เปิดตัวเลขเยียวยา’ประมง’ กษ.เร่งบรรเทาความเดือดร้อน พบ 41 จว.เสียหายกว่า 463 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687606

เปิดตัวเลขเยียวยา'ประมง' กษ.เร่งบรรเทาความเดือดร้อน พบ 41 จว.เสียหายกว่า 463 ล้าน

เปิดตัวเลขเยียวยา’ประมง’ กษ.เร่งบรรเทาความเดือดร้อน พบ 41 จว.เสียหายกว่า 463 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.22 น.

รมว.เกษตรฯสั่งกรมประมง เร่งสำรวจความเสียหายด้านประมง พบเสียหายแล้ว 41 จังหวัด รวมมูลค่ากว่า 463 ล้าน เตรียมเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากอิทธิพลมาจากพายุอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่ง ทำให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ส่งผลให้ประชาชนและพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตวน้ำได้รับความเดือดร้อน ผลผลิตสัตว์น้ำเกิดความเสียหาย

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการร่วมกันเพื่อเร่งให้ความช่วยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด โดยที่ผ่านมาได้สั่งการให้หน่วยงานของกรมประมงในพื้นที่ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ อาทิ นำเรือตรวจเข้ามาพื้นที่ขนย้ายคนออกจากพื้นที่น้ำท่วม นำเสบียงทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภคไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมไปถึงจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและตรวจเยี่ยมสำรวจความเสียหาย

ล่าสุดจากการสำรวจความเสียหายด้านการประมง (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ต.ค.65) พบมีพื้นที่เสียหาย 41 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง และตรัง  โดยพบเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 21,467 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหายรวมกว่า 26,956.71 ไร่ 204,518.25 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 463,383,133 บาท ประมาณการวงเงินช่วยเหลือ 199,017,411.81 บาท ซึ่งกรมประมงจะเร่งดำเนินการสำรวจอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของกระทรวงการคลังต่อไป โดยอัตราการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้

1.กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ไร่ละ 11,780 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่

2.ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นนอกจากข้อ 1 ที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) ไร่ละ 4,682 บาท ไม่กินรายละ 5 ไร่

3.สัตว์น้ำตามข้อ 1 และ 2 ที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือที่เลี้ยงในลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน ตารางเมตรละ 368 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร

ทั้งนี้ หากคิดคำนวณพื้นที่เลี้ยงแล้ว ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยพิบัติรายใดจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินต่ำกว่า 368 บาท ให้ช่วยเหลือในอัตรารายละ 368 บาท

นอกจากนี้ กรมประมงยังได้ออกประกาศและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนโดยตรงไปยังผู้ประกอบการที่เพาะเลี้ยงจระเข้ในทุกจังหวัด ให้เพิ่มความระมัดระวังในการควบคุม ดูแล จระเข้ที่อยู่ในครอบครองให้มากขึ้นเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการหลุดลอดออกจากฟาร์ม  และหากประชาชนพบเห็นจระเข้ในแหล่งน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ สามารถแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ได้ และหลังจากนี้ กรมประมงยังมีแนวทางในการจัดทำโครงการเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในลำดับต่อไป

สำหรับผู้ประสบปัญหาต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานประมงอำเภอ/ สำนักงานประมงจังหวัด/ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงในพื้นที่ หรือ กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กรมประมง โทรศัพท์หมายเลข 0 2558 0218 และ 0 2561 4740

‘มนัญญา’หารือรัฐบาล ลดค่าใช้จ่ายจดทะเบียน แปลงใหญ่เกษตรGAP หนุนการส่งออกสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687513

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในพิธีอ่านสารแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนา
กรมวิชาการเกษตร ครบรอบ 50 ปี ว่านโยบายในปี 2566 มุ่งเดินหน้าให้ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรปลอดภัย ลด ละ เลิก สารเคมี โดยกำชับให้กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าศึกษาวิจัยในการใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี เป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้แก่เกษตรกรในการผลิตสารชีวภัณฑ์ พร้อมทั้งกำชับให้กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติ รวมทั้งให้นโยบายเดินหน้าวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชที่เป็นความต้องการของตลาดมีผลผลิตต่อไร่สูง สามารถต้านทานโรคพืชและโรคแมลงได้ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยเฉพาะในการส่งออกผลไม้ไทยเพื่อรักษาแชมป์การส่งออกอันดับ 1 ในตลาดประเทศจีน ตลอดจนสนับสนุนให้นำผลงานวิจัยที่ประสบความสำเสร็จไปขยายผลให้เกษตรกร หรือภาคเอกชน นอกจากนี้ได้มอบนโยบายในการนำเอาที่ดินของกรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิต เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก

“นโยบายเกษตรปลอดภัยถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากในแต่ละปีมีเกษตรกรยื่นขอจดทะเบียนแปลงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และแปลง GAP อินทรีย์เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นถึงปัญหาการแบกภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายการขอขึ้นทะเบียนแปลง GAP ของเกษตรกร ซึ่งต้องยื่นขอตรวจและเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่รัฐประกาศภายหลังมีการถ่ายโอนการตรวจรับรองแปลงให้เอกชนตามมติ คณะรัฐมนตรี จึงเตรียมหารือรัฐบาลเพื่อหามาตรการที่จะช่วยลดภาระให้กับเกษตรกร” น.ส.มนัญญา กล่าว

กรมพัฒนาที่ดินจัดงานวันดินโลก5ธ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687515

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ตามที่องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศพระเกียรติคุณ โดยให้การรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันดินโลก (World Soil Day) ตามข้อเสนอของประเทศไทย ส่งผลให้ได้รับการบรรจุในปฏิทินขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ซึ่งประเทศสมาชิกร่วมกันจัดกิจกรรมในวันสำคัญนี้เพื่อเผยแพร่สร้างความตระหนักรู้และขับเคลื่อนให้เห็นความสำคัญของทรัพยากรดินต่อมนุษยชาติ

ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานวันดินโลก โดยปี 2565 กำหนดจัดงานตามหัวข้อที่ FAO กำหนด คือ Soils, where food begins : อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน เพื่อสร้างการรับรู้และให้ความตระหนักถึงทรัพยากรดินที่เป็นแหล่งกำเนิดของปัจจัยต่างๆ ทั้งอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่มห่ม ที่อยู่อาศัย และอาหาร ร้อยละ 95 กำเนิดมาจากดินเป็นพื้นฐานการผลิต ถ้าดินดีมีคุณภาพก็ส่งผลให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดี

สำหรับกิจกรรมที่สำคัญของงานวันดินโลกปี 2565 ประกอบด้วย กิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กิจกรรมทางวิชาการ อาทิ นิทรรศการ King Bhumibol Award สุขภาพดินดี (Soil health) ฐานเรียนรู้ด้านการปรุงดิน เรื่องอนุรักษ์ดินและน้ำ จุดแสดงแปลงเกษตรอัจฉริยะ พืชผัก 4 ภาค เป็นต้น การเสวนาระดับนานาชาติ เสวนาหมอดินอาสา กิจกรรมประกวดแข่งขันต่างๆจึงขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมงานวันดินโลกปี 2565 ระหว่างวันที่ 4-7 ธันวาคม 2565 ที่สถานีพัฒนาที่ดินตาก อ.เมือง จ.ตาก

เกษตรฯช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ ตั้งศูนย์ฯแก้ปัญหาด้านปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687518

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว ภายหลังพิธีปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ที่ จ.ปทุมธานี ว่ามีการวางแผนและเตรียมความพร้อม จนสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กว่า 3 ล้านครัวเรือนซึ่งกรมปศุสัตว์ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินงาน“หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน” ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น โดยเจ้าหน้าที่มีความตั้งใจและทุ่มเทในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่กรมปศุสัตว์ ได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ดำเนินการ
ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ ด้วย “หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน” นับตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา โดยกรมปศุสัตว์ได้มีการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบภัยพิบัติ ในปี 2566 ได้แก่ ด้านการบริหาร โดยการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ (ศปภ.ปศ.) ซึ่งมีอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็น ผอ.ศูนย์ฯ ส่วนด้านเสบียงสัตว์สำรองเพื่อความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ 32 แห่งทั่วประเทศ เตรียมไว้รวมทั้งสิ้น 5,366 ตันพร้อมทั้งจัดถุงยังชีพสำหรับสัตว์ 3,000 ถุง สำรองยานพาหนะ 118 คัน จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ 161 ทีมจุดอพยพสัตว์ 1,919 จุด และเวชภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์ประจำ 9 เขต” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

‘เฉลิมชัย’จับมือพาณิชย์ แก้ปัญหามะพร้าว-ถั่วเหลือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687345

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์จับมือกระทรวงพาณิชย์ มอบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ และสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง โดยดำเนินการตามมาตรการคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว และถั่วเหลือง มีรายได้เพียงพอต่อการครองชีพ พร้อมขอบคุณผู้ประกอบการนำเข้ามะพร้าวและถั่วเหลืองที่ให้ความร่วมมือ

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวที่ตกต่ำ และร่วมรับฟังปัญหาจากเกษตรชาวสวนมะพร้าว สมาพันธ์ชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ปัญหา ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 มีมติเห็นชอบมาตรการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ดังนี้ 1.ผู้ประกอบการยินดีที่จะชะลอการนำเข้ามะพร้าวผล ภายใต้กรอบความตกลง AFTA ปี 2565 ช่วงที่ 2 (เดือนกันยายน–ธันวาคม 2565) รวมทั้งพร้อมให้ความร่วมมือในการชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลภายใต้กรอบความตกลง WTO กะทิสำเร็จรูป และกะทิแช่แข็ง ออกไปก่อน จนกว่าราคามะพร้าวผลภายในประเทศจะกลับสู่ภาวะปกติ

2.เห็นชอบการใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguard Measure: SSG) สำหรับสินค้ามะพร้าว ปี 2565 ในกรณีที่มีการนำเข้ามะพร้าวผลแก่เกินกว่า 305,335 ตัน ผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นเป็นอัตราร้อยละ 72 เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบทางด้านราคาจากการที่มีการนำเข้ามากเกินไป

จากมาตรการดังกล่าว จะสามารถช่วยลดสต๊อกมะพร้าวที่อยู่ในล้ง และตามบ้านเรือนของเกษตรกรได้ และคาดว่าจะส่งผลให้ราคามะพร้าวผลแห้ง (ใหญ่) เพิ่มสูงขึ้นกลับมาเป็นผลละ12-15 บาท ได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามข้อผูกพันตามกรอบความตกลงการค้าระหว่างประเทศ และช่วยให้เกษตรกรไม่ได้รับผลกระทบจากการเปิดตลาด รวมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบการเปิดตลาดและการบริหารการนำเข้าสินค้าเมล็ดถั่วเหลือง และสินค้าน้ำมันถั่วเหลือง และแฟรกชันของน้ำมันถั่วเหลือง มะพร้าวและมะพร้าวฝอย เนื้อมะพร้าวแห้ง และน้ำมันมะพร้าว และแฟรกชันของน้ำมันมะพร้าว 3 ปี
(ปี 2566-2568)

ในส่วนของการบริหารจัดการสินค้าเมล็ดถั่วเหลืองผู้มีสิทธินำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองทั้ง 8 สมาคม ยินดีให้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านการผลิต และรับซื้อเมล็ดถั่วเหลืองภายในประเทศ ในราคาตามกลไกตลาด แต่ไม่ต่ำกว่าราคาขั้นต่ำ ตามชั้นคุณภาพ ซึ่งเป็นระดับราคาที่เพิ่มขึ้นจากช่วงปี 2563-2565 อีกกิโลกรัมละ 2.25 บาท รวมทั้งยินดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรวบรวมผลผลิตเมล็ดถั่วเหลืองให้กับสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชน เพิ่มเติมอีกในราคากิโลกรัมละ 2 บาท ทุกชั้นเกรดคุณภาพ

ชงร่างก.ม.สภาการประมง ให้ที่ประชุมครม.พิจารณา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687343

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติสภาการประมง พ.ศ. …และร่าง พ.ร.บ.กองทุนประมงพ.ศ. …ครั้งที่ 3/2565 ที่กรมประมง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง ผู้แทนภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมี น.ส.สัมพันธ์ ปานจรัตน์ ผอ.กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง เป็นเลขานุการ

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว ภายหลังมีการปรับปรุงใหม่ ตามข้อเสนอของสำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยกรมประมง จะนำเสนอ ร่าง พ.ร.บ.สภาการประมงแห่งประเทศไทย ต่อ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เพื่อเสนอให้ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ร่วมพิจารณาต่อไป

เกษตรฯ-คมนาคมปั้นศูนย์ตรวจสอบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687342

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานและสักขีพยานร่วมกับนายศักดิ์สยาม
ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนาระบบการตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนการส่งออก ระหว่างท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กับกรมวิชาการเกษตร โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ว่าข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐาน
สินค้าทางการเกษตรก่อนส่งออกไปยังประเทศปลายทาง” (Pre-Shipment Inspection Center : PSI) ให้เป็นOne Stop Service โดยพัฒนากระบวนการตรวจสอบสินค้าเกษตรตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรก่อนขึ้นอากาศยาน เพื่อลดการถูกปฏิเสธที่ประเทศปลายทาง มีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าเกษตรหรือสินค้าเน่าเสียง่าย ตลอดจนเป็นศูนย์กลางธุรกิจการบินและการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นำร่องจัดตั้งศูนย์ฯ ที่ด่านสุวรรณภูมิ ให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

น.ส.มนัญญา กล่าวต่อว่า การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปสู่ประเทศปลายทาง มักจะเกิดความเสียหาย เนื่องจากสินค้าเกษตรมีความอ่อนไหวและเน่าเสียง่ายดังนั้น เพื่อเป็นการลดปัญหาที่เกิดขึ้นทั้ง 2 กระทรวงฯ จึงได้ร่วมกันพัฒนาศูนย์ PSI เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ ลดเวลาในการตรวจสอบตามกระบวนการส่งออก ซึ่งเดิมกระจายไปหลายจุดให้รวมในที่เดียว โดยศูนย์ดังกล่าวได้นำความต้องการของประเทศคู่ค้ามาเป็นมาตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ลดปัญหาสินค้าเน่าเสียและถูกปฏิเสธจากประเทศปลายทาง

ทั้งนี้ ผลจากการตั้งศูนย์ PSI ที่ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะส่งผลให้มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในปี 2565-2566 เพิ่มขึ้นเป็นหมื่นล้านบาท จากปี 2564 ที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่าย 7,625 ล้านบาท ซึ่งต่อไปการ
สั่งสินค้าเกษตรนำเข้า-ส่งออก จะสะดวกสบายต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

‘เฉลิมชัย’เพิ่มประสิทธิภาพ มุ่งพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687078

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่นเพื่อให้ผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร รับทราบนโยบายการพัฒนาบทบาทของสตรีในภาคการเกษตร เสริมสร้างศักยภาพ ความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดออนไลน์และตลาดโมเดิร์นเทรด ได้แลกเปลี่ยนองค์ความเรียนรู้ ประสบการณ์ การเชื่อมโยงเครือข่าย และศึกษาดูงานผลสำเร็จของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทั่วประเทศ ให้ผู้นำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรนำความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ได้กำหนดนโยบายให้ ปี 2566 เป็น “ปีแห่งการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร” โดยจะขับเคลื่อนและพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรผ่าน 5 แผนงานได้แก่ 1.การพัฒนาศักยภาพกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตร พัฒนากลุ่มเป็น Smart group มีความสามารถในการวิเคราะห์และวางแผน เพื่อการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ 2.การส่งเสริมด้านตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาสินค้าเกษตรและให้ตรงกับความต้องการของตลาด 3.การส่งเสริมและพัฒนากระบวนการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตรงกับความต้องการของตลาดและแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในช่วงฤดูกาล

4. การส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือนและชุมชน สร้างแหล่งอาหารในพื้นที่เพื่อการบริโภค และ 5.การสร้างภาวะผู้นำในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรให้สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับพื้นที่

‘มนัญญา’มอบนโยบาย 50ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้กระจายความเข้มแข็ง เกษตรกรมีรายได้มั่นคง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687079

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ และมอบนโยบายการทำงานเพื่อพัฒนาสหกรณ์และขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ ปีงบประมาณ 2566 โดยมีนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับ ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ ว่าตามที่ได้ให้นโยบายเพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีจึงได้กำหนดนโยบายต่างๆ ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์นำไปแนะนำส่งเสริมเกษตรกร

“การมอบนโยบายสำหรับปี 2566 ได้เน้นย้ำให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ นำนโยบายเดิมที่เคยดำเนินการเมื่อปี 2565 กลับมาทบทวน ฟื้นฟู เสริมสร้าง และกระจายความเข้มแข็ง โดยให้พิจารณาว่านโยบายในเรื่องใดที่มีความก้าวหน้า สามารถนำมาต่อยอดได้อย่างไรบ้าง ส่วนนโยบายที่ประสบปัญหาหรืออุปสรรค ก็ขอให้นำมาพิจารณาแก้ไข ปรับปรุง และสร้างความเข้มแข็งให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีมีรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืนต่อไป” น.ส.มนัญญา กล่าว

โอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้อ่านสารของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 50 ปี พร้อมกับมอบรางวัลเลิศรัฐ รางวัลพัฒนาการบริการ สาขาบริการภาครัฐ รางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม และรางวัลร่วมใจแก้จน สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ให้กับผู้แทนสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่ได้รับรางวัล

ชาวนา 4.68 ล้านเฮ! รัฐบาลแจ้งเช็คด่วน สิทธิประกันรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687110

ชาวนา 4.68 ล้านเฮ!  รัฐบาลแจ้งเช็คด่วน  สิทธิประกันรายได้

ชาวนา 4.68 ล้านเฮ! รัฐบาลแจ้งเช็คด่วน สิทธิประกันรายได้

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ชาวนา 4.68 ล้านเฮ! รัฐบาลแจ้งเช็คด่วนสิทธิประกันรายได้ รับส่วนต่างปี 65/66

รัฐบาลแจ้งชาวนาเช็คสิทธิประกันรายได้ปี65/66 ได้แล้ว ย้ำแก้ปัญหาอย่าง เข้าถึง-เข้าใจ เพื่อให้ชาวนามีรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมเดินหน้ามาตรการใหม่ๆ ต่อไป

                เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี2565/2566ว่าเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีรายได้ที่แน่นอนตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขณะนี้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว สามารถตรวจสอบสิทธิประกันรายได้ปี 2565/2566 ผ่านออนไลน์ได้แล้วโดยจะทยอยจ่ายเงินส่วนต่างราคาประกันรายได้ข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)

                น.ส.ทิพานัน กล่าวว่าสำหรับขั้นตอนตรวจสอบสิทธิผ่านออนไลน์ มี 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1. คลิกไปที่เว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com 2. กรอกเลขที่บัตรประชาชนจำนวน 13หลัก 3. หลังจากกรอกเลขบัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก จะมีรายละเอียดเปิดบัญชีจำนวนเงิน และ โครงการช่วยเหลือที่ได้รับ

                ทั้งนี้ หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว หากมีข้อมูลขึ้นว่า ได้รับเงินโอน สามารถเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตัวเอง ผ่านแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile จากธนาคากรเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า 4.68 ล้านคน และ สามารถเช็คผลโอนเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเงินเข้าบัญชีแล้วสามารถรับทราบทันทีที่ https://chongkho.inbaac.com/

                น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า นอกจากชาวนาผู้ปลูกข้าว 4.68 ล้านครัวเรือน จะได้รับเงินโดยโอนตรงเข้าบัญชีอย่างโปร่งใสจากรัฐบาลทุกมาตรการแล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังเดินหน้ามาตรการเสริมอื่นๆ เพื่อให้พี่น้องชาวนาไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการประกอบอาชีพอย่างเข้าถึงและเข้าใจเช่นมีมาตรการป้องกันข้าวเปลือกราคาตกในช่วงระยะเวลาที่ข้าวประดังกันออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยมีเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,500 บาทต่อรายต่อข้าว 1 ตัน ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวชะลอการขายข้าวในช่วงระยะเวลาดังกล่าวและยังมีโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นเงินไร่ละ1,000บาท เพื่อช่วยชาวนาอย่างยั่งยืน

                “การตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์เรื่องประกันรายได้ เป็นตัวเลือกหนึ่ง ที่รัฐบาลช่วยในการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวก และ รวดเร็วขึ้นของเกษตรกร ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยเกษตรกรทุกภาคส่วนและพร้อมเดินหน้ามาตรการใหม่ๆ เพื่อให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดีขึ้น”น.ส. ทิพานัน กล่าวทิ้งท้าย