8 หน่วยงานเกษตรฯ-ธปท. ทำ MOU แก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722216

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU “การพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรไทย”ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับ14 หน่วยงาน ประกอบด้วย 8 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกรที่สามารถสะท้อนสถานภาพทางการเงินและศักยภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือน จากการรวบรวมและเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่สำคัญช่วยในการศึกษา ทำความเข้าใจ และแยกแยะปัญหาหนี้สินครัวเรือนเกษตรแต่ละกลุ่ม เพื่อใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร โดยข้อมูลจะมีประโยชน์กับหน่วยงานผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงิน ในการผลักดันแนวทางในการแก้หนี้สินเกษตรกรโดยองค์รวม นำมาซึ่งประโยชน์กลับไปสู่ครัวเรือนเกษตรกร ได้แก่1.การใช้ข้อมูลในการศึกษา ออกแบบและผลักดันแนวทางการแก้หนี้เดิมที่สามารถช่วยให้ครัวเรือนชำระหนี้ได้มากขึ้น 2.การใช้ข้อมูลในการออกแบบแนวทางการปล่อยหนี้ใหม่อย่างยั่งยืน ทั่วถึงตอบโจทย์ตามความเสี่ยงที่แท้จริงของครัวเรือน และ 3.การใช้ข้อมูลในการออกแบบแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกัน ความรู้ทางการเงิน และการผสานการแก้หนี้

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้มีขอบเขตความร่วมมือ ประกอบด้วย 1.ทุกฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกรไทยซึ่งประกอบด้วยข้อมูล 5 ประเภท ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานครัวเรือน ข้อมูลรายได้และสวัสดิการ ข้อมูลหนี้สินและทรัพย์สิน ข้อมูลความเสี่ยง และข้อมูลศักยภาพในการทำการเกษตร 2.หน่วยงานเจ้าของข้อมูลตกลงที่จะจัดทำรายละเอียดของข้อมูล 3.ธนาคารแห่งประเทศไทย ตกลงที่จะดูแลรักษาฐานข้อมูลเกษตรกรไทย รวมถึงดำเนินการเชื่อมโยง จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูล ตลอดจนดูแลการจัดการสิทธิการเข้าถึงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลของฐานข้อมูลเกษตรกรไทยให้เป็นไปตามพิธีปฏิบัติในการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเกษตรกรไทย 4.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตกลงที่จะให้คำปรึกษาและสนับสนุนการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงนี้ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เหมาะสม และสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ 5.ทุกฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันให้ความร่วมมือทางวิชาการ และสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการยกระดับการสร้าง และใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่สำคัญของประเทศ เพื่อการจัดทำและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตามพันธกิจของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

‘อภัย’ประชุมคณะกรรมการ พัฒนาบุคลากรด้านวิจัยฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722213

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร ครั้งที่ 3/2566 ผ่านระบบ Zoom Meeting มีเนื้อหาที่น่าสนใจในที่ประชุมคือ 1.การดำเนินงานด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัยการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2566 ภายใต้กรอบงบประมาณจาก วช. แผนงาน F13 (S4P21) 2.หลักเกณฑ์การกำหนดหลักสูตรที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนหลักสูตรฝึกอบรมของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร

3.การปรับวิธีการดำเนินงานของโครงการทุนการศึกษาปริญญาตรีเพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ และ 4.การดำเนินงานสำนักพัฒนาบุคลากรวิจัย เดือนกุมภาพันธ์ 2566

เกษตร จ.นครสวรรค์ หนุนกลุ่มเกษตรกรศาลเจ้าไก่ต่อ ปลูกข้าวโพดหลังนาที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722258

เกษตร จ.นครสวรรค์ หนุนกลุ่มเกษตรกรศาลเจ้าไก่ต่อ ปลูกข้าวโพดหลังนาที่ยั่งยืน

เกษตร จ.นครสวรรค์ หนุนกลุ่มเกษตรกรศาลเจ้าไก่ต่อ ปลูกข้าวโพดหลังนาที่ยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 21.45 น.

สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ชูกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว เป็นต้นแบบการรวมกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนาที่โดดเด่นด้านการผลิตที่ทันสมัย และผลิตด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ใช้วิธีไถกลบหลังเก็บเกี่ยวแทนการเผา ตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการผลผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ช่วยให้เกษตรกรมั่นใจมีตลาดรับซื้อแน่นอน ได้ราคารับซื้อดีขึ้น หนุนสิ่งแวดล้อมยั่งยืนไปด้วยกัน

นายสมควร ไชยมหา เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ และภาคเอกชน ส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อซึ่งมีสมาชิกประมาณ 200 ครัวเรือนปลูกข้าวโพดหลังนาบนพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ได้เข้าถึงปัจจัยการผลิตคุณภาพสูง ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าใช้จ่ายและใช้วิธีไถกลบแทนการเผา ส่งผลให้การเก็บเกี่ยวรอบแรกในเดือนมีนาคม 2566 มีผลผลิตเป็นไปตามเป้าหมาย และเป็นที่ต้องการของตลาดรับซื้อผลผลิตจากผู้รับซื้อที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ ได้ราคารับซื้อสูงขึ้น  ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และยังมีส่วนช่วยปรับปรุงให้ดินมีธาตุอาหารสูงขึ้น ควบคู่ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

“ผลสำเร็จของการปลูกพืชแบบแปลงใหญ่ ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีขีดความสามารถสูงขึ้น จากการมีองค์ความรู้และเทคนิคการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่แน่นอน มีคุณภาพ และมีส่วนช่วยแก้ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างยั่งยืน” นายสมควรกล่าว

นางยุพิน ชาญถิ่นดง หนึ่งในเกษตรกรคนดี คนเก่งของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ กล่าวว่า   การรวมกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาในรูปแบบแปลงใหญ่ เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในทุกมิติ มีส่วนช่วยให้เกษตรกรรายย่อยมีความรู้ เทคนิคการเพาะปลูก ปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัย ลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ การผลิตสินค้าที่ตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตได้เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับเกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ และสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ ร่วมมือับกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส และ บริษัทสวนสมบูรณ์ จำกัด จัดกิจกรรมรณรงค์และแปลงสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบปลอดการเผา ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังนาตามหลักวิชาการ เพิ่มคุณภาพและปริมาณ พร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ ยกระดับอาชีพเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนาที่มั่นคงและยั่งยืน

อ.ส.ค.-ออลเทคฯทำMOUยกระดับโคนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721927

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่อง “การส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนมของสมาชิกสหกรณ์ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” ระหว่าง อ.ส.ค.กับบริษัท ออลเทค ไบโอเทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ทั้งนี้ สำหรับ อ.ส.ค.เป็นองค์การเพื่อส่งเสริมกิจการโคนมและสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับกิจการอุตสาหกรรมโคนมในประเทศไทย ขณะที่ออลเทคฯ ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมการเกษตรของโลก ผู้พัฒนานวัตกรรมทางโภชนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพของสัตว์และมนุษย์ระดับโลก ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของการทำงานร่วมกัน เพื่อนำองค์ความรู้เชิงวิชาการ เทคโนโลยี และประสบการณ์เพื่อศึกษาต่อยอดและพัฒนาการผลิตโคนมและโคเนื้อในประเทศไทยอย่างยั่งยืนในทุกๆ ด้านทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพผลผลิต สวัสดิภาพของสัตว์ ประโยชน์เชิงเศรษฐศาสตร์ตลอดจนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวความคิด “Working Together for a Planet of Plenty” หรือการทำงานร่วมกันเพื่อโลกแห่งความอุดมสมบูรณ์และเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มของผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนมากขึ้นในปัจจุบัน

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันส่งเสริมและพัฒนากิจการโคนมไทยให้ยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาการบริหารจัดการและกลยุทธ์ทางโภชนาการเพื่อแก้ปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การทำงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการโภชนาการสัตว์ ส่งเสริมประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น โดยข้อตกลงร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีแผนร่วมกันสำรวจ คิดค้น หรือค้นพบงานวิจัยใหม่ในอนาคต

‘เฉลิมชัย’จัดงานครบ 17 ปี กรมการข้าวร่วมพัฒนาชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721929

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานงานวันสถาปนากรมการข้าว เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี
โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและประกาศนียบัตรให้แก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น รางวัลคนดีศรีข้าว ศูนย์วิจัยข้าวดีเด่นและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวดีเด่นประจำปี 2565 โดยผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ นายนรภัทร ศรีษะนอก นักวิชาการเกษตรชำนาญการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา กองเมล็ด พันธุ์ข้าว และ น.ส.เบญจวรรณ พลโคตร นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก กองวิจัยและพัฒนาข้าว

ด้านนายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาพี่น้องชาวนาต้องเผชิญสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ ส่งออกข้าวลดลง ต้นทุนการผลิตราคาสูง สถานการณ์ภัยธรรมชาติ แมลงศัตรูข้าว ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 จึงมีนโยบายช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ที่มุ่งเน้นให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดีในการเพาะปลูก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้มีคุณภาพและได้ปริมาณมากขึ้น เกษตรกรสามารถจำหน่าย
ข้าวเปลือกได้ในราคาสูงขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

นอกจากนี้ยังมีนโยบายให้กรมการข้าวพัฒนาและสนับสนุนให้ศูนย์ข้าวชุมชนเป็นศูนย์รวมในการบูรณาการ
งานด้านข้าวของทุกส่วนราชการในพื้นที่โดยเป็นแหล่งผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่ชุมชนได้อย่างพอเพียงและต่อเนื่อง รวมทั้งยกระดับเป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวการลดต้นทุนการผลิตข้าว การแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าว การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากข้าวโดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ให้การสนับสนุน

อีกทั้งได้เชิญชวนให้พี่น้องชาวนาร่วมเป็นชาวนาอาสาในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศเพื่อเป็นเครือข่ายสนับสนุนและทำงานช่วยเหลือแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับกิจกรรมการผลิตข้าว ตลอดจนจัดให้มีโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model มุ่งเน้นการผลิตข้าวคุณภาพสูงลดการใช้สารเคมี หันมาใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพแทน ลดต้นทุนการผลิตและการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ เพื่อทำเกษตรอย่างปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาศึกษาแนวทางในการทำนาเปียกสลับแห้ง ซึ่งเหมาะสำหรับสถานการณ์ภัยแล้งและในภาวะฝนทิ้งช่วง สามารถบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ให้เพียงพอต่อความต้องการ

หม่อนไหมเร่งส่งเสริม มุ่งเพิ่มเกษตรกรปลูกหม่อนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721928

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประกอบ เผ่าพงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่าช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีเกษตรกรหม่อนไหม ออกจากอาชีพแล้วกว่า 21,000 ราย เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุเป็นผู้ป่วยและผู้พิการ รวมถึงผู้ที่ต้องดูแลกลุ่มผู้เปราะบาง มากกว่าร้อยละ 40 สาเหตุหลักคือเพื่อลดและป้องกันการติดเชื้อโรคระบาดและเสียชีวิต โดยช่วงเวลาดังกล่าวมีเกษตรกรหม่อนไหม เสียชีวิตกว่า 2,000 รายและกว่าร้อยละ 30 เป็นผู้ที่หันไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นที่มีราคาสูงขึ้น ปัจจุบันมีเกษตรกรที่อยู่ในการดูแลรับผิดชอบของกรมหม่อนไหม ประมาณ 65,000 ราย

ในสถานการณ์ดังกล่าว ได้มอบนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุตรหลานทายาทหม่อนไหม หรือเยาวชนหันมาสืบทอดการประกอบอาชีพหม่อนไหมรวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนที่สนใจ หันมาประกอบอาชีพหม่อนไหมมากขึ้น เนื่องจากเป็นอาชีพที่สร้างรายได้โดยใช้ระยะเวลาสั้นทั้งยังสนับสนุนให้ผู้ที่ออกจากอาชีพแล้วกลับมาประกอบอาชีพหม่อนไหม ได้เกือบ1,000 ราย ขณะเดียวกัน ก็มีการวิจัยและพัฒนาวัสดุอุปกรณ์การทำงานด้านหม่อนไหมต่างๆ เพื่อรองรับผู้สูงอายุและผู้พิการ ให้สามารถประกอบอาชีพด้านหม่อนไหมได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิตของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาใช้ในการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น การจัดการสัมมนาเชื่อมโยงตลาดเส้นไหมระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตเส้นไหมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ทอผ้าไหม โดยเป็นตัวกลางจับคู่ระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตเส้นไหมและกลุ่มเกษตรกรผู้รับซื้อวัตถุดิบ เป็นแนวทางแก้ปัญหาเส้นไหมไม่เพียงพอกับความต้องการในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิต ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด

รองปลัดฯร่วมถก คกก.ประเมินบุคคล คัดเลือกตำแหน่ง ระดับผู้ชำนาญการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721926

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการประเมินบุคคลตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคล และนักจัดการงานทั่วไป ระดับชำนาญการและระดับชำนาญการพิเศษ ครั้งที่1/2566 โดยการประชุมดังกล่าวเพื่อรับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินบุคคลเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานรัฐมนตรี รับทราบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเลื่อน การย้าย การโอน ข้าราชการพลเรือน เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษลงมา ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ

รวมทั้งพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินบุคคลเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลระดับชำนาญการพิเศษ การนับระยะเวลาขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งในสายงานที่เกี่ยวข้อง หรือเกื้อกูลกับสายงานที่จะแต่งตั้ง ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคล ระดับชำนาญการพิเศษ 1 ราย ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคล และนักจัดการงานทั่วไป ระดับชำนาญการ 2 ราย

‘อธิบดีกรมข้าว’ลงพื้นที่เมืองกาญจน์ ตรวจศูนย์ข้าวชุมชน ปลุกชาวนาปลูกข้าวรักษ์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721897

'อธิบดีกรมข้าว'ลงพื้นที่เมืองกาญจน์ ตรวจศูนย์ข้าวชุมชน  ปลุกชาวนาปลูกข้าวรักษ์โลก

‘อธิบดีกรมข้าว’ลงพื้นที่เมืองกาญจน์ ตรวจศูนย์ข้าวชุมชน ปลุกชาวนาปลูกข้าวรักษ์โลก

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.39 น.

 “อธิบดีกรมข้าว”ลงพื้ นที่เมืองกาญจน์ ตรวจศูนย์ข้าวชุมชน  ปลุกชาวนาปลูกข้าวรักษ์โลก

เมื่อวันที่ 3  เม.ย นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์อธิบดีกรมการข้าวได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ข้าวชุมชน  ตำบลท่ามะขาม เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และทราบถึงปัญหาอุปสรรคที่เกษตกรกำลังประสบ จึงได้แนะแนวทางแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำนาให้เกษตรกรอย่างใกล้ชิด โดยให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกในรูปแบบ BCG Model ซึ่งก็คือการปลูกข้าวปลอดภัย ไร้สารเคมี โดยแนะให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก  โดยมี นางสมพิศ เหลืองประมวล ประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลท่ามะขาม ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

‘กรมชลฯ’เดินหน้าส่งน้ำตามแผนส่งน้ำฤดูแล้ง เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721877

‘กรมชลฯ’เดินหน้าส่งน้ำตามแผนส่งน้ำฤดูแล้ง เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน

‘กรมชลฯ’เดินหน้าส่งน้ำตามแผนส่งน้ำฤดูแล้ง เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.00 น.

‘กรมชลฯ’เดินหน้าส่งน้ำตามแผนส่งน้ำฤดูแล้ง เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน

3 เม.ย.2566 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 10/2566 ผ่านทางระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

โดยนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (3 เม.ย. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 48,219 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯรวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 14,810 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯรวมกัน ในขณะที่มีการใช้น้ำทั้งประเทศไปแล้วกว่า 21,226 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 77 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 7,655 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 85 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.) สำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศ มีการเพาะปลูกไปแล้ว 10.14 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 97 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกไปแล้ว  6.37 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 96 ของแผนฯ 

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 3 – 6 เม.ย. 66 ลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 8 เม.ย. 66 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองได้  นอกจากนี้ ยังได้มีการคาดการณ์ในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พบว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดฝนทิ้งช่วง ด้วยปรากฎการณ์เอลนีโญ ที่จะส่งผลให้ปริมาณฝนในปีนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการตาม 5 มาตรการหลัก อาทิ 1. บริหารจัดการน้ำเพื่อให้น้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี 2. บริหารน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 3. ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลัก 4. เก็บกักน้ำในอ่างให้มากที่สุด 5. วางแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันภัยทางน้ำ โดยเน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศติดตามสภาพอากาศและสภาพฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนที่จะถึง เน้นย้ำให้ทุกโครงการฯวางแผนกักเก็บน้ำเพื่อสำรองไว้ใช้ในอนาคตให้มากที่สุด รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือในการกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ 

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือไปยังเกษตรกร งดทำการเพาะปลูกข้าวนาปรังรอบที่ 2 เพื่อให้การจัดสรรน้ำเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ที่สำคัญเพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตให้มากที่สุดด้วย

‘ผำ พืชเกษตรตัวใหม่ผ่านการวิจัยพร้อมแปรรููปสู่เชิงพาณิชย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721869

'ผำ พืชเกษตรตัวใหม่ผ่านการวิจัยพร้อมแปรรููปสู่เชิงพาณิชย์'

‘ผำ พืชเกษตรตัวใหม่ผ่านการวิจัยพร้อมแปรรููปสู่เชิงพาณิชย์’

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.33 น.

“ผำ พืชเกษตรตัวใหม่ผ่านการวิจัยพร้อมแปรรููปสู่เชิงพาณิชย์” ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ดร.ปรียนุช พรหมภาสิต รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดงาน “การยกระดับวัตถุดิบทางการเกษตร ให้มีคุณภาพสูงเพื่อแปรรูปเชิงพาณิชย์” โดยมีพาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร พัฒนาชุมชนจังหวัดกำแพงเพชรเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มยังสมาร์ท ฟาร์ม จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย บริษัท เดอะ พอสสิเบิ้ล จำกัด และบริษัท คิงส์ เฟาร์เทร่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแปรรูปผำเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรียานุช  พรหมภาสิต กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยฯได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ. ดร. ภญ. รัตติรส คนการณ์ (ดร.ออย)ซึ่งทางมหาวิทยาลัย ฯ มีบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถ ทางด้านการวิจัยที่เก่งและได้รับรางวัลจากผลการวิจัยอยู่มากมาย

ดังนั้นในการนี้ ทางมหาวิทยาลัยจึงได้ วิจัยคุณภาพของผำ ซึ่งเป็นพืชน้ำที่มีคุณค่าทางอาหารและมีโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพของมนุษย์ประกอบกับเป็นพืชที่ปลูกง่ายและเหมาะกับธรรมชาติของประเทศไทย ดังนั้นในวันนี้มีหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง สถาบันการเงินคือ ธกส.ประกอบกับมีเอกชน ที่มีความพร้อมทางด้านการแปรรูป สู่เชิงธุรกิจ มาร่วมผลักดันผลการวิจัย ให้นำไปสู่การปฏิบัติในภาคการเกษตรผลิตและจำหน่ายได้จริง

โดยมีอาจารย์ทฤษฎี เพชรมะลิ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเลี้ยงผำควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์น้ำ ดร.สุเนตร ม้าทอง ประธาน บริษัท เดอะพอส สิเบิ้ล จำกัด,นายวิศรุต ปัญญาประดิษฐ์โชค บริษัท คิงส์ เฟาร์เทร่น จำกัด พร้อมด้วยวิทยากรที่มีความชำนาญทางด้านการผลิตผำรวมถึงบริษัทผู้แปรรูปผำในเชิงพาณิชย์ได้ให้ความรู้ให้ข้อมูลอย่างละเอียดโดยมีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาพร้อมหลายหน่วยงาน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานในครั้งนี้