‘กรมส่งเสริมการเกษตร’หนุนเกษตรกรปลูกหม่อนตัดใบ สร้างรายได้เพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726546

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’หนุนเกษตรกรปลูกหม่อนตัดใบ สร้างรายได้เพิ่ม

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.26 น.

เกษตรกรในพื้นที่ ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ส่วนใหญ่ทำไร่มันสำปะหลัง เพียงอย่างเดียว ส่งผลให้มีรายได้น้อย และมีต้นทุนการผลิตสูง จึงหันมาปลูกหม่อนตัดใบ เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม สร้างความมั่นคงให้คนในครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น

ตอนที่ 5 ปลูกหม่อนตัดใบ ลงทุนครั้งเดียว เก็บเกี่ยวได้ปีละ 6 ครั้ง https://youtu.be/8-wlzEKQMb4

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’พาล่องใต้ จุดเริ่มต้นจากระบบน้ำในสวน สู่ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพจากแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726513

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’พาล่องใต้ จุดเริ่มต้นจากระบบน้ำในสวน สู่ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพจากแดนใต้

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 11.13 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พาไปล่องใต้ถึงแปลงกาแฟ ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งเป็นแปลงต้นแบบในการวางแผนระบบน้ำในสวนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมการออกดอกของกาแฟ ทำให้ต้นกาแฟได้รับน้ำเพียงพอต่อความต้องการ และที่สำคัญช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตทั้งในเรื่องของน้ำ และไฟอีกด้วย และวันนี้เราก็ได้มาอยู่กับพี่ กนกวรรณ หวังโชคผดุง เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ที่จะมาพูดถึงเคล็ดลับ ในการปลูกกาแฟ แบบใช้น้ำน้อย แต่คุณภาพเกินคาด

ตอนที่ 4 จุดเริ่มต้นจากระบบน้ำในสวน สู่ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพจากแดนใต้ https://youtu.be/QE2OpY1-5AY

รองปลัดฯอบรมหลักสูตร นักบริหารพัฒนาการเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726417

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับสูง (นบส.) รุ่นที่ 83” และบรรยายพิเศษหัวข้อ “ยุทธศาสตร์และนโยบายของ รมว.เกษตรฯ” โดยมีผู้เข้าร่วม 116 คน ซึ่งนายเศรษฐเกียรติ กล่าวถึงกรอบ 5 ยุทธศาสตร์และ 15 นโยบายสำคัญของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เพื่อใช้เป็นกรอบในการพัฒนาและแก้ปัญหาภาคการเกษตร และนำนโยบายไปเชื่อมโยงบูรณาการและปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ศักยภาพ สภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งกรอบ 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 2.ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 3.ยุทธศาสตร์ 3S คือ Safety-Security- Sustainability 4.ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน และ 5.ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา

ทั้งนี้ ได้ให้ปี 2566 เป็นปีที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรม อาทิ การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร, การเร่งผลักดันการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร, การเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การดำเนินนโยบายของกระทรวงเกษตรฯให้ทั่วถึง,การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร, การส่งเสริมเกษตรปลอดภัย, การผลักดันค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.), การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ,การเร่งขับเคลื่อน BCG Model ไปสู่การปฏิบัติให้สัมฤทธิผลตามเป้าหมายของนโยบายรัฐบาล, ส่งเสริมความรู้พืชเศรษฐกิจใหม่ผลักดันไทยเป็นครัวโลก, การผลักดันให้กระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงเศรษฐกิจอย่างแท้จริง, การปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้และการให้ความสำคัญกับเกษตรกรเหมือนคนในครอบครัว

‘เฉลิมชัย’รณรงค์ป้องกัน จัด‘ครอบครัวปศุสัตว์เคลื่อนที่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726414

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานรณรงค์ป้องกันโรคและเสริมสร้างสุขภาพปศุสัตว์ (ครอบครัวปศุสัตว์เคลื่อนที่) โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์วิทยา เขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ซึ่งงานดังกล่าวกรมปศุสัตว์ จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้เกษตรกรตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค โดยการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะโรคที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ เช่นโรคปากและเท้าเปื่อย โรคลัมปีสกินโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย การปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลฟาร์มการเลี้ยงสัตว์ตามหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) การดูแลสุขภาพสัตว์ขั้นต้นเมื่อสัตว์มีอาการเจ็บป่วยการเลือกชนิดและสายพันธุ์ปศุสัตว์ที่ทนทานต่อโรคและแมลงในพื้นที่การให้อาหารสัตว์ที่ถูกต้องตามโภชนศาสตร์สัตว์ เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคที่ดีรวมถึงการนำผลิตผลจากการเลี้ยงสัตว์ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างถูกสุขอนามัย สร้างความปลอดภัยต่อสุขภาพสัตว์เกษตรกรและผู้บริโภค

ทั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จากทุกอำเภอของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาเข้ารับบริการไม่น้อยกว่า 750 ราย และมีเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานโดยมาจากหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในพื้นที่ปศุสัตว์เขต 7

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า กรมปศุสัตว์ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรตั้งแต่ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง มีการดูแลและควบคุมการเลี้ยงสัตว์ ทั้งด้านสุขภาพการบำบัดโรคการบำรุงพันธุ์การควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์สถานพยาบาลสัตว์ โรคระบาดสัตว์การปศุสัตว์ ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งงานรณรงค์ป้องกันโรคฯครั้งนี้ เป็นที่แรกและจะมีการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวนับได้ว่าเป็นโครงการที่ดีที่ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโดยการฉีดวัคซีนโรคที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ซึ่งพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่อันดับต้นๆ ของประเทศไทย ในเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กรมปศุสัตว์ จึงจัดกิจกรรมผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยตั้งเป้าให้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยง เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศในฤดูการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจใน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ปลัดเกษตรฯถก มาตรการบริหาร จัดการผลไม้ปี’66 รับทราบการผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726412

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าผลไม้ ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เข้าร่วมประชุมแนวทางมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศทุกสำนักงาน เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล Zoom Cloud Meeting โดยมี ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสรุปสถานการณ์การผลิตผลไม้ ปี 2565 ผลการดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 และมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566รวมทั้ง การนำเสนอข้อมูลความเห็นและข้อเสนอแนะในส่วนที่เกี่ยวข้องตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2566

เกษตรฯร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726415

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผวจ.อ่างทอง เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2566 และวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2566 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม

ในการนี้ ผวจ.อ่างทอง กล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริต่างๆ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ และเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2566 ทางจังหวัดอ่างทอง ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทาน มาจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ได้แก่ การปลูกต้นไม้ การกำจัดผักตบชวาในลำรางสาธารณะ การทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา การทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ การฝึกอาชีพย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ ได้แก่ คราม และต้นมะพลับ (ต้นไม้ประจำจังหวัด) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ให้แก่ประชาชนจิตอาสาที่สนใจ 50 คน และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว200,000 ตัว ปลาชะโอน 19 ตัว และกุ้งก้ามกราม 2,000 ตัว ที่ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านยางกลาง ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง โดยการจัดกิจกรรมจิตอาสามีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 350 คนเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

‘กรมข้าว’จ่อร่วมภาคเอกชน ส่งเสริมขาย’คาร์บอนเครดิต’ เพิ่มรายได้เสริมให้ชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726468

'กรมข้าว'จ่อร่วมภาคเอกชน ส่งเสริมขาย'คาร์บอนเครดิต' เพิ่มรายได้เสริมให้ชาวนา

‘กรมข้าว’จ่อร่วมภาคเอกชน ส่งเสริมขาย’คาร์บอนเครดิต’ เพิ่มรายได้เสริมให้ชาวนา

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 20.42 น.

24 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ให้การต้อนรับ ผู้แทนบริษัท Wave BCG  ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือถึงแนวทางความร่วมมือในการรับซื้อคาร์บอนเครดิตในนาข้าว เพื่อเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางในการยกระดับรายได้ให้กับชาวนา ซึ่งทางบริษัทมีเป้าหมายในการส่งเสริมการรับซื้อคาร์บอนเครดิตจากเกษตรกร ณ ห้องประชุม สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ จ.สุพรรณบุรี

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของตลาดคาร์บอนเครดิตที่พี่น้องชาวนาจะได้รับ จึงได้มีการเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชาวนา เพื่อทำความเข้าใจถึงคำว่าคาร์บอนเครดิต และสร้างความตระหนักรู้ถึงประโยชน์ที่พี่น้องชาวนาจะได้รับหากมีการทำคาร์บอนเครดิตขึ้น โดยขณะนี้กรมการข้าวได้มีการนำร่องพื้นที่ในการสร้างรายได้จากการทำคาร์บอนเครดิตให้ชาวนาในจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นที่แรก

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า กรมการข้าว โดยสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ได้เข้ามาส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตให้กับชาวนาในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งถือเป็นจังหวัดนำร่องที่จะส่งเสริมและสร้างการรับรู้ถึงข้อดีและประโยชน์ที่ชาวนาจะได้รับจากการสร้างคาร์บอนเครดิต โดยได้นำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา

ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ นอกจากนั้นหลังการเก็บเกี่ยวกรมการข้าวยังตั้งเป้าในการรณรงค์ให้ชาวนาลดการเผาตอซังข้าว ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริมได้ 

สำหรับชาวนาท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมถึงการขายคาร์บอนเครดิตได้ที่  ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ เว็บไซต์กรมการข้าว และ Facebook Fanpage Rice News Chann.012

‘อธิบดีฯณัฏฐกิตติ์’ลงพื้นที่พบพี่น้องศูนย์ข้าวฯเพชรบูรณ์ ชวนร่วม BCG Model ปฎิวัติการทำนาแบบยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726171

'อธิบดีฯณัฏฐกิตติ์'ลงพื้นที่พบพี่น้องศูนย์ข้าวฯเพชรบูรณ์ ชวนร่วม BCG Model ปฎิวัติการทำนาแบบยั่งยืน

‘อธิบดีฯณัฏฐกิตติ์’ลงพื้นที่พบพี่น้องศูนย์ข้าวฯเพชรบูรณ์ ชวนร่วม BCG Model ปฎิวัติการทำนาแบบยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.37 น.

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อพบปะพี่น้องชาวนา/เกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนฯ โดยมี น.ส.ชวนชม ดีรัศมี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก พร้อมด้วย สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองผักบุ้งพัฒนา ต.นายม อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผมได้รับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคที่ชาวนากำลังประสบ พร้อมได้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำนา โดยให้หันมาปลูกข้าวรักษ์โลกในรูปแบบ BCG Model ที่เป็นการทำนาแบบประณีต เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังแนะให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก ที่จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตได้ต่อไป

“ผมไม่มีคำว่าวันเสาร์-อาทิตย์ ผมลงพื้นที่พบปะพี่น้องตลอด ไม่ใช่แค่นั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์เท่านั้น เพราะ พวกเขาคือครอบครัวของผม เราต้องฟังเสียงของประชาชนแล้วนำมาแก้ปัญหา เราจะต้องสร้างความเข้มแข็งให้พี่น้องของเรา “เราจะไม่ทิ้งกัน”

– 006

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ส่งเสริมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ผลผลิตงาม สร้างรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726169

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ส่งเสริมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ผลผลิตงาม สร้างรายได้เกษตรกร

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.27 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ ส่งเสริมสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร เนื่องด้วยสภาพพื้นที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกและน้ำสำหรับการเกษตรมีไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง ทำให้เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวนาปรังที่ใช้น้ำในการเพาะปลูกมากมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ใช้น้ำน้อยกว่าแทน สามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ดีกว่าการปลูกข้าว

DOAE ตอนที่ 3 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งให้ผลผลิตงาม ด้วยระบบน้ำหยด สร้างรายได้แก่เกษตรกร https://youtu.be/Ti1zG8_m_HA

ผู้ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ หนุนเร่งแก้ปัญหาหมูเถื่อน สาวให้ถึงผู้บงการตัวจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726113

ผู้ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ หนุนเร่งแก้ปัญหาหมูเถื่อน สาวให้ถึงผู้บงการตัวจริง

ผู้ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ หนุนเร่งแก้ปัญหาหมูเถื่อน สาวให้ถึงผู้บงการตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566, 22.27 น.

22 เม.ย.66 รายงานข่าวจากกลุ่มบริษัทผู้ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ ระบุว่า ผู้ให้เช่าตู้คือหนึ่งในผู้เสียหายจากขบวนการนำเข้าหมูเถื่อน และพร้อมให้ความร่วมมือภาครัฐในการแก้ปัญหา ขณะเดียวกันก็ต้องการแก้ปัญหาตู้ของบริษัทที่ตกค้างหน้าท่า เพื่อให้สามารถนำออกมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติโดยเร็ว (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผงะ!!!เจอ‘หมูเถื่อน’4 ล้านกก. ซุกตู้ตกค้างท่าเรือแหลมฉบัง)

กลุ่มบริษัทดังกล่าวตัดสินใจหลังจากมีข่าวการพบหมูเถื่อนจำนวนมหาศาลถึงกว่า  4.5 ล้านกิโลกรัมในตู้ตกค้างจำนวน 161 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบังดังที่กรมศุลกากรแถลงเนื่องจากผู้ประกอบการให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์เป็นหนึ่งในห่วงโซ่ที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน

ทั้งนี้ หนึ่งในบริษัทที่มีตู้ตกค้างในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เปิดเผยว่า ได้รับงานจากบริษัทชิปปิ้งในนาม“บุคคล” ไม่ใช่นิติบุคคล แต่จนถึงขณะนี้ไม่สามารถติดต่อให้มาทำพิธีการตรวจปล่อยทางศุลกากรได้เป็นเวลา 7-8 เดือนแล้ว ทำให้บริษัทฯ จำต้องทิ้งตู้ไว้ที่ท่าเรือ โดยมีภาระค่าเช่าพื้นที่ในการวางตู้ รวมถึงค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นทั้งค่าใช้จ่ายและค่าเสียโอกาส โดยสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 8 ตู้ที่ตกค้างนั้นเป็นชิ้นส่วนเนื้อสุกรหัวไหล่นำเข้าจากประเทศบราซิล และหากต้องทำลายสินค้าผิดกฏหมายเหล่านั้น บริษัทผู้ให้เช่าตู้ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำลายด้วย 

ภายใต้ข้อกำหนดของกรมศุลกากรกรณีสินค้าตกค้าง ระบุให้ตัวแทนออกของ(ชิปปิ้ง) มาทำพิธีการตรวจปล่อยภายใน 30 วัน กรณีเป็นสินค้าทั่วไป  หากไม่มาดำเนินการสินค้านั้นจะตกเป็นของแผ่นดิน  

สำหรับสินค้า “หมู” กรมศุลกากรจะขยายเวลาให้อีก 30 วัน (รวมเป็น 60 วัน) เพื่อให้นำใบคำขอนำเข้า (ร.6) และใบอนุญาตนำเข้า  (ร.7) มาแสดงในการทำพิธีการตรวจปล่อย แต่หากเกินกำหนดนี้แล้ว สินค้าหมูดังกล่าวจะตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งกรมศุลกากรจะแจ้งและส่งมอบให้ กรมปศุสัตว์ นำไปฝังทำลายตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ต่อไป โดยจะเรียกเก็บค่าฝังทำลายจากบริษัทผู้ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ 

การทิ้งตู้คอนเทนเนอร์ไว้นานเกินกว่าข้อกำหนดของกรมศุลกากร ทำให้บริษัทผู้ให้เช่าตู้ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายสะสมมากมาย น่าจะเป็นเหตุผลที่บริษัทเหล่านี้ต้องเร่งแก้ปัญหา รวมถึงเป็นการส่งสัญญาณว่าไม่ใช่ผู้สมรู้ร่วมคิดในขบวนการผิดกฎหมาย นับเป็นตัวอย่างให้บริษัทเจ้าของตู้เช่ารายอื่นๆ ทยอยกันออกมาให้ความร่วมมือ และจะทำให้การเข้าถึง “ผู้บงการหมูเถื่อน” เป็นจริงได้เร็วขึ้น.-001