ดัน‘ข้าวปิฎก310’เชียงของคุณภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655716

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชาญวิทย์ รอดเกิด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานเกษตร อ.เชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความรู้ สนับสนุนด้านโครงการต่างๆ ด้านการพัฒนาเกษตรกร ตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวแต่ละชนิด แนะนำการเลือกพันธุ์ข้าวที่ดีทำให้เกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวใช้เองได้ มีการตรวจวิเคราะห์ดินก่อนการผลิต ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยและใส่ปุ๋ยให้ตรงตามพันธุ์ข้าวแต่ละชนิด รวมถึงการแปรรูปเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด

ด้านนายบำเพ็ญ กองจันทร์ ประธานแปลงใหญ่ข้าวกลุ่มธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านครึ่งใต้–ประชาภิวัฒน์ ต.ครึ่ง อ.เชียงของ เปิดเผยว่า แปลงใหญ่ข้าวฯ ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เมื่อปี 2560 และในปี 2564 กลุ่มได้มีการเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ทำให้ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร 3,000,000 บาท ได้รับเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้ง่ายต่อการผลิตมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีต้นทุนที่ลดลงและผลผลิตมีคุณภาพ เช่น รถเกี่ยวนวดข้าว โดรนพ่นสารชีวภาพ เครื่องอัดฟาง เครื่องตัดหญ้า รถแทรกเตอร์ รวม 5 รายการ ทำให้สมาชิกในกลุ่มสามารถผลิตข้าวจนได้รับมาตรฐาน GAP ทั้งหมด 100 ราย

ขณะที่นายสมเพชร ทะชัย กรรมการที่ปรึกษาแปลงใหญ่ข้าวฯ กล่าวว่า ปัจจุบันแผนการผลิตของกลุ่มเราคือนำข้าวของสมาชิกที่ผ่านมาตรฐาน GAP ประมาณร้อยละ 80% มาแปรรูปเป็นข้าว เช่น ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นต้น ภายใต้แบรนด์ปิฎก 310 และสามารถผลิตเป็นกระเช้าหวายของขวัญด้วย โดยปี 2563 เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมด้านการตลาด และได้ทำ MOU ร่วมกับ 5 ร ได้แก่ โรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล ร้านอาหาร รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานราชการ ใน อ.เชียงของ สามารถขยายตลาดการส่งออกข้าวทั้งตลาดภายใน ภายนอก และตลาดออนไลน์ของกลุ่มได้มากขึ้น

กรมข้าวชูเทคนิค4ป. ยกระดับทำนายั่งยืนลดโลกร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655719

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าวร่วมงานสื่อมวลชนสัญจรและพิธีลงนามสัญญาเงินทุนสนับสนุน “เทคโนโลยีการทำนา และมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการทำนาที่ยั่งยืนและลดโลกร้อน” Thai Rice NAMA โดยมีนายไรน์โฮลด์เอลเกส ผอ.องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และมาเลเซีย พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายเฉลิมชาติ ฤาไชยคาม ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี

นายกฤษ เปิดเผยว่า หลักสำคัญของการทำนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย เทคโนโลยี 4 ป.ได้แก่ ป.ที่ 1 คือปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ให้ราบเรียบสม่ำเสมอทั่วทั้งแปลงนา ช่วยให้ชาวนาสามารถเพิ่มผลผลิต คุณภาพ และกำไรที่ได้จากการผลิตข้าว ป.ที่ 2 เปียกสลับแห้ง คือการจัดการน้ำที่จะช่วยลดการใช้น้ำในแปลงนา ป.ที่ 3 ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินคือการใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำเพื่อคุณภาพและปริมาณผลผลิตที่ดี และ ป.ที่ 4 แปรสภาพฟางข้าวและตอซังข้าวแบบปลอดการเผา และลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยด้วยว่า ได้ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ผ่านกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ ศูนย์ข้าวชุมชน และกลุ่มสหกรณ์การเกษตร ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และปทุมธานี เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบในการส่งต่อความรู้สู่เกษตรกรรายย่อยอย่างครอบคลุมและทั่วถึงในทุกพื้นที่ ซึ่ง จ.ปทุมธานี เป็น 1 ใน 6 จังหวัดตามเป้าหมายของโครงการฯ และเกษตรกรที่เข้านำเทคโนโลยีการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ในพื้นที่ทำนา เป็นการแสวงหาแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในภาวะความแปรปรวนของฤดูกาล และตามมาตรการ “3 เพิ่ม 3 ลด” คือ เพิ่มผลผลิตข้าว เพิ่มคุณภาพข้าว เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้น้ำ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและภาวะโลกร้อน ขับเคลื่อนให้ชาวนาไทยและข้าวไทยก้าวไปสู่สากล

“ปัจจุบันภาคการเกษตรมีเศษฟางที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวเป็นปริมาณมาก อย่างไรก็ดี เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการฟางข้าวและตอซัง เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้และผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้ชาวนาส่วนใหญ่ตัดสินใจเผาฟางข้าวและตอซัง บ้างก็เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนต่างๆ จนทำให้ฟางถูกเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย ซึ่งการเผาฟางอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นมลภาวะ และก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง” นายกฤษกล่าว

ตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ฯ ขอบคุณที่‘มนัญญา’ช่วย เร่งรัดคดียักยอกเงินฝาก เสียหายกว่า600ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655720

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ นำโดยนางทองพูน อัยยะวรากูล ข้าราชการบำนาญ และตัวแทนสมาชิกกว่า 20 ราย ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าฝ่ายการเงินของสหกรณ์ฯ ยักยอกเงินฝากของสมาชิก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท เข้าพบ เพื่อขอบคุณที่ น.ส.มนัญญา เร่งรัดติดตามนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ รวมทั้งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ตลอดจนได้มีคำสั่งให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าร่วมตรวจสอบ จนมีคำสั่งให้คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ ชุดปัจจุบันหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 30 วัน และแต่งตั้งผู้ตรวจการสหกรณ์มาดำเนินการเพื่อตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

น.ส.มนัญญากล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงและกังวลจึงกำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำเนินการกับผู้ที่โกงสหกรณ์ โดยต้องจัดการให้หมด ไม่ว่าใครทั้งสิ้น ตนได้เน้นย้ำไปยังสมาชิกสหกรณ์ทุกรายที่ได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ติดต่อกลับอีกกว่า 400 ราย ขอให้รีบยืนยันแจ้งยอดเงินฝากภายใน 15 วันเพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้มีสมาชิก 118 ราย ที่ยืนยันว่ายอดเงินไม่ถูกต้อง เป็นความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท และขอให้สมาชิกมีความมั่นใจ เราในฐานะ รมช.เกษตรฯที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะเข้าไปดำเนินการรื้อทั้งระบบ ย้อนกลับไปตั้งแต่เกิดความเสียหายปี 2548

ล้อมคอกโกง!มนัญญาสั่งรีเช็กเงินฝากสมาชิก‘สหกรณ์ออมทรัพย์’ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655694

ล้อมคอกโกง!มนัญญาสั่งรีเช็กเงินฝากสมาชิก‘สหกรณ์ออมทรัพย์’ทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.21 น.

‘มนัญญา’หารือ‘วิษณุ’วางแนวทางจำหน่ายทรัพย์คดียักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ คืนสมาชิก สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์สอบทานเงินฝากในสหกรณ์ทั่วประเทศป้องปรามการทุจริต

24 พฤษภาคม 2565 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.เกษตรและสหกรณ์) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์เกี่ยวกับการสนธิกำลังกับกรมสอบสวนคดีพิเศษและตำรวจ สน.นางเลิ้ง เข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จึงสั่งการให้ขยายผลการติดตามทรัพย์ต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้ปรึกษานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางที่จะนำทรัพย์ที่ตรวจยึดจากคดีทุจริตสหกรณ์กระทรวงเกษตรฯ มาจำหน่าย แล้วคืนแก่สมาชิกให้รวดเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ทรัพย์เสื่อมสภาพและขายได้ราคาต่ำ โดยนายวิษณุได้ให้คำแนะนำมา ซึ่งจะนำคำแนะนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กระทรวงเกษตรฯ

“สำหรับการติดตามตัวผู้กระทำผิดตามหมายจับ 2 รายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมเพื่อมาดำเนินคดี โดยดีเอสไอจะติดตามอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนการตรวจสอบขยายผลว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯหรือไม่ ดีเอสไอกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด” น.ส.มนัญญา กล่าว

น.ส.มนัญญา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังสั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจสอบการดำเนินกิจการทางเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ โดยให้เป็นการสอบทานเงินฝากของสมาชิกสหกรณ์ว่ามีความผิดปกติใดๆหรือไม่ เพื่อป้องกันและป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตซ้ำรอย อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ระบบสหกรณ์ด้วย

ด้านนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า หลังจากกรมฯสนธิกำลังกับดีเอสไอและตำรวจ สน.นางเลิ้ง เข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์ในคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จะขยายผลติดตามทรัพย์ต่อ ส่วนทรัพย์ที่อายัดได้ดีเอสไอจะส่งมอบต่อ ปปง. เพื่อจำหน่ายแล้วนำเงินมาคืนแก่สมาชิกที่เป็นผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542ซึ่งจากการตรวจสอบความเสียหายจากที่เจ้าหน้าที่ยักยอกเงินจากบัญชีเงินฝากสมาชิกขณะนี้ตรวจสอบไปแล้ว 90% พบความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท ส่วนการตรวจสอบขยายผลว่า มีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ เพิ่มเติมหรือไม่ ดีเอสไอกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด โดยตรวจสอบทั้งเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการสหกรณ์เพื่อขยายผลทางคดี

‘มนัญญา’สัมมนาครูบัญชีดีเด่น ถอดบทเรียนทางรอดเกษตรกรยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655444

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนา เรื่อง ถอดบทเรียนศาสตร์พระราชา ด้วยมิติทางบัญชี : ทางเลือก ทางรอด ของเกษตรกรยุคใหม่ พร้อมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ” ที่สวนนงนุช จ.ชลบุรี ว่า มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (2561-2580) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรพัฒนาสู่ความยั่งยืน มุ่งมั่นที่จะปฏิรูปภาคเกษตรให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ โดยน้อมนำ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตามศาสตร์พระราชา มาเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งการทำบัญชีถือเป็นมิติหนึ่งสู่ความพอเพียงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายการส่งเสริมการทำบัญชีรายบุคคลที่เกิดประโยชน์ต่อผู้รับบริการ

น.ส.มนัญญากล่าวต่อว่า ระบบบัญชีมีความสำคัญต่อระบบฐานรากในการพัฒนาสู่การขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมั่นคง ส่วนหนึ่งเกิดจากการร่วมผลักดันและขับเคลื่อนงานผ่านอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี หรือ “ครูบัญชี” ซึ่งเป็นกำลังหลักที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการถ่ายทอดความรู้ด้านบัญชีให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ จึงได้เน้นย้ำนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดำเนินงานเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครูบัญชีอาสาทั่วประเทศ ทั้งในด้านทักษะและองค์ความรู้ เพื่อเป็นเครือข่ายไปถึงพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทุกพื้นที่ ในการสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชีและช่วยขับเคลื่อนงานนโยบายต่างๆ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี ถือเป็นตัวแทนภาคประชาชนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการปฏิบัติงานส่งเสริมการจัดทำบัญชีรายบุคคล จึงกำหนดให้มีวันครูบัญชีอาสากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม โดยนับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูครูบัญชี ในการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้เกษตรกร

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ มุ่งหวังให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานและอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชีซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนได้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องนโยบายของรัฐบาลและแผนงานโครงการที่สำคัญเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรฯ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในปี 2565 ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี (ครูบัญชี) ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ รวมทั้งข้าราชการกรมฯ ร่วมประชุมทั้งสิ้น 250 คน ในโอกาสนี้ ได้จัดให้มีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณและเข็มเชิดชูเกียรติแก่เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับประเทศ/ระดับภาค/ระดับจังหวัด 77 รางวัล

ยื่นFAOวิถีเลี้ยงควายเป็นมรดกเกษตรโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655445

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ยื่นเอกสารขอรับรอง “วิถีการเลี้ยงควายและเกษตรเชิงนิเวศในพื้นที่ทะเลน้อย” เป็น “มรดกทางการเกษตรโลก” (Globally Important Agricultural Heritage System หรือ GIAHS) จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO โดยพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญเป็นพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากจนได้รับการประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำโลกหรือ “Ramsar site” และมีความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ FAO ในการเป็นมรดกทางการเกษตร ที่เน้นการอนุรักษ์มรดกทางการเกษตรโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและพัฒนาเศรษฐกิจ ปกป้องและส่งเสริมการใช้ทางชีวภาพให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและยั่งยืนบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย มีวิถีชีวิตที่มีความเชื่อมโยงกับควายน้ำทะเลน้อย สืบทอดการเลี้ยงควายมานานกว่า 250 ปี

สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยมีรายได้หลักจากการขายควาย ประกอบกับการทำประมง ปลูกข้าว และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกระจูด ด้านระบบนิเวศ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำในทะเลน้อยมีปริมาณสูง ควายน้ำจะดำน้ำลงไปกินหญ้าใต้น้ำและพืชน้ำอย่างสายบัว ใบบัว หรือสาหร่าย กระจูด ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศในการกำจัดวัชพืช และมูลของควายยังเป็นอาหารให้กับพืชและแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารปลา และในส่วนของด้านวัฒนธรรม ควายเป็นศูนย์รวมของความเชื่อ มีพิธีกรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับควาย และทางเดินของควาย นอกจากจะสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามยังช่วยป้องกันการเกิดไฟป่าด้วย

ดร.ทองเปลวกล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนให้ผลักดันพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกทางการเกษตรโลก ผ่านโครงการความร่วมมือระหว่างไทย-FAO เมื่อปี 2560 โดย FAO ได้สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดทำแผนงานและเอกสารข้อเสนอการขึ้นทะเบียน (GIAHS Proposal)

มาตรฐานสินค้าฯ-กวก. รุกแก้ปัญหาส่งออกผลไม้ไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655446

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร (กวก.) ประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านการกักกันพืช (Export Consultation Meeting on Plant Quarantine) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) โดยมี น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ ผอ.กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร เป็นหัวหน้าผู้แทนฝ่ายไทย ซึ่งการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นถึงเรื่องการหารือประเด็นความร่วมมือด้านการค้าสินค้าพืชระหว่างไทย-จีน และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้สดจากไทยไปยังจีน

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้เร่งรัดให้ฝ่ายจีนเปิดด่านนำเข้าทางบกที่ยังไม่พร้อมรองรับการนำเข้าผลไม้จากไทย จำนวน 6 ด่าน โดยเฉพาะด่านรถไฟโม่ฮาน ตามที่ระบุในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยและจีน เพื่อให้ผู้ส่งออกผลไม้ไทยสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว รวมถึงนำเสนอเส้นทางผสม (Hybrid) จากด่านทางบกของไทย (มุกดาหาร นครพนม หรือบึงกาฬ) ผ่านท่าเรือเวียดนามเพื่อไปยังท่าเรือซินโจวของจีน และมาตรการควบคุมผลไม้ที่ขนส่งบนเส้นทางดังกล่าว ซึ่งฝ่ายจีนได้เห็นชอบในหลักการให้เป็นเส้นทางการส่งออกชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการไทยในช่วงที่การจราจรทางบกแออัด โดยทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เส้นทางที่ฝ่ายไทยเสนอสามารถใช้ได้จริงเพื่อรองรับการส่งออกในช่วงฤดูผลไม้ต่อไป

ฝนหลวงฯยังเดินหน้า ปฏิบัติการบินต่อเนื่อง เติมน้ำเขื่อนภาคเหนือ รองรับพื้นที่ต้องการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655442

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ยังคงวางแผนและปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งมีความต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีปริมาณน้ำเพียงพอทั้งในด้านการเกษตร การอุปโภค-บริโภค และด้านอื่นๆ โดยขณะนี้ได้เน้นภารกิจเติมน้ำให้กับเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ รวมทั้งเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ และกักเก็บน้ำสำหรับการจัดสรรเพื่อการเกษตรและการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอ รวมถึงยังกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกทางการ ที่ผ่านมาหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำแม่จาง และอ่างเก็บน้ำแม่ขาม จ.ลำปาง ด้านหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ตาก และ จ.แพร่ ปฏิบัติการเติมน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการน้ำของพื้นที่การเกษตร

นายสำเริงกล่าวต่อว่า ด้านการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.กาญจนบุรี ลพบุรี อุดรธานี แพร่ และจันทบุรี ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ อ.ศรีสวัสดิ์ อ.บ่อพลอย อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี อ.แก่งคอย อ.พระพุทธบาท อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี อ.พนัสนิคม อ.เมือง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี อ.หนองวัวซอ อ.หนองแสง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี อ.ส่องดาว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

59 ปีกรมพัฒนาที่ดิน ลุยพัฒนาทรัพยากรที่ดิน หนุนเกษตรกรสร้างความมั่นคงทางอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655401

59 ปีกรมพัฒนาที่ดิน ลุยพัฒนาทรัพยากรที่ดิน หนุนเกษตรกรสร้างความมั่นคงทางอาหาร

วันจันทร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.53 น.

วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 59 ปี ภายใต้หัวข้อ “ทีมดี ดินดี 59 ปี กรมพัฒนาที่ดิน” โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถ.พหลโยธิน จตุจักร กทม. โดยภายในงานได้มีการมอบรางวัลให้แก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น จำนวน 2 รางวัล บุคคลากรผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมดีเด่น จำนวน 6 รางวัล หมอดินอาสาดีเด่น จำนวน 12 รางวัล หน่วยงานชนะเลิศการยกระดับองค์กร 4.0 จำนวน 8 รางวัล มอบทุนการศึกษามูลนิธิพัฒนาที่ดินสงเคราะห์และทุนการศึกษาสหกรณ์ออมทรัพย์ แก่บุตรหลานบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน และเยี่ยมชมนิทรรศการของกรมพัฒนาที่ดิน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดินมีหน้าที่ในการดูแลพี่น้องเกษตรกรทั้งในส่วนของการปรับปรุงดิน การดูแลสภาพพื้นดิน และในส่วนของแหล่งน้ำขนาดเล็ก และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเกษตรของประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า และเป็นรากฐานของการผลิตภาคการเกษตร โดยเฉพาะการผลิตพืช ซึ่งมีบทบาทสำคัญตั้งแต่การวางแผนกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ การสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาที่ดิน ด้วยการอนุรักษ์ดินและน้ำ การวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับการตลาด ตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” การจัดการดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืช ช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะในสถานการณ์ปุ๋ยเคมีราคาแพง พร้อมเน้นย้ำในเรื่องงานวิจัย ที่จะต้องนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะช่วยพัฒนาภาคการเกษตรเป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องพัฒนาบุคลากรให้พร้อมสำหรับการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรด้วย นอกจากนี้ ในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เกษตรกรผ่านเครือข่ายและการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จะทำให้การทำงานของกรมพัฒนาที่ดินประสบความสำเร็จ โดยต้องให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรมและช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรของประเทศไทยให้บรรลุตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ในระยะเวลาที่ผ่านมา กรมพัฒนาที่ดินสามารถช่วยพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนและลดการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมาก และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพิ่มพื้นที่ในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยที่มาจากธรรมชาติ ประมาณ 15 ล้านไร่ ภายในระยะเวลา 5 ปี ในปี 2570

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมพัฒนาที่ดิน มุ่งมั่นที่จะให้เกษตรกร ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี จึงต้องพัฒนาและสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์มาทดแทนให้มากที่สุด และพร้อมจะขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศมีความมั่งคงทางเศรษฐกิจ และช่วยดูแลรักษาทรัพยากรดินของประเทศให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป

ด้าน นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการ 3 มิติ วันดินโลก 2565 ในธีม Soil: Where Food Begins ชมและศึกษาดินชนิดต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์ดินของประเทศไทย นิทรรศการ LDD Value Chain นำเสนอประวัติความเป็นมากรมพัฒนาที่ดิน แอนิเมชันน้องดินดีเล่าเรื่องกระบวนการทำงานของกรม การอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน การจัดการน้ำ เทคโนโลยี การจัดการดิน น้ำ และปุ๋ย และการยกระดับเป็นองค์กรอัจฉริยะทางดิน นิทรรศการปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงทางเลือกทางรอดเกษตรกรไทย พบกับต้นแบบผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพเร่งการเจริญเติบโตพืช และน้ำหมักชีวภาพไล่แมลง ที่ผ่านการคัดเลือกจากสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตร นิทรรศการภายในอาคารศูนย์อัจฉริยะ LDD Excellence กิจกรรม Soil Art @Din room อาทิ “ภาพวาดจากสีดิน” “สับปะรดเป็นศรี ดินดีที่ประจวบฯ” “กิจกรรมสัมผัสดิน” บูธแสดงสินค้าเกษตร ผัก/ผลไม้ปลอดสารพิษ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีการประกวด Din Dee Ambassador ผู้ซึ่งจะเป็นตัวแทนของกรมพัฒนาที่ดิน ทำหน้าที่สื่อสารและประชาสัมพันธ์ข้อมูล กิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และภารกิจที่สำคัญของกรมพัฒนาที่ดิน ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรต่อไป

กรมชลฯเตรียมพร้อม รับมือช่วงฤดูฝน2565 สั่งดำเนิน13มาตรการ ติดตามสถานการณ์น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655215

วันจันทร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 43,282 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ19,344 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรับน้ำได้32,803 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน
ประมาณ 10,076 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้3,380 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรับน้ำได้อีก 14,795 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้ผ่านพ้นช่วงเวลาในการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งแล้ว พบว่าทั้งประเทศมีการใช้น้ำเกินแผนเพียงเล็กน้อย จึงต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ทำให้การใช้เป็นไปตามแผนที่วางไว้และเพียงพอตลอดฤดูแล้งที่ผ่านมา หลังจากนี้จะเป็นการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ทั้ง 13 มาตรการอย่างเคร่งครัด

พร้อมกันนั้นให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ให้บริหารจัดการน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงปริมาณ เวลา ผลกระทบ ความมั่นคงของอาคารชลประทาน และระเบียบกฎหมาย เป็นหลัก