‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยเมืองพิจิตร ชูข้าวรักษ์โลก BCG MODEL เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726098

'อธิบดีกรมข้าว'ลุยเมืองพิจิตร ชูข้าวรักษ์โลก BCG MODEL เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยเมืองพิจิตร ชูข้าวรักษ์โลก BCG MODEL เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.45 น.

“อธิบดีกรมข้าว” ลุย เมืองพิจิตร ชูข้าวรักษ์โลก BCG MODEL เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

22 เม.ย.2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าวเดินทางไปยัง จ.พิจิตร เพื่อพบปะหารือกับประธานศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรคของพี่น้องเกษตรกรศูนย์ข้าวชุมชน อีกทั้งเชิญชวนให้หันมาปลูกข้าวรักษ์โลก หรือการทำนาแบบ BCG Model คือการปลูกข้าวปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นการใช้สารจุลินทรีย์ และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมาเพิ่มประสิทธิภาพดิน ที่จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้ และตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร โดยมี​นายอัครสิชฌ์ มหาจิราศิริ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร เจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯ และประธานศูนย์ข้าวชุมชนให้การต้อนรับ ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร 

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า เราทำงานทุกวัน ไม่มีวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อพี่น้องชาวนา ต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่พี่น้องของเรา เราจะปฎิวัติการทำนาให้ยั่งยืน “เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน เราคือพี่น้องกัน เราจะไม่ทิ้งกันแน่นอน”

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรนำทีมติดตามงานวิจัยพัฒนาสายพันธุ์กัญชาจับมือ มทศ.ศึกษาวิจัยพืชเศรษฐกิจใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725888

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรนำทีมติดตามงานวิจัยพัฒนาสายพันธุ์กัญชาจับมือ มทศ.ศึกษาวิจัยพืชเศรษฐกิจใหม่

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรนำทีมติดตามงานวิจัยพัฒนาสายพันธุ์กัญชาจับมือ มทศ.ศึกษาวิจัยพืชเศรษฐกิจใหม่

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.55 น.

“ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน” รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นำทีมติดตามงานวิจัยพัฒนาสายพันธุ์กัญชา พร้อมกระชับความร่วมมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เตรียมศึกษาวิจัยพืชเศรษฐกิจใหม่ ที่มีศักยภาพในอนาคต 

วันที่ 21 เม.ย.66 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบหมายให้ ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายสุรกิตติ ศรีกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการผลิตพืช นายประเสริฐ อนุพันธ์ ที่ปรึกษากรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยนายขจรวิทย์ พันธุ์ยางน้อย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 อุบลราชธานี และคณะนักวิจัยของกรมวิชาการเกษตร ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะอาจารย์และนักวิชาการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในความร่วมมือทางด้านงานวิจัยพืชที่มีศักยภาพในอนาคตพร้อมติดตามการพัฒนาสายพันธุ์กัญชา

โอกาสนี้ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้มอบหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช (พ.ศ.2518) ให้แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กัญชาสายพันธุ์ฝอยทองสุรนารี 1, สุรนารี 2 และสุรนารี 3 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา อธิบการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ศาสตราจารย์ ดร.หนึ่ง เตียอำรุง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และคณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พร้อมคณะรับมอบ ณ ห้องสารนิเทศ อาคารบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในความสำเร็จของการพัฒนาสายพันธุ์กัญชาจนได้รับรองเป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช (พ.ศ. 2518) ถึง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กัญชาพันธุ์ฝอยทองสุรนารี 1 ที่มีลักษณะเด่นคือ ติดดอกและเมล็ดในช่วง 80-120 วัน ช่อดอกแห้งมีปริมาณสารสำคัญ ∆9-tetrahydrocannabinol (THC) ประมาณ 8–12 %% และ Cannabidiol (CBD) ประมาณ 0.3–0.5 ส่วนกัญชาพันธุ์สุรนารี 2 มีการออกดอกและติดเมล็ดในช่วง 80-120 วัน ซึ่งช่อดอกแห้งมีปริมาณสารสำคัญ ∆ 9 -tetrahydrocannabinol (THC) ประมาณ 8– 12 % และ Cannabidiol (CBD) ประมาณ 0.3–0.6 % ปลูกในโรงเรือนได้ผลผลิตช่อดอกแห้งประมาณ 180 กิโลกรัมต่อไร และกัญชาพันธุ์สุรนารี 3 ที่มีอายุ 120 วัน ซึ่งการปลูกในโรงเรือนได้ผลผลิตช่อดอกแห้ง 190-198 กิโลกรัมต่อไร่ ช่อดอกแห้งมีปริมาณสารสำคัญ ∆ 9 -tetrahydrocannabinol (THC) ประมาณ 6– 12 % และ Cannabidiol (CBD) ประมาณ 6 – 12 % โดยมีอัตราส่วน THC : CBD เท่ากับหรือใกล้เคียง อัตราส่วน 1:1.

กรมวิชาการเกษตรขอเชิญชวนให้เกษตรกรผู้ปลูก นักปรับปรุงพันธุ์พืชกัญชา กัญชง ที่มีสายพันธุ์ดี ยื่นขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช 2518 ได้ที่ สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร

“การลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากมีการติดตามความก้าวหน้าของการศึกษา วิจัย และพัฒนาพืชกัญชา กัญชง ภายใต้บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุน ส่งเสริมการใช้ประโยชน์พืชชนิดกัญชา กัญชง ทางการแพทย์และอุตสาหกรรมแล้ว ที่ประชุมยังได้ร่วมกันหารือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการในด้านพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของพื้นที่ เช่น ไข่ผำ มันสำปะหลัง และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เพื่อจะได้หาแนวทางในการร่วมกันศึกษา วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในอนาคตต่อไป” รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว – 003

‘อธิบดีกรมข้าว’รวมพลครอบครัวศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน ชวนร่วม BCG Model ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725872

'อธิบดีกรมข้าว'รวมพลครอบครัวศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน ชวนร่วม BCG Model ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต

‘อธิบดีกรมข้าว’รวมพลครอบครัวศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน ชวนร่วม BCG Model ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.18 น.

“อธิบดีกรมข้าว”รวมพลครอบครัวศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน ชวนร่วม BCG Model ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินสายติวเข้ม ผอ.ศูนย์ฯภาคอีสาน

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อพบปะหารือกับประธานศูนย์ข้าวชุมชน จาก 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนทั้งสิ้น 24 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนจากจังหวัดขอนแก่น จำนวน 13 ศูนย์ ศูนย์ข้าวชุมชนจากจังหวัดอุดรธานี จำนวน 7 ศูนย์ ศูนย์ข้าวชุมชนจากจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 2 ศูนย์ และศูนย์ข้าวชุมชนจากจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 2 ศูนย์ โดยได้ร่วมหารือกันถึงแนวทางการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model ณ ศูนย์เมล็ดพันธ์ุข้าวขอนแก่น

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยภายหลังการหารือดังกล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่หารือในครั้งนี้ เป็นการพบปะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และรับฟังถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกษตรกรกำลังประสบ พร้อมแนะแนวทางการแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบ BCG Model ที่เป็นการทำนาแบบประณีต เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี และยาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์และสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก อีกทั้งนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และเน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริมต่อไป

หลังจากนั้นอธิบดีกรมการข้าว ได้ประชุมติดตามกำกับงานตามนโยบายกรมการข้าว และเข้าตรวจรับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับฟังปัญหา อุปสรรคในการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงได้ให้ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนโครงการสำคัญของกรมการข้าวให้ไปสู่เป้าหมาย โดยเน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ยึดมั่นในประโยชน์ที่พี่น้องชาวนาจะได้รับเป็นหลัก เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

เกษตรฯประชุมร่วม คกก.สิ่งแวดล้อมฯ ประเมินผลกระทบ สร้างปตร.กรงปินัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724948

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นผู้แทน ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม

ในการนี้ สำหรับผลการประชุมที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯมีสาระสำคัญ ดังนี้ กรมชลประทาน เสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการประตูระบายน้ำ(ปตร.) กรงปินัง จ.ยะลา ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ และให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไข และมาตรการติดตามตรวจสอบ รวมทั้งแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) พร้อมตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการตามมาตรการฯ และนำความเห็นของที่ประชุมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกอบการพิจารณา ตามมาตรา 49 และมาตรา 51/6 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ต่อไป

‘อภัย’ขับเคลื่อนคาร์บอนเครดิตเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724949

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานกำหนดนโยบายขับเคลื่อนคาร์บอนเครดิตสำหรับภาคการเกษตร ครั้งที่ 1/ 2566 พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอแนวทางการส่งเสริมเกษตรกรตามนโยบายขับเคลื่อนคาร์บอนเครดิตสำหรับภาคการเกษตร เพื่อคำนวณปริมาณคาร์บอนที่เกิดจากระบบการผลิตในสินค้าเกษตรรวมถึงการรวบรวมเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรม และการศึกษาวิจัยเพื่อส่งเสริมการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระบบการผลิต ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเกษตรกรเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต

อนึ่ง ได้มีคำสั่งกระทรวงเกษตรฯ ที่ 921/2565 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดนโยบายขับเคลื่อนคาร์บอนเครดิตสำหรับภาคการเกษตร โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานคณะทำงานมีคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้รับมอบหมาย รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รองอธิบดีกรมการข้าว รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รองอธิบดีกรมประมง และรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นต้น และมี ผอ.สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผู้แทนสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นคณะทำงานและเลขานุการร่วม โดยมีอำนาจหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ กำหนดนโยบาย รวมถึงเสนอรูปแบบและแนวทางการขับเคลื่อนคาร์บอนเครดิตสำหรับภาคการเกษตร

กรมการค้าภายในลุย ‘Fruit Festival 2023’ นำผู้ประกอบการซื้อมะม่วง เปิดจุดขายทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724530

กรมการค้าภายในลุย 'Fruit Festival 2023' นำผู้ประกอบการซื้อมะม่วง เปิดจุดขายทั่วไทย

กรมการค้าภายในลุย ‘Fruit Festival 2023’ นำผู้ประกอบการซื้อมะม่วง เปิดจุดขายทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.12 น.

กรมการค้าภายในลุย Fruit Festival 2023 พร้อม อมก๋อยโมเดล นำผู้ประกอบการรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกร ตั้งแต่ช่วงต้นฤดู ก่อนนำเปิดจุดจำหน่ายทั่วประเทศ นำร่องซื้อมะม่วงพิษณุโลก-พิจิตร ก่อนขยายรับซื้อในพื้นที่จังหวัดอื่น มั่นใจดันราคาให้อยู่ในเกณฑ์ดีกว่าปีที่ผ่านมา 

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เดินหน้าโครงการ “อมก๋อย โมเดล” และโครงการ “Fruit Festival 2023” พร้อมกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลผลิตปี 2566 โดยได้นำผู้ประกอบการผู้ส่งออก และห้างค้าส่ง-ค้าปลีก จำนวน 12 ราย ได้แก่ ห้าง แม็คโคร บิ๊กซี โลตัส เดอะมอลล์ และ ท็อปส์ บริษัท เรด เลม่อน จำกัด บริษัท เอ็ม ที ฟรุ๊ตแลนด์ จำกัด บริษัท นานา ฟรุ๊ต จำกัด บริษัท สตูดิโอ จีบาร์ จำกัด บริษัท แอลเคมมิสท์ จำกัด บริษัท มิสเตอร์ฟรุ๊ตตี้ จำกัด และบริษัท วันพิษณุโลก จำกัด รับซื้อผลผลิตมะม่วงปริมาณกว่า 16,000 ตัน ในราคานำตลาดจากเกษตรกร จำนวน 10 กลุ่ม 7 อำเภอ 2 จังหวัด ได้แก่ จ.พิจิตร กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วง อ.สากเหล็ก (ต.คลองทราย ต.วังทับไทร) อ.เมือง (ต.บ้านบุ่ง) อ.ดงเจริญ (ตำบลสำนักขุนเณร) อ.วังทรายพูน (ต.หนองปลาไหล ต.วังทรายพูน) และจ.พิษณุโลก กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วง อ.เมือง (ต.บ้านคลองวังเรือ) อ.วังทอง (ต.ชัยนาม) อ.เนินมะปราง (ต.บ้านวังน้ำบ่อ ต.บ้านลำภาศ)

ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้เชื่อมโยงผู้ประกอบการในส่วนท้องถิ่น เช่น ชมรมทายาทท้องถิ่น เข้าไปรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกร แล้วนำมาเปิดจุดจำหน่ายในห้างท้องถิ่นทั่วประเทศ และเข้าไปรับซื้อ เพื่อนำมาจำหน่ายในโมบายพาณิชย์ 100 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้วย โดยจะเป็นการเปิดจุดจำหน่ายในชื่อ Fruit Festival 2023 เพื่อช่วยหาตลาดและระบายผลผลิตมะม่วงให้กับเกษตรกร และจะมีการจัดงานใหญ่ในส่วนของ Fruit Festival 2023 เพื่อช่วยระบายผลผลิตผลไม้ในภาพรวม และกระตุ้นให้มีการบริโภคผลไม้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง 

“ผลจากการที่กรมฯ นำผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อผลผลิตมะม่วงฟ้าลั่น ตั้งแต่ต้นฤดูและกระจายออกนอกแหล่งผลิตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคามะม่วงฟ้าลั่นในปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 10-12 บาท สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ กก.ละ 6-7 บาท ส่วนมะม่วงน้ำดอกไม้ ปัจจุบันอยู่ที่ กก.ละ 30-40 บาท สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ กก.ละ 15-20 บาท โดยกรมฯ จะเดินหน้าผลักดันใช้อมก๋อย โมเดล เชื่อมโยงผู้ซื้อไปรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงอย่างต่อเนื่อง และนำผลผลิตไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภคต่อไป และมั่นใจว่าราคามะม่วงปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์ดี”นายวัฒนศักย์กล่าว
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ในนปี 2566 กรมฯ คาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตมะม่วงในภาพรวมจะมีปริมาณรวม 1.34 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% จึงได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือ และได้เริ่มลงพื้นที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตมะม่วง และหาทางช่วยเหลือล่วงหน้า ซึ่งในปีนี้พบว่าผลผลิตออกช้ากว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดมากในช่วงกลางเดือนเม.ย.2566 เป็นต้นไป 

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกปี 2566 โดยมีมาตรการทั้งสิ้น 22 มาตรการ ดูแลตั้งแต่การผลิต การตลาดในประเทศ ต่างประเทศ และด้านกฎหมาย เพื่อดูแลผลผลิตผลไม้ที่คาดว่าจะออกสู่ตลาดประมาณ 6.78 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3% โดยได้เตรียมมาตรการหาตลาดล่วงหน้าไว้รวมกว่า 700,000 ตัน และตั้งเป้าผลักดันการส่งออกผลไม้สดและแปรรูป 4.44 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 10% รวมทั้งได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ผู้ประกอบการผลไม้ ผู้แทนเกษตรกร ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง สถานีบริการน้ำมัน โลจิสติกส์ สายการบิน ผู้แทนสถาบันการเงิน เพื่อเตรียมพร้อมมาตรการดูแลผลไม้ ปี 2566 ไว้แล้ว
 

รองปลัดฯประชุมคณะทำงาน เตรียมพระราชพิธีพืชมงคลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724236

วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานฝ่ายฝึกซ้อมพระยาแรกนา เทพี คู่เคียง และผู้อัญเชิญเครื่องอิสริยยศ และพระแสงปฏัก พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกพระยาแรกนา ในคณะทำงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 1/2566 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดฯ และคณะทำงานฯ เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ผู้อัญเชิญเครื่องอิสริยยศ และคู่เคียงพระยาแรกนาในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2566 รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนำขวัญประจำปี 2566 และผู้ที่ทำหน้าที่พระยาแรกนา เทพี ผู้อัญเชิญเครื่องอิสริยยศ และคู่เคียงพระยาแรกนา และรับทราบการนำความกราบบังคมทูลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแนวทางการดำเนินการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลฯ

กระทรวงเกษตรฯครบ131ปี ‘เฉลิมชัย’มุ่งบริการภาครัฐดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724231

วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรฯ ครบรอบ131 ปี ก่อนหน้านี้ โดยมีพิธีมอบต้นไม้ลดฝุ่นละอองภายใต้โครงการ Green City by MOAC ของกระทรวงเกษตรฯ นิทรรศการแสดงผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรของหน่วยงานในสังกัด พิธีสงฆ์ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

ทั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ได้เป็นประธานเปิดงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรฯ ครบรอบ 131 ปี MOAC Digital Transformationภายใต้แนวคิด “กระทรวงเกษตรฯ มุ่งสู่บริการภาครัฐดิจิทัลเพื่อเกษตรกร” โดยเฉพาะยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 เพื่อมุ่งสู่บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ทั้งในส่วนของการพัฒนาระบบการปฏิบัติงานของหน่วยงานให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และการตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการใช้งานวิจัยนำมาขยายผลให้ใช้ได้จริง

รมว.เกษตรฯ กล่าวต่อว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ มีความก้าวหน้าและมีการพัฒนาด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเข้าไปดูแลผลผลิต เรื่องของคุณภาพและการหาตลาด ทำให้พี่น้องเกษตรกรสามารถขายสินค้าได้ราคาและมีตลาดรองรับที่แน่นอน โดยมุ่งเน้นว่าสินค้าเกษตรต้องมีความปลอดภัย นอกจากนี้ จะต้องใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และงานวิจัย เข้ามาช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต การรักษาคุณภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

จากนั้น ดร.เฉลิมชัย ได้เป็นประธานในพิธีมอบต้นไม้ลดฝุ่นละอองภายใต้โครงการ Green City by MOAC ของกระทรวงเกษตรฯ ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจในสังกัด และผู้บริหารองค์การมหาชนในกำกับของกระทรวงเกษตรฯ 22 หน่วยงาน เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้เกิดความร่วมมือในการแก้ปัญหามลพิษจากฝุ่นละออง ได้แก่ไม้ตระกูลคล้า ไม้ตระกูลเฟิร์น และเศรษฐีเรือนในรวม 1,118 ต้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรของหน่วยงานในสังกัด อาทิ แอปพลิเคชั่นการจัดการดินและปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ระบบตรวจติดตามการระบาดศัตรูพืช การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการเกษตรกร เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นทุ่มเทของกระทรวงเกษตรฯ ในการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการด้านการเกษตร รวมถึงส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น รวบรวมเป็นองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีการเกษตร ให้เกษตรกรนำไปใช้ส่งเสริมประสิทธิภาพ การผลิต การแปรรูป และการตลาด นำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

ปลัดเกษตรฯผุดไอเดีย อบรมภาษาต่างประเทศ ผู้ประกอบการในอ.ต.ก. เพิ่มทักษะสู่ตลาดสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724229

วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการร้านค้าในตลาด อ.ต.ก.” ว่าโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพผู้ประกอบการร้านค้าและผู้เกี่ยวข้องภายในตลาด อ.ต.ก.โดยเฉพาะทักษะด้านการใช้ภาษา เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

“โครงการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการร้านค้าในตลาด อ.ต.ก.เน้นให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้เรียนรู้ภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น เพื่อให้สามารถสื่อสารในเบื้องต้นและจำหน่ายสินค้าได้ โดยมีการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์จากวิทยากรที่มาบรรยายและฝึกปฏิบัติ เพื่อจะได้นำความรู้ไปปรับใช้ในการขายสินค้าเกษตรต่อไป”นายประยูร กล่าว

ด้านนายปณิธาน มีไชยโยผู้อำนวยการ อ.ต.ก.กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องมีทักษะในการสื่อสารด้านภาษาต่างประเทศเบื้องต้นด้านสินค้าเกษตร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ทั้งนี้ การอบรมฯได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้เกี่ยวข้องในตลาด อ.ต.ก.รวมทั้งสิ้น 50 คน ซึ่งการอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น มาให้ความรู้ทั้งการอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ มีการฝึกสนทนาและพบปะนักท่องเที่ยวที่มาซื้อสินค้าภายในบริเวณตลาด อ.ต.ก.

กรมข้าวชวนชาวนาเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724235

วันศุกร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญกับชาวนา โดยช่วยเหลือผ่านโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ที่มุ่งเน้นให้เปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการเพาะปลูก ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้มีคุณภาพและได้ปริมาณมากขึ้น สามารถจำหน่ายข้าวเปลือกในราคาที่สูงขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเป้าหมายการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว อยู่ที่ 58,700 ตัน คาดว่าจะดำเนินโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวต่อเนื่องกัน 3 ปี สำหรับเกษตรกรที่ปีนี้คุณสมบัติตกหล่นหรือไม่เข้าข่ายยังมีโอกาสเข้าร่วมโครงการปีถัดไปโดยขอให้รีบดำเนินการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อรักษาสิทธิ์ต่างๆ และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวถึงการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ว่าขณะนี้โครงการฯ ยังเปิดรับสมัครให้ชาวนาที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยมีเป้าหมายในการรับสมัครชาวนาที่จะเข้าร่วมเข้าโครงการ 205,965 รายพื้นที่เป้าหมาย 3,913,333 ไร่ ขณะนี้มีชาวนา สมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 56,394 ราย พื้นที่ 714,469.21 ไร่ นอกจากนี้ยังดำเนินการขายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้กับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการไปแล้ว 10,825,690 ตันจากเป้าหมาย 58,700 ตัน

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวอีกว่าสำหรับราคาเมล็ดข้าวคุณภาพดีที่จะขายให้กับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการฯ ในราคาถูก แบ่งเป็นข้าวขาวหอมมะลิ 105 กข15 ขายในราคากิโลกรัมละ 5 บาท ข้าวเหนียวและข้าวปทุมธานี 1 กิโลกรัมละ 4 บาท และข้าวขาวกิโลกรัมละ 3 บาท ทั้งนี้ ชาวนาท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อขอสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ หรือศูนย์ข้าวชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน และผู้นำชุมชน