เกษตรฯจับมือญี่ปุ่น ส่งเสริมด้านการค้า ยกระดับทำเกษตร ให้เกิดความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683111

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงผลสำเร็จของการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมด้านการเชื่อมโยงท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement : JTEPA) ครั้งที่ 12 ว่าภายหลังมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมด้านเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง การประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมด้านความปลอดภัยอาหาร และการประชุม JTEPA ครั้งที่ 12 พร้อมกันทั้ง 3 คณะฯ

ทั้งนี้ สำหรับกรอบการประชุม JTEPA ครั้งที่ 12 นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือด้านวิชาการต่างๆ ที่เป็นการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน

ปัจจุบันญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อการพลิกโฉมระบบการเกษตรและอาหารของโลก เพื่อให้มีความยั่งยืน โดยนำเสนอแนวคิดและกรอบความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.การเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและการพัฒนาระบบอาหารที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและมีความยั่งยืน 2.การส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะและเกษตรดิจิทัล และ 3.การส่งเสริมการทำการเกษตรที่ลดปัญหาและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่าน 4 กลไก ซึ่งอนาคตกระทรวงเกษตรฯ จะยกระดับความร่วมมือและความสัมพันธ์กับทางญี่ปุ่น อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

เกษตรฯเปิดฉากจัดเอเปก ชูความมั่นคงด้านอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683112

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปกครั้งที่ 7 ให้การต้อนรับคณะรัฐมนตรี และสมาชิกเอเปก 21 เขตเศรษฐกิจ พร้อมกล่าวในการประชุมครั้งนี้ ว่ามุ่งหวังสนับสนุนให้เอเปก เจริญเติบโตในระยะยาว มีภูมิคุ้มกัน มีความครอบคลุม ความสมดุล และความยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ.2040 แผนปฏิบัติการเอาเทอรัว รวมถึงหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปก คือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” และแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว Bio -Circular – Green Economy หรือ BCG Model

การประชุมระดับรัฐมนตรีความมั่นคงอาหาร นับเป็นกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง และสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนความมั่นคงอาหารให้กับประชาคมโลก ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ซึ่งจากสถานการณ์ความมั่นคงอาหารในปัจจุบัน องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ รายงานว่า ในปี 2030 ประชาชนประมาณ 670 ล้านคน จะยังคงขาดสารอาหาร นอกจากนี้ ผลกระทบและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นต่อระบบอาหารทั่วโลก เช่น วิกฤตด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้เอเปก ต้องปรับบทบาทและแนวทางที่จะเดินไปข้างหน้าร่วมกัน ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์ส่งเสริมความมั่นคงอาหารในภูมิภาคด้านต่างๆ ด้วย

พิษพายุโนรู! ‘มนัญญา’สั่งเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช-ปัจจัยการผลิต ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/683089

พิษพายุโนรู! 'มนัญญา'สั่งเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช-ปัจจัยการผลิต ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

พิษพายุโนรู! ‘มนัญญา’สั่งเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช-ปัจจัยการผลิต ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 22.05 น.

รมช.มนัญญา ห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู ในพื้นที่อุทกภัยภาคอีสาน สั่งกรมวิชาการเกษตรเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช ปัจจัยการผลิตพร้อมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์พายุโนรู ที่ส่งผลต่อประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 28 – 30 กันยายน 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ มีความกังวลและห่วงใย พี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว

รมช มนัญญา สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร ติดตามสถานการณ์พายุโนรู และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 และ 4 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของกรมวิชาการเกษตร เตรียมการดังนี้

1. กองแผนงาน เป็นศูนย์กลางรับเรื่องประสานงานกับ สวพ เขต และ รวบรวมข้อมูลความเสียหายของหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ

2. กองแผนงาน ประสานงานกับ สำนักแผนงานและโครงการพิเศษกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนร่วมกัน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ

3. กองวิจัยเมล็ดพันธุ์ สำรวจชนิดและปริมาณเมล็ดพันธุ์พืช/ปัจจัยการผลิตในแต่ละเขต ศูนย์ เพื่อเตรียมความพร้อมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยให้เตรียมความพร้อมเมล็ดพันธุ์ที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ แจ้งข้อมูลความพร้อมมายังกองแผนงาน

4. ให้ผู้อำนวยสำนักวิจัยและพัฒนาเขต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเร่งตรวจสอบและป้องกันความเสียหายของหน่วยงาน รวมถึงให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วน

5. หากหน่วยงานใด มีข้อเสนอแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่นการจัดทำถุงยังชีพ และ ความช่วยเหลืออื่นๆ ให้ประสานกับ คุณอนุสรา 094-3728665 เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอกรมวิชาการเกษตรให้ดำเนินการโดยด่วน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวในตอนท้ายว่า กรมวิชาการเกษตร พร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู โดยการเฝ้าระวังพื้นที่ผลผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญตลอดจนความเสียหายและประเมินความเสียหาย เตรียมพร้อม เมล็ดพันธุ์พืชผัก และ ปัจจัยการผลิตอื่นๆ อาทิเช่น ชีวภัณฑ์ ปุ๋ยชีวภาพ  เกษตรกรสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ ได้ที่หน่วยงานของกรมวิชาเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1-8 และ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

เกษตรฯเยี่ยมชมศูนย์ฯ มหาวิทยาลัยในออสซี่ พัฒนางานวิจัยเกษตร แลกข้อมูลการทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682861

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ นายคริสทีนนิ่ง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตร ประมงและป่าไม้ ออสเตรเลีย พร้อมคณะเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย La Trobe University เมือง Bundoora ประเทศออสเตรเลีย เพื่อศึกษาการพัฒนางานวิจัยด้านการเกษตร การจัดการโรคระบาดในพืชและสัตว์ ส่งเสริมระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ และเป็นแบบการพัฒนาของสมาร์ทฟาร์ม ทั้งนี้ ศูนย์ AgriBio มีกระบวนการทำงานในรูปแบบร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน มุ่งเน้นการพัฒนาใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การปรับเปลี่ยนพันธุกรรมของพืชเพื่อให้พืชหรือสัตว์แข็งแรง สามารถเพิ่มผลผลิตได้เพิ่มมากขึ้น 2.การประเมินสรีรวิทยาและรูปลักษณ์ขั้นสูงของพืช ให้เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก 3.การเตรียมพันธุ์พืชให้พร้อมก่อนลงฟาร์ม เช่น ความสูง สีเป็นต้น 4.จุลชีววิทยา (Microbial Science) และ 5.การเปิดรับนักเรียน- นักศึกษาด้านการเกษตร ตั้งแต่อายุ 6 ปีถึงระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนรู้และพัฒนางานวิจัยการเกษตร

“ขอขอบคุณทางฝ่ายออสเตรเลียสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ โดยงานวิจัยและนวัตกรรมของออสเตรเลีย จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาภาคการเกษตร และยังเป็นโอกาสในการจัดทำความร่วมมือ สำหรับการประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-ออสเตรเลีย ครั้งที่ 23 ต่อไป” ดร.ทองเปลว กล่าว

‘เฉลิมชัย’จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682854

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ที่สำนักงานเทศบาล ต.ปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่กราบบังคมทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมพรรษา50 พรรษา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2545และทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์พระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ที่ ต.บ้านหลวง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี กำหนดให้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ มีการปฏิบัติงานเชิงรุกให้เกษตรกรพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว ทั้งการบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงขยายโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลด้วย

ทั้งนี้ การให้บริการคลินิกเกษตร จะมีคลินิกอื่นๆ ที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมให้บริการ โดยมีเกษตรกรร่วมงานและเข้ารับบริการคลินิกเกษตรกว่า 500 คน ทำให้สามารถเข้าถึงนักวิชาการข้อมูลทางวิชาการ เทคโนโลยีองค์ความรู้ทางการเกษตรได้อย่างทั่วถึง

“ถือเป็นความภูมิใจที่ได้มาเปิดงานซึ่งพระองค์ท่านมีแนวทางในการสืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อบรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชนในทุกด้าน และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ พร้อมกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร เชื่อว่าถ้าเกษตรกรเข้มแข็งประเทศชาติก็จะเข้มแข็งด้วย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ปลัดเกษตรฯเยี่ยมภาคเอกชน ต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียว-ชีวภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682856

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ และหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรฯ 25 จังหวัดภาคกลาง เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) (TEGH) ที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรีโดยมี นายเฉลิม โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TEGH และคณะ ต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งนำเยี่ยมชมการดำเนินงานของ TEGH ซึ่งเป็นผู้ผลิตและแปรรูปยางพาราและปาล์มน้ำมันรายใหญ่ในภาคตะวันออกซึ่งอยู่ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) และเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนประเภทพลังงานชีวภาพแบบครบวงจร รวมถึงใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตเน้นการพัฒนาในรูปแบบอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

TEGH ดำเนินงานใน 3 กลุ่มธุรกิจ คือ1.ธุรกิจยางพารา โดยเป็นผู้ผลิตน้ำยางข้น ยางแท่งและยางแท่งเกรดพิเศษ และเป็นผู้ประกอบการ
ยางพารารายใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก 2.ธุรกิจปาล์มน้ำมันในการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ และเป็นโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นำกากของเหลือทะลายปาล์ม แปรรูปเป็นเยื่อกระดาษ 3.ธุรกิจพลังงานทดแทน โดยมีระบบผลิตก๊าซชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสามารถนำก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้มาใช้เป็นพลังงานทดแทน LPG ในกระบวนการอบยางแท่งได้ถึงร้อยละ 85 และนำไปผลิตไฟฟ้าได้อีกกว่า4 เมกะวัตต์ และรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ที่ย่อยสลายด้วยแบคทีเรีย

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า การเยี่ยมชมและศึกษาดูงานครั้งนี้ ทางบริษัท TEGH ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นบริษัทผู้นำในการผลิตวัตถุดิบที่มีความยั่งยืน (sustainable material) ในตลาดของประเทศไทย และพร้อมสำหรับการเติบโตสู่ตลาดโลก รวมถึงยังมีความตั้งใจที่จะเติบโตไปพร้อมกับชุมชนและเกษตรกร พร้อมอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล สำหรับความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ในขณะนี้มีการทำข้อตกลงความร่วมมืออยู่สองโครงการ 1.โครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม”(จากระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 2) พื้นที่เป้าหมาย2 ล้านไร่ และ 2.โครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ อาทิการยางแห่งประเทศไทย ในโครงการด้านการวิจัยและพัฒนาการปลูกพืชแซมในสวนยางพารา

“กระทรวงฯเกษตรฯ พร้อมสนับสนุน แลกเปลี่ยนข้อมูลและนวัตกรรมต่างๆ กับทางTEGH โดยเฉพาะเกี่ยวกับโมเดล Bio-Circular-Green Economy หรือการผสมผสานของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) โดยทาง TEGH ให้ความสนใจกับความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยผสานกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรชีวภาพในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG)โดยการสร้างเขตประกอบการอุตสาหกรรมไทยอีสเทิร์น” ดร.ทองเปลว กล่าว

เปิดตลาดเป็ดสุกแดนจิงโจ้ โรงงานพร้อมส่งออกธ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682855

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯเดินทางเยือนนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เพื่อหารือและเร่งรัดการตรวจประเมินโรงงานเป็ดปรุงสุกของประเทศไทยร่วมกับนายคริส ทีนนิ่ง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตร ประมงและป่าไม้แห่งออสเตรเลีย โดยธุรกิจอุตสาหกรรมเป็ดปรุงสุกของประเทศออสเตรเลีย มีกำลังการผลิตอยู่ประมาณ8 ล้านตัว/ปี (คิดเป็นเนื้อเป็ด 18,000 ตัน) มีเป็นมูลค่าประมาณ100 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ประมาณ 2.4 พันล้านบาท)โดยร้อยละ 95 ส่งขายตลาดในประเทศ และมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งมีโอกาสการเติบโตจากผู้บริโภคชาวเอเชียที่มีความต้องการบริโภคเป็ดปรุงสุกเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นว่าธุรกิจเป็ดปรุงสุกของไทย มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดออสเตรเลีย ซึ่งคาดการณ์ว่าหากเปิดตลาดสำเร็จ จะสามารถนำร่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่า 500 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 100-150 ล้านบาท และพร้อมขยายตลาดในปีต่อไป โดยจะมีการประเมินโรงงานเป็ดปรุงสุกที่ประเทศไทยเดือนตุลาคมนี้ และคาดว่าจะสามารถส่งออกเป็ดปรุงสุกลอตแรกไปยังออสเตรเลียได้ภายในเดือนธันวาคมนี้

แนะรัฐกำหนดเขตกักกัน-มาตรการควบคุมวัชพืช‘หญ้าแม่มด’หลังพบระบาดในไร่‘อ้อย-ข้าวโพด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682919

แนะรัฐกำหนดเขตกักกัน-มาตรการควบคุมวัชพืช‘หญ้าแม่มด’หลังพบระบาดในไร่‘อ้อย-ข้าวโพด’

แนะรัฐกำหนดเขตกักกัน-มาตรการควบคุมวัชพืช‘หญ้าแม่มด’หลังพบระบาดในไร่‘อ้อย-ข้าวโพด’

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.19 น.

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 นางจรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะลงพื้นที่ให้ความรู้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยและไร่ข้าวโพด ในการกำจัดหญ้าแม่มด ณ ต.นิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ว่า หญ้าแม่มดเป็นวัชพืชที่แย่งอาหารพืชประเภทใบเลี้ยงเดี่ยวใบแคบ เช่น อ้อย ข้าวโพด ในอดีตเคยมีการระบาดที่ จ.อุบลราชธานี ในปี 2517 แต่ได้มีความพยายามกำจัดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเกษตรกรหันไปปลูกมันสำปะหลังซึ่งไม่ใช่พืชเป้าหมายของหญ้าแม่มด ทำให้วัชพืชชนิดนี้หายสาปสูญไป ไม่มีการรายงานมาตั้งแต่ปี 2527

กระทั่งในปี 2560 มีรายงานพบการระบาดของหญ้าแม่มดในพื้นที่ปลุกอ้อยและข้าวโพด ใน 4 อำเภอของ จ.นครสวรรค์ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.พยุหะคีรี อ.ตากฟ้า และ อ.ตาคลี ซึ่งครั้งนี้เป็นหญ้าแม่มดที่มีดอกสีขาวไม่ใช่สีเหลืองอย่างที่เคยพบในปี 2517 ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการรายงานพบหญ้าแม่มดดอกสีขาวในหลายประเทศของทวีปเอเชีย อาทิ อินเดีย จีน เมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย

“เรามีสมมติฐานอยู่ 2 อย่าง เดิมมันมีอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่าแต่เราไม่เคยไปสำรวจ แล้วเราไม่เคยเห็นความเสียหาย 2.มันติดมากับเมล็ดพันธุ์จากข้าวโพดถุงขาวที่มาจากแถวๆ ชายแดนหรือเปล่า เพราะมีชาวบ้านรายงานว่าตอนที่ข้าวโพดมันแล้งๆ แล้วก็ตายไป เมล็ดพันธุ์มันขาดแคลน เขาก็เลยไปเอาข้าวโพดถุงขาวจากชายแดนมาปลูก เขาก็เริ่มเห็นดอกสีขาวมันมา แล้วหลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนไปปลูกอ้อย มันก็เลยกินอ้อยด้วย แล้วมันก็ไปกินข้าวฟ่างหางหมาด้วย กินข้าวฟ่างด้วย กินหลายอย่างเลย” นางจรรยา ระบุ

นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย กล่าวต่อไปว่า หญ้าแม่มดเป็นวัชพืชกักกันร้ายแรงและนานาชาติต่างเฝ้าระวังไม่ให้หลุดเข้าไปในประเทศของตน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยากเพราะหญ้าแม่มด 1 ฝักมีเมล็ดเฉลี่ยราว 700 เมล็ด และ 1 ต้นมีมากถึง 2 แสนเมล็ด อีกทั้งเมล็ดมีลักษณะเล็กมากเหมือนกับฝุ่นผงสามารถติดไปกับสิ่งของต่างๆ ได้ง่าย

ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ภาครัฐของไทยประกาศเขตกักกัน เช่นเดียวกับที่ประเทศออสเตรเลียซึ่งประกาศเขตกักกันหญ้าแม่มดที่รัฐควีนส์แลนด์ เฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายพืชเกษตรออกไปยังรัฐอื่นอย่างเข้มงวด โดยหญ้าแม่มดนั้นเมล็ดที่อยู่ในดินจะมีอายุตั้งแต่ 10 – 20 ปี จึงต้องเฝ้าระวังจนกว่าจะหมดอายุของหญ้าแม่มด แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องให้ความรู้กับชาวบ้านด้วย เพราะตนมาทำงานนี้ตั้งแต่ช่วงปี 2560 จนปัจจุบันคือปี 2565 ก็ยังไม่ค่อยรู้จักหญ้าแม่มดกันมากนัก

อนึ่ง เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย” โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 23 ก.ย.2565 ระบุชนิดหญ้าแม่มด 7 สายพันธุ์ ที่มีรายงานพบในหลายพื้นที่ทั่วโลก ดังนี้ 1.Striga asiatica (L.) O. Ktze ดอกสีเหลือง หรือแดง มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของประเทศทางตะวันออกและตอนใต้ของทวีปอัฟริกา เช่นเอธิโอเปีย ทุกประเทศในทวีปเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย และสหรัฐอเมริกา (ในรัฐ Carolina โดยติดไปกับเมล็ดพันธุ์ข้าวจากจีน)

2.Striga angustifolia (Don.) Saldanha ดอกสีขาว มีรายงานการระบาดในแหล่งปลูกอ้อยในอินเดีย และ ในจังหวัดนครสวรรค์ของประเทศไทย นอกจากนั้น พบการกระจายตัวอยู่ในทวีปอัฟริกา ประเทศจีน โอมาน ภูฏาน บังกลาเทศ ศรีลังกาปากีสถาน เนปาล เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย

3.Striga aspera Willd. ดอกสีชมพูอ่อน พบระบาดในทวีปอัฟริกาตะวันตก ทางตะวันออกของประเทศซูดานจนถึงตอนใต้ของประเทศมาลาวี ทำความเสียหายในข้าวโพดของประเทศไนจีเรีย แคมเมอรูน และ โคท ไอโวรี่ ระบาดในแปลงปลูกข้าวของประเทศโคท ไอโวรี่ และ เซเนกัล (Parker and Riches, 1993) และระบาด 40-59%ของพื้นที่ปลูกข้าวของประเทศไนจีเรีย (Dugie et. al., 2006)

4.Striga densiflora (Benth.) Benth. ดอกสีขาว พบระบาดในแปลงปลูกข้าวสาลีในประเทศอินเดีย (Parker, 2012) 5.Striga forbesii Benth. ดอกสีส้มอ่อน พบระบาดในตอนใต้ของทวีปอัฟริกา และประเทศมาดากัสก้า ทำความเสียหายแก่ข้าวโพดและข้าวฟ่างในประเทศซิมบาบเว และแทนซาเนีย และพบระบาดในแปลงข้าวของประเทศโคท ไอโวรี่ (Parker, 2012)

6.Striga hermonthica (Del.) Benth. ดอกสีชมพูเข้มหรือม่วง พบระบาดรุนแรงในแหล่งปลูกธัญพืชและพืชตระกูลถั่วในทวีปอัฟริกา (Emechebe et. al.,1991) ก่อความเสียหายมากกว่า S. asiatica พื้นที่ระบาดในปัจจุบันประมาณ 300 ล้านไร่ หรือ 1.3 เท่าของประเทศญี่ปุ่น

7.Striga gesneroides ดอกมีสีขาว จนถึงสีม่วงเข้ม เป็นชนิดเดียวที่อาศัยอยู่เฉพาะพืชใบเลี้ยงคู่เท่านั้น มีรายงานทำ ความเสียหายให้ผลผลิตของถั่วพู (cowpea) และ ยาสูบ (tobacco) มันเทศ (sweet potato) และพืชอื่นๆ ในวงศ์ Acanthaceae, Convolvulaceae Euphorbiaceae และ Fabaceae พบในทวีปอัฟริกา ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกาเหนือ จีน อินเดีย ปากีสถาน ตะวันออกกลาง และน่าตกใจว่า CABI รายงานพบการระบาดในประเทศกัมพูชา เพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย

– 006

เกษตรฯจับมือออสซี่พัฒนาด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682636

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรออสเตรเลีย-ไทย ครั้งที่ 22 โดยมีนายคริสทีนนิ่ง ผู้ช่วยปลัดด้านการค้าและการต่างประเทศ กระทรวงเกษตร น้ำและป่าไม้หัวหน้าคณะผู้แทนออสเตรเลีย เป็นประธานร่วมฝ่ายออสเตรเลีย ที่นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ว่าเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 70 ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและออสเตรเลีย ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2548 (17 ปี)

ดร.ทองเปลวกล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนด้านนโยบายการเกษตร โดยฝ่ายไทยนำเสนอการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่ระดับโลกตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และนโยบายระดับประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีการดำเนินการตามร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในระยะ5 ปีถัดไป (2566-2570) รวมถึงนโยบาย Agri Challenge Next Normal 2022 ซึ่งตอบรับนโยบายการเป็นครัวของโลก ส่วนฝ่ายออสเตรเลียนำเสนอแผนการพัฒนาการเกษตรของออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังรับทราบความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยกับออสเตรเลีย 5 ด้าน

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมฯ ประธานร่วมฝ่ายไทยและฝ่ายออสเตรเลีย ได้ลงนามในเอกสารถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) โดยมีเนื้อหาที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและออสเตรเลียที่มีมาอย่างยาวนานภายใต้กรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) และความร่วมมือทางด้านการเกษตรระหว่างกันด้วย

ปศุสัตว์คว้า2รางวัลเลิศรัฐ ด้านบริหารงาน-การบริการดีปี’65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682637

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พิจารณาผลการตรวจประเมินรางวัลการบริการภาครัฐแห่งชาติ ประจำปี 2565 โดยกรมปศุสัตว์ได้รับรางวัลเลิศรัฐ 2 รางวัล ซึ่งมีนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมคณะ ร่วมรับรางวัล ที่กรมปศุสัตว์ซึ่งนายสัตวแพทย์สรวิศกล่าวว่า กรมปศุสัตว์ ได้รับ 2 รางวัล คือ 1.รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ระดับก้าวหน้า (Advance) สำหรับหน่วยงานของรัฐที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการขององค์กร และ 2.รางวัลบริการภาครัฐระดับดี ประเภทพัฒนาการบริการ ผลงาน“แหนเกล็ดทองเมืองสกล พืชน้ำลดต้นทุน”ของสำนักงานปศุสัตว์ จ.สกลนคร เป็นรางวัลสำหรับหน่วยงานของรัฐที่มีผลการพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อประชาชน ให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นที่พึงพอใจ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกว่า เป็นความภาคภูมิใจที่กรมปศุสัตว์ มุ่งมั่นพัฒนาระบบราชการ ส่งผลให้ได้รับรางวัลจากสำนักงาน ก.พ.ร. ต่อเนื่องทุกปีรวม 68 รางวัล ส่วนปัจจัยที่ทำให้กรมปศุสัตว์ได้รับรางวัลเพราะมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนางาน เพื่อให้เกิดความสุขแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ บุคลากรทุกคนสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งมุ่งมั่นพัฒนาให้เกิดผลลัพธ์ คือ สินค้าปศุสัตว์มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย เพียงพอและสามารถแข่งขันได้ ด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม มีการวางแผนและพัฒนาปรับปรุงกระบวนงานและสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นวัตกรรม ระหว่างบุคลากรภายในและภายนอกหน่วยงาน