กรมวิชาการเกษตรกระชับความสัมพันธ์ไทย-เปรู เล็งเปิดตลาดมะพร้าวน้ำหอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723732

กรมวิชาการเกษตรกระชับความสัมพันธ์ไทย-เปรู เล็งเปิดตลาดมะพร้าวน้ำหอม

กรมวิชาการเกษตรกระชับความสัมพันธ์ไทย-เปรู เล็งเปิดตลาดมะพร้าวน้ำหอม

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้การต้อนรับ คุณเซซิเลีย กาลาเรตา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย โดยเข้าเยี่ยมคารวะเนื่องในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างไทย – เปรู ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ราบรื่นและฉันท์มิตร ตั้งแต่ปี 2508 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 58 ปี ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงานอธิบดีกรมวิชาการเกษตร

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า นับเป็นโอกาสดีที่จะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเปรูให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งด้านการขยายความร่วมมือทางการค้าและความร่วมมือด้านการเกษตร ซึ่งปัจจุบันสินค้าเกษตรที่ประเทศไทยอนุญาตให้นำเข้าจากเปรู ได้แก่ เมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ ผลองุ่นสด ผลอะโวกาโดสดพันธุ์แฮส และ บลูเบอรี่ ซึ่งสาธารณรัฐเปรูสามารถส่งออกผลอะโวกาโดพันธุ์แฮสมายังประเทศไทยได้ตั้งแต่ปี 2562 โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลอะโวกาโดสดจากสาธารณรัฐเปรู พ.ศ.2562 ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการแมลงศัตรูพืชกักกัน นอกจากนี้ จะต้องมีการตรวจสอบระบบการส่งออกผลอาโวกาโดสดพันธุ์แฮส โดยกรมวิชาการเกษตรเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการตรวจสอบระบบ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2562 ระหว่างวันที่ 12 – 24 มิ.ย.โดยครั้งที่ 2 ได้เลื่อนออกไปเนื่องจากการระบาดของสถานการณ์โควิค (ระหว่างปี 2563 – 2565) แต่ทางกรมวิชาการเกษตรยังอนุญาตให้นำเข้าได้ ส่วนการตรวจสอบระบบครั้งที่ 2 กำหนดระหว่างวันที่ 14 – 24 เม.ย2566 ซึ่งกรมวิชาการเกษตรคาดว่าผลการตรวจสอบระบบครั้งที่ 2 จะประสบผลสำเร็จด้วยดี  นอกจากนี้สาธารณรัฐเปรูยังได้ยื่นขอเปิดตลาดผลทับทิมสดจากเปรูมายังประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้เริ่มต้นกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชสำหรับการนำเข้าผลทับทิมสดจากเปรูแล้วตามแผนการดำเนินงานในปี 2566

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อไปว่า จากการหารือในเบื้องต้นกรมวิชาการเกษตรมีแผนที่จะเปิดตลาดส่งมะพร้าวน้ำหอมไปยังสาธารณรัฐเปรู เพื่อเป็นการส่งเสริมการส่งออกสินค้าพืชของไทยอีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากมะพร้าวถือเป็นสุดยอดสินค้าที่มีความนิยมเพิ่มขึ้น อีกทั้งมะพร้าวยังถูกจัดอยู่ในประเภทสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ หรือ Superfoods ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภครับทราบถึงคุณประโยชน์ที่ดีทางด้านสุขภาพ ซึ่งทางเปรูได้ให้ความเห็นว่ามะพร้าวน้ำหอม มะม่วง และแก้วมังกรจากประเทศไทยเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในตลาดเปรู

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง’ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723734

'อธิบดีกรมข้าว'ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง'ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี'

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง’ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี’

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.46 น.

“อธิบดีกรมข้าว”ลุยงานตรวจความก้าวหน้าก่อสร้างศูนย์เมล็ดสุพรรณ หวังเพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและเร่งรัดการเบิกจ่าย โครงการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี บนพื้นที่กว่า 20 ไร่

อธิบดีกรมการข้าว​ เปิดเผยภายหลังการตรวจพื้นที่ในการสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรีว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานโครงการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเพิ่มเติมในจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกข้าวมากกว่า 300,000 ไร่ต่อปี (นาปีและนาปรัง) และยังไม่มีหน่วยงานที่มีภารกิจในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยาย ชั้นพันธุ์จำหน่ายอยู่ในพื้นที่  ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี พร้อมติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ และครุภัณฑ์สำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน วงเงินกว่า 250 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนได้ในปีงบประมาณ 2567

“หากสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรีแห่งนี้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะมีกำลังการผลิตเมล็ดพันธุ์ไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน/ปี ซึ่งจะช่วยขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวภาพรวมของกรมการข้าว เกิดหน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการและบริการประชาชนในพื้นที่ ตอบสนองนโยบายของรัฐในการส่งเสริมการผลิตข้าวผ่านโครงการต่างๆ สร้างความมั่นคงทางเมล็ดพันธุ์ของประเทศ ตลอดจนให้เกษตรกรได้มีเมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพใช้เพาะปลูก อีกทั้งเพื่อเป็นการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในพื้นที่ขาดแคลนต่อไป” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

– 006

‘มนัญญา’เปิดฤดูกาลทุเรียน ชูกลไกสหกรณ์หนุนการผลิต-ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723526

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์การบริโภคผลไม้คุณภาพภาคตะวันออก โดยกระจายสู่ตลาดภายในประเทศผ่านกลไกสหกรณ์ และมอบแนวทางการจัดการผลไม้ภาคตะวันออก โดยมี นายธวัชชัย นามสมุทรรอง ผวจ.จันทบุรี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง จำกัด จ.จันทบุรี

น.ส.มนัญญากล่าวว่า มีนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้าเกษตร ระหว่างเกษตรกร ผู้ผลิตกับผู้ขาย โดยใช้กลไกสหกรณ์ในการขับเคลื่อนส่งเสริมให้สหกรณ์มีบทบาทในการจัดการผลผลิตและการจัดการตลาดให้กับผลผลิตของสมาชิกอย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตของเกษตรกร เพื่อให้สินค้าเกษตรมีตลาดรองรับที่แน่นอนในราคาที่เป็นธรรม รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคผลไม้คุณภาพภาคตะวันออก และกระจายสินค้าสู่ตลาดภายใน จึงสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิต / ธุรกิจการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งผลจากการสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 53 แห่ง ใน จ.จันทบุรี ตั้งแต่ปี 2562-2566 เป็นวงเงินกู้ยืมกว่า 272,410,000 บาท ก่อให้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจฐานรากให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมีเกษตรกรสมาชิกใน จ.จันทบุรี มากกว่า 7,628 ราย ที่ได้รับประโยชน์จากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์

ทั้งนี้ จ.จันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการผลิตผลไม้คุณภาพ โดยมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลิตผล ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ และลำไย 9 แห่ง โดยปี 2565 สหกรณ์สามารถรวบรวมและกระจายผลผลิตไปยังตลาดปลายทางต่างๆ ทั้งตลาดภายในประเทศ ตลาดต่างประเทศห้างโมเดิร์นเทรด และเครือข่ายสหกรณ์/ ผู้บริโภคภายในประเทศ เป็นปริมาณกว่า 6,895 ตัน

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ส่งเสริมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีให้กับเกษตรกรสมาชิกใน จ.จันทบุรี เพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับเกษตรกร เจ้าของสวน คนตัด และล้ง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจรับรองแหล่งผลิตพืช GAP ครบ 100% และในปี 2566 ได้เพิ่มความเข้มข้นโดยเปิดอบรมโครงการฝึกอบรมแรงงานเทคนิคการตัดและคัดแยกผลทุเรียนให้นักตัดเพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้มอบเงินกองทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อบริหารจัดการธุรกิจรวบรวมผลไม้ในสถาบันเกษตรกร ปี 2566 วงเงิน 11.6 ล้านบาท แก่ผู้แทนสหกรณ์ 5 แห่ง และพบปะสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างการรับรู้ให้เข้าใจนโยบายกระทรวงเกษตรฯ

มกอช.ร่วมผลักดัน มาตรฐานเซรามิก รับรองข้อกำหนด สมาชิกในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723524

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.เมทนี สุคนธรักษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) รับมอบหมายจาก นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช.กล่าวว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุม ACCSQ Prepared Foodstuff Product Working Group (PFPWG) ครั้งที่ 36 และการประชุมที่เกี่ยวข้องโดยการประชุม PFPWG ได้รับรองเอกสารวัสดุสัมผัสอาหารของอาเซียน (เซรามิก) หรือ ASEAN Guidelines on Specific Measures for Ceramic Articles Intended to Come into Contact with Foodstuffs ซึ่งเอกสารอาเซียนฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางเกี่ยวกับมาตรการเฉพาะสำหรับเซรามิกที่ใช้สัมผัสกับอาหาร และเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาการใช้เซรามิก ที่มีความปลอดภัย ครอบคลุมเซรามิกทั้ง flatware, hollowware (small, large, storage และ cups and mugs) และ cooking ware โดยประกอบด้วยข้อกำหนดที่สำคัญ เช่น ตารางแสดงค่า Specific limits on the migration ของตะกั่วและแคดเมียม วิธีการทดสอบ และเอกสารรับรอง(declaration of compliance)

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ไทยนำเสนอกรอบเวลาในการปรับแก้ไขเอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจประเมินระบบการตรวจสอบและการให้การรับรองด้านสุขลักษณะอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของประเทศสมาชิก เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานตามข้อตกลงการยอมรับร่วม MRA on PF อย่างมีประสิทธิภาพ

รองปลัดฯถกคกก.ยุทธศาสตร์ยางฯ20ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723527

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 1/2566 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยสรุปผลการประชุม ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบเรื่องการปรับเปลี่ยนผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศ เนื่องจากผู้แทนเกษตรกรฯ ท่านเดิมหมดวาระ จึงมีการสรรหาผู้แทนเกษตรกรฯ ท่านใหม่ เพื่อเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี

2.ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจพื้นที่ปลูกยางของประเทศไทยและการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 3.ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ.2566-2580 ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ ไตรมาสที่ 1 โดยมีโครงการ/กิจกรรมที่บรรลุเป้าหมายแล้ว 134 โครงการ 11 กิจกรรม และโครงการ/กิจกรรม ที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย 5 โครงการ 2 กิจกรรม ทั้งนี้ ประธานฯ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรม ให้บรรลุเป้าหมายต่อไป

4.ที่ประชุมได้พิจารณาทบทวนแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ. 2566–2580 ประจำปีงบประมาณ 2566 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการพัฒนาปัจจัยสนับสนุน โดยมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแผนงานในบางโครงการ/กิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกัน ซึ่งที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ ดำเนินการตามความเห็นของที่ประชุมต่อไป

เกษตรฯประชุมคัดเลือก สถาบันฯ-สหกรณ์ดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723528

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเกษตรกรสถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ณ ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรฯ โดยผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย กรรมการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และจากกรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาผลการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566

เกษตรกร 5 จว.ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา ผลผลิตดีขึ้น ตอบโจทย์ไม่เผา ไม่เขา เราซื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723517

เกษตรกร 5 จว.ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา ผลผลิตดีขึ้น ตอบโจทย์ไม่เผา ไม่เขา เราซื้อ

เกษตรกร 5 จว.ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา ผลผลิตดีขึ้น ตอบโจทย์ไม่เผา ไม่เขา เราซื้อ

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.53 น.

เกษตรกรเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใน จ.ชัยนาท จ.กาญจนบุรี จ.ขอนแก่น จ.นครสวรรค์ จ.สระแก้ว และ จ.เพชรบูรณ์ โชว์ความสำเร็จในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ด้วยวิธีการไถกลบตอซังหลังเก็บเกี่ยวแทนการเผา มีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก รักษาธาตุอาหารในดิน ช่วยลดค่าใช้จ่าย เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างความมั่นใจผลิตสินค้าสอดคล้องความต้องการตลาด พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้การยกระดับการเพาะปลูกพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ลดฝุ่นละออง ช่วยให้สิ่งแวดล้อมชุมชนดีขึ้น สอดคล้องตามนโยบาย “ไม่เผา ไม่เขา เราซื้อ”

นายสมควร บอกดำเนิน เกษตรกรต้นแบบการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลาดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หันมาให้ความสำคัญกับแหล่งปลูกเป็นพื้นที่ไม่บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ และไม่ใช้วิธีการเผาตอซังมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มของผู้บริโภคใส่ใจสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เกษตรกรเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่การผลิตอาหารจึงจำเป็นต้องมีความรู้ในการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มคุณภาพและปริมาณการผลิต เพื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงนำความรู้จากการเข้าร่วมโครงการกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และ บริษัท สวนสมบูรณ์ จำกัด ในการผลิตข้าวโพดที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มาแบ่งปันให้กับเพื่อนเกษตรกรได้มีการเพาะปลูกตามหลักวิชาการ ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และที่สำคัญสนับสนุนวิธีไถกลบแทนการเผาหลังเก็บเกี่ยว ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการเพาะปลูกและต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชน

“การไถกลบตอซังข้าวโพด เป็นแนวทางที่เกษตรกรปลูกข้าวโพดในอ.สรรบุรี จ.ชัยนาท ยึดมาตลอดทดแทนการเผา เพราะช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน ดินมีธาตุอาหารและความชื้นที่ช่วยผลผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้น ช่วยลดการใช้ปุ๋ย และค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นสินค้าเกษตรที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5 คุณภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชนดีต่อเนื่อง” นายสมควรกล่าว

นายสมควร เป็นเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พร้อมลงทะเบียนตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อยืนยันว่าข้าวโพดเพาะปลูกบนแปลงที่ไม่บุกรุกพื้นที่ป่า และไม่ใช้วิธีการเผาหลังเก็บเกี่ยว  และแบ่งปันความสำเร็จในการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่เกษตรกรที่สนใจ เพื่อเป็นหลักประกันให้ผลผลิตมีตลาดรับซื้อที่กำหนดราคาตามความเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งปลูกที่ปลอดการเผา

ช่วยชาวนาเพชรบุรี! ‘อลงกรณ์’ประสานเพิ่มส่งน้ำ แก้ปัญหาต้นกล้าข้าวใกล้ตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723289

ช่วยชาวนาเพชรบุรี! 'อลงกรณ์'ประสานเพิ่มส่งน้ำ แก้ปัญหาต้นกล้าข้าวใกล้ตาย

ช่วยชาวนาเพชรบุรี! ‘อลงกรณ์’ประสานเพิ่มส่งน้ำ แก้ปัญหาต้นกล้าข้าวใกล้ตาย

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 21.48 น.

“อลงกรณ์”ช่วยชาวนาเพชรบุรี ประสานชลประทานเพิ่มส่งน้ำ แก้ปัญหาน้ำขาดต้นกล้าข้าวใกล้ตายปลายคลองกว่า 2 พันไร่

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2566 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้นำทีมชลประทานเพชรบุรี-ราชบุรี ลงพื้นที่ อำเภอเขาย้อย และอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวนาเพชรบุรี หลังจากได้รับการร้องทุกข์จากชาวนาประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำนาในพื้นปลายคลอง 22 โดยพบว่า มีผืนนากว่า 2 พันไร่ เป็นพื้นที่ปลายน้ำปักดำทำนาแล้วต้นกล้าเริ่มงอกแต่กำลังจะตาย เพราะขาดน้ำ โดยเฉพาะตำบลต้นมะพร้าว ตำบลหัวสะพาน และตำบลวังตะโก

โดยชลประทานจะเพิ่มปริมาณการส่งน้ำมายังคลอง 22 ด้วยการขยายรอบเวรการส่งน้ำอีก 5 วันๆ ละ 3 ลบ.ม.ต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน โดยตัวแทนชาวนา และ นายณจำรัส พริ้มพราย อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหัวสะพาน ผู้นำเสนอปัญหา ได้แสดงความขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานและที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ชลประทานจะขุดลอกสาหร่ายน้ำในคลอง 22 เพื่อให้น้ำเดินได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

สำหรับคลองส่งน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งขวา ที่มีความยาว 14 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 21,000 ไร่ ในตำบลทับคาง ตำบลหนองปรงของอำเภอเขาย้อย และตำบลต้นมะพร้าว ตำบลหัวสะพาน และตำบลวังตะโก ของอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี

– 006

‘อธิบดีกรมข้าว’ลงพื้นที่โคราช ตรวจเยี่ยมศูนย์ข้าว ชวนร่วม BCG Model

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723225

‘อธิบดีกรมข้าว’ลงพื้นที่โคราช ตรวจเยี่ยมศูนย์ข้าว ชวนร่วม BCG Model

‘อธิบดีกรมข้าว’ลงพื้นที่โคราช ตรวจเยี่ยมศูนย์ข้าว ชวนร่วม BCG Model

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.31 น.

‘อธิบดีกรมข้าว’ลงพื้นที่โคราช ตรวจเยี่ยมศูนย์ข้าว ชวนร่วม BCG Model ปลูกข้าวรักษ์โลกเพื่อพี่น้องชาวนาและสิ่งแวดล้อม

9 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกร ชาวนา กลุ่มผู้ผลิตข้าว และศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ โดยมีนายจารึก กมลอินทร์ ประธานกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ พร้อมด้วยประธานศูนย์ข้าวชุมชนจังหวัดต่างๆ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่อยู่ในพื้นที่และต่างจังหวัดเข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านท่าเยี่ยม ต.บ้านท่าเยี่ยม อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่าศูนย์ข้าวชุมชน มีเป้าหมายในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพที่ชัดเจนโดยมีแนวทางการพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศว่า อยากให้เกษตรกรทั่วประเทศรวมกลุ่มกัน แล้วจัดตั้งเป็นกลุ่ม หรือวิสาหกิจชุมชน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องข้าวเท่านั้น แต่แนวทางการรวมกลุ่มยังใช้ได้กับการทำเกษตรด้านอื่นๆ เพื่อให้เกิดการต่อรองด้านราคากับนายทุน หรือพ่อค้า และเมื่อมีการรวมตัวกันได้ จะป้องกันการเอาเปรียบด้านราคาและการตลาด และเมื่อเข้มแข็งมากพอ ก็สามารถกำหนดราคาขายเองได้ ส่งผลให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

อธิบดีกล่าวต่อไปว่า อยากให้ชาวนาหันมาปฏิวัติการทำนาสู่ความยั่งยืน หรือ BCG MODEL ที่เป็นการทำนาแบบประณีต เลิกใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์และสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก อีกทั้งนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ที่เป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน เน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริม

สำหรับกรมการข้าว ได้เข้ามาสนับสนุนในเรื่องเครื่องจักร เช่น เครื่องอบข้าว ที่ทำให้ทางศูนย์ข้าวฯ มีศักยภาพในการเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวได้เป็นอย่างดี ช่วยลดภาระในการตากข้าว ที่เกษตรกรบางรายไม่มีพื้นที่ และบางครั้งก็เกิดความเสียหายจากฝนตก ทำให้ข้าวชื้น ไม่แห้ง เมื่อมีเครื่องอบข้าว ทำให้ลดปัญหาเหล่านี้ลงไปได้ เราจึงต้องเร่งเข้ามาสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ไม่อยากให้เกษตรกรใช้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ ที่ภาครัฐต้องช่วยเหลือประคองตลอดทำให้เกษตรกรไม่แข็งแรงสักที แต่ถ้าให้เครื่องไม้เครื่องมือ หรือสิ่งที่ศูนย์ข้าวชุมชนไม่มี เช่น ยุ้งฉาง หรือ ไซโลเก็บข้าว กลุ่มสมาชิกก็นำข้าวมาฝากกับทางศูนย์ฯ ก็จะช่วยสร้างรายได้เสริมขึ้นมา และเป็นการสร้างความยั่งยืนมากกว่า “เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน เราจะไม่ทิ้งกันแน่นอน

กรมชลฯ ชู’อ่างฯโสกซับแดง’ แหล่งน้ำเพื่อชาวชนแดน จ.เพชรบูรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723234

กรมชลฯ ชู'อ่างฯโสกซับแดง' แหล่งน้ำเพื่อชาวชนแดน จ.เพชรบูรณ์

กรมชลฯ ชู’อ่างฯโสกซับแดง’ แหล่งน้ำเพื่อชาวชนแดน จ.เพชรบูรณ์

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.26 น.

กรมชลประทาน กางแผนศึกษาวางโครงการอ่างเก็บน้ำโสกซับแดง ตำบลลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ หวังเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำ บรรเทาปัญหาภัยแล้ง สร้างรายได้ ขยายอาชีพให้ชาวชนแดนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พื้นที่ตำบลลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากไม่มีน้ำไหลผ่านในลำคลอง ทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และปศุสัตว์ ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของราษฎรในพื้นที่ ส่วนใหญ่ต้องอาศัยน้ำจากน้ำฝนธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ทำให้รายได้จากผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำและไม่แน่นอน กรมชลประทานได้เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้จัดทำรายงานการศึกษาโครงการเบื้องต้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาวางโครงการ การสำรวจภูมิประเทศ การสำรวจธรณีฐานราก การสำรวจบ่อยืมดิน การออกแบบเบื้องต้น และการสำรวจกันเขต โดยวางแผนจะดำเนินงานก่อสร้างในระยะเวลา 3 ปี (2569- 2571)

ทั้งนี้ หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเก็บกักน้ำได้ประมาณ 4.43 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่จะส่งไปสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการเกษตรในฤดูฝนกว่า 5,000 ไร่ และฤดูแล้งประมาณ 2,000 ไร่ ที่สำคัญจะเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการปศุสัตว์ของราษฎรในพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียงได้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ทั้งยังช่วยบรรเทาอุทกภัยด้วยการชะลอน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากไม่ให้ท่วมพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งจะส่งผลให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคต นอกเหนือจากนี้ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจได้อีกทางหนึ่งด้วย