมงธงเขียว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735242

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดงาน “Fisherman Shop Festival” โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุลปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ว่ากรมประมง ได้จัดตั้งร้านค้า Fisherman Shopเพื่อสนองนโยบายการตลาดนำการผลิต มุ่งหวังช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงและเกษตรกร กระจายสินค้าประมงคุณภาพสู่ผู้บริโภคซึ่งปัจจุบันขยายสาขาไปกว่า 121 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ ภายใต้การรับรองตราสัญลักษณ์ “ประมงธงเขียว” ซึ่งสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวประมงทั่วประเทศ มากถึง 84 ล้านบาท รวมทั้งกระจายรายได้สู่องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้แก่ชุมชน

ด้านนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ได้มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรชาวประมงอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ร้านค้า Fisherman Shopให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนให้เกิดการเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงคุณภาพผ่านตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว ที่การันตีความสด สะอาด ได้มาตรฐานปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากให้เข้มแข็งโดยภายในงานได้มีการคัดสรรร้านค้าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มาร่วมออกบูธมากกว่า 30 ร้านค้า โดยนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงซึ่งเป็นของดีของเด็ดประจำจังหวัด มาจำหน่ายกว่า 500 รายการ นอกจากนี้ กรมประมง ยังร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดส่งสินค้าของร้าน Fisherman Shop ในราคาสุดพิเศษด้วย

รองปลัดฯร่วมคกก. เสนอผลการศึกษา นักบริหารเกษตรฯ รับการเปลี่ยนแปลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735238

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ร่วมเป็นคณะกรรมการกิจกรรมการนำเสนอผลงานการศึกษากลุ่ม (Group Project) หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับสูง (นบส.) รุ่นที่ 83 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยกิจกรรมการนำเสนอผลงานการศึกษากลุ่มดังกล่าว ประกอบด้วย 8 กลุ่มปฏิบัติการ8 หัวข้อ ได้แก่ กลุ่มปฏิบัติการที่ 1สู้วิกฤตภัยแล้งด้วยเทคโนโลยี IoTทางเลือกที่ดีของเกษตรกรไทย กลุ่มปฏิบัติการที่ 2 กาแฟสร้างชีวิตตามแนวคิด BCG ด้วยวิถีเกษตรใหม่ กรณีศึกษา จ.น่าน กลุ่มปฏิบัติการที่ 3 ยกระดับผักอินทรีย์เพื่อสร้างมูลค่า สู่การเป็นผู้นำ ภูมิภาคอาเซียน กลุ่มปฏิบัติการที่ 4 พลิกวิกฤตอาหารสัตว์ไทยด้วยการขับเคลื่อน BSF สู่การเป็น HUB แมลงโปรตีนโลก

กลุ่มปฏิบัติการที่ 5 ไข่ผำพืชน้ำพื้นบ้านสู่อาหารแห่งอนาคต กลุ่มปฏิบัติการที่ 6 ยกระดับยางพาราไทยสู่ยางพาราโลกตามแนวทาง BCG Model กลุ่มปฏิบัติการที่ 7 พลิกโฉม “ปลาทองไทย” ทะยานไกลไปตลาดโลก และกลุ่มปฏิบัติการที่ 8 การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าเพื่อยกระดับปลานิลไทยรุกตลาดโลก

ทั้งนี้ นายเศรษฐเกียรติ ได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อกิจกรรมการนำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เนื้อหามีความครบถ้วนสมบูรณ์ และเน้นการบูรณาการเชื่อมโยงกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายของชาติในการบริหารจัดการภาคการเกษตรรับมือกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

‘กรมหม่อนไหม’ส่งเสริมศักยภาพการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และอนุรักษ์พันธุ์หม่อนและไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735151

‘กรมหม่อนไหม’ส่งเสริมศักยภาพการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และอนุรักษ์พันธุ์หม่อนและไหม

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.54 น.

กรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมและผลักดันเกษตรกรให้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างมีประสิทธิภาพ มีการแนะนำ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างใกล้ชิด ด้วยการลงพื้นที่และผ่านระบบ e-learning เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ

กรมหม่อนไหม ตอนที่ 1 การส่งเสริมศักยภาพการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และการอนุรักษ์พันธุ์หม่อนและพันธุ์ไหม https://youtu.be/OGG29U8sskk

จ.อุดรธานี หนุนชาวบ้านปลูกหญ้า ‘วิเศษพารากอน’ทางเลือกรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734676

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ 9 ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าฯ จ.อุดรธานี เดินทางมาเป็นประธานเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรล่ำซำหญ้าพารากอน หญ้ามหัศจรรย์ตัวใหม่สำหรับเกษตรกร โดยมีนายวรวุฒิ จันทร์ชัย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรล่ำซำหญ้าพารากอน (จวิ้นเฉ่า) นำชาวบ้านสมาชิกให้การต้อนรับ โดย รอง ผวจ.อุดรธานีกล่าวกับชาวบ้าน ห่วงว่าจะลักษณะของแชร์ลูกโซ่หรือมาหลอกชาวบ้านให้ปลูกเหมือนอย่างอื่น เช่น กระท่อมพอปลูกไม่มีที่รับซื้อ ทำให้ชาวบ้านเป็นหนี้เป็นสิน แต่เมื่อตรวจสอบทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ พบว่าจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน และมีบริษัทด้านอาหารสัตว์ระดับประเทศการันตีว่า รับซื้อไม่อั้น หากเป็นเช่นนั้นก็ดีใจแทนชาวบ้าน ปลูกแล้วทำรายได้ให้แก่ชาวบ้านทางหน่วยงานก็พร้อมยินดีสนับสนุน

นายวรวุฒิ จันทร์ชัย ประธานกลุ่มฯ เปิดเผยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เราตั้งขึ้นเพื่อปลูกหญ้าพารากอน ซึ่งหญ้าพารากอนนี้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่สำหรับชาวบ้าน ซึ่งทางบริษัทล่ำซำ เพาเวอร์แพร์ และบ.เบทาโกรร่วมมือกันและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ปลูกหญ้าตัวนี้ ถือว่าหญ้าพารากอนเป็นหญ้ามหัศจรรย์ที่ปลูกแล้วให้ค่าตอบแทนสูง โดยอัตราค่าตอบแทนต่อไร่ต่อปีได้เฉลี่ย 100 ตัน ซึ่งทางบริษัทรับประกันซื้อคืนตันละ 400 บาทต่อไร่ต่อปี เกษตรกรจะได้รายได้ประมาณ 40,000 บาทต่อไร่ต่อปีโดยหญ้าพารากอนเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่สำหรับเกษตรกร “ปัจจุบันมีสมาชิกรวมกลุ่มกันแล้ว 7 ราย มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 112 ไร่ ผลผลิตครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกเฉลี่ยแล้วรอบนี้รอบแรกปีนี้เราได้ผลผลิต 10 ตันต่อไร่

ปัจจุบันตอนนี้เรามีตลาดซึ่งเข้าร่วมกับทางกลุ่มขอผลผลิตกับเราแล้วที่แน่ๆ 3 แห่ง คือ กลุ่มอสค.และสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย และบริษัทเบทาโกร เขาสนใจผลผลิตหญ้าพารากอนจากเกษตรกรของเราแบบไม่อั้น ตอนนี้พืชเราแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ หากอายุเยอะจะมีบริษัทรับซื้อไปแปรรูปเป็นพลังงาน พืชที่อายุ 2-4 เดือน ก็จะตัดสดส่งให้อสค.ทำหญ้าหมักเอาไว้ให้โคนม อนาคตตนคาดว่าจะมีกลุ่มพลังงานมาติดต่อซื้อหญ้านำไปผลิตพลังงานต่อไป สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อได้โดยตรง08-7492-2709