‘มนัญญา’ถกMOUสปป.ลาว ดันส่งออกปี’66พุ่ง6แสนล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709619

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนภาคเอกชน เดินทางไปยัง สปป.ลาว เยี่ยมคารวะรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ตลอดจนส่งเสริมเจตจำนงและมิตรภาพที่ดี ร่วมหารือโครงการระหว่างกรมวิชาการเกษตร และกรมปลูกฝัง สปป.ลาวภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงกสิกรรมฯ

น.ส.มนัญญากล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นโอกาสดีของเกษตรกรและผู้ส่งออกของไทย ที่จะได้รับทราบปัญหาที่ด่านของชายแดนลาว เพื่อนำมาแก้ปัญหาความแออัดที่ด่านไทย ลดความล่าช้าในการส่งออก ทั้งนี้ จะหารือในประเด็นที่สำคัญ อาทิ ระบบโลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกทางการค้า ทั้งทางบกและทางอากาศ การพัฒนาความร่วมมือด้านสุขอนามัยพืชไทย-ลาว เพื่อป้องกันโรคและศัตรูพืชในสินค้าเกษตรที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-ลาว ด้านวิชาการเกษตรและกักกันพืช ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน อีกทั้งหารือเรื่องการนำเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ไปขยายผลในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซ้อน-ห้วยซั้ว สปป.ลาว ด้วย

น.ส.มนัญญา กล่าวต่อว่า สปป.ลาว เป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 18 ของไทย โดยปี 2565 ไทย–ลาว มีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมสินค้าทุกประเภท รวม 5.5 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปีนี้ ตัวเลขการส่งออกด่านชายแดนไทย-ลาว จะเพิ่มเป็น 6 แสนล้านบาท จากยอดการส่งออกสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50,000-60,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2562-2564 อยู่ที่ 30,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับกรมตรวจบัญชีกลางของ สปป.ลาว ในการอบรมให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านระบบการทำบัญชี และระบบการควบคุมภายในให้แก่สหกรณ์ของ สปป.ลาว จัดโปรแกรมศึกษาดูงานให้แก่เจ้าหน้าที่ด้านสหกรณ์ของ สปป.ลาว แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับครูบัญชีอาสา และ Smart Farmer ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แนะนำการใช้งานโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (Cooperative Full Pack Accounting Software : FAS) ให้แก่สหกรณ์ของ สปป.ลาว

ในส่วนของความร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะมีรายงานผลสำเร็จของโครงการความร่วมมือด้านการสหกรณ์ระหว่างไทย–สปป.ลาว โครงการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร (สหกรณ์คู่แฝด ไทย-ลาว) การรายงานผลการประชุมหารือการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านการสหกรณ์ ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับกรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ และพัฒนาชนบท สปป.ลาว

ลุยอีสาน! ‘เฉลิมชัย’ลงพื้นที่’อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี’ พบเกษตรกร 8-10 ก.พ.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709373

ลุยอีสาน! 'เฉลิมชัย'ลงพื้นที่'อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี' พบเกษตรกร 8-10 ก.พ.นี้

ลุยอีสาน! ‘เฉลิมชัย’ลงพื้นที่’อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี’ พบเกษตรกร 8-10 ก.พ.นี้

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.06 น.

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.ธนชาภา จันทวารา รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มีกำหนดการลงพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี เพื่อมอบนโยบาย ติดตามความคืบหน้าของโครงการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 8 – 10 ก.พ.นี้

น.ส.ธนชาภา กล่าวต่อว่า เกษตรกรไทย โดยเฉพาะเกษตรกรภาคอีสาน พึงพอใจและชื่นชมการทำงานของดร.เฉลิมชัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอย่างมาก เพราะตลอด 4 ปีที่ดำรงตำแหน่งนี้มา ดร.เฉลิมชัย มีผลงานที่เด่นชัด สามารถแก้ไขปัญหาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ตรงจุด ช่วงวิกฤตโควิดหนักๆ ก็มีนโยบายช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท/ครัวเรือน และช่วงโรคระบาดในวัว หรือ ลัมปีสกิน ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานปศุสัตว์แต่ละจังหวัดเร่งช่วยเหลือโดยเร็วและได้มีการเยียวยาไปเป็นที่เรียบร้อย ที่เกษตรกรภาคอีสานพอใจเป็นอย่างมากคือ นโยบายประกันรายได้เกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าว โดยมีท่านจุรินทร์ฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ ดร.เฉลิมชัย ผลักดันนโยบายนี้จนสำเร็จ ได้จ่ายเงินส่วนต่างให้พี่น้องชาวนามาเป็นปีที่ 4 แล้ว เหมาะสมกับสโลแกน “พี่ต่อ เฉลิมชัย คำไหน คำนั้น”

ปลัดเกษตรฯคิกออฟไถกลบแทนเผา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709316

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธาน Kick Off กิจกรรม “ไถกลบแทนเผา บรรเทามลพิษ พิชิตหมอกควัน” พร้อมด้วยนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ที่บ้านกลาง หมู่ 2 ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ร่วมกับ 55 จังหวัด ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการเผาทั่วประเทศ ว่าให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรลุตามเป้าหมายลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2613 โดยกรมพัฒนาดิน ส่งเสริมให้เกษตรกรลด ละ เลิก การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร เปลี่ยนมาใช้วิธีการไถกลบตอซังพืช หยุดยั้งปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการเผาวัสดุทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“การจัดงานครั้งนี้ นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สุดทุกภาคส่วน ร่วมกันเพื่อหยุดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม สนับสนุนและผลักดันกิจกรรมของทุกหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงปัญหาจากการเผาที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรดิน
จึงขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจไถกลบแทนเผา บรรเทามลพิษ พิชิตหมอกควันอันนำมาซึ่งความมั่นคงของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” นายประยูร กล่าว

ด้านนายปราโมทย์กล่าวว่าจัดงานดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรได้ตระหนักรู้ถึงการทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟางและตอซังพืช ช่วยให้ดินดีคงความอุดมสมบูรณ์ไม่ถูกทำลาย และยังช่วยบำรุงดินให้มีอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น เกิดความสมดุลของระบบนิเวศดินแล้ว ยังส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการเผาลดลง รวมถึงช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และยังช่วยลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อน

‘มนัญญา’ทวงราคามะพร้าว พบราคาตกปมนำเข้านอกโควตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709315

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหา
ราคาผลมะพร้าวตกต่ำ ทางกรมการค้าต่างประเทศ รายงานว่ามียอดนำเข้ามะพร้าว ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน2565 ตามกรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน และองค์การการค้าโลก (WTO) รวม 130,000 ตัน โดยเป็นการนำเข้า ตาม 2 กรอบดังกล่าว รวม 7,000 ตัน ที่เหลือนำเข้านอกกรอบ WTO ที่เสียภาษีร้อยละ 54 นอกจากนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รายงานว่า มียอดนำเข้าน้ำกะทิจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ทำอาหารและอื่นๆ ผ่าน อย.ปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยเมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจเรื่องการปนเปื้อน หรือเชื้อโรคและสารตกค้างตามกฎหมายอาหารและยาแล้ว อย.ไม่มีอำนาจในการติดตามปลายทางของสินค้าดังกล่าว จึงไม่ทราบว่ากะทิเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ใดบ้าง

“ภาคเอกชนยอมเสียภาษีนำเข้ามะพร้าวนอกโควตา เพื่อเลี่ยงการปฏิบัติตามเงื่อนไขของคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เช่น การกะเทาะเปลือกในโรงงาน เป็นต้น ดังนั้น การกำหนดโควตานำเข้ามะพร้าวของ คกก.พืชน้ำมันฯ แต่ละปี จึงอาจไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นว่าขณะนี้ราคามะพร้าวขูดสำหรับทำกะทิในท้องตลาด อยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคารับซื้อมะพร้าวผลจากชาวสวน อยู่ที่ 5-12 บาทต่อผล จึงเป็นคำถามว่าส่วนต่างของราคานี้หายไปไหน แต่เอกชนกลับไปนำเข้าน้ำกะทิปีละ 3,000 ล้านบาท และยอมเสียภาษีนอกโควตา WTO ร้อยละ 54 ทำไมเราไม่ช่วยกันซื้อมะพร้าวภายในประเทศและให้ราคาที่เหมาะสมกับเกษตรกร เพื่อให้เงินเหล่านี้กลับไปอยู่ในมือเกษตรกร จึงต้องมาบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยแก้ปัญหา” น.ส.มนัญญา กล่าว

‘มนัญญา’ชงคกก.พืชน้ำมันฯ ปรับสัดส่วนโควตานำเข้ามะพร้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709046

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือมาตรการนำเข้ามะพร้าวและผลิตภัณฑ์มะพร้าวเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกณ์ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย น.ส.มนัญญา กล่าวว่า การลงพื้นที่หารือร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและตัวแทนเครือข่ายชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้านการผลิต ราคา การตลาด และการนำเข้า-ส่งออกมะพร้าวไทย เกษตรกรร้องเรียนว่าปัจจุบันราคามะพร้าวตกต่ำ อยู่ที่ 5 บาทต่อผล จึงเร่งหาแนวทางแก้ไข และพบว่ามีการนำเข้ามะพร้าวนอกโควตา 130,000 ตัน โดยเอกชนยอมเสียภาษีนอกโควตา ร้อยละ 54 เพื่อเลี่ยงการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการอนุญาตนำเข้าตามโควตา

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการนำเข้ากะทิสดจากต่างประเทศ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ไม่ได้ถูกนำมาคำนวณเป็นปริมาณผลผลิตมะพร้าวตามความต้องการใช้ในประเทศ โดยคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช จะนำมาพิจารณากำหนดออกมาเป็นสัดส่วนโควตาให้นำเข้ามะพร้าวในแต่ละปีจึงมีผลให้กระทบกับราคาผลผลิตมะพร้าวในประเทศทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นยังพบว่ากรณีถ้าเป็นโรงงานผลิตมะพร้าวที่ขอส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะยังได้สิทธิ์ในการขอคืนภาษีจากการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศด้วย ดังนั้นน่าจะเป็นประเด็นที่ คกก.พืชน้ำมันฯ น่าจะต้องนำมาพิจารณา

“ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ทำหนังสือตามข้อสังเกตนี้ถึง สศก.นำเสนอต่อ คกก.พืชน้ำมันฯ ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาและร่วมกันแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกกระทรวงที่มีการนำเข้าสินค้าเกษตรทั้งแปรรูปและไม่แปรรูป ต้องมีการบูรณาการการทำงานและข้อมูลร่วมกัน” น.ส.มนัญญา กล่าวและว่า การประชุมครั้งนี้ สศก.รายงานว่า ราคามะพร้าว ขยับเพิ่มขี้นอยู่ที่ 12 บาทต่อผล ถือเป็นสัญญาณที่ดีของเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

ด้าน นายระพีภัทร์กล่าวว่า ได้เร่งทำหนังสือตามข้อสั่งการของ รมช.เกษตรฯ ถึง สศก.ก่อนเข้าที่ประชุม คกก.พืชน้ำมันฯ โดยการประชุมกรมการค้าต่างประเทศ รายงานว่า คกก.พืชน้ำมันฯ ได้อนุมัติให้นำเข้ามะพร้าวตามกรอบ WTO และ AFTA แบ่งเป็น 1.ตามกรอบ AFTA อนุมัติปริมาณ 64,615 ตันต่อปีโดยมีการนำเข้าจริงปริมาณ 5,348.44 ตันและ 2.ตามกรอบ WTO อนุมัติปริมาณ 2,317 ตัน ปัจจุบันนำเข้าเต็มจำนวนแล้ว 2 กรอบ ปริมาณ 7,000 กว่าตัน ซึ่งจะอนุญาตให้เอกชนนำเข้าในช่วงนอกฤดูการผลิตเท่านั้น ดังนั้นสาเหตุที่ราคามะพร้าวตกต่ำจึงไม่เกี่ยวข้องกับมะพร้าวที่นำเข้าตามโควตา แต่น่าจะมาจากการนำเข้านอกโควตา เนื่องจากกรมการค้าต่างประเทศ รายงานว่ามียอดนำเข้ามะพร้าว เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2565 รวม 130,000 ตัน ซึ่งเป็นการนำเข้านอกโควตา WTO ที่เสียภาษีร้อยละ 54 ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร มีอำนาจตรวจตาม พ.ร.บ.กักพืช ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจอย่างเข้มงวด 100% ทุกตู้

กรมข้าวเปิดงานวันข้าวหอมฯ เชื่อมโยงตลาด-เทคโนโลยีใหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709050

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายจารึก กมลอินทร์ ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนแห่งประเทศไทย นายชัยยพลชาวเมืองสีวสุ รองประธานกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนแห่งประเทศไทย และผู้บริหารกรมการข้าวทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมพิธีเปิดงานวันข้าวหอมมะลิอำเภอบัวใหญ่ ครั้งที่ 1 โดยมีนายกิตติวัฒนกสิการ เกษตรอำเภอบัวใหญ่ นายบุญเลิศ ประสิทธิ์นอก ประธานศูนย์ข้าวชุมชนอำเภอบัวใหญ่ และเกษตรกรในพื้นที่ ต้อนรับ ที่สำนักงานเกษตรอำเภอบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้เป็นประธานเปิดพิธีดังกล่าวและร่วมบายศรีสู่ขวัญข้าว พร้อมกับพบปะสมาชิกโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ภายในงาน โดยนายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เชื่อมโยงทางการตลาดข้าวหอมมะลิ จ.นครราชสีมา รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในกระบวนการผลิต แปรรูปข้าวหอมมะลิ และอุตสาหกรรมให้เกษตรกรได้รับรู้

จัดงานนิทรรศการ‘กรมชลฯ6รัชกาลฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709048

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้จัดนิทรรศการ “กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของกรมชลประทาน นับตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงก่อตั้งกรมคลอง วิวัฒนาการเป็นกรมทดน้ำ และกรมชลประทาน จนย่างก้าวสู่ปีที่ 121 ในรัชกาลปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน มีการพัฒนาแหล่งน้ำเริ่มจากภูมิปัญญาบรรพชน จนถึงภูมิปัญญาในวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อนำพากรมชลประทานไปสู่ความเป็นองค์กรอัจฉริยะ สร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มคุณค่าการบริหารจัดการน้ำในปี 2580

กรมชลประทาน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณใหญ่หลวงหาที่สุดมิได้ของทั้ง 6 รัชกาล ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ได้น้อมนำแนวพระราชดำริอันเกิดแต่ปรีชาสามารถของทุกๆ พระองค์ มาเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานจนเป็นผลสำเร็จ งานชลประทานพัฒนาการเจริญเติบโตอย่างกว้างขวาง ด้วยรูปแบบโครงการในประเภทและขนาดต่างๆ ครอบคลุมในทุกภาคของประเทศไทย สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงผาสุกอยู่ดีกินดีให้เกิดกับประชาชนทุกแห่งหน นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมชลประทานและชาวชลประทาน ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งงานด้านวิชาการ ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ งานบริหารจัดการน้ำ ด้านการมีส่วนร่วม งานสิ่งแวดล้อม ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย 6 รัชกาล ที่ทรงคุณูปการใหญ่หลวงในงานชลประทาน จนบังเกิดเป็นความมั่นคงแห่งน้ำ ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนไทย จึงจัดแสดงนิทรรศการดังกล่าว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านต่างๆ ของกรมชลประทาน ให้ประชาชนได้รับรู้

อ.ต.ก.จัดกิจกรรม ยกสวนตะลอนกรุง หนุนสินค้าเกษตร สร้างรายได้ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709045

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรมตลาดเคลื่อนที่ “ยกสวนตะลอนกรุง” จำหน่ายสินค้าเกษตรผลไม้สดและแปรรูปจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ยึดหลักตลาดนำการผลิต สนับสนุนเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและสถาบันเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้และผู้ผลิตสินค้าผลไม้แปรรูป จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าการเกษตร ส่งเสริมธุรกิจเกษตรในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ นำเกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงกับกลไกตลาดให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรได้เกิดการเรียนรู้ด้านการบริหารจัด การวางแผนการผลิตให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับปริมาณความต้องการสินค้าของตลาดอย่างสมดุลกัน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด ก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรม“ยกสวนตะลอนกรุง” มีการจำหน่ายผลไม้จากสวนเกษตรกรโดยตรง อาทิ มะยงชิด มะปรางหวาน มะม่วงน้ำดอกไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วย มีโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรีคูปองเงินสดมูลค่า50 บาท เพียงกด Like & Share กิจกรรม “ยกสวนตะลอนกรุง” ทาง เฟซบุ๊ก : ortorkordelivery เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าในงานที่ตลาด อ.ต.ก.ริมคลองบางซื่อ นอกจากนี้อ.ต.ก. พร้อมเคลื่อนที่ยกสวนตะลอนกรุง จำหน่ายสินค้าเกษตรผลไม้สดและแปรรูป ที่กรมประมง และการประปานครหลวง เพียงซื้อสินค้าร้านใดก็ได้ครบทุก 500 บาท รับคูปองเงินสดมูลค่า 50 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า

2 แสนตัน! ‘ประภัตร’ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก’ทุเรียนไทย’ไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708656

2 แสนตัน! 'ประภัตร'ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก'ทุเรียนไทย'ไปจีน

2 แสนตัน! ‘ประภัตร’ประสานลงนามความร่วมมือส่งออก’ทุเรียนไทย’ไปจีน

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.17 น.

“รมช.ประภัตร”ประสานลงนามความร่วมมือการส่งออกทุเรียนไทยไปยังประเทศจีน ดึงผู้ประกอบการไทยจีนจับมือส่งออก คาดเบื้องต้นส่งออกทุเรียนกว่า 2 แสนตัน หรือกว่า 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ในปี 66 พ่วงด้วยมะพร้าว และอาหารทะเล อีกกว่า 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่กระทรวงเกษตร์ นายประภัตร โพธสุธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือในการส่งออกผลไม้ ระหว่างบริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด กับ Tsinghua Uniresource Company ของประเทศจีน

โดย นายประภัตร กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังประเทศจีน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยผลไม้ของประเทศไทยพอถึงฤดูกาล อาจจะทำให้ราคาตกต่ำลง และสร้างความเดือดร้อนกังวลใจให้แก่พี่น้องเกษตรกร

ซึ่งในวันนี้ ได้มึการประสานงานความร่วมมือ ระหว่างบริษัทเอกชนของทั้ง2ประเทศได้มีการลงนามข้อตกลงร่วมกันในการรับซื้อ ผลไม้จากไทยจะทำให้เกษตรกรได้เกิดความมั่นใจ ว่าจะมีตลาดในการส่งออกผลไม้ เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัลโควิด-19 ทำให้เกิดวิกฤตและมีความยากลำบากในการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ซึ่งทางรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือ สร้างความมั่นใจให้ทั้งทางพี่น้องเกษตรกรและประเทศจีนอย่างเต็มที่ ว่าสามารถส่งได้ในทันที และจะให้ราคาที่ดี เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่สุด

สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ทางจีนยืนยันว่า จะซื้อทุเรียนจากประเทศไทยกว่า 2 แสนตัน หรือกว่า 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ และยังจะมีการรับปากจะซื้อมะพร้าวจากไทยจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำในขณะนี้ได้ด้วย ขณะเดียวกันยังจะมีนำเข้าชมพู่ และหมาก ด้วย นอกจากนี้ ทางจีนยังแสดงเจตจำนงค์ในการที่จะนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศไทยอีกกว่า 2,000 ตู้คอนแทนเนอร์ ซึ่งกระทรวงฯ จะประสานทางเอกชนไทย เพื่อส่งออกอาหารทะเลต่อไป

“อนาคตหวังว่าจะสามารถส่งผลไม้ หรือสินค้าประเภทอื่นๆไม่ว่าจะเป็นหมาก ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม และอาหารทะเลไปยังประเทศจีนอีกด้วย โดยในปี 2566 ทางประเทศจีนจะรับซื้อทุเรียนประมาณ 2,000 – 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ (1 ตู้คอนเทนเนอร์ เฉลี่ยประมาณ 18 ตัน) และต้องขอบคุณ บริษัท ไทย อะกรีคัลเจอร์ จำกัด ที่ทำให้เกิดสัญญาซื้อขายนี้เกิดขึ้นด้วย” รมช.ประภัตร กล่าว

นายประภัตร กล่าวด้วยว่า ในการส่งออกผลไม้ไทยไปยังจีนขณะนี้ อยากฝากถึงเจ้าของสวนทุเรียนไทย และขอความร่วมมือเกษตรกรอย่าตัดทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย ขณะที่ยังไม่ครบอายุการเก็บเกี่ยว เพราะจะผลต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือต่อทุเรียนไทย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของตลาดผลไม้ไทย ด้วยเช่นกัน

– 006

รองปลัดฯร่วมพิธี ลงนามในข้อตกลง การวิจัยและพัฒนา เพิ่มศักยภาพเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/708455

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรเพื่อเสริมศักยภาพด้านการเกษตรของไทย ระหว่างสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่อาคารเอสเจ โดยบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรผ่านระบบโทรคมนาคมและระบบดาวเทียม เพื่อส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรให้ทันสมัย

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว โดยเน้นการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 ได้แก่ นโยบายตลาดนำการผลิต นโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และนโยบายเกษตร 3S (Safety Security Sustainability)เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป