เกษตรฯจัดงาน’Thailand National Day’เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โชว์พืชสวนไทยสู่สายตาชาวโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669743

เกษตรฯจัดงาน'Thailand National Day'เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โชว์พืชสวนไทยสู่สายตาชาวโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.55 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Thailand National Day และกิจกรรมสัปดาห์ประเทศไทย ในงาน The International Horticultural Expo (EXPO 2022 Floriade Almere) ณ เมือง Almere ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม–3 สิงหาคม 2565 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเป็นการโชว์ศักยภาพด้านพืชสวนไทยสู่สายตาชาวโลก โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการเกษตร ณ กรุงบรัสเซลส์ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการจัดงาน ได้แก่ ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมงาน 

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า งาน Thailand National Day หรืองานเสมือน วันชาติไทย จัดขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ช่วงเช้า ณ บริเวณ Main Stage ภายในงาน The International Horticultural Expo (Expo 2022 Floriade Almere) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเป็นเกียรติภายในงาน และได้รับเกียรติจากนายกเทศมนตรีเมือง Almere และ Commissioner General ของงาน Expo 2022 Floriade Almere กล่าวต้อนรับ พร้อมมีพิธีเชิญธงชาติไทย พร้อมทั้งการแสดงทางวัฒนธรรมไทย และการนำคณะผู้บริหารเยี่ยมชม Pavilion ของประเทศ และองค์กรต่างๆ

ในโอกาสอันดีนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเชิญชวนผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก 2569 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2569-มีนาคม 2570 ณ จังหวัดอุดรธานี อย่างเป็นทางการ 

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ส่วนในช่วงบ่าย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565 ณ บริเวณอาคาร Thailand Pavilion และมีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนจากประเทศและองค์กรที่เข้าร่วมจัดงาน และชุมชนชาวไทยในเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมพิธีในช่วงค่ำ โดยตลอดทั้งวันได้จัดให้มีกิจกรรมการสาธิตนวดแผนไทย การแกะสลักผักและผลไม้ การสาธิตประกอบอาหารไทย การแสดงถนนสายอาหาร การแสดงนาฏศิลป์ไทย การแสดงดนตรีสากล และเพลงพระราชนิพนธ์  

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม-3 สิงหาคม 2565 ยังได้จัดกิจกรรมนิทรรศการหมุนเวียน เรื่อง “New selection for good health” เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับผัก นำเสนออาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย คือ ต้มยำกุ้ง ซึ่งมีพืชผักไทยเป็นส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก หอมแดง มะนาว ผักซีฝรั่ง ต้นผักชี และเห็ดฟางและอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของชาวยุโรปที่รักสุขภาพ ได้แก่ Plant based meat โดยใช้เห็ดแครงเป็นพืชทดแทน เนื้อสัตว์ ซึ่งเห็ดแครงเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ณ บริเวณอาคาร Thailand Pavilion อีกด้วย

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้เข้าร่วมจัดงาน Floriade เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่ได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีมาตลอดระยะเวลา 418 ปี และเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทย จะได้นำเสนอนวัตกรรม ด้านการเกษตร อาหาร ตลอดจนการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และประเพณีไทยมาเผยแพร่สู่สายตาประชาคมโลก ผ่านแนวคิด TRUST Thailand และแนวคิดย่อย 3S คือ Safety Security และ Sustainability พร้อมทั้งนำเสนอการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทาง BCG model และ Smart city ผ่านโครงการ Bangkok Green Project ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งผู้สนใจทุกท่านสามารถเข้าชมนิทรรศการ และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยได้ที่อาคาร Thailand Pavilion ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้เข้าชมแล้ว 166,395 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2565) หรือสามารถเข้าชมนิทรรศการแบบเสมือนจริงได้ทาง http://www.thailandfloriade2022.co

กรมประมงเตรียมเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีจัดงาน IYAFA 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669547

กรมประมงเตรียมเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีจัดงาน IYAFA 2022

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.48 น.

กรมประมงเตรียมเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีจัดงาน IYAFA 2022 ปีสากลแห่งการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพื้นบ้านของประเทศไทย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมประมง จัดงานเฉลิมฉลองปีสากลแห่งการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพื้นบ้าน พ.ศ. 2565 (International Year of Artisanal Fisheries and Aquaculture : IYAFA 2022) ในวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2565 เวลา 08.30 – 13.30 น. ณ ห้องประชุมพะยูน อาคารจุฬาภรณ์  กรมประมง ภายใต้ธีม “การประมงพื้นบ้าน ยกระดับความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” (Artisanal Fisheries and Aquaculture Toward Security, Prosperity, and Sustainability) ในรูปแบบ Hybrid Meetings ชูบทบาทชาวประมงพื้นบ้านและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย สู่คลังความมั่นคงทางอาหารให้แก่ผู้คนทั่วโลก  

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดงานเฉลิมฉลองปีสากลแห่งการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพื้นบ้าน พ.ศ.2565  หรือ IYAFA 2022 ซึ่งเป็นกิจกรรมระดับโลกของ FAO โดยมีเป้าหมาย เพื่อให้สาธารณชนหันมาสนใจและให้ความสำคัญต่อบทบาทของชาวประมงพื้นบ้าน และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดเล็ก ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ด้านอาหารและโภชนาการให้แก่ผู้คนทั่วโลก ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงให้นานาชาติได้รับรู้ว่าประเทศไทยให้ความสำคัญต่อการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการทำประมงพื้นบ้านมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการปรับปรุงกฎหมายหลักและกฎหมายลำดับรอง ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อพัฒนาการประมงและ  การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดเล็ก ในบริบทของความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ ขจัดความยากจน รวมถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

ภายในงาน มีการจัดกิจกรรมเสวนา จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และมีความรู้ด้านประมง เพื่อส่งเสริมการทำประมงพื้นบ้านและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ภายใต้หัวข้อ “ความท้าทายและการประมงในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ การจัดนิทรรศการโครงการของกรมประมงที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพื้นบ้าน ผ่านทางเว็บไซต์ https://inter.fisheries.go.th/iyafa และกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าประมงพื้นบ้านจากร้าน Fisherman Shop เป็นต้น

อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า…ขอเชิญพี่น้องเกษตรกรชาวประมง ตลอดจนประชาชนผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานงานเฉลิมฉลองปีสากลแห่งการทำประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพื้นบ้าน พ.ศ. 2565 หรือ IYAFA 2022  โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2565 ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting หรือ YouTube Live (Channel สถานีประมงต้นแบบ) ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองประมงต่างประเทศ กรมประมง เบอร์โทรศัพท์ 06 2954 6615

กรมชลฯเปิดสถานการณ์‘น้ำเหนือ’ยังเพิ่มสูง เตือนปชช. 2 ฝั่ง‘เจ้าพระยา’เฝ้าระวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669431

กรมชลฯเปิดสถานการณ์‘น้ำเหนือ’ยังเพิ่มสูง เตือนปชช. 2 ฝั่ง‘เจ้าพระยา’เฝ้าระวัง

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.41 น.

กรมชลฯเปิดสถานการณ์‘น้ำเหนือ’ยังเพิ่มสูง เตือนปชช. 2 ฝั่ง‘เจ้าพระยา’เฝ้าระวัง

27 กรกฎาคม 2565 นายประพิศ จันทรมา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เช้าวันนี้ (27 ก.ค. 65) เวลา 06.00 น. ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,180 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 5.54 เมตร แนวโน้มปริมาณน้ำเหนือยังคงเพิ่มสูงขึ้น ควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C .13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตรา 1,100 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน ที่อยู่บริเวณนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา , ชุมชนแม่น้ำน้อย (ต.หัวเวียง อ.เสนา) , ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากวันนี้ (27 ก.ค.65)ประมาณ 20 เซนติเมตร ในช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (28 ก.ค. 65)

สำหรับปริมาณน้ำ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 27 ก.ค. 65 (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,424 ล้าน ลบ.ม. (ลูกบาศก์เมตร) หรือร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯรวมกันประมาณ 95.01 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีกกว่า 14,400 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ หากมีแนวโน้มปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก จะแจ้งให้ทราบต่อไป จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

-005

กรมข้าวแจงงบ1.5หมื่นล.ช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669315

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลผ่าน โครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 15,000 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย
การช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว คือนโยบายสร้างความยั่งยืนของการพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนค่าต้นทุนการผลิตข้าวและค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาทไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวประมาณ 4.60 ล้านครัวเรือน พื้นที่ประมาณ 62 ล้านไร่ ใช้งบประมาณปีละประมาณ 54,000 ล้านบาทซึ่งไม่รวมนโยบาย เช่น ประกันรายได้เกษตรกร และมาตรการคู่ขนานอื่นๆ ซึ่งค่าลดต้นทุนและค่าเก็บเกี่ยวข้าวของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รัฐจะจ่ายเงินสนับสนุนให้กับเกษตรกรโดยตรง ผ่าน ธ.ก.ส.

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของนโยบายวินัยการเงินและการคลังของประเทศไทย ที่จะต้องเพิ่มงบประมาณการลงทุน เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีการจัดตั้งงบลงทุนต่ำแต่เมื่อรัฐบาลต้องการสร้างความยั่งยืนและให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีความเข้มแข็งในอนาคต รัฐบาลจึงปรับเปลี่ยนการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยเป็นการสนับสนุนค่าต้นทุนการผลิตข้าวและค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า โครงการสนับสนุนลดต้นทุนฯ มีเป้าหมายในการสนับสนุนงบประมาณไปยังศูนย์ข้าวชุมชน 5,000 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยกำหนดสนับสนุนงบประมาณตามศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรเป็นหลัก และพิจารณาตามพื้นที่ทำนาปลูกข้าวในเขตการให้บริการของศูนย์ข้าวชุมชน ได้แก่ พื้นที่ให้บริการต่ำกว่า 2,000 ไร่ จะสนับสนุน 1 ล้านบาทพื้นที่ให้บริการมากกว่า 2,000 ไร่ จะสนับสนุน2 ล้านบาท พื้นที่ให้บริการมากกว่า 4,000 ไร่จะสนับสนุน 3 ล้านบาท และพื้นที่ให้บริการมากกว่า 6,000 ไร่ จะสนับสนุน 4 ล้านบาทโดยจะกำหนดกรอบกว้างๆ เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการเกษตรกรอย่างแท้จริง

เกษตรฯแปรวิกฤตเป็นโอกาส ดันไทยเป็นมหาอำนาจอาหารโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669316

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาประมงไทยและรับฟังความคิดเห็นของชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ที่มีต่อมาตรา 57 แห่ง พ.ร.ก.การประมง 2558 โดยมี นายเสถียร เจริญเหรียญ ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ต้อนรับ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแกนนำสมาคมประมงพื้นบ้าน และสมาคมประมงพาณิชย์จังหวัดต่างๆ เข้าร่วม

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 12 ของโลก และพร้อมก้าวขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจทางอาหารของโลก เพราะมีศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรทั้ง 3 ฐานของภาคเกษตร คือ พืช ปศุสัตว์ และประมง ตลอดจนขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม และภาคการค้าพาณิชย์ โดยเฉพาะการปฏิรูปการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ผนึกการทำงานร่วมกันภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตสามารถส่งออกสินค้าอาหารในปี 2564 ขยายตัวกว่า 17% เกินเป้าหมาย 4 เท่าตัว สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 8.5 ล้านล้านบาท

“กระทรวงเกษตรฯ จับมือกันทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมต่อยอดการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เกษตรมูลค่าสูง โดยส่งเสริมเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเกษตร (Agroindustry Economic Zone) ใน 18 กลุ่มจังหวัดครอบคลุม 77 จังหวัด รวมทั้งการสร้างฐานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าประมง ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ ประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ประมงนอกน่านน้ำ และประมงเพาะเลี้ยง ซึ่งทาง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มอบหมายกรมประมง จัดตั้งและสนับสนุนความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 2,600 องค์กรสมาคมประมงพื้นบ้านทุกจังหวัด สมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน สมาคมประมงพาณิชย์ สมาคมประมงนอกน่านน้ำ และสมาคมประมงเพาะเลี้ยง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาทะเลไทยเสมือนหม้อข้าวหม้อแกงของชาวประมงทุกคน รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ด้วย” นายอลงกรณ์ กล่าว

ด้านนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานและคณะกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายประเสริฐ แตกช่อ นายกสมาคมประมง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สมาคมประมงจังหวัดต่างๆ ได้สนับสนุนวิสัยทัศน์และนโยบาย เพื่อพัฒนาการประมงไทยให้กลับมาเข้มแข็งเป็นประเทศผู้นำโลกด้านอาหารทะเล นอกจากนี้ยังรับฟังความคิดเห็น เรื่อง การกำหนดสัตว์น้ำขนาดเล็ก ตาม พ.ร.ก.การประมง 2558 และ 2560 มาตรา 57 โดยเสนอแก้ไข พ.ร.ก.ประมง 2558 และแขวนมาตรา 57 ตลอดจนแก้ประกาศมาตรา 71 โดยให้เหตุผลว่า พ.ร.ก.ประมง 2558 กระทบประมงพื้นบ้าน ขัดบริบทประมงวิถีไทย

ปศุสัตว์ลุยตรวจจับ เนื้อเถื่อนลอบนำเข้า ซุกซ่อนตามห้องเย็น สกัดโรคระบาดสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669313

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า หลังจากมีเรื่องร้องเรียนว่ามีการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์และซากสัตว์ มาเก็บในห้องเย็นแห่งหนึ่งพื้นที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จึงสั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่กองสารวัตรและกักกันพร้อมด่านกักกันสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 โดยผลการตรวจสอบห้องเย็นแห่งหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว พบซากสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศ 4 รายการ ปริมาณทั้งหมด 888.50 กิโลกรัม ได้ตรวจสอบใบอนุญาตนำเข้าและใบอนุญาตเคลื่อนย้าย ทราบแหล่งที่มา 2 รายการ และไม่ทราบแหล่งที่มา 2 รายการ

ในส่วนที่ทราบแหล่งที่มา คือ ขาไก่กล่องขาว นำเข้าจากตุรเคีย 16 กล่องปริมาณ 160 กิโลกรัม และหมูสามชั้น จากบราซิล 3 กล่อง ปริมาณ 58.5 กิโลกรัม สำหรับสินค้าที่ไม่ทราบแหล่งที่มา คือ ขาไก่บรรจุในกล่องสีน้ำตาล 20 กล่อง ปริมาณ 240 กิโลกรัม และขาหมู 43 กล่อง ปริมาณ 430 กิโลกรัม จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 มาตรา 31 การนำเข้าซากสัตว์โดยไม่มีใบอนุญาต และมาตรา 34 การเคลื่อนย้ายซากสัตว์โดยไม่มีใบอนุญาต และมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำการอายัดซากสัตว์ไว้เพื่อตรวจสอบหาแหล่งที่มา ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในการเข้าตรวจสอบ ที่ สภ.วารินชำราบ และแจ้งให้ผู้ประกอบการนำเอกสารใบอนุญาตนำเข้าและใบอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ มาแสดงภายใน 7 วัน หากไม่สามารถนำมาแสดงได้ ก็จะพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

‘สารวัตรข้าว’ทำตามก.ม. รักษาผลประโยชน์ชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669314

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “สารวัตรข้าวมืออาชีพ” ที่โรงแรมคลาสสิค คามิโอ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้บริหารและสารวัตรข้าวส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมพิธี โดยนายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า การฝึกอบรมครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสารวัตรข้าวผู้ปฏิบัติงาน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้ได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้และทักษะทางด้านกฎหมาย และด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานสารวัตรข้าว สามารถรวบรวมหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช ได้ครบถ้วน รวดเร็ว และถูกต้อง เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อว่า การดำเนินการฝึกอบรมจะมีสารวัตรข้าวสามารถผ่านเกณฑ์การฝึกอบรมและได้รับเกียรติบัตร ทั้งสิ้น 81 คน ซึ่งพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจติดตาม ควบคุม กำกับ สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ควบคุมข้าวเปลือก ให้ดำเนินธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวให้สอดคล้องตามกฎหมายพันธุ์พืช เป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาวนาให้ได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีส่งผลต่อผลผลิตข้าวที่ตรงตามพันธุ์ได้คุณภาพต่อไป

ปศุสัตว์ถกร่วมมาเลเซีย ให้ใบรับรองสุขภาพสัตว์ส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669106

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานประชุม Special Meeting on Importation of Live Cattle for Slaughter from Thailand to Malaysia (การหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขการรับรองสุขอนามัยสำหรับส่งออกโคมีชีวิตเพื่อเข้าโรงฆ่าจากประเทศไทยไปยังประเทศมาเลเซีย) โดยมี ดาโต๊ะ ดร.นอร์ลิซาน บิน มูฮัมหมัด นัวร์ ผอ.กรมสัตวแพทย์บริการสหพันธรัฐมาเลเซีย พร้อมทั้งนายสัตวแพทย์วัชรพล โชติยะปุตตะ ผอ.กองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ กรมปศุสัตว์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ที่ประชุมฯ ได้ร่วมพิจารณาแนวทางการรับรองสุขอนามัยที่เกี่ยวข้องกับการออกใบรับรองสุขภาพสัตว์ สำหรับส่งออกโคมีชีวิตเพื่อเข้าโรงฆ่าสัตว์จากประเทศไทยไปยังสหพันธรัฐมาเลเซีย โดยกรมปศุสัตว์ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งในประเทศต่างประเทศ สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมายในประเทศ ตามระเบียบของประเทศคู่ค้า และตามหลักสากล ซึ่งข้อกำหนดที่มีการปรับใหม่ให้เหมาะสม ได้แก่ การรับรองโรคปากและเท้าเปื่อย ว่าสัตว์ที่จะส่งออกต้องเกิดและอยู่ในพื้นที่ปลอดโรคปากและเท้าเปื่อยก่อนการส่งออกไม่น้อยกว่า6 เดือน หรือไม่มีรายงานการเกิดโรคปากและเท้าเปื่อย ภายในรัศมี 10 กิโลเมตร จากสถานที่เลี้ยงในระยะเวลา 3 เดือน ก่อนเคลื่อนย้าย หรือสัตว์ต้องได้รับการทดสอบโรคปากและเปื่อยให้ผลเป็นลบก่อนทำการส่งออก 7 วัน

นายสัตวแพทย์โสภัชย์กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อส่งผลให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงเงื่อนไขการนำเข้าโคมีชีวิตเพื่อเข้าโรงฆ่าสัตว์จากไทยไปยังมาเลเซีย ให้มีความเหมาะสมและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทั้งยังก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และความร่วมมืออื่นๆ ในอนาคต ระหว่างไทย-มาเลเซีย

13ปีพิพิธภัณฑ์เกษตรฯงานต่องาน‘พ่อ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669104

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ.จัดกิจกรรมฉลองครบรอบวันคล้ายวันสถาปนา 13 ปี พกฉ.วันที่ 23 มิถุนายน 2565 ส่งมอบความสุขผ่านกิจกรรมพิเศษHappy Wisdomking Museum เชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานรักษา ต่อยอดพระราชปณิธานแห่งพอเพียงและความดีงาม ร่วมเรียนรู้พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านการเกษตร ผ่านการชมนิทรรศการและภาพยนตร์แอนิเมชั่น 3 มิติ ภายในพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับของที่ระลึกพิเศษ ผ่านกิจกรรม แชะ & แชร์ ภาพถ่ายของท่าน คู่กับจุดถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ติดแฮชแท็ก พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯหรือดาวน์โหลด E-Coupons ทาง Mobile Application Wisdomking หรือ Line Official พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ นำมาแสดงที่จุดประชาสัมพันธ์ Wisdom Farm แลกรับบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พร้อมของที่ระลึก Limited Edition จากทางพิพิธภัณฑ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

พล.อ.อ.เสนาะ พรรณพิกุล ผอ.สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ เปิดเผยว่า ตลอด 13 ปี ที่ผ่านมา พกฉ.มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการขับเคลื่อนงานเพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นวัตกรรมด้านเกษตรของประเทศ ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการ ฐานการเรียนรู้ และกิจกรรมของพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ อย่างต่อเนื่อง และประชาชนที่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น จึงส่งเสริมการปลูกผักไว้กินเองในครัวเรือน การสร้างอาชีพ โดยอาชีพเกษตรกรเป็นทางเลือกทางรอดที่หลายคนให้ความสนใจ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จึงเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

‘อลงกรณ์’นำฟรุ้ทบอร์ด ขับเคลื่อน18มาตรการ บริหารผลไม้ในภาคใต้ เร่งตั้งศูนย์ฯส่วนหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669105

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด) มอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามงานด้านการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ 14 จังหวัด โดยมีการประชุมเฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ต้นฤดูและความพร้อมของ 18 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ ปี 2565 ที่พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมรับทราบรายงานสถานการณ์การผลิต-การขนส่ง และปัญหาอุปสรรคของผลไม้ภาคใต้ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ปี 2565 โดยประธานคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ภาคใต้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รายงานผลผลิตผลไม้ภาคใต้ ปี 2565 และ 2.รายงานผลการบูรณาการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ปี 2565 โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จ.สงขลา

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ทุกจังหวัดต้องพร้อมใช้ 18 มาตรการของฟรุ้ทบอร์ด ให้สามารถบริหารจัดการเชิงรุก หรือแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด รวมทั้งบริหารเป้าหมายและกลยุทธ์ใหม่ และเพื่อให้การประสานแผนและกลยุทธ์ใน 14 จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นฮับผลไม้ คือ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และยะลา จึงให้ตั้งศูนย์บริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ส่วนหน้า ในการแก้ปัญหาต่างๆ รวมทั้งเปิดโครงการเกษตรกร Happy เชื่อมโยงตลาดในประเทศ และกระจายผลไม้ไปถึงผู้บริโภคทั่วประเทศให้มากที่สุด