กรมข้าวปลื้มข้าวไทย ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ พื้นที่นาทุ่งกุลาร้องไห้ เสิร์ฟที่ประชุม‘APEC’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693941

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ตามที่คนไทยทั้งประเทศได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก (APEC 2022) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้นำเขตเศรษฐกิจทั้ง 21 เขต เข้าร่วมการประชุม ซึ่งประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ได้ต้อนรับผู้นำในด้านต่างๆ รวมถึงด้านอาหาร ที่ได้เสิร์ฟอาหารไทย โดยเฉพาะข้าวไทย ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ประจำชาติ

อธิบดีกรมการข้าวกล่าวต่อว่า การจัดงานประชุม APEC ครั้งนี้ มีข้าวไทยที่ได้รับเลือกให้เสิร์ฟแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจได้รับประทานภายในงาน ซึ่งก็คือ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ พรีเมี่ยม ทุ่งกุลาร้องไห้ จากผลิตภัณฑ์ข้าวเกษตรอินทรีย์ลุงบุญมี ที่มีนายบุญมี สุระโคตร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เป็นเจ้าของ

สำหรับลุงบุญมี ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย สุดท้ายจึงค้นพบตัวเองว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือการทำนา ปลูกข้าว แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นข้าวในวิถีเกษตรอินทรีย์ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำมาปรับใช้ จนได้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2554 แต่ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่มองว่าการทำนาควรจัดตั้งกลุ่มทำนาร่วมกัน เพื่อสร้างศักยภาพการต่อรองทางการค้า จึงชักชวนเกษตรกรในชุมชนมารวมกลุ่มกันก่อให้เกิดความเข้มแข็ง คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ และได้รับการช่วยเหลือจากส่วนราชการ ส่งผลให้ชุมชนกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์

‘เฉลิมชัย’ชูไทยส่งออกข้าวเบอร์2โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693942

‘เฉลิมชัย’ชูไทยส่งออกข้าวเบอร์2โลก

‘เฉลิมชัย’ชูไทยส่งออกข้าวเบอร์2โลก

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ แสดงความพอใจต่อการพัฒนาศักยภาพของชาวนาไทยและการส่งออกข้าวภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2563-2567 และยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” ตั้งเป้า ไทยเป็นผู้นำในด้านการผลิต การตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลกเป็นการส่งออกเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาโดย 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ (มกราคม-กันยายน 2565) ประเทศไทยส่งออกข้าวไปต่างประเทศได้ทั้งสิ้น 5.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 39.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าส่งออก 2,796.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 23.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้ถึง 95,233 ล้านบาท

สำหรับราคาส่งออกข้าวไทยเฉลี่ยในเดือนกันยายน 2565 อยู่ที่ตันละ 510.8 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ที่ราคาตันละ 500.5 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทางสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยคาดว่าปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวได้ 7-8 ล้านตัน ทำให้ประเทศไทยกลับมาผงาดขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลกในปีนี้อย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้นประเทศไทยยังได้รับเกียรติให้เป็นสถานที่จัดงานประชุมข้าวโลก (World Rice Conference)ครั้งที่ 14 (14th World Rice Conference) โดย The Rice Trader วารสารชื่อดังของสหรัฐอเมริกา และจะมีการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลกคือรางวัล The World’s Best Rice Award ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ข้าวไทยได้รับรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลก 2 ปี ซ้อนซึ่งสะท้อนถึงผลจากการทำงานอย่างทุ่มเทของรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ตามยุทธศาสตร์ข้าวไทยและยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตภายใต้ความร่วมมือกับภาคเอกชนภาคเกษตรกรและทุกภาคส่วนที่บูรณาการทำงานเชิงรุกอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

‘เฉลิมชัย’เปิดประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 45

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693856

'เฉลิมชัย'เปิดประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 45

‘เฉลิมชัย’เปิดประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 45

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.46 น.

“เฉลิมชัย”เปิดการประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 45 เดินหน้านำงานวิจัยสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการปศุสัตว์ของไทย

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 45 (The International Conference on Veterinary Science 2022 : The ICVS 2022) ที่จัดขึ้นโดยสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤศจิกายน 2565 ภายใต้หัวข้อ “One Health for the New Era” โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะนายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค (อิมแพ็คฟอรั่ม) เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย กล่าวว่าภายใต้หัวข้อ “One Health for the New Era” ได้มุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการควบคุมป้องกันโรคระบาดสัตว์โดยใช้หลักแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health ซึ่งเป็นแนวคิดการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่รวมสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสุขภาพสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการพัฒนาสุขภาพที่ดีอย่างเป็นองค์รวม และเน้นการประยุกต์ใช้หลัก One Health ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมโรคระบาดสัตว์โดยอาศัยหลักสุขภาพหนึ่งเดียวเป็นอย่างยิ่ง ควบคู่ไปกับการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้เลี้ยงชีพที่มั่นคง เพื่อการพัฒนาระบบรากฐานของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

โดยคาดว่าการประชุมดังกล่าว จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิตสัตว์เชิงอุตสาหกรรมและการควบคุมโรคระบาดสัตว์ในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ และเป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ทางวิชาชีพสัตวแพทย์ รวมถึงการมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกันขององค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ในการเพิ่มขีดความสามารถของวิชาชีพสัตวแพทย์ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในระดับภูมิภาคอาเซียนและนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

“ปัญหาเรื่องโรคระบาดสัตว์ถือเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งส่งผลทางด้านเศรษฐกิจในภาพรวม โดยการติดต่อระหว่างสัตว์กับคน เช่น ไข้หวัดนก โรคพิษสุนัขบ้า ฝีดาษลิง หรือโควิด-19 ที่มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ เป็นต้นนั้น สามารถใช้หลักสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health ที่จะทำให้เกิดการบริหารจัดการที่ดี และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตระหนักถึงการควบคุมโรคระบาด และการดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์ให้ดีขึ้นและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศต่อไป สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ที่จะช่วยกันในการสร้างความพร้อมรับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการปศุสัตว์ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการเปิดกว้างในการทำงานวิจัยร่วมกับองค์กรต่างๆ ระหว่างประเทศ และหวังว่าผู้เข้าร่วมงานในวันนี้จะนำงานวิจัยต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะสนับสนุนเพื่อมาพัฒนาประเทศต่อไป” นายเฉลิมชัย กล่าว

ด้าน นายสัตวแพทย์เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะนายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้ประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องในสายวิชาชีพสัตวแพทย์ เช่น สัตวบาล นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนักวิจัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวนมากกว่า 400 คน ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสัมมนาและบรรยายเชิงวิชาการ การแสดงนิทรรศการสัตวแพทย์ตัวอย่าง ประจำปี 2565 และการจัดบูธผู้สนับสนุนการประชุม เป็นต้น โดยการประชุมในครั้งนี้ สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคณบดีและบุคลากรทางการศึกษา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการเป็นคณะกรรมการจัดการประชุม รวมทั้งได้รับการสนับสนุนการจัดประชุมจากบริษัทชั้นนำและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านสัตวแพทย์ของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณาจารย์จากมหาวิทยาลัย Edinburgh (The University of Edinburgh) แห่งราชอาณาจักรสกอตแลนด์ และผู้ทรงคุณวุฒิของหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษาต่างๆ มาเป็นวิทยากรบรรยายในการประชุมครั้งนี้อีกด้วย

– 006

‘ประภัตร’ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ไฟเขียว 6 เรื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693840

‘ประภัตร’ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ไฟเขียว 6 เรื่อง

‘ประภัตร’ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ไฟเขียว 6 เรื่อง

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.17 น.

‘รมช.ประภัตร’ นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร สร้างความเชื่อมั่นก้าวสู่ตลาดโลก

23 พฤศจิกายน 2565 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 4/2565 โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 
พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายประภัตร กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับมาตรฐานทั่วไป (ฉบับที่ 4) พ.ศ. …. โดยได้ดำเนินการจัดทำร่างค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ GAP และ Organic สำหรับสินค้าเกษตร จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภทพืชอาหาร พืชสมุนไพร ไม้ผล หม่อน ไม้ดอก เห็ด ชา และกาแฟ 2) ประเภทพืชไฮโดรโพนิกส์ 3) ประเภทข้าว พืชไร่ พืชเกษตรอุตสาหกรรม ยางพารา และพืชอาหารสัตว์ และการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ การรวบรวม การคัดบรรจุ แปรรูป และจัดจำหน่ายพืชอินทรีย์ (Organic) สำหรับสินค้าเกษตร จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภทพืชอาหาร พืชสมุนไพร ไม้ผล หม่อน เห็ด ชา และกาแฟ 2) ประเภทข้าว พืชไร่ พืชเกษตรอุตสาหกรรม ยางพารา และพืชอาหารสัตว์

นอกจากนี้ ยังได้มีการพิจารณาเห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร 6 เรื่อง เพื่อประกาศเป็นมาตรฐานทั่วไปของประเทศ ได้แก่ หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ เนื่องจากมีข้อมูลว่าในช่วงต้นฤดูจะมีการตัดทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาดเพื่อเร่งจำหน่าย ซึ่งเป็นการทำลายตลาดทุเรียนในภาพรวม ส่งผลกระทบทำให้ราคาทุเรียนทั้งตลาดภายในและต่างประเทศมีราคาตกต่ำ เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทย จึงได้มีการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติที่ดี สำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุทุเรียนเป็นมาตรฐานบังคับ เพื่อควบคุมกำกับดูแลปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) และช่วยสนับสนุนการจำหน่ายผลทุเรียนที่แก่ มีคุณภาพตามมาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและเวทีการค้า ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพของทุเรียน ไทยเพื่อรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก

มาตรฐานองุ่น ซึ่งในปี 2564 ประเทศไทยมีการนำเข้าองุ่นสด ปริมาณ 1.02 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 5,683 ล้านบาท และองุ่นเป็นไม้ผลที่เกษตรกรไทยนิยมปลูกกันมาก มีพื้นที่ปลูกองุ่น รวมทั้งสิ้น 5,517.10 ไร่ ผลผลิตรวม 4,189.40 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 1,809.48 กิโลกรัม นอกจากจะจำหน่ายในประเทศแล้วยังสามารถส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน เช่น ลาว เป็นต้น ทั้งนี้จึงควรจัดทำมาตรฐานองุ่นของประเทศ เพื่อเป็นเกณฑ์ทางการค้า และสนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพของผลิตผล โดยมาตรฐานสินค้าเกษตรนี้ จะครอบคลุมข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับองุ่น (table grapes) ที่มีการจัดเตรียม และบรรจุหีบห่อ ไม่รวมองุ่นที่ใช้แปรรูปอุตสาหกรรม

มาตรฐานเห็ดหูหนูขาวแห้ง เป็นเห็ดเศรษฐกิจที่มีการซื้อขายมากติดอันดับโลก คนไทยนิยมบริโภคเห็ดหูหนูขาวแบบแห้ง เนื่องจากเก็บรักษาไว้ได้นาน เห็ดหูหนูขาวแห้งที่จำหน่ายในประเทศต้องนำเข้าเป็นมูลค่าสูงมาก โดยในปี 2563 นำเข้าเห็ดหูหนูขาวแห้ง มูลค่า 488 ล้านบาท แม้ว่าเห็ดหูหนูขาวแห้งจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่ก็มีความเสี่ยง ที่จะปนเปื้อนอันตรายแฝงมา เพื่อให้มีเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานที่ชัดเจน จึงเห็นควรจัดทำมาตรฐานเห็ดหูหนูขาวแห้งของไทย เพื่อใช้ตรวจสอบรับรองคุณภาพเห็ดหูหนูขาวแห้งที่มีจำหน่ายในประเทศ รวมถึงใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงทางการค้า โดยใช้มาตรฐานสินค้าเกษตร กับเห็ดหูหนูขาวแห้ง (dried white jelly mushroom) ตามนิยามผลิตภัณฑ์ที่บรรจุเพื่อจำหน่าย สำหรับนำไปปรุงอาหารหรือแปรรูปเป็นอาหาร

มาตรบรอกโคลี เป็นผักที่จัดอยู่ในกลุ่มของผักตระกูลกะหล่ำที่มีการนำเข้าและมีการขยายพื้นที่ปลูกในประเทศมากขึ้น โดยในปี 2564 มีพื้นที่ปลูกบรอกโคลี 175.5 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 181.35 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 1,495.67 กิโลกรัม ทั้งนี้ มีการนำเข้าบรอกโคลี 21,475.19 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 459 ล้านบาท ในปี 2559 คณะทำงานจัดทำมาตรฐานอาเซียนสำหรับผลิตผลพืชสวนและพืชอาหารอื่น ๆ ได้ประกาศมาตรฐานอาเซียน เรื่อง บรอกโคลี ดังนั้นไทยจึงควรมีการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง บรอกโคลี เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียน สำหรับใช้ส่งเสริมสินค้าเกษตรให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับประเทศ โดยใช้มาตรฐานสินค้าเกษตร ใช้กับหัว (ส่วนที่เป็นกลุ่มช่อดอกและลำต้น) ของบรอกโคลีประเภทหัว (heading type) / พันธุ์ที่ผลิตเป็นการค้า เพื่อจำหน่ายในรูปผลิตผลสดแก่ผู้บริโภค ไม่รวมบรอกโคลีที่ใช้แปรรูปในอุตสาหกรรม

มาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับลานเททะลายปาล์มน้ำมัน มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติที่ดีสำหรับลานเททะลายปาล์มน้ำมัน (มกษ. 9037-2555) มีการประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. 2555 สำหรับนำไปใช้ควบคุมกระบวนการจัดการของลานเททะลายปาล์มน้ำมันให้มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ทั้งนี้ คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร เห็นควรให้มีการทบทวนมาตรฐานฉบับดังกล่าว เพื่อให้การปฏิบัติของลานเททะลายปาล์มน้ำมันสอดคล้องกับการปฏิบัติในปัจจุบัน และปรับปรุงข้อกำหนดให้มีความเหมาะสมมากขึ้น

มาตรฐานการชันสูตรโรคนิวคาสเซิล เป็นโรคระบาดสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และเป็นโรคที่อยู่ในบัญชีรายชื่อโรคระบาดสัตว์บกขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health; WOAH) ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกของประเทศ ตลอดจนเกิดปัญหาการส่งออก ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกไปยังประเทศคู่ค้าที่สำคัญ โดยมาตรฐานสินค้านี้ กำหนดการชันสูตรโรคนิวคาสเซิล ครอบคลุมตั้งแต่การเก็บตัวอย่าง การรักษาตัวอย่าง เพื่อการชันสูตร การตรวจหาและจำแนกเชื้อ รวมถึงการตรวจการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันด้วย

‘อลงกรณ์’ดึง‘อตก.’ เร่งเปิดตลาดเกษตรกร50 เขตและตลาดน้ำคลองบางซื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693798

‘อลงกรณ์’ดึง‘อตก.’ เร่งเปิดตลาดเกษตรกร50 เขตและตลาดน้ำคลองบางซื่อ

‘อลงกรณ์’ดึง‘อตก.’ เร่งเปิดตลาดเกษตรกร50 เขตและตลาดน้ำคลองบางซื่อ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.19 น.

‘อลงกรณ์’ดึง‘อ.ต.ก.’จับมือกทม.-การเคหะ เร่งเปิดตลาดเกษตรกร50 เขตและตลาดน้ำคลองบางซื่อ เดินหน้าเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง

23 พฤศจิกายน 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมฯ ครั้งที่ 5/2565 ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ว่าที่ประชุมได้มีการเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องโดยความคืบหน้าล่าสุดพบว่าโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้นและการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน กทม. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ภาคประชาชน ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ กทม. แล้ว 177,246 ต้น โดยมีเป้าหมายปลูกให้ครบ 1 ล้านต้น ภายใน 4 ปี ในพื้นที่ทั้ง 50 เขต รวมทั้งพื้นที่ต่าง ๆ ในเขตสวนสาธารณะของ กทม.ด้วย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดพื้นที่กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการกรรมการโครงการธนาคารสีเขียว(Green Bank)รวมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานอื่นๆเช่นคณะทำงานโรงเรียน-วิทยาลัยสีเขียว(Green  School-Green College) คณะทำงานมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) เป็นต้นร่วมสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ในกรุงเทพมหานครและอาจเพิ่มโครงการเป็น2ล้านต้นตามข้อเสนอของผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการปลูกผักสวนครัวเกษตรพอเพียงในสวนสาธารณะนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ 1) สวนจตุจักร เขตจตุจักร มีการทำศูนย์เรียนรู้ปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร และเลี้ยงไก่ 2) สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) เขตบางคอแหลม มีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผัก และให้ความรู้ แก่ผู้ที่สนใจ 3) สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง ศูนย์เรียนรู้ปลูกพืชผักสวนครัว 4) สวนสราญรมย์ เขตพระนคร เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้และศึกษาดูงานแก่ประชาชนและผู้ที่สนใจ 5) สวนสันติภาพ เขตราชเทวี เป็นแหล่งเรียนรู้และเปิดรับแลกขยะรีไซเคิล

ขณะเดียวกันยังมีขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการตลาดเกษตรกรหรือฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต (Farmer Market )ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มีการขยายตลาดในรูปแบบตลาดเกษตรกรให้ครอบคลุม 50 เขต ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอผู้ว่าราชการฯ ซึ่งมอบหมายสำนักงานสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขต 50 เขต ให้พิจารณาสถานที่ที่เหมาะสม และโครงการปลูกพืชผักเกษตรปลอดสารพิษ 200 แปลง อีกทั้ง กิจกรรม Bangkok Green Market ตลาดสุขใจ “Green Clean Craft” มียอดจำหน่ายในช่วงเดือนตุลาคม – 20 พฤศจิกายน รวม 250,961 บาท ร้านค้าผู้ประกอบการ 185 ร้าน และผู้ใช้บริการฝึกอาชีพจำนวน 1,560 คนด้วย

ทั้งนี้ ในที่ประชุมผู้แทนการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ประชาสัมพันธ์และเชิญร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนาการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน นี้ ซึ่งมีการจัดแสดงสินค้าผลผลิตเกษตร และมอบกระเช้าของขวัญแก่ผู้บริหาร และผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นผลผลิตจากการดำเนินโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและในที่ประชุมตัวแทนการเคหะแห่งชาติแจ้งว่าการเคหะพร้อมสนับสนุนการจัดตั้งตลาดเกษตรกรในโครงการการเคหะดินแดงซึ่งมีผู้อยู่อาศัย 6,000 ยูนิต รวมทั้งโครงการอื่นด้วยขณะที่ในหน่วยงานขิงกระทรวงเกษตรโดยเฉพาะองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)ก็พร้อมให้การสนับสนุนโครงการตลาดเกษตรกรหรือฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต(Farmer Market) 50 เขตในกรุงเทพมหานครรวมทั้งการร่วมพัฒนาโครงการตลาดน้ำของอตก.ในคลองบางซื่อเป็นตลาดเกษตรกรประเภทตลาดน้ำซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯด้วย

นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า ได้มอบกมายให้ฝ่ายเลขาประสานงานการลงพื้นที่พร้อมกับผู้ว่ากทม.และผู้ว่าการเคหะฯ.สำรวจพื้นที่ตลาดน้ำ อ.ต.ก. และโครงการเคหะดินแดงพร้อมทั้งเสนอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมขับเคลื่อนงานกับคณะทำงานโครงการวัดสีเขียว( Green Temple )เพื่อสำรวจวัดที่พร้อมจะดำเนินงานโครงการฯ เพิ่มเติม ตามแนวทาง “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน หลังจากนำร่องโครงการไปแล้วที่วัดพระยาสุเรนท์และวัดพระรามเก้ารวมทั้งให้ประสานานกับคณะอนุกรรมการเกษตรอินทรีย์และสภาเกษตรอินทรีย์PGSแห่งประเทศไทยเพื่อสนับสนุนโครงการเคหะดินแดงซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่การเคหะพร้อมเปิดตลาดเกษตรปลอดภัยเกษตรอินทรีย์กับคณะอนุกรรมการเกษตรอินทรีย์และสภาเกษตรอินทรีย์PGSแห่งประเทศไทยเพื่อให้เกิดความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เชื่อมโยงการทำงานในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

ส.ป.ก.จับมือสำนักงบฯ ติดตามปฏิรูปที่ดินน่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693705

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม รองเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมคณะ และนายกฤษณะ ดีปาละ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดน่าน ต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ (สงป.) นำโดยน.ส.สุกัญญาณ กาฬสินธุ์ ผู้แทน สงป. ลงพื้นที่ติดตามงานในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดน่าน โดยติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาธุรกิจชุมชน ที่วัดโป่งคำ อ.สันติสุข จ.น่าน

ทั้งนี้ รองเลขาธิการฯ ได้เป็นผู้แทนมอบโล่รางวัลเลิศรัฐ ประเภทผู้นำหุ้นส่วนความร่วมมือให้กับพระอาจารย์ครูสุจิณ นันทกิจ และมอบโล่รางวัลเลิศรัฐ ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พร้อมรับฟังการบรรยายโครงการสวมหมวกให้ภูเขา ใส่รองเท้าให้ตีนดอย

ต่อมาคณะฯ ได้เดินทางไปติดตามงานการรังวัดที่ดินด้วยเครื่องมือ RTK GNSS Network โดยมีนายวัฒนา มังธิสาร ผู้อำนวยการ สผส.และเจ้าหน้าที่ร่วมอธิบาย และสาธิตวิธีการใช้เครื่องมือ RTK GNSS Network และตอบประเด็นข้อซักถาม พร้อมนี้ ได้มีการติดตามงานโครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำชั่วคราวในเขตปฏิรูปที่ดิน ต.เรือง อ.เมือง จ.น่าน พร้อมกับพูดคุยเกษตรกรผู้ได้รับประโยชน์จากการสร้างฝาย

มกอช.ส่งเสริมพืชสมุนไพรมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693703

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาสมุนไพร ภายใต้แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 (2560–2565) โดยกำหนดให้มียุทธศาสตร์ในการบรรลุตามเป้าหมาย 4 ยุทธศาสตร์ โดยมอบหมายให้มกอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาพืชสมุนไพรไทยให้มีศักยภาพและรองรับตลาดผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา มกอช.ได้ส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ โดยขับเคลื่อนผ่านโครงการพัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal city) ซึ่งได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและยกระดับการผลิตสมุนไพรต้นแบบตามมาตรฐานสินค้าเกษตร ในพื้นที่ จ.ชัยนาท และโครงการพัฒนาต้นแบบการผลิต สมุนไพรอินทรีย์ในพื้นที่เมืองสมุนไพร จ.อำนาจเจริญ

สำหรับในปีงบประมาณ 2566มกอช.มีแผนการส่งเสริมและยกระดับการผลิตพืชสมุนไพรให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดโครงการพัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal city) ผ่านโครงการส่งเสริมและยกระดับการผลิตพืชสมุนไพรเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองสมุนไพร โดยอบรมให้ความรู้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่แปลงใหญ่ จ.อุทัยธานี มีโรงพยาบาลที่เป็นแหล่งรับวัตถุดิบสมุนไพรจากกลุ่มผู้ปลูกเพื่อนำมาแปรรูปและผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน GMP

นอกจากนี้ได้จัดทำโครงการพัฒนาที่ปรึกษาเกษตรกรด้านมาตรฐานพืชสมุนไพรเศรษฐกิจ (กัญชา)ในพื้นที่ จ.เชียงราย โดยการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เรื่องมาตรฐาน GAP การปลูก การดูแล การขออนุญาต และกฎหมายต่างๆ ตลอดจนโครงการยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต การตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน GAP/เกษตรอินทรีย์ สำหรับพืชสมุนไพรในเขต ส.ป.ก.

‘มนัญญา’ชื่นชมสหกรณ์พัทลุง แก้ปัญหาหนี้สินให้สมาชิกพ้นยากจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693701

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.พัทลุง ตรวจราชการและติดตาม “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชน” พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง ที่สหกรณ์การเกษตรพนมวังก์ จำกัด ต.พนมวังก์ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดย น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จึงจัดสรรงบประมาณในการลดภาระดอกเบี้ยแก่สมาชิกนำไปสู่การลดภาระหนี้สิน ซึ่งปีนี้รัฐบาลกำหนดให้เป็นปีแห่ง “การแก้ปัญหาหนี้สิน” จึงจำเป็นต้องหันมาร่วมมือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เป็นสถาบันหลักในพื้นที่จะต้องส่งเสริม บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์

“สหกรณ์การเกษตรพนมวังก์ ถือเป็นสหกรณ์ที่เข้มแข็งแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง ได้นำนโยบายและงบประมาณที่ได้รับมาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านฯ สามารถผลิตผลิตภัณฑ์กล้วยตากส่งออกไปยังประเทศบรูไน รวมถึงผัก ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ต่างๆ ที่สามารถปลูกเพื่อเป็นผลผลิตและส่งออกต่างประเทศ โครงการชดเชยดอกเบี้ยแก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มูลค่าหนี้ 249.49 ล้านบาทได้บรรเทาภาระดอกเบี้ย รวม 5.66 ล้านบาท ซึ่งทำให้สมาชิกสหกรณ์ 1,954 ราย มีฐานะดีขึ้นส่งผลถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ดี เป้าหมายในปี 2566 ต้องการให้สหกรณ์ทุกแห่งหาแนวทางลดหนี้สินให้ได้ เพราะหากทำแล้วพี่น้องเกษตรกรยังมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จดังนั้นจึงต้องร่วมมือกันเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าว” น.ส.มนัญญา กล่าว

ทั้งนี้ สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จ.พัทลุง ได้ขับเคลื่อนร่วมกับสมาชิก ใน 6 โครงการ โดยมีสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรใน 11 อำเภอของ จ.พัทลุง เข้าร่วมกว่า 2,420 ครัวเรือน ส่งต่อผลผลิตไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ในพื้นที่ชุมชนเมือง 5 แห่ง เกิดรายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการชดเชยดอกเบี้ยแก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อลดภาระหนี้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ 8 แห่ง มูลค่าหนี้ 249.49 ล้านบาท ได้บรรเทาภาระดอกเบี้ย รวม 5.66 ล้านบาท ซึ่งทำให้สมาชิกสหกรณ์ 1,954 ราย มีฐานะดีขึ้นส่งผลถึงการลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนโครงการสนับสนุนอุปกรณ์ตลาดแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ใน จ.พัทลุง ได้รับสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดแก่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีการจัดการตลาดผลผลิตยางพารา ตลาดผลิตน้ำนมดิบ ตลาดผลผลิตปาล์มน้ำมัน และตลาดผลผลิตข้าว รวม 23 สหกรณ์ มูลค่าทรัพย์สินทางการตลาดของเงินอุดหนุนกว่า 1,500 ล้านบาท ทำให้สามารถลดต้นทุนทางการตลาดแก่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งส่งผลถึงการลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของสมาชิกสหกรณ์

กรมข้าวรุดลงพื้นที่ ปลูกข้าวที่เชียงของ ใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ ตั้งเป้าผลผลิตยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693697

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินการเพาะปลูกข้าว และติดตามประสานงานประธานกองทุนหมู่บ้าน โดยมีนายขจร โนวัฒน์ ผอ.สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ดร.ภณ ทัพพินท์กร นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก นายสานิตย์ จิตต์นุพงศ์ ประธานที่ปรึกษา สมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก ผอ.ศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทางภาคเหนือ ตลอดจนสมาชิกกองทุนหมู่บ้านน้ำม้า หมู่ 3 และสมาชิกกองทุนหมู่บ้านศรีดอนมูล หมู่ 9 เข้าร่วม ที่สำนักงานเทศบาล ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมทั้ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวนาไทยมาโดยตลอด จึงได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้าวที่มีคุณภาพ และสอดคล้องกับบริบทในแต่ละพื้นที่ กรมการข้าวจึงมุ่งมั่นดูแลควบคุมกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างสูงสุด ตลอดจนบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning)อย่างเป็นระบบ โดยยึดขาณุโมเดล จ.กำแพงเพชร เป็นต้นแบบ เพื่อให้พี่น้องชาวนาสามารถผลิตข้าวได้อย่างยั่งยืน เพิ่มศักยภาพการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ต่อยอดไปถึงการเพิ่มรายได้ เพิ่มมูลค่าข้าว และโอกาสในการส่งออกต่อไป

อ.ส.ค.ได้รับรางวัล ความมั่นคงไซเบอร์ การใช้งานปลอดภัย ลดเสี่ยงภัยคุกคาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693502

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีมอบโล่รางวัล และประกาศเกียรติคุณ Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2022 โดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ให้กับหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ประจำปี 2022 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กทม. โดยอ.ส.ค. ได้รับใบประกาศเกียรติคุณสำหรับหน่วยงานที่มีการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นเลิศ (Certificate of Cyber Safety)

นายสมพร เปิดเผยว่า อ.ส.ค.ให้ความสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคโนโลยีมาโดยตลอด โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกรูปแบบพร้อมเดินหน้าพัฒนาและขับเคลื่อนในทุกมิติ พร้อมที่จะพัฒนาและต่อยอด เพื่อเป็นการป้องกัน และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้สอดคล้องกับแนวทางของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2562 และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ในการสร้างนโยบายมาตรฐานและความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร