รมช.เกษตรฯลงพื้นที่ลำพูนติดตามการบริหารน้ำ-การผลิตลำไย

รมช.เกษตรฯลงพื้นที่ลำพูนติดตามการบริหารน้ำ-การผลิตลำไย

รมช.เกษตรฯลงพื้นที่ลำพูนติดตามการบริหารน้ำ-การผลิตลำไย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.34 น.

‘รมช.เกษตรฯ’ ลงพื้นที่ จ.ลำพูน ติดตามอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาฯ ยกระดับแหล่งน้ำ พร้อมผลักดันโครงการพัฒนาลำไยคุณภาพ 1,400 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน ส่งเสริมเกษตรกรผลิตลำไยพรีเมียม

วันนี้ (16 ต.ค.) นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน โดยมี คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมลงพื้นที่ ว่า อ.ลี้ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ จ.ลำพูน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 105 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 1,702 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 38 ของพื้นที่ทั้งจังหวัดลำพูน มีประชากรรวมประมาณ 65,000 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ลำไย ข้าว พืชไร่ กาแฟ มะม่วงน้ำดอกไม้ สมุนไพรและพืชผักพื้นบ้าน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ ภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีแหล่งน้ำสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจะกา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลัก ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของประชาชนในหลายหมู่บ้าน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน กำลังดำเนินโครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำและระบบกระจายน้ำ ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ ลดปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ซึ่งโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกา จะเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืน

รมช.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า ร.อ.รรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรฯ มอบหมายตนให้มาลงพื้นที่ ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน เพื่อเร่งสร้างแหล่งน้ำ และกระจายน้ำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรเลี้ยงชีพได้ รวมถึงผลักดันราคายางพาราให้ถึง 70 บาทต่อกิโลกรัม อีกทั้งโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไย เพื่อเพิ่มรายได้ ไร่ละ1400 ไม่เกิน 10 ไร่ ต่อครัวเรือน จะยังผลักดันต่อไป เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนลำไยมีการพัฒนาการผลิตลำไยเกรดพรีเมียมออกสู่ตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นผลมาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบความแห้งแล้งที่บ้านกองวะ หมู่ 7 ต.โป่งทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ได้ทรงพระราชดำริให้กรมชลประทาน พิจารณาเรื่องที่ราษฎรกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ ในการก่อสร้างแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรและการอุปโภคบริโภค สำหรับราษฎรบ้านกองวะและหมู่บ้านใกล้เคียง เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำพื้นที่การเกษตร โดยโครงการสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 1.932 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็นเขื่อนทำนบดินยาว 590 เมตร ความสูง 17.5 เมตร ความกว้าง 8 เมตร ท่อส่งน้ำขนาด 1.20 เมตร และมีอาคารระบายน้ำล้นได้สูงสุด 67.30 ลบ.ม.ต่อวินาที ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเฉลี่ยรายปี 2 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 1,000 ไร่ ประชากรได้รับประโยชน์ 879 ครัวเรือน

โอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบปัจจัยผลิตทางการเกษตรให้กับเกษตรกร ได้แก่ โฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร โฉนดต้นไม้ โฉนดต้นยางพารา พืชผักพันธุ์ดี และพันธุ์ปลา เพื่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงชีพสร้างรายได้ต่อไป

015

อธิบดีกรมชลฯ นำทีมลุยน้ำอยุธยา สั่งเร่งเคลียร์คลอง วางแผนระบายน้ำเตรียมเพาะปลูกฤดูแล้ง

อธิบดีกรมชลฯ นำทีมลุยน้ำอยุธยา สั่งเร่งเคลียร์คลอง วางแผนระบายน้ำเตรียมเพาะปลูกฤดูแล้ง

อธิบดีกรมชลฯ นำทีมลุยน้ำอยุธยา สั่งเร่งเคลียร์คลอง วางแผนระบายน้ำเตรียมเพาะปลูกฤดูแล้ง

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 22.06 น.

อธิบดีกรมชลฯ นำทีมลุยน้ำอยุธยา สั่งเร่งเคลียร์คลอง วางแผนระบายน้ำเตรียมเพาะปลูกฤดูแล้ง

15 ต.ค.68 นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นำทีมผู้บริหารลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอยุธยา โดยมี นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 นายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม นายรณชัย ศรีรอดบาง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน นายทรงวิทย์ เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ปัจจุบันมีอัตราการรับน้ำเข้าพื้นที่ 164.41 ลบ.ม./วินาที อัตราการระบายน้ำลงคลองพระยาบรรลือ 165.31 ลบ.ม./วินาที โดยควบคุมระดับน้ำในคลองสายหลักให้ใกล้เคียงกับระดับน้ำสูงสุดในปี 2567 กรมชลประทาน ได้ปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ทั้งนี้ได้ระบายน้ำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงน้ำไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้เกษตรกรได้เตรียมแปลงทำนาในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ นายสุริยพลฯ ได้กำชับให้โครงการชลประทานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำในลำคลองและแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รองรับสถานการณ์น้ำหลากในช่วงฤดูฝน และส่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ตามข้อสั่งการของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘ธนาคารที่ดิน’Quick Big Win ช่วยชาวบุรีรัมย์ ให้ปชช.มีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึง

'ธนาคารที่ดิน'Quick Big Win ช่วยชาวบุรีรัมย์ ให้ปชช.มีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึง

‘ธนาคารที่ดิน’Quick Big Win ช่วยชาวบุรีรัมย์ ให้ปชช.มีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึง

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.12 น.

“ธนาคารที่ดิน” Quick Big Win ช่วยชาวบุรีรัมย์ ตามนโยบายรัฐบาลมุ่งให้ประชาชนสามารถมีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม รวมทั้งสร้างรายได้ ลดรายจ่ายในการใช้ชีวิตประจำวัน

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เปิดเผยว่า “ธนาคารที่ดิน” เป็นหน่วยงานรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มอบหมายรองนายกรัฐมนตรี นายโสภณ ซารัมย์ กำกับติดตาม โดยตนรับมอบนโยบาย “Quick Big Win” ดำเนินการแก้ไขปัญหาชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเองมาก่อนให้มีที่ดินทำกิน มีกินมีใช้ รายได้ยั่งยืน

นายกุลพัชร เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนายสุทธิโรจน์ คำมั่น ผอ.กองบริหารจัดการและพัฒนาที่ดิน นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผอ.กองประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ปฏิบัติหน้าที่แทนผอ.กองบริหารสินเชื่อป้องกันและแก้ไขการสูญเสียสิทธิในที่ดิน และเจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการและพัฒนาที่ดิน เดินทางลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อติดตามการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคงามหนองหงส์ กลุ่มที่ 1 ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์

สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคงามหนองหงส์ กลุ่มที่ 1 มีสมาชิก 18 ครัวเรือน ที่ดินเนื้อที่ 23 ไร่ โดย “ธนาคารที่ดิน” ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินบุรีรัมย์ สาขาสำปลายมาศ เป็นที่เรียบร้อย

จากนั้น ผอ.ธนาคารที่ดิน และคณะเดินทางไปยังวิสาหกิจชุมชนโคงามหนองหงส์ กลุ่มที่ 1 เพื่อประชุมวางแผนการเข้าใช้ประโยชนที่ดิน และพัฒนาสาธาธารณูปโภคในที่ดิน ตามระเบียบ “ธนาคารที่ดิน”  โดย 2 ปีแรกเป็นการเช่า และในปีที่ 3 เป็นต้นไปจะเช่าซื้อในระยะเวลา 30 ปี ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 3 ต่อปีลดต้นลดดอก

นายบุญเพ็ง สุรักษ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนโคงามหนองหงส์ กลุ่มที่ 1 กล่าวว่า ขอบคุณรองนายกรัฐมนตรี นายโสภณ ซารัมย์ ท่านเป็นเหมือนคนของจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นคนที่ชาวอำเภอหนองหงส์ อำเภอลำปลายมาศ รักและเคารพ และดีใจอย่างมากเมื่อทราบว่าท่านกำกับดูแล “ธนาคารที่ดิน” ซึ่งกลุ่มของเราได้รับที่ดินทำกินจาก “ธนาคารที่ดิน” และในกลุ่มเราตั้งมั่นว่า ภายใน 4 เดือน จะเข้าทำกินรวมถึงใช้ประโยชน์สูงสุดในพื้นที่ อันจะช่วยให้เรามีที่ดินทำกิน ตามนโยบายรัฐบาล มุ่งให้ประชาชนสามารถมีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม รวมทั้งสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน

‘เอกภาพ’ เป็นประธานเปิดโครงการเทิดพระเกียรติ 125 ปีแห่งการพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

‘เอกภาพ’ เป็นประธานเปิดโครงการเทิดพระเกียรติ 125 ปีแห่งการพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

‘เอกภาพ’ เป็นประธานเปิดโครงการเทิดพระเกียรติ 125 ปีแห่งการพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.52 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการเทิดพระเกียรติ 125 ปีแห่งการพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปี แห่งการพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ปี 2568

 โดยโรงพยาบาลโพนทอง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลพรมสวรรค์ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวารีสวัสดิ์ ได้จัดโครงการฯ นี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ วันทันตสาธารณสุขแหงชาติ วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ วันต้นไม้แห่งชาติ

และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในการพัฒนางานสาธารณสุขไทย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ และเพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขทั่วประเทศ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและสืบสานพระราชปณิธาน ให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและได้รับบริการสุขภาพด้านต่างๆที่มีคุณภาพและครอบคลุม เพื่อการเข้าถึงบริการและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพองค์รวมของคนพิการและครอบครัวนั้น

-(016)

‘เขื่อนป่าสักฯ’ทยอยปรับเพิ่มการระบาย หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

‘เขื่อนป่าสักฯ’ทยอยปรับเพิ่มการระบาย หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

‘เขื่อนป่าสักฯ’ทยอยปรับเพิ่มการระบาย หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.04 น.

‘เขื่อนป่าสักฯ’ทยอยปรับเพิ่มการระบาย หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

15 ตุลาคม 2568 กรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลังมีฝนตกในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง  ประกอบกับยังคงมีปริมาณน้ำจากทางตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงเขื่อนอย่างต่อเนื่อง  คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จึงมีมติให้กรมชลประทาน ปรับแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์  เพื่อควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มการระบาย ในอัตราวันละ 50 ลบ.ม./วินาที จากอัตราเดิม 100 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 200 ลบ.ม./วินาที ภายในวันที่ 16 ต.ค.68  ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มจากเดิมอีกประมาณ 0.80 – 1.00 ม. ซึ่งระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ยังคงอยู่ในระดับตลิ่งและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน 

อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจากทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากอิทธิพลของร่องมรสุม หากปริมาณน้ำทางตอนบนเพิ่มมากขึ้น และมีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนสหกรณ์ภาคการเกษตร เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตร

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนสหกรณ์ภาคการเกษตร เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตร

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนสหกรณ์ภาคการเกษตร เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตร

วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.22 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนสหกรณ์ภาคการเกษตรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตร

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายวีระสันติ ประทุมพล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์  นายสัตวแพทย์อุดม เจือจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ นางสุดารัตน์ เจือจันทร์ ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ นายรัชพล หลิมวัฒนา รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนสหกรณ์ภาคการเกษตรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร โดยมี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) เป็นประธานเปิดฯ พร้อมด้วยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานฯ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

ในการนี้ กรมปศุสัตว์ โดยสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ ได้ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารสัตว์ TMR เป็นการให้ข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารผสมครบส่วน  สำหรับโคเนื้อ โคนม แพะและแกะ ซึ่งมีการผสมอาหารหยาบและอาหารข้นในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้สัตว์ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของคุณภาพวัตถุดิบ การคำนวณสัดส่วนที่ถูกต้อง และวิธีการให้อาหารที่เหมาะสม  และการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ นอกจากนี้ได้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะอีกด้วย 

ภาพ : นายฉัตรชัย นวลปลอด ข่าว : คุณจิราภรณ์ เกตุบูรณะ / กลุ่มเผยแพร่ฯ / สลก. / กรมปศุสัตว์

กรมการข้าว เตรียมเดินหน้าข้าวคาร์บอนต่ำล้านไร่ สร้างมูลค่าข้าวไทย ยกระดับสู่การผลิตอย่างยั่งยืน

กรมการข้าว เตรียมเดินหน้าข้าวคาร์บอนต่ำล้านไร่ สร้างมูลค่าข้าวไทย ยกระดับสู่การผลิตอย่างยั่งยืน

กรมการข้าว เตรียมเดินหน้าข้าวคาร์บอนต่ำล้านไร่ สร้างมูลค่าข้าวไทย ยกระดับสู่การผลิตอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.28 น.

กรมการข้าวจับมือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เตรียมเดินหน้าข้าวคาร์บอนต่ำล้านไร่ สร้างมูลค่าข้าวไทย ยกระดับสู่การผลิตอย่างยั่งยืน

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ร่วมหารือกับ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) พร้อมผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อวางแนวทางความร่วมมือในการ ขับเคลื่อนโครงการ “ข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่”
โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของการเกษตรไทยสู่ยุค ข้าวคุณภาพ–ข้าวสีเขียว โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผ่าน ระบบฉลากรับรองข้าวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice Label) ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

 ▫️นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับข้าวไทยให้ตอบโจทย์ตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาสินค้าข้าวที่มีคุณภาพสูง เป็นมิตรต่อโลก และมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยในระยะต่อไปจะมีการขยายความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

‘กรมชลประทาน’บูรณาการทุกหน่วยบริหารจัดการน้ำช่วงท้ายฤดูฝน ปรับแผนระบายน้ำ 2 เขื่อนใหญ่

‘กรมชลประทาน’บูรณาการทุกหน่วยบริหารจัดการน้ำช่วงท้ายฤดูฝน ปรับแผนระบายน้ำ 2 เขื่อนใหญ่

‘กรมชลประทาน’บูรณาการทุกหน่วยบริหารจัดการน้ำช่วงท้ายฤดูฝน ปรับแผนระบายน้ำ 2 เขื่อนใหญ่

วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.02 น.

‘กรมชลประทาน’บูรณาการทุกหน่วยบริหารจัดการน้ำช่วงท้ายฤดูฝน ปรับแผนระบายน้ำ 2 เขื่อนใหญ่

14 ตุลาคม 2568 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ โดยมี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมผ่านระบบ VDO Conference ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาปรับแผนบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหลัก เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างสมดุลกับปริมาณฝนและน้ำท่าในพื้นที่ โดยเห็นชอบให้ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ แบบขั้นบันได จากเดิม 30 ล้าน ลบ.ม./วัน เหลือ 25 และ 20 ล้าน ลบ.ม./วัน  ตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านท้ายน้ำ

พร้อมกันนี้ให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล จ.ตาก จากเดิม 5 ล้าน ลบ.ม./วัน เป็น 10 ล้าน ลบ.ม./วัน เพื่อเสริมการใช้น้ำในการเพาะปลูกพืชด้านท้ายน้ำ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการบริหารจัดการน้ำช่วงท้ายฤดูฝนอย่างประณีต ดูแลรักษาความมั่นและคงปลอดภัยของเขื่อน รวมไปถึงอาคารชลประทานต่างๆ ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอในช่วงฤดูแล้งที่จะเริ่มในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้  ที่สำคัญ ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ประเทศไทยลงนามเข้าร่วม ‘งานพืชสวนโลก International Horticultural Expo 2027, Yokohama’

ประเทศไทยลงนามเข้าร่วม ‘งานพืชสวนโลก International Horticultural Expo 2027, Yokohama’

ประเทศไทยลงนามเข้าร่วม ‘งานพืชสวนโลก International Horticultural Expo 2027, Yokohama’

วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.16 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมาย นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะ Commissioner General of Section (CG) ผู้แทนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลไทยที่ได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบในการเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงาน Expo ระดับโลก โดยเฉพาะงานที่อยู่ภายใต้การรับรองของสมาคม AIPH หรือ BIE ได้ลงนามเอกสารการเข้าร่วมจัดงาน International Horticultural Expo 2027, Yokohama ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการ

พิธีลงนามในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยมี  Mr. KOMURA Masato, Secretary-General & Representative Trustee Japan Association for the International Horticultural Expo 2027, Yokohama, Mr. KOSHIKAWA Kazuhiko (Commissioner of GREEN×EXPO 2027) และนายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโตเกียว ประเทศไทยจะร่วมจัดแสดงบนพื้นที่รวมกว่า 600 ตารางเมตร ซึ่งจะถ่ายทอดเรื่องราวของพืชสวนไทยอย่างร่วมสมัยผ่านรูปแบบ “นิทรรศการมีชีวิต” (Living Exhibition) ที่ผสานนวัตกรรม ความยั่งยืน และความงามของธรรมชาติไทยไว้ด้วยกัน ภายใน Pavilion จะจัดแสดงทั้งโซนในร่ม และกลางแจ้ง นำเสนอผ่านการสร้างสรรค์งานจัดการพื้นที่เกษตรกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต และสอดคล้องกับธีมงาน Scenery of the Future for Happiness

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการยืนยันบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก แต่ยังสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และสร้างชื่อเสียงของสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไทย อาทิ พืชสวน สมุนไพร ผลไม้พรีเมี่ยม ผลิตภัณฑ์แปรรูป และบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตรระดับนานาชาติ Thailand Pavilion ในงาน  International Horticultural Expo 2027, Yokohama จะเป็นมากกว่าการจัดแสดงพืชสวน แต่คือประตูสู่อนาคตของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการเกษตรที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบบอาหาร ที่ทั้งสวยงาม ยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับผู้คนทั่วโลก.

-(016)

เอาจริงเอาจัง!!! ‘ธรรมนัส’ประกาศสงคราม’ปลาหมอคางดำ’

เอาจริงเอาจัง!!! 'ธรรมนัส'ประกาศสงคราม'ปลาหมอคางดำ'

เอาจริงเอาจัง!!! ‘ธรรมนัส’ประกาศสงคราม’ปลาหมอคางดำ’

วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.02 น.

“ธรรมนัส”ประกาศสงคราม”ปลาหมอคางดำ”อีกครั้ง สั่งฟันไม่เลี้ยงพวกของเถื่อน เดินหน้าปลดล็อกกฎหมาย IUU ช่วยชาวประมงทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ และ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมทั้งติดตามโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบและรับฟังปัญหาจากเกษตรกรและชาวประมงในพื้นที่ โดยมี นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม และ น.ส.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ให้การต้อนรับ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวกับประชาชนช่วงหนึ่งว่า โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เป็นเรื่องที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง ซึ่งตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว และก็เป็นรัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรมในขณะนั้นที่ของบประมาณกลางจากรัฐบาลประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยพวกเราให้สามารถออกนอกระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม สําหรับพี่น้องชาวประมงที่ยังมีปัญหาติดข้อระเบียบ ตนกําลังจะแก้ให้

ส่วนการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนที่จุดประเด็นเรื่องนี้ก็คือตัวผมเอง เพราะมันทำให้พี่น้องชาวประมงเดือดร้อนมันขยายพันธุ์ไว และตายยาก เราก็หามาตรการจัดการอย่างต่อเนื่อง แม้จะจัดการได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราจะไม่ยอมแพ้ ต้องปราบให้ได้ ต้องทำให้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะใช้เวลากี่วันกี่ปี จากนี้เราจะนำปลาหมอคางดำมาหมักเป็นปุ๋ย เพราะให้ธาตุอาหารแก่พืช ทั้งไนโตรเจน แคลเซียม และโพแทสเซียม ช่วยให้ต้นไม้เติบโตดีขึ้น โดยพรุ่งนี้ตนจะมีการประชุมประธานสหกรณ์ทั่วประเทศไทยที่เมืองทองธานี เพื่อวางแนวทางลดต้นทุนการผลิต ทั้งพืชไร่ พืชสวน และสหกรณ์จะต้องเป็นแหล่งจําหน่าย ปัจจัยการผลิต และจัดหาช่องทางจำหน่าย รวมถึงส่งเสริมการเป็นตลาดและสถาบันรองรับสินค้าการเกษตรที่ผลิตจากชุมชน เช่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาหมอคางดำ โดยในช่วงที่ตนหายไปหนึ่งปีการปราบปรามอาจจะไม่เข้มข้น อย่างที่เคยทํา แต่วันนี้กลับมาประกาศสงครามกับปลาหมอคางดำอย่างเอาจริงเอาจังอีกรอบหนึ่ง

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงการปราบปรามสินค้าภาคการเกษตรผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้ามาในประเทศสิ่งว่า เป็นนโยบายหลัก หากมีการลักลอบเข้ามา เราจับกุมทันที และเรามีเรือลาดตระเวนตลอดเวลา ดังนั้น อะไรที่มันผิดกฎหมาย อย่าทํา อย่าลักลอบเข้ามา มันเป็นการเอาเปรียบกัน

สำหรับ จังหวัดสมุทรสงครามมีผลไม้เศรษฐกิจสำคัญอย่าง ลิ้นจี่ ส้มโอ และมะพร้าวอ่อน ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยจะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนสินค้าการเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อผลักดันการวิจัย ปรับปรุงคุณภาพ และขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ให้ความสนใจสินค้าไทย เช่น ลิ้นจี่ ส้มโอ และเครื่องปรุงอาหารจากไทย ตนในฐานะที่กำกับดูแลหลายกระทรวง จะประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งเปิดตลาดใหม่ให้เกษตรกร โดยเราต้องช่วยกันทำ ไม่ใช่แค่พูด แต่ต้องเห็นผลในปีนี้

“ขอยืนยันกับพี่น้องชาวสมุทรสงครามว่า สิ่งที่ผมเคยให้นโยบายไว้จะเดินหน้าต่อให้ถึงที่สุด ตลอดช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ผลักดันการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของ ไอยูยู (IUU Fishing) ซึ่งสร้างผลกระทบต่อชาวประมงไทย แลพดำเนินการแก้กฎหมายไปแล้ว 29 ฉบับ และตอนนี้ พ.ร.บ.หลัก ก็ผ่านกระบวนการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว และระหว่างรอประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่ ผมได้มอบหมายให้เร่งจัดทำกฎหมายลูกรองรับ ให้พร้อมบังคับใช้โดยเร็ว” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006